รพ.เอกชน แข่งเดือด เศรษฐกิจชะลอ-คนรัดเข็มขัด “วิมุต” ทรานส์ฟอร์ม ลุยเฉพาะทาง รุกหนักต่างชาติดันสัดส่วน 30% ใน 5 ปี

รพ.เอกชน-แข่งเดือด-เศรษฐกิจชะลอ-คนรัดเข็มขัด-“วิมุต”-ทรานส์ฟอร์ม-ลุยเฉพาะทาง-รุกหนักต่างชาติดันสัดส่วน-30%-ใน-5-ปี

ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ยังคงเผชิญการแข่งขันสูง และความท้าทายด้านกำลังซื้อต่อเนื่อง ทำให้ ‘ปี 2569’ กลุ่ม รพ. ต้องปรับทัพขนานใหญ่

ทรานส์ฟอร์มสู่ “Integrated Specialty Hospital”

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมการแข่งขันดุเดือด ทว่าผู้เล่นหลายรายในธุรกิจ รพ. เอกชน ยังคงรักษาการเติบโตต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจาก Selective Growth หรือการเลือกเจาะตลาดที่เติบโต หรือ “การเน้นความโดดเด่นเฉพาะทาง”

“ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการแข่งขันด้านจำนวนสาขา สู่การแข่งขันด้านความชำนาญและผลลัพธ์การรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก”

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด

ดังนั้น ในวาระครบรอบ 5 ปี รพ.วิมุต ได้ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ปรับโมเดลธุรกิจจากการเป็นโรงพยาบาลทั่วไป (General Hospital) สู่การเป็น โรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ (Integrated Specialty Hospital) รองรับวิกฤตสุขภาพและสังคมสูงวัย โดยมุ่งเน้นไปที่ 5 กลุ่มโรคหลัก ที่กระทบคุณภาพชีวิตคนเมือง ได้แก่

1.โรคระบบทางเดินหายใจ

-เติบโตโดดเด่นถึง 40%

-เกิดจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 การสูบบุหรี่ และการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ ระยะแรกมักเป็นโดยไม่รู้ตัว เพราะมีอาการแค่ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย

-ชูการตรวจคัดกรองเชิงรุกจากวิกฤต PM2.5 ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ Low-dose CT Scan และ EBUS

2.โรคหัวใจและหลอดเลือด

-เติบโต 30%

-พบในกลุ่มอายุน้อยขึ้น จากการนอนน้อยและภาวะความเครียด และโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน เป็นต้น

-เน้นการผ่าตัดแผลเล็ก (MICS) และการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน (TAVI) เพื่อให้คนไข้ฟื้นตัวไว

3.โรคกระดูกและข้อ

-มีอัตราขยายตัว 30%

-แม้ส่วนใหญ่เกิดกับคนสูงวัย แต่ตอนนี้พบในคนอายุน้อยมากขึ้น จากพฤติกรรมนั่งทำงานนาน

-เน้นรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง และ Minimally Invasive Surgery แผลเล็ก ฟื้นตัวไว และลดโอกาสติดเชื้อ

4.โรคระบบทางเดินอาหารและตับ (เปิดตัวใหม่ในปีนี้)

-ปัญหาสุขภาพยอดฮิตของคนไทย จากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตเร่งรีบ เช่น มะเร็งลำไส้ มักตรวจไม่พบในช่วงแรก

-เน้นตรวจคัดกรองผ่าน Colonoscopy ในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป

5.สุขภาพสตรีและมะเร็งสตรี (เปิดตัวใหม่ในปีนี้)

-โรคในสตรี อาทิ มะเร็งเต้านม พบเป็นอันดับ 1 และมีแนวโน้มเจอในคนอายุน้อยลง

-เน้นการตรวจคัดกรอง และรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized)

แผนกสตรี รพ.วิมุต

ผู้บริโภครัดเข็มขัด ปมพิษเศรษฐกิจ ชู Reasonable Price พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 เทรนด์ที่เห็นชัดเจน คนป่วยเท่าเดิม แต่เริ่มมาโรงพยาบาลน้อยลง เหตุผลหลัก ๆ มาจาก ‘เศรษฐกิจชะลอตัว’ และ ‘ภาวะสงคราม’ กระทบกำลังซื้อคนไทยให้น้อยลง

รวมถึง เงื่อนไขประกันภัยรูปแบบใหม่ที่มี ‘Co-payment’ ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองบางส่วนสูงถึง 40%

ปัจจัยดังกล่าวฉุดยอดการจับจ่าย ทำให้คนไข้ลดระดับเกรดของโรงพยาบาลลง เช่น จาก รพ.เอกชน ระดับบน เป็น รพ.เอกชน ระดับกลาง หรือเลือกไปรอคิวที่โรงพยาบาลรัฐมากขึ้น

รพ.วิมุต มองเห็นช่องว่างในตลาดยุคสงครามราคานี้ จึงวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) เป็น “โรงพยาบาลระดับกลางที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Price)” ซึ่งสูงกว่าคลินิกพรีเมียมของโรงพยาบาลรัฐเพียงเล็กน้อย แต่ย่อมเยากว่าโรงพยาบาลเอกชนระดับบนมาก

กลยุทธ์นี้กลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดกลุ่มคนไข้ที่เคยใช้โรงพยาบาลระดับบน (Top-Tier) ให้หันมาเลือกใช้วิมุตเพื่อความคุ้มค่า ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าประกันภัยเติบโตขึ้น 8% และลูกค้าองค์กรเติบโต 12% (โดยสัดส่วนลูกค้าปัจจุบันแบ่งเป็น เงินสด 40% และประกัน 40%)

รพ.วิมุต

เบนเข็มสู่อาเซียน ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ ตปท. แตะ 30% ใน 5 ปี

​ขณะที่ ในส่วนของลูกค้าต่างชาติ มีสัดส่วนอยู่ 10% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Expat ที่ทำงานในไทย โดย 5 ประเทศแรกที่สร้างรายได้สูงสุด (Top 5) ได้แก่ จีน, เมียนมา, กัมพูชา, มาเลเซีย และสิงคโปร์ และอีก 90% เป็นคนไทย

อย่างไรก็ดี วิมุต เห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดต่างชาติ โดยโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพสูงและอยู่ใกล้ประเทศไทยแทน (ยกเว้นกัมพูชา) ทดแทนตลาดตะวันออกกลางที่ชะงัดจากสงคราม และกัมพูชาที่มีความขัดแย้งระหว่างชายแดนกับไทย

ทั้งนี้ ตลาดที่น่าจับตามากสุด คือ เมียนมา ที่มียอดเติบโต 141% ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก จับมือกับเอเจนท์ท้องถิ่น และส่งทีมแพทย์เฉพาะทางบินไปออกตรวจเช็กเคส (Medical Visit) ที่พม่าถึง 2-3 รอบ เพื่อเจาะกลุ่มชนชั้นกลาง-สูงที่มีกำลังซื้อ

โดยเน้นแผนกอายุรกรรม โรคกระดูก มะเร็ง และสูตินรีเวช หากเจอเคสยากซับซ้อนที่ฝั่งนู่นขาดแคลนเครื่องมือ ก็จะส่งต่อ (Refer) คนไข้บินมารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลวิมุตในประเทศไทยทันที

“วิมุตตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะขยับสัดส่วนตลาดต่างประเทศให้ขึ้นไปอยู่ที่ 30% ภายใน 5 ปีนี้ จากปัจจุบันมีสัดส่วน 10%”

รพ.วิมุต

ตั้งเป้าโต 15% พร้อมฝ่าวิกฤตพลังงาน-ตรึงราคานานสุด

ขณะที่ประเด็นสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ รพ.เอกชน ทางอ้อม อาทิ

-ค่าน้ำมันและพลังงานให้ดีดตัวสูงขึ้น จากค่า FT ไฟฟ้าที่ได้มีการปรับขึ้น

-ต้นทุนพลาสติก (ขวดน้ำเกลือ/อุปกรณ์การแพทย์) จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

-ต้นทุนค่ายาสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี วิมุตยังคงเลือกที่จะ “ตรึงราคายาและค่ารักษาเดิมให้นานที่สุด” เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระเป๋าเงินของผู้บริโภค โดยหันไปเน้นการบริหารจัดการภายใน (Cost Saving) และควบคุมต้นทุนทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 1,500 ล้านบาท คาดเติบโต 15% จากปีก่อนหน้า ที่มีรายได้ 1,302 ล้านบาท สำหรับไตรมาสแรกปีนี้ทำผลงานอยู่ที่ 337 ล้านบาท เติบโต 19% (YoY)”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/strategic-move/113212&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cfw4V6BM447bp29kU55gH