Category: ท่องเที่ยว

  • สงกรานต์ดันไทย“ศูนย์กลางเทศกาลโลก”  พลังท่องเที่ยวฟื้นเศรษฐกิจ

    สงกรานต์ดันไทย“ศูนย์กลางเทศกาลโลก” พลังท่องเที่ยวฟื้นเศรษฐกิจ

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงระดับโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการยกระดับสงกรานต์จากประเพณีท้องถิ่นสู่เทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถสร้างรายได้ ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในเวทีโลก ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ ททท.คาดว่าในช่วงสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 500,000 คน ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยอยู่ที่กว่า 5.9 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 30,350 ล้านบาท โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 13 เม.ย. 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมแล้วกว่า 10.4 ล้านคน และในช่วงเทศกาลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเฉลี่ยวันละ 99,840 คน จากตลาดหลัก เช่น จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และตลาดระยะใกล้

    สำหรับภาพรวมสงกรานต์ปีนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จากเทศกาลประเพณี สู่แพลตฟอร์มระดับโลก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่ถูกยกระดับเป็น Global Festival Destination ผ่านการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival และกิจกรรมขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่สำคัญทั่วเมือง ทั้งถนนราชดำเนิน สนามหลวง สีลม และข้าวสาร ควบคู่กับการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัย อีกทั้งการผสานเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ ทำให้สงกรานต์ไทยก้าวสู่เวทีเดียวกับเฟสติวัลโลก สร้างจุดขายใหม่ในตลาด Festival Tourism 

    โดยมีจุดแข็งด้านเอกลักษณ์การเล่นน้ำในฤดูร้อน ผสานแสง สี เสียง และประสบการณ์แบบ immersive ที่แตกต่างจากประเทศอื่นอย่างชัดเจน ในมิติทางเศรษฐกิจ สงกรานต์ไทยยังตอกย้ำตำแหน่ง Affordable Luxury Festival Destination จากราคาบัตรเฉลี่ย 2,400 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานเฟสติวัลระดับโลก 40–50% แต่ยังคงคุณภาพเทียบเท่า ส่งผลให้ไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า แนวโน้มสำคัญของการท่องเที่ยวในปัจจุบันคือ Experiential Tourism หรือการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์และคุณค่าทางใจ โดยสงกรานต์ 2569 แสดงให้เห็นชัดเจนผ่านบรรยากาศของการแบ่งปัน รอยยิ้ม และมิตรไมตรีของคนไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Healing is the New Luxury ที่ช่วยสร้างความประทับใจและความผูกพันระยะยาวกับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในระดับภูมิภาค

    แต่ด้วยจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและศักยภาพของประเทศไทย ยังคงมีความพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปี 2569 ที่ 2.80 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน และการเดินทางภายในประเทศ 212 ล้านคนครั้ง บทสรุปสงกรานต์ปีนี้จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของเทศกาล แต่ยังยืนยันว่าการท่องเที่ยว ยังคงเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย และเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับประเทศสู่เวทีโลกในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2927491&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2I4DymlYb0yvws6gKqF64T

  • เช็กอิน 10 ที่เที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ 2026 ถ่ายรูปสวย เดินทางง่ายด้วย MRT ฉลอง 244 ปี กรุงเทพฯ

    เช็กอิน 10 ที่เที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ 2026 ถ่ายรูปสวย เดินทางง่ายด้วย MRT ฉลอง 244 ปี กรุงเทพฯ

    รวม 10 ที่เที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ ถ่ายรูปสวย เดินทางง่ายด้วย MRT ฉลองครบรอบ 244 ปี กรุงเทพฯ ปักหมุดแลนด์มาร์กดัง มิวเซียมสยาม, วัดโพธิ์, เสาชิงช้า และเยาวราช ครบทั้งสายบุญ สายอาร์ต และสายกิน วันเดียวเที่ยวครบจบในที่เดียว

    เกาะรัตนโกสินทร์ ไม่เคยหลับใหล โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ที่กรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 244 ปี ย่านเมืองเก่าจึงกลับมาคึกคักเป็นพิเศษ ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวงานมหกรรมวัฒนธรรม แต่ไม่อยากวนหาที่จอดรถให้ปวดหัว วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มัดรวม 10 พิกัดสุดปังรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่คัดมาแล้วว่า “ถ่ายรูปสวย-เดินทางสะดวก” ด้วย MRT สายสีน้ำเงินมาฝากกัน

    โซนสถานีสนามไชย ยลเสน่ห์สถาปัตยกรรมคลาสสิก

    1. มิวเซียมสยาม (Museum Siam)

    พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่ตั้งอยู่ในตึกเก่าสไตล์นีโอคลาสสิกสีเหลืองเด่น ไฮไลต์อยู่ที่นิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” ที่นำเสนอเรื่องราวไทยๆ ได้อย่างทันสมัย มุมมหาชนคือลานสนามหญ้ากว้างหน้าตึกที่ถ่ายรูปออกมาแล้วดูอินเตอร์สุดๆ

    • MRT: สถานีสนามไชย (ทางออก 1)

    2. วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม)

    นอกจากมาไหว้พระนอนองค์ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับ “มหาเจดีย์สี่รัชกาล” ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบหลากสีสัน งานคราฟต์สุดประณีตนี้ถือเป็น Background ชั้นเลิศสำหรับสาย Content

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock
    • MRT: สถานีสนามไชย (ทางออก 1) เดินต่อ 5 นาที

    3. ปากคลองตลาด & สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา

    เติมความสดใสให้ฟีด IG ด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ปากคลองตลาด ก่อนจะเดินข้ามไปรับลมที่ สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ 360 องศา แนะนำให้มาช่วง 17.00 น. แสงสวยละมุนตามาก

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    4. กระทรวงกลาโหม

    กำแพงสีเหลืองมัสตาร์ดสลับหน้าต่างสีเขียวขี้ม้า คือแลนด์มาร์กที่สาย Street Photo ต้องมาโดน ยิ่งในช่วงงานฉลอง 244 ปี จะมีการประดับไฟส่องสว่าง (Illumination) ยิ่งทำให้ตึกดูมีมิติและสวยงามในยามค่ำคืน

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock
    • MRT: สถานีสนามไชย (ทางออก 1) เดินเลียบสนามหลวง

    โซนสถานีสามยอด ย้อนรอยย่านเก่า คาเฟ่ฮิปสเตอร์

    5. สวนรมณีนาถ

    อดีตเรือนจำกลางที่กลายเป็นปอดกลางกรุง เอกลักษณ์คือกลุ่มอาคารเก่าสีเหลืองที่ยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ให้ฟีลลิ่งย้อนยุคแต่ร่มรื่น เหมาะกับการมาเดินเล่นพักผ่อน

    • MRT: สถานีสามยอด (ทางออก 3)

    6. เสาชิงช้า & วัดสุทัศน์ฯ

    สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองที่ใครมาเกาะรัตนโกสินทร์แล้วไม่ถ่ายรูปถือว่ามาไม่ถึง ตัวเสาสีแดงชาดตัดกับท้องฟ้าเป็นภาพที่ทรงพลังมาก ส่วนภายในวัดสุทัศน์ฯ มีพระวิหารที่สวยงามและเงียบสงบ

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock
    • MRT: สถานีสามยอด (ทางออก 3) เดินต่อตามถนนอุณากรรณ

    7. คลองโอ่งอ่าง

    จากคลองเก่าที่เคยแออัด สู่ Walking Street สุดฮิปที่มีสตรีทอาร์ตเก๋ๆ บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนไทย-จีน-อินเดีย ตลอดสองฝั่งคลอง พร้อมกิจกรรมพายเรือคายัคใจกลางเมือง

    • MRT: สถานีสามยอด (ทางออก 1)

    8. โลหะปราสาท (วัดราชนัดดาราม)

    ปราสาทโลหะหนึ่งเดียวในโลกที่มียอดสีทองอร่าม 37 ยอด เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดจะเห็นวิวพาโนรามาของย่านพระนครแบบไม่มีอะไรกั้น ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง

    • MRT: สถานีสามยอด เดินต่อมาทางถนนมหาไชย (ใกล้ผัดไทยประตูผี)

    โซนสถานีวัดมังกร สีสันไชน่าทาวน์ที่ไม่เคยหลับใหล

    9. วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่)

    วัดจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในย่านเยาวราช เหมาะกับการมาแก้ปีชงหรือไหว้ขอพรสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ที่นี่ละเอียดและสวยงามมาก ถ่ายรูปเน้นดีเทลงานไม้และโคมแดงคือปัง

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock
    • MRT: สถานีวัดมังกร (ทางออก 3)

    10. ถนนเยาวราช

    ปิดท้ายทริปที่สตรีทฟู้ดระดับโลก ไม่ว่าจะป้ายไฟนีออนระยิบระยับหรือความคึกคักของผู้คน เยาวราชคือจุดที่สะท้อนพลังของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด ถ่ายรูปแนว Cinematic ได้ฟีลหว่องกาไวสุดๆ

    • MRT: สถานีวัดมังกร (ทางออก 1)

    Thairath Tips แผนเที่ยววันเดียวจบ

    หากจะมาเที่ยวงาน 244 ปี รัตนโกสินทร์ ให้คุ้มค่า แนะนำให้เริ่มช่วงบ่ายที่ ย่านสามยอด (เสาชิงช้า-คลองโอ่งอ่าง) จากนั้นนั่ง MRT มาลงสถานีสนามไชย เพื่อเข้าชมกิจกรรมหลักที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในช่วงเย็น แล้วปิดท้ายมื้อดึกที่ เยาวราช รับรองว่าได้ทั้งรูปสวยและอิ่มใจกลับบ้านแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2927550&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BSI5DD-XHDNZeW7hBpEWT

  • ชวนเที่ยวงาน “244 ปี รัตนโกสินทร์” 3 พื้นที่ 3 สไตล์ สายมู-สายชิลล์-สายวัฒนธรรม ห้ามพลาด

    ชวนเที่ยวงาน “244 ปี รัตนโกสินทร์” 3 พื้นที่ 3 สไตล์ สายมู-สายชิลล์-สายวัฒนธรรม ห้ามพลาด

    เตรียมตัวเที่ยวงานฉลอง 244 ปี รัตนโกสินทร์ 22-26 เม.ย. 2569 พบกิจกรรมไฮไลต์ 3 พื้นที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, วัดประยุรวงศาวาส และอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ชมโขน ละครนอก หนังกลางแปลง และคอนเสิร์ตศิลปินดัง ฟรีตลอดงาน

    ย้อนรอยความรุ่งเรือง 2 ศตวรรษเศษ 21 เมษายน 2569 นี้ เตรียมฉลองวันเกิดกรุงเทพฯ ครบ 244 ปี กระทรวงวัฒนธรรมจัดใหญ่ มหกรรมวัฒนธรรม 3 พื้นที่ 3 บรรยากาศ ชวนคนไทยย้อนวันวานยลความงามวังเรืองรอง ไหว้พระเสริมสิริมงคล และสนุกกับคอนเสิร์ตกลางสวน เข้าชมฟรี 22-26 เมษายนนี้

    เปิดประวัติ 21 เมษายน วันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

    หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายราชธานีจากฝั่งธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังฝั่งตะวันออก และประกอบพระราชพิธียกเสาหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล นับเป็นจุดเริ่มต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ที่เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี 2569 นี้ ถือเป็นวาระครบรอบ 244 ปี ที่จัดเต็มกิจกรรมเอาใจคนทุกเจเนอเรชัน

    ปักหมุด 3 พิกัดไฮไลต์ “เที่ยวฟรี” ทั่วกรุงเทพฯ

    1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร: “Rattanakosin Royal Night”

    สัมผัสบรรยากาศวังหน้ายามค่ำคืนที่หาดูยาก ในคอนเซปต์ “วังเรืองรอง” ชมการจัดแสดงไฟประดับที่สวยงาม พร้อมรับชมศิลปะการแสดงชั้นสูง อาทิ ละครนอก เพลงฉ่อย ลิเก และพิเศษสุดกับลานหนังกลางแปลงที่ให้กลิ่นอายย้อนยุคใจกลางเมือง

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    วิธีเดินทาง

    • รถไฟฟ้า: MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานี สนามไชย (ทางออก 1 มิวเซียมสยาม) แล้วต่อรถเมล์สาย 47, 53 หรือเดินชมเมืองประมาณ 15 นาที
    • รถเมล์: สาย 3, 6, 9, 30, 33, 43, 53, 59, 64, 65, 70, 80, 82, 91, 123, 124, 203, 503, 507
    • เรือ: ลงที่ ท่าพระจันทร์ หรือ ท่ามหาราช แล้วเดินต่อเพียงเล็กน้อย

    2. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร: “Cultural Walk คลองสาน-กะดีจีน”

    สายบุญต้องมาพิกัดนี้ ย่านชุมชนเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์ พาไหว้พระรับพรเสริมดวงในโอกาสครบรอบพระนคร ชมการแสดงโขนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและดนตรีไทยท่ามกลางบรรยากาศชุมชนที่อบอุ่น

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    วิธีเดินทาง

    • รถไฟฟ้า: MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานี สนามไชย (ทางออก 4 ปากคลองตลาด) แล้วเดินข้ามสะพานพุทธ หรือนั่งเรือข้ามฟากมาลงท่าเรือวัดกัลยาณมิตร
    • รถเมล์: สาย 3, 4, 7, 7ก, 8, 9, 21, 37, 42, 73, 82 ลงป้าย โรงเรียนศึกษานารี หรือ สะพานพุทธ 
    • เรือ: ลงที่ ท่าเรือสะพานพุทธ (เรือด่วนเจ้าพระยาธงส้ม) แล้วเดินข้ามสะพานหรือเดินเลาะริมน้ำเข้าสู่วัด

    3. อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: “Living Rattanakosin”

    พิกัดสำหรับวัยรุ่นและครอบครัวที่อยากเห็นวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่มีชีวิต พบกับนิทรรศการพิเศษ การแสดงโนรา และการละเล่นโบราณที่หาชมยาก ปิดท้ายค่ำคืนด้วยความสนุกจากเวทีหมอลำและคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

    วิธีเดินทาง

    รถไฟฟ้า:

    • MRT สายสีน้ำเงิน: ลงสถานี สามย่าน (ทางออก 2) ต่อรถตุ๊กตุ๊ก MuvMi หรือรถเมล์สาย 73
    • BTS สายสีเขียว: ลงสถานี สนามกีฬาแห่งชาติ ต่อรถ Shuttle Bus สาย 2 หรือเดินเลาะถนนบรรทัดทอง (ประมาณ 10-15 นาที)
    • รถเมล์: สาย 67, 73, 73ก, 113 (ลงถนนบรรทัดทอง) หรือสาย 4, 21, 25, 40 (ลงถนนพระราม 4 แล้วต่อรถเข้าซอยจุฬาฯ 5)

    ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเดินทาง

    • เลี่ยงรถส่วนตัว: เนื่องจากพื้นที่จัดงานอยู่ในย่านเมืองเก่าและย่านเศรษฐกิจ ที่จอดรถค่อนข้างจำกัด แนะนำให้ใช้ ระบบขนส่งสาธารณะ จะสะดวกที่สุด
    • บริการพิเศษ: ในช่วงวันงานมักจะมี รถ Shuttle Bus รับ-ส่งฟรี ระหว่างจุดจัดงาน (โปรดติดตามประกาศจุดจอดรถอีกครั้งจาก ขสมก. หรือกระทรวงวัฒนธรรม)
    • แอปฯ ช่วยเดินทาง: ใช้แอปฯ ViaBus เพื่อเช็กตำแหน่งรถเมล์แบบ Real-time จะช่วยให้กะเวลาการเดินทางได้แม่นยำขึ้น

    รายละเอียดการเข้าชม

    • วันที่: 22 – 26 เมษายน 2569
    • เวลา: 17:30 – 22:00 น.
    • ค่าเข้าชม: ฟรีตลอดงาน

    การเฉลิมฉลองครบรอบ 244 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในปี 2569 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึง “ซอฟต์พาวเวอร์” ทางวัฒนธรรมที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูปยามค่ำคืนที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, สายบุญย่านฝั่งธนฯ ที่วัดประยุรฯ หรือคนรุ่นใหม่ที่อยากเสพศิลปะร่วมสมัยที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

    งานนี้จึงเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้เชื่อมต่อกับรากเหง้าของตนเองผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย ที่สำคัญคือ “เที่ยวฟรี” ตลอดทั้งงาน ใครที่กำลังมองหาแผนเที่ยวช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครด้วยกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2927524&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y9SlH-l75u0Tj2Dnrpg12

  • ผู้ว่าฯโคราช ต้อนรับทูต 8 ชาติ เยือนเขาใหญ่ โชว์ Soft Power สงกรานต์ลานวัด ดันไทยสู่เป้าหมายท่องเที่ยวระดับโลก | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯโคราช ต้อนรับทูต 8 ชาติ เยือนเขาใหญ่ โชว์ Soft Power สงกรานต์ลานวัด ดันไทยสู่เป้าหมายท่องเที่ยวระดับโลก | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 19/04/2026 19:27

    ผู้ว่าฯโคราช ต้อนรับทูต 8 ชาติ เยือนเขาใหญ่ โชว์ Soft Power สงกรานต์ลานวัด ดันไทยสู่เป้าหมายท่องเที่ยวระดับโลก

    วันนี้ (18 เม.ย. 2569) เวลา 13.30 น. อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับคณะเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจาก 7 ประเทศ และเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางเยือนพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

    การเยือนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ไทย โดย สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ร่วมกับ โรงแรมนิมมาน เขาใหญ่ จัดโครงการ “เปิดประสบการณ์เรียนรู้เชิงวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความเป็นเลิศทางวัฒนธรรมท่องเที่ยวเขาใหญ่” ระหว่างวันที่ 17 – 19 เมษายน 2569 ณ พื้นที่เขาใหญ่

    คณะทูตที่เข้าร่วมประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ ฮังการี กัวเตมาลา ศรีลังกา เปรู อียิปต์ และเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ภายในงานได้จัดกิจกรรม “สงกรานต์ลานวัด” จำลองวิถีไทยอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน อาทิ รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย รำวงพื้นบ้าน เพื่อให้คณะทูตได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

    ผู้ว่าฯ โคราช กล่าวว่า การต้อนรับคณะทูตในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะ “เขาใหญ่” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เข้มแข็ง การผลักดัน “Soft Power” ผ่านเทศกาล สงกรานต์ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    1

    ปก web ยกระดับกู้ภัยปี 69

    เชียงใหม่-เปิดงาน “CIMAC 2026” ฉลอง 730 ปีเมือง ดนตรี-ศิลปะนานาชาติยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง

    นาทีระทึก! กระบะใช้เชือกลากรถข้ามถนน จยย.มองไม่เห็นเกี่ยวเชือกล้ม ร่างกระเด็นกลางถนน

    พัทยาคึกคัก! วันไหลพัทยานักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำทั่วเมือง สนุกชุ่มฉ่ำตลอดแนวชายหาด

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ ลุยวิมานแมน! เล่นน้ำฉ่ำวันไหล คุมเข้มความปลอดภัย CCTV ทั่วงาน

    ฉก.นย.จันทบุรี ลุยยึดบุหรี่เถื่อนกว่า 6 หมื่นมวน ซุกพงหญ้าชายแดนโป่งน้ำร้อน คาดรอจังหวะลำเลียงหนีภาษี

    ส่งออกอ่อนแรง! “อลงกรณ์-จุรินทร์” ดีเดย์ 21 เม.ย. ผุดพิมพ์เขียวดิจิทัลกู้ ศก.ไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1551277&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mwPhN5TIDLrtKkY6dEAy0

  • อินไซด์โอกาส ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’  ไทยชิงตลาด 43 ล้านล้าน ททท.ดันเวลเนส ฮับเอเชีย

    อินไซด์โอกาส ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’ ไทยชิงตลาด 43 ล้านล้าน ททท.ดันเวลเนส ฮับเอเชีย

    ททท.ดันไทยเวลเนส ฮับ เอเชีย

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมอย่างโดดเด่น ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผสานทั้ง อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านสุขภาพ เช่น การนวดไทยและภูมิปัญญาสมุนไพร ความหลากหลายทางธรรมชาติ ที่สร้างประสบการณ์แตกต่างในแต่ละภูมิภาค มาตรฐานการบริการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแรงดึงดูดสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวสายสุขภาพจากทั่วโลก รวมทั้งมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub ของภูมิภาคเอเชียในอนาคต

    ล่าสุดททท.ได้วิจัย “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับโอกาสของประเทศไทย” เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหา “กลุ่มเป้าหมายที่ใช่” และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน

    ปัจจุบันตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีบทบาทสำคัญและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย Global Wellness Institute (GWI) คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ทั่วโลก จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1,351 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 43 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2571 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CARG) 10.2% ระหว่างช่วงปี 2566-2571

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเศรษฐกิจสุขภาพ รองจากภาคส่วนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลและความงาม (Personal Care & Beauty) การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพตามหลักโภชนาการ และการลดน้ำหนัก (Healthy Eating, Nutrition & Weight Loss) และการออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ตามลำดับ

    โดยมีมูลค่าตลาดรวมเท่ากับ 830.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2566 รวมถึงสัดส่วนการเดินทางเชิงสุขภาพคิดเป็น 7.8% ของการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด

    การเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกมีลักษณะการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ (Domestic Tourism) และต่างประเทศ (International Tourism) โดยนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระหว่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,668 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป (ราว 53,243 บาท) สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 36%

    อีกทั้งนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายในประเทศมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 673 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป (ราว 21,482 บาท) ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวภายในประเทศทั่วไปถึง 163%

    ไทยติดอันดับ 24 มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ

    ประเทศที่มีมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพสูง อันดับ 1 คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วย จีน เยอรมนี ญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับ 24 จากการจัดอันดับใน 145 ประเทศ ของ GWI มักมีโครงสร้างพื้นฐานทางสุขภาพและการท่องเที่ยวที่แข็งแรง มีนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ และมีกลุ่มผู้บริโภคที่ตระหนักถึงการลงทุนในสุขภาวะ

    10 อันดับแรก ที่มีขนาดเศรษฐกิจสุขภาพสูงสุด ในปี 2568

    โดยสามารถแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้ 6 กลุ่มดังนี้

    • กลุ่มที่ 1 กลุ่มใส่ใจสุขภาพ Health-Conscious Individuals

    มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ มีการออกกำลังกายเป็นประจำ สนใจเรื่องโภชนาการ และอาหารเพื่อสุขภาพ มองหาการป้องกันก่อนการเจ็บป่วยมากกว่าการรักษา

    • กลุ่มที่ 2 คนรุ่นใหม่ / กลุ่มวัยทำงาน Working Adults & Millennials

    ต้องการหนีความเครียดจากชีวิตในเมืองหรือการทำงาน มองหาประสบการณ์ที่ช่วยรีเซ็ตชีวิต

    อินไซด์โอกาส 'การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ'  ไทยชิงตลาด 43 ล้านล้าน ททท.ดันเวลเนส ฮับเอเชีย

    • กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้สูงวัย / วัยเกษียณ Older Adults & Retirees

    ต้องการการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกาย และการชะลอวัย มองหาสถานที่เงียบสงบ บริการฟื้นฟูระยะยาว

    • กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ต้องการ “การเปลี่ยนแปลงชีวิต” Life Reboot Seekers

    ผู้ที่เพิ่งผ่านความเครียด หรือภาวะหมดไฟ ต้องการช่วงเวลาในการฟื้นฟู หรือรีเซ็ตร่างกาย และจิตใจ

    • กลุ่มที่ 5 นักท่องเที่ยวสุขภาพระดับพรีเมียม High Spending Wellness Seekers

    พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพและบริการพิเศษให้คุณค่ากับเวลาและสุขภาพ มากกว่าราคามักเลือกสถานที่ที่ได้รับการรับรองหรือมีชื่อเสียง

    • กลุ่มที่ 6 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ International Travelers

    นิยมเดินทางเพื่อผสมผสานการพักผ่อนกับการดูแลสุขภาพ (Leisure+Health) สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น สมุนไพร การแพทย์แผนไทย เอกลักษณ์หรือความโดดเด่นของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย

    อินไซด์โอกาส 'การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ'  ไทยชิงตลาด 43 ล้านล้าน ททท.ดันเวลเนส ฮับเอเชีย

    เปิดไฮไลต์เวลเนสทั่วไทย

    การศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย จะ ส่งผลให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการด้านสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

    โดยสามารถสรุปเอกลักษณ์หรือความโดดเด่นของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย และกิจกรรมเชิงสุขภาพที่นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศให้ความสนใจได้ดังนี้

    ภาคเหนือ ตอนบน” มีเอกลักษณ์ความโดดเด่น ด้านศาสตร์การแพทย์แบบล้านนาและสมุนไพรพื้นเมือง วัดและศูนย์ปฏิบัติธรรมที่เหมาะสำหรับการทำสมาธิและฟื้นฟูสุขภาพจิต อาหารพื้นเมืองเพื่อสุขภาพที่มีสรรพคุณทางยา การแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ

    อินไซด์โอกาส 'การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ'  ไทยชิงตลาด 43 ล้านล้าน ททท.ดันเวลเนส ฮับเอเชีย

    ภาคเหนือตอนล่าง” มีเอกลักษณ์โดดเด่น ของอุทยานประวัติศาสตร์ และแหล่งมรดกโลกที่เหมาะกับการทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูจิตใจ Mindfulness Hiking หรือการเดินสมาธิกลางป่าพิธีกรรมสุขภาพพื้นบ้าน เช่น การย่ำขาง สปาสมุนไพรและการอบสมุนไพรไทย

    ภาคอีสาน ตอนบน” มีเอกลักษณ์โดดเด่นของ ศูนย์ปฏิบัติธรรม วัด และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เหมาะกับการทำสมาธิ อาหารพื้นเมืองเพื่อสุขภาพ อุดมด้วยสมุนไพรและพืชผักพื้นบ้าน ฟาร์มสุขภาพและเกษตรอินทรีย์ที่สนับสนุนแนวคิด Farm-to-Table

    ภาคอีสาน ตอนล่าง” มีเอกลักษณ์โดดเด่น ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และอุทยานแห่งชาติที่เหมาะกับการฟื้นฟูสุขภาพด้วยธรรมชาติบำบัด ศูนย์ปฏิบัติธรรม และวัดเก่าแก่ที่เหมาะกับการทำสมาธิบำบัดจิตใจ การนวดแบบอีสานโบราณหรือการ นวดขิดเส้น

    ภาคกลาง ตอนบน” มีเอกลักษณ์โดดเด่น เรื่องศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดเก่าแก่ เหมาะสำหรับการทำสมาธิ การเดินป่าศึกษาธรรมชาติและอาบป่า การอบสมุนไพรไทย และสปาสมุนไพร

    ภาคกลาง ตอนล่าง” มีความโดดเด่นของ รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ หรือ Wellness Retreats ระดับพรีเมียม แหล่งท่องเที่ยวเกษตรอินทรีย์และฟาร์มสุขภาพ สนับสนุนแนวคิด Farm-to-Table อาหารเพื่อสุขภาพโดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น

    ภาคใต้” โดดเด่นเรื่องของชายหาดและเกาะที่มีรีสอร์ตเพื่อสุขภาพระดับโลกและโยคะริมทะเล บ่อน้ำพุร้อนและน้ำแร่ธรรรมชาติที่เหมาะสำหรับ Hydrotherapy

    อินไซด์โอกาส 'การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ'  ไทยชิงตลาด 43 ล้านล้าน ททท.ดันเวลเนส ฮับเอเชีย

    ภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย” โดดเด่นเรื่องของแหล่งเกษตรอินทรีย์และสวนสมุนไพรที่ส่งเสริมแนวคิด Farm-to-Table การทำสปาธรรมชาติ

    ภาคใต้ ฝั่งอันดามัน” โดดเด่นที่ชายหาดและเกาะที่มีรีสอร์ตเชิงสุขภาพและโยคะริมทะเล อาหารพื้นเมืองเพื่อสุขภาพจากสมุนไพร แหล่งเกษตรอินทรีย์และฟาร์มอออร์แกนิก

    ภาคตะวันออก” โดดเด่นเรื่อง ชายหาดและรีสอร์ตสุขภาพที่มี Wellness Retreatsและบริการโยคะริมทะเล ศูนย์สมุนไพรและแพทย์แผนไทย และศูนย์เวชศาสตร์พื้นบ้าน ฟาร์มออร์แกนิกเชิงสุขภาพที่ส่งเสริมแนวคิด Farm-to-Table กิจกรรมบำบัดด้วยเสียง (Sound Healing)

    กรุงเทพมหานคร” มีโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพระดับโลกที่มีบริการ Wellness Check-up และ Anti-Aging Therapy ศูนย์ฟิตเนสและโยคะระดับพรีเมียมในโรงแรมระดับ 5 ดาว อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนบำบัด เช่น ร้านอาหารวีแกน ร้านอาหารคีโต สปาและศูนย์นวดแผนไทยที่มีมาตรฐานสูง

    ขณะที่กิจกรรมเชิงสุขภาพที่นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศสนใจ อาทิ นักท่องเที่ยวเยอรมนี ชอบการทำสมาธิ โยคะ ออนเซ็น น้ำพุร้อน ฟิตเนส แบบไฮเอนด์

    การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    ตลาดสหราชอาณาจักร ชอบ สปา/สปาสมุนไพร นวดแผนไทย ฝรั่งเศส ชอบการอบไอน้ำสมุนไพร การอาบป่า อาหารออร์แกนนิก นักท่องเที่ยวสหรัฐ ชอบโยคะ ธรรมชาติบำบัด รีสอร์ตสุขภาพ รัสเซีย ชอบเวลเนสและเมดิคัล สปา

    นักท่องเที่ยวจีน ชอบ ออนเซ็น แพทย์แผนไทย แอนไทร์เอดจิ้ง ตลาดญี่ปุ่น ชอบสมุนไพรไทย ออนเซ็นการแช่น้ำพุร้อน การแพทย์แผนไทย กลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ชอบ โยคะ ธรรมชาติบำบัด เป็นต้น

    การพัฒนาโปรดักซ์เวลเนส ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว จึงเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเวลเนส ฮับของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/health-wellness/656912&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yj7nxAM85aloC2X80e4l5

  • “สงกรานต์ พัทยา วันไหล 2026” วันที่สองเดือดต่อเนื่อง!! นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำล้นหาด ดันการท่องเที่ยวคึกคัก

    “สงกรานต์ พัทยา วันไหล 2026” วันที่สองเดือดต่อเนื่อง!! นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำล้นหาด ดันการท่องเที่ยวคึกคัก

    ความสนุกยังคงทะยานไม่หยุดสำหรับ “สงกรานต์ วันไหล พัทยา 2026” เข้าสู่วันที่สอง 18 เมษายน 2569 บรรยากาศคึกครื้นตั้งแต่ช่วงบ่ายยาวไปจนถึงค่ำคืน มหาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลออกมาร่วมเล่นน้ำกันอย่างหนาแน่นตลอดแนวชายหาดพัทยา สร้างสีสันและเอเนอร์จี้ความมันส์ที่ต่อเนื่องจากวันแรกแบบไม่มีแผ่ว พื้นที่ชายหาดตลอดแนวถูกเติมเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาคลายร้อนและร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันไหล ท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัลริมทะเลที่กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ส่งผลให้โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท้องถิ่นกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด เกิดการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง เงินหมุนเวียนสะพัดทั่วเมือง ตอกย้ำศักยภาพของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก

    โดยโซนวัฒนธรรม โครงการสาดศิลป์ ริมทะเล เสน่ห์สงกรานต์ เมืองพัทยา : Songkarn Festival Cultural Splash ได้รับเกียรติจาก คุณประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานพร้อมด้วย คุณปรเมศร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, คุณพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ คุณวันชัย จึงจรัสทรัพย์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, คุณบรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) และ คุณหทัยทิพย์ หมัดจุ้ย ผู้อำนวยการธุรกิจ Monomax บริษัท โมโนสตรีมมิ่ง จำกัด ร่วมกันเปิดงานวันไหลอย่างเป็นทางการ พร้อมสืบสานและยกระดับประเพณีไทยให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ด้านเวทีคอนเสิร์ตริมทะเลยังคงระเบิดความมันส์ต่อเนื่อง เปิดเวทีด้วย New Country ที่พาผู้ชมโยกตามจังหวะสนุกๆ รับบรรยากาศวันไหลวันที่สอง ก่อนจะส่งต่อความอบอุ่นให้ Lipta กับเพลงรักสุดฮิตที่เติมโมเมนต์ฟินท่ามกลางสายลมทะเล จากนั้นความสนุกถูกยกระดับด้วย PROXIE 6 หนุ่มสุดฮอต ที่จัดเต็มทั้งร้องและเต้น ปลุกเอเนอร์จี้แฟนๆ ให้กรี๊ดสนั่นท่ามกลางสายน้ำทั่วทั้งเวที ต่อเนื่องด้วย THX เกิร์ลกรุ๊ป สุดฮอตที่มาพร้อมเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเซ็กซี่กับซิงเกิลใหม่เพลง SIP พร้อมปรอทแตกทั้งหาด ปิดท้ายค่ำคืนแบบพีคสุดกับ F.HERO ที่ยกเวทีให้ลุกเป็นไฟด้วยโชว์สุดเดือด สะกดผู้ชมทั้งพื้นที่ให้โยกตามแบบหยุดไม่อยู่ สร้างความสนุกจนหาดสะเทือน

    ความมันส์ยังไม่จบ! ยังเหลืออีกวันให้มาร่วมระเบิดความสนุก ในงาน “สงกรานต์ วันไหล พัทยา 2026” วันสุดท้าย 19 เมษายนนี้ ออกมาสาดน้ำกันให้สุด ปล่อยจังหวะให้เต็มที่ แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลริมทะเลที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี

    #MONOMAXวันไหลพัทยา2026 #MonomaxSongkranPattaya #วันไหลพัทยา2026 #งานวันไหลสุดMax

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/142168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30vm8Qnds_p4kQ4OyKR7rC

  • สังคมภูมิภาคเหนือตอนบน…วอนรัฐบาลส่งเสริมโปรโมชั่น “ไทยเที่ยวไทย” ให้มากขึ้น | เดลินิวส์

    สังคมภูมิภาคเหนือตอนบน…วอนรัฐบาลส่งเสริมโปรโมชั่น “ไทยเที่ยวไทย” ให้มากขึ้น | เดลินิวส์

    หลังสงกรานต์ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ วอนรัฐบาลส่งเสริมโปรโมชั่น “ไทยเที่ยวไทย” ให้มากขึ้น หลังพบสัญญาณไม่ค่อยดีช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ยอดจองที่พักพักหายกว่า 40 % ต่างชาติเหลือแค่ 10% เท่านั้น….ศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า??.. ภาพรวมสงกรานต์ปีนี้ ดูเหมือนนักท่องเที่ยวจะเยอะ แต่ดูจริงๆ แล้ว นักท่องเที่ยวน้อยลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นคนไทย ที่เป็นคนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และชาวต่างชาติเหลือเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ดูได้จากรถกระบะที่เข้ามาเล่นน้ำตามจุดต่างๆ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่า นักท่องเที่ยวปี 68 มากกว่าอย่างชัดเจน เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อยและเป็นคนไทยในพื้นที่เสียส่วนใหญ่ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน??..

    อันดับแรกมาจากเรื่องของน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ส่งผลกระทบแน่นอนกับการท่องเที่ยวในมุมของคนไทย และมีหลายคนที่ลงโซเชียลว่า สงกรานต์ปีนี้ใครกลับบ้านบ้าง ก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจแบบนี้ทุกคนต้องรัดเข็มขัดเรื่องค่าใช้จ่าย และเดินทางมาไกลก็กังวลเรื่องการเติมน้ำมันจะมีให้เติมหรือไม่….

    ส่วนมุมต่างประเทศก็เห็นได้ชัดเจนจากการสู้รบ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ หรือยังกังวลเรื่องของความปลอดภัย กังวลว่าเดินทางมาแล้วจะเดินทางกลับได้หรือไม่ นักท่องเที่ยวก็มีการจำกัดวงเงินแต่ละคนเช่นเดียวกัน ซึ่งเขามีการเตรียมเม็ดเงินมาว่าจะเข้ามาเที่ยวกี่วัน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เมื่อค่าครองชีพสูง ตั๋วเครื่องบินราคาสูงขึ้น ก็ส่งผลกระทบเรื่องการวางแผนการท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน….

    เมื่อดูจากอัตราเข้าพักของโรงแรมต่างๆ หายไป 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ รายได้ก็ต้องลดลงอย่างแน่นอน และที่เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวเยอะตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนท่าแพ หรือที่หน้าศูนย์การค้าเมญ่า ที่นักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน มีภาพรวมคนไปกันเยอะจนน่าตกตะลึง!!..นั้น แต่??..เมื่อไปดูจริงๆ ก็จะพบว่าเป็นคนไทยมากกว่า และนักท่องเที่ยวไม่ได้แน่นทุกจุด แค่เพียงบางจุดเท่านั้น….

    ส่วนเรื่องสภาพอากาศที่มีค่าฝุ่น PM2.5 นั้น ที่จริงแล้วไม่ได้กระทบเรื่องการท่องเที่ยว เพราะจริงๆ แล้ว ก็ทราบกันดีว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ สภาพอากาศก็จะดีขึ้น ปัจจุบันก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับอยู่แล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยกันเสนอข่าวเรื่องนี้ สิ่งสำคัญก็อยากเสนอให้รัฐบาล ส่งเสริมเรื่องของโปรโมชั่น “ไทยเที่ยวไทย” ให้มากขึ้น จะทำอย่างไรเรื่องโปรโมชั่นของสายการบิน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างไร ต้องหาตลาดใหม่เข้ามาทดแทนตลาดตะวันออกกลางที่หายไป….ส่วนสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางดีขึ้นแล้ว หรือยุติลงแล้ว ก็ไม่มีใครบอกได้อีกว่า การท่องเที่ยวจะกลับมาเมื่อไหร่ เพราะการฟื้นตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ต้องใช้เวลา แต่ก็อาจจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่รอเวลาอยากเดินทางท่องเที่ยวก็คงจะมีบ้าง แต่ไม่มีใครบอกได้ในขณะนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ยังแพงอยู่ เพราะโรงกลั่นน้ำมันเสียหาย กว่าราคาน้ำมันจะกลับมาเหมือนหน้านี้อาจจะใช้เวลา 2 – 3 ปี ตามที่มีข่าวปรากฏออกมา….

    แน่นอนว่าหลังจากเทศกาลสงกรานต์ จะเข้าสู่ช่วงกรีนซีซั่น ซึ่งการท่องเที่ยวช่วงดังกล่าวเป็นกลุ่มลูกค้าจากตะวันออกกลาง ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว แต่ขณะนี้กลุ่มนี้ได้หายไปแล้ว ฝั่งทางยุโรปก็เช่นเดียวกัน เพราะยังกังวลกับค่าใช้จ่าย และความปลอดภัย ปัจจุบันโลกโซเชียลทุกคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เร็ว ความกังวลต่างๆ ข้อมูลต่างๆ ที่เขาได้รับ ก็ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวและเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สายการบินที่จะเดินทางเข้ามาลดลง การส่งเสริมของทางภาครัฐเรื่องการท่องเที่ยวในปัจจุบันก็ยังไม่เห็นหน่วยงานไหนออกมาพูดคุยในเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไร แลัจะทำอย่างไรให้ตลาดเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงการเปิดตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วย….//.

    ดำหัวพ่อเมือง….ชัชวาลย์ ปัญญา บุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ ศิวะ ธมิกานนท์ และศิวกร บัวป้อง รองผวจ.เชียงใหม่ นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ทุกภาคส่วน เข้าสระเกล้าดำหัว รัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ และ วิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงความเคารพ ขอสุมาคารวะ และขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา ประจำปี 2569

    ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง…..วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ ผู้อำนวยการ คณะครูโรงเรียนในสังกัด และพี่น้องประชาชนจากทั้ง 63 ชุมชน ร่วมขบวนแห่ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ประจำปีจุลศักราช 1388 อย่างพร้อมเพรียง โดยมี ชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย และ สุกัญญา เวศย์รุตม์ เข้าร่วมเดินขบวน ท่ามกลางความร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงราย

    เปิดศูนย์…..พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธีเปิดจุดบริการประชาชน เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน สร้างความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมบริการประชาชน ที่แขวงการทางเชียงรายที่ 1 ถนนพหลโยธิน อำเภอเมืองเชียงราย

    พระประทานพร….พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก “พระประทานพร ความสำเร็จก้าวหน้า” โดยมีพระเกจิอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่ร่วมอธิษฐานจิต พร้อมด้วย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรเชียงราย และคณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจ รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประกอบพิธีไหว้ท้าวมหาพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงานอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้ง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง และอาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม ณ มณฑลพิธี ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

    ยกฉัตร…สุทธิพงศ์ – กิติยา สมิตชาติ พร้อมครอบครัว เป็นประธานยกฉัตร และฉลองวิหาร 90 ปี หลวงพ่อพระเทพญาณเวที ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 เจ้าอาวาสวัดศรีอุโมงค์คำ (วัดสูง) โดยมีพระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง พระเถรานุเถระ พร้อมศรัทธาสาธุชน ร่วมสักการะมุทิตาจิตอายุวัฒนมงคล 91 ปี หลวงพ่อพระเทพญาณเวที ณ วัดศรีอุโมงค์คำ จ.พะเยา

    สรงน้ำพระ…ประชาชนชาวพะเยา นักท่องเที่ยว ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำ 15 ชุมชน ที่อัญเชิญมาร่วมขบวนแห่นางสงกรานต์กว๊านพะเยา เพื่อความเป็นสิริมงคลวันปีใหม่ไทย และประเพณีปี๋ใหม่เมืองล้านนา

    ตามประเพณี….ประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เป็นตัวแทนคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสถานศึกษา พนักงานเทศบาล พนักงานครู และพนักงานจ้าง กล่าวนำในพิธีรดน้ำดำหัว และขอพรจากตัวแทนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นับถือ แสดงกตเวทิตาคุณ และขอพรจากผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์หรือวันปีใหม่ของไทยให้คงอยู่สืบไป

    ตรวจเยี่ยม….วิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.แม่ฮ่องสอน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ช่วงควบคุมเข้มข้น ในระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2569 ภายใต้การรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

    รดน้ำดำหัว….วีรพงศ์ รัตนศรี นายอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีรดน้ำดำหัว มอบโคหลู่ ให้กับผู้สูงอายุ โดย ร.ท. กำจัด ภูผายาง ประธานชมรมผู้สูงอายุบ้านถ้ำลอด ต.ถ้ำลอด จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมสุขภาพทางกายและจิตใจของผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีการฟื้นฟูสภาพร่างกาย ทั้งเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนสร้างความรื่นเริงสนุกสนาน ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนบ้านถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

    ผู้สูงอายุดีเด่น….สมผล ใหม่แปลง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวก จ.น่าน ประธานจัดงานกิจกรรมประเพณีประจำปี 2569 และมอบใบประกาศณียบัตรให้กับผู้สูงอายุที่มีผลงานดีเด่นทางด้านศิลปวัฒณะธรรม และงานอาชีพด้านฝีมือทอผ้า, จักรสาน ณ อาหารพิพิธภัณฑ์แหล่งเตาเผาโบราณดงปู่ฮ่อ ต.บ่อสวก อ.เมือง จ.น่าน

    ตรวจค้น….สมชาย อำพันกาญจน์ ปลัดจังหวัดแพร่ นำกำลังพลปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดแพร่ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติการอย่างพร้อมเพรียง เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ณ เรือนจำจังหวัดแพร่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5788733/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p5QOUYFFnXrd168rIN5Ie

  • ระทึกวอล์กกิ้งสตรีท! สายสืบพัทยาเมาหนัก รัวยิงเจ้าของร้านดับกลางเมืองท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ระทึกวอล์กกิ้งสตรีท! สายสืบพัทยาเมาหนัก รัวยิงเจ้าของร้านดับกลางเมืองท่องเที่ยว | TOPNEWS

    เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 เมษายน 2569 พ.ต.ท.พีรยุทธ บริสุทธิ์ธรรม สวป.สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดด้านหลังร้านกัญชา  ม.10 ภายในถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีทพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยรีบไปตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังร้านกัญชา พบร่างนายภัทรธร  อายุ 41 ปี เจ้าของร้านกัญชา ได้รับบาดเจ็บถูกคมกระสุนขนาด 11 ม.ม. เข้าที่ลำตัวจำนวน 2 นัด นอนหายใจรวยรินอาการสาหัส โดยมีกลุ่มเพื่อนคอยเรียกให้มีสติ ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แล้วเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้โปลิศไลน์กั้นห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ และสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.เมืองพัทยา แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อกับผู้สื่อข่าว พร้อมยึดอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. พร้อมเครื่องกระสุนไว้เป็นหลักฐาน

    สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอาการมึนเมาสุราอย่างหนัก อยู่ดี ๆ ก็ชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่ผู้คน ก่อนจะลั่นไกยิงเข้าไปในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาผู้เสียชีวิตได้เข้าห้ามปรามและขอให้เก็บอาวุธปืน แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่ฟังเสียง ทั้งที่ไม่ได้มีเหตุทะเลาะวิวาทกันแต่อย่างใด ก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิตสองนัดจนล้มฟุบกับพื้น ชาวบ้านจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

    เบื้องต้น เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป

    ภาพ/ข่าว อนันต์ กิ่งสร / ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1550881&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iXb0X97Ya10XBxtAgIIk9

  • สภาอุตสาหกรรมขอนแก่น ยินดีสงกรานต์ปีนี้นักท่องเที่ยวแน่น เงินสะพัดเกิน 1,300 ล้านบาท

    สภาอุตสาหกรรมขอนแก่น ยินดีสงกรานต์ปีนี้นักท่องเที่ยวแน่น เงินสะพัดเกิน 1,300 ล้านบาท

    สภาอุตสาหกรรมขอนแก่น เป็นปลื้ม สงกรานต์ขอนแก่นนักท่องเที่ยวแน่น เงินสะพัดนับพันล้านบาท วอนรัฐเร่งคลอดคนละครึ่ง-ไทยเที่ยวไทย กระตุ้นการใช้จ่ายช่วงรอยต่อก่อนถึงฤดูท่องเที่ยวปลายปี

    เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 19 เม.ย.2569 นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ยอมรับว่า จากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งภาวะน้ำมันแพง คนเดินทางน้อย นักท่องเที่ยวน้อย แต่เมื่อถึงวันจริง คนอีสานทุกคนอยากกลับบ้าน อยากมาเที่ยว อยากมาเจอญาติพี่น้อง อยากมาเฮฮาสังสรรค์โดยเฉพาะโรงแรมที่หลายฝ่ายคาดว่าเต็มที่ยอดจองประมาณร้อยละ 50 จากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น แต่เมื่อถึงวันที่ 13 เม.ย.พบว่าบางโรงแรมยอดจองจนเต็ม บางโรงแรมยอดจองมากกว่า ร้อยละ 80-90

    “เมื่อได้ร่วมกันตรวจสอบดูข้อมูลและภาพมุมสูงต่างๆพบว่านักท่องเที่ยวมาเที่ยวสงกรานต์มาเล่นน้ำที่ขอนแก่นที่ไม่ใช่แต่เฉพาะถนนข้าวเหนียวยอมรับว่าปีนี้ทุกเส้นทางของขอนแก่นมีคนมาเล่น้ำมากกว่าทุกปีและเล่นตั้งแต่ช่วงเย็นจนปถึงช่วงเวลา 02.00 น.ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้ส่วนใหญ่เป็นคนขอนแก่นเอง ทั้งคนในเขตเมือง คนจากพื้นที่อำเภอข้างเคียง และคนที่เดินทางกลับบ้านขณะที่นักท่องเที่ยวที่มาจากกรุงเทพฯและต่างจังหวัดยังมาเที่ยวสงกรานต์ที่ขอนแก่นไม่มากนักประกอบกับไฮไลท์ในการจัดงานสงกรานต์ในหลายจังหวัดก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวพอสมควร แต่ที่น่าสังเกตุคือชาวต่างชาติและกลุ่มเขยฝรั่ง ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวเหนียวปีนี้เยอะมาก มากถึงร้อยละ 10-20 ต่อวันเลยทีเดียวซึ่งจุดเด่นที่ทำให้สงกรานต์ปีนี้ได้รับความนิยมและได้รับความสนใจจากนักท่องเทีย่วเข้ามาเท่องเที่ยวในพื้นที่ในจำนวนที่มากเกิดจากการร่วมกันโปรโมทการเล่นสงกรานต์,การเล่นน้ำและการกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆที่ชัดเจน”

    นายภพพล กล่าวต่ออีกว่า ถนนข้าวเหนียวเราชูจุดขายคือการเล่นน้ำสงกรานต์กันแบบสบายๆ มาเล่นน้ำได้ทั้งครอบครัว คงเอกลักษณ์ของการเล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮลล์ ซึ่งทำให้คนทั่วไปพาบุตรหลาน พาคุณพ่อ,คุณแม่พาครอบครัวมาเล่นน้ำสงกรานต์ได้อย่างสนุกเดินเล่นน้ำได้ทั้งถนนด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยและการกำหนดจัดกิจกรรมร่วมที่ชัดเจาของเทศบาลฯ,สสส.,เครือข่ายองค์กรงดเหล้ารวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆที่ได้นำกิจกรรมมาร่วมสนุก ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวดส่วนคนที่สายปาร์ตี้ สายบันเทิง สายเฮอา ก็จะไปถนนอีกเส้นทางหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งรื่นรมย์,แฟรี่,หน้าเมือง และกลางเมืองดังนั้นเมื่อเรามีถนนเล่นน้ำสงกรานต์ที่ปลอดภัยนักท่องเที่ยวก็จะมาเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

    “หลังจากสงกรานต์แล้วภาพรวมทางเศรษฐกิจน่าจะเงียบลงประมาณ 1 เดือน เนื่องจากการใช้จ่ายของคนไทยน่าจะหมดไปกับช่วงสงกรานต์และการท่องเที่ยวน่าจะน้อยลง คนเริ่มพักผ่อน เงินเริ่มหมดกระเป๋าจากการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดยาวที่เกิดขึ้น ดังนั้นความคึกคักของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่เกิดจาดดารใช้จ่ายจ่าจะหลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงวันเข้าพรรษาดังนั้นรัฐบาลก็ควรจะกระตุ้นหรือเข้ามาเติมในช่วงรอยต่อจากสงกรานต์ไปจนถึงวันออกพรรษา คือการเร่งนำโครงการคนละครึ่ง,คนละครึ่งพลัส รวมทั้งไทยเที่ยวไทยเข้ามาเพื่อกระตุ้นภาพรวมการใช้จ่าย ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง อีกทั้งเมื่อผ่านช่วง พ.ค.-มิ.ย.ก็จะเข้าสู่ฤดูฝน การท่องเที่ยวก็จะซบเซาลง”

    นายภพพล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ถ้ารัฐไม่กระตุ้นการใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยว และภาคการบริการ ทุกอย่างก็จะเงียบไปหมดจากภาวะเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

    รวมทั้งการกำหนดจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ในพืน้ที่ขอนแก่น ไล่เรียงไปแต่ละเดือน ต่อเนื่องไปทั้งปีก็จะกระตุ้นภาพรวมการใช้จ่ายได้มากอย่างไรก็ดีรายได้ที่เกิดขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ยอมรับกว่าเกินเป้าปีที่ผ่านมามีการสำรวจรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ขอนแก่นจะอยู่ที่ 1,200 ลบ. แต่ปีนี้คนเยอะ กิจกรรมเยอะการใช้จ่ายที่เยอะขึ้นมากก็น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า 1,300 ลบ.เลยทีเดียว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/142149&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jJEduywbabGdIzNnfEjdT

  • ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์  ปักหมุดขยายโรงแรมใน ‘หัวหิน’ 3 แบรนด์ 3 แห่ง

    ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์ ปักหมุดขยายโรงแรมใน ‘หัวหิน’ 3 แบรนด์ 3 แห่ง

    หัวหิน” มีจุดแข็งในฐานะเมืองพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯที่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นและทริปสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปที่นิยมเดินทางมาพักระยะยาวในช่วงฤดูหนาว

    สอดรับกับข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 8.55 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 39,020 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72.97%

    ส่งผลให้จังหวัดติดอันดับ 5 ของประเทศด้านจำนวนผู้เยี่ยมเยือนสะท้อนถึงศักยภาพของหัวหินในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่สามารถรองรับดีมานด์จากนักเดินทางทั้งกลุ่ม Leisure และ Long-stay จากตลาดต่างประเทศ

    นี่เองจึงทำให้มองโอกาสในการขยายธุรกิจโรงแรมในหัวหินเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน “ไมเนอร์ โฮเทลส์” มีโรงแรมในหัวหิน รวมกว่า 3 แห่ง รวมห้องพักกว่า 519 ห้อง

    ไมเนอร์ โฮเทลส์

    ล่าสุดเพิ่งจะนำแบรนด์ “NH Hotels & Resorts” ซึ่งเป็นแบรนด์ในกลุ่ม Select ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ เข้ามาปักหมุดในหัวหิน ซึ่งเป็นขยายการรับบริหาร จากเดิมที่ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นเจ้าของโรงแรมในหัวหินอยู่แล้ว 2 แห่ง คือ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท และ อวานีพลัส หัวหิน

    โรงแรม “เอ็นเอช หัวหิน” จัดเป็นโรงแรมเอ็นเอชแห่งที่ 4 ในประเทศไทย ที่เข้ามาเจาะตลาดโรงแรมระดับอัพสเกล รับดีมานด์นักท่องเที่ยว และผู้เข้าพักระยะยาว หลังจากไมเนอร์เข้าซื้อกิจการ NH Hotel Group ในปี 2561 ซึ่งเป็น “การเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์” ที่ทำให้ ไมเนอร์ กลายเป็นองค์กรระดับโลก ปัจจุบันมีโรงแรม NH มากกว่า 200 แห่ง ใน 26 ประเทศ รวมจำนวนห้องพักมากกว่า 31,000 ห้อง

    โรงแรมในเครือไมเนอร์ ที่หัวหิน

    การขยายแบรนด์เอ็นเอช ในหัวหิน ทำให้ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีแบรนด์โรงแรมครบ 3 เซกเมนต์ในตลาด โดย “อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท” เป็นโรงแรมในระดับกลุ่ม “Luxury” (ระดับหรูหรา) ส่วน “อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท” จะเป็นโรงแรมในกลุ่ม Premium (ระดับพรีเมียม) ขณะที่ “เอ็นเอช หัวหิน” จะเป็นแบรนด์ในกลุ่ม Select Upscale (ระดับอัปสเกลที่เน้นความคุ้มค่า)ซึ่งห้องพักเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท++ต่อคืน

    นายโอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เผยว่า ไมเนอร์ฯ วางกลยุทธการขยายแบรนด์ที่ชัดเจน ภายใต้โมเดล “Asset-light” ผ่านการทำสัญญาบริหารจัดการโรงแรม (Management Agreements) และการขายแฟรนไชส์ (Franchise Agreements)

    โดยเฉพาะการผลักดันแบรนด์ NH Hotels ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับ “Select Upscale” ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย และคุ้มค่าให้กับนักเดินทาง ซึ่งมีต้นกำเนิดจากยุโรปให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการขยายการรับบริหาร และแฟรนไชส์ เพื่อขยายแบรนด์เอ็นเอช ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

    โอมาร์ โรเมโร

    สำหรับในประเทศไทย มีโรงแรม NH เปิดให้บริการแล้ว 4 แห่งในภูเก็ต คือ NH Boat Lagoon ในกรุงเทพฯมี 2 แห่ง คือ NH Sukhumvit และ NH Boulevard และในหัวหิน ที่เพิ่งรีแบรนด์ เป็น NH Hua Hin

    การเปิดโรงแรมเอ็นเอช ในหัวหินนอกจากจะสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของไมเนอร์ โฮเทลส์

    ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในตลาดหัวหิน ควบคู่กับรีสอร์ทระดับลักชัวรี อย่างอนันตรา หัวหิน รีสอร์ท และระดับพรีเมียม อย่าง อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท เพิ่มความหลากหลายของข้อเสนอด้านที่พักเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในทุกระดับราคาได้อย่างลงตัว นายโอมาร์ กล่าวทิ้งท้าย

    ขณะเดียวกันอนันตรา หัวหิน ซึ่งเป็นโรงแรมแรกของแบรนด์อนันตรา ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่ก่อตั้งแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2544 หลังเปิดให้บริการมานานกว่า 25 ปีแล้ว ก็ได้ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ปรับโฉมโรงแรมครั้งใหญ่ บนพื้นที่ 36 ไร่ เพื่อยกระดับโรงแรมให้ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมสไตล์ “หมู่บ้านไทยริมทะเล” ซึ่งเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของรีสอร์ทไว้

    ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์  ปักหมุดขยายโรงแรมใน 'หัวหิน' 3 แบรนด์ 3 แห่ง

    ทั้งยังสอดรับกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะตัวมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเพียงจุดหมายปลายทาง สู่การเลือกสถานที่พักที่สามารถสะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความหมายของการเดินทางได้อย่างแท้จริง

    แนวโน้มดังกล่าวทำให้รีสอร์ทระดับลักชัวรีทั่วโลกปรับตัวจากการนำเสนอที่พัก ไปสู่การสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครบมิติ อนันตรา หัวหิน ได้เปลี่ยนโฉมจากความเป็นไทยแบบดั้งเดิม (Classical Thai) มาเป็น ไทยร่วมสมัย (Modern Thai) ที่มีความสดใสและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าคนไทยรุ่นใหม่ได้ 

    การรีโนเวทในครั้งนี้นอกเหนือจากการปรับปรุงห้องพักทุกห้อง ทางรีสอร์ทยังได้เปิดตัวห้องพักรูปแบบใหม่ ได้แก่ Pool Access Room, Two-Bedroom Family Suites และ Two-Bedroom Family Pool Suite โดยออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งกลุ่มคู่รัก ครอบครัว และลูกค้าห้องสวีทจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การใช้บริการในคลับแอคเซส ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

    ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์  ปักหมุดขยายโรงแรมใน 'หัวหิน' 3 แบรนด์ 3 แห่ง

    นายเจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์  กล่าวว่า การพัฒนาในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพของแบรนด์อนันตราในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ และตอกย้ำบทบาทของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางการพักผ่อนชั้นนำของประเทศไทยบนเวทีการท่องเที่ยวระดับสากล

    เจมส์ ซัตคลิฟฟ์

    ทั้งนี้หลังการรีโนเวท ปัจจุบันอนันตรา หัวหิน ได้ปรับลดจำนวนห้องพักจาก 196 ห้อง เหลือ 171 ห้อง เพื่อสร้างห้องพักใหม่ ที่เป็นห้องสวีทแบบ 2 ห้องนอน (Two-Bedroom Suites) ซึ่งได้จากการทุบห้องพักเดิม 3 ห้องรวมกันให้เป็นห้องเดียวที่กว้างขวางขึ้น

    ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากห้องสวีท 2 ห้องนอนสำหรับโรงแรมระดับลักชัวรีในหัวหินหาได้ยาก นอกจากนี้ยังเพิ่มร้านอาหารใหม่ Sea.Fire.Salt เป็นร้านอาหารสไตล์กริลล์ริมหาด พร้อมรูฟท็อปบาร์ เป็นคอนเซปต์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์อนันตรา

    อนันตรา หัวหิน

    “หลังการรีโนเวทโรงแรม ยังทำให้สามารถขายราคาห้องพักเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับก่อนรีโนเวท โดยมีราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ประมาณ 7,000 บาท ซึ่งจัดอยู่ในระดับเดียวกับโรงแรมหรูชั้นนำ 5 อันดับแรกในหัวหินโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก (Q1) ปีนี้อนันตรา หัวหินขยับราคาห้องพักสูงขึ้นเกือบ 50% (หรือประมาณ 47%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา” นายเจมส์ กล่าวทิ้งท้าย

    ขณะที่ในส่วนของโรงแรม “อวานี พลัส หัวหิน” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 2 ของไมเนอร์ นอกจากให้บริการห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่า รวม 196 ห้อง ภายในโรงแรมมีจุดขาย คือ “อวานี เวลล์” AvaniWell ศูนย์ดูแลสุขภาพที่ผสานศาสตร์การบำบัดแบบไทยดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการรักษาสมัยใหม่

    อวานีพลัส หัวหิน

    พร้อมนำเสนอโปรแกรมดูแลแบบเฉพาะบุคคลควบคู่ไปกับกิจกรรมกลุ่ม สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพทุกระดับอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ ดริปวิตามิน ทรีตเมนต์ผ่อนคลาย กายภาพบำบัด และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อสำหรับนักกีฬา ตลอดจนศาสตร์การบำบัดแบบไทยและอายุรเวช เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

    “อวานี เวลล์” ไม่เพียงแต่ให้บริการลูกค้าในโรงแรมอวานี พลัส หัวหิน ที่ต้องการใช้บริการดูแลสุขภาพเท่านั้น แต่ยังให้บริการลูกค้านอกโรงแรมด้วย ประกอบกับการมีศูนย์สุขภาพที่นี่

    ทำให้โรงแรมอนันตรา หัวหิน และ เอ็นเอช หัวหิน สามารถพัฒนาแพ็คเกจ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ด้าน Wellness Travel และรองรับกลุ่มพำนักระยะยาวได้ด้วย อาทิ นักท่องเที่ยวที่ชอบสปา โรงแรมก็สามารถเสนอขายการไปใช้บริการ สปา ที่อนันตรา หัวหิน ได้ หรืออยากดริปวิตามิน ก็ไปใช้บริการที่ อวานี เวลล์ ได้

    ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการขยายธุรกิจโรงแรมของไมเนอร์ ในหัวหินที่เกิดขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656908&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OJT8yD12Jwsnrj2egN_YH