Category: ท่องเที่ยว

  • อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว’รวยไม่ไหวแล้ว’

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.37 น.

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง สืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายมอญ ฝาก อย่าลืมหัวใจสงกรานต์ ยึดประเพณี-เชื่อมความสามัคคี แซวตัวเอง นอกสคริปต์ หลังสื่อจับจ้อง ด้าน วัยรุ่นแซว ‘รวยไม่ไหวแล้ว’ ลั่นฆ้อง อวยพรให้มีความสุขวันสงกรานต์ 

    เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ต.ตลาด อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ซึ่งนายกฯได้สวมชุดลอยชาย ขณะที่น.ส.ธนนนท์ สวมชุดไทยรามัญ นุ่งผ้าถุงป้าย สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบมอญ ร่วมงาน โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรีรองนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าฯสมุทรปราการ นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ในฐานะประธานจัดงานสงกรานต์พระประแดง ประชาชน ต้อนรับ 

    โดยประเพณีสงกรานต์พระประแดง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ช่วงปลายเดือนเม.ย.ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของไทย เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายมอญ และส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยการจัดงานปีนี้ ยังเฉลิมฉลองครบรอบ 211 ปี เมืองนครเขื่อนขันธ์อีกด้วย

    นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ และได้มาพบกันด้วยรอยยิ้มทุกคน ถ้าตนไปยืนข้างบนเวทีนอกจากร้อนแล้ว ก็ต้องหันหน้าออกไปข้างนอก ก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร เพราะว่าคนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่อยู่ในปะรำพิธีแห่งนี้ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ ต้องกราบเรียนว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาเปิดงาน เพราะอดีต สส. พรรคภูมิใจไทยเคยชวนตนมา แต่ไม่ได้มาหลายปีแล้ว วันนี้ตนมีวาสนาอีกครั้งที่ได้มาที่นี่ มาพบกับพวกเรา วันนี้แทบจะปิดเมืองพระประแดงเลยทีเดียว ตั้งแต่ลงทางด่วนถนนสุขสวัสดิ์มาก็เห็นประชาชนมีความสุข เล่นน้ำ ประแป้งด้วยความสนุกสนานรื่นเริง 

    นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็รู้สึกปลาบปลื้มปิติยินดีที่เห็นประชาชนมีความสุข ดังนั้นงานประเพณีดีๆ เช่นนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุน และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นมีวัฒนธรรมที่สวยงาม ประเพณีที่งดงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ต่อไป เป็นที่หมายปองของผู้คนจากท้องถิ่นอื่น อีกมากมายที่อยากจะมาร่วมสนุกสนานที่พระประแดงแห่งนี้ ปีนี้ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยเพราะองค์การยูเนสโกที่ดูแลในเรื่องของวัฒนธรรมของโลก ได้ประกาศให้สงกรานต์ในประเทศไทย ยกระดับขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

    นายกฯ กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ที่พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ถือว่าเป็น 1 ใน 5 ที่เป็นตัวแทนประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งเขาหยิบยกไปพิจารณาจนได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก ก็ต้องขอบคุณรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งนี้สงกรานต์พระประแดง เป็นหนึ่งในมหาสงกรานต์ 4 ภาค ซึ่งรัฐบาลจะมีการจัดท่องเที่ยวทั่วไทย จัดโปรแกรมให้ประชาชนได้ท่องเที่ยวทั่วไทยทุกเดือนเป็นเฟสติวัล ต้องขอขอบคุณชาวพระประแดง โดยเฉพาะนายกเทศมนตรี ที่ทุ่มเทเพื่อความเจริญของพระประแดงอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าต้องให้การสนับสนุนจึงมาร่วมงานในวันนี้ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ระบุว่า “ผมอ่านสคริปต์ไป อ่านสคริปต์มา เดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็จะเอาไปเป็นข่าวอีก เรื่องถุย ที่บอกว่าผมไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ เรื่องนี้ไม่ใช่ แต่ผมมาพบพี่น้องประชาชน ผมก็อยากมาพูดจากใจ ลองพี่น้องร้องเฮกันขึ้นมา ผมก็ถุยเลยครับ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเรา ที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันความเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เรามีลูกมีหลานก็ฝากคนรุ่นก็ฝากคนรุ่นใหม่ อย่าลืมหัวใจของประเพณีสงกรานต์ ที่ไม่ได้มีแต่ความสนุกสนาน แต่เป็นการเชื่อมความรักความสามัคคี ของชุมชนและคนในครอบครัวอีกด้วย” จากนั้นนายก ฯ ได้อ่านตามสคริปต์ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาพูดโดยไม่อ่านสคริปต์อีกครั้ง ว่า ขอเปิดงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สนุกสนานกันให้เต็มที่ นั่งกันอยู่ตรงนี้ทำไมเล่า ไปสาดน้ำกัน“

    ต่อมานายกฯและภริยา ร่วมกิจกรรมปล่อยนก ปล่อยปลา สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และร่วมเล่นสะบ้ากับน.ส.ธนนนท์ การละเล่นพื้นบ้านของชาวมอญ กวนกาละแม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญ อย่างสนุกสนาน จังหวะหนึ่งระหว่างเดินไปเปิดงานที่เวทีกลาง ริมน้ำเจ้าพระยา มีคุณป้ามอบมะม่วงน้ำดอกไม้ให้เป็นที่ระลึกพร้อมอวยพรให้นายกฯ บริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจดี ซึ่งฯนายกฯรับพรบอกให้สมพรปาก และในระหว่างเดินมาตามถนนได้โบกมือทักทายประชาชน ที่ใช้ปืนฉีดน้ำเล่นสงกรานต์ โดยทีมรักษาความปลอดภัย ได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่สาดน้ำ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้ส่งมินิฮาร์ทให้นายกฯ พร้อมบอกว่ารักตลอด ภูมิใจไทยเท่านั้น โดยนายกฯสอบถามว่าเป็นคนที่นี่ใช่หรือไม่ ก่อนที่ชาวบ้านจะตอบว่าใช่สส. ก็เลือกมาเอง  แต่ก่อนถึงเวทีงาน มีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ตะโกนแซวขึ้นว่า “รวย รวย รวย รวยไม่ไหวแล้ว“

    เมื่อถึงเวทีกลาง นายอนุทิน กล่าวว่า ดีใจยินดีที่ได้มาพบท่าน เห็นทุกคนมีความสุข ก็ดีใจมีความสุขไปด้วย ขอให้พวกเราเต็มที่ ก่อนถึงเวลางานปิด 20.00 น.ขอให้เต็มที่สุดซอยขอให้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่มีกำลังวงชาเพราะพรุ่งนี้พวกเราต้องไปทำงานทุกอย่างต้องดีขึ้นดีขึ้น ขอให้พวกเรามั่นใจพวกตนบนนี้ไม่ทิ้งอยู่แล้ว ไม่สามารถทนเห็นพี่น้องไม่มีความสุขได้ต้องทำให้พวกเราทุกคนรักษารอยยิ้มตรงนี้ไปตลอดกาล และเนื่องในโอกาสนี้ตนไม่อยากรบกวนเวลาพวกท่าน ในการสนุกสนานในโอกาสปีใหม่ไทยขอให้มีแต่ความสุขความสำเร็จร่ำรวยเงินทองสุขภาพแข็งแรงคิดอะไรสมหวังไปทุกสิ่งอายุยืนยาว และขอให้พวกเรารักกันนานนานแบบนี้ตลอดไป จากนั้นนายกได้ตีฆ้องเปิดงานสงกรานต์ให้ทุกคนได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960791&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C12xPE-jCuvsOea0vlr_W

  • ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้

    ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

    ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้ บุกเชียงใหม่ ระนอง อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้านภาคประชาสังคมออก โรงต้าน ยืนยันสวนสาธารณะไม่มีข้อยกเว้นใดให้ทำได้ ด้วยเจตนารมณ์รักษาพื้นที่กลางให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยกับคนทุกเพศทุกวัย  เตรียมเดินหน้าฟ้องเอาผิดหากยังดึงดัน

     เมื่อวันที่  26 เมษายน 2569  นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ในฐานะภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ภปค.ได้รับแจ้งจากประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  และจังหวัดระนอง ถึงกรณีที่องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ของทั้งสองจังหวัด มีความพยายามที่จะจัดให้มีการขาย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสวนสาธารณะ ผ่านการจัดงานที่ให้เหตุผลว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกรณีแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีข่าวว่ามีการจัดตั้งให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นสโมสร และมีการจัดกิจกรรม “พิธี “สระเกล้าดำหัว”เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมืองเพื่อแสดงความเคารพขอขมา และขอพรผู้ใหญ่ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทยอบจ.เชียงใหม่ ” โดยจัดให้มีการให้ขายและให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และอีกกรณีคือที่จังหวัดระนอง โดยมีความพยายามที่จะใช้ “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองระนอง ที่มีสภาพเป็นสวนสาธารณะและยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของราชการ  เป็นสถานที่จัดงานที่สามารถให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอดทั้งปี

    “เครือข่ายฯ เข้าใจเจตนาดีของหน่วยงาน ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแต่เราไม่เชื่อว่าการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ซ้ำร้ายอาจสร้างปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพของตัวผู้ดื่ม ภาระทางการแพทย์ ปัญหาสังคมและครอบครัว ฯลฯ และหากพิจารณากรณีเชียงใหม่สถานที่ดังกล่าวถือว่าเป็นสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ต้องห้ามมิให้มีการขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 27 (7) และมาตรา 31 (6) โดยการห้ามขาย ห้ามดื่ม ในสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นกฎหมายแม่บท เป็นบทบัญญัติที่ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น การจัดตั้งเป็นสโมสรหรือการผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดพิจารณาออกข้อยกเว้นจึงอาจเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ส่วนในจังหวัดระนอง  ภูเขาหญ้านั้นโดยสภาพเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว  มีการสร้างถนน อำนวยความสะดวกโดยรัฐและยังเป็นพื้นที่ในกำกับดูแลของรัฐ  ซึ่งมีประกาศสำนักนายกห้ามไว้เช่นเดียวกันตั้งแต่ 8 กุมภา 2558  เรื่องนี้เครือข่ายได้ตั้งทีมศึกษาข้อกฏหมายและเตรียมการฟ้องศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้อย่างแน่นอน”

    นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานประชาคมเครือข่างองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพในจังหวัดระนอง รณรงค์และประสานขับเคลื่อน ขอให้หน่วยงานรัฐหรือ เอกชนเปิดพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่-ยาเสพติด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัว มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนมี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และเมื่อมี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ประสานงานง่ายขึ้น ด้วยหน่วยงานราชการ และ ผู้บริหารจังหวัดมีแนวคิดการ ปกป้องเด็กเยาวชนให้ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทุกสมัย ในจังหวัดระนอง จึงมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือ ในพื้นที่ เช่น งานอาบน้ำแร่แลระนอง , บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน รวมถึง ภูเขาหญ้า ที่มีความสวยงามและเป็นท่องท่องเที่ยวพักผ่อนของ เด็ก-เยาวชนและครอบครัว ทั้งคนในจังหวัดระนองและนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่การที่ใช้กลไกช่องทางกฎหมายเพื่อให้ ภูเขาหญ้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นั้นเป็นเพียงการหาประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าและภาคีเครือข่ายรวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชนในจังหวัดระนองจึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุน ผู้ว่าฯให้ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา  ไม่อมุมัติให้ใช้พื้นที่ภูเขาหญ้า ในการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบุหรี่และ สารเสพติดอื่นทุกรูปแบบ

    ด้านนางกัญญานันท์  ตาทิพย์  ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการรณรงค์ ขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดผลกระทบและยังเน้นบูรณาการความร่วมมือ ขอให้หน่วยงานรัฐที่เป็นกลไกบูรณาการให้มีการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือน และบังคับใช้กฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 เพื่อเกิดพื้นที่ เทศกาลและงานบุญประเพณีที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือ ในพื้นที่ เช่น งานปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ โซนนิ่งบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ (ท่าแพ) ,เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ,สงกรานต์ถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน, การแข่งเรือปลอดเหล้าจังหวัดน่าน

    กรณี สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม เป็นจุดเช็คอินสุดฮิต เพราะ บรรยากาศ เหมาะในการเดินเล่น หรือนั่งพักผ่อนสบายๆ จนเป็นที่รับความสนใจของประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักผ่อนของเด็ก- เยาวชนและครอบครัว แต่การที่ใช้ผู้รับผิดชอบสถานที่ทำปบบนี้  เป็นการจงใจปล่อยให้มีกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ท้าทายเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) ให้กับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว  ซึ่งสวนสาธารณะ ควรเป็นที่พักผ่อน การมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงในทุกมิติอยู่แล้ว รวมถึง เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ก็จะทำงานได้ยากลำบาก

    อีกกรณีคือสวนสาธารณะหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง  จังหวัดน่าน ที่มีการจัดกิจกรรม “งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ตำบลม่วงตึ๊ด ซี่งการเขียนข้อความ “สโมสร” จัดบู๊ธ งานรำวง ขบวนแห่และจัดให้มีการขาย – การดื่มในสวนสาธารณะ ทั้งๆที่ควรเป็นพักผ่อน ออกกำลังกายและจัดให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัวและประชาชน นั้น  เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน และภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน จึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ  ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมาไม่อมุมัติให้ใช้สวนสาธารณะ จัดงานหรือกิจกรรม ที่มีการส่งเสริมการขาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าและ สารเสพติดอื่นในทุกกรณี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/473954&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37nMFB_M7GF_o870O8G7FR

  • นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี

    อ่านไปอ่านมาเดี๋ยวก็เป็นข่าว เดี๋ยวก็ถุยอีก เพราะว่าอ่านแล้วคนก็พยายามไปพูดไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ ตนพบปะกับพี่น้อง อยากจะพูดจากใจ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเราที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันด้วยความเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เรามีลูกมีหลานก็ฝากคนรุ่นใหม่อย่าลืมหัวใจประเพณีสงกรานต์ ที่ไม่ได้มีแต่ความสนุกสนานแต่ยังเป็นการเชื่อมความรัก ความสามัคคีของชุมชน และของคนในครอบครัวไว้ด้วยกัน สคริปต์นี้อ่านดูไม่ค่อยเร้าใจขอชื่นชมและขอบคุณคณะผู้จัดงานในโอกาสประเพณีสงกรานต์พระประแดงประจำปี 2569

    “ดูแล้ว รัฐมนตรีผม เริ่มส่ายหน้าว่าพี่อ่านอีกแล้ว พี่ต้องพูดเอง ถ้าพูดเองก็ขอเปิดงาน ณ บัดนี้ เป็นต้นไป สนุกสนานกันให้เต็มที่ นั่งตรงนี้อยู่ทำไมเล่า ไปสาดน้ำกัน สวัสดีครับ เปิดงานครับ“

    ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

    จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมปล่อยนกปล่อยปลา สรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รวมถึงชมการละเล่นสะบ้ารามัญ พร้อมกับร่วมเล่นการเสี่ยงทายกับชาวบ้าน สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานอย่างครึกครื้น เพราะนายกรัฐมนตรีได้ละเล่นกับภริยาเหมือนเป็นการจีบกันระหว่างหนุ่มสาวสมัยก่อนด้วย จากนั้นก็ไปร่วมการกวนกาละแม

    ก่อนจะเดินไปยังเวทีกลางของเทศบาลเมืองพระประแดง เพื่อเปิดการเล่นน้ำสงกรานต์พระประแดง บนถนนนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งมีการปิดการจราจรเพื่อให้ชาวพระประแดง และชาวสมุทรปราการเล่นน้ำสงกรานต์

    นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    ก่อนเดินออกจากโรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า  มีผู้สูงอายุชาวพระประแดง ได้เข้ามามอบมะม่วงน้ำดอกไม้พระประแดง พร้อมอวยพรนายกรัฐมนตรีด้วยว่า “ขอให้ท่านนายกฯอยู่บริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง และเศรษฐกิจดีด้วยๆ”

    โดยนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “สมพรปากเร็วๆนะ”

    จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินมาตามถนนนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งตลอดทางก็ได้สวัสดี โบกมือ ทักทายชาวพระประแดง และชาวสมุทรปราการที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งได้ไปเจอกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่กำลังเปิดเพลงกันอย่างสนุกสนาน และมีจังหวะที่นายกรัฐมนตรีเดินผ่าน ก็เปิดเพลง “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” พร้อมกับตะโกนประโยคเด็ด “รวยไม่ไหวแล้ว” ทำให้นายกรัฐมนตรี ได้ยิ้มและยกแขนโบกมือทักทาย

    นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    จากนั้นเมื่อถึงเวที นายกฯ ได้กล่าวเปิดงานอีกครั้งกับพี่น้องชาวพระประแดง ว่า “ใครเป็นพระประแดงออริจินัล ยกมือขึ้น ใครเป็นสมุทรปราการยกมือขึ้น ใครเป็นคนไทยขอเสียงดังๆ” และแม้กำหนดการเดิมจะสิ้นสุดแล้ว แต่เมื่อทราบว่ายังมีประชาชนร่วมงานจำนวนมาก จึงตั้งใจเดินทางมาพบพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง เพราะเมื่อเห็นทุกคนมีความสุข ตนก็มีความสุขไปด้วย พร้อมขอให้ประชาชนสนุกกันอย่างเต็มที่ตลอดเวลาที่เหลืออีก 2 ชั่วโมง เพราะจะเล่นได้ถึง 2 ทุ่ม และหวังว่า ขอให้ทุกคนเต็มที่สุดซอยเพราะซอยมีอยู่แค่นี้ ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราค่อยไปทำงาน และเราจะต้องดีขึ้นดีขึ้น

    นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะทำทุกอย่างเพื่อรักษารอยยิ้มและความสุขของพี่น้องประชาชนไว้ พร้อมอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย ให้มีความสุข ความสำเร็จ สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมหวัง

    ก่อนจะร่วมลั่นฆ้องเปิดงานอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ร่วมงานจำนวนมาก โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378976606&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bsxCiOTo3Euzma0nKLXkm

  • ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ | TOPNEWS

    ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ | TOPNEWS

    ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ

    • เผยแพร่ : 26/04/2026 17:50

    คาราวานรถหรู–ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำดำเนินสะดวก กระตุ้นท่องเที่ยว มอบเงิน 8 หมื่นช่วยโรงพยาบาลเพื่อพัฒนากิจการและยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุข


    วันที่ 26 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าเรือยุวันดา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี กลุ่ม Streetsking Thailand นำคาราวานรถหรูและซูเปอร์คาร์กว่า 40 คัน เดินทางเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมพาครอบครัวสัมผัสเสน่ห์ตลาดน้ำชื่อดังระดับโลก สร้างสีสันและความคึกคักให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างมาก ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมอย่างคับคั่ง


    คณะคาราวานได้ลงเรือล่องชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองในพื้นที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ชื่นชมเอกลักษณ์ชุมชนริมน้ำ สวนมะพร้าว สวนผลไม้ และการค้าขายแบบดั้งเดิมที่ยังคงเสน่ห์เฉพาะตัว ก่อนแวะเลือกซื้อสินค้า อาหารพื้นบ้าน ของฝาก และผลิตภัณฑ์ชุมชนจำนวนมาก ถือเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยตรง

    ภายหลังการท่องเที่ยว กลุ่ม Streetsking Thailand ได้ประสานงานผ่าน นางยุวันดา อุรุพงศา เจ้าของท่าเรือยุวันดา เพื่อร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศล มอบเงินสนับสนุนแก่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จำนวน 60,000 บาท และนางยุวันดา อุรุพงศา ร่วมสมทบเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,000 บาท โดยมีนายสุภเวช ชัยทัศน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปพัฒนากิจการและยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน

    กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี และต่อยอดพลังการแบ่งปันสู่ภาคสาธารณสุขในพื้นที่

    ก่อนคณะคาราวานจะเดินทางไปท่องเที่ยวต่อยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัดราชบุรี แล้วจึงเดินทางกลับอย่างประทับใจ

    นิชาภา จันทร์งาม ผู้สื่อข่าว top news ทั่วไทย จ.ราชบุรี

    fgfgn

    111

    ราชบุรี/// เปิดยิ่งใหญ่ “งานวันมะม่วงและของดีอำเภอปากท่อ” ครั้งที่ 27 กระตุ้นเศรษฐกิจ–ดันผลไม้ดังสู่ตลาดประเทศ

    มูลนิธิพัฒนาผู้ประกอบการไทย จับมือเซียร์รังสิต เปิดตัวโครงการ “รอยยิ้ม แห่งสยาม ตอนแรกยิ้ม ณ เซียร์รังสิต” นำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ต่อยอดไอเดียคนละครึ่ง ภาคเอกชน กระตุ้นยอดขาย

    ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ

    ณพล บริบูรณ์ ผู้ช่วย สว.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ นภชนก เหมือนนามอญ ร่วมงานทำบุญบ้าน “ชัยชนะพานิช” ญาติสนิทมิตรสหายร่วมอวยพรคึกคัก

    “ดร.ธนพร” ขยายภาพนิด้าโพล ความพึงพอใจมาตรการค่าครองชีพ ย้ำให้เห็นนโยบายรัฐมาถูกทาง

    จีนฟื้นฟู “เมืองเก่าคู่เชอ” ที่ซินเจียงอุยกูร์ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ .

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1558320&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WFN50WPl_8afTHGRx9TMc

  • แก่งกรุง พิกัดลับสุราษฎร์ฯ ล่องห่วงยาง-หลามข้าว เที่ยวป่าดิบชื้นรักษ์โลก

    แก่งกรุง พิกัดลับสุราษฎร์ฯ ล่องห่วงยาง-หลามข้าว เที่ยวป่าดิบชื้นรักษ์โลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143701&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06BCnOT7F9lh1HQTlvVssO

  • ภาคประชาสังคมออกโรงต้านทุนน้ำเมากดดันจังหวัดประกาศสวนสาธารณะขายเหล้าได้ | เดลินิวส์

    ภาคประชาสังคมออกโรงต้านทุนน้ำเมากดดันจังหวัดประกาศสวนสาธารณะขายเหล้าได้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ในฐานะภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ภปค.ได้รับแจ้งจากประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  และจังหวัดระนอง ถึงกรณีที่องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ของทั้งสองจังหวัด มีความพยายามที่จะจัดให้มีการขาย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสวนสาธารณะ ผ่านการจัดงานที่ให้เหตุผลว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกรณีแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีข่าวว่ามีการจัดตั้งให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นสโมสร และมีการจัดกิจกรรม “พิธีสระเกล้าดำหัว” เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมืองเพื่อแสดงความเคารพขอขมา และขอพรผู้ใหญ่ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย อบจ.เชียงใหม่ โดยจัดให้มีการให้ขายและให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และอีกกรณีคือที่จังหวัดระนอง โดยมีความพยายามที่จะใช้ “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองระนอง ที่มีสภาพเป็นสวนสาธารณะและยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของราชการ  เป็นสถานที่จัดงานที่สามารถให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอดทั้งปี

    “เครือข่ายฯ เข้าใจเจตนาดีของหน่วยงาน ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแต่เราไม่เชื่อว่าการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ซ้ำร้ายอาจสร้างปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพของตัวผู้ดื่ม ภาระทางการแพทย์ ปัญหาสังคมและครอบครัว และหากพิจารณากรณีเชียงใหม่ สถานที่ดังกล่าวถือว่าเป็นสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ต้องห้ามมิให้มีการขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด” นายธีรภัทร์ กล่าว

    นายธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 27 (7) และมาตรา 31 (6) โดยการห้ามขาย ห้ามดื่ม ในสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นกฎหมายแม่บท เป็นบทบัญญัติที่ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น การจัดตั้งเป็นสโมสรหรือการผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดพิจารณาออกข้อยกเว้น จึงอาจเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ส่วนในจังหวัดระนอง  ภูเขาหญ้านั้นโดยสภาพเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว  มีการสร้างถนน อำนวยความสะดวกโดยรัฐและยังเป็นพื้นที่ในกำกับดูแลของรัฐ  ซึ่งมีประกาศสำนักนายกฯ ห้ามไว้เช่นเดียวกันตั้งแต่ 8 ก.พ. 2558  เรื่องนี้เครือข่ายได้ตั้งทีมศึกษาข้อกฎหมายและเตรียมการฟ้องศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้อย่างแน่นอน

    ด้าน นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมา เครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพในจังหวัดระนอง รณรงค์และประสานขับเคลื่อน ขอให้หน่วยงานรัฐหรือเอกชนเปิดพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่-ยาเสพติด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และเมื่อมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ประสานงานง่ายขึ้น ด้วยหน่วยงานราชการ และผู้บริหารจังหวัดมีแนวคิดการปกป้องเด็กเยาวชนให้ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทุกสมัย ในจังหวัดระนอง จึงมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือในพื้นที่ เช่น งานอาบน้ำแร่แลระนอง, บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน รวมถึง ภูเขาหญ้า ที่มีความสวยงามและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของเด็ก-เยาวชนและครอบครัว ทั้งคนในจังหวัดระนองและนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่การที่ใช้กลไกช่องทางกฎหมายเพื่อให้ ภูเขาหญ้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นั้น เป็นเพียงการหาประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าและภาคีเครือข่ายรวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชนในจังหวัดระนองจึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุน ผู้ว่าฯ ให้ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา ไม่อมุมัติให้ใช้พื้นที่ภูเขาหญ้า ในการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบุหรี่และสารเสพติดอื่นทุกรูปแบบ

    นางกัญญานันท์  ตาทิพย์  ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการรณรงค์ ขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดผลกระทบและยังเน้นบูรณาการความร่วมมือ ขอให้หน่วยงานรัฐที่เป็นกลไกบูรณาการให้มีการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือน และบังคับใช้กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 เพื่อเกิดพื้นที่ เทศกาลและงานบุญประเพณีที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยงในช่วงเทศกาล หรือในพื้นที่ เช่น งานปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ โซนนิ่งบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ (ท่าแพ), เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่, สงกรานต์ถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน, การแข่งเรือปลอดเหล้า จังหวัดน่าน

    กรณี สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม จุดพักผ่อนสำหรับทุกคน แต่การที่ให้ผู้รับผิดชอบสถานที่ทำแบบนี้ เป็นการจงใจปล่อยให้มีกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ท้าทายเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว  ซึ่งสวนสาธารณะ ควรเป็นที่พักผ่อน การมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงในทุกมิติอยู่แล้ว รวมถึง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ก็จะทำงานได้ยากลำบาก อีกกรณีคือสวนสาธารณะหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียงจังหวัดน่าน ที่มีการจัดกิจกรรม งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ตำบลม่วงตึ๊ด ซี่งการเขียนข้อความ “สโมสร” จัดบูธ งานรำวง ขบวนแห่และจัดให้มีการขาย-การดื่มในสวนสาธารณะ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน และภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ  ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา ไม่อนุมัติให้ใช้สวนสาธารณะจัดงานหรือกิจกรรมที่มีการส่งเสริมการขาย-การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าและสารเสพติดอื่นในทุกกรณี.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5813787/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17NGc98jFFB1UHJHb1nQOH

  • ผู้ว่าฯ โคราชลงพื้นที่พิมาย มอบแนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สร้างรายได้ยั่งยืน

    ผู้ว่าฯ โคราชลงพื้นที่พิมาย มอบแนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สร้างรายได้ยั่งยืน

    ผู้ว่าฯ โคราชลงพื้นที่พิมาย มอบแนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สร้างรายได้ยั่งยืน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่อำเภอพิมาย เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหินพิมาย แหล่งโบราณสถานสำคัญของชาติ และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดนครราชสีมา

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ติดตามการดำเนินงานด้านการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมมอบแนวทางในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันพบว่า นักท่องเที่ยวนิยมแต่งกายด้วยชุดไทยมาถ่ายภาพคู่กับโบราณสถานและจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในอุทยานฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบ Soft Power ของไทยที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000039241&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vTxNN77KwEoVZHm6GrTz7

  • เปิดฉากวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    เปิดฉากวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ภูมิภาค

    เปิดฉากวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.01 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 24 เม.ย.69 ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ประจำปี 2569 โดยมีนายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น รองประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธี และนายวิสิฐศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว กล่าวรายงาน  ร่วมด้วยสมาชิกสภาเมืองพัทยา นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี 

    เมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 24 – 26 เมษายน 2569 ณ ชายหาดจอมเทียน บริเวณหน้าโรงแรมดีวารี เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนชาวพัทยา ส่งเสริมเยาวชน และประชาชนให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการเล่นกีฬา พัฒนาทักษะ ประสบการณ์ให้กับนักกีฬา วอลเลย์บอลชายหาดของเมืองพัทยา 

    อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันสู่ระดับสากล สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองพัทยาในด้านการเป็นเมืองกีฬา (Sports City) และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประชาชนทั่วไป หญิง, ประชาชนทั่วไป ชาย และประชาชนทั่วไป ทีมผสม (4 คน) โดยทีมผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลจากเมืองพัทยา 
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473940&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nhvHRs49od6vehsq9TxPP

  • ไม่รอ’สงครามตะวันออกกลาง’ จบ ‘เคปแอนด์แคนทารี’ ทุ่ม 6 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่พัทยา

    ไม่รอ’สงครามตะวันออกกลาง’ จบ ‘เคปแอนด์แคนทารี’ ทุ่ม 6 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่พัทยา

    แม้สงครามตะวันออกกลาง จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่กลุ่มโรงแรม เคปแอนด์แคนทารี ก็ยังมองถึงความจำเป็นในการเดินหน้าลงทุนสร้างโรงแรมใหม่

    รวมถึงการรีโนเวทโรงแรมหลายแห่ง เพื่อสร้างจุดขายรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวในอนาคต “ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล” หรือคุณแวว หัวเรือใหญ่ของ เคปแอนด์แคนทารี จะสะท้อนมุมมองการลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาทที่จะเกิดขึ้น

    ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล

    สงครามตะวันออกกลางฉุดบุ๊กกิ้งใหม่หด

    “ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล” เจ้าของและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรม ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ (Cape & Kantary Hotels) ธุรกิจโรงแรมในกลุ่มเกษมกิจ เปิดใจถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ว่า ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางบินหลักในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    โดยจะพบว่าในช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลาง มีการยกเลิกการจองโดยเฉพาะในภูเก็ต ช่วงนั้นมีอัตราการยกเลิกการจองเฉลี่ยอยู่ที่ 12% 

    เนื่องจากตลาดหลักเป็นนักท่องเที่ยวระยะไกล อย่าง ยุโรป เมื่อฮับบินตะวันออกกลางมีปัญหา ก็ทำให้นักท่องเที่ยวที่ต้องไปต่อเครื่องบินที่ตะวันออกกลางก่อนบินเข้าไทยสะดุด

    ขณะที่ปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญ คือ ยอดจองใหม่ (New Booking) ไม่เข้า โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้ เพราะสถานการณ์สงครามทำให้การเดินทางลำบากขึ้น และค่าเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น หากนักท่องเที่ยวถูกยกเลิกเที่ยวบิน การจะซื้อตั๋วใหม่มีต้นทุนที่สูงมาก ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง

    ไม่รอ'สงครามตะวันออกกลาง' จบ 'เคปแอนด์แคนทารี' ทุ่ม 6 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่พัทยา

    ทั้งนี้โรงแรมระดับหรู ในเครือแบรนด์เคป อาจจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงไม่ค่อยอ่อนไหวต่อราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้นหมื่นกว่าบาท แต่โรงแรมระดับรองลงมา เช่น แคนทารี จะได้รับผลกระทบชัดเจน

    เพราะหากลูกค้าไม่สามารถซื้อตั๋วใหม่ได้ก็จะไม่เดินทางมาเลย โรงแรมต้องกระจายความเสี่ยง ปรับกลยุทธ์ไปเน้นตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เช่น ตลาดจีนและเอเชีย เพื่อทดแทนตลาดยุโรป 

    นอกจากนี้ธุรกิจโรงแรมก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันปรับตัวสูง โดยเริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นของต้นทุนค่าอาหาร วัตถุดิบ และโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%

    ทุ่ม 6 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่พัทยา

    คุณแวว กล่าวต่อว่า แม้จะมีผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ เคป แอนด์ แคนทารี ยังคงเดินหน้าลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ และปรับปรุงหลายโรงแรม เพื่อปรับโฉมโรงแรมให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อมองระยะยาวในการสร้างความยั่งยืน

    โดยจะเดินหน้าลงทุนโครงการใหญ่ในพัทยา มูลค่าการลงทุน 5,000 – 6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาเที่ยวพัทยาเพิ่มขึ้น และการเติบโตจากการพัฒนาในโครงการต่างๆของอีอีซีที่จะเกิดขึ้น

    โครงการนี้จะประกอบด้วย 2 แบรนด์โรงแรมในพื้นที่เดียว คือ เคป (Cape) ประมาณ 100 ห้อง และ แคนทารี (Kantary) ประมาณ 300 ห้อง รวมทั้งสิ้น 400 ห้อง มีสวนน้ำ เพื่อดึงดูดกลุ่มครอบครัว ห้องประชุมรองรับได้ 500-600 คน

    นอกจากนี้ยังมีแผนร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ สร้างจุดดึงดูดใหม่ๆ (Attractions) อาทิ บีชคลับ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการขอ EIA รอบใหม่ เพราะมีการปรับปรุงแบบใหม่ ให้ทันสมัยและมีจุดดึงดูดที่สู้กับคู่แข่งรายใหญ่ในพื้นที่ได้ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 2570 และเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2573

    ไม่รอ'สงครามตะวันออกกลาง' จบ 'เคปแอนด์แคนทารี' ทุ่ม 6 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่พัทยา

    คุณแวว ย้ำว่า การเดินหน้าลงทุนโรงแรมในพัทยา ถือเป็นหมุดหมายใหม่ของเคปแอนด์แคนทารี ส่วนการลงทุนโรงแรมในภาคอีสาน ที่ก่อนหน้านี้มองไว้ที่อุดรธานี แต่จากการศึกษาความคุ้มค่าเชิงธุรกิจและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ก็ได้ข้อสรุปว่าจะไม่ไปลงทุนแล้ว

    เพราะราคาห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในอุดรธานี อยู่ที่ราว 2,200 บาท เมื่อเทียบกับค่าก่อสร้างตึกสูงในปัจจุบันอยู่ที่ 700-800 ล้านบาท พบว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปีในการคืนทุน ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ

    ขณะที่การลงทุนโรงแรมในพัทยาแม้จะต้องใช้งบลงทุนสูง ค่าก่อสร้างที่พัทยาอาจแพงกว่า 30% แต่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) พัทยาสามารถทำราคาห้องพักได้สูงถึง หลักหมื่นบาท ซึ่งหมายความว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมานั้น มากกว่าการลงทุนโรงแรมในอุดรธานีเกิน 5 เท่า ทำให้การลงทุนในพัทยา “Make Sense” หรือสมเหตุสมผลมากกว่าในแง่ของการทำธุรกิจ

    รีโนเวทโรงแรม เคปหลังสวนภูเก็ต

    นอกจากนี้เคปแอนด์แคนทารี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทรัพย์สินเดิม (Asset Value) โดยเฉพาะการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยมีแผนจะรีโนเวท “เคป หลังสวน” ครั้งใหญ่ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในระดับ 100 ล้านบาทปลายๆ โดยจะปรับเปลี่ยนจากห้อง One Bedroom ขนาดใหญ่มาเป็นห้องแบบ สตูดิโอ (Studio) มากขึ้น

    เนื่องจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ต้องการห้องใหญ่ที่มีพื้นที่ครัว เพราะในย่านหลังสวนที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ครัวขนาดใหญ่ในห้องพักอีกต่อไป แต่ต้องการห้องที่สวย ทันสมัย ราคาเข้าถึงง่าย และอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ (Room Revenue) ให้สูงขึ้น ซึ่งจะทยอยรีโนเวท ไม่ได้ปิดปรับปรุงทั้งโรงแรม

    ไม่รอ'สงครามตะวันออกกลาง' จบ 'เคปแอนด์แคนทารี' ทุ่ม 6 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่พัทยา

    ขณะเดียวก็กำลังทยอยปรับโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ซึ่งโรงแรมจะทยอยปรับปรุงไปเรื่อยๆ โดยไม่ปิดให้บริการทั้งหมด แผนสำหรับปีนี้คือการปรับปรุง ห้องพักในส่วนของ One Wing, Presidential Villa หลังจากที่ปีที่ผ่านมาได้ทำส่วนวิลล่า 10 หลังและร้านอาหาร “Top of the Reef” เสร็จไปแล้ว เพื่อสร้างจุดขายที่อลังการและยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียม

    เสนอรัฐบาลแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

    สำหรับข้อเสนอแนะและมุมมองต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ คุณแวว มองว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่คือการ

    เตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ยกตัวอย่าง เมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ทุกวันนี้ประสบปัญหาน้ำประปาไม่ไหลทุกวัน จนโรงแรมต้องแบกรับภาระซื้อน้ำจากภายนอกเข้ามา

    โรงแรมในเครือ เคปแอนด์แคนทารี

    รวมถึงปัญหาไฟฟ้ากระตุกหรือดับบ่อยครั้ง ทำให้โรงแรมต้องใช้เครื่องปั่นไฟและแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ปัญหาการจราจรติดขัดรุนแรงจนส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

    รวมไปถึงมองว่ารัฐบาลควรตรวจสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ก่อนจะอนุญาตให้เปิดโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งใช้ทรัพยากรกับชุมชน ขอให้บังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรม

    เพราะปัจจุบันผู้ที่มีใบอนุญาตถูกต้องมักถูกตรวจสอบซ้ำซาก ในขณะที่สถานประกอบการผิดกฎหมายกลับไม่มีการกวาดล้างอย่างจริงจัง

    อีกทั้งรัฐบาลควรเปลี่ยนเป้าหมายจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว มาเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น และอยากให้รัฐบาลเข้ามาควบคุมเรื่องของกลุ่ม Digital Nomad

    เนื่องจากการออกวีซ่าให้คนกลุ่มนี้ มีช่องว่างให้กลุ่มอาชญากรข้ามชาติ หรือกลุ่มมาเฟีย (เช่น รัสเซีย ยูเครน อิสราเอล) เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน การขายยาเสพติด หรือการค้าประเวณี หรือ เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทย

    ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการลงทุนของเคปแอนด์แคนทารี ที่เกิดขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/657570&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r7WaeFhxSn6WQJF65dhQQ

  • แม่ฮ่องสอนเร่งฟื้นฟู “ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ” รับฤดูท่องเที่ยว รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่คุมงาน

    แม่ฮ่องสอนเร่งฟื้นฟู “ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ” รับฤดูท่องเที่ยว รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่คุมงาน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143676&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw309J951KhbzjARlv6YbwMK