Category: ท่องเที่ยว

  • &

    &

    เซเว่น อีเลฟเว่น ตอกย้ำกลยุทธ์ “สร้างชุมชนอุ่นใจ” เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาธาราพัทยา และสาขาบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี ด้วยสัญลักษณ์ “โลมา” สัตว์ทะเลน่ารักที่เป็นเสน่ห์คู่เมืองพัทยา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แชะภาพ เช็คอิน และแชร์บนโซเชียล สร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้คึกคักยิ่งขึ้น

    จุดเช็คอิน “โลมา” หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ติดตั้ง 2 สาขา ได้แก่ สาขาธาราพัทยา และ สาขาบาลีฮาย มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารเอกลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวทางทะเลและสร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้ผู้มาเยือนได้ประทับใจ การนำสัญลักษณ์โลมามาประดับหน้าร้าน ไม่เพียงแต่สร้างจุดเช็คอิน ที่สวยงาม แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเข้ากับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ที่ได้เห็นสัญลักษณ์คู่เมืองถูกยกระดับเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก พร้อมเชื่อมั่นว่าการสร้างแลนด์มาร์กที่เข้าถึงง่ายและเป็นที่จดจำ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาในมิติใหม่

    การเลือกใช้ “โลมา” เป็นสัญลักษณ์ของจุดเช็คอิน เนื่องจากโลมาเป็นสัตว์ที่ทุกคนรู้จักและเป็นมิตร จึงสื่อถึงเอกลักษณ์ความรื่นรมย์ สนุกสนาน และความอบอุ่นที่ต้อนรับผู้มาเยือน จุดเช็คอิน “โลมา” ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียน แต่ยังถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเป็นชุมชนในพื้นที่ ยังได้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของคนพัทยาและจังหวัดชลบุรีอีกด้วย นอกจากนี้จุดเช็คอินโลมายังได้ติดตั้งจอดิจิทัลเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    ทั้งนี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมถ่ายภาพจุดเช็คอิน “โลมา” หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาธาราพัทยา และสาขาบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี แล้วโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #Pattaya7ElevenCheckin เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกจากเซเว่น อีเลฟเว่นมากมาย ตั้งแต่วันที่วันนี้-30 กันยายน 2568 หรือติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจhttps://www.facebook.com/cpall7

    โครงการติดตั้งจุดเช็คอิน “โลมา” นี้ สะท้อนบทบาทของเซเว่น อีเลฟเว่น ในฐานะภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่เพียงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมและชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ “แลนด์มาร์กชุมชน” ไปยังจังหวัดอื่น ๆ เพื่อสร้างจุดเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวในอนาคตเป็นไปตามกลยุทธ์ “สร้างชุมชนอุ่นใจ” ของซีพี ออลล์ ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezr4pye33ajk5f2ddtqcx44rs0ps2c3&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XY-U7cZyRLaCwdOFPWPiP

  • กรุงปักกิ่งติดอันดับ ‘เมืองท่องเที่ยว’ ชั้นนำของโลก

    กรุงปักกิ่งติดอันดับ ‘เมืองท่องเที่ยว’ ชั้นนำของโลก

    ปักกิ่ง 12 ก.ย. — รายงานจากการประชุมโลกด้านความร่วมมือและการพัฒนาทางการท่องเที่ยว (World Conference on Tourism Cooperation and Development) ปี 2025 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาระบุว่า กรุงปักกิ่งของจีนจัดอยู่ในกลุ่มเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลกด้วยจุดแข็งรอบด้าน

    รายงานการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวโลก (ปี 2024-2025) ซึ่งเป็นรายงานหลักของสหพันธ์เมืองท่องเที่ยวโลก (WTCF) ที่เผยแพร่เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2014 ได้จัดให้กรุงปักกิ่งอยู่อันดับ 7 ของโลกตามการประเมินอย่างรอบด้าน ทำให้กรุงปักกิ่งขยับขึ้นมาหนึ่งอันดับจากการประเมินครั้งก่อน

    (แฟ้มภาพซินหัว: นักท่องเที่ยวที่หอฟ้าเทียนถานในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 30 ม.ค. 2025)

    ส่วนนครเซี่ยงไฮ้ครองอันดับ 9 และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงครองอันดับ 11 ขณะสามอันดับแรกของการประเมินครั้งนี้ ได้แก่ มหานครนิวยอร์ก กรุงโตเกียว และกรุงปารีส

    สำหรับห้าเมืองของจีนได้แก่ มาเก๊า ฮ่องกง หางโจว เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของโลกในด้านความอัจฉริยะของเมือง ซึ่งตอกย้ำความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และการบริการการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI)

    นอกจากนั้นกรุงปักกิ่งครองอันดับ 5 ในรายงานดัชนีศักยภาพการแข่งขันจุดหมายท่องเที่ยวโลก (ปี 2025) ซึ่งเผยแพร่โดยสหพันธ์ฯ และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก (PATA) และประเมินเมืองต่างๆ ด้วย 10 หลักเกณฑ์ เช่น เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ความน่าอยู่และความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยวและการเข้าถึง การท่องเที่ยวอัจฉริยะและความยั่งยืน

    เว่ย เสี่ยวตง เจ้าหน้าที่อาวุโสของกรุงปักกิ่ง กล่าวว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจเดินทางมาเยือนกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมของปี 2025 อยู่ที่ราว 2.92 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 เมื่อเทียบปีต่อปี

    ปีเตอร์ ซีมอน ประธานสมาคมฯ ยกย่องการผสมผสานมรดกวัฒนธรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ของกรุงปักกิ่ง รวมถึงความเป็นผู้นำการท่องเที่ยวด้านการพบปะหารือ สิ่งจูงใจ การประชุม และนิทรรศการ (MICE) ซึ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของกรุงปักกิ่งในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก

    ซีมอนกล่าวว่าปัจจุบันกรุงปักกิ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกมากกว่าเมืองอื่นๆ ในโลก ซึ่งไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจ แต่ยังสะท้อนผลลัพธ์ของนโยบายระยะยาวอันรอบคอบในการอนุรักษ์ ปกป้อง และส่งเสริมสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม

    การประชุมโลกด้านความร่วมมือและการพัฒนาทางการท่องเที่ยว ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวอัจฉริยะเพื่ออนาคตที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์” เป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติจีน (CIFTIS) ปี 2025 มีผู้แทนจาก 66 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วมเกือบ 400 คน เพื่อสำรวจแนวโน้มและความร่วมมือในยุคการท่องเที่ยวอัจฉริยะ.-813.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    รัฐสภา 11 ก.ย.- “บิ๊กต่าย” พยักหน้ารับทราบ เหตุปะทะเดือด เจ้าหน้าที่ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ พื้นที่ จ.สงขลา ระบุขอเข้าประชุมก่อน พลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาประชุมร่วมกับกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ได้รับรายงานเรื่องการปะทะเดือด เจ้าหน้าที่ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่บ้านห้วยเต่า สงขลา แล้วหรือไม่ โดยพลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ พยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถาม ระบุเพียงว่าขอเข้าประชุมก่อน -สำนักข่าวไทย

    รัฐสภา 11 ก.ย.- “บิ๊กเต่า” ชี้เป้าตลก 3 พยางค์โผล่วันจับ “ทิดอลงกต” ส่อโยงเส้นเงินวัดพระบาทน้ำพุ พบพิรุธ ยังไม่มารายงานตัว พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทิดอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ที่มีการเปิดเผยออกมาว่า ตลกชื่อ 3 พยางค์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินวัดพระบาทน้ำพุด้วย ว่า มีตลกอีก 1 คนที่ยังเป็นเป้าหมายยังไม่ได้มาแสดงตัวและยังไม่ได้มาให้การ พนักงานสอบสวนจะเรียกมาเอง ซึ่งพบพิรุธเยอะว่าทำอะไรที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามวิธีการที่ทำในการเข้าไปช่วยเหลือ ทิดอลงกต ในการขนย้ายสิ่งของ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญ และไม่เหมือนดาราท่านอื่น ที่เป็นการรับจ้างงาน แต่คนนี้น่าจะเป็นคนที่สนิทส่วนตัว เป็นคนที่เคยถูกดำเนินคดีอยู่ เมื่อถามว่าเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เลยใช่หรือไม่ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ กล่าวว่าเป็นคนลึกลับซับซ้อน ซึ่งเป็นคนที่เคยโผล่ให้เห็นในวันที่ทิดอลงกตถูกจับ -สำนักข่าวไทย

    กทม. 10 ก.ย.-พ.อ.นพ.ธวัชชัย เล่านาที สิงโตตะปบเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ จากนั้นสิงโตอีก 5 ตัว รุมขย้ำ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ขัดขืนหรือร้องขอความช่วยเหลือ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตอาจารย์และแพทย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หรือเป็นที่รู้จักในฐานะหมอที่มาช่วยเหลือในคดีการเสียชีวิตของแตงโม ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า วันนี้ตนมาเที่ยวสวนสัตว์ โดยได้ขับรถเข้าไปในโซนซาฟารี ขณะนั้นมีรถนักท่องเที่ยวหลายคันเข้าชม เมื่อมาถึงบริเวณโซนสิงโต ก็พบว่ามีรถของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งเป็นรถของสวนสัตว์จอดอยู่คันเดียว ตอนนั้นตนเองก็รู้สึกผิดสังเกต เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่ช่วงเวลาให้อาหารสัตว์และเจ้าหน้าที่รายนี้อยู่คนเดียว ได้ลงมายืนข้างล่างของรถ ฝั่งคนขับ โดยเปิดประตูทิ้งไว้ แต่ไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนเฉยๆ ลักษณะยืนหันหน้า เข้าหารถ หันหลังให้สัตว์ ซึ่งตนก็รู้สึกแปลกอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีต้นไม้บัง ตนก็เลยไม่เห็นว่าในมือถืออะไร จากนั้นประมาณ 3 นาที ก็มีสิงโตตัวหนึ่งค่อยๆ ย่องมาทางข้างหลังช้าๆ ก่อนจะตะครุบเข้าข้างหลังเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวทันที โดยที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไม่ได้มีท่าที ขัดขืน ดิ้นรนต่อสู้ หรือร้องขอชีวิตแต่อย่างใด หลังจากนั้น สิงโตตัวอื่นๆ ก็ค่อยๆ เดินตามมารุมกัดตามที่ปรากฏในคลิป ตนเองไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ทำได้เพียงแต่บีบแตรรถ เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวคันอื่น ที่ช่วยกันบีบแตร ผ่านไปประมาณ 10 […]

    กทม. 10 ก.ย.-สิงโตในสวนสัตว์เอกชน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ลากไปรุมกัด อาการสาหัส นักท่องเที่ยวบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ พ.ต.อ.นิรุชพล โยธามาตย์ ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 ก.ย.68) ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุสิงโตทำร้ายเจ้าหน้าที่ ภายในสวนสัตว์ของเอกชน จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ลงไปให้อาหาร โดยไม่ปฏิบัติตามกฎของบริษัท จึงทำให้ถูกสิงโตรุมทำร้าย เบื้องต้นอาการสาหัส นำตัวส่งโรงพยาบาล ประสานพนักงานสอบสวนเชิญตัวเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์มาสอบปากคำ และลงบันทึกประจำวัน โดยยังไม่มีญาติของเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายมาแจ้งความแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวบันทึกไว้ได้ บริเวณส่วนจัดแสดงสิงโต มีรั้วขนาดใหญ่เปิดให้รถเข้า-ออก เป็นพื้นที่เปิด ให้นักท่องเที่ยวขับรถเข้าไปด้านใน มีป้ายกำกับชัดเจนห้ามเปิดกระจกและห้ามลงจากรถ ด้านในจะมีรถของสวนสัตว์จอดดูแลความปลอดภัย และบางช่วงมีการจัดแสดงโชว์ให้อาหารสิงโตที่อยู่ด้านใน.-สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    จันทบุรี 12 ก.ย. – ตม.ศรีสะเกษ ประสาน ตม.จันทบุรี ส่งตัว “นางเขื่อน” พร้อมครอบครัว รวม 7 คน กลับกัมพูชา หลังถูกกล่าวหาเป็นไส้ศึก และถูกชาวบ้านรวมตัวขับไล่ ทั้งยังพบอาศัยอยู่ในไทยอย่างผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ นำตัวนางเขื่อน ชาวกัมพูชา และสมาชิกครอบครัว รวมทั้งหมด 7 คน เดินทางไปที่ด่านผ่านแดนถาวรบ้านแหลม จ.จันทบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รอรับตัวอยู่ก่อนแล้ว เพื่อผลักดันกลับประเทศกัมพูชา เนื่องจากที่ผ่านมา นางเขื่อน ถูกชาวบ้านในพื้นที่ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ รวมตัวกันขับไล่ หลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็น “ไส้ศึก” คอยส่งข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทหารไทยให้กับฝ่ายกัมพูชา และยังพบว่าทั้งหมดอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย จึงดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบการต่างประเทศ เพื่อส่งตัวกลับภูมิลำเนา. – สำนักข่าวไทย

    กรุงเทพฯ 12 ก.ย. – “ชัชชาติ” ยืนยันไม่ลาออกผู้ว่าฯ กทม. ก่อนครบวาระ งบปี 69 เน้นเส้นเลือดฝอยคู่เส้นเลือดใหญ่ สถานการณ์น้ำตอนนี้ เตรียมรับน้ำเหนือ-พายุ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2568 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า วันนี้เป็นการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่สองและวาระที่สาม ซึ่งจะมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เนื่องจากกว่า 30 วันที่ผ่านมา น่าจะได้ข้อสรุปว่าจะเพิ่มหรือลดงบประมาณอย่างไร ในจุดไหนบ้าง โดยผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน สำหรับงบประมาณส่วนใหญ่ได้ตามที่ตั้งเสนอของบฯ ไว้ โดยจะเน้นงบประมาณลงพื้นที่เขตมากขึ้น เช่น การก่อสร้างและปรับปรุงถนน การก่อสร้างฝายถนน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเส้นเลือดฝอย รวมถึงงบประมาณที่จะพัฒนาเส้นเลือดใหญ่ เช่น ก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ การติดตั้งเซ็นเซอร์วัดการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่จะติดตั้งบนอาคารสูงของโรงพยาบาลแห่งใหม่ ก็ได้ตามที่เสนอของบประมาณไว้ […]

    เมืองทองธานี 12 ก.ย.- นายกฯ โต้ข่าว เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา บอก ขอเป็นรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อน ชี้ ขั้นตอนยังมีอีกเยอะ เชื่อประชาชนเข้าใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสความชัดเจนในการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ทำไมข่าวออกไปอย่างนั้นก็ไม่รู้ ไปบิดเบือน เท่าที่ตนดู พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ก็ยังไม่ได้พูดอะไรชัดเจนขนาดนั้น ต้องคำนึงถึงประชาชนคนไทยเป็นหลักก่อนอยู่แล้ว เมื่อถามถึง กระแสการต่อต้านการเปิดด่าน นายกรัฐมนตรีระบุ ขอให้ตนเข้าไปรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้เรายังไม่สามารถให้นโยบายอะไรได้ และการกระทำต่างๆ ยังถือว่าอยู่ภายใต้รัฐบาลปัจจุบันอยู่ ยังไม่ใช่รัฐบาลของตน เมื่อถามต่อว่า ท่าทีของ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 และ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ที่คัดค้านการเปิดด่าน เพราะอาจจะเป็นการส่งเสริมบ่อนการพนันและสแกมเมอร์ นายอนุทิน กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบไม่ได้อยู่ดี ๆ จะไปเปิดด่านได้เลย เพราะต้องมีการบรรลุข้อตกลงอะไรอีกเยอะแยะ เมื่อปฏิบัติ ซึ่งต้องรอคณะรัฐบาลของตนเข้าปฏิบัติที่อย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ตนยังไม่สามารถไปสั่งการหรือให้นโยบายอะไรได้ เมื่อถามว่า […]

    กรุงเทพฯ 12 ก.ย. – กรมชลประทานจะระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,000 ลบ.ม./วินาที ช่วงบ่ายวันนี้ ห่วงผลกระทบพื้นที่ด้านท้าย จึงปรับลดการระบายจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้น้ำเหนือระบายสู่อ่าวไทยได้มีประสิทธิภาพขึ้น ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน ระบุว่า เช้าวันนี้ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,101 ลบ.ม./วินาที และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเมื่อคืนที่ผ่านมากรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบายจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จาก 1,900 ลบ.ม./วินาที เป็น 1,950 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือ พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งตามศักยภาพของคลอง แต่เนื่องจากปริมาณน้ำที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังกล่าว จะทำให้มีพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำบริเวณด้านเหนือเขื่อนที่ได้รับผลกระทบได้แก่ กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป จากอัตรา 1,950 ลบ.ม./วินาที ให้เป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ (12 ก.ย.) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนและฝนที่ตกในระยะนี้ […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/world-1584894&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FrDU-8Sl666W_bz7ZG-_I

  • เปิดชัยภูมิมังกร “อารามไท่เสวียนก้วน” มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม ขอพร 3 เทพเจ้าแห่งสติปัญญา

    เปิดชัยภูมิมังกร “อารามไท่เสวียนก้วน” มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม ขอพร 3 เทพเจ้าแห่งสติปัญญา

    “อารามไท่เสวียนก้วน” มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม เป็นศาสนสถานของศาสนาเต๋าแห่งแรกในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ที่ จ.นครปฐม โดย “ไท่เสวียน” เป็นชื่อตำแหน่งของปรมาจารย์จางเทียนซือซึ่งเป็นประธานในอาราม

    ภายนอกอารามถูกออกแบบเป็นตึกสไตล์จีนโบราณ ให้ความรู้สึกเหมือนวัดจีน มี “ซุ้มประตูจีน 5 ช่อง” ขนาดใหญ่ หาดูได้แค่ 2 ที่ในโล คือที่นี่ และที่มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน บนประตูจะมีป้ายคำอวยพรติดไว้สองฝั่ง คำอวยพรฝั่งนอกคือ ปรัมพิธีแห่งศาสตร์ทั้งมวล ส่วนคำอวยพรฝั่งด้านในคือ พลังปราณจากทิศตะวันออก มีภาพแกะสลักของบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนกกระเรียน ลิง กวาง และผึ้ง แกะสลักอยู่ฝั่งนอกของประตู

    ส่วนด้านในของประตูเป็นภาพแกะสลักของ ค้างคาว เต่า และปลามังกร มีความเชื่อว่าลอดซุ้มประตูนี้จะมีความสิริมงคลเข้ามาในชีวิต

    ภายในอารามจะมีแผนผังที่ตั้งพระอารามเต๋าที่เรียกว่า “ชัยภูมิมังกร เมืองน้ำ 8 ทิศ” มีความเจริญรอบด้าน มีน้ำกับถนนที่เป็นพลังหลักแห่งโชคลาภ และแม่น้ำท่าจีนล้อมรอบเป็นรูปเต่า แสดงถึงสัญลักษณ์ของสุขภาพที่แข็งแรง และยศถาบรรดาศักดิ์ที่สูงส่ง

    นอกจากนี่ยังมี “ตำหนักเทียนซือ” เป็นที่ตั้งพระประธานของ “จางเต้าหลิงเทียนซือ” ปรมาจารย์ลัทธิเต๋านิกายอู่ไต้หมี่เต้า เป็นปรมาจารย์องค์แรกที่บุกเบิกในเรื่องของศาสนาเต๋า โดยตามตำนานมีความเชื่อว่าท่านเป็นผู้ที่ได้วิชาจาก “องค์ไท่ซ่างเหล่าจวิน” หนึ่งในสามเทพเจ้าสูงสุดแห่งลัทธิเต๋า เพื่อมาช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ต่าง ๆ และยังมีพระประธานของ “3 เทพเจ้าแห่งสติปัญญา” ซึ่งเป็นที่นิยมในการขอพรเรื่องสติปัญญา การเรียน เลื่อนขั้นตำแหน่งงาน และขายที่ดิน

    ใครสนใจอยากมาเที่ยวสถานที่สวยงามแบบนี่มาได้ที่ “อารามไท่เสวียนก้วน มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม”

    พิกัดอารามไท่เสวียนก้วน มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม:
    ที่อยู่ : 36 ตำบล บางเตย อำเภอสามพราน นครปฐม 73210
    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Q4TkPX56QpUacAfr7
    เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
    โทร : 034102348
    เพจ : https://supapitakpong.com/อารามไท่เสวียนก้วน/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/256904&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DhZnQIoTZaPQDsYB6e-XY

  • “สส.ปารเมศ” จี้ “อนุทิน 1” แก้ปัญหากัญชาด่วน!! หลัง ปชช.ร้องกระทบชีวิตหนัก-ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    “สส.ปารเมศ” จี้ “อนุทิน 1” แก้ปัญหากัญชาด่วน!! หลัง ปชช.ร้องกระทบชีวิตหนัก-ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    กรุงเทพฯ วันที่ 12 ก.ย. – “บูม” ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กรุงเทพมหานคร เขต 1 พรรคประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดจากนโยบายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าในฐานะสส.ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากนโยบายกัญชาเสรี โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยวสำคัญอย่างถนนข้าวสาร สีลม และเยาวราช ซึ่งควรเป็นพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่นกัญชาในที่สาธารณะ จนสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย และทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างน่าเป็นห่วง

    ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และไม่ควรถูกมองข้าม เพราะไม่ได้กระทบเพียงมลภาวะทางกลิ่นหรืออากาศเท่านั้น แต่ยังส่งผลอย่างรอบด้าน ทั้งต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ เยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ง่าย ไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ทำให้เสี่ยงต่อการเสพติดและการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชน ขณะที่ไม่มีการกำหนดเขตพื้นที่ (Zoning) ที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการใช้ในพื้นที่สาธารณะโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้อื่น ที่สำคัญภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยถูกบั่นทอน โดยเฉพาะในสายตานักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและผู้มาเยือนที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

    “ด้วยเหตุนี้ ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ผลักดันนโยบายกัญชาเสรี ต้องทบทวนและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ด้วยมาตรการที่ชัดเจนและจริงจัง ดังนี้ 1. กำหนดให้กัญชามีสถานะเพื่อการแพทย์เท่านั้น พร้อมกลไกควบคุมที่รัดกุม 2. หากใช้เพื่อการรักษา ต้องอยู่ภายในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้ง เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือสถานบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ 3. ดำเนินการปราบปรามการใช้กัญชาในที่สาธารณะอย่างจริงจัง เพื่อคืนสิทธิการใช้ชีวิตประจำวันให้ประชาชน และฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย 4. ป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน ด้วยมาตรการตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย และบทลงโทษที่เข้มงวด พร้อมทั้งสร้างช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนได้เมื่อพบการกระทำผิด” สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าว

    แม้รัฐบาลนี้อาจเหลือเวลาไม่มากก่อนการยุบสภา แต่ปัญหากัญชาถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขทันที หากเพิกเฉย ปล่อยให้สถานการณ์ลุกลาม ผลเสียจะทับถมจนยากต่อการแก้ไขในอนาคต ในฐานะผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนอย่างไม่ลดราวาศอก พร้อมติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันในสภาอย่างจริงจัง จนกว่ารัฐบาลจะลงมือแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/241245&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08JAmAX11wdtHdvQXyO9GJ

  • อบจ.นครสวรรค์ เปิดประชุมสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    อบจ.นครสวรรค์ เปิดประชุมสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ หรือ อบจ.นครสวรรค์ ได้จัดการประชุมสภา สมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2568

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ (อบจ.นครสวรรค์) ได้จัดการประชุมสภา สมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมสภา อบจ.นครสวรรค์ โดยมี นายเผชิญ พวงสมบัติ ทำหน้าที่ประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ เป็นผู้ดำเนินการประชุม พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

    การประชุมในครั้งนี้มีระเบียบวาระสำคัญต่างๆ ดังนี้
    1: เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม
    2: เรื่องรับรองรายงานการประชุมสภาอบจ.นครสวรรค์ สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568
    3: เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
    3.1 เรื่อง ประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2566-2570) แก้ไข ครั้งที่ 4/2568 ของ อบจ.นครสวรรค์
    3.2 เรื่อง การประเมินมาตรฐานขั้นต่ำการจัดบริหารสาธารณะของ อบจ.นครสวรรค์ ประจำปี พ.ศ.2568

    4: ญัตติ การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (เงินเหลือจ่าย) ไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวน 9 รายการ
    5: ญัตติ การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (เงินเหลือจ่าย) ของกองการท่องเที่ยวและกีฬา ไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ จำนวน 3 รายการ
    6: ญัตติ ขออนุมัติขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 กรณียังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน ของกองช่าง จำนวน 2 โครงการ

    7: ญัตติ ขออนุมัติขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กรณียังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน ของกองการท่องเที่ยวและกีฬาและกองช่าง จำนวน 2 โครงการ
    8: ญัตติ การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ จำนวน 11 รายการ
    9: เรื่องอื่น ๆ

    นายชำนาญ เหลืองบำรุงรักษ์ ส.อบจ. เขตอำเภอตาคลี ที่แจ้งปัญหาเรื่องถนน และโครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดย นายก อบจ. รับเรื่องปัญหาไว้และจะเข้าไปตรวจสอบ โดยเฉพาะในเรื่องของถนนและโครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินการ จะให้กองช่างกลับไปดูแลและพิจารณางบประมาณราคาใหม่ เนื่องจากไม่มีผู้รับเหมายื่นซองประมูลรับเหมางาน

    อัมพณ​ จับ​ศร​ทิพย์​ ผู้สื่อข่าว Top News ทั่วไทย จ.นครสวรรค์​

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1310537&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09gWTFddubh6OTkHLpJP8k

  • 6 หุ้นท่องเที่ยว-การบินวิ่งคึก! หลัง “ททท.” ส่งซิกคลอดโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง”

    6 หุ้นท่องเที่ยว-การบินวิ่งคึก! หลัง “ททท.” ส่งซิกคลอดโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง”

    ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (12 ก.ย.68) ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวการบิน ปรับตัวขึ้น ณ เวลา 10:40 น. ตอบรับข่าวแนวคิดโครงการ ทัวร์ไทยคนละครึ่ง นำโดย บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT อยู่ที่ระดับ 12.30 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 4.24% สูงสุดที่ระดับ 12.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21.17 ล้านบาท

    บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL อยู่ที่ระดับ 32.50 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.56% สูงสุดที่ระดับ 33.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 32.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 43.52 ล้านบาท

    บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC อยู่ที่ระดับ 2.34 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 0.86% สูงสุดที่ระดับ 2.34 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.32 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13.66 ล้านบาท

    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อยู่ที่ระดับ 38.25 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.32% สูงสุดที่ระดับ 39.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 38.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 387.78 ล้านบาท

    บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT อยู่ที่ระดับ 24.00 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.42% สูงสุดที่ระดับ 24.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 23.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 58.76 ล้านบาท

    บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ที่ระดับ 1.36 บาท บวก 0.01 บาท หรือ 0.74% สูงสุดที่ระดับ 1.38 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31.72ล้านบาท

    บล.ดาโอ ระบุว่า จากกรณี ..ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์ผ่าน Facebook ว่าโครงการ คนละครึ่งมาแรง เงินบาทยังแข็งต่อเนื่องกระทบตรง inbound เห็นทีต้องมี ทัวร์ไทยคนละครึ่ง บ.ทัวร์เตรียม package สุด wow ให้ชาวไทยได้เที่ยว

    ซึ่งปัจจุบัน ททท. ดำเนินโครงการ เที่ยวไทยคนละครึ่ง จะสิ้นสุดสิ้นเดือน ก.ย.นี้ และ ททท. จะเร่งนำเสนอรัฐบาลเพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติทันก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทที่แข็งค่ากลายเป็นปัจจัยเร่งให้คนไทยหันไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นในช่วง 3 เดือนสุดท้าย

    โดยจากข่าวดังกล่าวฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นบวกหากมีโครงการเที่ยวทัวร์ไทยคนละครึ่งเกิดขึ้นจริง ซึ่งคาดว่าจะคล้ายๆ โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง แต่จะเน้นจัดเป็นแบบ package ทัวร์ เบื้องต้น ททท. อาจใช้งบประมาณคงเหลือจากมาตรการเดิมในโครงการเที่ยวคนละครึ่งที่ได้รับงบประมาณมาทั้งสิ้น 1,760 ล้านบาท (แบ่งเป็นค่าสนับสนุนโรงแรมที่พัก 1,500 ล้านบาท เงินค่าสนับสนุนคูปองดิจิทัล 250 ล้านบาท และค่าบริหารโครงการ 10 ล้านบาท)

    ขณะที่ มีให้สิทธิ์ผู้ร่วมโครงการ 500,000 สิทธิ์ ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิ์ไปแล้วประมาณ 416,762 สิทธิ์ โดยประชาชน 1 คนใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ โดยรัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท แต่ผู้ร่วมโครงการจะใช้ค่าที่พักเฉลี่ยคืนละ 1,200 บาท จึงคาดว่าจะมีเงินคงเหลืออยู่แต่ไม่ทราบว่าเหลือเท่าไร ทำให้มองว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศได้เพิ่มขึ้นได้

    โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อย คือ ERW สัดส่วน 88%, CENTEL สัดส่วน 80% และ MINT สัดส่วน15% โดยเราคาดว่า ERW และ CENTEL จะได้ Sentiment เชิงบวกจากทั้งโครงการเที่ยวทัวร์ไทยคนละครึ่งมากที่สุด

    ส่วน บล.กรุงศรี ระบุว่า ททท .จ่อดันทัวร์ไทยคนละครึ่งกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศเร่งหารือรัฐ-เอกชน ออกแคมเปญจูงใจเที่ยวเผยใช้เงินที่เหลือจากเที่ยวไทยคนละครึ่งมาดาเนินการ ขณะที่นับเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นโรงแรมที่มีฐานธุรกิจในไทยสูงอย่าง AWC, ERW, CENTEL การบิน AAV, BA, AOT ด้านหุ้นภาคบริการแนะนำ CPALL, CPAXT เป็นต้น

    บล.ลิเบอเรเตอร์ แนะนำหุ้น DUSIT ให้ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 13.10 บาท คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 68 เร่งขึ้นจากในช่วงครึ่งปีแรก จากฤดูกาลท่องเที่ยว, การเปิด Dusit Central Park และการเริ่มรับรู้การโอนคอนโดในช่วงปลายปี

    พร้อมคาดปี 69 จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด สู่ระดับ 2,957 ล้านบาท จากการรับรู้การโอนคอนโด Dusit Central Park และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ขณะที่ Valuation ปัจจุบันยังเทรดเพียง PBV 0.8 เท่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/breakingnews/782037&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PYXAerxWheAnYzAcxBar0

  • ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ส่วนอื่นๆก็มีทำการเกษตร เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งก็ไม่สามารถทำรายได้ได้มากน้อยให้กับประชาชนในประเทศ จึงทำให้คนเนปาลนิยมออกไปทำงานหาเงินยังต่างประเทศมากขึ้น พามาดูในส่วนของความสำคัญของประเทศเนปาลต่อเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มูลค่าการค้ารวมไทย และเนปาลยังไม่สูงมากเฉลี่ยไม่ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ไทยมักเกินดุลการค้าต่อเนปาล ส่วนสินค้าส่งออกหลักจากไทยไปเนปาล คือ ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภค

    ด้านสินค้านำเข้าที่ไทยนำเข้าจากเนปาลมาก็ คือ  พรม ผ้าทอ หัตถกรรม และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดยเนปาลเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจ เช่น การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง พลังงานทดแทน และสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้นนักลงทุนจากต่างชาติที่สนใจในธุรกิจดังกล่าวก็นับได้ว่าเป็นโอกาสทองในการลงทุน ส่วนด้านการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวเนปาลเดินทางมาไทยปีละหลายหมื่นคน โดยเฉพาะเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและการแพทย์ ถือได้ว่าไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวเนปาล ทั้งในด้าน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) และการศึกษา

    ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ขณะที่คนไทยเองก็มีคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปเนปาลเพื่อท่องเที่ยวภูเขาปีนเขาฮิมาลัย และ เอเวอเรสต์ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวสองทางระหว่างกันและกัน ส่วนด้านการศึกษา และแรงงานชาวเนปาลนิยมมาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะด้านการแพทย์ วิศวกรรม และบริหารธุรกิจ อีกทั้งไทยยังมีแรงงานเชื้อสายเนปาลอยู่ในบางภาคอุตสาหกรรม เช่น งานบริการ การรักษาความปลอดภัย และการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเสริมตลาดแรงงานไทย

    นอกจากนี้จะพามาดูยุทธศาสตร์เชื่อมโยงภูมิภาคเนปาลตั้งอยู่ระหว่างจีนกับอินเดีย ถือเป็น Land-linked Country ที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ หากไทยผลักดันยุทธศาสตร์เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในเอเชียใต้ (BIMSTEC, IMT–GT, BCG) จะช่วยขยายการค้าของไทยเข้าสู่เอเชียใต้ได้มากขึ้น โดยไทยกับเนปาลต่างก็มีบทบาทในกรอบความร่วมมือ BIMSTEC ซึ่งช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

    แม้เนปาลจะไม่ใช่คู่ค้าใหญ่ของไทย แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจในด้าน การค้า การท่องเที่ยว การศึกษา แรงงาน และการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยไทยสามารถใช้เนปาลเป็นประตูสู่อินเดีย และจีนได้ในอนาคต อีกทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการศึกษายังเป็นจุดแข็งที่ไทยสามารถดึงดูดชาวเนปาลได้ต่อเนื่อง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859724&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06R-5XKVbWhREjXLIUtRi4

  • HILITE: DUSIT บวกนำกลุ่มท่องที่ยว ขานรับแนวคิด “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง”

    HILITE: DUSIT บวกนำกลุ่มท่องที่ยว ขานรับแนวคิด “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง”

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.ย. 68)

    เมื่อเวลา 09.58 น. DUSIT พุ่ง 5.93% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 12.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 10.46 ล้านบาท

    CENTEL บวก 3.13% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มาที่ 33.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 20.19 ล้านบาท

    BA บวก 1.45% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 14.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1.78 ล้านบาท

    ERW บวก 0.74% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท มาที่ 2.72 บาท มูลค่าการซื้อขาย 13.26 ล้านบาท

    บล.ดาโอ ระบุ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คนละครึ่งมาแรง เงินบาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบตรง inbound เห็นทีต้องมีทัวร์ไทยคนละครึ่ง บ.ทัวร์เตรียม package สุด wow ให้ชาวไทยได้เที่ยว” โดยปัจจุบัน ททท. ดำเนินโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ซึ่งจะสิ้นสุดสิ้นเดือน ก.ย.นี้ และ ททท. จะเร่งนำเสนอรัฐบาลเพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติทันก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทที่แข็งค่ากลายเป็นปัจจัยเร่งให้คนไทยหันไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นในช่วง 3 เดือนสุดท้าย”

    เรามองเป็นบวกหากมีโครงการเที่ยวทัวร์ไทยคนละครึ่งเกิดขึ้นจริง ซึ่งเราคาดว่าจะคล้าย ๆ โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง แต่จะเน้นจัดเป็นแบบ package ทัวร์ โดยเบื้องต้น ททท. อาจใช้งบประมาณคงเหลือจากมาตรการเดิมในโครงการเที่ยวคนละครึ่งที่ได้รับงบประมาณมาทั้งสิ้น 1,760 ล้านบาท (แบ่งเป็นค่าสนับสนุนโรงแรมที่พัก 1,500 ล้านบาท เงินค่าสนับสนุนคูปองดิจิทัล 250 ล้านบาท และค่าบริหารโครงการ 10 ล้านบาท) โดยให้สิทธิ์ผู้ร่วมโครงการ 500,000 สิทธิ์ ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิ์ไปแล้วประมาณ 416,762 สิทธิ์ โดยประชาชน 1 คนใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ โดยรัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท แต่ผู้ร่วมโครงการจะใช้ค่าที่พักเฉลี่ยคืนละ 1,200 บาท จึงคาดว่าจะมีเงินคงเหลืออยู่แต่ไม่ทราบว่าเหลือเท่าไร ทำให้เรามองว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศได้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อยคือ ERW (88%), CENTEL (80%) และ MINT (15%) โดยเราคาดว่า ERW และ CENTEL จะได้ sentiment เชิงบวกจากทั้งโครงการเที่ยวทัวร์ไทยคนละครึ่งมากที่สุด

    ด้านบล.ลิเบอเรเตอร์ แนะนำหุ้น DUSIT ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 13.10 บาท คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 2H68 เร่งขึ้นจากในช่วง 1H68 จากฤดูกาลท่องเที่ยว, การเปิด Dusit Central Park และการเริ่มรับรู้การโอนคอนโดในช่วงปลายปี

    คาดปี 69 จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด สู่ระดับ 2,957 ล้านบาท จากการรับรู้การโอนคอนโด Dusit Central Park และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ขณะที่ Valuation ปัจจุบันยังเทรดเพียง PBV 0.8 เท่า

    โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8B0IQ95SIOHP12RNTIRFBFQQYKFTIQ&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22GQzEMpvm7Obe7EGRWZ7u

  • บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    “บขส.” เปิดตัวรถโดยสารใหม่ มาตรฐานยุโรป Euro 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานต้อนรับ โทนสีชมพูสดใส ยกระดับขนส่งสาธารณะ สะดวก สบาย ปลอดภัย

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    ระบุรถโดยสารใหม่จะทยอยวิ่งให้บริการประชาชนภายในเดือนกันยายนนี้
    วันนี้ (9 กันยายน 2568) นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นประธานงานเปิดตัวรถโดยสารใหม่ “Change For The Better : เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” โดยมีคณะกรรมการบริษัทฯ นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ เข้าร่วมฯ ณ บริเวณชานชาลา 2 ด้านทิศใต้ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. เปิดเผยว่า บขส. ได้เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ ในรูปแบบของรถโดยสาร ชุดพนักงานต้อนรับ พนักงานขับรถหญิง มาในโทนสีชมพู บ่งบอกถึงความอบอุ่น สดใส อ่อนโยนและเป็นมิตร ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารยุคใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับด้านการบริการของการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ ที่มีความทันสมัย สะดวกสบาย และปลอดภัย

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    โดยรถโดยสารใหม่ที่จะนำมาให้บริการมีขนาดความยาว 12 เมตร 3 มาตรฐาน ได้แก่

    1.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1ก) จำนวน 24 ที่นั่ง

    2.รถโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 พิเศษ (ม.1พ) จำนวน 32 ที่นั่ง และ 3.รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1ข) จำนวน 36 ที่นั่ง

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง มีระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ ระบบ GPS กล้อง CCTV และภายในรถจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องน้ำ ช่องเก็บสัมภาระ ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ และบริการ WiFi ฟรี โดยจะนำมาให้บริการประชาชนในทุกเส้นทางทั่วประเทศ เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง ปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารให้บริการทั้งหมด 254 คัน 

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    สำหรับการดำเนินการเช่ารถโดยสาร จำนวน 311 คัน ระยะเวลาเช่า 5 ปี มี บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เมื่อแล้วเสร็จจะทยอยส่งมอบรถโดยสารแบ่งเป็น 4 งวด งวดแรกจะรับรถโดยสาร จำนวน 96 คัน และนำมาให้บริการประชาชนภายในเดือนกันยายน 2568 ส่วนงวดที่ 2 ส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 96 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2568, งวดที่ 3 ส่งมอบรถโดยสาร จำนวน 78 คัน ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และงวดที่ 4 ส่งมอบรถโดยสารจำนวน 41 คัน ภายในเดือนธันวาคม 2568

    บขส. เปิดตัวรถโดยสารใหม่มาตรฐานยูโร 5 พร้อมโชว์ชุดพนักงานสีชมพู

    ทั้งนี้ประชาชนที่ต้องการเดินทางด้วยรถโดยสาร บขส. สามารถจองตั๋วได้ที่เว็บไซต์ บขส.https://tcl99web.transport.co.th, Application E – ticket,

    Facebook Page : บขส.(www.facebook.com/BorKorSor99),

    Line : บขส.99 (Id : @TCL99) และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร บขส. ทั่วประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/pr-news/730229&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0o3oEZu-tJoR4wceCOOUZy

  • เตรียมดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” ททท.แก้เกม “บาทแข็ง” กระตุ้นท่องเที่ยวไทย

    เตรียมดัน “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” ททท.แก้เกม “บาทแข็ง” กระตุ้นท่องเที่ยวไทย

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “คนละครึ่งมาแรง บาทยังแข็งต่อเนื่อง กระทบตรง Inbound เห็นทีต้องมี ทัวร์ไทยคนละครึ่ง บ.ทัวร์เตรียมแพ็กเกจสุดว้าว ให้ชาวไทยได้เที่ยว”

    พร้อมกันนี้ น.ส.ฐาปนีย์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ททท.ไม่ได้เพียงมองภาพเศรษฐกิจระดับมหภาค แต่ยังใส่ใจถึงกำลังซื้อของครัวเรือนไทยในทุกระดับ ขณะนี้ ททท.กำลังติดตามปัจจัยแวดล้อมสำคัญ ตั้งแต่ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อให้สามารถออกแบบแผนท่องเที่ยวที่สมดุล ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound) และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยเอง

    ปัจจุบัน ททท.ดำเนินโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ซึ่งจะสิ้นสุดสิ้นเดือนกันยายนนี้ และ ททท.กำลังพิจารณา อาจใช้งบประมาณคงเหลือจากมาตรการเดิมหากยังมีอยู่ โดยโครงการนี้ได้รับงบประมาณมาทั้งสิ้น 1,760 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าสนับสนุนโรงแรมที่พัก 1,500 ล้านบาท เงินค่าสนับสนุนคูปองดิจิทัล 250 ล้านบาท และค่าบริหารโครงการ 10 ล้านบาท โดยให้สิทธิผู้ร่วมโครงการ 500,000 สิทธิ ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิไปแล้วประมาณ 416,762 สิทธิ โดยประชาชน 1 คนใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ โดยรัฐสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท แต่ในทางปฏิบัติผู้ร่วมโครงการจะใช้ค่าที่พักเฉลี่ยคืนละ 1,200 บาท จึงคาดว่าจะมีเงินคงเหลือแต่ละรู้ว่าจำนวนเท่าใดแน่คงจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. นี้. อย่างไรก็ตาม ททท.จะเร่งนำเสนอรัฐบาลเพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติทันก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทที่แข็งค่ากลายเป็นปัจจัยเร่งให้คนไทยหันไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นในช่วง 3 เดือนสุดท้าย

    “มาตรการนี้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและโอกาสให้คนไทยได้ท่องเที่ยว แต่ยังช่วยผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวให้สามารถพัฒนาสินค้าและแพ็กเกจใหม่ ๆ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างเสน่ห์ใหม่ ๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะยาว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2882258&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MNDm5ASPAW_CfO2irtb–