Blog

  • ‘สหรัฐ’ แจง UN จะบั่นทอนเศรษฐกิจเวเนฯ ถึงที่สุด ทูตโต้ ‘อเมริกาคือภัยคุกคาม’

    ‘สหรัฐ’ แจง UN จะบั่นทอนเศรษฐกิจเวเนฯ ถึงที่สุด ทูตโต้ ‘อเมริกาคือภัยคุกคาม’

    Geopolitics

    24 ธ.ค. 2025 เวลา 13:00 น.

    ‘สหรัฐ’ แจง UN จะบั่นทอนเศรษฐกิจเวเนฯ ถึงที่สุด ทูตโต้ 'อเมริกาคือภัยคุกคาม'

    ไมค์ วอลต์ซ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ย้ำสหรัฐจะคว่ำบาตรเต็มที่ ตัดทอนเศรษฐกิจเวเนซุเอลา ถึงที่สุด ฝ่ายทูตลาตินโต้ ‘อเมริกาคือภัยคุกคาม’

    สหรัฐชี้แจงกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันอังคาร (23 ธ.ค.) ว่า จะกำหนดและบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเต็มที่เพื่อตัดทอนทรัพยากรของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ขณะที่รัสเซียเตือนว่าชาติลาตินอเมริกาอื่นๆ อาจเป็นรายต่อไป

    รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิบัติการปราบปรามเรือต้องสงสัยค้ายาเสพติดนอกชายฝั่งเวเนซุเอลาและชายฝั่งแปซิฟิกของลาตินอเมริกามาหลายเดือนแล้ว และขู่โจมตีแผ่นดินเวเนฯ

    ไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าว

    “ภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดอย่างหนึ่งต่อซีกโลกนี้ ต่อประเทศเพื่อนบ้านของเราและสหรัฐ คือ กลุ่มก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ”

    สหรัฐยังได้ยกระดับการมีอยู่ของกองทัพในภูมิภาค และทรัมป์ได้ประกาศปิดล้อมเรือบรรทุกนำมันทั้งหมดที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรตลอดเดือนนี้ หน่วยยามฝั่งสหรัฐได้สกัดเรือน้ำมันสองลำในทะเลแคริบเบียน ทั้งสองลำเต็มไปด้วยน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา หน่วยยามฝั่งยังได้ไล่ลาเรือบรรทุกเปล่าลำที่ 3 ที่กำลังเข้าใกล้ชายฝั่งของประเทศสมาชิกโอเปกแห่งนี้ด้วย

    “ความจริงของสถานนี้คือ เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรดำเนินการในฐานะเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจหลักของมาดูโร และระบอบการปกครองที่ผิดกฎหมายของเขา เรือ(บรรทุกน้ำมัน)ที่ถูกคว่ำบาตรยังให้เงินทุนกับกลุ่มก่อการร้ายยาเสพติด Cartel de Los Soles ด้วย” วอลต์ซ กล่าว

    ด้านวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็นกล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงว่า “การแทรกแซงที่กำลังเกิดขึ้นนี้อาจกลายเป็นต้นแบบของการใช้กำลังต่อรัฐในลาตินอเมริกาในอนาคต” โดยอ้างถึงเอกสารยุทธศาสตร์ล่าสุดของทรัมป์ที่ระบุว่าสหรัฐจะกลับมามีอำนาจเหนือกว่าในซีกโลกตะวันตกอีกครั้ง

    อนึ่ง วอลต์ซขึ้นพูดหลังจากเนเบนเซีย และไม่ได้ตอบกลับคำพูดของฝ่ายรัสเซีย

    ส่วนซุน เล่ย รองเอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น เรียกร้องให้สหรัฐยุติการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในทันที และหลีกเลี่ยงขยายความขัดแย้งมากขึ้น

    ชามูแอล มอนคาดา เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำยูเอ็น กล่าวกับสภาความมั่นคงยูเอ็น

    “ขอชี้แจงให้ชัดเจนอีกครั้ง ไม่มีสงครามในแคริบเบียน ไม่มีความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างประเทศ หรือที่ไม่ใช่ระหว่างประเทศนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการที่รัฐบาลสหรัฐพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำของตนโดยอ้างอิงกฎแห่งสงครามนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ” และย้ำ  “ภัยคุกคามไม่ใช่เวเนซุเอลา ภัยคุกคามคือรัฐบาลสหรัฐ”

    ทั้งนี้ เวเนซุเอลาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียและจีน ได้ขอให้มีการจัดประชุมดังกล่าวในวันอังคาร ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลา 

    เวเนซุเอลาผ่านกฎหมายต่อต้านโจรสลัด-การปิดล้อม

    รัฐสภาเวเนซุเอลาผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยกฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้ลงโทษบุคคลใดก็ตามที่สนับสนุนหรือให้เงินทุนแก่สิ่งที่เรียกว่าเป็น “โจรสลัด” หรือ “การปิดล้อม” ต้องโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี

    กฎหมายดังกล่าว ซึ่งรวมกรณีอาชญากรรมระหว่างประเทศด้วยนั้น มีขึ้นหลังจากสหรัฐปฏิบัติการต่อต้านเรือขนส่งน้ำมันของเวเนซุเอลา

    ร่าง “กฎหมายรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือและการพาณิชย์ ต่อต้านการโจรสลัด การปิดล้อม และการกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศอื่นๆ” ได้รับเสนอเมื่อวันจันทร์ (22 ธ.ค.) จากจูเซปเป อเลสซานเดรลโล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล

    ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติ กล่าวในช่วงท้ายของการประชุมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกส่งไปยังฝ่ายบริหารเพื่อขออนุมัติ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1213614&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3R8W8sxswEYdDJg5HqFL9y

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • ธนาคารโลกชี้สงครามกลางเมืองฉุดเศรษฐกิจซูดานรุนแรง

    ธนาคารโลกชี้สงครามกลางเมืองฉุดเศรษฐกิจซูดานรุนแรง

    รายงานล่าสุดของธนาคารโลก (World Bank) สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลึกและรุนแรงของสงครามกลางเมืองในซูดานต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และระบบการค้า โดยระบุว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2566 ได้สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศตกอยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรง

    รายงานฉบับแรกของธนาคารโลกเรื่อง Sudan Economic Update 2025: The Economic and Social Consequences of the Conflict ระบุว่า เศรษฐกิจซูดานในปีแรกของสงครามหดตัวเกือบหนึ่งในสาม และมีแนวโน้มถดถอยต่อเนื่องหากสถานการณ์ยังไม่ยุติ ภาคอุตสาหกรรมและบริการซึ่งเป็นหัวใจของการจ้างงานในเขตเมืองได้รับผลกระทบหนักจากการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการปิดกิจการจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงคาร์ทูมซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ  ธนาคารโลกยังใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายแสงไฟยามค่ำคืนเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่าความสว่างในหลายพื้นที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 60 สะท้อนการหยุดชะงักของธุรกิจ การขนส่ง และการใช้พลังงาน ขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณร้อยละ 32 ก่อนสงคราม เป็นเกือบร้อยละ 47 ในช่วงความขัดแย้ง โดยแรงงานนอกระบบและแรงงานรายวันได้รับผลกระทบมากที่สุด

    นอกจากนี้ รายงานฉบับที่สอง The Economic and Social Consequences of the Conflict: Charting a Path to Recovery ชี้ให้เห็นว่า สงครามได้ผลักดันให้ประชากรซูดานมากกว่าร้อยละ 70 ตกอยู่ใต้เส้นความยากจนขั้นรุนแรง รายได้ครัวเรือนลดลงอย่างมาก ขณะที่เงินเฟ้อพุ่งสูงจากการขาดแคลนสินค้า การอ่อนค่าของเงินปอนด์ซูดาน และการหยุดชะงักของระบบการนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเวชภัณฑ์ อีกทั้งภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศและเคยเป็นความหวังด้านความมั่นคงทางอาหาร ถูกกระทบอย่างหนักจากการสู้รบในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ เช่น รัฐอัลญะซีเราะห์ การขาดแคลนแรงงาน ปัจจัยการผลิต และการเข้าถึงตลาด ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และซ้ำเติมวิกฤตด้านอาหารในประเทศ

    ธนาคารโลกประเมินว่า หากซูดานสามารถยุติความขัดแย้งและเริ่มกระบวนการฟื้นฟูได้ เศรษฐกิจยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวในระยะกลาง โดยเฉพาะจากภาคเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และการค้าชายแดน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยเสถียรภาพทางการเมือง การฟื้นฟูสถาบันรัฐ และการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    ข้อเสนอแนะ/ข้อสังเกต  

    • สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไคโร เห็นว่า จากมุมมองด้านการค้าระหว่างประเทศ สถานการณ์ในซูดานปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากในระยะสั้น การค้าระหว่างประเทศเผชิญอุปสรรคทั้งด้านโลจิสติกส์ การชำระเงิน และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ โดยระบบธนาคารและการเงินของซูดานยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างปกติ  สำหรับในระยะยาว ซูดานยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารแปรรูป ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องจักรกลการเกษตร และสินค้าเพื่อการฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง เช่น วัสดุก่อสร้าง และสินค้าเกี่ยวกับสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ความต้องการนำเข้าสินค้าจำเป็นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

    • ผู้ประกอบการไทยควรรอจังหวะและสร้างเครือข่ายผ่านประเทศเพื่อนบ้านหรือพันธมิตรทางการค้าในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดซูดานในอนาคต นอกจากนี้ ไทยยังสามารถมีบทบาทในความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของไทย

    • อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมโดยตรงในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่สงบ ตรวจสอบคู่ค้าอย่างรอบคอบ ใช้เครื่องมือประกันความเสี่ยงทางการค้า และติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและข้อจำกัดด้านการโอนเงิน

    • ทั้งนี้ รายงานของธนาคารโลกทั้งสองฉบับสะท้อนภาพเศรษฐกิจซูดานที่ได้รับความเสียหายอย่างลึกซึ้งจากสงครามกลางเมือง ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นเส้นทางการฟื้นฟูในระยะยาว หากสามารถสร้างสันติภาพและเสถียรภาพได้ สำหรับไทย แม้การค้าในปัจจุบันจะเผชิญข้อจำกัดสูง แต่การเตรียมความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์และการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน จะช่วยให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจในซูดานได้เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/pdfiwkhrlf7eumi71gx9h16n&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w6_Uqr_wQnRa5MxJT_eD7

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 เก็บภาพสวยและความทรงจำดี ๆ รับต้นปี

              ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ชวนออกไปสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติสวย เที่ยวพักผ่อน ชาร์จพลัง พร้อมเก็บภาพความทรงจำดี ๆ เริ่มต้นปีใหม่

              เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการออกเดินทางเติมพลังให้ตัวเอง เดือนมกราคม 2569 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศสดชื่น รอบตัวเต็มไปด้วยความสวยงามและโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการสร้างความทรงจำ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 การออกไปเที่ยวและเก็บภาพความประทับใจถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ว่าแต่จะมีที่ไหน มาเช็กลิสต์ไปพร้อมกันเลย

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569

    1. ดอยวาวี จังหวัดเชียงราย

              ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดือนมกราคม 2569 โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มต้นปีท่ามกลางอากาศเย็นสบายและบรรยากาศเรียบง่ายบนดอยสูง ช่วงต้นปีอุณหภูมิกำลังดี มีหมอกบาง ๆ ลอยคลอไปตามสันเขา สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย เสน่ห์ของดอยวาวีอยู่ที่ไร่ชาขั้นบันได วิถีชีวิตชุมชนบนดอย และกลิ่นกาแฟหอม ๆ จากแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพ เดินเล่นชมวิวภูเขาสลับซับซ้อนในยามเช้า นั่งจิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ มองทะเลหมอกไกลสุดสายตา เป็นประสบการณ์เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอรรถรส เหมาะกับการพักใจและเก็บความทรงจำดี ๆ ต้อนรับปีใหม่อย่างช้า ๆ และละมุน

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ดอยวาวี

    2. ดอยจิกจ้องฆ้องคำ จังหวัดลำปาง

              ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและอยู่นอกกระแส แต่กลับมีเสน่ห์ตรงความสงบและความเป็นธรรมชาติ ช่วงเดือนมกราคมอากาศเย็นสบายค่อนไปทางหนาว เหมาะกับการเดินป่าระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตรที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ ไม่โหดจนเกินไป ด้านบนสามารถกางเต็นท์ นอนเปล หรือพักในศาลาหน้าองค์พระได้ ท่ามกลางวิวภูเขาที่โอบล้อม หากโชคดีอาจได้เห็นทะเลหมอกบาง ๆ ในยามเช้า เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากเริ่มต้นปีด้วยความเรียบง่าย ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และใช้เวลากับตัวเองอย่างช้า ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นและบรรยากาศเงียบสงบ

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ดอยจิกจ้องฆ้องคำ

    3. อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย จังหวัดราชบุรี

              หมุดหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อน เพราะเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นที่สุดของปีและมีโอกาสสูงที่จะได้สัมผัสกับไอหมอกลอยกรุ่นเหนือผิวน้ำยามเช้า ให้บรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋ง ด้วยทัศนียภาพของแนวป่าสนโอบล้อมผืนน้ำกว้าง และมีฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน โดยกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการพายเรือคายัคชมวิวท่ามกลางลมหนาว การจิบกาแฟในคาเฟ่ชิคๆ ริมอ่างเก็บน้ำ หรือเลือกกางเต็นท์นอนดูดาวในคืนที่ฟ้าเปิดและสงบเงียบ ซึ่งหากไปในช่วงวันธรรมดาคุณจะได้สัมผัสกับความสงบที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาเติมพลังกายพลังใจในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย

    • ที่อยู่ : บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี

    4. วัดมณีวงศ์ จังหวัดนครนายก

              ที่เที่ยวสายศรัทธาและศิลปะที่น่าแวะ เหมาะกับการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำบุญและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ช่วงต้นปีอากาศเย็นสบาย ทำให้การเดินชมวัดเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ไฮไลต์ของที่นี่คือสถาปัตยกรรมภายในถ้ำพญานาคที่งดงามและอลังการ ประดับด้วยแสง สี และลวดลายที่ชวนให้ตื่นตา สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์แต่แฝงด้วยความร่วมสมัย เหมาะสำหรับทั้งสายมู สายถ่ายรูป และคนที่อยากใช้เวลาสงบ ๆ เพื่อขอพร เสริมสิริมงคล และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังใจที่ดีในบรรยากาศที่แตกต่างจากวัดทั่วไป

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 วัดมณีวงศ์

    • ที่อยู่ : บ้านหนองกระพ้อ ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
    • เฟซบุ๊ก : วัดมณีวงศ์

    5. สะพานทุ่งนาน้อยเขาหล่น จังหวัดนครนายก

              พิกัดพักผ่อนไว้หลีกหนีความวุ่นวายมาสูดอากาศบริสุทธิ์ใกล้กรุงเทพฯ เพราะเป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินทอดน่องบนสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวเหนือทุ่งกว้าง ซึ่งแม้จะผ่านพ้นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวมาแล้ว แต่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบวิถีเกษตรที่เงียบสงบ มีกลิ่นอายความสดชื่นของลมหนาวพัดผ่านทิวเขาเป็นฉากหลัง และยังสามารถนั่งจิบกาแฟในร้านเล็ก ๆ ริมทุ่งเพื่อชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้านับเป็นจุดเช็คอินที่ “น้อยแต่มาก” ในเรื่องความรู้สึก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเบียดเสียดกับผู้คนในช่วงวันหยุดยาว

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 สะพานทุ่งนาน้อยเขาหล่น

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สะพานทุ่งนาน้อยเขาหล่น

    6. ทุ่งคอสมอสน้องบุญทิ้ง จังหวัดสระบุรี

              สวรรค์ของคนรักดอกไม้ที่เดินทางง่ายใกล้กรุงเทพฯ โดยในช่วงเวลานี้ดอกคอสมอสหลากหลายสายพันธุ์จะพร้อมใจกันบานสะพรั่ง ด้วยอากาศที่เย็นสบายในช่วงเช้าและเย็นของต้นปี ทำให้สามารถเดินถ่ายรูปท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ได้แบบไม่เหนื่อยล้า และจุดเด่นที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใครคือการจัดวางพร็อพถ่ายรูปเก๋ ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่เที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มองหาจุดพักผ่อนแบบไปเช้าเย็นกลับ (One Day Trip) ที่ยังคงความสดใหม่และมอบพลังบวกผ่านสีสันอันสดใสของธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยม

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม

    • เวลาเปิดให้เข้าชม : วันที่ 13 ธันวาคม 2568 – 15 กุมภาพันธ์ 2569
    • ที่อยู่ : บ้านหนองจาน อำเภอเฉลิมพระเกรียติ จังหวัดสระบุรี
    • เฟซบุ๊ก : น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม

    7. ซับสะเตเล จังหวัดชัยภูมิ

              แหล่งท่องเที่ยวอันซีนบนเทือกเขาพัง ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและอากาศหนาวเย็นกำลังดี อุณหภูมิราว 12–16 องศา ยิ่งเพิ่มความสดชื่นให้ทุกการเดินทาง ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือทุ่งดอกคอสมอสขนาดใหญ่กว่า 55 ไร่ ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ดอกไม้จะบานสะพรั่งรับลมหนาวพอดี สีสันอ่อนหวานตัดกับฉากหลังของภูเขา ชวนให้เดินเล่นช้า ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ และเก็บภาพความประทับใจในช่วงเริ่มต้นปีใหม่อย่างละมุนและผ่อนคลาย

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ซับสะเลเต

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ซับสะเลเต Music Festival

    8. ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

              เดือนมกราคม 2569 นับเป็นช่วงเวลาที่ดอกบัวแดงบานสะพรั่งเต็มผืนน้ำ สร้างภาพวิวสีชมพูอมแดงสุดละมุนตัดกับท้องฟ้าและแสงอ่อนยามเช้า การล่องเรือชมบัวในช่วงเช้าตรู่ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและหมอกบาง ๆ ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และโรแมนติกอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นเสน่ห์เฉพาะของต้นปีที่หาไม่ได้ในช่วงอื่น เหมาะทั้งสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยบรรยากาศดี ๆ และเก็บภาพความประทับใจของธรรมชาติที่สวยงามแบบเรียบง่ายแต่ตรึงใจ

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี

    9. วนอุทยานภูบ่อบิด จังหวัดเลย

              จุดเช็กอินที่มอบประสบการณ์การชมทะเลหมอกกลางเมือง เพราะเป็นช่วงที่อากาศหนาวจัดจนส่งผลให้มีหมอกหนาปกคลุมตัวเมืองเลยทั้งเมืองเบื้องล่างในยามเช้า ไฮไลต์สำคัญคือการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูผ่านบันไดวนเพื่อไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และทัศนียภาพแบบ 360 องศา ขณะเดียวกันช่วงพลบค่ำ ก็จะเจอกับแสงไฟระยิบระยับของเมืองเลย นับเป็นจุดชมวิวที่เดินทางเข้าถึงง่ายมาก แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและอลังการเหมือนอยู่บนยอดเขาสูงไกลปืนเที่ยง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าป่าลึก

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 วนอุทยานภูบ่อบิด

    • ที่อยู่ : ถนนเจริญรัฐ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
    • เฟซบุ๊ก : ภูบ่อบิด

    10. วัดทางสาย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

              การมาเยือนในเดือนนี้จะช่วยให้เดินชมพุทธศิลป์และสักการะพระพุทธกิตติสิริชัยได้โดยไม่ร้อนจนเกินไป พร้อมรับลมหนาวจาง ๆ ที่พัดมาจากทะเลส่งผลให้อากาศบนยอดเขาเย็นสบายตลอดวัน ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการชมวิวแบบพาโนรามาของโค้งอ่าวบ้านกรูดที่ขนานไปกับแนวทิวสนเขียวขจี ซึ่งภาพผืนน้ำนิ่งสงบสีมรกตในเดือนมกราคมจะมีความสวยงามและให้บรรยากาศที่สงบนิ่งกว่าเดือนอื่น ๆ เหมาะสำหรับการมาเติมพลังงานบวกและเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลในสถานที่ที่ยังคงความเงียบสงบและไม่พลุกพล่านจนเกินไป

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 วัดทางสาย

    • ที่อยู่ : ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    11. อ่าวท่าเลน จังหวัดกระบี่

              จุดหมายที่เหมาะกับการหนีเมืองมารับลมต้นปีในเดือนมกราคม 2569 โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาที่ตั้งเรียงรายโอบล้อมผืนน้ำสีเขียวใส ช่วงต้นปีทะเลจะค่อนข้างสงบ อากาศดี เหมาะกับกิจกรรมพายคายัก ล่องไปตามช่องเขา ป่าโกงกาง และเวิ้งอ่าวเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างหน้าผาหิน การเคลื่อนไหวช้า ๆ บนผืนน้ำทำให้ได้ซึมซับธรรมชาติรอบตัวอย่างเต็มที่ ทั้งเสียงน้ำ เสียงลม และแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า เป็นประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกสดใหม่ เหมาะกับการเริ่มต้นปีด้วยจังหวะชีวิตที่เบาลงและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 อ่าวท่าเลน กระบี่

    • ที่อยู่ : ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

    12. เกาะไข่ จังหวัดพังงา

              ช่วงเดือนมกราคม 2569 คือช่วงเวลา “นาทีทอง” ที่ทะเลอันดามันจะมีความสวยงามถึงขีดสุด เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลใสสะอาดราวกระจกและมีคลื่นลมสงบนิ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำตื้น ไฮไลต์ของที่นี่คือความเงียบสงบในมุมลับ ๆ หากเลือกเดินทางในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน พบกับภาพน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ตัดกับโขดหินรูปทรงแปลกตาที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเกาะส่วนตัว นับเป็นจุดเช็กอินที่ตอบโจทย์ทั้งสายถ่ายรูปและคนรักธรรมชาติที่มองหาความงามแบบเรียบง่ายแต่ตราตรึงใจในทริปต้นปี

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 เกาะไข่ พังงา

    • ที่อยู่ : อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา

              เดือนมกราคม 2569 ยังมีที่เที่ยวสวย ๆ รอให้คุณออกไปค้นหาอีกมาก ช่วงต้นปีคือเวลาที่เหมาะกับการออกเดินทาง เก็บความสุขเล็ก ๆ ระหว่างทาง แล้วเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความทรงจำดี ๆ กัน ^ ^

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวปีใหม่ 2569 ที่เที่ยววันหยุดยาว อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297483.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_u9MulwENrcAxlESZCsH_

  • แอตต้า เปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ หวังดันต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคนปี 2569

    แอตต้า เปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ หวังดันต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคนปี 2569

    นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า แอตต้า ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เตรียมจัดงาน “ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม แอนด์ ไมซ์ เน็กซ์ 2026 (Thailand Tourism and MICE Next 2026) ในวันที่ 23 มกราคม 2569 ในการสร้างเวทีในการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ในลักษณะ International B2B Platform สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ของไทย ครอบคลุมทั้งตลาด Inbound, Outbound และ Domestic

    Thailand Tourism and MICE Next 2026 จะมีการจัด Business Matching มากกว่า 2,000 นัดหมาย ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ผ่านการเจรจาธุรกิจแบบ B2B ที่จะเกิดขึ้นการวางแผนการเดินทาง การจัดประชุมและนิทรรศการ รวมถึงความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต

    ทั้งนี้ในฝั่งผู้ซื้อ (buyers) แอตต้าจะเชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศจำนวน 300 ราย โดยส่วนใหญ่มาจากตลาดเอเชีย  รวมถึง 100 รายจากประเทศจีน นอกจากนี้ยังจะมี บริษัทนำเที่ยวไทย 500 ราย เข้าร่วมงาน โดยในฝั่งผู้ขาย (sellers) งานนี้จะมีผู้ประกอบการไทยประมาณ 250–300 ราย จากทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงผู้ประกอบการจากจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา และจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรง

    Thailand Tourism and MICE Next 2026

    หัวใจสำคัญของ Thailand Tourism and MICE Next 2026 คือ การสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถส่งต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    แอตต้าเชื่อมั่นว่าการจัดงานเทรดโชว์ครั้งนี้ควรทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้น (springboard) ในการผลักดันตลาดจีน ให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศอย่างน้อย วันละ 20,000 คน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้นปีหน้า และตลอดปี 2569 สมาคมยังมีแผนจัด โรดโชว์ในประเทศจีน และตลาดต่างประเทศสำคัญอื่น ๆ อีกหลายแห่ง

    นายธนพล ยังกล่าวต่อว่าสำหรับการท่องเที่ยวในปี 2569 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเกือบ 9 ล้านคนในปี 2569 เพิ่มเท่าตัวจากปีนี้ที่คาดว่าจะปิด 4.5 ล้านคน หลังจากเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดเสียงชื่นชมอย่างมากจากชาวจีนบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    แอตต้า เปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ หวังดันต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคนปี 2569

    นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้เข้าร่วมงานเทรดโชว์ด้านการท่องเที่ยว “CITM 2025” ณ เมืองไหโขว่ มณฑลไห่หนาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสองทางระหว่างไทยกับจีน รวมถึงการเปิดให้บริการ เที่ยวบินเช่าเหมาลำใหม่จากจีนเข้าไทย ตั้งแต่เดือนที่แล้ว

    ดังนั้นแอตต้าจึงประเมินต่างชาติเที่ยวไทยปีหน้า 39 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีน 9 ล้านคน หลังเห็นสัญญาณบวกดังกล่าว ซึ่งแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคนในปี 2569 ไม่ใช่เป้าหมายที่สูงเกินไป หากภาคการท่องเที่ยวทำงานเชิงรุกอย่างจริงจัง และคาดหวังว่าการเจรจาเพื่อยุติการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพื่อส่งผลบวกต่อภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

    อีกทั้งเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ในปีหน้า สมาคมหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะให้ความร่วมมือมากขึ้นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องทบทวนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น การลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติและพระราชวัง หรือการอุดหนุนค่าที่พัก 1 คืน สำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยว 4–5 คืน นายธนพล กล่าวทิ้งท้าย

    ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงทิศทางตลาดไมซ์ในปี 2569 ว่า ในปีหน้าประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากองค์กรใหญ่ เช่น แอมเวย์ (Amway) จัดทริปเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟกรุ๊ป) จำนวนรวม 13,000 คน ทยอยเดือนทาง 10 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 1,300 คน ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.-ต้นเดือน เม.ย. 2569 รวมถึงการจัดงานอีเว้นท์ด้านไมซ์ ในระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้น  อาทิ การประชุมประจำปี IMF–World Bank Group ปี 2026 ,งาน Gastech 2026,งาน Global Wellness Summit 2026 ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการเดินทางแบบกรุ๊ปและการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น 20%

    ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)  กล่าวว่า การจัดงานไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม แอนด์ ไมซ์ เน็กซ์ 2026 (Thailand Tourism and MICE Next 2026) ใช้วงงบประมาณ 10 ล้านบาทประมาณครึ่งหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) บริษัทคิงเพาเวอร์

    โดยโครงการนี้ถูกวางบทบาทให้เป็นเวทีการเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ที่จะพัฒนาเป็น หมุดหมายของงานระดับสากลประจำปี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกสามารถเห็นทิศทาง แนวโน้ม และโอกาสของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในมิติ Leisure และ MICE ในภูมิภาคสำคัญของโลกในแต่ละปี พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย ความร่วมมือ และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

    ส่วนปัญหาการแข่งค่าของเงินบาท ในระหว่างนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย โดยมองว่าค่าเงินบาทควรจะอยู่ที่ 40 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งก็จะเป็นผลบวกต่อทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/647429&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FaEJq2LtbDsScGX5gXSwp

  • ทำไม “ราคาโลหะ” พุ่งแรงทุบสถิติปลายปี 2025

    ทำไม “ราคาโลหะ” พุ่งแรงทุบสถิติปลายปี 2025

    ราคาทั้งโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายปี 2025 จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ความต้องการภาคอุตสาหกรรมที่เร่งตัว และปัญหาด้านอุปทานในหลายประเทศ

    สำนักข่าว AFP สรุปปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคาโลหะดังนี้

    โลหะกลับมาเป็น “สินทรัพย์หลบภัย”

    ทองคำและเงินยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่สงครามในยูเครนและกาซา ไปจนถึงนโยบายภาษีเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนหันมาถือโลหะมากขึ้น

    ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อหนี้สาธารณะของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และความเสี่ยงฟองสบู่ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ยิ่งกระตุ้นแรงซื้อ

    นักวิเคราะห์มองว่า “โลหะกำลังถูกมองเป็นประกันความเสี่ยง มากกว่าสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร”

    ดอลลาร์อ่อนค่า ดันโลหะพุ่ง!

    ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐเสน่ห์ลดลง

    ผลคือเงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำและเงินอย่างต่อเนื่อง
    ทองคำ ปรับขึ้นกว่า 70% ในปีเดียว ทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรก
    เงิน ทำสถิติใหม่ที่ 72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า นับจากต้นปี

    ดอลลาร์ที่อ่อนค่ายังช่วยหนุนโลหะอุตสาหกรรม เพราะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ถูกลงสำหรับผู้ซื้อทั่วโลก

    ดีมานด์ใหม่จาก AI และพลังงานสะอาด

    ความต้องการโลหะอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นอย่างมาก จากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
    ทองแดง ซึ่งใช้ในแผงโซลาร์ กังหันลม รถยนต์ไฟฟ้า และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำราคาสูงสุดใหม่ ทะลุ 12,000 ดอลลาร์ต่อตัน
    อะลูมิเนียม และ เงิน ได้อานิสงส์จากการใช้งานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    แพลทินัม และ พัลลาเดียม พุ่งขึ้น หลังสหภาพยุโรปเปิดทางให้รถเครื่องยนต์สันดาปขายต่อได้หลังปี 2035

    อุปทานตึงตัว ซ้ำเติมราคา

    ความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐ ทำให้หลายบริษัทเร่งกักตุนทองแดง ขณะที่การหยุดชะงักของเหมืองในคองโก ชิลี และอินโดนีเซีย เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน

    ตลาดโลหะอย่างเงิน แพลทินัม และอะลูมิเนียม ก็เผชิญภาวะตึงตัวเช่นกัน โดยการซื้อขายช่วงวันหยุดปลายปีที่มีสภาพคล่องต่ำ ยิ่งทำให้ราคาเหวี่ยงแรงจากแรงเก็งกำไรและความกลัว “ตกรถ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/metal-prices-soar-record-highs-gold-silver-copper&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FVOJONGyPiX1JXNsMZves

  • พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “ศึกษาเท่าเทียม พลัส ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา

    พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “ศึกษาเท่าเทียม พลัส ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา

    “ซาบีดา” แถลงนโยบายภูมิใจไทย ชู “ศึกษาเท่าเทียม พลัส” เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ หนุน “สูงวัยพลัส” มีรายได้ มีเงินออม ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา 

    วันที่ 24 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในงานแถลงนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2569 ของพรรคภูมิใจไทย

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า เคยได้ยินคำว่าประเทศไทยจะเป็นเสือตัวที่ 5 มาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ผ่านไปแล้วกว่า 30 ปี เสือตัวที่ 5 ของเอเชียก็ยังไม่เกิดขึ้น ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักนี้ คือการเพิ่มทักษะความสามารถให้กับแรงงานควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ซึ่งทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คือทรัพยากรมนุษย์ เพราะฉะนั้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่ประเทศจะไปต่อได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

    แต่การเข้าถึงการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้น้อย นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานที่ต้องการทักษะใหม่ๆ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม หากมีปัญหาการศึกษาทางโครงสร้างประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พรรคภูมิใจไทยจึงเสนอแนวคิดการศึกษาเท่าเทียม พลัส เพื่อทำให้เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา

    การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 1 คือ การเปิดประตูไปสู่ความรู้ พรรคภูมิใจไทยเสนอที่จะสร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ฟรี หรือ 1 แพลตฟอร์ม 1,000,000 ความรู้ ที่จะรวมความรู้ทันสมัย ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ และทุกคนสามารถเรียนได้ฟรี ไม่มีการคิดค่าอินเทอร์เน็ต

    การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 2 คือ Skill Bridge หรือสะพานที่จะพาคนไทยข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ทักษะที่เรียนในอดีตไม่สามารถใช้ได้กับโลกปัจจุบัน ระบบการเรียนที่ผ่านมาเป็นการยัดเยียด ผู้เรียนไม่สามารถพูดได้ว่าจะเรียนอะไร หรือต้องการทักษะอะไร เป็นการเรียนตามดีมานด์ ไม่ได้เรียนตามซัพพลาย เด็กจึงขาดทักษะตามตลาดแรงงานต้องการ

    พรรคภูมิใจไทยมีทางออกคือนโยบาย Skill Bridge ที่จะเป็นสะพานข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า โดยที่เราจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Up Skill แห่งชาติ โดยเป็นแพลตฟอร์มแห่งรัฐที่จะยกระดับทักษะของคนในประเทศ หัวใจของนโยบายนี้จะเน้นไปที่ 3 แกนหลัก คือ 1.ทักษะ 2.เน้นงาน 3.มีรายได้

    โดยสิ่งสำคัญคือ หลักสูตร และทักษะทั้งหมดในแพลตฟอร์มนี้ จะมีบริษัทชั้นนำทางภาคเอกชน ร่วมออกแบบกับสถาบันการศึกษา เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเปลี่ยนงาน และยกระดับรายได้ได้จริง เปลี่ยนจากเรียนจบแต่ตกงาน เป็นเรียนจบมีงานทำ

    พลัสที่ 3 คือ ธนาคารหน่วยกิต เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยได้เรียนรู้ในหลากหลายสาขาโดยที่ไม่ถูกตีกรอบ จะใส่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อคุณสอบผ่านสามารถที่จะสะสมหน่วยกิตไว้ในธนาคารหน่วยกิตนี้ เมื่อเก็บหน่วยกิตครบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนด จะได้มีการออกวุฒิการศึกษา ดังนั้น เรียนฟรีมีจริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา จะเกิดขึ้นจริง ถ้าคุณเลือกพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทย เราให้คุณค่ากับทุกคน การที่เราจะให้คุณค่า เราต้องมีเครื่องมือที่ถูกต้องก่อน และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้คนเหล่านี้ลุกขึ้นยืนและเป็นกำลังของชาติได้ต่อไป

    นโยบายถัดมา คือนโยบาย “สูงวัยพลัส” ที่เราให้ความสำคัญกับการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ที่ผ่านมาเราอาจจะมีมุมมองต่อผู้สูงอายุ ที่มีความแตกต่างกันออกไป พรรคภูมิใจไทยของเรามองว่า ผู้ที่สูงอายุนั้นเป็นผู้ที่มีคุณูปการมหาศาล เรามีนโยบายที่จะดูแล บริหารจัดการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุได้อย่างเป็นระบบ ผู้สูงอายุจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้อย่างแน่นอน นโยบายสูงวัยพลัส ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่

    1. จ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สองเท่า สูงสุด 30,000 บาท ตามอัตราที่จ้างจริง ซึ่งนอกจากบริษัทจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว จะได้การจ้างงานผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

    2. สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50% ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุหลายแสนคน เนื่องจากข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ผู้สูงอายุ 2 ใน 3 ของประเทศ ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม การลดหย่อนภาษีนี้จะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้สูงอายุมีเงินออมมากขึ้น สามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในด้านอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น

    3. มาตรการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เงินเดือน 15,000 บาท 100,000 อัตรา อัตราจ้างขั้นต่ำ 4 ปี เป็นมาตรการที่จัดจ้างผู้ที่จบการศึกษา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือทางด้านพยาบาล หรืออื่นๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ พยาบาลอาสาจะเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ โดยทำงานเชิงรุก แบบเคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

    4. การสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับและดูแลผู้สูงอายุที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดึงศักยภาพของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมามีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศในการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยจะนำที่ดินของรัฐที่ถือครองทุกประเภท มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจมาลงทุนสร้างศูนย์ฯ ในระยะยาว มาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนให้ภาคเอกชนแล้วยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลงอีกด้วย ส่งเสริมการลงทุนและเกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น “60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำเป็นกำลังสำคัญของประเทศ” ซึ่งทั้ง 4 มาตรการนี้ จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำงานได้เพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสมากขึ้นอย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด เราจะไม่เรียกเขาว่า ผู้เสพ แต่เราจะเรียกเขาว่า “ผู้ป่วย” เพราะการบำบัดยาเสพติดไม่ควรอยู่ไกลบ้าน เพราะปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องไกลตัว หลายครอบครัวต้องเจ็บ ต้องทน ต้องแก้ไขกันมานาน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องสู้เพียงลำพัง นโยบายนี้เพื่อนำการรักษาไปไว้ใกล้บ้าน ให้คนที่พลาดกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่สังคม ทำให้เขามีความรักและมีความหวังอีกครั้ง

    นางสาวซาบีดา ย้ำว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นโยบายหาเสียง แต่เป็นนโยบายที่ “พูดแล้วทำพลัส” เป็นนโยบายที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส และมีความยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2903937&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AQb9UX6gxBPfWUhbDW-lU