Category: ท่องเที่ยว

  • ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ โดยคาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) คว้าอันดับหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางชนบทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาค ตามด้วยเขาใหญ่ (ไทย) และปุนจัก (อินโดนีเซีย) ในอันดับสองและสามตามลำดับ

    จุดหมายปลายทางในชนบท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและเนินเขา กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและความงดงามของธรรมชาติ จุดหมายปลายทางเหล่านี้เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สบายตาและวิถีเรียบง่ายแบบชนบท เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่

    ข้อมูลของอโกด้า จัดอันดับจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนจาก 8 ประเทศในเอเชีย โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 สิงหาคม 2568 พบว่า เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้) ต่างติดอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชียในปีนี้ด้วย

    ไม่ว่าเป็นผืนป่าเขียวขจีของคาเมรอน ไฮแลนด์ ในมาเลเซีย ไปจนถึงความงดงามของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะในญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางเหล่านี้ล้วนสะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของชนบทรอให้นักเดินทางได้มาสัมผัส
     

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    คาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย)

    เป็นเมืองชนบทใจกลางมาเลเซีย มีความโดดเด่นด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีไร่ชาที่สวยงามตระการตา นักเดินทางสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์เขียวขจี เพลิดเพลินกับสวนดอกไม้สีสันสดใส ลิ้มรสผลไม้สดใหม่จากฟาร์มท้องถิ่น และยังสามารถออกเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    เขาใหญ่ (ไทย)

    เขาใหญ่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดดเด่นด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ น้ำตกน้อยใหญ่ และสัตว์ป่านานาชนิด นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งการเดินป่าชมธรรมชาติ ซาฟารีส่องสัตว์ และชมวิวทิวทัศน์อันงดงามจากจุดชมวิวต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับการผจญภัยไว้อย่างลงตัว

    ปุนจัก (อินโดนีเซีย)

    ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวา ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาอันงดงามและไร่ชาที่เรียงรายอย่างสวยงามตามแนวเนินเขา ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี นักเดินทางสามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการเดินป่า กีฬาร่มร่อน และเดินเล่นชมตลาดท้องถิ่น ปุนจักจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ที่มองหาการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติในช่วงวันหยุดสั้น ๆ จากเมืองใหญ่

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น)

    เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ มอบทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็น ผ่อนคลายกลางธรรมชาติ ชมสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และร่วมกิจกรรมเทศกาลตามฤดูกาลต่าง ๆ ความใกล้ชิดกับภูเขาไฟฟูจิทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิ

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    เขิ่นติง (ไต้หวัน)

    เป็นแหล่งท่องเที่ยวงดงามริมชายฝั่งที่นักเดินทางยังไม่ค่อยรู้จัก ขึ้นชื่อด้วยชายหาดทรายขาวสะอาดและท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสีสันสดใส นักเดินทางสามารถสนุกกับกีฬาทางน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพักผ่อนบนชายหาดอย่างสบายใจ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ยังมีเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการการผจญภัย

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    ซาปา (เวียดนาม)

    เป็นจุดหมายปลายทางบนภูเขาที่โด่งดังด้วยนาขั้นบันไดและหมู่บ้านชาวพื้นเมือง นักเดินทางสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมวิวพาโนรามาของเทือกเขาฮวงเหลียงซาน เสน่ห์เฉพาะตัวของซาปาทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้รักการผจญภัย

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    มุนนาร์ (อินเดีย)

    เป็นเมืองบนเนินเขาในรัฐเกรละของอินเดีย ขึ้นชื่อด้วยไร่ชาเขียวขจีและขุนเขาที่โอบล้อมด้วยสายหมอก นักเดินทางสามารถเดินชมทิวเขาอันเขียวชอุ่ม แวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชา และสำรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่มอบความเงียบสงบให้กับนักเดินทางได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    พย็องชัง (เกาหลีใต้)

    เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสอากาศหนาว ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2561 นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางหิมะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือสนุกไปกับลานหิมะต่าง ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม พร้อมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทำให้พย็องชังเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับสายผจญภัยและผู้ที่ต้องการพักผ่อนตลอดทั้งปี

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมเอเชีย

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาใหญ่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย เขาใหญ่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวไทยมายาวนาน และตอนนี้นักเดินทางจากทั่วทั้งเอเชียก็เริ่มค้นพบเสน่ห์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ อุทยานแห่งชาติ หรือบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อโกด้ามุ่งมั่นในการทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน และเราภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยให้นักเดินทางได้ออกไปสัมผัสจุดหมายปลายทางที่น่าทึ่งอย่างเขาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้น ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในระยะยาว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/soft-power/378966557&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Xfjs0Xhovzm4DrYzFs3Jf

  • เปิดโผ ‘ครม.อนุทิน 1’ เกลี่ยใหม่ ‘ธรรมนัส’ รีเทิร์นคุมท่องเที่ยว โควตาคนนอกเพียบ

    เปิดโผ ‘ครม.อนุทิน 1’ เกลี่ยใหม่ ‘ธรรมนัส’ รีเทิร์นคุมท่องเที่ยว โควตาคนนอกเพียบ

    เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

    เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของคุกกี้ที่เราจัดเก็บ เหตุผลในการใช้คุกกี้ และวิธีการตั้งค่าคุกกี้ได้ใน นโยบายคุกกี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/447274&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BGjieEvVocCR0kwoXOkEn

  • ททท.พลิกโฉมของฝากเป็น Soft Power ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ไทยในชุมชน 10 จังหวัด : อินโฟเควสท์

    ททท.พลิกโฉมของฝากเป็น Soft Power ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ไทยในชุมชน 10 จังหวัด : อินโฟเควสท์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตร เปิดตัวโครงการ “Explore Local Charm ตามรอยเสน่ห์ไทย” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้แคมเปญ Grand Moment ในธีม Grand Moment of Giving สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำและมีความหมายให้กับนักท่องเที่ยว ผ่านการ “ให้” สิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคมและชุมชน มุ่งยกระดับสินค้าและบริการท่องเที่ยวของชุมชนให้มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและมีมูลค่าเพิ่ม

    โดยใช้ “สินค้าของฝาก” เป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงภูมิปัญญา รากเหง้าวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเรื่องราวท้องถิ่นของไทยเข้ากับประสบการณ์การท่องเที่ยวร่วมสมัย พลิกมุมมองจากสินค้าของฝากที่เป็นเพียงสินค้าที่ระลึกให้กลายเป็นจุดเชื่อมที่ชวนให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว ตามรอยกลับไปยังชุมชนต้นทาง ด้วยการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนให้โดดเด่น เพื่อต่อยอดสินค้าของฝากให้เป็นคอลเล็กชั่นพิเศษ พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ทำโปรโมชั่นทางการตลาด พร้อมสอดแทรกการเล่าเรื่อง (Storytelling) ใน QR Code ที่จะปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ ให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนรับชมเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้า

    นับเป็นการเชื่อมต่อกับระบบจองกิจกรรมหรือทริปท่องเที่ยวในแหล่งผลิตเพื่อทำการจองได้ทันที ถือเป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวผสมผสานกับนวัตกรรมในรูปแบบใหม่ ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนกับวัฒนธรรมและชุมชนต้นทางได้อย่างลึกซึ้ง และนำไปสู่การสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    โดยเส้นทาง “Explore Local Charm ตามรอย เสน่ห์ไทย” ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย

    – ภาคกลาง “วิถีสุขสมดุลริมทะเลจากไซเดอร์สับปะรดสู่หัวใจสุขภาพ” โดยวิสาหกิจชุมชนโอมจงรวย จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ผจญภัยเบา ๆ กับการล่องเรือชมทะเลแหวก ปลูกป่าชายเลน แล้วเติมความเฮลท์ตี้ด้วยการชิมและทำ “ไซเดอร์สับปะรด” เพื่อสุขภาพ พร้อมรีแลกซ์ที่รีสอร์ตอายุ 100 ปี

    – ภาคใต้ “วิถีบาราโหม ชิมนาสิอิแดกำปงล่องอ่าว แต้มลายผ้าบาติก” โดย ชุมชนท่องเที่ยวบาราโหม จ.ปัตตานี

    สัมผัสวิถีมลายูแท้สไตล์ LOCAL CRAFT ครบทั้งรส กลิ่น สี และวิถีบาราโหม รอยต่ออดีต- ปัจจุบัน กลิ่นอายลังกาสุกะเมืองเก่า ชมโบราณสถานเก่าแก่อายุร่วม 500 ปี ล่องแลอ่าวปัตตานีลิ้มรสอาหารถิ่น ที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ “นาสิอิแดกำปง” และเรียนรู้การเพ้นท์ผ้าบาติก “มาโก๊ะจาแว”

    – ภาคอีสาน “วิถีบารายพันปี ปราสาทเมืองต่ำ ผัดกุ้งจ่อมขึ้นชื่อ” โดย บ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์

    ตามรอยอารยธรรมขอมโบราณ สัมผัสชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ปั่นจักรยานชมปราสาทเมืองต่ำ พร้อมเรียนรู้ผ้าหมักโคลนจากบารายพันปี เข้าครัวปรุงอาหารพื้นถิ่นรสแซ่บ พร้อมชมงานหัตถกรรมจากต้นกกโดยฝีมือกลุ่มผู้พิการในชุมชน

    นอกจากนี้ การสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนภายใต้โครงการ “Explore Local Charm ตามรอยเสน่ห์ไทย”ยังรวมถึงการเปิดช่องทางการขายใหม่ที่กว้างขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรสำคัญ อย่างไอคอนคราฟต์ และโรงแรม บางกอก แมริออท สุรวงศ์ รวมถึง ร้านของฝากชื่อดังกว่า 20 แห่ง เช่น ร้านสุคันธา จังหวัดเพชรบุรี, ร้านมั่งมีของฝาก จังหวัดบุรีรัมย์, ร้านเลอ เจ้าจอม เรสเตอรองท์ แอนด์ คาเฟ่ จังหวัดตราด, โรงแรมอาน่า วิลล่า เกาะช้าง จังหวัดตราด ฯลฯ ที่จะมาร่วมส่งเสริมการกระจายสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษภายใต้โครงการและประชาสัมพันธ์กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนไฮไลท์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ

    เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ออก E-Coupon ส่วนลด 50% เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน สำหรับซื้อสินค้าของฝากและกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนในโครงการฯ ผ่านการสแกน QR Code บนฉลากสินค้าหรือสื่อต่างๆ โดยเริ่มซื้อคูปองได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2568 และใช้คูปองได้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 โดยคาดว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นในชุมชนต่าง ๆ

    ขั้นตอนการใช้งานคูปอง E-Coupon ณ ชุมชน/ร้านค้าที่ร่วมโครงการ

    1. ติดต่อเพื่อทำการจองกับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง (กรณีต้องการซื้อกิจกรรมท่องเที่ยว)

    2. นำ E-Coupon ที่ซื้อไว้ไปแสดงที่ชุมชนหรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

    3. สแกน QR Code เพื่อใช้ E-Coupon ที่ชุมชนหรือร้านค้า ในการซื้อสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวได้ทันที

    ผู้สนใจสามารถเพิ่มเพื่อน Line Official @explorelocalcharm เพื่อกดสั่งซื้อคูปอง โดยระบุจำนวนที่ต้องการและชำระเงินได้ทันที

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527606&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q7hmTXo5jU5QEncJpRegU

  • หนุน 4 ภารกิจเร่งด่วนรัฐบาลใหม่พร้อมร่วมเดินหน้าฟื้นฟูประเทศ

    หนุน 4 ภารกิจเร่งด่วนรัฐบาลใหม่พร้อมร่วมเดินหน้าฟื้นฟูประเทศ


    หอการค้าฯหวังได้ครม.คุณภาพแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง,เห็นด้วยโครงการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นใช้จ่าย,พร้อมเร่งฟื้นภาคท่องเที่ยวส่งท้ายปี

    ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

    ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความผันผวนและเปราะบาง จากทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การค้าและการลงทุนที่มีข้อจำกัด ตลอดจนแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและต้นทุนภาคธุรกิจที่สูงขึ้น หอการค้าฯ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง

    รวมทั้งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยบุคลากรคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย

    สำหรับทิศทางการบริหารประเทศ หอการค้าฯ เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศในช่วงเวลานี้ ได้แก่

     1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเดินทาง และค่าขนส่ง แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการสร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนฐานราก

     2. ด้านความมั่นคงชายแดน –จัดการปัญหาพิพาทชายแดนด้วยแนวทางสันติ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

     3. ด้านภัยธรรมชาติ พัฒนาระบบเตือนภัย การป้องกัน และกลไกเยียวยาฟื้นฟู เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม ทันท่วงที และสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง

     4. ด้านภัยสังคม เร่งรัดมาตรการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงปัญหาการพนันและการพนันออนไลน์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก การเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา และ FTA เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะ โครงการ “คนละครึ่ง” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทย ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน กระจายสู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนั้นการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องจำเป็น

    ทั้งนี้หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนทั้ง 4 ด้าน อย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/35159&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jWiiMJX2TrY6FATBHO6lJ

  • ‘รมว.ท่องเที่ยว’ปลื้ม FIVB ชื่นชมไทย จัดวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกดีที่สุด​ !!

    ‘รมว.ท่องเที่ยว’ปลื้ม FIVB ชื่นชมไทย จัดวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกดีที่สุด​ !!

    วันที่​ 7​ กันยายน​ 2568​ นายสรวงศ์ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แสดงความภาคภูมิใจหลังสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ยกย่องให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    นายสรวงศ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะ​ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย, นายกสมาคมฯ, ผู้บริหาร ตลอดจนพี่น้องชาวไทย ที่ร่วมกันทำให้การแข่งขันครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมขอบคุณแฟนกีฬาที่ติดตามเชียร์ตลอด 3 สัปดาห์การแข่งขัน ตั้งแต่รอบแรกทั้ง 4สนาม​ รอบ​ 16 ทีม จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ที่จัดขึ้น ณ อินดอร์สเตเดียม​ หัวหมาก

    “การที่ FIVB ชื่นชมว่าไทยจัดการแข่งขันได้ดีที่สุด ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างความสุข ความทรงจำที่ดีให้แฟนกีฬาทั่วโลก และช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศตามที่ตั้งเป้าไว้” นายสรวงศ์ กล่าว

    การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะเจ้าภาพระดับโลก แต่ยังตอกย้ำสมญานาม “ดินแดนแห่งวอลเลย์บอล” ได้อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/240298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04PL0R4adtCtVuuSfhWV2S

  • สะเดา | มกุฏราชกุมาร แห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เสด็จทรงปั่นจักรยานส่งเสริมการท่องเที่ยวและออกกำลังพระวรกายในอำเภอสะเดา

    สะเดา | มกุฏราชกุมาร แห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เสด็จทรงปั่นจักรยานส่งเสริมการท่องเที่ยวและออกกำลังพระวรกายในอำเภอสะเดา

    วันที่ 6 กันยายน 2568  ตวนกูไซยิดไฟซุดดิน ไซยิดจามาลุลไลล์  มกุฎราชกุมาร รัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย เสด็จพร้อมด้วยนายอะฮ์มัด ฟะห์มี บิน อะฮ์มัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซีย ณ จังหวัดสงขลา  พระสหาย นักกีฬาชาวมาเลเซีย และชาวไทย ประมาณ 100 คน ได้เสด็จโดยรถบัสประจำพระที่นั่ง มายังที่ว่าการอำเภอสะเดา โดยมีนางสาวณัฐกานต์ สายน้อย นายอำเภอสะเดา พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา ให้การต้อนรับและถวายความปลอดภัยในการเสด็จปั่นจักรยานในครั้งนี้

    ในการนี้ มกุฎราชกุมาร แห่งรัฐเปอร์ลิส  ได้ทรงปลูกต้นไม้ หน้าบริเวณที่ว่าการอำเภอสะเดา หลังจากนั้นทรงทักทายกับหัวหน้าส่วนราชการ และถ่ายรูปร่วมกันกับนักกีฬาปั่นจักรยานก่อน มีพิธีการปล่อยตัวนักปั่นจักรยานในเวลา 07.45 น.

    โดยคณะปั่นเสด็จไปตามถนนเลียบคลองท่าพรุ ทรงถ่ายรูปเช็คอินกับป้ายท่องเที่ยว‘สะเดา‘ ที่ริมคลองท่าพรุ ก่อนเสด็จไปยังโรงเรียนสังคมอิสลามวิทยา บ้านลุ่ม โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนและครูนักเรียนให้การต้อนรับ พร้อมทั้งทรงพักผ่อนทานอาหารว่าง มอบเงินสนับสนุนโรงเรียน ถ่ายภาพร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการครูโรงเรียนและนักกีฬาที่หน้าอาคารเรียน 

    หลังจากนั้นเสด็จปั่นไปยังมัสยิดบ้านน้ำลัด โดยมีคณะโต๊ะอิหม่ามและชาวบ้านมาให้การต้อนรับ ทรงมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน และมอบเงินให้ ผู้สูงอายุ ทรงถ่ายรูปหมู่กับคณะผู้บริหารท้องถิ่น และอีหม่ามประจำมัสยิด 

    จากนั้นได้เสด็จปั่นจักรยานมายังตลาดเทศบาลเมืองอำเภอสะเดา ส่งเยี่ยมแม่ค้าภายในตลาดสด และถ่ายรูปหมู่หน้าตลาดสด   เสด็จปั่นไปยังสนามกีฬากลางเทศบาลเมืองสะเดาโดยมีประชาชนสองข้างทางให้ความสนใจโบกมือทักทายตลอดเส้นทาง จากนั้นได้ปั่นเสด็จกลับที่ว่าการอำเภอสะเดา

    เพื่อทรงพักผ่อนรับประทานอาหารว่าง มอบของที่ระลึกให้กับนายอำเภอสะเดา และสภ.สะเดา คณะทั้งหมดเสด็จต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ เพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยวเป็นการส่วนพระองค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29271/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xzbzpZMVdcIsFqUjNxbBt

  • รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

    รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

    ภูมิภาค

    รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

    วันอาทิตย์ ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2568, 22.21 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 7 ก.ย.68 ที่หัวหิน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” การพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานอัตลักษณ์ทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7- 8 ก.ย.นี้ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ คณบดีคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและลองชิมอาหารจานใหม่จากแม่ครัวชุมชนทั้ง 8 อำเภอด้วย

    นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล กล่าวว่า จ.ประจวบฯ ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 แห่งของใครงการไทยแลนด์ริเวียร่า (Thailand Riviera) ที่รัฐบาลมุ่งพัฒนาโดยนำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยของจังหวัดฯ มาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรองรับนักท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับจังหวัดชุมพร และระนอง ด้วยเส้นทางการคมนาคมที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางอากาศ ชี้ให้เห็นได้ว่า จ.ประจวบฯ มีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ประกอบกับความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด สามารถรองรับและให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และส่งผลต่อการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกหรือกลุ่มพื้นที่ท่องเที่ยวภาคตะวันตก และโดยที่ จ.ประจวบฯ มีแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย วิถีวัฒนธรรมที่สำคัญที่เป็นต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของจังหวัดจึงเป็นการทำประมง และเนื่องจากความยาวของชายฝั่งกว่า 200 กม. จ.ประจวบฯ จึงมีชุมชนประมงชายฝั่งที่ทำการประมงพื้นบ้านจำนวนมาก ชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่งเหล่านี้จึงเป็นแหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจซึ่งทำให้เกิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานอัตลักษณ์ทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ

    รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ กล่าวว่า โครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างศักยภาพให้กับชุมชนและผู้ประกอบการซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินโครงการ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า บริการ อาหารและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในชุมชน 8 ชุมชนแต่ละอำเภอใน จ.ประจวบฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้าน ชุมชนละ 10 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445529&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mFlyWqbnZkgffNJt7SWub

  • สว.สีน้ำเงินท้าให้รัฐบาลใหม่สอบคดี ฮั้ว สว.ต่อให้จบยืนยันไม่มีสีเสื้อ

    สว.สีน้ำเงินท้าให้รัฐบาลใหม่สอบคดี ฮั้ว สว.ต่อให้จบยืนยันไม่มีสีเสื้อ

    วันอาทิตย์ ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2568, 22.15 น.

    อำเภอประโคนชัย /กลุ่ม สว.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) ลงพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ราคาพืชผลการเกษตร การคมนาคม การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว โต้คดีฮั้ว สว.ไม่มีจริงไม่มีสีทางการเมืองท้าให้รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าสอบหาความจริงให้เสร็จจะได้จบ

    วันที่ 6 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) สว.อีสานใต้ นำโดยนายพรเพิ่ม ทองศรี  สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าคณะเดินทาง ลงพื้นที่โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ มีนายจำเริญ  แหวนเพ็ชร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  นายอำเภอประโคนชัย ผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวประโคนชัย ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูล ต่อ สมาชิกวุฒิสภา 

    การลงพื้นที่ดังกล่าวของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา การกลั่นกรองกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ตลอดจนสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสู่การแก้ไขโดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา และเพื่อให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างประชาชนทุกภาคส่วน

    มีตัวแทนผู้นำท้องถิ่น และหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงชาวบ้าน ได้นำเสนอปัญหาในพื้นที่ที่ต้องการการสนับสนุนและแก้ไขปัญหา คือ เรื่องของระบบชลประทานที่ยังขาดการบริหารจัดการ ปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร โดย ฤดูแล้ง ก็แล้งจัด ฤดูฝนก็น้ำท่วม รวมถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งที่เสื่อมมโทรมขาดการพัฒนาด้านการจัดการด้านท่องเที่ยว รวมถึงเส้นทางคมนาคามเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว และถนนบางสายที่ไม่สามารถขยายได้และชำรุดทรุดโทรม และปัญหาที่สำคัญ อีกอย่างที่ต้องการการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คือปัญหาด้านยาเสพติดในพื้นที่ด้วย

    นายพรเพิ่ม ทองศรี (เสื้อฟ้า)สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าคณะเดินทาง กล่าวว่า หลังจากนี้เราจะนำปัญหาในพื้นที่ของท่านไปดำเนินการแก้ไข เรื่องใดที่สามารถทำได้ทันที จะนำเรื่องไปเสนอคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทันที และ หากเรื่องใดที่ต้องอาศัยกลไกของสภา ทางสมาชิกวุฒิสภา จะตั้งมติ ตั้งกระทู้ถาม และปรึกษาประธานสภา เพื่อยื่นเรื่องให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

    ด้าน พลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย  (สูทดำ)สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการ สว.พบประชาชนอีสานตอนล่าง โดยจะเวียนกันไปรับฟังปัญหาของประชาชนใน 7 จังหวัด มีชัยภูมิ,นครราชสีมา ,บุรีรัมย์,สุรินทร์ ,ศรีสะเกษ ,อุบลราชธานี,อำนาจเจริญ และจังหวัดยโสธร 

    โดยกลุ่มจะใช้คำว่า”โน้มตัวมาหาประชาชน”จะไม่ให้ห่างไกลประชาชน มารังฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรที่ สว.จะทำได้เพื่อนำปัญหาไปนำเสนอให้รัฐบาลทราบ เพราะ สว.ไม่มีหน้าที่ไปสั่งหน่วยงานต่างๆได้

    ส่วนกรณีที่มีคนพยายามโจมตี สว.กลุ่มของพวกตนว่าเป็นสีน้ำเงินบ้าง ทำงานให้กับกลุ่มการเมืองบ้าง ตนขอย้ำว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 เขาเขียนมาให้พวกตนคือผู้จะสมัครเป็น สว.ในตอนนั้น ให้ทำตามคือการแบ่งกลุ่มอาชีพ มีการแนะนำตัว และให้เลือกกันเองพวกตนก็ปฏิบัติตาม

    เช่นเดียวกับที่กลุ่มพวกตนโดนกล่าวหาว่า”ฮั้ว”สว.พวกตนจะทำได้อย่างไร คนเดียวหรือแค่ไม่กี่คนจะไปฮั้วทั่วประเทศเป็นไปไม่ได้ 

    สำหรับคดีที่เกิดขึ้นพวกตนไม่ตื่นเต้นพร้อมตอบได้ทุกคำถาม  ไม่มีความกังวนใดๆย้ำพวกตนไม่ได้สังกัดสีไหนหรือกลุ่มไหนเราสังกัดตัวแทน 20 กลุ่มอาชีพ เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้อาจจะมีการเดินหน้าคดีฮั้ว สว.ต่อ พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าวว่ายินดีให้เดินหน้าต่อไปได้เลย สอบให้เสร็จไปเลย ไม่ต้องหยุดให้เสร็จสิ้นกระบวนการได้เลย เพราะพวกตนเข้ามาอยู่สายการเมืองสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445528&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QU6eaHlqo8GY_uhlEHayo

  • โผ ครม.อนุทิน 1 ชัดเจน ภท. 12 ที่นั่ง “กลาโหม-ยุติธรรม” รอคนนอก

    โผ ครม.อนุทิน 1 ชัดเจน ภท. 12 ที่นั่ง “กลาโหม-ยุติธรรม” รอคนนอก

    วันนี้ (7 ก.ย.2568) ความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม. ชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยโผ ครม.อนุทิน 1 มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม เปลี่ยนจากเดิมที่มีชื่อในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ไปนั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยต้องเกลี่ยตำแหน่งใหม่

    สำหรับพรรคภูมิใจไทย ได้รับโควตารัฐมนตรี 12 ตำแหน่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบ รมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ได้รับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้รับตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นางศุภมาส อิศรภักดี และนายภราดร ปริศนานันทกุล ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้รับตำแหน่ง รมว.คมนาคม และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็น รมช.คมนาคม

    ในส่วนโควตาคนนอก มีการยืนยันชื่อบุคคลแล้ว 4 ตำแหน่ง ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็น รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็น รมว.พลังงาน และนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็น รมช.คลัง

    ส่วนตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ยังคงเป็นโควตาคนนอก โดยมีกระแสข่าวถึงตำรวจระดับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ปรากฏชื่อ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

    สำหรับพรรคกล้าธรรม ได้รับโควตา 7 ตำแหน่ง โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมว.ศึกษาธิการ และ นายอัครา พรหมเผ่า เป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร ในกระทรวงศึกษาธิการ

    พรรคพลังประชารัฐ ได้รับโควตา 4 ตำแหน่ง โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.สาธารณสุข และ นางตรีนุช เทียนทอง เป็น รมว.แรงงาน ส่วนอีก 2 ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการยังไม่มีการระบุชื่อและกระทรวง

    กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รับ 3 ตำแหน่ง โดยนายสุชาติ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็น รมว.อุตสาหกรรม และ นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็น รมช.มหาดไทย

    กลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้รับ 2 ตำแหน่ง โดยนายศักดิ์ดาจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการด้วยตนเอง และนายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่ยังไม่ระบุกระทรวง ส่วนกลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้รับ 1 ตำแหน่ง โดยมีชื่อ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนายนิพนธ์ เป็น รมช.พาณิชย์

    ทั้งนี้ การปรับโผครั้งนี้เกิดจากกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ได้นั่งในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ตามที่คาดการณ์ไว้ ทำให้มีการเกลี่ยตำแหน่งใหม่ในพรรคภูมิใจไทย โดยรัฐมนตรีเดิมของพรรคยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ทั้งหมด

    อ่านข่าวอื่น :

    ทอ. พบรอยร้าว F-16 เตรียมลำเลียงด้วย C-130H ซ่อมที่นครสวรรค์

    “ทรัมป์” เข้าชม US Open นัดชิง USTA ขอสื่อไม่โฟกัสปฏิกิริยาคนดู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356271&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XrqVzCTauDEm6-lXRwK71