เชื่อมสัมพันธ์สองชาติ! นายกฯ หารือ สี จิ้นผิง เปิดประตูความร่วมมือรอบใหม่ สร้างโอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย

เชื่อมสัมพันธ์สองชาติ!-นายกฯ-หารือ-สี-จิ้นผิง-เปิดประตูความร่วมมือรอบใหม่-สร้างโอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย

เชื่อมสัมพันธ์สองชาติ! นายกฯ หารือ สี จิ้นผิง เปิดประตูความร่วมมือรอบใหม่ สร้างโอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

17 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้) ณ Xijiao State Guest Hotel นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน การหารือเป็นไปอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง โดยประธานาธิบดีสีได้กล่าวถวายพระพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม 2569 นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณรัฐบาลจีนในการถวายการต้อนรับ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีน อย่างเป็นทางการ (State Visit) อย่างสมพระเกียรติด้วย ซึ่งประธานาธิบดีจีนย้ำความสัมพันธ์ไทย – จีน คือครอบครัวเดียวกัน (Thailand – China as One Family) และจีนพร้อมสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทยเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทยผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความมั่นคงของภูมิภาค

การหารือของผู้นำทั้งสองยังมุ่งเป้าสู่อนาคตที่มั่นคงและเป็นประโยชน์ยั่งยืนของสองประเทศ รวมถึงระดับภูมิภาคร่วมกัน โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะสานต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและจีน พร้อมผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนในระยะยาว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับจีนในฐานะมิตรเก่าที่ไว้วางใจได้ และพร้อมสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทศวรรษหน้า ไทยและจีนจึงควรร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และธรรมาภิบาลด้าน AI เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการรับมือความท้าทายใหม่ ทั้งอาชญากรรมออนไลน์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ไทยและจีนร่วมกันเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาบุคลากรไทย และเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อสร้างงานคุณภาพและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การค้า และโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟในภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการเดินทางของประชาชน พร้อมขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองประเทศ

ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีเสนอให้จัดตั้งกลไก 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน เพื่อเป็นเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยและเสถียรภาพของภูมิภาค

สำหรับประเด็นระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค ขณะเดียวกัน ไทยยังขอบคุณจีนที่สนับสนุนกระบวนการสันติภาพในเมียนมา รวมทั้งให้กลับเข้ามามีบทบาทในอาเซียน รวมทั้งการใช้เวทีภูมิภาคระหว่างจีน – อาเซียน เอเปค แม่โขง ล้านช้าง ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นกลไกสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพของประเทศ โดยมุ่งเปลี่ยนมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและจีนให้เป็นความร่วมมือที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยี AI การสร้างงานคุณภาพ และการเสริมสร้างเสถียรภาพของภูมิภาค เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว

– 006

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/977997&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw265InpwKwl4MVawihWk0YL