Blog

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • เปิดมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ยกระดับท่องเที่ยวสุขภาวะปลอดบุหรี่ 100%

    เปิดมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ยกระดับท่องเที่ยวสุขภาวะปลอดบุหรี่ 100%

    สายนทีแห่งศรัทธา” ทูลกระหม่อมหญิงฯ เสด็จเปิดมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025
    พลิกโฉมเมืองดอกไม้สู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาวะ หนุนเศรษฐกิจฐานรากในยุคท่องเที่ยวโลกชะลอตัว

    เชียงราย, 25 ธันวาคม 2568 – ในห้วงเวลาที่ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด จังหวัดเชียงรายเลือกตอบโจทย์ด้วย “ดอกไม้ ศิลปะ และสุขภาวะ” ผ่านการจัดงาน มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 (Chiang Rai Flower and Art Festival 2025)” ที่ไม่เพียงเป็นเทศกาลชมดอกไม้ฤดูหนาว หากยังถูกออกแบบให้เป็นกลไกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงอัตลักษณ์ 19 กลุ่มชาติพันธุ์กับมาตรการพื้นที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อยกระดับภาพลักษณ์เชียงรายสู่ “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม

    ภาพใหญ่ท่องเที่ยวไทยปลายปี ตัวเลขชะลอ แต่เชียงรายเดินเกมสวนกระแส

    รายงานวิเคราะห์ของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวไทยยังมีปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่ฟื้น ส่งผลให้รายได้ท่องเที่ยวรวมคาดอยู่ที่ราว 38,500 ล้านบาท ลดลงประมาณ 3.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 23,500 ล้านบาท (ลดลง 6%) และรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศราว 15,000 ล้านบาท (เติบโตเพียง 1.2%)

    ในขณะที่ภาพรวมประเทศเผชิญแรงกดดัน ตัวเลขจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชี้ว่าเดือนธันวาคม 2568 คาดว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจะอยู่ที่ราว 19.04 ล้านคน-ครั้ง ลดลงประมาณ 1% และรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศราว 108,766 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ยอดสะสมทั้งปีจะยังขยายตัวอยู่บ้าง แต่ทิศทางเดือนส่งท้ายปีสะท้อนสัญญาณชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมใช้จ่ายรัดกุมมากขึ้น

    ในบริบทเช่นนี้ งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียง “เทศกาลฤดูหนาวยอดนิยม” แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จังหวัดนำมารองรับเม็ดเงินท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยอาศัยจุดแข็งด้านภูมิอากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์ริมแม่น้ำกก และทุนวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมาก ผสานกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ที่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีกับการเดินทางสู่จังหวัดเมืองรอง ซึ่ง ttb analytics ประเมินว่าจะช่วยดันรายได้ภาคโรงแรม จากเดิมที่คาดหดตัว 0.4% ให้กลับมาขยายตัวได้ราว 1.6% โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรองที่มีสัดส่วนรายได้ราว 28% ของทั้งประเทศ

    เชียงรายจึงเลือกใช้ “เทศกาลดอกไม้” เป็นเวทีหลักในการแปลงเม็ดเงินนโยบายสู่เศรษฐกิจจริงของชุมชน

    พิธีเปิด “สายนทีแห่งศรัทธา” ศิลปะดอกไม้ที่เชื่อมสถาบันพระมหากษัตริย์กับหัวใจคนเมืองเหนือ

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 บรรยากาศริมแม่น้ำกกที่สวนไม้งาม อำเภอเมืองเชียงราย ถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้หลากสีสันต้อนรับพระราชอาคันตุกะสำคัญ เมื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” ท่ามกลางการเฝ้ารับเสด็จของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ แม่บ้านมหาดไทย ผู้นำชุมชน ประชาชน และสื่อมวลชนจำนวนมาก

    งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก สายนทีแห่งศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ไทยอย่างกว้างขวาง

    ในพิธีเปิด นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือคนล่าสุด ได้กราบทูลรายงานว่า จังหวัดเชียงรายมุ่งพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้เทศกาลดอกไม้ครั้งนี้เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมของกว่า 19 กลุ่มชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด

    นอกจากข้าราชการระดับสูงแล้ว ยังมีตัวแทนจากภาคประชาสังคมและสื่อท้องถิ่นเข้าร่วมในพิธี อาทิ มนรัตน์ ก.บัวเกษร ประธานกรรมการบริหารสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ ซึ่งได้รับเข็มที่ระลึกภายในงาน สะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐกับสื่อท้องถิ่นในการประชาสัมพันธ์เชียงรายสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

    งานมหกรรมถูกกำหนดจัดระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ครอบคลุมช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของจังหวัดอยู่ในระดับเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อนรับลมหนาว

    “Reflect of Seasons” 4 ฤดูกาล 1 พื้นที่ริมกก ดึงศิลปะ–ชาติพันธุ์–เศรษฐกิจฐานรากมาบรรจบกัน

    หัวใจของงานปีนี้คือการออกแบบพื้นที่จัดแสดงในธีม “Reflect of Seasons” แบ่งสวนดอกไม้ออกเป็น 4 โซนตามฤดูกาล ได้แก่ Summer, Rainy, Winter และ Spring ถ่ายทอดความงดงามของไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ผ่านการจัดภูมิทัศน์ แสง สี เสียง และงานศิลปะร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนา

    ผู้มาเยือนสามารถเดินชมดอกไม้ท่ามกลางลวดลายลายไทยประยุกต์ ศิลปะจัดวาง และมุมถ่ายภาพที่ออกแบบให้รองรับทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มคู่รัก นักท่องเที่ยวเชิงศิลปะ ไปจนถึงกลุ่ม Content Creator ที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพสูงสำหรับเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์

    ภายในงานยังมี

    • นิทรรศการพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    • เวทีการแสดงจากเยาวชนและกิจกรรม “Chiang Rai Talent” เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงความสามารถ
    • ตลาดสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP จากทุกอำเภอ
    • โซน Food Truck และร้านอาหารพื้นถิ่นที่เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน

    ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ การขยายพื้นที่กิจกรรมไปยัง อำเภอเวียงชัย และ อำเภอแม่สาย ผ่านสวนไม้ดอกและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่ถ่ายทอด “เรื่องเล่าท้องถิ่น” ของแต่ละพื้นที่อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น การแสดงชาติพันธุ์ลีซูในข่วงวัฒนธรรม และการจำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผูกโยงกับเอกลักษณ์ชนเผ่า

    การออกแบบงานในลักษณะนี้ ทำให้เทศกาลไม้ดอกไม่จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะ “สวนดอกไม้ริมกก” แต่กลายเป็น “เครือข่ายเทศกาล” ที่กระจายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวออกไปสู่ชุมชนโดยรอบ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

    ปฏิบัติการ “งานใหญ่ปลอดบุหรี่” เชียงรายยกระดับมาตรฐานสุขภาพนักท่องเที่ยว

    อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนการมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาวะคือ การยกระดับมาตรการ งานใหญ่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100%” ภายในพื้นที่จัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย มอบหมายให้ นายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข และ นายวิมล รู้ทำนอง รองปลัด อบจ. พร้อมบุคลากรกองสาธารณสุข ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จาก กรมควบคุมโรค, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่, สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และ กรมการปกครองจังหวัดเชียงราย ในการลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายตาม พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560

    การดำเนินงานเชิงรุกดังกล่าวครอบคลุมทั้ง

    • การตรวจเตือนร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และจุดให้บริการต่าง ๆ
    • การประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายและการสูบผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะ
    • การจัดระเบียบพื้นที่สูบบุหรี่และป้ายเตือนให้ชัดเจน

    เป้าหมายไม่ใช่เพียงการป้องกันการกระทำผิดตามกฎหมาย แต่เพื่อสร้างบรรยากาศของงานให้เป็น “เขตปลอดควัน” ที่เอื้อต่อสุขภาพของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม สอดคล้องกับแนวทาง “Chiang Rai Wellness City” ที่จังหวัดประกาศชูเป็นยุทธศาสตร์หลักในช่วงปลายปี 2568

    มาตรการดังกล่าวยังช่วยเสริมภาพลักษณ์เชียงรายในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยของพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นเกณฑ์สำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด

    เศรษฐกิจฐานราก–ศิลปะ–ท่องเที่ยว ฟันเฟืองเล็กจำนวนมากที่ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ใหญ่ของจังหวัด

    เบื้องหลังทุ่งดอกไม้และแสงสีที่สวยงาม คือโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ถูกออกแบบให้ได้ประโยชน์จากเทศกาลนี้มากที่สุด

    1. การกระจายรายได้สู่ชุมชน
      การจัดพื้นที่ตลาด OTOP และโซน Food Truck ภายในงาน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และกลุ่มชาติพันธุ์นำผลิตภัณฑ์เข้ามาจำหน่าย ตั้งแต่อาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป การขยายกิจกรรมไปยังอำเภอเวียงชัยและแม่สายยิ่งช่วยให้รายได้จากนักท่องเที่ยวถูกแบ่งปันไปยังชุมชนรอบนอก ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในตัวเมือง
    2. การใช้ทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
      การแสดงลีซูที่ข่วงวัฒนธรรม การสาธิตงานหัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ และการเล่าเรื่องผ่านนิทรรศการ ทำให้ “วัฒนธรรม” ไม่ได้ถูกวางแสดงในฐานะสิ่งของโบราณ หากแต่กลายเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวพร้อมจ่ายเงินเพื่อสัมผัส เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการต่อยอด เช่น โฮมสเตย์ การนำเที่ยวชุมชน หรือเวิร์กช็อปศิลปะ
    3. พลังบูรณาการของภาครัฐ–เอกชน–สถาบันศึกษา
      การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลากหลาย ตั้งแต่ อบจ.เชียงราย ททท. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด หน่วยงานสาธารณสุข สถาบันการศึกษา ไปจนถึงภาคธุรกิจและสื่อท้องถิ่น ความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายเช่นนี้ช่วยลดต้นทุนในการจัดงาน กระจายความเสี่ยง และสร้างฐานข้อมูลร่วมที่สามารถนำไปใช้วางแผนเทศกาลในปีต่อ ๆ ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ด้านนโยบายมหภาค ttb analytics ประเมินว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” สามารถสร้างเม็ดเงินเพิ่มเติมเข้าสู่ภาคโรงแรมและท่องเที่ยวไทยราว 5,900 ล้านบาท โดยคาดว่า SMEs โรงแรมและที่พักในเมืองรอง ซึ่งกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงเชียงราย จะเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์สำคัญ รายได้อาจขยับเพิ่มขึ้นถึง 3.5% เมื่อเทียบปีก่อน หากสามารถดึงดูดทั้งตลาดประชุม–สัมมนา และนักท่องเที่ยวทั่วไปได้อย่างต่อเนื่อง

    เทศกาลไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จึงทำหน้าที่เป็น “ท่อส่ง” เม็ดเงินส่วนหนึ่งจากมาตรการของภาครัฐลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จริง

    บทบาท อบจ.เชียงราย จากผู้จัดงานดอกไม้สู่ผู้นำเมืองท่องเที่ยวสุขภาวะ

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “มหกรรมไม้ดอกเชียงราย” เคยถูกมองในฐานะงานเทศกาลชมดอกไม้ฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง แต่การปรับโฉมเป็น มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” ภายใต้การนำของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ทำให้งานนี้ก้าวไปไกลกว่านั้น

    การเป็นนายก อบจ.ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ สะท้อนบทบาทของ “นายก นก” ในการเชื่อมโยงเชียงรายกับเครือข่ายจังหวัดอื่น ๆ ในภูมิภาค ซึ่งเปิดโอกาสให้เชียงรายนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในเวทีระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

    คำกล่าวเชิญชวน “มาเชียงรายรอบนี้ ได้ครบทั้งดอกไม้ ของกิน ของฝาก และวัฒนธรรม” ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนเชิงการตลาด หากแต่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองให้เป็น แพ็กเกจประสบการณ์” ที่รวบทุกมิติของการท่องเที่ยวไว้ในจังหวัดเดียว ตั้งแต่ธรรมชาติ ศิลปะ อาหาร ไปจนถึงสุขภาวะและความปลอดภัย

    ในระยะยาว หากเชียงรายสามารถรักษามาตรฐานเทศกาลดอกไม้ให้มีคุณภาพสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรการด้านสุขภาพและการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เมืองแห่งนี้ย่อมมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาวะ” ของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้ไม่ยาก

    ดอกไม้ ศรัทธา และความยั่งยืนของเมืองท่องเที่ยว

    “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” จึงมิใช่แค่ภาพจำของทะเลดอกไม้ริมกก หากแต่เป็นภาพแทนของ “สายนทีแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมสถาบันพระมหากษัตริย์ ชุมชนท้องถิ่น ศิลปะชาติพันธุ์ และนโยบายสาธารณะเข้าด้วยกัน ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวโลกที่ผันผวน

    บทความข่าวชิ้นนี้จัดทำขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลที่เผยแพร่สาธารณะ รายงานวิจัยเชิงเศรษฐกิจ และคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีสถานะเป็นงานวิชาการหรือบทความเชิงวิจัย หากมีข้อคลาดเคลื่อนในเชิงวิชาการหรือข้อมูลใดไม่ครบถ้วน ผู้เขียนยินดีอย่างยิ่งหากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจะเข้ามาเพิ่มเติมและเสนอแนะ เพื่อให้การใช้ “ดอกไม้และศิลปะ” เป็นเครื่องมือฟื้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเชียงราย เดินไปบนเส้นทางที่มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-asean-flower-festival-2025-2/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22J8lvCkl4mn6KbLzIlQTU

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2

  • เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    ไอที

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    มอบส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ AIS LUCKY TOURIST SIM

    เอไอเอสยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะ ใช้ศักยภาพเครือข่ายดึงดูดนักท่องเที่ยว เติมพลังรับปีม้าให้ถนนข้าวสาร แลนด์มาร์คท่องเที่ยวสำคัญของไทยให้คึกคัก โดยจับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ AIS LUCKY TOURIST SIM/eSIM รับส่วนลดจาก ร้านดังย่านถนนข้าวสาร อาทิ ส่วนลดโรงแรม 20%, Restaurant & Bar 100 บาท, ร้านสัก 10% และกิจกรรมล่องเรือในราคาพิเศษ 100 บาท ตลอดช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 สอดรับนโยบายภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยมี นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส และ นายสง่า เรื่องวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ร่วมผนึกกำลังส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

    สำหรับ AIS LUCKY TOURIST SIM/eSIM คือ ซิมการ์ดที่ออกแบบเพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องบนเครือข่าย AIS 4G/5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวก แชร์ทุกช่วงเวลาการเดินทางได้ทันที และเข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความมั่นใจให้การเดินทางราบรื่นตลอดทริป พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ  รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวจากร้านค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข ตลอดจนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมสมัย เติมสีสันไนท์ไลฟ์ของถนนข้าวสารให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460087&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nuKL2lgD42XtRlEfM9I2u

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • สัญญาณเตือนภัยจากปารีส! เมื่อหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสกลายเป็นระเบิดเวลา และโดมิโนตัวใหญ่กำลังจะล้ม

    ท่ามกลางความวิจิตรบรรจงของสถาปัตยกรรม แฟชั่นอันหรูหรา และแสงสีแห่งปารีส เงาที่ทอดตัวยาวและมืดมิดที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เงาจากหอไอเฟล แต่เป็น ‘เงาแห่งหนี้สาธารณะ’ ที่ทาบทับและกำลังกัดเซาะรากฐานความมั่งคั่งของฝรั่งเศสอย่างรุนแรง ล่าสุดตัวเลขจากสถาบันสถิติแห่งชาติ (INSEE) ได้ประกาศความจริงที่น่าตระหนกว่า หนี้สาธารณะของฝรั่งเศสพุ่งทะยานสู่ 3.482 ล้านล้านยูโร หรือคิดเป็น 117.4% ของ GDP ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หากไม่นับรวมช่วงสงครามหรือโรคระบาด


    ความมั่งคั่งบนปราสาททราย

    เป็นเวลากว่ากึ่งศตวรรษที่รัฐบาลฝรั่งเศสใช้จ่ายเกินตัวอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา ไม่เคยมีปีใดเลยที่งบประมาณจะสมดุล เงินที่กู้ยืมมาไม่ได้ถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่กลับถูกใช้ไปกับการพยุงระบบสวัสดิการและการดำเนินงานรายวัน เปรียบเสมือนการรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อของกินของใช้ประทังชีวิตไปวันๆ โดยที่หนี้เก่าไม่เคยถูกชำระคืน
    วันนี้ ‘ระเบิดเวลาทางการเงิน‘ ลูกนี้ กำลังส่งเสียงเตือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความขัดแย้งในสภาฝรั่งเศสที่ไม่สามารถหาข้อยุติในการปฏิรูปงบประมาณได้ ทำให้ตลาดเงินทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปแห่งนี้

    สถาบันจัดอันดับเครดิต Kroll Bond Rating Agency (KBRA) จากสหรัฐอเมริกา ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของฝรั่งเศสลงสู่ระดับ AA- เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลจากการขาดดุลที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และทิศทางหนี้สาธารณะที่เลวร้ายลง แม้จะปรับมุมมอง (outlook) จากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ แต่ KBRA เตือนว่า หากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจังและการควบคุมรายจ่ายอย่างเด็ดขาด ตัวชี้วัดด้านเครดิตของฝรั่งเศสจะยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป
    “แม้ฝรั่งเศสจะมีการเข้าถึงสภาพคล่องในระดับสูงเป็นพิเศษ แต่สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่แตกเป็นเสี่ยงๆ กำลังกดทับตัวชี้วัดด้านเครดิต ด้วยการขัดขวางการปรับฐานการคลังอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้การขาดดุลยังคงอยู่ในระดับสูง” เคน อีแกน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายอันดับเครดิตประเทศของ KBRA กล่าวกับ Euronews
    ฝรั่งเศสกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านเปราะบาง เศรษฐกิจขยายตัวช้าลง ภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โอกาสในการฟื้นฟูวินัยทางการคลังค่อยๆ หดแคบลงเรื่อยๆ เมื่อประเทศกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027

    ’เชื้อเพลิงล้นมือแต่เครื่องยนต์ติดขัด‘ บททดสอบของ RRF และ France 2030 บนเส้นทางปฏิรูป

    โครงการ Recovery and Resilience Facility (RRF) และแผนการลงทุน France 2030 เปรียบเสมือนการฉีดวัคซีนและสารอาหารเข้มข้นเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยในขณะที่ RRF จากสหภาพยุโรปมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูรากฐานและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลหลังวิกฤตการณ์โควิด แผน France 2030 กลับเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งปั้นฝรั่งเศสให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ หรือเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนในระยะสั้น
    อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในภาพรวมอาจเป็นไปได้อย่างจำกัดและไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากแท้เงินทุนเหล่านี้จะเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพสูงแต่เครื่องยนต์ของระบบเศรษฐกิจยังคงติดขัดด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างเดิมๆ โดยอุปสรรคสำคัญที่จะทำให้เม็ดเงินเหล่านี้สูญเปล่าคือแรงเสียดทานภายในระบบ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่ซับซ้อนและล่าช้าในการขออนุญาตดำเนินโครงการใหม่ๆ หรือปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปตลาดแรงงานและการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่ เงินทุนที่ลงไปอาจทำได้เพียงสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้คนขับเคลื่อน 

    นอกจากนี้ ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นจากการอัดฉีดงบประมาณยังเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่อาจกดดันความมั่นคงทางการคลัง ดังนั้น การพึ่งพาเพียงการอัดฉีดเงินทุนโดยปราศจากการปฏิรูปเชิงลึก เช่นการปรับปรุงระบบสวัสดิการ การลดขั้นตอนทางธุรการ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายภาครัฐ จึงเปรียบเสมือนการพยายามเร่งความเร็วรถบนถนนที่ขรุขระ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจไปได้ไม่ไกลและไม่ยั่งยืนเท่าที่ควร ดังนั้นความสำเร็จที่แท้จริงจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่จ่ายออกไป แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสามารถแผ้วถางทางและปรับปรุงเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้ทำงานสอดประสานกับเงินลงทุนเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด

    ‘ฝรั่งเศส’ โดมิโนยักษ์ของยูโรโซนส่อแววล้ม

    หากจะกล่าวว่าฝรั่งเศสคือโดมิโนตัวที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะหากยักษ์ตนนี้ล้มลง แรงสั่นสะเทือนจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de triomphe) แต่จะลามไปทั่วทั้งยุโรป แม้ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีเครื่องมือพยุงชีพอย่าง TPI หรือ OMT แต่นั่นอาจเป็นเพียงยาพาราเซตามอลที่พยายามรักษาอาการมะเร็งระยะสุดท้าย
    สำหรับ OMT (Outright Monetary Transactions) เปรียบเสมือนยารุ่นเก่า แต่แรง เกิดขึ้นหลังวิกฤตหนี้ยุโรปปี 2012 ECB ประกาศว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังวิกฤตแบบไม่จำกัดวงเงิน แต่มีเงื่อนไขยุบยิบ เช่น ประเทศนั้นต้องยอมเข้ารับการคุมเข้มทางการคลัง ถูกบังคับให้รัดเข็มขัด 
    ต้องลดรายจ่าย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบงบประมาณและนโยบายต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลจากภายนอก พูดง่ายๆ คือ ต้องยอมเสียอำนาจในการกำหนดนโยบายบางส่วน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ

    ด้วยเหตุนี้ OMT จึงทรงพลัง แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ไม่มีใครอยากใช้ถ้าไม่จนมุมจริง ๆ เพราะแม้จะช่วยหยุดวิกฤตได้ก็ตาม แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นราคาที่ต้องจ่ายคือความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ
    ส่วน TPI (Transmission Protection Instrument) เปรียบเหมือนยารุ่นใหม่ แต่ฤทธิ์อ่อนกว่า เปิดตัวในปี 2022 เป้าหมายคือ ลดความต่างของดอกเบี้ย (Bond Spread) ระหว่างประเทศใหญ่กับประเทศที่เริ่มถูกตลาดโจมตี โดย ECB จะเข้าไปซื้อพันธบัตรแบบเลือกได้ มีความยืดหยุ่นกว่า OMT เงื่อนไขผ่อนปรนกว่า ไม่ต้องเข้าคอร์สรัดเข็มขัดแบบสุดโหด แต่ปัญหาใหญ่คือ วงเงินไม่ชัด มีอำนาจข่มตลาดต่ำกว่า (เพราะ ECB ไม่ได้ประกาศชัดว่าจะทุ่มซื้อพันธบัตรได้ ไม่อั้น แบบ OMT นักลงทุนจึงยังคิดต่อได้ว่า หากขายต่อ โจมตีต่อ อาจยังมีโอกาสชนะ ECB อาจช่วยจริง แต่ช่วยแค่ระดับหนึ่ง ไม่ใช่พร้อมสู้จนสุดทาง) 
    มาตรการนี้จึงเหมาะสำหรับการพยุงสถานการณ์ไม่ให้ทรุดหนัก มากกว่าการตัดวงจรความตื่นตระหนกอย่างเด็ดขาด ใช้ได้ดีแค่ประคองอาการไม่ใช่รักษาโรค TPI จึงเหมือนยาพาราเซตามอล ลดไข้ บรรเทาปวด แต่ไม่แตะต้นตอของโรค

    แนวโน้มเศรษฐกิจของฝรั่งเศสในปี 2026 ยังคงถูกจำกัดด้วยภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง และภาวะชะงักงันทางการเมือง แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย แต่การปรับฐานทางการคลังที่ทำได้อย่างจำกัด และความเหนื่อยล้าจากการปฏิรูป ยังคงถ่วงรั้งศักยภาพของเศรษฐกิจโดยรวม


    กลยุทธ์การรักษาตัวรอด คำแนะนำสำหรับผู้พำนักและนักลงทุน

    สำหรับใครที่มีถิ่นพำนักหรือมีทรัพย์สินอยู่ในฝรั่งเศส วินาทีนี้จึงอย่าไว้ใจตัวเลขในหน้าจอ ในยามวิกฤต สภาพคล่องคือราชา (Cash is King) การถอนเงินสดออกมาเก็บไว้กับตัว หรือการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นทองคำแท่ง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยามที่ระบบธนาคารอาจสั่นคลอน 
    ทวีสุข ธรรมศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ แนะนำให้ถอนเงินสดมาเก็บไว้ที่บ้าน และหากเป็นไปได้ การย้ายเงินฝากไปยังแหล่งที่ปลอดภัยกว่าอย่างสวิตเซอร์แลนด์ (ในสกุลเงินสวิสฟรังก์) หรือโมนาโก จะเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาด
    แล้วทำไมต้องจับจ้องที่ค่าเงินยูโร (EUR)? สำหรับนักลงทุนในไทย หากฝรั่งเศสเกิดวิกฤตศรัทธาจริง ค่าเงินยูโรจะร่วงดิ่งเหว และความปั่นป่วนนี้จะลากเอาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่พายุลูกใหญ่ที่ยากจะคาดเดา
    วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของคำว่า ‘ถ้าแต่เป็นเรื่องของ ’เมื่อไหร่‘ เพราะความจริงทางตัวเลขและสถิติไม่เคยโกหกใคร ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องปกป้องหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง ก่อนที่พายุทางการเงินจะพัดพาทุกอย่างหายไปกับตา

    ที่มา :


    Post Views: 146

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/12/25/public-debt-timebomb-france-eurozone-risk/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11OhM4s1aYSdPg4pGO9CaR

  • สัญญาณเตือนภัยจากปารีส! เมื่อหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสกลายเป็นระเบิดเวลา และโดมิโนตัวใหญ่กำลังจะล้ม

    ท่ามกลางความวิจิตรบรรจงของสถาปัตยกรรม แฟชั่นอันหรูหรา และแสงสีแห่งปารีส เงาที่ทอดตัวยาวและมืดมิดที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เงาจากหอไอเฟล แต่เป็น ‘เงาแห่งหนี้สาธารณะ’ ที่ทาบทับและกำลังกัดเซาะรากฐานความมั่งคั่งของฝรั่งเศสอย่างรุนแรง ล่าสุดตัวเลขจากสถาบันสถิติแห่งชาติ (INSEE) ได้ประกาศความจริงที่น่าตระหนกว่า หนี้สาธารณะของฝรั่งเศสพุ่งทะยานสู่ 3.482 ล้านล้านยูโร หรือคิดเป็น 117.4% ของ GDP ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หากไม่นับรวมช่วงสงครามหรือโรคระบาด


    ความมั่งคั่งบนปราสาททราย

    เป็นเวลากว่ากึ่งศตวรรษที่รัฐบาลฝรั่งเศสใช้จ่ายเกินตัวอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา ไม่เคยมีปีใดเลยที่งบประมาณจะสมดุล เงินที่กู้ยืมมาไม่ได้ถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่กลับถูกใช้ไปกับการพยุงระบบสวัสดิการและการดำเนินงานรายวัน เปรียบเสมือนการรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อของกินของใช้ประทังชีวิตไปวันๆ โดยที่หนี้เก่าไม่เคยถูกชำระคืน
    วันนี้ ‘ระเบิดเวลาทางการเงิน‘ ลูกนี้ กำลังส่งเสียงเตือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความขัดแย้งในสภาฝรั่งเศสที่ไม่สามารถหาข้อยุติในการปฏิรูปงบประมาณได้ ทำให้ตลาดเงินทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปแห่งนี้

    สถาบันจัดอันดับเครดิต Kroll Bond Rating Agency (KBRA) จากสหรัฐอเมริกา ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของฝรั่งเศสลงสู่ระดับ AA- เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลจากการขาดดุลที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และทิศทางหนี้สาธารณะที่เลวร้ายลง แม้จะปรับมุมมอง (outlook) จากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ แต่ KBRA เตือนว่า หากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจังและการควบคุมรายจ่ายอย่างเด็ดขาด ตัวชี้วัดด้านเครดิตของฝรั่งเศสจะยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป
    “แม้ฝรั่งเศสจะมีการเข้าถึงสภาพคล่องในระดับสูงเป็นพิเศษ แต่สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่แตกเป็นเสี่ยงๆ กำลังกดทับตัวชี้วัดด้านเครดิต ด้วยการขัดขวางการปรับฐานการคลังอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้การขาดดุลยังคงอยู่ในระดับสูง” เคน อีแกน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายอันดับเครดิตประเทศของ KBRA กล่าวกับ Euronews
    ฝรั่งเศสกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านเปราะบาง เศรษฐกิจขยายตัวช้าลง ภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โอกาสในการฟื้นฟูวินัยทางการคลังค่อยๆ หดแคบลงเรื่อยๆ เมื่อประเทศกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027

    ’เชื้อเพลิงล้นมือแต่เครื่องยนต์ติดขัด‘ บททดสอบของ RRF และ France 2030 บนเส้นทางปฏิรูป

    โครงการ Recovery and Resilience Facility (RRF) และแผนการลงทุน France 2030 เปรียบเสมือนการฉีดวัคซีนและสารอาหารเข้มข้นเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยในขณะที่ RRF จากสหภาพยุโรปมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูรากฐานและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลหลังวิกฤตการณ์โควิด แผน France 2030 กลับเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งปั้นฝรั่งเศสให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ หรือเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนในระยะสั้น
    อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในภาพรวมอาจเป็นไปได้อย่างจำกัดและไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากแท้เงินทุนเหล่านี้จะเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพสูงแต่เครื่องยนต์ของระบบเศรษฐกิจยังคงติดขัดด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างเดิมๆ โดยอุปสรรคสำคัญที่จะทำให้เม็ดเงินเหล่านี้สูญเปล่าคือแรงเสียดทานภายในระบบ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่ซับซ้อนและล่าช้าในการขออนุญาตดำเนินโครงการใหม่ๆ หรือปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปตลาดแรงงานและการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่ เงินทุนที่ลงไปอาจทำได้เพียงสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้คนขับเคลื่อน 

    นอกจากนี้ ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นจากการอัดฉีดงบประมาณยังเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่อาจกดดันความมั่นคงทางการคลัง ดังนั้น การพึ่งพาเพียงการอัดฉีดเงินทุนโดยปราศจากการปฏิรูปเชิงลึก เช่นการปรับปรุงระบบสวัสดิการ การลดขั้นตอนทางธุรการ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายภาครัฐ จึงเปรียบเสมือนการพยายามเร่งความเร็วรถบนถนนที่ขรุขระ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจไปได้ไม่ไกลและไม่ยั่งยืนเท่าที่ควร ดังนั้นความสำเร็จที่แท้จริงจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่จ่ายออกไป แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสามารถแผ้วถางทางและปรับปรุงเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้ทำงานสอดประสานกับเงินลงทุนเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด

    ‘ฝรั่งเศส’ โดมิโนยักษ์ของยูโรโซนส่อแววล้ม

    หากจะกล่าวว่าฝรั่งเศสคือโดมิโนตัวที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะหากยักษ์ตนนี้ล้มลง แรงสั่นสะเทือนจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de triomphe) แต่จะลามไปทั่วทั้งยุโรป แม้ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีเครื่องมือพยุงชีพอย่าง TPI หรือ OMT แต่นั่นอาจเป็นเพียงยาพาราเซตามอลที่พยายามรักษาอาการมะเร็งระยะสุดท้าย
    สำหรับ OMT (Outright Monetary Transactions) เปรียบเสมือนยารุ่นเก่า แต่แรง เกิดขึ้นหลังวิกฤตหนี้ยุโรปปี 2012 ECB ประกาศว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังวิกฤตแบบไม่จำกัดวงเงิน แต่มีเงื่อนไขยุบยิบ เช่น ประเทศนั้นต้องยอมเข้ารับการคุมเข้มทางการคลัง ถูกบังคับให้รัดเข็มขัด 
    ต้องลดรายจ่าย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบงบประมาณและนโยบายต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลจากภายนอก พูดง่ายๆ คือ ต้องยอมเสียอำนาจในการกำหนดนโยบายบางส่วน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ

    ด้วยเหตุนี้ OMT จึงทรงพลัง แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ไม่มีใครอยากใช้ถ้าไม่จนมุมจริง ๆ เพราะแม้จะช่วยหยุดวิกฤตได้ก็ตาม แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นราคาที่ต้องจ่ายคือความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ
    ส่วน TPI (Transmission Protection Instrument) เปรียบเหมือนยารุ่นใหม่ แต่ฤทธิ์อ่อนกว่า เปิดตัวในปี 2022 เป้าหมายคือ ลดความต่างของดอกเบี้ย (Bond Spread) ระหว่างประเทศใหญ่กับประเทศที่เริ่มถูกตลาดโจมตี โดย ECB จะเข้าไปซื้อพันธบัตรแบบเลือกได้ มีความยืดหยุ่นกว่า OMT เงื่อนไขผ่อนปรนกว่า ไม่ต้องเข้าคอร์สรัดเข็มขัดแบบสุดโหด แต่ปัญหาใหญ่คือ วงเงินไม่ชัด มีอำนาจข่มตลาดต่ำกว่า (เพราะ ECB ไม่ได้ประกาศชัดว่าจะทุ่มซื้อพันธบัตรได้ ไม่อั้น แบบ OMT นักลงทุนจึงยังคิดต่อได้ว่า หากขายต่อ โจมตีต่อ อาจยังมีโอกาสชนะ ECB อาจช่วยจริง แต่ช่วยแค่ระดับหนึ่ง ไม่ใช่พร้อมสู้จนสุดทาง) 
    มาตรการนี้จึงเหมาะสำหรับการพยุงสถานการณ์ไม่ให้ทรุดหนัก มากกว่าการตัดวงจรความตื่นตระหนกอย่างเด็ดขาด ใช้ได้ดีแค่ประคองอาการไม่ใช่รักษาโรค TPI จึงเหมือนยาพาราเซตามอล ลดไข้ บรรเทาปวด แต่ไม่แตะต้นตอของโรค

    แนวโน้มเศรษฐกิจของฝรั่งเศสในปี 2026 ยังคงถูกจำกัดด้วยภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง และภาวะชะงักงันทางการเมือง แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย แต่การปรับฐานทางการคลังที่ทำได้อย่างจำกัด และความเหนื่อยล้าจากการปฏิรูป ยังคงถ่วงรั้งศักยภาพของเศรษฐกิจโดยรวม


    กลยุทธ์การรักษาตัวรอด คำแนะนำสำหรับผู้พำนักและนักลงทุน

    สำหรับใครที่มีถิ่นพำนักหรือมีทรัพย์สินอยู่ในฝรั่งเศส วินาทีนี้จึงอย่าไว้ใจตัวเลขในหน้าจอ ในยามวิกฤต สภาพคล่องคือราชา (Cash is King) การถอนเงินสดออกมาเก็บไว้กับตัว หรือการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นทองคำแท่ง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยามที่ระบบธนาคารอาจสั่นคลอน 
    ทวีสุข ธรรมศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ แนะนำให้ถอนเงินสดมาเก็บไว้ที่บ้าน และหากเป็นไปได้ การย้ายเงินฝากไปยังแหล่งที่ปลอดภัยกว่าอย่างสวิตเซอร์แลนด์ (ในสกุลเงินสวิสฟรังก์) หรือโมนาโก จะเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาด
    แล้วทำไมต้องจับจ้องที่ค่าเงินยูโร (EUR)? สำหรับนักลงทุนในไทย หากฝรั่งเศสเกิดวิกฤตศรัทธาจริง ค่าเงินยูโรจะร่วงดิ่งเหว และความปั่นป่วนนี้จะลากเอาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่พายุลูกใหญ่ที่ยากจะคาดเดา
    วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของคำว่า ‘ถ้าแต่เป็นเรื่องของ ’เมื่อไหร่‘ เพราะความจริงทางตัวเลขและสถิติไม่เคยโกหกใคร ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องปกป้องหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง ก่อนที่พายุทางการเงินจะพัดพาทุกอย่างหายไปกับตา

    ที่มา :


    Post Views: 127

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/12/25/public-debt-timebomb-france-eurozone-risk/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11OhM4s1aYSdPg4pGO9CaR

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2