Category: ท่องเที่ยว

  • ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่ “ฮอกไกโด-โอซาก้า-ฉงซิ่ง-เทียนจิน” ใน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่ “ฮอกไกโด-โอซาก้า-ฉงซิ่ง-เทียนจิน” ใน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ ประกาศความพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ด้วยการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสใหม่ในการเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศไทยสู่เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในเอเชีย ด้วยการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ ดังนี้

    1.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮอกไกโด (แวะเกาสง) เริ่มให้บริการวันที่ 1 ธันวาคม 2568

    ความถี่: 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์, วันพุธ และวันศุกร์)

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    2.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอซาก้า (แวะไทเป) กลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568

    ความถี่: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันอังคาร, วันพฤหัสบดี, วันเสาร์ และวันอาทิตย์)

    3.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฉงชิ่ง (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 26 ตุลาคม 2568

    ความถี่: บินตรงทุกวัน

    4.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – เทียนจิน (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 27 ตุลาคม 2568

    ความถี่: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์, วันพุธ, วันศุกร์ และเสาร์)

    ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มความถี่เที่ยวบินในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศต่อไป อาทิเช่น เดลี อินชอน เป็นต้น เพื่อรองรับฝูงบินที่เพิ่มขึ้น โดยตอนนี้มีจำนวนฝูงบิน 30 ลำ

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่

    นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า การประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ ฉงชิ่ง เทียนจิน ฮอกไกโด(แวะเกาสง) และโอซาก้า(แวะไทเป) พร้อมทั้งแผนในอนาคตอื่น ๆ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารทั้งด้านท่องเที่ยวและธุรกิจ ขณะเดียวกันเรายังคงยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน IOSA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสายการบิน

    ไทยไลอ้อนแอร์ เพิ่ม 4 เส้นทางบินใหม่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12746960&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-4mIP1NavlxvFXSR6KHmq

  • ร้านอาหารเฮ!  ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    ร้านอาหารเฮ! ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.

    วันที่ 11 ก.ย.68 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาล ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการ ช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยทางชมรมฯ ได้เรียกร้องมาตลอด 5 ปี เรื่องขอให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น.

    นายสรเทพกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งคำสั่งคณะปฏิวัติดังกล่าว เป็นกฏหมายที่ล้าหลัง ไม่เข้ากับยุคสมัย ใช้มายาวนานกว่า 53 ปี

    การปลดล็อกเวลาห้ามจำหน่าย จะทำให้ธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้ยอดขายเพิ่มอีก 20-25% เนื่องจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะรับประทานอาหารในช่วงบ่ายๆ และมักสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มารับประทานพร้อมอาหาร เป็นการดื่มเพื่อพูดคุยกันแบบสบายๆ ในร้านก็จะขายอาหาร ขนม หรือ เครื่องดื่มอื่นๆ ได้อีก ซึ่งจะสร้างรายได้อีกมหาศาล เป็นกาาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง ซึ่งที่ผ่านมามักมีข้อโต้เถียง หรือแสดงความไม่พอใจของนักท่องเที่ยว บางคนถึงกับเลิกสั่งอาหารในช่วงนั้นเลย เป็นการเสียโอกาสการค้าอย่างมาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57078&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_spiUfTRXiYVSPrXY1PjV

  • หวังปลดล็อกกฎหมายลูก “ขายเหล้า บ่าย 2 – 5 โมงเย็น” ในร้านอาหาร

    หวังปลดล็อกกฎหมายลูก “ขายเหล้า บ่าย 2 – 5 โมงเย็น” ในร้านอาหาร

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวถึงกรณีการปลดล็อกจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14:00–17:00 น. ว่า จากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ประกาศไว้วันที่ 9 กันยายน 2568 ให้ยกเลิกมาตรา 3 ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่

    Freepik/Freepik
    ผู้ประกอบการหวังปลดล็อกกฎหมายลูก “ขายเหล้า บ่าย 2 – 5 โมงเย็น” ร้านอาหาร ดึงต่างชาติ-เพิ่มรายได้ท่องเที่ยว

    โดยนายสรเทพ ระบุว่า แม้ตนเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่จากราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุดโดยไม่มีข้อแม้อื่นๆ จึงทำให้ตนเกิดความหวังว่า เมื่อกฎหมายแม่ถูกยกเลิกไปแล้ว กฎหมายลูกทั้งหมดควรต้องถูกยกเลิกตามไปด้วยหรือไม่

    ต่อมานายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับหลักกฎหมายว่า “ห้ามขายสุราช่วงบ่าย ยังบังคับใช้” เพราะยังมีกฎหมายบางฉบับยังบังคับอยู่ โดยเฉพาะกฎหมายที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคย ลงนามไว้เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งกำหนดให้ขายได้เฉพาะในท่าอากาศยานนานาชาติ สถานบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และโรงแรมที่มีใบอนุญาตโรงแรม

    นายสุรเทพ ให้ความเห็นว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นความพยายามที่ตนผลักดันมากว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วง 14:00–17:00 น. จึงมองว่าเมื่อมีการยกเลิกมาตรา 3 ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ แล้วก็น่าจะยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่เป็นกฏหมายลูกไปด้วย ซึ่งตนหมายถึงสำหรับร้านอาหารเท่านั้น ไม่รวมถึงร้านรีเทล มินิมาร์ท หรือผับบาร์ เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่รายได้ร้านอาหารเสียหายมาก โดยเฉพาะร้านในโซนท่องเที่ยว 

    กฎหมายฉบับเดิมที่ออกมาเมื่อ 53 ปีก่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดการดื่มของข้าราชการ แต่ปัจจุบันบริบทเปลี่ยนไป ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารช้ากว่าช่วงเวลาเที่ยง เช่น Late lunch หากไม่สามารถสั่งเครื่องดื่มได้ จะทำให้บรรยากาศร้านอาหารและรายได้ลดลง

    นอกจากนี้ นายสรเทพ กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะมีการปลดล็อก แต่ร้านอาหารยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น ห้ามขายสุราให้ผู้ต่ำกว่า 20 ปี และกฎหมายเมาแล้วขับ หากบังคับใช้อย่างจริงจังก็สามารถช่วยป้องกันปัญหาได้

    ส่วนช่วงเวลา 14:00–17:00 น.นั้น เป็นช่วงที่คนทำงานแทบไม่มีเวลาออกมานั่งดื่ม แต่การปลดล็อกตรงนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถนั่งทานอาหารต่อเนื่องได้ ส่งผลให้ร้านอาหารมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพื่อขายแอลกอฮอล์ แต่เพื่อสร้างมูลค่าอาหาร

    ทั้งนี้ หากการปลดล็อกเป็นไปได้อย่างถูกต้อง ลูกค้าต่างชาติที่มักจะลุกออกจากร้านก่อน 14:00 น. สามารถนั่งทานอาหารต่อได้ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับร้านอาหาร และสนับสนุนคราฟต์เบียร์ คาเฟ่เล็ก ๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/256852&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cobOdZ553Z_MF3irkiIsA

  • ก็น่ารู้! เรื่องไกลเมือง ‘คู่มือหลงป่า’ รู้ไว้ใช่ว่า..พาให้รอด | เดลินิวส์

    ก็น่ารู้! เรื่องไกลเมือง ‘คู่มือหลงป่า’ รู้ไว้ใช่ว่า..พาให้รอด | เดลินิวส์

    ทั้งนี้ เรื่องการ “หลงป่า” นี่แม้จะเป็นคนในเมืองก็อาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่นิยมท่องเที่ยวสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติป่าเขา ที่อีกไม่นานเมื่อถึงช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะเป็นช่วงที่นิยมเริ่มออกท่องเที่ยวรูปแบบนี้กันมาก ซึ่งการไป “ท่องเที่ยวพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร” จำเป็น “ต้องระมัดระวัง” ให้มาก ๆ…

    อย่าประมาทภัย”ที่ “รวมถึงหลงป่า”

    เพราะ “ขนาดคนใกล้ป่าก็ยังหลงป่า!!”

    ยกตัวอย่าง… เมื่อเร็ว ๆ นี้หญิงวัย 70 ปีรายหนึ่ง “หลงป่า” ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ระหว่างเข้าไปเก็บเห็ด หรือก่อนหน้าไม่นานก็มีเด็กอายุ 13 ปีรายหนึ่ง “หลงป่า” ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ระหว่างที่เข้าไปเก็บของป่า และยังมีกรณี “ไกด์นำเที่ยวหลงป่า” ในพื้นที่ จ.ตาก ระหว่างนำคณะนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในพื้นที่ป่า…ซึ่งเหล่านี้สะท้อนว่า“หลงป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย

    ทั้งนี้ เหตุ “หลงป่าในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” นี่ในไทยช่วงหนึ่งเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติบ่อย ๆแต่จากกรณีตัวอย่างข้างต้นก็ชี้ชัดว่าป่าในไทยมิใช่จะหลงกันเฉพาะชาวต่างชาติเพราะขนาดเป็นไกด์ หรือแม้แต่คนใกล้ป่าที่เข้าป่าหาของป่าบ่อย ๆที่น่าจะสันทัดจัดเจนพื้นที่ป่า ก็ยัง “หลงป่า” กันได้ ส่วน นักท่องเที่ยวหลงป่า นั้น แหล่งข่าวผู้สันทัดกรณีด้านท่องเที่ยวรายหนึ่งเคยสะท้อนผ่าน “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้ว่า… ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นป่าบริเวณแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ป่าที่ไม่ได้มีคนเข้าไปเที่ยวมาก ๆ บ่อย ๆ ซึ่งชาวต่างชาติมักจะชอบ และ หลัง ๆ คนไทยก็นิยมเที่ยวแนวนี้กันไม่น้อย

    แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เป็นป่า ซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่แมส-ที่มีคนมาก ๆ แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบนี้มักไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก มักเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอง และอยู่ห่างไกลชุมชน-ผู้คน แหล่งท่องเที่ยวแบบนี้แม้เส้นทางจะไม่สะดวกสบาย ป้ายบอกทางก็มักไม่ได้มีมาก แต่ก็เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวแบบสันโดษหรือท่องเที่ยวแบบผจญภัย โดยอาจเข้าไปในพื้นที่แบบ ไม่ใช้ผู้นำทางไม่ใช้ไกด์ท้องถิ่น ใช้แค่อุปกรณ์นำทาง-จีพีเอส ซึ่งหากอุปกรณ์นำทางมีปัญหา เกิด “หลงทาง” แล้วสื่อสารขอความช่วยเหลือไม่ได้ ก็มีโอกาส “หลงป่า” โดยติดค้างในป่าเป็นเวลานาน ซึ่งยิ่งนานก็ยิ่งเสี่ยง…

    หลงป่า” แน่นอนว่า “เสี่ยงอันตราย!!”

    ทางผู้สันทัดกรณีได้ให้ “คำแนะนำ” สำหรับ “ผู้ชอบป่าชอบท่องเที่ยวป่าแบบผจญภัย” ไว้ว่า… หากเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่เที่ยวที่ไกลหูไกลตาผู้คน ที่ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวหลัก ควรต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น ๆ ให้รับทราบก่อน เพื่อจะได้มีข้อมูลเบื้องต้น เผื่อต้องให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ผู้ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวก็ควรให้ความสำคัญกับป้ายบอกทาง-ป้ายข้อมูล เพื่อให้คำแนะนำและสื่อสารต่อนักท่องเที่ยวในการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเหตุ “หลงป่า” ในไทยก็เกิดกรณีบ่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรตระหนัก ควร “ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย”เพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่า เข้าไปท่องเที่ยวในป่า…ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพื้นที่นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด ขณะที่หาก“หลงป่า”แล้วจะ “มีวิธีเอาชีวิตรอดเช่นไร?”ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมาสะท้อนต่อ โดยเป็นข้อมูล “คำแนะนำ” ที่เผยแพร่ไว้ผ่าน เว็บไซต์ BackpackerGraphy : แบกกล้องท่องโลก ซึ่งได้มีการนำ “คู่มือการปฏิบัติตัวเมื่อหลงป่า” ของ หน่วยพิทักษ์ป่าสหรัฐอเมริกา (US Forest Service) มาแปลและเรียบเรียงไว้เพื่อให้คนทั่วไปได้ศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยเมื่อหลงป่าซึ่งเน้นที่ “S-T-O-P” โดยสังเขปนั้นมีดังนี้…

    เริ่มจาก… S-Stop หรือ “หยุดทันที”เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าพลัดหลงกับกลุ่ม หรือหลงทิศทาง ให้หยุดเดินและสงบสติอารมณ์ เพราะการตื่นตระหนกจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง, T-Think หรือ “คิด” ให้คิดทบทวนช่วงเวลาก่อนหน้าว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร มีแยกหรือป้ายบอกทางก่อนหน้าหรือไม่ และสำรวจสภาพแวดล้อม ถ้าไม่มีเหตุผลจำเป็นอย่าพยายามเคลื่อนที่จากตำแหน่งปัจจุบัน กับมองหาจุดสังเกตสำคัญ, O-Observe หรือ สังเกต” ถ้ามีเข็มทิศและใช้ได้ก็นำมาระบุตำแหน่งปัจจุบันและกำหนดทิศทาง อย่าเดินแบบไร้จุดหมาย, P-Plan หรือ “วางแผน” นำข้อมูลจาก S-T-O มาวิเคราะห์วางแผน เลือกแผนที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่ถ้าไม่มั่นใจให้อยู่กับที่และพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น เป่านกหวีด เพราะถ้าเดินไปเรื่อย ๆ โดยไร้ทิศทางจะทำให้ทีมค้นหากู้ภัยทำงานยากขึ้น ซึ่งหากได้รับบาดเจ็บ หมดแรง หรือเมื่อมืด ให้หาที่ปลอดภัยเพื่อค้างคืน

    นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า… เมื่อ “หลงป่า” ให้ หยุดพักเป็นช่วง ๆ ระหว่างเดิน อย่าฝืนเดินจนหมดแรงถ้ามีอาหารกินก็ให้เริ่มเดินต่อหลังหยุดพักกินไป 30 นาที ป้องกันไม่ให้จุกเสียด ถ้ามีน้ำดื่มก็ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้เกิดอาการขาดน้ำ ที่สังเกตุได้จากปากแห้ง ไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะมีสีเข้ม ผิวแห้งตัวเย็น ปวดหัว เป็นตะคริว และ ควรหยุดเพื่อแก้ปัญหาเล็กน้อยระหว่างทาง อย่าปล่อยจนเป็นปัญหาใหญ่ เช่น เชือกรองเท้าหลุด ถ้าเดินต่ออาจสะดุดล้มจนบาดเจ็บได้ หรือถ้าร้อนจัดควรหาร่มไม้เพื่อนั่งพัก รอจนอากาศเย็นลงจึงค่อยเริ่มเดินต่อ …เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่กูรูผู้รู้แนะนำไว้

    หลงป่า”แม้ว่าเป็น “เรื่องไกลเมือง”

    มิใช่เรื่องการเมือง” ก็ “อาจใกล้ตัว”

    โดย “คู่มือรอดสนใจไว้ด้วยก็ดี!!”.

    ทีมสกู๊ปเดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5101120/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rL4mUlhw7CM1K28hZSGZ3

  • โกรกอีดก น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

    โกรกอีดก น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/qE5ZV0X1DR4k&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14nEDxF4ru7ixLY28GV7BX

  • ททท.จ่อชงรัฐบาลอนุทิน ออกโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ททท.จ่อชงรัฐบาลอนุทิน ออกโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง กระตุ้นท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5104884/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R3pj-gv4OG6ev8w072JVQ

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ต่ำเป้าเหลือ 32.2 ล้านคน หลังหดตัวต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ต่ำเป้าเหลือ 32.2 ล้านคน หลังหดตัวต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย คาดว่า ทั้งปี 68 ต่างชาติเที่ยวไทยอาจอยู่ที่ 32.2 ล้านคน หดตัว 9% จากปี 67 แม้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวท้ายปี แต่หลายปัจจัยลบยังอยู่

    ในเดือนส.ค. 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัวเป็นเดือนที่ 7 ภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกเที่ยวไทยลดลง ทำให้ 8 เดือนปี 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัว 7% (YoY) โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกเที่ยวไทยลดลง ขณะที่ภูมิภาคอื่นยังขยายตัว แต่จำนวนไม่พอที่จะชดเชยให้ตลาดพลิกเป็นบวก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528822&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1b8gYFO4EM-72VpZ4lUqqq

  • เที่ยวชมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ครบรอบ 100 ปี ที่วัดสุทัศนเทพวราราม

    เที่ยวชมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ครบรอบ 100 ปี ที่วัดสุทัศนเทพวราราม

              เชิญชวนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

              เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้นอย่างงดงามและทรงคุณค่า เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ชวนสัมผัสบรรยากาศแห่งความรื่นเริง อิ่มเอมใจ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไปพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    เที่ยวกรุงเทพฯ 
    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office แจ้งกำหนดการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ในวันที่ 20-27 กันยายน 2568 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 มีกิจกรรมอะไรบ้าง

              สำหรับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ในครั้งนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้าร่วมมากมาย ได้แก่ 

    • พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล

    • พิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

    • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ถ่ายทอดพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ

    • การแสดงเฉลิมพระเกียรติ และการสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

    • นิทรรศการสวนแสงที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา

    • กิจกรรม Night Museum ณ พิพิธภัณฑ์ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร)

    • กิจกรรมนพปูชนีย์ และการประกวดโต๊ะหมู่บูชา “หมู่ 9”

    • ร้านค้าจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ พร้อมการประดับไฟตกแต่งโดยรอบวัด

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 ตารางกิจกรรม

              สำหรับการจัดตารางกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 มีดังนี้

    กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร.8 วัดสุทัศนเทพวราราม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

              กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 8 นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจและความอบอุ่นใจในทุกกิจกรรม เชิญชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวกรุงเทพ ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294913.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a_77BywaLQ0hjfmB0_QAE

  • ข่าวดีร้านอาหาร! ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    ข่าวดีร้านอาหาร! ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    ข่าวดีร้านอาหาร! ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย คาดดันยอดขายพุ่ง 25% หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวคึกคัก

    วันที่ 11 กันยายน 2568 – นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ หลังรัฐบาลประกาศ “ปลดล็อก” การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งถือเป็นความสำเร็จหลังจากที่ทางชมรมได้ผลักดันและเรียกร้องมาต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปี

    นายสรเทพ กล่าวขอบคุณรัฐบาลทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่ผ่านมา ที่ร่วมกันรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ และตัดสินใจยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติปี 2515 ซึ่งเคยห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมองว่ากฎหมายฉบับนี้ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่กฎเก่าที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงบ่าย กลับเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสทางธุรกิจ และยังส่งผลต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย” นายสรเทพกล่าว

    จากการประเมินของชมรมฯ คาดว่าการปลดล็อกครั้งนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายของร้านอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้ถึง 20-25% โดยเฉพาะในช่วงเวลาบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวและลูกค้าชาวต่างชาตินิยมรับประทานอาหาร พร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะการพบปะพูดคุยอย่างผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นยอดขายของอาหาร ขนม และเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ภายในร้าน ส่งผลโดยรวมต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

    นายสรเทพยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจำนวนมากแสดงความไม่พอใจเมื่อต้องเผชิญข้อจำกัดนี้ บางรายถึงขั้นปฏิเสธการสั่งอาหารในช่วงบ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้โดยไม่จำเป็น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842190/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25rbdAJtGFaN0H5SLKjrAI

  • ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    ไทย-ลาว เชื่อมโยงท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เพิ่มรายได้การท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ห้องว่าการ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้ นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นหัวหน้าคณะเดินทางของจังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, นายอำเภอเชียงคาน, นายอำเภอปากชม, ภาคีเครือข่ายภาครัฐ/ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ร่วมในการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในต่างประเทศตามแนวทาง 5A และการประชุมหารือจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงร่วมกับภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวในต่างประเทศ กิจกรรมการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เลย-ลาว ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 – 10 กันยายน 2568 ณ แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ท่านคำพัน สิทธิดำพา เจ้าแขวง แขวงเวียงจันทน์, ท่าน ปอ. สีเวียงไช ออละบุน หัวหน้าห้องว่าการแขวงเวียงจันทน์, ท่าน ปอ. สมนัก ยอดฮักษา รองหัวหน้าแผนกการต่างประเทศแขวงเวียงจันทน์ พร้อมด้วยคณะ ให้การต้อนรับและร่วมการประชุมหารือจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง ร่วมกันระหว่างจังหวัดเลย และแขวงเวียงจันทน์

    นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้ มีขอบเขตการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงให้มีขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยได้มีการประชุมหารือร่วมกันถึงกระบวนการทำงานในการจัดเก็บข้อมูลการท่องเที่ยว โดยในการลงพื้นที่ สำรวจ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลพื้นที่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมอย่างมีส่วนร่วม (5A) ประกอบด้วย กิจกรรมในพื้นที่ สิ่งดึงดูดและความน่าสนใจ ที่พักสิ่งอำนวยความสะดวก และการเข้าถึง การคมนาคม และเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เส้นทางการท่องเที่ยว 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ไทย-ลาว ให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ ตลอดจน การส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไทย-ลาว ให้พัฒนาเป็นเทศกาลท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ และหากโครงการนี้สำเร็จและพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ คาดว่าจะมีเม็ดเงินกระตุ้นการท่องเที่ยวหมุนเวียนทั้ง 2 ประเทศ ในช่วงที่มีการทำกิจกรรม 100 ล้านบาทหรือมากว่านั้นเมื่อมีการท่องเที่ยวเชื่องโยงสำเร็จ

    ด้าน นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย กล่าวว่าการ เชื่อมโยงไทย ลาว ครั้งนี้ จะมีการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เลย-ลาว : การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ให้ครอบคลุมทุกมิติ (5A)  ออกแบบกิจกรรมตามเส้นทางท่องเที่ยวผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางตามผลการออกแบบและการประเมินเส้นทางอย่างมีส่วนร่วม  จัดกิจกรรมทดสอบเส้นทาง โดยการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย – จัดกิจกรรมส่งสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การจัดการท่องเที่ยว การศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ให้ครอบคลุมทุกมิติ 

    สำหรับเส้นทางเชื่อมโยง เริ่มจากจังหวัดเลย เชียงคาน  ด่านคกไผ่ อ.ปากชม ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น สปป ลาว เมืองวังเวียง (บลูลากูล1) บ้านนาทอง บ้านนาด้วง (ตูบเฟือง) เมืองเฟือง กิจกรรม ล่องแพเมืองเฟือง ท่องเที่ยว 3วัน 2 คืนเดินทางกลับ ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น ด่านคกไผ่ อ.ปากชม กลับจังหวัดเลย

    นายธรรมนูญ กล่าวต่ออีกว่า กิจกรรมท่องเที่ยวเศรษฐกิจชุมชน 2 ฝั่งโขง เชื่องโยงครั้งนี้ จะเน้นในกิจกรรม (5A) Activity หมายถึง กิจกรรม ภายในแหล่งท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่มีกิจกรรมที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ เช่น การเดินป่า การปั่นจักรยาน การศึกษาธรรมชาติ การพายเรือ การถ่ายรูป เป็นต้น  Attraction หมายถึง สิ่งดึงดูด คือ แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีสิ่งดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวได้ เช่น ทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ Accessibility หมายถึง การเข้าถึง คือ มีความสามารถในการเข้าถึง ความสามารถในการาคมนาคมไปยังสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างดี เช่น มีถนนคอนกรีตและถนนลาดยาง อยู่ในสภาพที่ดี เข้าถึงง่าย รวมไปถึงการเดินทางโดยวิธีอื่นๆ (ถนนคอนกรีต/ลาดยางอยู่ในสภาพที่ดี,เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย)  Amenity หมายถึง สิ่งอำนวยความสะดวก คือ แหล่งท่องเที่ยวต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครันและเพียงพอ เช่น ด้านสาธารณูปโภค น้ำปะปา ไฟฟ้า ถนน โทรศัพท์ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล รวมถึงที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และจุดบริการนักท่องเที่ยว และ Accommodation หมายถึง ที่พักคือ ภายในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวหรือบริเวณใกล้เคียงต้องมีที่พักไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว 

    สนใจร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวไทย-ลาว เชื่อมโยง ได้ที่ อพท. เลย 042861116-8 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/446017&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yNZiK3LEoOoFszeDUfhwM