Blog

  • “มอนชิชิ”ตัวแทนทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น บุกทำเนียบฯพบ“โสภณ”จับมือภาครัฐส่งเสริมการท่องเที่ยว

    “มอนชิชิ”ตัวแทนทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น บุกทำเนียบฯพบ“โสภณ”จับมือภาครัฐส่งเสริมการท่องเที่ยว

    “มอนชิชิ”ตัวแทนทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น บุกทำเนียบฯพบ“โสภณ”จับมือภาครัฐส่งเสริมการท่องเที่ยว

    “มอนชิชิ”ตัวแทนทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น บุกทำเนียบฯพบ“โสภณ”จับมือภาครัฐส่งเสริมการท่องเที่ยว หวังดึงนักท่องเที่ยว ตอกย้ำกรุงเทพฯ แลนด์มาร์กการเฉลิมฉลองปีใหม่

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาดบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และผู้บริหารกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป นำ “มอนชิชิ (Monchhichi)” คาแรกเตอร์ลิงขนฟูชื่อดังระดับโลก ตัวแทนทูตสันถวไมตรีจากประเทศญี่ปุ่น เข้าพบนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก ในโอกาสใกล้เทศกาลปีใหม่และเป็นตัวแทนแห่งความสุขของเทศกาลร่วมสร้างสีสันเทศกาลปีใหม่ให้กับคนไทย

    โดยนายโสภณ ได้ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมกับอวยพรให้ “มอนชิชิ” ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จำนวนมากด้วย

    ด้านน.ส.วรลักษณ์ กล่าวว่า การมาของมอนชิชิในปีนี้ไม่เพียงสร้างความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่เท่านั้น แต่ยังมีความหมายต่อการยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร และประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอีเวนท์สร้างสรรค์ระดับภูมิภาครองรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะภาคเอกชนเรามีความพยายามอย่างยิ่งในการร่วมกับเพื่อนเศรษฐกิจร่วมกับภาครัฐ และภูมิใจที่ได้นำเสนอมิติใหม่ของการเฉลิมฉลองที่ผสมเสน่ห์แบบญี่ปุ่นเข้ากับความอบอุ่นแบบไทยอย่างลงตัว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสประสบการณ์นี้ร่วมกัน

    อย่างไรก็ตาม สำหรับมอนชิชิ คาแรกเตอร์ลิงขนฟูที่ครองใจคนทั่วโลกมากกว่า 50 ปี จะมาร่วมสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองปีใหม่ในกรุงเทพมหานครผ่าน มอนชิชิ คริสต์มาสธีม, มอนชิชิ พรีเมี่ยมคอลเลคชัน, Thailand Exclusive Collection ในชุดมวยไทยลูกช้างและชุดนักเรียนไทยชาย-หญิง รวมถึง POP-UP STORE มอนชิชิ ครั้งแรกของประเทศไทยและกล่องของขวัญแบบญี่ปุ่นดีไซน์มอนชิชิ ที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทสโตร์ รวมถึงไฮไลท์สำคัญเปิดงาน “Monchhichi Christmas Town” เทศกาลคริสต์มาสระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป ตั้งใจเติมสีสันช่วงปลายปีของประเทศไทยพร้อมตอกย้ำกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นในฤดูแห่งการเฉลิมฉลอง ซึ่งนำเสนอคอนเทนท์ที่ใฝ่ฝันทั่วโลกยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2897933&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qSNq5eYdPoRt3DZZxf9k7

  • 2569 ปีแห่งการรีสตาร์ทเศรษฐกิจไทย FDI-ท่องเที่ยว-ส่งออก ปลุกชีพตลาดทุน

    2569 ปีแห่งการรีสตาร์ทเศรษฐกิจไทย FDI-ท่องเที่ยว-ส่งออก ปลุกชีพตลาดทุน

    เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีพ.ศ.2568 ตลาดหุ้นไทยเงียบงันเหมือนเมืองใหญ่ที่ไฟหรี่ลงครึ่งหนึ่ง SET ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1,056 จุด

    เสียงวิจารณ์ดังทุกมุม เศรษฐกิจชะลอ หนี้ครัวเรือนหนัก การเมืองไม่นิ่ง นักลงทุนจำนวนมากตั้งคำถาม…ตลาดไทยยังมีอนาคตหรือไม่ ?

    กระทั่ง… “ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ” กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ก้าวขึ้นมาเปิดมุมมองที่ทำให้หลายคนเริ่มมองภาพใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

    เศรษฐกิจไทยปี 2569 จุดเริ่มการฟื้นตัวรอบใหม่

    ชัยพร อธิบายว่า การฟื้นตัวจะไม่ใช่แบบยิงพลุ แต่มาแบบ ทยอยกลับมาทีละส่วน ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569

    3 แรงขับหลักกำลังผลักไทยให้เดินหน้าอีกครั้ง

    1. FDI กลุ่มดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์: “เกมใหม่ของไทยเพิ่งเริ่ม” Data Center และ Semiconductor ที่ยื่นขอ BOI ตั้งแต่ปี 2567 กำลังจะเริ่มลงทุนจริงในปี 2569 วงจรดิจิทัลใหม่กำลังก่อตัว และไทย “ต้องคว้าให้ได้”
    2. ท่องเที่ยว: เครื่องยนต์เก่า…กำลังติดไฟใหม่ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 34 ล้านคน โดยตลาดอินเดีย รัสเซีย ยุโรปฟื้นแรง ส่วนจีนกำลังกลับมาจากฐานต่ำ รอแค่จุดประกายอีกนิดเดียว
    3. ส่งออก: ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว พร้อมฟื้นกลับเข้าสู่รอบใหม่ หลังไตรมาส 4/2568 แตะ Bottom ปี 2569 จะเริ่มเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นตามภาคการผลิตโลก

    ด้วยเหตุนี้ บัวหลวงยังคงตั้งเป้า SET ปี 2569 ที่ 1,440 จุด EPS 90 บาทต่อหุ้น

    แต่ต้องยอมรับว่า ‘ตลาดทุนไทยไม่โดดเด่น’

    ในเกมการลงทุนระดับภูมิภาค ไทยกำลังอยู่ในจุดที่ “ปลายแถวของอาเซียน”

    • ยังไม่เชื่อมโยงเทรนด์ AI อย่างชัดเจน
    • ไม่มีบริษัทระดับโลกด้านชิปหรือแพลตฟอร์ม
    • เม็ดเงินยังไหลไปไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน
    • ในอาเซียน อินโดฯ–เวียดนามยังแซงหน้า

    ชัยพรพูดตรงๆว่า “ไทยต้องกระตุ้นตัวเองให้โดดเด่นขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลับมา”

    สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ มี 5 งานด่วน! ที่ต้องทำให้ได้

    1. แก้หนี้ครัวเรือนแบบตรงจุด ไม่งั้นการบริโภคจะเดินต่อไม่ได้
    2. สนับสนุน AI ให้ใช้จริง ไม่ใช่แค่สร้างความปลอดภัยของข้อมูล
    3. หยุดอัดฉีดเงิน-เริ่มปฏิรูปจริง เช่น Fast Pass BOI, FTA
    4. ท่องเที่ยวต้องเป็นวาระแห่งชาติ ดึงจีน–อินเดียกลับมาทันที
    5. จัดการคอร์รัปชัน เพราะความโปร่งใสคือทุนที่มีค่าที่สุดของประเทศ

    ภาพตลาดปี 2568 กว่าจะฟื้น ต้องฝ่าพายุใหญ่

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2568 ปรับตัวลดลงกว่า 8% หลายอย่างถาโถมจนตลาดผันผวนหนัก

    แต่ในช่วงปลายปี ตลาดเริ่มทรงตัวในกรอบ 1,280 – 1,320 จุด แม้ราคาหุ้นรวมยัง “แพงกว่า” ภูมิภาค ค่า P/E 14.5 เท่า

    โครงสร้างใหม่อย่าง FDI ดิจิทัล–ท่องเที่ยวฟื้น–มาตรการกระตุ้น คือสิ่งที่ช่วยไม่ให้ตลาดหลุดจุดต่ำสุดอีกครั้ง

    4 ธีมการลงทุนปี 2569

    “พิริยพล คงวาณิช” นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research บล.บัวหลวง ชู 4 ธีมการลงทุนปี 2569 เมื่อโลกหมุนเร็ว แต่ไทยยังมีของดีให้เก็บ

    1) การเติบโตของ Data Center & Digital Transformation
    หนุนกลุ่มไฟฟ้า–น้ำ–สื่อสาร
    หุ้นเด่น: WHAUP, GULF, ADVANC

    2) ฟื้นตัวอุตสาหกรรมโลก–ปิโตรฯ–อาหารสัตว์เลี้ยง
    Valuation ถูกมาก ใกล้วิกฤต 2008
    หุ้นเด่น: PTTGC, SCC, ITC

    3) หุ้นได้แรงหนุนจากรัฐ–กำไรโตต่อเนื่อง
    ค้าปลีก–ท่องเที่ยว–การเงิน
    หุ้นเด่น: CPN, CENTEL, AOT, MTC, TIDLOR

    4) ปันผลสูง–กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
    ได้ประโยชน์จากมาตรการ TISA
    หุ้นเด่น: KTB, SCB

    กลยุทธ์ใหญ่ปี 2569 “BARBELL STRATEGY”

    กระจายความเสี่ยง 3 สินทรัพย์

    • หุ้น 60% (ไทย 10%, ต่างประเทศผ่าน DR 50%)
    • ตราสารหนี้ 30%
    • ทองคำ 10%

    ทั้งนี้ ราคาทองคำ อาจแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ปี 2569 และเข้าสู่ Super Cycle ระยะที่ 3

    กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง คือ กลุ่มอสังหาฯ – ยานยนต์ เพราะเจอแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง ฟื้นตัวช้า

    ในปี 2569 จะไม่ใช่ปีที่ไทย “หวังฟลุค” แต่คือปีที่ไทยต้อง “ลงมือเปลี่ยนจริง” ชัยพรทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ถ้าไทยอยากโต ต้องกล้าปฏิรูป และทำให้ตลาดทุนกลับมาน่าสนใจอีกครั้งไม่ใช่แค่หวังว่าเศรษฐกิจโลกจะช่วยเรา”

    ปีหน้าอาจไม่ใช่ปีที่ง่ายที่สุดแต่อาจเป็นปีที่สำคัญที่สุดสำหรับการวางรากฐานใหม่ของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/733980&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04FdfcpqqOYuNRETjBLSGP

  • ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และประมวลผลเพื่อสนับสนุนประสานงาน รวบรวมข้อมูลในการสื่อสารบริการนักท่องเที่ยว

    ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และประมวลผลเพื่อสนับสนุนประสานงาน รวบรวมข้อมูลในการสื่อสารบริการนักท่องเที่ยว

    ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และประมวลผลเพื่อสนับสนุนประสานงาน รวบรวมข้อมูลในการสื่อสารบริการนักท่องเที่ยว

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในหลายจังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี โดยมี อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ยังคงติดค้างอยู่ในโรงแรม ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ ททท.จึงได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ขึ้น ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นช่องทางสื่อกลางในการสนับสนุนประสานความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว พร้อมติดตามสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่ออัปเดตและสื่อสารสถานการณ์การเดินทางในพื้นที่ไปยังประชาชน นักท่องเที่ยว พันธมิตรบริษัทนำเที่ยว และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการเดินทางและลดผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด รวมถึงเร่งประเมินผลกระทบทางด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล เพื่อเตรียมวางแผนมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางและฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

    สำหรับมาตรการของ ททท. ในระยะแรก จะดำเนินการประสานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยประสานระหว่างสถานทูตและสถานกงสุล รวมถึงบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับแจ้งการตกค้างของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ และประสานกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากโรงแรมและสถานที่ต่าง ๆ สู่ศูนย์พักพิงนักท่องเที่ยวก่อนการเดินทางกลับ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย โดยในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา ททท. ได้รับแจ้งรายชื่อนักท่องเที่ยวและโรงแรมที่นักท่องเที่ยวติดค้างจากสถานกงสุลของประเทศต่างๆ ในพื้นที่ประสบเหตุ และได้ประสานขอความช่วยเหลือในพื้นที่เพื่อเร่งช่วยนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง นอกจากนี้ ททท. จะดำเนินมาตรการบริหารข่าว โดยติดตามการเผยแพร่ข่าวทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ การทำ fact sheet ข้อเท็จจริงรายวัน เพื่อสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ และพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดกับพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ วางแผนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในและนอกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมวางแผนมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ภายหลังภาวะวิกฤต เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทาง ททท. จะประเมินผลกระทบทางการท่องเที่ยว และปรับแผนการส่งเสริมตลาดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการจัดเทศกาล และอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

    ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลอัปเดตการเดินทางและเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสานงานกรณีเร่งด่วน ผ่านช่องทาง TAT Call Center: 1672 Travel Buddy และสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์ 1155

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/61880&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1axZUky1OpjEofuFivzdF-

  • น้ำท่วมหาดใหญ่ จับตา “ภาคท่องเที่ยว” แต่เศรษฐกิจรวมยังกระทบจำกัด

    น้ำท่วมหาดใหญ่ จับตา “ภาคท่องเที่ยว” แต่เศรษฐกิจรวมยังกระทบจำกัด

    ภาคใต้กำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 8.2% ของเศรษฐกิจไทย จากขนาดเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศที่มีมูลค่าราว 18 ล้านล้านบาท และถ้าโฟกัสแบบเจาะจง จังหวัดสงขลา ซึ่งรวมถึงเมืองท่องเที่ยวใหญ่อย่างหาดใหญ่ มีสัดส่วนเศรษฐกิจต่อทั้งประเทศราว 1.5%

    Pi Research วิเคราะห์สถานการณ์ ครั้งนี้ว่าภาพรวมผลกระทบที่เกิดขึ้น “ค่อนข้างจำกัด” แต่สิ่งที่ “กระทบจริง” และต้องจับตาคือ ภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ผ่านด่านชายแดนเข้ามาเที่ยวหาดใหญ่เป็นหลัก

    Pi Securities
    มุมมองจากนักวิเคราะห์ Pi ระบุเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างจำกัด

    ซึ่งช่วงน้ำท่วมแบบนี้อาจทำให้จำนวนลดลงชั่วคราว และส่งผลทางอ้อมต่อร้านค้า – โรงแรม – ธุรกิจในพื้นที่ขณะที่ผลกระทบต่อหุ้นมีเช่นกัน แต่ยังอยู่ในวงจำกัดมาก คือ

    • โรงแรมอย่าง CENTEL มีโรงแรมในพื้นที่แค่แห่งเดียว
    • ส่วน ERW มีสองแห่ง และสัดส่วนรายได้จากหาดใหญ่ก็ไม่ได้มากเมื่อเทียบกับทั้งบริษัท
    • หุ้นขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวและค้าปลีก เช่น AOT BJC CPALL CPN OR ก็อาจมีผลกระทบบ้างเหมือนกัน แต่ก็ถือว่าสัดส่วนรายได้น้อย ไม่ได้กระทบต่อการดำเนินกิจการโดยรวมของบริษัท
    • และพอวิกฤตน้ำท่วมผ่านไป สิ่งที่น่าจะเห็นหลังจากนั้น คือ “เฟสซ่อมแซมบ้าน-ร้านค้า” ซึ่งตรงนี้กลับกลายเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง–ซ่อมแซมบ้านอย่าง DOHOME และ HMPRO 

    ดังนั้น ภาพรวม คือ แม้น้ำท่วมจะทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ชะลอชั่วคราว แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศยังอยู่ในกรอบจำกัด

    อย่างไรก็ดี มีโอกาสที่ประมาณการเศรษฐกิจจะถูกปรับลงได้ จากภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นช้ากว่าคาดและมีประเด็นดังกล่าวกดดัน และจะยิ่งทำให้ธปท.มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะ “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/262264&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KXDYm4T5ETyXbeGlrMweZ

  • ‘น้ำท่วมภาคใต้’ ซัดท่องเที่ยว ‘ททท.’ เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ อุ้มตลาดช่วงปลายปี

    ‘น้ำท่วมภาคใต้’ ซัดท่องเที่ยว ‘ททท.’ เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ อุ้มตลาดช่วงปลายปี

    ธุรกิจ

    ‘น้ำท่วมภาคใต้’ ซัดท่องเที่ยว ‘ททท.’ เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ อุ้มตลาดช่วงปลายปี

    25 พ.ย. 2025 เวลา 9:00 น.

    ‘น้ำท่วมภาคใต้’ ซัดท่องเที่ยว ‘ททท.’ เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ อุ้มตลาดช่วงปลายปี

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย พร้อมติดตามประเมินสถานการณ์ผลกระทบทางการท่องเที่ยว และสื่อสารมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ ชงมาตราการส่งเสริมการขายและและส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้าพื้นที่ช่วงปลายปี

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของ ททท. ติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่(น้ำท่วมภาคใต้) จังหวัดสงขลา ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวและได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยทุกพื้นที่เร่งจัดทำรายงานสถานการณ์ ติดตามและประเมินผลกระทบของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่ออัปเดตสถานการณ์การเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนสำนักงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักที่เดินทางเข้าหาดใหญ่ ได้เร่งสื่อสารสถานการณ์ไปยังพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้ทราบข้อมูลรายวัน ทั้งการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และอัปเดตแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางได้ตามปกติ เพื่อลดผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด  และรวมถึงเร่งประเมินผลกระทบทางด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล

    นอกจากนี้ ททท. ยังได้ดำเนินการสื่อสารมาตรการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเดินทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ท่าอากาศยาน สายการบิน การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยระยะต่อไป เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลาย ททท. จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

    ซึ่งปัจจุบันได้เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ และส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรมในช่วงปลายปี อาทิ เทศกาล Countdown หาดใหญ่ เทศกาลตรุษจีน และอีเวนต์อื่นๆ อื่นๆ รวมถึงชงมาตรการส่งเสริมการขายหรือ มาตรการฟื้นฟูด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหนัก ที่จะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ และช่วยเหลือผู้ประกอบการและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ ท่าอากาศยาน  ในพื้นที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ  โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการให้บริการได้ ดังนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ หมายเลขโทรศัพท์ 074-227-000, 074-227001-3,  ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช หมายเลขโทรศัพท์ 075-450-545, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หมายเลขโทรศัพท์ 077-441-230, ท่าอากาศยานตรัง หมายเลขโทรศัพท์ 075-572-152-4, ท่าอากาศยานนราธิวาส หมายเลขโทรศัพท์ 073-511-161 โดยสำหรับพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา สายการบินต่าง ๆ ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้

    ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook ของสายการบิน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  สายการบินไทย หมายเลขโทรศัพท์ 023-561-111 หรือ ตัวแทนจำหน่ายของการบินไทย สายการบินนกแอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 1318 สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส หมายเลขโทรศัพท์ 1771 หรือ 02-270-6699 (8.00-20.00 น.) สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 529 – 9999

    ขณะที่ การเดินทางเส้นทางรถไฟ นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการเดินรถได้แบบเรียลไทม์ผ่าน เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย ttsview.railway.co.th/v3/floodingNST/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ และศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลอัปเดตการเดินทางและเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสานงานกรณีเร่งด่วน ผ่านช่องทาง TAT Call Center:  1672 Travel Buddy และสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์ 1155 รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จังหวัดสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 074-311573

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1209082&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hAFH21QklowhwVU3FIXbA

  • ตร.ท่องเที่ยวกระบี่บูรณาการลุยสุ่มตรวจสารเสพติดกลางอ่าวนาง | TOPNEWS

    ตร.ท่องเที่ยวกระบี่บูรณาการลุยสุ่มตรวจสารเสพติดกลางอ่าวนาง | TOPNEWS

    วันที่ 25 พ.ย. 2568 กองกำกับการ 2 บก.ทท.3 โดย ส.ทท.3 (กระบี่) ดำเนินการตามคำสั่ง บช.ทท. ที่ 0038.132/5014 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ในการปฏิบัติการสุ่มตรวจสารเสพติดภายใต้ โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว และโครงการ Strong Tourism Community (S.T.C.) เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่

    พ.ต.ท.สราวุฒิ เกาะกลาง สว.ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังตำรวจท่องเที่ยว พร้อมบูรณาการร่วมกับ ตำรวจสภ.อ่าวนาง กองร้อย อส.จังหวัดกระบี่ ที่ 1 ลงพื้นที่สุ่มตรวจสารเสพติด ณ อ่าวนางแลนด์มาร์ค ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหนาแน่นในช่วงไฮซีซั่น

    การตรวจครั้งนี้ครอบคลุมบุคคลในวงจรการท่องเที่ยว ได้แก่ ผู้ประกอบการร้านค้าในโซนอ่าวนางแลนด์มาร์ค เจ้าหน้าที่การ์ดสถานบริการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานบริการในพื้นที่ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวกระบี่ให้เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1402962&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Hjc4usjWM8WNg7Xfmkm9e

  • เอไอเอส เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ยกระดับการสื่อสารดูแลประชาชน

    เอไอเอส เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ยกระดับการสื่อสารดูแลประชาชน

    ไอที

    เอไอเอส เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ยกระดับการสื่อสารดูแลประชาชน

    วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 22.04 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เอไอเอส เคียงข้างผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ยกระดับการสื่อสารดูแลประชาชน

    มอบค่าโทร–เน็ตฟรี ขยายวันใช้งานและเวลาชำระค่าบริการมือถือ–เน็ตบ้าน พร้อมดูแลเครือข่าย 24 ชั่วโมง

    ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ภาคใต้ ที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เอไอเอสในฐานะเครือข่ายดิจิทัลที่พร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์วิกฤต ได้ร่วมทำงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อยกระดับบริการสื่อสารช่วงเวลาอันท้าทายครั้งนี้ โดยระดมศักยภาพโครงข่ายและทีมงานลงพื้นที่ดูแลลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ให้การติดต่อสื่อสารและการเข้าถึงบริการดิจิทัลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือแบบรอบด้าน ดังนี้

    มอบค่าโทร 100 นาที และอินเทอร์เน็ต 10GB ให้ลูกค้ามือถือทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน ใช้งานได้ 7 วัน โดยเอไอเอสอำนวยความสะดวกในการมอบสิทธิ์ให้โดยอัตโนมัติสำหรับลูกค้าในพื้นที่ประสบภัย โดยไม่ต้องกดรับสิทธิ์ และจะมี SMS แจ้งยืนยัน

    ขยายระยะเวลาชำระค่าบริการให้ลูกค้ามือถือรายเดือน และลูกค้า AIS 3BB FIBRE3 รวมถึงขยายวันใช้งานให้กับลูกค้าระบบเติมเงินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

    เสริมบริการ AIS Free WiFi ที่ศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสารและข้อมูลข่าวสารได้อย่างต่อเนื่อง

    พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังดูแลเสถียรภาพโครงข่ายอย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์และพร้อมปรับแผนรองรับตลอด 24 ชั่วโมง เอไอเอสขอยืนยันว่าจะยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวใต้และคนไทยทุกคน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

    #AIS #เครือข่ายเคียงข้างคนไทย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/455949&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KB18kRkUaewcVhuTMhusS

  • หอการค้าเร่งช่วยใต้ ลุยฝ่าวิกฤตโลจิสติกส์น้ำท่วม

    หอการค้าเร่งช่วยใต้ ลุยฝ่าวิกฤตโลจิสติกส์น้ำท่วม

    หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ หลังน้ำท่วมรุนแรงในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และหลายจังหวัดส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อประชาชน เศรษฐกิจท้องถิ่น ตลอดจนภาคขนส่งและซัพพลายเชนที่ล่าช้าหรือหยุดชะงักในหลายเส้นทาง

    พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์ได้รวบรวมสิ่งของจำเป็น อาหารแห้ง และถุงยังชีพจำนวนมากเพื่อจัดส่งลงภาคใต้ แต่การกระจายของยังประสบปัญหา เนื่องจากเส้นทางหลายจุดถูกน้ำตัดขาด รถบรรทุกไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ตามปกติ ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มสูงและกระทบต่อการส่งความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

    เสนอรัฐเร่งตั้งศูนย์บริจาค–สนับสนุนระบบลำเลียง

    หอการค้าไทยได้รายงานและหารือเรื่องอุปสรรคกับนายกรัฐมนตรีในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ โดยเสนอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่
    1. ตั้งศูนย์รับบริจาคส่วนกลางที่กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมของจากเอกชนและประชาชน
    2. สนับสนุนระบบขนส่ง-ลำเลียงลงพื้นที่สงขลาและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อกระจายความช่วยเหลือตามหลักการบริหารภาวะฉุกเฉิน
    3. อำนวยความสะดวกเส้นทางเข้าสู่พื้นที่เข้าถึงยาก ลดปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์

    เอกชนร่วมสมทบคึกคัก จากปลากระป๋อง-เตียงกระดาษ ถึงรถซ่อมจากโตโยต้า

    นายพจน์ระบุว่า ภาคธุรกิจหลายแห่งตอบรับร่วมช่วยเหลือ อาทิ
    • ปลากระป๋อง Sea Value 100,000 กระป๋อง
    • มาม่า 350 ลัง
    • น้ำดื่มจากสิงห์และช้าง
    • เตียงกระดาษ SCG และไข่ไก่จากหอการค้านครนายก
    • คาราวานช่วยเหลือจาก Toyota
    รวมถึงการประสาน Toshiba ช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และ SCG สนับสนุนวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือน

    thaichamber-southern-flooding-logistics-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ภาคการเงินยังเตรียมมาตรการพักหนี้–ลดหนี้–ขยายเวลาชำระ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

    เดินหน้าฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด

    นอกจากการช่วยเหลือเร่งด่วน หอการค้าไทยเตรียมประสานเครือข่ายเอกชนเพื่อร่วมฟื้นฟูโครงสร้างเมืองและยานพาหนะที่เสียหาย รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด

    “นี่คือเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยพี่น้องชาวใต้ให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ หอการค้าไทยจะเดินหน้าประสานทั้งรัฐและเอกชน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด”

    — ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าว

    เปิดรับบริจาคช่วยภาคใต้
    ผู้ประสงค์ร่วมสมทบทุนสามารถบริจาคผ่าน
    มูลนิธิพาณิชย์สงเคราะห์
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาเสาชิงช้า (ออมทรัพย์)
    เลขที่บัญชี 004-2-39457-2
    เงินบริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

    thaichamber-southern-flooding-logistics-SPACEBAR-Photo02-1.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/thaichamber-southern-flooding-logistics&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Hnxmnbcaeev7ZjzTmP8we

  • สหประชาชาติเผย สงคราม 2 ปีฉนวนกาซา ทำลายเศรษฐกิจปาเลสไตน์

    สหประชาชาติเผย สงคราม 2 ปีฉนวนกาซา ทำลายเศรษฐกิจปาเลสไตน์

    25 พฤศจิกายน 2568, 22:00น.

              การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (United Nations Conference on Trade and Development ; UNCTAD) เผยแพร่รายงาน ระบุว่า สงครามในฉนวนกาซาที่เกิดขึ้นเป็นเวลา 2 ปี ร่วมด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจของปาเลสไตน์ล่มสลาย ความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ที่สร้างผลผลิต และบริการสาธารณะ ทำให้ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมถดถอยลง

              เศรษฐกิจหดตัวร้อยละ 87 ในช่วงปี 2566-2567 ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ต่อหัวถดถอยลงไป 22 ปีกลับไปอยู่ที่ระดับปี 2546 เหลือเพียง 161 ดอลลาร์ (ราว 5,200 บาท) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในโลก ทำให้วิกฤตที่เกิดขึ้นจัดอยู่ในกลุ่มวิกฤตที่เลวร้ายที่สุด 10 อันดับแรกของโลก นับตั้งแต่ปี 2503 บ่งชี้ว่าดินแดนแห่งนี้ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากนานาชาติเป็นวงกว้าง โดยอาจใช้งบประมาณมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ และอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายสิบปี

              ส่วนเศรษฐกิจในเขตเวสต์แบงก์ถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการบันทึกข้อมูลในปี 2515 เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการเข้าถึง ประกอบกับการสูญเสียโอกาสในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ มีการใช้ความรุนแรง การขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานอย่างรวดเร็ว และข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงาน

              รายงานของอังค์ถัด เรียกร้องให้มีแผนการฟื้นฟูที่ครอบคลุม โดยรวบรวมการประสานงานความช่วยเหลือระหว่างประเทศ การฟื้นฟูระบบการคลัง และมาตรการต่างๆ เพื่อลดข้อจำกัดด้านการค้า การเคลื่อนย้าย และการลงทุน นอกจากนี้ ประชากรทั้งหมดในกาซากำลังเผชิญกับความยากจนอย่างรุนแรง จึงเสนอให้ใช้ระบบสวัสดิการรายได้พื้นฐานฉุกเฉิน (universal emergency basic income) ซึ่งเป็นการจัดสรรเงินสดรายเดือนให้กับทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข

    #ปาเลสไตน์

    #สหประชาชาติ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156826&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TN4Rlkf95sjWogo6332LN

  • สถานการณ์เศรษฐกิจฮังการี 2025: ความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือของฮังการีที่เมืองตรีเอสเต้ ประเทศอิตาลี และการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซฮังการีสู่ต่างประเทศ

    สถานการณ์เศรษฐกิจฮังการี 2025: ความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือของฮังการีที่เมืองตรีเอสเต้ ประเทศอิตาลี และการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซฮังการีสู่ต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/r5k8filedzl36t6bm2tecywq&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1__5H7V2TUOw6e0x9bdkn0