Blog

  • บอร์ดจัดการศึกษาคนพิการ เคาะตั้งอนุกรรมการทบทวนกฎหมาย ปรับ พ.ร.บ. ให้ทันสมัย

    บอร์ดจัดการศึกษาคนพิการ เคาะตั้งอนุกรรมการทบทวนกฎหมาย ปรับ พ.ร.บ. ให้ทันสมัย

    บอร์ดจัดการศึกษาคนพิการ เคาะตั้งอนุกรรมการทบทวนกฎหมาย ปรับ พ.ร.บ. ให้ทันสมัย

    “นฤมล” รมว.ศธ. ถกบอร์ดจัดการศึกษาคนพิการ เคาะตั้งอนุกรรมการทบทวนกฎหมาย ปรับ พ.ร.บ. ให้ทันสมัย หนุนเด็กพิการมีอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตดีขึ้น ตามนโยบายรองนายกฯ “ธรรมนัส”

    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ครั้งที่ 3/2568 ที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ทปษ.รมช.ศธ.) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ผช.รมว.ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) และกรรมการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

    นางนฤมล เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาและทบทวนกฎหมายด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยมีหน้าที่ในการทบทวน ปรับปรุง และออกกฎหมาย ตามความเห็นจากการประเมินสัมฤทธิ์ผลเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ) ผ่านทางระบบออนไลน์ และการรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบคณะทำงานประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เพื่อช่วยขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการได้อย่างก้าวหน้าและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

    โดยส่วนใหญ่เห็นควรปรับปรุง พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ ในส่วนนิยามและคำจำกัดความในบางมาตราให้มีความชัดเจน และการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการต่างๆ ให้สอดคล้องกับการแบ่งส่วนราชการในปัจจุบัน รวมทั้ง ทบทวน ปรับปรุง และออกกฎหมายลำดับรอง โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎหมายให้มีฐานอำนาจในการจัดตั้งศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ และหน่วยบริการการศึกษาสำหรับคนพิการประจำอำเภอ

    ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรับทราบสถานะการเงินและการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สิ้นสุดเดือนกันยายน 2568 ว่ามียอดเงินคงเหลือประมาณ 15 ล้านบาท พร้อมเห็นชอบแผนการใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวงเงินดังกล่าว แบ่งเป็น แผนใช้จ่ายงบดำเนินงาน 9.4 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินงาน ติดตาม และประเมินผลโครงการของกองทุน และแผนใช้จ่ายงบบุคลากร เพื่อเป็นเงินเดือนและเงินสมทบประกันสังคม จำนวน 5.6 ล้านบาท

    “ศธ. ให้ความสำคัญกับการศึกษาพิเศษอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ได้เดินทางไปที่จังหวัดตรัง และได้รับฟังข้อเสนอแนะจากคนในพื้นที่ โดยนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องการให้ ศธ. ให้ความสำคัญในการดูแลน้องๆ เด็กพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมศักยภาพของเด็กพิเศษให้สามารถมีอาชีพ มีรายได้ และได้รับการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น กีฬา โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า มีความยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ และ รมว.ศธ. ก็ยินดีที่จะช่วยเหลือในทุกด้านอย่างเต็มที่เช่นกัน หากมีข้อเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ยินดีรับมาปฏิบัติเพื่อช่วยกันส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการให้รุดหน้ามากขึ้น”

    นอกจากนี้ นางนฤมล ยังได้มอบหมายที่ปรึกษา รมช.ศธ. และเลขาธิการ กพฐ. ร่วมกันผลักดันเรื่องการเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติกับเด็กพิการ โดยให้คัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมในการเปิดห้องเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติและเด็กพิการ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการศึกษาให้แก่เด็กพิการ และสร้างความคุ้นเคยในการอยู่ร่วมกันระหว่างเด็กนักเรียนทุกคน รวมทั้งให้ขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการสนับสนุนและช่วยเหลือด้านงบประมาณกองทุน ทรัพยากร สื่อการเรียนการสอน และบุคลากร เพื่อส่งเสริมให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ มีความครอบคลุมและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2894896&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lrV7D8fpUjG6SEOD37v3v

  • ดูดวงรายวันประจำวันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    ดูดวงรายวันประจำวันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    ดูดวงรายวันประจำวันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    • การงาน : พบสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน
    • การเงิน : พบเรื่องเสียเงินแบบไม่คาดฝัน
    • ความรัก : ใช้เวลาคบหาดูใจกันต่อไป

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญบริจาคอุปกรณ์การศึกษา
    • อัญมณีมงคล : ไพลิน
    • สีมงคล : สีน้ำเงิน
    • เลขนำโชค : 1, 2, 5, 6, 7

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 8-14 พฤศจิกายน 2568 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม) 

    • 05:29 – 12:29 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ 
    • 09:09 – 14:09 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่ 
    • 09:01 – 11:29 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ           
    • 09:19 – 12:19 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่         
    • 06:00  – 11:00 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ 

     ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/317099/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V_GL8Hz-GNUSShTRIhAja

  • สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เร่ง กสทช.กำกับดูแล OTT และสื่อดิจิทัล ชี้เป็นวาระเร่งด่วนระดับโลก

    สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เร่ง กสทช.กำกับดูแล OTT และสื่อดิจิทัล ชี้เป็นวาระเร่งด่วนระดับโลก

    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์เรียกร้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พิจารณาวาระการกำกับดูแลบริการแพร่เสียงและแพร่ภาพผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (OTT Regulation Framework) ในการประชุมวันที่ 12 หรือ 14 พฤศจิกายน 2568 นี้อย่างเร่งด่วน โดยระบุว่าปัญหาข้อมูลเท็จ, การหลอกลวง (Scam), การบิดเบือนข้อมูล และเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนสื่อดิจิทัลได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องมีมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องประชาชน นำโดย นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคม นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมฯ นายเดียว วรตั้งตระกูล กรรมการและเลขธิการสมาคมฯ ตัวแทนของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลฯ

    พร้อมด้วยนางสาวอรพิน เหตระกูล เลขาธิการ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ภัยจากสื่อดิจิทัลได้ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง การมีกรอบกำกับดูแล OTT ที่ชัดเจนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วนที่สุด” สมาคมฯ เน้นย้ำว่า กสทช. ต้องมีบทบาทเชิงรุก ในการกำหนดมาตรฐาน ความรับผิดชอบ และจริยธรรมของผู้ให้บริการ เพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อดิจิทัลที่ ปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือ

    ข้อเรียกร้องสำคัญของสมาคมฯ ต่อ กสทช. ใน 3 ข้อ
    • เร่งพิจารณา OTT Regulation Framework ขอให้ กสทช. บรรจุวาระและพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลบริการ OTT ในการประชุมวันที่ 12 หรือ 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้สามารถประกาศใช้แนวทางดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและอุตสาหกรรมสื่อโดยรวม
    • เชื่อมโยงสู่ National Streaming Platform ขอให้ กสทช. พิจารณาเชื่อมโยงกรอบกำกับดูแล OTT นี้กับการพัฒนา “National Streaming Platform” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน สมาคมฯ เห็นว่า แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการโทรทัศน์ได้อย่างเท่าเทียมและอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลเดียวกัน
    • บรรจุใน Roadmap Digital TV เสนอให้บรรจุแนวทางการกำกับดูแลและ National Streaming Platform ไว้ใน Roadmap Digital TV เพื่อรองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในเดือนเมษายน พ.ศ. 2572 และสร้างความต่อเนื่องของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคดิจิทัล

    สมาคมฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินการอย่างเร่งด่วนของ กสทช. ในการจัดทำกรอบกำกับดูแล OTT ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ จะเป็นการยกระดับการกำกับดูแลกิจการสื่อของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทดิจิทัลยุคใหม่ และเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/256259&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gwj9em9eaNRs7B6uUGTlY

  • รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามและคณะกรรมการทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนมูลนิธิ

    รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามและคณะกรรมการทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนมูลนิธิ

    รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามและคณะกรรมการทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนมูลนิธิ


    11/11/2568 | 32 |

    วันนี้ (11 พ.ย. 2568) นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และคณะกรรมการทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนมูลนิธิฯ พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค และเงินทุนสนับสนุนกองทุนมูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 8 ราย มีนางณัฐสุดา วงษ์สุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฯ ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ เพื่อช่วยเด็กและเยาวชน ประพฤติดียากไร้ที่ขัดสนจากหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ได้มีโอกาสรับการศึกษาการพัฒนาที่สมบูรณ์ทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านจิตใจ ศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ต้องการให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่น ไม่อ้างว้างท้อถอย หรือหมดหวัง จนสามารถประกอบอาชีพที่สุจริตได้ตามอัตภาพของตน เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญช่วยกันรับช่วงสืบทอด รักษาเอกราช วัฒนธรรมและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไปในอนาคต

    จิตติพัฒน์ : ภาพ – ข่าว

    ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม

    https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1553480/?bid=1


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://samutsongkhram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/441229&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09Jq35ZHbr1KMqIsYIM0wW

  • ราชบุรีเข้ม/// ตรวจร้านค้าตลาดน้ำดำเนินสะดวก หลังยูทูบเบอร์เกาหลีดังโวย “ขายแพงเกินจริง” | TOPNEWS

    ราชบุรีเข้ม/// ตรวจร้านค้าตลาดน้ำดำเนินสะดวก หลังยูทูบเบอร์เกาหลีดังโวย “ขายแพงเกินจริง” | TOPNEWS

    ราชบุรีเข้ม! ตรวจร้านค้าตลาดน้ำดำเนินสะดวก หลังยูทูบเบอร์เกาหลีดังโวย “ขายแพงเกินจริง”
    ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หลังเกิดกระแสวิจารณ์หนักบนโลกออนไลน์ กรณียูทูบเบอร์ชาวเกาหลีชื่อดัง “จอง คัลแลน” (Jung Cullen) จากช่อง Cullen HateBerry โพสต์คลิปท่องเที่ยวตลาดน้ำราชบุรี แล้วเจอร้านค้าขายเสื้อผ้าราคาสูงเกินจริง จนชาวเน็ตตั้งคำถามเรื่องการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว


    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 คณะเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน นายธนินทร์ บรรยงวรพินิชย์ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ นางกาญจน์กุระ ฮัยสคาเนน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้ง ประชาสัมพันธ์จังหวัด อำเภอดำเนินสะดวก ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภูธรดำเนินสะดวก ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและพูดคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อย้ำให้เป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานราคาที่เป็นธรรมเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านค้าที่ปรากฏในคลิป

    พบเจ้าของร้านพร้อมลูกสาวยอมรับว่าเป็นผู้ขายในเหตุการณ์จริง พร้อมกล่าวว่า “จำไม่ได้ว่าวันไหน แต่น่าจะต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เห็นว่าเป็นยูทูบเบอร์คนดังจึงเสนอขายสินค้าไปตามคลิป ยอมรับว่าร้านไม่ได้ติดป้ายแสดงราคา ขอรับผิดและพร้อมคืนเงินให้ลูกค้าทั้งหมด”เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ทำการ ตักเตือนและเปรียบเทียบปรับ ใน 2 กรณี คือไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทจำหน่ายสินค้าเกินราคาความเป็นธรรม ซึ่งมีโทษสูงสุดถึง จำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเชิญผู้ประกอบการให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาเหตุผลการตั้งราคา ก่อนสรุปผลทางกฎหมายนอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้กำชับให้ทุกร้านค้าภายในตลาดน้ำต้องติดป้ายราคาให้ชัดเจน คิดราคาตามจริง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบนักท่องเที่ยว พร้อมย้ำว่า “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” คือหน้าตาของประเทศ ต้องรักษาภาพลักษณ์ให้สมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก


    นายธนินทร์ บรรยงวรพินิชย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าร้านดังกล่าวไม่ปิดป้ายแสดงราคาซึ่งมีความผิดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทจากการที่ลงไปสำรวจทั้งส่วนราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นพินัยจำนวนเงิน 2,000 บาท

    ในส่วนของค่าบริการหรือราคาสินค้าเกิน สมควรก็ได้มีการแจ้งผู้ประกอบการเพื่อไปให้ถ้อยคำชี้แจงถึงต้นทุนต่างๆเพื่อประกอบการพิจารณาในส่วนของตลาดน้ำดำเนินสะดวกของเรามีทั้งการปิดป้ายราคาสินค้ารวมถึงค่าบริการทางเรือในส่วนนี้จังหวัดราชบุรีรวมถึงภาคส่วนต่างๆก็ได้ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการภาคส่วนต่างๆติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้บริโภคและผู้บริการเห็นราคาสินค้าให้ชัดเจนเพื่อเปรียบเทียบในการซื้อได้รวมถึงเรือบริการท่องเที่ยวพร้อมทั้งมีป้ายประชาสัมพันธ์ค่าบริการเรือแต่ละเที่ยวราคาเท่าไหร่เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมทั้งสินค้าและบริการ

    นางกาญจน์กุระ ฮัยสคาเนน กล่าวว่า ตลาดน้ำดำเนินสะดวกส่วนใหญ่เป็นต่างชาติซึ่งต่างชาติเองเขาต้องมีการติดป้ายราคามาตรฐานของร้านค้าต่างๆตลาดน้ำดำเนินสะดวกของเรายกระดับของภาพลักษณ์ความเป็นเจ้าบ้านที่ดีมีความปลอดภัยในทุกๆด้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจเข้ามาท่องเที่ยว

    ซึ่งมีอานิสงส์ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯจึงไม่อยากให้นักท่องเที่ยวห่างหายไปท่องเที่ยวที่อื่นจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการช่วยติดราคาสินค้ากันให้ถ้วนหน้าในส่วนของผู้ประกอบการท่าเรือให้ทุกคนขับเรือไม่เร็วจนเกินไปดับเครื่องในโซนที่ขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎของกรมเจ้าท่าด้วย


    ถวิล ลิ้มคุณธรรมโม  ผู้สื่อข่าว จ.ราชบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1387459&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DfQ85kA2v1jFMDfFvUbL3

  • ชาวทับคล้อรวมใจจัดงานงิ้วสืบสานประเพณีไทย-จีน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ชาวทับคล้อรวมใจจัดงานงิ้วสืบสานประเพณีไทย-จีน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว | TOPNEWS

    นายชัยรัตน์ อนุพันธ์ ประธานจัดงานศาลเจ้าพ่อทับคล้อ และ นายภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต ส.ส.พิจิตร เขต 2 เปิดเผยถึงพลังสามัคคีของชาวตลาดทับคล้อที่ในช่วงระหว่างวันที่ 10-16 พ.ย. 68 ที่ได้ร่วมกันจัดงานวิ้งประจำปี 2568 ที่เป็นประเพณีไหว้เจ้าพ่อกำเทียงไต่ตี่-เจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่า ณ พื้นที่ตลาดทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

    โดยเมื่อคืนวานที่ผ่านมา ( 10 พ.ย. 68 ) ได้มีการจัดกิจกรรมพิธีเปิดงานขึ้น โดยภายในงานวันแรกจัดให้มีการประกวดสาวงามธิดาเจ้าพ่อ ซึ่งก่อนพิธีได้มีการยืนสงบนิ่ง 93 วินาที เพื่อเป็นการไว้อาลัย เด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงผู้ร่วมงานทุกคนที่ติดโบว์สีดำเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการไว้อาลัย

    ในส่วนของกิจกรรมการประกวดมีสาวงามที่เป็นลูกหลานชาวตลาดทับคล้อเข้าร่วมแสดงความสามารถและตอบคำถามต่อหน้าคณะกรรมการอย่างพร้อมเพรียง หลังจากนั้นได้มีการคัดเลือกผู้เข้าประกวดที่ได้คะแนนสูงสุดจำนวน 3 คน เพื่อเข้าสู่รอบเสี่ยงทายให้ เจ้าพ่อทับคล้อ เป็นผู้เลือก

    ผลการตัดสินปรากฏว่า “น้องข้าวหอม” ได้รับเลือกให้สวมมงกุฎ ธิดาเจ้าพ่อทับคล้อ ประจำปี 2568 โดยได้รับเกียรติจาก นายภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต ส.ส.พิจิตร เขต 2 พรรคเพื่อไทย รองประธานจัดงานเป็นผู้มอบรางวัล

    สำหรับการจัดงานงิ้วของชาวตลาดทับคล้อที่มีขึ้นระหว่งวันที่ 10-16 พ.ย. 2568 ในเย็นวันที่ 14 พ.ย. 68 จะมีการแสดงของสิงโต-มังกร ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าทับคล้อ ส่วนการจัดงานในยามค่ำคืนก็มีงิ้วและมหรสพต่างๆ รวมถึงคารวานสินค้าของกิน-ของใช้ ผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีของ จ.พิจิตร ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชิม ช้อป แชะ และใช้สิทธิคนละครึ่งกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลดังกล่าวอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1387239&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34sqtrRcfFPBuk8mTf6CDi

  • รัฐบาลส่งสัญญาณบวก! “สุชาติ ชมกลิ่น” เปิดโรงงาน Unicq Technology ตอกย้ำการพัฒนา EEC คู่ขนานเศรษฐกิจสีเขียว | TOPNEWS

    รัฐบาลส่งสัญญาณบวก! “สุชาติ ชมกลิ่น” เปิดโรงงาน Unicq Technology ตอกย้ำการพัฒนา EEC คู่ขนานเศรษฐกิจสีเขียว | TOPNEWS

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโรงงาน Unicq Technology ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี โดยมีนายยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน), นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC), นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รวมถึงผู้บริหารนิคมอมตะซิตี้ และผู้ประกอบการไทย–ต่างชาติ เข้าร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง

    การเปิดโรงงานในครั้งนี้ ถือเป็น สัญลักษณ์สำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูงและการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นายสุชาติฯ กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ เช่น โรงงาน Unicq Technology ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับแนวทาง “เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy)

    “รัฐบาลกำกับดูแลให้ทุกโครงการในพื้นที่ EEC ดำเนินการภายใต้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนและมั่นคงสำหรับลูกหลานในอนาคต” นายสุชาติกล่าว

    ทั้งนี้ การลงทุนของ Unicq Technology ไม่เพียงยกระดับภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดชลบุรี แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลกถึงเสถียรภาพและทิศทางการพัฒนาที่มั่นคงของเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต

    ภาพ/ข่าว วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1387434&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qQW9sqZnvS4Z59a1fZAPa

  • “Dow -MMP” โชว์ความสำเร็จ PCR บุกตลาดฟิล์มยืดรัดสินค้า ปลื้มโคปแลนด์ประกาศใช้มุ่งลดคาร์บอนใน …

    “Dow -MMP” โชว์ความสำเร็จ PCR บุกตลาดฟิล์มยืดรัดสินค้า ปลื้มโคปแลนด์ประกาศใช้มุ่งลดคาร์บอนใน …

    มิติหุ้น – Dow -MMP จับมือผลิตฟิล์มยืดรัดสินค้า โลว์คาร์บอน ป้อนโคปแลนด์ ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการลดการปลดปล่อยคาร์บอน ประกาศใช้ฟิล์มยืดรัดสินค้า.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/11/593272/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3esUa6mDa8pduGd2kM_Ncm

  • กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่การเติบโตยั่งยืน

    กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่การเติบโตยั่งยืน

    กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่การเติบโตยั่งยืน

    กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

    วันที่ 11 พ.ย. 68 นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ความยั่งยืนของประเทศเริ่มต้นจากความเข้มแข็งของชุมชน เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตจากฐานราก สนับสนุนให้ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

    สำหรับเรา การพัฒนาชุมชนไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กร แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มเซ็นทรัลยึดถือมายาวนาน เรามุ่งใช้พลังของธุรกิจเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงคุณค่าของผู้คน ท้องถิ่น และสังคม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้ความเจริญทางเศรษฐกิจเดินคู่ไปกับความภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทย เราจึงมุ่งมั่นร่วมพัฒนาสินค้าชุมชน (Community Product) ให้มีศักยภาพทางการตลาด ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตรในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานของความยั่งยืน”

    กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในมิติต่างๆ ดังนี้

    โครงการด้านความยั่งยืน เซ็นทรัล ทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล

    • โครงการ “ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา” อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Earth Net Foundation) ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลผลิต การรับซื้อ แปรรูป และจัดจำหน่ายผ่าน “จริงใจ Farmers’ Market” และ “ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต และโลจิสติกส์ให้ได้มาตรฐาน อย. นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนแม่ทา ออร์แกนิก” เป็นศูนย์การเรียนรู้และโฮมสเตย์ด้านเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 14 ล้านบาท มีจำนวนสมาชิกกว่า 130 ครัวเรือน และต้อนรับผู้มาเยือนและศึกษาดูงานกว่า 800 คน ในปี 2567
    • โครงการศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน บ้านเทพพนา อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และวิสาหกิจชุมชน พัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคนิคคาร์บอนต่ำ พลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมกว่า 5,000 ไร่ สู่เกษตรยั่งยืน นำผลผลิตจำหน่ายที่ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และ จริงใจ Farmers’ Market สร้างรายได้รวมกว่า 41 ล้านบาท พร้อมขยายเครือข่ายผู้ปลูกอะโวคาโดกว่า 1,000 ราย โครงการยังได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับเขตเข้าประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ และได้รับการต่อยอดโดยโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้พัฒนาต่อยอดด้านการท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรอินทรีย์ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี
    • โครงการศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติ บ้านกุดจิก วิสาหกิจชุมชนทอผ้าแปรรูปบ้านกุดจิก จ.สกลนคร สืบสานภูมิปัญญาการย้อมครามและสีธรรมชาติ พัฒนานวัตกรรมย้อมผ้าให้ทันสมัยและคงทน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมสร้างโรงย้อม โรงทอ และพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายผ่าน Good Goods และห้างเซ็นทรัล ช่วยขยายตลาด และเพิ่มรายได้ให้ชุมชนจาก 3.5 แสนบาท เป็นกว่า 3.6 ล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 3,000 คนต่อปี สะท้อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กับการส่งเสริมสินค้าชุมชน และในมิติต่างๆ

    • Central Robinson Love the Earth Project มุ่งสนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่าน Central Edition ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากชุมชนทั่วไทย และร่วมกับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ 24 ราย นำวัสดุเหลือใช้กลับมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างประโยชน์และรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ล่าสุดเปิดตัว Organic Zone ในแผนกบิวตี้ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเป็นครั้งแรกของห้างในไทยที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ หรือรีไซเคิลได้ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง พร้อมส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชน รวมถึงเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผลิตจากวัสดุพื้นถิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมทุกหมวดสินค้าในห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันทั่วประเทศ
    • “ท็อปส์ ท้องถิ่น” เป็นโครงการสนับสนุน SME ไทยที่มีศักยภาพสูง แม้เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ให้สามารถเติบโตและเข้าถึงเครือข่าย Tops ทั่วประเทศ รวมถึงขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Local Discoveries – Supporting Thai SMEs to Create Sustainable Growth Together” โครงการได้ผลักดันผู้ประกอบการกว่า 140 ราย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนด้านการตลาด การตรวจสอบคุณภาพสินค้า (QA) การออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขพิเศษ เช่น เครดิตเทอม 15 วัน และไม่มีค่าแรกเข้า โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และพนักงานไม่เกิน 50 คน เข้าร่วมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น “ท็อปส์ ท้องถิ่น” เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจเล็กคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มั่นคงและยั่งยืน
    • จริงใจ Farmers’ Market ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรท้องถิ่นได้นำพืชผักปลอดภัยและสินค้าขึ้นชื่อของชุมชนมาวางจำหน่ายในพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำไปพัฒนาสินค้า พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน (Central to Life) และการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจทั้งในระดับชุมชนและประเทศ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัล อุดรธานี ปัจจุบันขยายผลสู่ 28 จังหวัด สนับสนุนกว่า 12,300 ครัวเรือน ยกระดับสินค้าชุมชนกว่า 5,000 SKU สร้างรายได้รวมกว่า 160 ล้านบาทในปี 2025
    • โครงการสนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่นขนาดเล็ก รวมถึงการสนับสนุนผู้ค้า, เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค โรบินสันไลฟ์สไตล์และท็อปส์พลาซ่า สนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่น ผู้ค้า และเกษตรกรทั่วประเทศ โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 50,000 ตร.ม. สำหรับจำหน่ายและแสดงสินค้าชุมชน เพื่อสร้างงาน กระจายรายได้ และรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สร้างรายได้กว่า 20 ล้านบาท และอาชีพกว่า 3,000 ตำแหน่งในไตรมาส 1–3 ปี 2568 พร้อมจัดพื้นที่ประจำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในหลายจังหวัด เช่น กาดเมืองราช, Sea, Kids Market, ตลาดชุมชนคนแปดริ้ว และอาหารดีวิถีเมืองเพชร
    • ไทวัสดุ เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ออกสู่ตลาด เพื่อสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการชุมชน 5 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ แพร่ นครปฐม ปราจีนบุรี มหาสารคาม และลำปาง นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาจำหน่ายในสาขาไทวัสดุทั่วประเทศ ความร่วมมือนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2556 ส่งผลให้เกิดรายได้รวมกว่า 5.1 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุม 166 ครัวเรือน และสินค้ากว่า 34 SKU สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
    • ตลาดนัดชุมชน โก โฮลเซลล์ โก โฮลเซลล์ไม่เพียงเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความใส่ใจต่อชุมชนในทุกจังหวัดที่เปิดสาขา โดยเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนำสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน ปัจจุบันโก โฮลเซลล์มี 13 สาขา สนับสนุนร้านค้าชุมชนแล้วกว่า 247 ร้าน สร้างรายได้รวมกว่า 6.1 ล้านบาท เพราะสำหรับเรา การทำธุรกิจไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการร่วมแบ่งปันความสุขและความสำเร็จกับชุมชนที่เราอยู่ร่วมกัน
    • เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม เดินหน้าโครงการ “Livelihood for Community” เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนภูเขา ผ่านแนวคิด “สร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value)” ที่เติบโตไปพร้อมธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2017 โครงการได้ช่วยเกษตรกรรายได้น้อยกว่า 7 ล้านด่งต่อเดือน ขยายผลในปี 2024 ครอบคลุม 6 โครงการใน 3 จังหวัด สร้างมูลค่าผลผลิตกว่า 4.4 พันล้านด่อง และยกระดับชีวิตเกษตรกรกว่า 126 ครัวเรือน

    บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) กับการส่งเสริมสินค้าชุมชน

    • เซ็นทรัลพัฒนา กับการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายให้กับชุมชน มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยเปิดพื้นที่ภายในศูนย์การค้าทั่วประเทศให้ชุมชนได้นำสินค้าท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ OTOP และของดีประจำจังหวัดมาจำหน่าย รวมกว่า 2,700 กิจกรรม อาทิ งาน Sacit, เพลิน Craft, งานโครงการหลวง และงานจำหน่ายผลไม้ล้นตลาด พร้อมทั้งจัดกิจกรรม “จริงใจมหานคร” ที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นครั้งแรก และร่วมจัดนิทรรศการ Thailand Rice Fest เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวจากเกษตรกรไทย รวมไปถึงการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนและสนับสนุนพื้นที่ฟรีสำหรับกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น อาทิ งาน “มีเทศน์ มีทอล์ค”, พิธีทำบุญตักบาตร, สรงน้ำพระ, งานประเพณีจังหวัด และการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้โครงการ Go Local Love Local ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่ออนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เขาพับผ้า Unseen Thailand จ.นครศรีธรรมราช, งานแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี และงาน ปักษ์ใต้ดีไซน์วีค จ.สงขลา เป็นการสร้างรายได้ กระจายโอกาส และขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับชุมชนทั่วประเทศ

    บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL / เซ็นทารา

    •  เซ็นทารา มุ่งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยนำเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาประยุกต์ในการออกแบบ การตกแต่ง และการบริการภายในโรงแรม รวมถึงสนับสนุนสินค้าชุมชนและงานหัตถกรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการเคารพวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรม อาหาร และการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างความเข้าใจและคุณค่าในความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ในปี 2024 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา สนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกจากชุมชน จำนวน 6,066 ชิ้นสินค้า จาก 23 ชุมชน เพื่อวางจำหน่ายในโรงแรมและใช้เป็นของที่ระลึกในห้องพักสำหรับการ เปิดเตียง (Turndown Service) ให้กับลูกค้า

    บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)

    • บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ร่วมกับ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด (สลัดแฟคทอรี่) เดินหน้าสานต่อพันธกิจความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนและพัฒนา “ฟาร์มสามารถ” ณ สมาคมคนพิการ จังหวัดปทุมธานี เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนงบประมาณรวม 1,000,000 บาท สำหรับปรับปรุงพื้นที่ สร้างโรงเรือนปลูกผักปลอดสาร พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ฝึกอบรมทักษะอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้พิการ และจำหน่ายใน “ฟาร์มสามารถ คาเฟ่”
    • ขณะเดียวกัน สลัดแฟคทอรี่ ยังส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น ด้วยการรับซื้อผักจากกลุ่มเกษตรกรกว่า 45 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในร้าน ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร พร้อมส่งมอบอาหารปลอดภัยให้ผู้บริโภค

    กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นคือรากฐานสำคัญของความยั่งยืนของประเทศ เพราะในทุกผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นล้วนสะท้อนเรื่องราวของผู้คน ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน การต่อยอดและพัฒนาให้สินค้าชุมชนเติบโตอย่างเข้มแข็งจึงเป็นมากกว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่คือการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของสังคมไทยให้คงอยู่และก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ

    กลุ่มเซ็นทรัลจะยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสให้กับผู้คนในทุกพื้นที่ ส่งเสริมให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยไปด้วยกันบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน เพื่อให้ความเจริญเติบโตเกิดขึ้นอย่างมีคุณค่า แบ่งปันความภาคภูมิใจและความงดงามของความเป็นไทยสู่ทุกชุมชนทั่วประเทศ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2894936&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VnqXo7XG9-PyD2Gy5BeLH

  • พาณิชย์-ท่องเที่ยว ปรับ 2,000 บาทร้านกางเกงช้างแพง-ไม่ติดป้าย ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หลังไวรัลคัลแลนพี่จอง

    พาณิชย์-ท่องเที่ยว ปรับ 2,000 บาทร้านกางเกงช้างแพง-ไม่ติดป้าย ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หลังไวรัลคัลแลนพี่จอง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/109734&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZztRnMWGScB3mAEwpthYv