Category: ท่องเที่ยว

  • DPU ปลุกศักยภาพเชฟรุ่นใหม่ ก้าวไกลสู่สิงคโปร์

    DPU ปลุกศักยภาพเชฟรุ่นใหม่ ก้าวไกลสู่สิงคโปร์

    วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.31 น.

    คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดประกวดโครงการอาหารนวัตกรรมสุดล้ำในวิชาอาหารโมเลกูลาร์ ชิงตั๋วเครื่องบินไปศึกษาต่อที่ประเทศสิงคโปร์ โดยผลปรากฏว่า นางสาวกานต์สินี แจ้งกระจ่าง และ นางสาววรรณวิสา สุขสำราญ นักศึกษาปี 4 หลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม คว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันดังกล่าว ส่งผลให้ทั้งสองได้บินลัดฟ้าไปฝึกอบรมพิเศษด้านการทำขนมอบ ณ Creative Culinaire Academy (CCA) สถาบันสอนทำขนมชื่อดังของสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการยอมรับในหมู่นักรักขนมอบ โดดเด่นด้วยแบรนด์คาเฟ่โดนัทยอดนิยม “Caffe Pralet” ที่มีสาขาทั้งในสิงคโปร์และประเทศไทย

    โอกาสเรียนรู้มูลค่าสูง

    การไปเรียนที่สิงคโปร์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการฝึกฝีมือของเชฟเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรม และ ฝึกภาษาอังกฤษเต็มรูปแบบ นักศึกษาทั้งสองต้องเรียนและสื่อสารกับเชฟต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นอกจากจะเพิ่มทักษะการทำขนมอบแล้ว ยังช่วยขยายคลังคำศัพท์เฉพาะทางเบเกอรี่ระดับสากล พื้นฐานจากการเรียนในไทยจึงกลายเป็นก้าวกระโดดสู่วิธีการและเทคนิคใหม่ ๆ ในเวทีระดับเอเชีย ประสบการณ์น่าตื่นเต้นและอร่อยล้ำนี้สะท้อนให้เห็นว่า DPU มุ่งมั่นมอบการศึกษามูลค่าสูง (High Value Services) แก่นักศึกษา นำไปสู่การพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการประกอบอาหาร

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูริ ชุณห์ขจร อาจารย์ผู้สอนวิชาอาหารโมเลกูลาร์ และผู้นำนักศึกษา DPU เปิดเวทีเรียนรู้ระดับเอเชีย กล่าวว่า “การเรียนรู้ด้านอาหารไม่ใช่เพียงการทำให้อร่อย แต่คือการค้นหาศักยภาพของแต่ละคน และปลดปล่อยให้พวกเขาได้เปล่งประกายในเส้นทางสายอาชีพเชฟ” จุดเด่นของการเรียนรู้ครั้งนี้อยู่ที่การใช้ภาษาอังกฤษล้วน นักศึกษาต้องสื่อสารกับเชฟต่างชาติในทุกขั้นตอน “นี่ไม่ใช่เพียงการฝึกทำขนมปังหรือขนมอบ แต่เป็นการฝึก Soft Skills อย่างการสื่อสาร การปรับตัว และการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานข้ามประเทศ ซึ่งเป็น High Value Services ที่ DPU ภูมิใจมอบให้นักศึกษา”

    ในมุมมองของอาจารย์ผู้สอนเชฟ “เราค้นหาจุดแข็งของนักศึกษา พัฒนาผ่านการเรียนและฝึกฝนจริงในครัว และสุดท้ายคือปลดปล่อยศักยภาพในเวทีการแข่งขันจริง” ความรู้จากตำราเป็นเพียงพื้นฐาน แต่การได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหาร ประสบการณ์จริงคือสิ่งที่จะหล่อหลอมความมั่นใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนด้านอาหาร “ผมอยากให้นักศึกษารู้ว่า ความสามารถของพวกเขาสามารถพาอนาคตไปได้ไกลกว่าที่คิด”

    ท้ายสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูริ ชุณห์ขจร ฝากข้อความถึงนักศึกษาและเชฟรุ่นใหม่ทุกคนว่า “ที่ DPU เราไม่เพียงสอนให้คุณเป็นเชฟที่ดี แต่สอนให้คุณเป็นเชฟที่พร้อมทำธุรกิจแห่งอนาคต เราจะผลักดันให้นักศึกษา  ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต  ตามสโลแกนที่ว่า Our Future is Our Potential”

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/910746&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vSsNQmtzj0UBms_sLDIiw

  • สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่า

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่า

    30 สิงหาคม 2568 16:38 น. ทศพล บุญพัฒน์ ข่าวทั่วไทย

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดมของช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากได้รับความเสียหาย


    แม่ฮ่องสอนท่องเที่ยวพลัส โดย นายภานุเดช  ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนและสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะกรรมการ ผู้แทนจากท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน แม่ฮ่องสอน ได้ระดมกำลังทรัพย์จากทางสมาชิกสมาคม ฯ เพื่อชื้อสิ่งของจำเป็น ไปช่วยเหลือจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลากจาก พายุคาจิกิ เมื่อวันที่26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับราษฎร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลายหมู่บ้านตามที่ปรากฎตามข่าว ที่ได้เผยแพร่ไปแล้วนั้น 

    ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอขอบคุณสมาชิกสมาคมฯ ทุกท่าน เช่น ชมรมท่องเที่ยวบ้านปางอุ๋ง ชมรมมัคคุเทศก์แม่ฮ่องสอน โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาคมคนเดินดอย  และ สมาคมที่พักและร้านอาหารบ้านรักไทย ที่ เป็นห่วงพี่น้องที่ได้รับผลกระทบการพายุคาจิกิ ทาง ภาคการท่องเที่ยว เป็นอีกกำลังใจให้กับพี่น้องบนดอยที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ โดยเฉพาะบ้านห้วยหมากลาง  บ้านนาเจ็ดล็อก ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ห่างไกลเดินทางลำบาก ต้องได้รับการช่วยเหลือ และทั่วถึง ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือมา

    ทางด้านนายภานุเดช  ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรม และ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จึงหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงแม้จะโดนพายุ นาจิกิ ทำน้ำป่าไหลหลากทำให้ถนนได้รับความเสียหาย แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการ สร้างทางเบียงให้ยานพาหนะผ่านได้ ภายในวันที่ 1 กันยายน 2568 นี้ ที่ หมู่บ้านห้วยโป่ง เส้นทางสาย 108 เชิญชวนนักท่องเที่ยวยังสามารถมาเที่ยว ในจังหวัดแม่ฮ่อวงสอนได้ หลายหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเยี่ยมเยือนและพักผ่อนในช่วยฤดูฝน ที่ธรรมชาติเขียวชะอุ่ม โดยเฉพาะ บ้านปางอุ๋ง บ้านรักไทย แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/647848&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HEzy2oX6YmBi3Ed3TJteF

  • คลองแม่ข่า จ.เชียงใหม่ รีวิวคลองแม่ข่าเปิดวันไหน ที่เที่ยวฟีลดีเหมือนญี่ปุ่น

    คลองแม่ข่า จ.เชียงใหม่ รีวิวคลองแม่ข่าเปิดวันไหน ที่เที่ยวฟีลดีเหมือนญี่ปุ่น

    คลองแม่ข่า (ภาษาอังกฤษ : Mae Kha River) เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากเป็นคลองเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองมานานกว่า 700 ปี โดยในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงฟื้นฟูและเปลี่ยนคลองแม่ข่าแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งคลองแม่ข่าเปิดวันไหน ปี 2568 นี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ไทยรัฐออนไลน์รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว 

    ประวัติที่มาคลองแม่ข่า คลองเก่าแก่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่

    คลองแม่ข่า” หรือ “น้ำแม่ข่า” เป็นแม่น้ำธรรมชาติที่เกิดจากลำน้ำลำห้วยของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งไหลผ่านเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่จะไหลลงไปยังแม่น้ำปิง ซึ่งมีระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร 

    ทั้งนี้ ในปีพ.ศ.1839 สมัยเริ่มสร้างเมืองเชียงใหม่ พญามังรายได้เลือกให้คลองแม่เป็น 1 ใน 7 ของพื้นที่ชัยมงคล เนื่องจากน้ำแม่ข่าไหลล้อมรอบคูเมือง เป็นเสมือนคูเมืองชั้นนอก นอกจากนี้ยังเป็นทั้งแหล่งอาหาร และแหล่งสัญจรของผู้คนในเมืองเชียงใหม่อีกด้วย

    คลองแม่ข่าเปิดวันไหนบ้าง ควรไปกี่โมง

    ปัจจุบันคลองแม่ข่ากลายเป็นแลนด์มาร์กยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากได้รับการปรับปรุงและตกแต่งอย่างสวยงาม เหมาะแก่การเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ รวมไปถึงชิมอาหารหลากหลายเมนู โดยคลองแม่ข่า 2568 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00-22.00 น. โดยเฉพาะหาไปในช่วงเย็นๆ บรรยากาศจะกำลังดี เหมาะแก่การเดินเล่น หรือถ่ายรูป

    เปิดไฮไลต์เด็ดคลองแม่ข่ามีอะไรบ้าง

    กิจกรรมยอดฮิตส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวนิยมทำเมื่อไปยังคลองแม่ข่า เชียงใหม่ มีดังนี้

    ถ่ายรูปฟีลดีเหมือนอยู่ญี่ปุ่น

    หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการไปเที่ยวคลองแม่ข่า คือ ถ่ายรูปเช็กอิน หรือโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เนื่องจากที่นี่ได้รับการปรับปรุงและตกแต่งให้คล้ายกับคลองโอตารุ ประเทศญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส ร้านรวงต่างๆ ตกแต่งในธีมญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปได้ทั่วบริเวณ

    ชิมอาหารรสเด็ด หลากเมนู

    คลองแม่ข่า 2568 มีร้านอาหารหลากหลายเมนูให้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมกะทิ ขนมครก เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่น ร้านอาหารตามสั่ง คาเฟ่ และร้านกาแฟ ร้านอาหารญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิมทั้งคาวและหวาน

    ช็อปของน่ารักๆ ฝากคนที่บ้าน

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารแล้ว คลองแม่ข่ายังมีร้านขายของฝาก และร้านของแฮนด์เมดน่ารักๆ ให้ซื้อไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโปสต์การ์ด เสื้อผ้า หมวก กระเป๋าถัก กำไลหินหลากหลายรูปแบบให้ช็อปอีกด้วย

    แจกพิกัดคลองแม่ข่าอยู่ตรงไหน

    คลองแม่ข่าตั้งอยู่ที่ถนนศรีดอนไชย ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น หากใครนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถปักหมุดตามพิกัดกูเกิลแม็ป https://share.google/0aaf7SR6BB0WBzFPX

    ทั้งนี้ หากใครที่กำลังวางแผนเดินทางมาเที่ยวคลองแม่ข่า 2568 สามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดรถข้างๆค่าบริการเพียง 40 บาทเท่านั้น หรือหากใครไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็ใช้บริการรถแดง โดยขึ้นจากบริเวณประตูท่าแพ หรือบริเวณใกล้เคียงก็ได้เช่นกัน

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าคลองแม่ข่ายังคงเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่หลายๆ คนแวะไปเช็กอิน ถ่ายรูป หรือเดินช็อปของใช้ ของฝากเมื่อไปเยือนจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ อาจไม่เพียงเพราะความสวยงาม หรือบรรยากาศดีๆ เท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่อีกด้วย

    ที่มา : เว็บไซต์เทศบาลนครเชียงใหม่

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2879574&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06tCUVQUp0pDOS6p30-yvu

  • เช็กด่วน! ปิดการท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ ​1 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    เช็กด่วน! ปิดการท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ ​1 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    ทั่วไป

    30 ส.ค. 2025 เวลา 16:06 น.

    เช็กด่วน! ปิดการท่องเที่ยว 'ถ้ำหลวงแม่สาบ' ​1 เดือน ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    เช็กด่วน! อุทยานแห่งชาติขุนขาน​ จ.เชียงใหม่​ ประกาศล่าสุด ปิดการท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ​1-30 กันยายน 2568 ฟื้นฟูระบบนิเวศ

    วันนี้ (30 สิงหาคม 2568) นายทวีวรรธน์ แดงมณี​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนขาน​ เปิดเผยว่า​ อุทยานแห่งชาติขุนขาน ประกาศ ปิดแหล่งท่องเที่ยว ‘ถ้ำหลวงแม่สาบ’ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2568 เพื่อให้ธรรมชาติและระบบนิเวศภายในถ้ำได้ฟื้นตัว และใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

    ​อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าว บริเวณพื้นที่ลานกางเต็นท์ภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนขาน ‘ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ’ โดยมีบรรยากาศริมน้ำที่สวยงาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และร้านค้าสวัสดิการ Cafe & Bistro ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อน

    ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 5200 0410 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติขุนขาน Khun Khan National Park

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1196625&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pbm8tR1tN7uOr73U_KV2H

  • ‘มหัศจรรย์ภูผา-วารี กุ้ยโจว’ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

    ‘มหัศจรรย์ภูผา-วารี กุ้ยโจว’ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

    เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ไทยจีน ครบครอบ 50ปี  ทางมณฑลกุ้ยโจว โดยได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ผ่านการจัดงาน “ภูผาวารี  สื่อไมตรีด้วยภาพและเสียง” ซึ่งเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

    ในงานนี้ ธาริณี สมบุญ รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวเปิดงานว่า ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ทางการฑูตยาวนาน 50 ปี และการจัดกิจกรรมของมณฑลกุ้ยโจวครั้งนี้ก็เพื่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งมณฑลกุ้ยโจวอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน  เป็นพื้นที่ไม่มีทางออกทางทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินและภูเขา โดยกุ้ยโจวมีภูเขามากถึง 1,208,000 ลูก มีธรรมชาติที่งดงาม มีการสร้างสะพานสูงระดับโลก เพื่อเชื่อมต่อชนบทกับเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และในโอกาสนี้ ททท.ได้จัดโครงการอะเมซิ่งไทยแลนด์ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย-จีน และเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย ซึ่งจะเป็นกิจกรรมสุดพิเศษที่จะสร้างความสุข ความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจีนมากยิ่งขึ้น

    ธาริณี สมบุญ รองผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท.กล่าวเปิดงาน

    “ททท.เน้นส่งเสริมการเดินทางระหว่างกันไทย-จีน ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของสองประเทศนี้ให้มีความยั่งยืน แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น” ธาริณีกล่าว

    นาง Huang Bei ตัวแทนจากมณฑลกุ้ยโจวที่มาเชื่อมความสัมพันธ์ที่ประเทศไทย(

    ด้านนาง Huang Bei  รองผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดโทรทัศน์ดาวเทียมกุ้ยโจว และศูนย์เผยแพร่นานาชาติสถานีวิทยุโทรทัศน์กุ้ยโจว ซึ่งเป็นตัวแทนจากจีน ได้นำเสนอเนื้อหาสาระการท่องเที่ยวของกุ้ยโจวว่า  กุ้ยโจวมีธรรมชาติที่งดงาม มีภูเขาสูงเสียดฟ้า และในไม่อีกกี่สัปดาห์ข้างหน้ากุ้ยโจว จะมีการเปิดสะพานสูงที่สุดในโลกเพื่อข้ามแม่น้ำเป่ยผังเจียน โดยสะพานแห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี 2013 และแม้ว่าสะพานยังไม่เสร็จ แต่ก็ทำให้ชาวบ้านแถวๆใต้สะพาน สามารถเปิดโฮมสเตย์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากชื่นชมธรรมชาติบริเวณสะพานได้แล้ว  

    “สะพานแห่งนี้ สมกับคำที่ว่า ถ้าอยากดูสะพานโลก ต้องดูที่จีน แต่ถ้าอยากมาดูสะพานจีน ต้องมาที่กุ้ยโจว  สะพานจึงเปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง สายเลือดหล่อเลี้ยงมณฑลกุ้ยโจว  ซึ่งการสร้างสะพานที่สูงที่สุดในโลก ไม่ใช่เพราะเราต้องการสร้างสถิติ แต่เป็นเพราะเราต้องการสร้างคุณภาพชีวิตคนในชนบท ให้รู้จักโลกภายนอก “

    นาง Huang Bei  อธิบายสะพานที่สูงที่สุดในโลกที่กำลังจะเปิดใช้ในมณฑลกุ้ยโจว

    นอกจากจะมีสะพานเชื่อมโยงระหว่างขุนเขาและสายน้ำ ที่ทำสถิติโลกแล้ว กุ้ยโจว ยังมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย ระดับ 15 องศาฯตลอดทั้งปี  มีน้ำตกกว่างซูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และมีชนเผ่าซีเจียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

    กิจกรรมที่จะได้รับหากมาเยือนมณฑลกุ้ยโจว นอกจากธรรมชาติที่งดงามแล้ว ยังมีชนเผ่าต่างๆมากถึง 17ชนเผ่า ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชนเผ่าที่มีความแตกต่างกัน หรือการร่วมกิจกรรมกับชนเผ่าต่างๆ ก็มีเสน่ห์ดึงดูดไม่น้อย

    ในโอกาสที่รัฐบาลไทยกับจีนทำข้อตกลงฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปจีน การไปเยือนกุ้ยโจวสักครั้งในชีวิต ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/852811/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JXnFuzd5TfWolGeUnL-mo

  • นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย

    • เผยแพร่ : 30/08/2025 21:28

    Post Views: 1

    วันที่ 30 ส.ค. 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน อ.เบตง จ.ยะลา เนื่องในวันชาติของประเทศมาเลเซีย (Malaysia’s National Day) หรือที่ชาวมาเลย์ เรียกกันว่า “Merdeka Day” ซึ่งตรงกับวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี โดยตลอดทั้งวัน มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นครอบครัวใช้รถบัส รถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ และรถบิ๊กไบค์ เพื่อมาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของ อ.เบตง และจับจ่ายซื้อสินค้า มากินทุเรียนเบตง ท่ามกลางรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว จึงขอความร่วมมือพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมสอดส่องดูแลพื้นที่เฝ้าระวังเหตุ หากพบสิ่งของต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มบุคคลต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบทันทีตามมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันการเข้ามาก่อเหตุแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ หลังหน่วยข่าวด้านความมั่นคงมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังมาตรการรักษาความปลอดภัย ตลอด24ชั่วโมงว่าที่ พ.ต.ท.สิทธิพงศ์ สมพันธ์ สว.ด่าน ตม.เบตง ได้เปิดเผยว่า ในช่วงวันชาติมาเลเซีย ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา จะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติมาเลเซีย ในวันที่ 31 ส.ค. เป็นจำนวนมากทุกปี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างรัดกุม และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ช่วงวันหยุดยาว ด้านนายนรินทร์ เรืองวงศา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า ช่วงนี้ยังคงอยู่ในช่วงช่วงไฮซีซั่น ช่วงหน้าผลไม้ของอำเภอเบตง มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางท่องเที่ยวอำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ กว่า 4,000 ห้อง ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้ว กว่า 90% ภาคธุรกิจขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจขายของฝากกับของที่ระลึก บริษัทนำเที่ยว และที่พักแรม สร้างรายได้สะพัดหลายร้อยล้านบาทเจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา 

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    ติดตามโครงการก่อสร้างลู่วิ่งยางสังเคราะห์ SYNTHETIC สนามกีฬากลางปัตตานี

    นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแห่เที่ยววันชาติมาเลเซีย

    อดีตประธานสภายูเครนถูกจ่อยิงดับ

    ปากีสถานอพยพคนครึ่งล้านหนีน้ำท่วม

    ทูตจีนร่วมงานเทกระจาดที่ศาลเจ้าโจวซือกง

    เปิดอย่างยิ่งใหญ่งานวัฒนธรรมเปอรา

    ดู LIVE รายการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1294077&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sHd7ObD_dxpK6Cw23UQDG

  • นักท่องเที่ยวมาเลเซียแห่ออกเที่ยวคึกคัก | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวมาเลเซียแห่ออกเที่ยวคึกคัก | TOPNEWS

    วันที่ 30 ส.ค. 2568 บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งมีทั้งที่เดินทางเข้ามาโดยรถบัสประจำทาง รัถทัวร์ และขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาเป็นครอบครัว ทำให้การจราจรบริเวณหน้าด่านค่อนข้างแออัด ซึ่งปกติในช่วงวันหยุด จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาทางด่านแห่งนี้ค่อนข้างมากเป็นปกติ แต่ในวันนี้กลับมีจำนวนมากเป็นพิเศษเพราะชาวมาเลเซียแห่เข้ามาท่องเที่ยวเนื่องในวันชาติ ( Hari Merdeka) หรือที่รู้จักกันในชื่อวันชาติซึ่งจะตรงกับวันที่ 31 ส.ค. ของทุกปี โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเฉพาะวันนี้วันเดียวไม่น่าจะต่ำกว่า 1 หมื่น 3 พันคน  เช่นเดียวกับที่สถานีรถไฟ ปาดังเบซาร์ (Padang Besar railway station) ตั้งอยู่ในเมืองชายแดนปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นสถานีปลายสุดทางของรถไฟสายชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก รถไฟมีผู้โดยสารเต็มทุกขบวนซึ่งทั้งหมดต่างมุ่งเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งใน จ.สงขลา และจังหวัดท่องเที่ยวรอบนอก เช่นพัทลุง กระบี่ ตรัง ภูเก็ต ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ด่านปาดังเบซาร์คึกคักเป็นพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ ต่างอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างเต็มที่ จากข้อมูลพบว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมาก เริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. และหนาแน่นที่สุดในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนจะทยอยเดินทางกลับในวันที่ 31 ส.ค. และวันที่ 1 ก.ย. โดยด่านศุลกากรสะเดายังคงเป็นประตูหลักที่มีนักท่องเที่ยวเลือกใช้มากที่สุด สมาคมโรงแรมหาดใหญ่–สงขลา คาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าสู่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 50,000 คน อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า อัตราการเข้าพักโรงแรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา เปิดเผยถึงสาเหตุหลักที่ทำให้การเข้าพักลดลง 2 ประการ คือ 1. วันหยุดยาวทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไกลไปยังสถานที่ที่ไม่ค่อยมีโอกาสไปในวันหยุดสั้น ๆ 2. ปัญหาความล่าช้าในการผ่านพรมแดน โดยบางรายต้องรอคิวนานกว่า 2–3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกเทศกาล จนทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเบนเข็มไปยังจุดหมายปลายทางอื่นแทน ดร.สิทธิพงษ์ เตือนว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาอาจได้รับผลกระทบมากขึ้นในอนาคต พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าสำหรับรถยนต์ที่จะเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อย่นระยะเวลาในการดำเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากหลายชั่วโมงเหลือไม่ถึง 10 นาที เช่นเดียวกับการปรับปรุงแบบฟอร์ม ตม.6 ที่จากเดิมต้องกรอกกระดาษ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการลงทะเบียนออนไลน์ ช่วยลดความแออัดและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

    อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1294024&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mrP35PfagV4bqJQ5vBSU5

  • เที่ยว 3 แลนด์มาร์กใกล้สนาม วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025

    เที่ยว 3 แลนด์มาร์กใกล้สนาม วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับและเชียร์การแข่งขัน Volleyball Women’s World Championship Thailand 2025 (FIVB) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 7 กันยายน 2568

    เพื่อเพิ่มสีสันให้การเดินทางชมการแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น กระทรวงฯ ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใกล้สนามแข่งขันทั้ง 4 จังหวัด ที่สามารถเดินทางสะดวกและเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวร่วมกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ หรือบรรยากาศเมืองที่คึกคัก

    ประชาชนและแฟนกีฬาสามารถค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org มาร่วมเชียร์ทัพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไปพร้อมกันกับ Amazing Thailand

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/travel-shopping/637495&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xc-aLg8B3dORg0xr5nEEU

  • คนไทยคัมแบ็กเที่ยวเกาหลี? KTO เผยครึ่งปีแรกโต 40% หลังปีที่แล้วเจอวิกฤต

    คนไทยคัมแบ็กเที่ยวเกาหลี? KTO เผยครึ่งปีแรกโต 40% หลังปีที่แล้วเจอวิกฤต

    ตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีใต้กำลังส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากเผชิญกับปัญหาด้านความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา 

    ข้อมูลล่าสุดจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนเกาหลีแล้วกว่า 180,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดย KTO ได้ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยให้ได้ถึง 360,000 คนตลอดทั้งปีนี้

    การฟื้นตัวครั้งนี้มาพร้อมกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนักท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ไม่ได้เดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่หันมาเป็นนักเดินทางอิสระ (FIT) ที่มุ่งเน้นการแสวงหาประสบการณ์เชิงลึกมากกว่าการเที่ยวชมแลนด์มาร์กกระแสหลัก


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:



    คนกลุ่มนี้จะวางแผนการเดินทางด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเปรียบเทียบราคา และมีการใช้เทคโนโลยีอย่าง eSIM และแอปแปลภาษาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทาง ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างอิสระและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

    จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่เปลี่ยนจาก ‘การท่องเที่ยวทั่วไป’ ไปสู่ ‘การลงทุนกับตัวเอง’ อย่างชัดเจน โดย KTO ระบุว่ากลุ่มที่เติบโตอย่างโดดเด่นคือผู้ที่มองหาประสบการณ์ด้าน ‘Beauty & Wellness’ ตั้งแต่การเข้าคลินิกเสริมความงามและศัลยกรรมในย่านกังนัมของกรุงโซล ไปจนถึงโปรแกรมดูแลสุขภาพและสปา

    KTO ยังเผยด้วยว่า นักท่องเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปประมาณ 30,000 – 50,000 บาท และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยอย่างน้อย 5 วัน ด้านจุดหมายปลายทางยังมีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากกรุงโซลแล้ว เมืองอย่างปูซานและเกาะเชจูก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในปี 2568 นี้เกิดขึ้นบนบาดแผลของปี 2567 ที่ตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีใต้เผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ จนเกิดกระแสแฮชแท็ก ‘#แบนเกาหลี’ บนโซเชียลมีเดีย ปัญหาดังกล่าวมีต้นตอมาจากความเข้มงวดของระบบ K-ETA และด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่ปฏิเสธการเข้าประเทศของคนไทยจำนวนมาก

    ความไม่พอใจดังกล่าวส่งผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเกาหลีใต้ในเดือนกรกฎาคม 2567 ลดลงถึง 19.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 20,150 คนเท่านั้น

    ผลกระทบนี้ทำให้ไทยซึ่งเคยเป็นตลาดอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตกลงไปอยู่อันดับที่ 5 ในภูมิภาค และปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 11 โดยถูกแซงหน้าโดยประเทศในเอเชียอย่างจีน เวียดนาม และไต้หวัน ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากหันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่ ‘ฟรีวีซ่า’ และมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าอย่างจีนและญี่ปุ่นแทน

    KTO ยอมรับว่าปัญหาเรื่อง K-ETA และด่านตรวจคนเข้าเมืองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นจริง แต่ยืนยันว่าเป็นเพียงส่วนน้อย โดยการลดลงของนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตัวเลือกในการท่องเที่ยวที่มากขึ้น ดังนั้นในวันนี้ KTO จึงกำลังมองหาโอกาสใหม่ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยกลับคืนมา โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการโปรโมตการท่องเที่ยวในเมืองรองให้มากขึ้น

    ตัวอย่างเช่น เช่น แทกู คยองจู ที่มีจุดเด่นในเรื่องโปรแกรมเรียนทำอาหาร หรือเรียนภาษา รวมถึงเทศกาลกินไก่กับเบียร์ในฤดูร้อน และ ซอลลานัมโด จังหวัดทางตอนใต้ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ–วัฒนธรรม–Wellness จึงเริ่มได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไทยสาย Slow Travel และ FIT

    ภาพรวมของตลาดนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลีใต้จึงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ แม้ตัวเลขจะเริ่มฟื้นตัวและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปในเชิงคุณภาพมากขึ้น แต่การจะกลับไปสู่จุดสูงสุดที่เคยมีนักท่องเที่ยวกว่า 572,700 คนในปี 2562 ได้หรือไม่นั้น ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่

    ภาพ : Sun_Shine / Shutterstock

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/korean-tourism-recovery-thai/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mVkHylO47E-Uk2uzjc5Q_

  • ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลัง อัสดง ใต้เงาทุนเทาต่างชาติ

    ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลัง อัสดง ใต้เงาทุนเทาต่างชาติ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/investment-89&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3V3QnkQlwxhVC_G_6t7eEC