Category: ท่องเที่ยว

  • ‘ศุภจี’ แจงดราม่าอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน  คนละเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5

    ‘ศุภจี’ แจงดราม่าอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5

    ‘ศุภจี’ ยันรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหา PM 2.5 ชี้การอภิปรายเน้นชูจุดขายท่องเที่ยว ไม่เสียกำลังใจแม้ถูกเข้าใจผิด

    10 เม.ย. 2569 เวลา 14.43 น. ณ อาคารรัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากการอภิปรายเรื่องการท่องเที่ยวไทย 365 วัน ที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยระบุว่าทั้งสองเรื่องมีความสำคัญแต่เป็นคนละมิติกัน

    ย้ำให้ความสำคัญปมแก้ปัญหา PM 2.5 แต่ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่

    นางศุภจีระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขโดยตรงที่ต้นทาง อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนต้องการสื่อสารในมิติของ “การท่องเที่ยว” ผ่านปฏิทิน 365 วัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความสวยงามและมีจุดท่องเที่ยวที่สามารถไปได้ตลอดทั้งปีในทุกฤดูกาล

    “ฝุ่นไม่ใช่เฉพาะแค่ที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี ก็ต้องไปแก้ปัญหาต้นทาง ซึ่งเราพูดกันคนละเรื่อง มิติเรื่องท่องเที่ยวเป็นมิติหนึ่งที่เราต้องทำเพราะเป็นแหล่งรายได้ ยืนยันว่าเรื่องฝุ่นสำคัญมากและต้องแก้ไข แต่ตอนนั้นตนพูดเรื่องท่องเที่ยว” นางศุภจี กล่าว

    ไม่ท้อหลังถูกเข้าใจผิด พร้อมทำความเข้าใจคนยุคใหม่

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกหลังเกิดความเข้าใจผิด นางศุภจียืนยันว่า ไม่เสียกำลังใจ พร้อมวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสารของคนในปัจจุบันอาจเลือกฟังเพียงช่วงสั้นๆ ทำให้ได้รับเนื้อหาไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการสื่อสารทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

    ทั้งนี้ นางศุภจีกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองมีหน้าที่ในการทำงานและอธิบายข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจต่อไป เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนประเทศทั้งในด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/740786&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bQXA-YP24T8UNbJ7kx3V_

  • “ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังเจอดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน-ราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย

    “ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังเจอดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน-ราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย

    “ศุภจี” แจงดราม่าอภิปรายเที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังคนเข้าใจผิด บอกคนสมัยนี้อาจฟังน้อย แจงราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย แม้ราคา 10 บาทก็ยังไม่พอใจ ชี้ ราคาอาจตกบ้าง ตามคุณภาพ-ปริมาณ

    วันที่ 10 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีดราม่าจากการอภิปรายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่อาจจะทำให้เที่ยวจังหวัดหนึ่งใน 365 วันไม่ได้ว่า เรื่องฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข และมีคณะที่ดูแลอยู่ แต่การอภิปรายเมื่อคืน มีการพูดถึงหัวข้อเรื่องการท่องเที่ยว และก็พูดถึงการท่องเที่ยวที่เป็นปฏิทิน 365 วัน ว่าในแต่ละวันประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน 365 วัน ไปเที่ยวได้ตลอดเวลา ซึ่งในช่วงที่มีฝุ่นพิษก็มีบางคนที่เข้าใจผิด อย่างเช่น เชียงใหม่ ไปตอนนี้ก็เที่ยวไม่ได้ ตนนั้นเข้าใจ เพราะตอนนี้ต้องแก้ไขเรื่องฝุ่น ก็มีคณะที่ต้องแก้ไข และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันวิกฤต ไม่ใช่แค่เรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว เพราะคนที่อยู่ในพื้นที่ก็ต้องมีคุณภาพชีวิตดี มีอากาศที่สะอาด แต่ในขณะเดียวกันเรื่องการท่องเที่ยวมีจุดอื่น ๆ ที่เราจะสามารถทำเป็นปฏิทินได้ทั้งปี เพราะฉะนั้นที่ตนจะพูด คือพูดเรื่องการท่องเที่ยว แต่คนยกประเด็นฝุ่น ซึ่งเป็น 2 เรื่องที่ต้องทำประสานกันไปในแต่ละมุมที่ต่างมิติกัน

    “ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยวนะ อยู่ไปเถอะ ไม่ใช่เลย ฝุ่นไม่ใช่เฉพาะแค่ที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี ก็ต้องไปแก้ปัญหาต้นทาง ซึ่งก็จะมีหน่วยงาน มีกระทรวงที่ดูแล เพราะเราพูดกันคนละเรื่อง มิติเรื่องท่องเที่ยวก็เป็นมิติหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำ เพราะการท่องเที่ยวเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดรายได้ ก็ฝากแล้วกัน ช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ใช่พูดว่าไม่สำคัญ เรื่องฝุ่นสำคัญค่ะ สำคัญมาก และต้องแก้ไข แต่ตอนที่แต๋มพูดเรื่องท่องเที่ยว”

    เมื่อถามว่า เสียกำลังใจหรือไม่หลังคนเข้าใจสิ่งที่สื่อสารผิด นางศุภจีกล่าวว่า ไม่เลย เพราะในความเป็นจริงแล้วเรื่องของการฟัง หากฟังสั้น ๆ ก็จะได้เนื้อหาไปอย่างหนึ่ง แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบก็คงจะเข้าใจ ซึ่งคนสมัยนี้อาจจะไม่ได้ฟังเยอะ อาจจะฟังน้อย เราก็มีหน้าที่อธิบาย มีหน้าที่ทำงาน

    แจงราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย แม้ราคา 10 บาทก็ยังไม่พอใจ

    นางศุภจี ยังกล่าวถึงที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. พรรคประชาชน วิจารณ์ถึงการชี้แจงเรื่องราคามะพร้าวที่บอกว่าราคาขึ้นไปถึง 7 บาทแล้วแต่แท้จริงราคายังอยู่แค่ 3 บาท จึงขอให้นางศุภจี ฟังเสียงเกษตรกรมากกว่าข้าราชการ

    โดยนางศุภจี ชี้แจงว่า ได้ฟังอย่างรอบด้าน ไม่ว่าราคา 3 บาทหรือ 7 บาท ก็ยังไม่พอใจ เพราะมันสามารถราคาสูงได้มากกว่านี้ และหากไปฟังที่ได้ลุกขึ้นชี้แจงเมื่อวานนี้ (9 เม.ย. 69) ในการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าว ไม่ได้แก้ที่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งการแก้ไขปัญหาต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงคุณภาพของแพ็กเกจ ซึ่งในปีนี้เรามีผลผลิตมะพร้าวออกมาจำนวนมาก ราคาอาจจะตกลงบ้าง

    ส่วนประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของคุณภาพก็ด้อยลง หากมะพร้าวคุณภาพด้อย ตกเกรด ราคาก็ไม่ดี ซึ่งไม่ว่าราคามะพร้าวจะอยู่ที่ 3 บาท 7 บาท หรือ 10 บาท ก็ต้องยอมรับว่ามีคนขายได้ในราคา 10 บาทด้วย แต่ในความเป็นจริงอยากได้ราคาที่มากกว่านี้ ก็ต้องแก้ที่ระบบ แต่ก็ไม่สามารถแก้ได้ในวันเดียว เพราะเป็นปัญหาที่สะสมกันมานาน ดังนั้นต้องไปเน้นในเรื่องของการแปรรูป และการรับฟัง ก็ต้องรับฟังทั้งหมด รวมไปถึงดูแลการควบคุมการผลิต

    “หากถามว่ามะพร้าวราคา 3 บาทมีหรือไม่ก็อาจจะมีเป็นมะพร้าวที่อยู่บนต้น หรือมะพร้าวที่ตกคุณภาพ ส่วนราคา 7-10 บาท ก็อาจจะมีแต่ยังไม่พอใจ จึงอยากขอให้ช่วยกันสื่อสารผ่านสื่อมวลชนให้เกิดความเข้าใจ” นางศุจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926003&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OjtWeh_dk7cazgY1poreg

  • รัฐบาลเตรียมลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ-แยกกีฬาออก ตั้งเป้าปั้นวงการกีฬาไทย

    รัฐบาลเตรียมลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ-แยกกีฬาออก ตั้งเป้าปั้นวงการกีฬาไทย

    วันนี้ (10 เมษายน) ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่าในคำแถลงนโยบายด้านกีฬาและการท่องเที่ยว คีย์เวิร์ด คือ สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับการท่องเที่ยว จากการเน้นปริมาณสู่การสร้างมูลค่าสูง จากนี้ถ้าพูดถึงนักท่องเที่ยวจะไม่ใช้คำว่าจำนวนกี่คน แต่จะใช้คำว่ารายได้ที่มีต่อประเทศกี่บาท

    ทั้งนี้ รัฐบาลชุดนี้จะทำการปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการกับวัฒนธรรม และแยกกีฬา โดยจะใช้ชื่อว่ากระทรวงกีฬาอย่างชัดเจน เชื่อว่าทุกคนเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน การขายวัฒนธรรมอัตลักษณ์ของความเป็นไทย คือหมุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางมาประเทศไทย และแน่นอนว่าการแยกกีฬาออกไป จะทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางมากขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ ต้องขอบคุณศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลการท่องเที่ยว ในการพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน เที่ยวได้ทั้งปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนโยบาย รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยที่คนในชุมชนได้รับประโยชน์ และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลรักษาอย่างยั่งยืน แต่ทำอย่างไรจะให้ชุมชนได้รายได้อย่างแท้จริง การจัดสรรงบประมาณเป็นรายหัวที่จะลงไปในพื้นที่ คือนักท่องเที่ยวไปชุมชนไหนมากรายได้ก็ต้องกระจายไปสู่ชุมชนนั้นตามรายหัว จะเป็นอีกนโยบายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการ รวมถึงการยกระดับความปลอดภัยการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

    สุรศักดิ์ กล่าวว่า การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้นโดยจะยกระดับเมืองน่าเที่ยวเป็นอีกนโยบายสำคัญ ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์โลกปัจจุบันค่าครองชีพ และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะต้องรณรงค์ให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยมุ่งเน้นการขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟหรือรถที่ต้องใช้ร่วมกันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นนโยบายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะขับเคลื่อนและผลักดัน

    สุรศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายฟรีวีซ่าด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยพักพิงในประเทศประเทศไทยได้ 60 วัน ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายตรวจลงตราได้เก็บข้อมูลและศึกษาถึงแนวทาง พบว่า นักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยอยู่ในประเทศไทยประมาณ 9 วัน นานที่สุดคือ 21 วัน และนักท่องเที่ยวที่เที่ยว 1-3 วัน คิดเป็น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการฯจึงมีแนวทางชัดเจนว่าการทบทวนระยะเวลาในการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วัน จำเป็นจะต้องลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยว

    “ทุกท่านทราบดีว่าการอยู่นานเกินไปเริ่มไม่ใช่นักท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเริ่มมาแย่งงานคนไทย มีนอมินีในบางประเด็นในการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น การศึกษาครั้งนี้ระบุชัดว่าการที่จะลดเหลือ 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนคนที่อยู่เกิน 30 วัน มีวีซ่า DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ศึกษาเบื้องต้นกับกระทรวงการต่างประเทศ จะทบทวนเรื่องนี้เพื่อจำกัดเวลาให้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่จำกัดเวลา ท้ายที่สุดประเทศต่างๆที่เคยได้ฟรีวีซ่าจะต้องมีการพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่” สุรศักดิ์ กล่าว

    สุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนด้านกีฬารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามที่ร้างให้ใช้งานได้ แน่นอนว่ายังมีปัญหานอกจากเรื่องงบประมาณยังมีเรื่องการถ่ายโอนซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง เชื่อว่ารัฐมนตรีหลายท่านที่ผ่านมาไม่มีใครสบายใจเรื่องนี้ ดังนั้น เป็นข้อที่ตนจะต้องทำให้ได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นอกจากนี้ ตนยังเห็นด้วยกับการพิจารณาโครงสร้างการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งเป็นความตั้งใจของตน และกระทรวงที่จะทำเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬา มีนักข่าวถามตนว่าอยากจัดรายการกีฬาใหญ่ๆในประเทศไทยหรือไม่ แน่นอนว่ารัฐมนตรีทุกคนอยากจัดทั้งหมด เพราะถ้ายิ่งจัดก็ยิ่งเป็นเครดิต แต่ต้องดูความคุ้มค่าหลายเรื่องถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาให้ดีในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-free-visa-30-days-tourism/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3A4MWOO094WEHcFyoZVvQq

  • สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service กลางเมืองแม่กลอง | เดลินิวส์

    สมุทรสงคราม ยกระดับท่องเที่ยว เตรียมเปิด One Stop Service กลางเมืองแม่กลอง | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้าน Mix&Me café’ and restaurant by บ้านพระครูติ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสภาฯ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีคณะกรรมการและที่ปรึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการเตรียมจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะตั้งอยู่บริเวณจุดตัดทางรถไฟข้างโรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญใกล้ตลาดร่มหุบ และเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากสัญจรผ่านในแต่ละวัน

    รูปแบบของจุดบริการ เป็นบูธขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2.5 เมตร ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ภายในจะให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ทั้งเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ วิถีชุมชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ (Route) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการวางแผนเดินทาง

    นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ เช่น แผ่นพับ และรูปแบบออนไลน์ผ่าน QR Code ที่สามารถสแกนเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้ทันที รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

    ไม่เพียงเท่านั้น จุดบริการแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน เช่น หลงทาง ตกรถ หรือประสบปัญหาระหว่างการเดินทาง โดยจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือการเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ และบริการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมราคาค่าบริการให้เป็นธรรม สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

    ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีรายได้เสริม โดยสนับสนุนให้เข้ามาเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทาง พร้อมทั้งจัดอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์เบื้องต้น เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการในท้องถิ่น ทั้งนี้ จุดบริการดังกล่าวจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยให้บริการอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในเร็ว ๆ นี้

    นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งพื้นที่จำหน่ายของฝาก “ของดีเมืองแม่กลอง” บริเวณอาคารวราปลาทู ใกล้กับปั้มน้ำมันเชลล์ ถนนทางเข้าเมือง เขตเทซบาลเมืองสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมสินค้าในท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5769628/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0d6Q5TXrst82QzhuvidZ-H

  • อยุธยาพร้อม! เปิดฉาก ‘สาดน้ำกับช้าง’ สุดตระการตา ชวนแต่งชุดไทยเล่นสงกรานต์ สื่อทั่วโลกแห่ทำข่าว | เดลินิวส์

    อยุธยาพร้อม! เปิดฉาก ‘สาดน้ำกับช้าง’ สุดตระการตา ชวนแต่งชุดไทยเล่นสงกรานต์ สื่อทั่วโลกแห่ทำข่าว | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 10 เม.ย. ที่บริเวณวงเวียนศาลหลักเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา วังช้างอยุธยาแลเพนียด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอยุธยา นำโดยนายเรียงทองบาท มีพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายมานัส ทรัพย์มีชัย อุปนายกสมาคมฯ และนายกิตติภพ คงทอง เลขานุการสมาคมฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยนางนิตยา เมธีวุฒิกร รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจัดกิจกรรม”เที่ยอยุธยามหาสงกรานต์สาดน้ำกับช้าง2569” โดยจัดให้มีการแต่งชุดไทยสาดน้ำกับช้าง มีรถบรรทุกน้ำของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นำน้ำมาร่วมด้วย บรรยกาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาเก็บภาพเพื่อไปเผยแพร่ทั่วโลก

    นายเรียงทองบาท เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้มีการเล่าน้ำสงกรานต์กับช้าง ซึ่งจัดขึ้นบริเวณหน้าสำนักงานททท.พระนครศรีอยุธยา ถนนศรีสรรเพชญ์ วันที่ 13-15 เมษายน 2569 โดยจะมีช้างมาร่วมพ่นน้ำกับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน ซึ่งภาพของช้างเล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นให้มีการสื่อสารถึงความเป็นไทย ด้วยการแต่งชุดไทยเล่นน้ำสงกรานต์

    นางนิตยา เปิดเผยว่า ปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โดยนายณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผ.อ.ททท.พระนครศรีอยุธยา ได้ให้ความสำคัญของการเผยแพร่ภาพของช้างเล่นน้ำกับช้าง แสดงถึงประเพณีไทย และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวอยุธยาที่มีช้างเป็นตัวนำ อีกทั้งยังสนับสนุนการแต่งไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์สุรชัย ศรีบุปผา หรือครูมด ผู้อำนวยการบ้านรำไทย นำชุดไทยมาให้นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำกับช้างได้แต่งกันวันละ 300 ชุด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นับเป็นสีสันที่น่าสนใจในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5769333/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YAmZOVg2CuTi2EVzHsk5H

  • รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน 'ฟรีวีซ่า' ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    รมว.ท่องเที่ยว ประกาศทบทวน ‘ฟรีวีซ่า’ ยันเดินหน้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

    10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ขณะนี้รัฐบาล โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงต่างประเทศ กำลังศึกษาเบื้องต้นเพื่อทบทวนการยกเว้นวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 90 ประเทศ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงเข้ามาในประเทศ

    “เรื่องฟรีวีซ่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ โดยสามารถพักพิงในประเทศไทยได้ 60 วัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา ได้เก็บข้อมูลพร้อมทั้งศึกษาถึงแนวทางว่า การที่นักท่องเที่ยวเที่ยวอยู่ประเทศไทย 60 วันนั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่” นายสุรศักดิ์ ระบุ

    นายสุรศักดิ์ อธิบายว่า นักท่องเที่ยวที่เที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่วันเดียวจนถึง 30 วัน คิด 90% หมายถึงว่ายังมีอีกเกือบ 10% ที่อยู่เกิน 30 วัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมการเองก็มีแนวทางชัดเจนว่า การทบทวนระยะเวลาของการให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วันนั้น จำเป็นจะต้องมีการลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริง ๆ 

    ทั้งนี้เห็นว่า การเปิดให้นักท่องเที่ยวอยู่เกินนานไป เริ่มจะไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยว เพราะจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เข้ามาแย่งงานคนไทย เริ่มมีนอมินีในบางประเด็น รวมถึงการเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ ก็ระบุชัดว่าการที่จะลดเวลา 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนที่เหลือเกือบ 10% อยู่เกิน 30 วันก็มีวีซ่าอีกประเภทหนึ่งครับที่เรียกว่า Destination Thailand Visa หรือ DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

    “การดำเนินการดังกล่าวจะจำกัดเวลาให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่เพียงแค่กำกับเวลา เพราะในที่สุดประเทศต่าง ๆ ที่เคยได้ฟรีวีซ่าเองก็ต้องพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่ เพราะเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สิ่งนี้ชัดเจนในนโยบายว่าการยกระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณ และสร้างรายได้มากกว่าปริมาณ สิ่งนี้เป็นกลไกหนึ่งที่กระทรวงจะต้องทำ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    ส่วนประเด็นเรื่องการเตรียมจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยวนั้น เห็นว่า ประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ทำในเรื่องนี้ มีเหลือไม่กี่ประเทศที่ยังไม่ทำ และมีหลายประเทศที่กำลังเพิ่ม โดยจะมีเงินเข้ามายังกองทุนเพื่อดูแลการท่องเที่ยวและการประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ซึ่งถ้ามีกองทุนแล้วก็เชื่อว่าไม่เป็นงบประมาณแผ่นดินและไม่มาเบียดเบียนค่ารักษาพยาบาลของคนในประเทศ เพราะมีประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยว 

    รมว.การท่องเที่ยวฯ เชื่อว่า การดำเนินการดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะเกิดความเชื่อมั่น ส่วนเงินที่ได้ก็นำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ห้องสุขา และความปลอดภัย หรือนำเงินกลับไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมจำนวนมากเป็นรายหัวต่อไป 

    ขณะที่การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยวนั้น ต้องยอมรับครับในภาวะเหตุการณ์โลกในปัจจุบันค่าครองชีพที่สูง และค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น การที่จะต้องลงให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องมี โดยมุ่งเน้นไปสู่การใช้ระบบการขนส่งมวลชนมากขึ้น ทั้งรถไฟหรือรถที่ใช้ร่วมกัน ถือเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงจะขับเคลื่อนและผลักดันทันที

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

    พร้อมกันนี้รัฐบาลจะปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ใหม่ โดยให้การท่องเที่ยวไปอยู่กับการบริหารจัดการด้านวัฒนธรรม และแยกกระทรวงกีฬาต่างหาก เพราะเรื่องท่องเที่ยวและเรื่องวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน ส่วนการแยกกีฬาออกมานั้น จะสามารถทำให้ความชัดเจนของกีฬามีทิศทางที่ดีขึ้น สามารถพัฒนานักกีฬาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศจะได้รับการพัฒนาได้อย่างชัดเจน 

    ส่วนข้อห่วงใยของวุฒิสภาเรื่องของสนามกีฬาร้างในหลาย ๆ จังหวัด รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของตนจะต้องเปลี่ยนสนามกีฬาที่ร้างให้มาใช้งานได้ ซึ่งการแก้ไขไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเรื่องการถ่ายโอน เรื่องเจ้าของที่ โดยหลายเรื่องต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง

    ขณะที่เรื่องการสนับสนุนของนักกีฬา ก็เห็นด้วยว่า วันนี้เงินที่ได้ในเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ต้องพิจารณาโครงสร้างของการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจนักกีฬา 

    “เรื่องการกีฬา รัฐบาลจะมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การแยกกีฬาอย่างชัดเจน การจัดอีเวนต์ต่าง ๆ จะต้องเป็นการจัดที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่ามากกว่าที่อยากจะจัดโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะฉะนั้นทุก World Event ในประเทศไทยมีได้แต่ต้องคุ้มค่ากับการจัด คุ้มค่าหลาย ๆ เรื่อง ถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาดี ๆ ในยามภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แต่การสนับสนุนจะเต็มที่โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก” รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xB4uM13R_6k7I-YO1Z7vM

  • ศุภจี แจงดราม่าอภิปราย เที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ฝุ่น PM 2.5 ไม่เสียกำลังใจ

    ศุภจี แจงดราม่าอภิปราย เที่ยวไทย 365 วัน คนละเรื่องแก้ฝุ่น PM 2.5 ไม่เสียกำลังใจ

    วันนี้ (10 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีดราม่าจากการอภิปรายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่อาจทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ครบ 365 วัน ว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข และมีคณะทำงานดูแลอยู่

    แต่การอภิปรายเมื่อคืน เป็นการพูดในหัวข้อเรื่องการท่องเที่ยว โดยกล่าวถึงแนวคิด “ท่องเที่ยว 365 วัน” ว่าในแต่ละวันประเทศไทยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นพิษ อาจทำให้บางพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยว ซึ่งตนเข้าใจ เพราะขณะนี้ต้องเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่น และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวิกฤตที่กระทบไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ต้องมีอากาศสะอาดด้วย

    ทั้งนี้ ในมิติการท่องเที่ยว ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่สามารถพัฒนาเป็นปฏิทินท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น สิ่งที่ตนสื่อสารคือเรื่องการท่องเที่ยว ขณะที่ประเด็นฝุ่นเป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันไปในคนละด้าน

    “ไม่ได้พูดเลยว่าฝุ่นไม่เกี่ยว หรือปล่อยไว้แบบนั้น ไม่ใช่เลย ฝุ่นไม่ได้เกิดเฉพาะที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มี ต่างจังหวัดก็มี จึงต้องแก้ปัญหาที่ต้นทาง โดยมีหน่วยงานและกระทรวงที่รับผิดชอบ เราพูดกันคนละประเด็น มิติการท่องเที่ยวก็เป็นอีกมิติหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นแหล่งรายได้ของประเทศ ก็อยากให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจว่า ไม่ได้หมายความว่าเรื่องฝุ่นไม่สำคัญ แต่ย้ำว่าเรื่องฝุ่นสำคัญมาก และต้องแก้ไข”

    เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่ หลังมีผู้เข้าใจสารที่สื่อสารคลาดเคลื่อน ศุภจี กล่าวว่า ไม่เสียกำลังใจ เพราะโดยธรรมชาติของการรับฟัง หากฟังเพียงบางช่วงก็อาจเข้าใจเพียงบางส่วน แต่หากฟังตั้งแต่ต้นจนจบจะเข้าใจมากขึ้น พร้อมระบุว่า คนสมัยนี้อาจฟังน้อยลง ดังนั้นตนมีหน้าที่อธิบายและทำงานต่อไป

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/supajee-tourism-pm25-controversy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vn3ZjEvWX2tphqb0fajQR

  • T

    T

    พร้อมส่ง 3 ออนไลน์แคมเปญ แท็กทีมทัพครีเอเตอร์ชวนไลฟ์สนุก สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยช่วงสงกรานต์ปีนี้

    TikTok ผนึก ททท. ดัน

    TikTok แพลตฟอร์มแห่งการค้นพบระดับโลก และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็น Soft Power สำคัญเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับ “สงกรานต์ปี 2569” ผ่าน TikTok LIVE มุ่งสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมไทยดิจิทัลไร้พรมแดน ชูการไลฟ์เป็นเครื่องมือหลักมัดใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ๆ ทั่วโลก สานต่อความสำเร็จจากงาน “Wonder Thai Festival” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่สร้างยอด Engagement สูงกว่าแคมเปญอื่นถึง 24% TikTok ผนึก ททท. ดัน

    ดันวัฒนธรรมไทยเป็น “แม่เหล็ก” สะพานเชื่อมการท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์

    ความสำเร็จของแคมเปญ Wonder Thai Festival เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำลองบรรยากาศ “งานวัด” มาไว้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน สร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงถึง 24% จำนวนครีเอเตอร์ร่วมไลฟ์ในแคมเปญมีมากกว่าแคมเปญประเภทอื่นถึง 10% สะท้อนให้เห็นว่า “วัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นไทย” คือแนวคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดใจผู้ใช้งาน TikTok กว่า 50 ล้านรายได้เป็นอย่างดี ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ Virtual Gifts และ User Interface (UI) ของ TikTok LIVE ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเข้ากับบรรยากาศและเทศกาลไทยโดยเฉพาะ ทำให้การสืบสานประเพณีไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

    ความสำเร็จดังกล่าวยังตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ TikTok LIVE ในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีจำนวน LIVE Creator สูงถึง 11.4 ล้านราย (เติบโตขึ้น 117%) มียอดการชมไลฟ์รวมกว่า 8 พันล้านวิวต่อเดือน (เติบโตขึ้น 38%) สะท้อนให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของชุมชนผู้ใช้งานและความพร้อมของอีโคซิสเต็มส์ในการเป็นช่องทางหลักเพื่อส่งต่อวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

    TikTok สนับสนุนยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ของ ททท. ผ่าน “Sub-Culture Economy” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) โดยอาศัยศักยภาพของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวมทุกความสนใจ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Sub-Culture ที่มีกำลังซื้อสูงและมีปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสายกิน (Foodies), สายอาร์ตและงานดีไซน์ (Art & Design) หรือกลุ่มผู้หลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่น (Cultural Seekers)

    โดย TikTok ได้จับมือกับเหล่า TikTok LIVE Creator ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดคอนเทนต์ที่มากกว่าแค่บรรยากาศงานเทศกาล แต่เป็นการนำเสนอ “ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่” และ “อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยที่โดดเด่น” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากยอดวิวสู่การตัดสินใจเดินทางจริงของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีคุณค่า

    เปิดตัว 3 แคมเปญใหม่รับสงกรานต์ ดันครีเอเตอร์สร้าง Festive Moment ระดับโลกบน TikTok LIVE

    เพื่อให้สงกรานต์ปี 2569 เป็นเทศกาลของไทยที่ผู้คนเข้าถึงได้ทุกโมเมนต์ TikTok และ ททท. ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ 3 กิจกรรมไฮไลท์ที่จะเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นเวทีสืบสานและส่งต่อวัฒนธรรมระดับโลก ดังนี้

    1. สาด LIVE สาด Love: ยกกลิ่นอายวัฒนธรรมสงกรานต์ทั่วไทย เช่น ก่อเจดีย์ทราย, ปักตุงปีใหม่เมือง และ รถถีบกางจ้อง มาไว้บนหน้าจอ TikTok LIVE เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์สร้างไลฟ์สร้างสีสันของตัวเองในธีมสงกรานต์ชวนเหล่าแฟน ๆ ผู้ติดตามส่งของขวัญคอลเลกชันพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่ 11 – 17 เมษายน 2569
    2. LIVE ชุ่ม PK ฉ่ำ: แข่งเล่นสงกรานต์ไลฟ์ชนจอระหว่างครีจเอเตอร์ไทยและครีเตอร์ในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ประเพณีสงกรานต์ออกสู่สายตาชาวโลกผ่าน TikTok LIVE ด้วยการนำเสนอ ของขวัญ LIVE ในธีมสงกรานต์ เช่น ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปะแป้ง และของขวัญต่าง ๆ อีกมากมายให้ผู้มีส่วนร่วมสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์รูปแบบใหม่บนจอโทรศัพท์ พร้อมกับเหล่าครีเอเตอร์แนวหน้า ที่จะมาแสดงความสามารถ ร้อง เต้น ในชุดพื้นเมืองไทย ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569
    3. ดาวเด่นเล่นสงกรานต์: ไลน์อัพพาเหรดสงกรานต์ผ่านช่อง TikTokLIVE-TH นำเสนอคอนเทนต์หลากลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับประเพณีไทยและสงกรานต์ โดยผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมโดยการส่งไอคอนไลค์ธีมสงกรานต์ให้กำลังใจครีเอเตอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดี ๆ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน 2569

    นางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy SEA, TikTok กล่าวว่า “TikTok มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ระดับสากล ผ่านความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มที่เป็น Global Community เราไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เรามีชุมชนครีเอเตอร์ที่ทรงพลังหลายล้านราย พร้อมเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการส่งต่อเรื่องราววัฒนธรรมไทยให้มีชีวิตชีวาบนโลกดิจิทัล การร่วมมือกับ ททท. อย่างต่อเนื่องผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมของ TikTok LIVE เป็นการเปิดประตูให้คนได้เห็นมนต์เสน่ห์ของไทยแบบเรียลไทม์ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าเนื้อหาที่จริงใจจากครีเอเตอร์จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจในเทศกาลและวัฒนธรรมไทย สามารถต่อยอดเป็นการช่วยตัดสินใจท่องเที่ยวไทยทั้งในช่วงเทศกาลและหลังเทศกาล ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นรูปธรรม”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ททท. ปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลกออนไลน์ที่มองหาความจริงใจและประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง การยกระดับ Soft Power ไทยสู่ระดับสากลต้องอาศัยเครื่องมือที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด โดย TikTok LIVE ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีเยี่ยมในแง่ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในยุคนี้ได้อย่างทรงพลังที่สุด เราจับมือกับ TikTok ต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในแคมเปญสงกรานต์ในครั้งนี้ ททท.ยังได้สนับสนุนแพคเกจท่องเที่ยวไทยให้แก่ครีเอเตอร์ที่ชนะจากการไลฟ์ร่วมสนุกบน TikTok เพื่อจูงใจและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การทำงานร่วมกับ TikTok LIVE Creator ในเทศกาลต่าง ๆ จึงได้ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเพณีไทยให้สนุกสนาน เข้าถึงง่าย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมอยากมาสัมผัสบรรยากาศจริงที่ประเทศไทย ไม่ใช่แค่ช่วงสงกรานต์ แต่เป็นในทุกเทศกาลตลอดทั้งปี”

    ปักหมุดไฮไลท์สำคัญความร่วมมือกับ TikTok LIVE x ททท. ที่ห้ามพลาด!

    ห้ามพลาด! ในวันที่ 10 เมษายน 2569 เตรียมพบกับกองทัพ Top TikTok LIVE Creators แถวหน้าของเมืองไทย ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษระดับเซเลบริตี้ที่จะมารวมตัวกันในงาน “เสน่ห์ไทย” ที่จัดขึ้นโดย ททท. พาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยผ่านสายตาครีเตอร์คนรุ่นใหม่ พร้อมพาไปสัมผัสบรรยากาศงาน รวมถึง “เสน่ห์อาร์ต By Songkran Festival” ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านคาแรกเตอร์ดีไซน์สุดสร้างสรรค์ที่กระจายอยู่ทั่วงาน อาทิ Mamuang, 2CHOEY, POORBOY, TOMATO TWINS และ CRY BABY โดยแต่ละจุดมีเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน สะท้อนความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น พร้อมเสริมด้วยไฮไลท์กิจกรรมภายในโซน ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายภาพ Art Installation ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ กิจกรรมพบปะศิลปินตัวจริง รวมถึงเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมถ่ายทอดสดให้ชมกันผ่านหน้าจอ TikTok LIVE เท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลได้ง่าย ๆ เพียงค้นหา #Songkran2026 และ #AmazingThailand บน TikTok

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepquea3g4hsi21ocyb7jq6f57nqgv25&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AjBJRiHDnZS5Xs-ARGg7g

  • ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน “ศุภจี” เคลียร์ชัด ไม่ใช่ทุกที่เที่ยวได้ทุกวัน

    ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน “ศุภจี” เคลียร์ชัด ไม่ใช่ทุกที่เที่ยวได้ทุกวัน

    ดราม่าเที่ยวไทย 365 วัน

    สรุปดราม่านโยบายเที่ยวไทย 365 วัน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลแจงเป็นเพียง “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ยันเร่งแก้ปัญหาสุขภาพควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

    • รัฐบาลชี้แจงว่านโยบาย “เที่ยวไทย 365 วัน” คือการสร้างปฏิทินท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้ตลอดปี ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่สนฤดูกาลหรือสภาพอากาศ
    • เกิดเสียงวิจารณ์ว่านโยบายดังกล่าวละเลยปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
    • ฝ่ายค้านเสนอว่าการจะทำให้นโยบายสำเร็จต้องแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคอย่างฝุ่น PM2.5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งสองเรื่องไปพร้อมกัน

    สรุปดราม่านโยบายเที่ยวไทย 365 วัน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องฝุ่น PM2.5 รัฐบาลแจงเป็นเพียง “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อกระจายรายได้ ยันเร่งแก้ปัญหาสุขภาพควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่านโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” คือการทำ “ปฏิทินท่องเที่ยว” เพื่อดึงศักยภาพแต่ละพื้นที่ที่มีจุดเด่นต่างฤดูกาลกันมาใช้ เป้าหมายคือกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ได้แปลว่าทุกจังหวัดจะเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่สนสภาพอากาศ

    ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

    เสียงสะท้อน “สุขภาพต้องมาก่อน”

    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ออกมาเตือนว่ารัฐบาลอย่ามองแค่ตัวเลขท่องเที่ยวจนลืม “สุขภาพประชาชน” โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กระทบพัฒนาการเด็กและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตที่สำคัญกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในระยะสั้น

    อัดนโยบายท่องเที่ยว ใช้งบไม่ตรงจุด

    นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ได้อภิปรายว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราน้อยลง เพราะความน่าสนใจของบ้านเราลดลง ไม่มีจุดขายใหม่ ๆ นักท่องเที่ยวขาดแรงจูงใจที่จะมาซ้ำ และประเทศเพื่อนบ้านเราก็ทำการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเรา 

    สำหรับนโยบายแรกที่รัฐบาลจะพัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทางแบบ 365 วัน ในหลักการถือว่าตอบโจทย์ในการเพิ่มการกระจายตัวของการท่องเที่ยว เพียงแต่ว่าวิธีการที่จะทำนั้น จากที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจ สร้างความปลอดภัย ต่อยอดจุดแข็ง

    ซึ่งหลายพื้นที่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมหลายพื้นที่เหล่านั้นถึงยังไม่กลายเป็นที่หมายแบบ 365 วัน อย่างเชียงใหม่บ้านของตนมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีศิลปะวัฒนธรรม มีอาหาร มีครบ มีมานานแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ไม่สามารถเที่ยวได้ 365 วัน เนื่องจากฝุ่น PM2.5 กล่าวคือ การที่จะทำให้ไทยเป็นที่หมายแบบ 365 วันได้ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องหาอุปสรรคอื่น ๆ ที่ทำให้คนไม่ไปเที่ยว และแก้อุปสรรคเหล่านี้ไปพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว นโยบายจึงจะสำเร็จ

    นโยบายท่องเที่ยว-แก้ปัญหาฝุ่น ต้องทำควบคู่กัน

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าสำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Cy1EGURqZLfkjv1EWH4J5

  • เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    9 เมษายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูแผนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 รับวันหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าจะอาจจะส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เปลี่ยนไป ทั้งการลดระยะทางท่องเที่ยว เลือกใช้เวลาพักผ่อนวันหยุดยาวใกล้บ้าน หรือหันมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ยังคงเดินทางมีแนวโน้มใช้เวลาบนถนนสายหลักและจุดพักรถนานขึ้น โดยเฉพาะสถานีน้ำมันซึ่งอาจมีความหนาแน่นจากการแวะพักและรอคิวเติมน้ำมัน

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เผยยกทัพโซลูชันจัดเต็ม นอกจากเพิ่มสัญญาณ 5G และ 4G ปีนี้แล้ว ทรูยังติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รองรับคนกรุงที่ปีนี้คาดว่าจะมีกลุ่มปรับแผนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และเลือกฉลองสงกรานต์แบบพักผ่อนในเมืองแทน ไม่ว่าจะเดินห้าง ดูหนัง หรือนัดกินข้าวกับเพื่อน ก็ใช้งานมือถือได้ลื่นไหล ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้แค่วางแผนโครงข่ายเชิงรุกเพื่อรองรับท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ แต่เรายังวางแผนรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เทศกาลสงกรานต์จะมีรูปแบบ ‘กระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวสงกรานต์ และการเดินทางไกลข้ามจังหวัด’ ไปสู่รูปแบบที่ ‘กระจายตัวและยืดหยุ่น’ ทั้งระหว่างการเดินทางข้ามจังหวัด และการใช้งานในจังหวัด หรืออยู่บ้านกับครอบครัวมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณการใช้งานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูง แต่จะกระจายไปยังสถานที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ๆ เส้นทางคมนาคมสายหลัก จุดพักรถ และพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่เติบโตจากกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกพักผ่อนอยู่บ้านในปีนี้”

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุม 5 พื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว วัด และสถานที่ทำบุญ, จุดเล่นน้ำสงกรานต์, ศูนย์กลางคมนาคม เช่น สนามบิน สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ, ถนนสายหลักเชื่อมภูมิภาค และจุดพักรถตามเส้นทาง รวมถึงสถานีน้ำมัน และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดใช้งานสำคัญในปีนี้ พร้อมทั้งดูและเน็ตบ้านในทุกพื้นที่ชุมชน

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทรูให้ความสำคัญกับจุดจัดงานสงกรานต์ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย และเป็นจุดดึงดูดการเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม, สยามสแควร์, รวมถึงอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น SIAM Songkran Music Festival (RCA), S2O Songkran Music Festival (ย่านรัชดา) และ X Festival (Warehouse Stadium) เป็นต้น รวมถึงการเสริมสัญญาณพื้นที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ทุกภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้นำโซลูชันเสริมศักยภาพเครือข่ายมาใช้งานแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่ การติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW (Cell-On-Wheel) ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง, การเพิ่มเสาสัญญาณชั่วคราวในจุดจัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดทุกภูมิภาค, การปรับค่าพารามิเตอร์เครือข่ายให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเฉพาะช่วงเทศกาล พร้อมทั้งติดตั้ง IBC (In-Building Coverage) เพิ่มจากเดิมเพื่อขยายสัญญาณภายในอาคารและศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    นอกจากนี้ สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ทรูนำ AI ที่ได้รับการรับรอง Autonomous Network ระดับ 4.0 จาก TM Forum มาใช้บริหารโครงข่าย ผ่านระบบ Intent-Based Operation (IBO) ที่ทำงานเสมือนทีมปฏิบัติการอัตโนมัติ ดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคาดการณ์และปรับจูนล่วงหน้าก่อนเกิดผลกระทบ โดยสามารถกระจายโหลดในพื้นที่หนาแน่น จัดการสัญญาณรบกวน และประเมินผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าใช้งาน 5G และ 4G ได้อย่างต่อเนื่อง ลื่นไหล รองรับการสตรีม วิดีโอคอล และเล่นเกมได้อย่างสนุก

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ขณะเดียวกัน ทรูยังได้จัดทีมทำงานที่ศูนย์ปฏิบัติการ BNIC และ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ AI วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์เครือข่ายอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้ง 5G, 4G และอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    บริษัทฯ ยังดำเนินการตามแนวทางของ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลคุณภาพโครงข่ายและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกพื้นที่ ทั้งกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยว หรือกลุ่มที่เลือกใช้เวลาอยู่บ้านในช่วงวันหยุดยาว

    “การวางแผนเสริมสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในทุกสถานการณ์ พร้อมรองรับทั้ง ‘การเดินทางท่องเที่ยว’ และ ‘ไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น’ ของคนไทยในยุคปัจจุบัน” 

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความสนุกและร่วมส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ไปพร้อมกับลูกค้าคนสำคัญให้ได้สุขสดใส ชื่นใจวันสงกรานต์ เบิกบานทั่วไทยไปกับทรู พร้อมส่งมอบความสดใสรับเทศกาลปีใหม่ไทย ด้วยการมอบกระเป๋ากันน้ำสุดเก๋ไก๋ให้ลูกค้าได้นำไปใช้เบิกบานทั่วไทย เพียงเข้ามาใช้บริการหรือทำธุรกรรมที่ ทรูช็อป และ ดีแทคช็อป 129 สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ครบ 500 บาท รับฟรีทันทีกระเป๋ากันน้ำ 1 ใบ (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่าน) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย มอบสิทธิพิเศษดับร้อนในงานมหาสงกรานต์ ร่วมสาดความสุขและมอบความคุ้มค่าแบบเต็มพิกัดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ และนักท่องเที่ยว ไปกับกิจกรรมปีใหม่ไทยเที่ยวใกล้บ้าน “มหาสงกรานต์” ทั่วกรุงเทพฯ เปิดจุดรับสิทธิพิเศษมากมาย ประจำ 2 แลนด์มาร์กยอดฮิตกรุงเทพมหานคร ทั้งสวนลุมพินี  และสวนเบญจกิติ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 นี้ ทั้งรับฟรี! เครื่องดื่มคลายร้อน โค้ก ซีโร่, เครื่องดื่ม Slurpee จาก Freshy, น้ำแร่ Eto, ไอศกรีม Cremo พร้อมรับส่วนลดค่าอาหารที่ร้าน KFC สูงสุดถึง 50% และส่วนลดเข้าร่วมเวิร์กชอปศิลปะสูงสุด 10% (สำหรับลูกค้า TrueBlack และ dtac PLATINUM BLUE) กดรับสิทธิ์ง่ายๆ ผ่านแอปทรู นอกจากนี้ พิเศษสำหรับลูกค้า Tourist SIM สามารถแวะซื้อซิมพร้อมกดรับซองกันน้ำฟรีได้ที่บูธทรูตลอดงาน เตรียมโหลดแอปทรู ให้พร้อมแล้วมารับความคุ้มค่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ไปด้วยกัน!

    เตรียมพร้อมสัญญาณ 5G  รองรับท่องเที่ยวสงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/pr/615711&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XdpCL3S-X27DsQMdG8KEt