Category: ท่องเที่ยว

  • บางกอกแอร์เวย์ส ทุ่ม 400 ล้าน อัปเกรดสนามบินตราด ดันฮับการบินภาคตะวันออก

    บางกอกแอร์เวย์ส ทุ่ม 400 ล้าน อัปเกรดสนามบินตราด ดันฮับการบินภาคตะวันออก

    “บางกอกแอร์เวย์ส” ทุ่ม 400 ล้าน ปักธงพลิกโฉม สนามบินตราด ดันฮับการบินแห่งใหม่ภาคตะวันออกยกระดับศักยภาพ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว

    นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า สนามบินตราด เป็นหนึ่งในสนามบินของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออก และเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบางกอกแอร์เวย์ส เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารแล้วกว่า 40,427 คน และคาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มาจากยุโรปมีการเติบโตเพิ่มขึ้น

    “เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป บริษัทฯ มีเป้าหมายหลักในการขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับผู้โดยสารและเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศในอนาคต ซึ่งเฟสแรกจะใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท โดยจะมีการขยายทางวิ่ง (รันเวย์) จากเดิม 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องบินเจ็ตขนาดเล็กที่เดินทางจากต่างประเทศได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569

    นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 2,000 ตารางเมตร เป็น 3,000 ตารางเมตร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 250,000 คนต่อปี จากการเติบโตของผู้โดยสารที่สนามบินตราด ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผู้โดยสารรวมประมาณ 80,000-90,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-4%

    “การพัฒนาสนามบินตราด เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่น ในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต” นายพุฒิพงศ์ กล่าว

    สำหรับสนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป–กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2880261&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0X9FqTNh7GbGeJzcx8hjEZ

  • ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่

    ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่

    ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่

    นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Area-Based Community Development) โครงการที่ 2 ภายใต้ชื่อ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ในพื้นที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง ครบรอบ 1 ปี ของการดำเนินงาน มีการขยายเป้าหมายการพัฒนาจากเดิม 7 ด้าน เป็น 12 ด้าน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและรองรับความต้องการที่จำเป็นของพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการดูแลตนเอง การดูแลชุมชน รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและเพิ่มโอกาสทางรายได้

    ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่ ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่

    ทั้งนี้ โครงการลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา เป็นการต่อยอดความสำเร็จงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม โครงการที่ 1 “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” ที่การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ปี 2567 (รางวัลการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น) โดยธนาคารกำหนดใช้แนวคิดนี้ในการทำงานพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายผลการสร้าง Social Impact อย่างต่อเนื่อง
     

    ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่

    โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ด้วยแนวคิด “ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Island) ตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งแวดล้อมน่าอยู่ และเศรษฐกิจเติบโตไปพร้อมกัน โดยวางแผนการพัฒนาครอบคลุม 12 ด้าน ประกอบด้วย 1) Low Carbon 2) ยกระดับการท่องเที่ยว 3) การจัดการน้ำ 4) การแพทย์และสาธารณสุข 5) ส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ 6) ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน 7) ส่งเสริมการออมทรัพย์ 8) การสนับสนุนแหล่งเงินทุน 9) แก้ไขปัญหาหนี้สิน 10) สถานศึกษาและการเรียนรู้ 11) การทำนุบำรุงศาสนา และ 12) คุณภาพชีวิต เพื่อตอบโจทย์คนในชุมชนที่ปัจจุบันโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงวัย ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 
     

    ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่ ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่ ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่

    ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกส่งเสริมการดูแลรักษาถิ่นเกิด ทั้งการเข้าถึงบริการสุขภาพและสวัสดิภาพที่รวดเร็วขึ้น การมีแหล่งน้ำที่มีคุณภาพและเพียงพอสำหรับใช้อุปโภคบริโภคตลอดปี ที่สำคัญคือการสร้างรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเกาะลิบงมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวที่ยังถูกหลงลืม แต่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการยกระดับรายได้ให้คนในชุมชนซึ่งทั้งเกาะเป็นวิถีชีวิตชาวมุสลิม และปรับปรุงมาตรฐานผู้ประกอบการโฮมสเตย์ ส่งเสริมการตลาดขยายการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การสนับสนุนพลังงานทดแทน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ ธนาคารได้ส่งเสริมให้ชุมชนมีการออมรูปแบบกลุ่ม อาทิ กลุ่มประมง กลุ่มเรือข้ามฟาก และกลุ่มรถซาเล้งโดยสาร รวมถึงส่งเสริมการออมเยาวชนกับธนาคารโรงเรียน เพื่อให้ชุมชนใส่ใจการออมและการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล 

    ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่ ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่ ออมสิน ชูชุมชนเข้มแข็ง-คาร์บอนต่ำ หนุนท่องเที่ยววิถีใหม่     
    ปัจจุบัน โครงการมีความคืบหน้ามากกว่า 60% โดยการปฏิบัติงานนำโดยทีมงานของธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ร่วมกับหน่วยพัฒนาสังคมและชุมชน สังกัดธนาคารออมสินภาค 17 หน่วยงานภาคีที่เข้าร่วมบูรณาการองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญการพัฒนาแต่ละด้าน อาทิ กรมการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยมหิดล มทร.ศรีวิชัย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง สาธารณสุขจังหวัดตรัง OKMD และ UNICEF ผลงานความก้าวหน้าด้านที่สำคัญ เช่น การผลิตน้ำที่มีคุณภาพสำหรับอุปโภคบริโภคเปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด การขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมถังเก็บน้ำสำหรับทั้งเกาะครอบคลุม 4 หมู่บ้าน การสนับสนุนเรือพยาบาลฉุกเฉิน “เรือออมสินชีพรักษ์” และสร้างหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินเพื่อให้บริการทางการแพทย์ได้ทันท่วงที การติดตั้งระบบพลังงานทดแทนโซล่าร์เซลล์ส่องสว่าง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 20% และผู้ประกอบการโฮมสเตย์ มีรายได้เพิ่มขึ้น 34% ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อมที่อยู่ระหว่างวางแผนริเริ่มให้ชุมชนมีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยการปลูกหญ้าทะเล การปลูกป่าเพื่อขยายพื้นที่สีเขียว เป็นต้น โดยยังมีกิจกรรมการพัฒนาที่อยู่ระหว่างดำเนินการในระยะที่ 2 เพื่อขยายผลการพัฒนาสู่เป้าหมายระยะถัดไป ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นชุมชนคาร์บอนต่ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ชาวเกาะลิบง จังหวัดตรัง สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป 
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/pr-news/378966294&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MhAqsUBIIWxdNYsKEM5xi

  • เชียงราย เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน รองรับการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เชียงราย เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน รองรับการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เชียงราย เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดิน รองรับการท่องเที่ยว

    นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รอง ผวจ.เชียงราย เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน ในเขตเทศบาลนครฯ เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5074925/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jjhFUjPxOTMeqeB6Dka4k

  • วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระพรหมวัชรเมธี ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะพัฒนาวัดอรุณราชวรารามให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน จึงได้เมตตามอบหมายให้กองงานเลขานุการ โดยพระเดชพระคุณ พระวชิรรัตนาภรณ์ ดร. เลขานุการวัดอรุณราชวราราม

    หาแนวคิดเผยแพร่ความงดงามของโบราณสถานโบราณวัตถุต่างๆภายในพระอารามสู่สายตาพี่น้องนักท่องเที่ยวชาวไทยและพี่น้องนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยพระเดชพระคุณ พระวชิรรัตนาภรณ์ ดร. เลขานุการวัดอรุณราชวราราม มีแนวคิดที่จะนำเสนอประวัติการสร้างของโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆภายในพระอารามแบบออนไลน์

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันชื่อ “แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ” มีทั้งหมด 3 ภาษาคือ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก สามารถเข้าถึงและเข้าใจประวัติการสร้างของโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆภายในพระอารามโดยละเอียด สามารถเลือกภาษาที่ตนเองถนัดและเข้าใจ เพื่อรับชมความสวยสดงดงามของวัดอรุณราชวรารารามโดยทั่วกัน

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    ในวันนี้ พระเดชพระคุณ พระวชิรรัตนาภรณ์ ดร. เลขานุการวัดอรุณราชวราราม มอบหมายให้ พระครูวินัยธรจีรเดช จิรเตโช ผู้ช่วยเลขานุการเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เปฺ็นผู้มอบเหรียญวัตถุมงคลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐีอันศักดิ์สิทธิ์ แก่ คุณฐนนันท์ มาบุญมี (ท่านมิ้ง) อัยการจังหวัดผู้ช่วย สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่คุณฐนนันท์ และเพื่อนๆ ได้ให้เกียรติมาเป็นพรีเซ็นเตอร์และเป็นแบบเพื่อให้ความรู้ต่างๆในแอปพลิเคชัน แอพเดียวเที่ยวทั่ววัดอรุณ 

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    วัดอรุณฯ พัฒนาแอปพลิเคชั่น 3 ภาษา ท่องเที่ยวได้จากทั่วมุมโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/606866&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18xyljRQBXzdp7s3rKUZvJ

  • 8 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติเที่ยวไทย 21.8 ล้านคน โกยรายได้ทะลุ 1 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์

    8 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติเที่ยวไทย 21.8 ล้านคน โกยรายได้ทะลุ 1 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์

    นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมการท่องเที่ยว พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค. 68 ทั้งสิ้น 21,879,476 คน (-7.16%YoY) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,014,303 ล้านบาท (-5.40%YoY) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,096,017 คน มาเลเซีย 3,049,961 คน อินเดีย 1,563,806 คน รัสเซีย 1,195,430 คน และเกาหลีใต้ 1,036,361 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-31 ส.ค. 68) นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน จากการมีวันหยุดต่อเนื่องภายในประเทศ (วันประกาศอิสรภาพ) อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 3 ล้านคน ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอื่น ๆ ชะลอตัวด้านการเดินทาง จากการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Summer holiday) ซึ่งเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งสิ้น 506,115 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 56,755 คน หรือ 10.08% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 72,302 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 100,600 คน จีน 70,847 คน รัสเซีย 37,402 คน อินเดีย 24,749 คน และญี่ปุ่น 20,027 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.24% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.21% 23.95% 17.63% และ 12.23% ตามลำดับ” นายสรวงศ์ ระบุ

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (1-7 ก.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาล ที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR810IQ7O35Z85GKG96468RQMX616LU6&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ie_M8py6TQ07_oFiYdgck

  • UOB ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Tourist Exclusive’ ดึงนักช้อปทั่วโลกเที่ยวไทยหนุนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    UOB ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Tourist Exclusive’ ดึงนักช้อปทั่วโลกเที่ยวไทยหนุนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เปิดตัวแคมเปญ “Tourist Exclusive for UOB Cardholders from Singapore, Malaysia, Indonesia and Vietnam” มอบสิทธิพิเศษและของขวัญแบบไทยแท้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีจาก 4 ประเทศในอาเซียน หวังกระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ตามนโยบายภาครัฐในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว

    ภายใต้แคมเปญนี้ นักท่องเที่ยวผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีที่ออกในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ครบ 6,000 บาท รับบัตรกำนัล 1,000 บาท และ ช้อปครบ 4,000 บาท รับบัตรกำนัล 500 บาท พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษที่สะท้อนความเป็นไทย อาทิ ซิมการ์ด AIS สำหรับนักท่องเที่ยว กระเป๋าลายไทยคุณภาพเยี่ยมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ จาก Good Goods และ ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ Lofter หรือ Living House เป็นต้น โดยสามารถ รับสิทธิ์ได้ที่ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันทุกสาขา ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ไปถึง 31 ธันวาคม 2568

    ททท. ชี้เอกชนร่วมมือคือกุญแจสำคัญฟื้นท่องเที่ยว

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวสนับสนุนแคมเปญนี้ว่า “การร่วมมือของภาคเอกชนอย่างธนาคารยูโอบีและห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เป็นแรงเสริมสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ ตอบโจทย์นโยบายส่งเสริมการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง และช่วยสร้างภาพลักษณ์ประสบการณ์การท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ”

    นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO & Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยฐานลูกค้าบุคคลกว่า 8.4 ล้านคน ในภูมิภาคอาเซียน เราหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในขณะเดียวกันก็มอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรของเราที่เดินทางมายังประเทศไทย”

    นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลอด 78 ปีของการดำเนินธุรกิจ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในฐานะช้อปปิ้งเดสติเนชั่นของนักช้อปไทยและทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เราจึงตั้งใจรักษาความเชื่อมั่น พร้อมดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดเพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญ ผ่านความร่วมมือครั้งนี้ การร่วมมือกับยูโอบี และ ททท. ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งครบวงจรแบบ one – stop shopping experience ทั้งด้านสินค้า บริการ และวัฒนธรรมที่เป็นเสน่ห์ของเมืองไทย”

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/02/574610/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FYdp3_znhG-oLIbBEySzm

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกในปี 2568–2571 พร้อมวางแผนอนาคต เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการขยายฝูงบิน เพิ่มเครือข่ายเส้นทางบิน ลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร

    ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเตรียมรับมอบอากาศยานใหม่ โบอิ้ง 737-8 เพิ่มอีก 50 ลำ ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยเครื่องลำแรกมีกำหนดส่งมอบในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางการบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อเมืองหลัก–เมืองรองในไทยกับเมืองสำคัญทั่วเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า การขยายฝูงบินครั้งนี้ไม่เพียงแต่รองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีการเติบโตด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่รายได้ ปริมาณผู้โดยสาร และเครือข่ายเส้นทางบิน สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและคู่ค้า โดยมุ่งมั่นนำเสนอการเดินทางที่สะดวกสบาย ราคาคุ้มค่า และตรงเวลา

    “การเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแผนการขยายฝูงบินทั้งในระยะสั้นและกลาง เพื่อรองรับการเติบโตของสายการบินให้บริการ จะช่วยให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลว์คอสต์ที่รุนแรง และสร้างความพร้อมให้ไทยก้าวสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาค และที่สำคัญยังจะสร้างงานกว่า 4,000 – 5,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมนักบิน พนักงานต้อนรับ พนักงานภาคพื้นดิน และฝ่ายวิศวกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

    พร้อมกันนี้นายวรเนติ กล่าวว่าในฐานะสายการบินยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอยู่เสมอ โดยได้เปิดโอกาสให้ทั้งบัณฑิตจบใหม่ ผู้มีประสบการณ์ทำงาน รวมถึงผู้ที่มีความมุ่งมั่นในสายอาชีพด้านการบินได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

    ด้าน คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ เสริมว่าตลอดปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถสร้างการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย และตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถรักษาอัตราการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสายการบินราคา ซึ่งจุดแข็งของเราคือการมอบบริการคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เรามีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและสามารถขยายตลาดใหม่ได้อย่างมั่นคง”

    ในปีนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์เตรียมเปิดเส้นทางใหม่ รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ–โซล (เดือนตุลาคม) กรุงเทพฯ–โกลกาตา ในเดือนพฤศจิกายน กรุงเทพฯ–โตเกียว (นาริตะ) ในเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ–โอซาก้า (คันไซ) ในเดือนธันวาคม และกรุงเทพฯ–อาห์เมดาบัด ในเดือนธันวาคม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เวียตเจ็ทไทยยังเตรียมมอบประสบการณ์การบินที่น่าประทับใจด้วยการให้บริการด้านความบันเทิงบนเที่ยวบิน (In-Flight Entertainment)

    “ที่สำคัญไม่แพ้กัน สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงพัฒนาความตรงต่อเวลาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของสายการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการมอบบริการที่เป็นเลิศแก่ผู้โดยสาร”

    คุณสญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่าเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ที่ไม่เพียงการสร้างความเติบโตเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังต้องการสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันในการสนับสนุนการท่องเที่ยว

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เราเดินหน้าจัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น รวมถึงร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบาย ‘Fly Green’ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้สายการบินฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียวและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน”

    นอกจากนี้เวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเดินหน้าศึกษาและส่งเสริมการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ควบคู่กับการนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น A321neo และ Boeing 737-8 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 15–20% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อมต่อเมืองรองของไทยกับตลาดต่างประเทศโดยตรง เสริมบทบาทของไทยในฐานะฮับการบินและท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือกับภาครัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/02/574599/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17obo-TKXXbVdXiRn5Wh-W

  • เอกชน ชี้ ทีมศก.ใหม่ เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-ส่งออก-ท่องเที่ยว

    เอกชน ชี้ ทีมศก.ใหม่ เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-ส่งออก-ท่องเที่ยว

    นายธวัชชัย เศรษฐจินดา ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง

    เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่และทีมเศรษฐกิจที่เข้ามาบริหารประเทศ โดยมองว่าสิ่งสำคัญคือการมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก 

    ทั้งนี้ ประเด็นเร่งด่วนที่ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในระยะสั้น คือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ ซึ่งถ้าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง มาตรการใด ๆ ที่รัฐอัดฉีดเข้ามาก็จะไม่สามารถกระตุ้นกำลังซื้อได้ 

    นอกจากนี้ การประคองตัวเลขเศรษฐกิจผ่าน การส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสองเครื่องยนต์หลักของประเทศในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีนโยบายและมาตรการมาสนับสนุน ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทีมเศรษฐกิจจำเป็นต้องเข้ามาเดินต่อในเรื่องของการเจรจา โดยเฉพาะประเด็นภาษีการค้ากับทางสหรัฐที่ยังคงค้างอยู่

    อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลเฉพาะกาลเข้าบริหารประเทศเพียง 4 เดือนก็มองว่าคงต้องให้โอกาสในการทำงานไปหากใครเข้ามาและสามารถทำงานได้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นใครเข้ามาทำหน้าที่อะไร มองว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ก็แล้วแต่สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นการทำงานให้ดีที่สุด และต้องไปดูในรายละเอียดว่ารัฐบาลสามารถทำอะไรได้บ้าง

    สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีประเมินว่าตลาดหุ้นก็คงจะตอบรับในเชิงบวกและภาคการท่องเที่ยวจะดีขึ้น แม้โดยภาพรวมแล้วไม่สามารถพึ่งพิงเพียงแค่ภาคการส่งออกและท่องเที่ยวได้ทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องเน้นในเรื่องของการกระตุ้นภายในประเทศและให้ความสำคัญกับการแก้ไขหนี้ครัวเรือนและหนี้ที่ไม่ใช่ในระบบในระยะสั้นเป็นพิเศษ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/637643&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_Adk9R94Uq897-ndf_m9K

  • อัปเกรด“สนามบินตราด”รับนักเที่ยวพุ่ง

    อัปเกรด“สนามบินตราด”รับนักเที่ยวพุ่ง

     นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า สนามบินตราด เป็นหนึ่งในสนามบินของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออก และเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งเราเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารแล้วกว่า 40,427 คน และคาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มาจากยุโรปมีการเติบโตเพิ่มขึ้น

    “เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป บริษัทฯมีเป้าหมายหลักขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับผู้โดยสารและเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศในอนาคต ซึ่งเฟสแรกจะใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เพื่อขยายทางวิ่ง (รันเวย์) จากเดิม 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร เพื่อใหรองรับเครื่องบินเจ็ตขนาดเล็กที่เดินทางจากต่างประเทศได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ปี 2569

    นอกจากนี้ ยังมีการ ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 2,000 ตารางเมตร เป็น 3,000 ตารางเมตร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 250,000 คนต่อปี จากการเติบโตของผู้โดยสารที่สนามบินตราด ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผู้โดยสารรวมประมาณ 80,000-90,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-4%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2880187&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I2MZoDufomuknA7Sjsj-5

  • Log in or sign up to view

    Log in or sign up to view

    This page isn’t available

    The link you followed may be broken, or the page may have been removed.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.facebook.com/thestandardth/posts/-%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%2590%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2588%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2593%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581-world-bank%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1/1125493783043297/%3Flocale%3Dth_TH&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qfPi7A-M_hWFi9_mbuiIH