สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มขนาดใหญ่ในอดีตมักอาศัยแรงงานคนและประสบการณ์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันฟาร์มหลายแห่งเริ่มหันมาพึ่งพาข้อมูล อุปกรณ์ และการบริหารจัดการด้วยระบบอัจฉริยะเพิ่มมากขึ้น
เช่นที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ( ซีพี ) ในเขตผิงกู่ ของกรุงปักกิ่ง ซึ่งมีระบบอัตโนมัติทำหน้าที่ให้อาหาร จ่ายน้ำ และเก็บไข่ โดยมีหุ่นยนต์รับหน้าที่เดินตรวจตราตามโรงเรือน ทั้งยังบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) มาใช้รวมถึงวางแนวทางการใช้ระบบผู้ดูแลฟาร์มดิจิทัลและระบบตรวจสอบอัจฉริยะ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ” 1 คน ดูแลไก่ 1.68 แสนตัว” ได้สำเร็จ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทไทยในจีนกำลังมองหาโอกาสใหม่ จากการปรับเปลี่ยนและยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมของจีน และกำลังกำหนดบทบาทใหม่ให้ตนเอง จากนักลงทุนและผู้ผลิต สู่ผู้ใช้เทคโนโลยี ผู้ร่วมมือในอุตสาหกรรม และผู้ส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค ในช่วงที่จีนกำลังเร่งเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม อาทิ เกษตรกรรม พลังงาน และการผลิต ไปสู่ระบบอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นกับโรงงานของบริษัท บ้านปู จำกัด ( มหาชน ) ผู้นำด้านพลังงานระดับนานาชาติของไทย ที่เมืองสือเจียจวง ในมณฑลเหอเป่ย์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนของบ้านปูกำลังสำรวจโครงการการใช้ชีวมวลร่วมเผาไหม้ โดยอัตราการใช้ชีวมวลทดแทนสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 10 และคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 24,000 ตันต่อปี สะท้อนถึงการเปลี่ยนจากผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแบบเดิมไปสู่ผู้ให้บริการพลังงานแบบบูรณาการ

นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในจีนเมื่อปี 2546 บ้านปูดำเนินการขยายธุรกิจในภาคพลังงาน ครอบคลุมทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน สร้างระบบธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งด้านทรัพยากร การผลิต และเทคโนโลยี
ปัจจุบัน บ้านปูดำเนินธุรกิจใน 6 มณฑลของจีน ประกอบด้วยเหมืองถ่านหิน 2 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 4 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่ง และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน 1 แห่ง
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนเดินหน้าเพิ่มการเปิดกว้างในระดับสูงและปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสและพื้นที่สำหรับการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทต่างชาติ รวมถึงบริษัทไทย โดยในปี 2568 มูลค่าการค้าทวิภาคีของจีนกับไทยอยู่ที่ราว 153,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 5.08 ล้านล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 14.4% เมื่อเทียบปีต่อปี ในจำนวนนี้ จีนนำเข้าสินค้าจากไทย 49,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.64 ล้านล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6149251/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3f6J-nrjlBavzpMkQT6aFW
