Category: ท่องเที่ยว

  • อำเภอแม่สะเรียง แถลงข่าวการจัดงานประเพณี “ออกหว่า” เทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    อำเภอแม่สะเรียง แถลงข่าวการจัดงานประเพณี “ออกหว่า” เทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    อำเภอแม่สะเรียง แถลงข่าวการจัดงานประเพณี “ออกหว่า” เทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “ย้อนอดีตวันวาน สืบสานประเพณีออกหว่า แม่สะเรียง”

    วันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ หอประชุมเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ว่าที่ร้อยตรี พูนศักดิ์ ดีมั่น นายกเทศมนตรีตำบลแม่สะเรียง ร่วมกับ นายวีรวัฒน์ กิจมานะทรัพย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง, นายประพันธ์ วิริยะภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิ, นายคำปัน คำประวัน เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน, พันตำรวจเอกรัฐวิชญ์ วศินพงศ์ธนัช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง และนางชุติวรรณ ตักกะภูมิ รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วม แถลงข่าวงานประเพณีออกหว่า เทศกาลออกพรรษาของชาวอำเภอแม่สะเรียง

    โดยกิจกรรมภายในงาน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ด้วยการแข่งขันวิ่ง “กว่า แหล่ โกม มินิมาราธอน ครั้งที่ 4” ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร วันที่ 6 ตุลาคม พิธีเปิดงานลานวัฒนธรรม ณ วัดอุทยารมณ์ (วัดจองสูง) วันที่ 7 ตุลาคม นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงพิธีเปิด “มนต์แม่สะเรียง” และในวันที่ 8 ตุลาคม ชมริ้วขบวนแห่เทียนเหง ร้อยเล่มพันเล่ม และ การประกวดธิดาออกหว่า

    งานประเพณีออกหว่า เป็นงานประเพณีออกพรรษาตามความเชื่อของชาวอำเภอแม่สะเรียง โดยคำว่า ออกหว่า หมายถึง การออกจากฤดูฝน โดยงานประเพณีออกหว่า ชาวอำเภอแม่สะเรียงที่อยู่ต่างถิ่นจะเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อร่วมทำบุญและร่วมงานประเพณีออกหว่ากับครอบครัว โดยจะมีการตักบาตรพระสงฆ์ที่หน้าบ้านของตนเองในเวลาตี 4 ตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งจะตักบาตรอาหารสดในวันแรก และอีกสองวันที่เหลือจะตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องจากชาวอำเภอแม่สะเรียงมีความเชื่อว่า การตักบาตรที่หน้าบ้านของตนเองจะเป็นสิริมงคลต่อบ้านและคนในครอบครัว ซึ่งจะแตกต่างจากงานประเพณีออกพรรษาในท้องถิ่นอื่น

    นอกจากนั้นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ส่วนราชการ ถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลแม่สะเรียง ยังมีการประดับประดาตกแต่งบ้านเรือน ด้วยราชวัตรประทีปโคมไฟหลากหลายรูปแบบสวยสดงดงาม หาชมได้ 1 ปี 1 ครั้ง เท่านั้น และ วันสุดท้ายจะได้รับชมริ้วขบวนแห่เทียนเหง ร้อยเล่มพันเล่ม ขบวนแห่ต้นโคมต้นเกี๊ยะ เครื่องไทยทาน และ การแสดงศิลปะรำนกรำโต เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการกลับจากสวรรค์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งงานประเพณีออกหว่าอำเภอแม่สะเรียง เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีแห่งเดียวในโลก

    ประเพณีออกหว่า เทศกาลออกพรรษา ถือเป็นงานประเพณีสำคัญที่สืบทอดมาอย่างยาวนานและเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอแม่สะเรียง โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “ย้อนอดีตวันวาน สืบสานประเพณีออกหว่า แม่สะเรียง” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

    สุวสันต์ บัวงาม ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.แม่ฮ่องสอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1321494&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HTiQJXohhLwsfduPqJlXV

  • รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว | TOPNEWS

    รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว | TOPNEWS

    รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 19/09/2025 12:49

    วันที่ (18 กันยายน 2568) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

    ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ

    ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

    นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน

    โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1321517&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tmp5FhppY9LLYdii0LzGv

  • คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ปลุกศักยภาพคนรุ่นใหม่ ปั้นบัณฑิต ลุยอุตสาหกรรมท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ปลุกศักยภาพคนรุ่นใหม่ ปั้นบัณฑิต ลุยอุตสาหกรรมท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ดร. ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวและกีฬามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น ตัวอย่างล่าสุด คือ การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก 2025 ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 8,400 ล้านบาท ซึ่งการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก (Mega Event) ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่บริการและธุรกิจในหลายมิติ ทั้งโรงแรม ที่พัก การเดินทาง ร้านอาหาร การจัดเลี้ยง ของที่ระลึก และบริการในพื้นที่แข่งขัน ส่งผลให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬาไทยอย่างรอบด้าน

    ดร. ยุวรี กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เรียกรวมว่า MICE ประกอบด้วย M – Meeting การประชุม, I – Incentive การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล เช่น การมอบรางวัลแก่พนักงานหรือการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาในนามองค์กร, C – Convention การประชุมวิชาชีพ อาทิ การแพทย์หรือสุขภาพ และ E – Exhibition การแสดงสินค้าและบริการ กิจกรรมเหล่านี้รวมกันก่อให้เกิด Mega Event ที่สร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพ อย่างครบถ้วนในการจัดมหกรรมระดับโลก และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักศึกษาหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ รวมไปถึงหลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหาร ที่จะได้เข้าสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรม MICE ซึ่งกำลังเติบโตควบคู่กับการท่องเที่ยวและกีฬา

    DPU ในฐานะสถาบันอุดมศึกษา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ (Potential Development) ของนักศึกษา เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอีเวนต์ที่กำลังเติบโต หลักสูตรของคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU จึงออกแบบให้ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา อีเวนต์ และ MICE โดยบูรณาการความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล, Customer Journey และการท่องเที่ยวทางเลือก เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างใช้บริการ ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์หลังการเดินทาง นอกจากนี้ ยังเน้นการฝึกภาคปฏิบัติ ทั้งการพัฒนาบุคลิกภาพ ความเป็นมืออาชีพ เช่น การแต่งกาย การสื่อสาร และการจัดการอีเวนต์ในสถานการณ์จริง

    “คณะฯ เชิญอาจารย์พิเศษและวิทยากรที่มีประสบการณ์ตรงจากการทำงานกับหน่วยงานขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่จัดประชุมนานาชาติ มาสอนและแบ่งปันความรู้ ตลอดจนพานักศึกษาออกไปฝึกปฏิบัติงานจริง เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นมุมมองการทำงานและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังทำ MOU ร่วมกับบริษัททัวร์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ระบบการทำงานด้าน Inbound Tourism (การท่องเที่ยวขาเข้า) และได้ฝึกปฏิบัติจริง ในการรับนักท่องเที่ยว การจัดการลงทะเบียน และการสื่อสารกับชาวต่างชาติ ได้เรียนรู้ตั้งแต่การวางแผนงานขนาดใหญ่ การบริหารจัดการสถานที่ การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก การวางแผนเส้นทางท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการจัดทริปและอีเวนต์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะการฝึกงานกับภาครัฐ ที่ต้องอาศัยความรู้ด้านเอกสาร กฎระเบียบ และสัญญาต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้กลายเป็น Case Study ที่ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะรอบด้าน สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้จัดงานอีเวนต์มืออาชีพได้” ดร.ยุวรี กล่าว

    คณบดีคณะการท่องเที่ยวฯ กล่าวอีกว่า DPU ยังมีนโยบายให้นักศึกษาทุกหลักสูตรใช้ AI ในการเรียนรู้ โดยพัฒนา Chatbot ควบคุมการตอบคำถามให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้ AI ให้คำตอบสำเร็จรูป ซึ่งคณะฯ ได้ผสาน AI ในการเรียนการสอนด้วย เช่น ให้นักศึกษาใช้ Chatbot จำลองนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า และปรับปรุงการบริการอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดแนวทาง “Potentialigence” ที่ผสานการใช้เทคโนโลยีกับการพัฒนาทักษะมนุษย์ เพื่อให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ได้ลึกซึ้ง ทำงานเป็นทีม และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

    “การเรียนที่คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ไม่เพียงถ่ายทอดทักษะเชิงวิชาชีพ แต่ยังช่วย “ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต” ของนักศึกษา ให้สามารถเติบโตในเส้นทางที่มั่นคงและยั่งยืน และสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม และอีเวนต์ ไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางอาชีพ แต่ยังเปิดกว้างให้บูรณาการกับสายงานอื่นได้หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม ซึ่งล้วนมีศักยภาพเติบโตได้ในอนาคต และยังช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย” ดร. ยุวรี กล่าว

    ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-tourism-and-hospitality

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5126542/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw289wsRISDhfsJ5x4ZUaqJh

  • ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สยายปีก 3 เส้นทางใหม่ 3 ภูมิภาคในเอเชีย บินตรงสู่ อัลมาตี (คาซัคสถาน) เซนได

    ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สยายปีก 3 เส้นทางใหม่ 3 ภูมิภาคในเอเชีย บินตรงสู่ อัลมาตี (คาซัคสถาน) เซนได

    ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สยายปีก 3 เส้นทางใหม่ 3 ภูมิภาคในเอเชีย บินตรงสู่ อัลมาตี (คาซัคสถาน) เซนได (ญี่ปุ่น) ริยาด (ซาอุดีอาระเบีย)

    แอร์เอเชียขอส่งข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง Newsroom:ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สยายปีก 3 เส้นทางใหม่ 3 ภูมิภาคในเอเชีย บินตรงสู่ อัลมาตี (คาซัคสถาน) เซนได (ญี่ปุ่น) ริยาด (ซาอุดีอาระเบีย)! / Thai AirAsia X Expands Asian Network with 3 New Flights From Bangkok to Almaty-Kazakhstan, Sendai-Japan and Riyadh-Saudi Arabia

    ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ พาทุกคนบินไกลสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ 3 เส้นทางอันตื่นตาตื่นใจ รับฤดูกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปี บินตรงจากดอนเมือง(DMK) สู่ อัลมาตี(ALA) ประเทศคาซัคสถาน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์ เซนได(SDJ) ประเทศญี่ปุ่น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์และอาทิตย์ และริยาด(RUH) ประเทศซาอุดีอาระเบีย 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์และอาทิตย์ พร้อมให้บริการด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ330 สำรองที่นั่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านแอป AirAsia MOVE และ www.airasia.com เส้นทางสู่อัลมาตีและเซนได เริ่มให้บริการเที่ยวบินแรก 1 ธันวาคม 2568 เส้นทางริยาดเริ่ม 2 ธันวาคม 2568


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12749078&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gfzX3oKD822_rCR54Qibr

  • คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ปลุกศักยภาพคนรุ่นใหม่ ปั้นบัณฑิตพร้อมลุยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กีฬา และ MICE – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ปลุกศักยภาพคนรุ่นใหม่ ปั้นบัณฑิตพร้อมลุยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กีฬา และ MICE – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ปลุกศักยภาพนักศึกษา ปั้นบัณฑิตพร้อมลุยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กีฬา และ MICE ที่กำลังเติบโต ผสานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ร่วมกับ AI สร้างประสบการณ์ตรงและ
    ทักษะรอบด้าน
     มั่นใจบัณฑิตมีโอกาสเข้าสู่สายอาชีพที่มั่นคง และบูรณาการความรู้ด้านการท่องเที่ยวได้กับหลากหลายสายงาน ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ

    ดรยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวและกีฬามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น ตัวอย่างล่าสุด คือ การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก 2025 ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 8,400 ล้านบาท ซึ่งการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก (Mega Event) ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่บริการและธุรกิจในหลายมิติ ทั้งโรงแรม ที่พัก การเดินทาง ร้านอาหาร การจัดเลี้ยง ของที่ระลึก และบริการในพื้นที่แข่งขัน ส่งผลให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬาไทยอย่างรอบด้าน

    ดรยุวรี กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เรียกรวมว่า MICE ประกอบด้วย M – Meeting การประชุมI – Incentive การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล เช่น การมอบรางวัลแก่พนักงานหรือการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาในนามองค์กรC – Convention การประชุมวิชาชีพ อาทิ การแพทย์หรือสุขภาพ และ E – Exhibition การแสดงสินค้าและบริการ กิจกรรมเหล่านี้รวมกันก่อให้เกิ Mega Event ที่สร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพ อย่างครบถ้วนในการจัดมหกรรมระดับโลก และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักศึกษาหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ รวมไปถึงหลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหาร ที่จะได้เข้าสู่ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรม MICE ซึ่งกำลังเติบโตควบคู่กับการท่องเที่ยวและกีฬา

    DPU ในฐานะสถาบันอุดมศึกษา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ (Potential Development) ของนักศึกษา เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอีเวนต์ที่กำลังเติบโต หลักสูตรของคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU จึงออกแบบให้ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา อีเวนต์ และ MICE โดยบูรณาการความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล, Customer Journey และการท่องเที่ยวทางเลือก เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างใช้บริการ ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์หลังการเดินทาง นอกจากนี้ ยังเน้นการฝึกภาคปฏิบัติ ทั้งการพัฒนาบุคลิกภาพ ความเป็นมืออาชีพ เช่น การแต่งกาย การสื่อสาร และการจัดการอีเวนต์ในสถานการณ์จริง

    คณะฯ เชิญอาจารย์พิเศษและวิทยากรที่มีประสบการณ์ตรงจากการทำงานกับหน่วยงานขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่จัดประชุมนานาชาติ มาสอนและแบ่งปันความรู้ ตลอดจนพานักศึกษาออกไปฝึกปฏิบัติงานจริง เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นมุมมองการทำงานและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังทำ MOU ร่วมกับบริษัททัวร์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ระบบการทำงานด้าน Inbound Tourism (การท่องเที่ยวขาเข้าและได้ฝึกปฏิบัติจริง ในการรับนักท่องเที่ยว การจัดการลงทะเบียน และการสื่อสารกับชาวต่างชาติ ได้เรียนรู้ตั้งแต่การวางแผนงานขนาดใหญ่ การบริหารจัดการสถานที่ การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก การวางแผนเส้นทางท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการจัดทริปและอีเวนต์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะการฝึกงานกับภาครัฐ ที่ต้องอาศัยความรู้ด้านเอกสาร กฎระเบียบ และสัญญาต่าง  สิ่งเหล่านี้กลายเป็น Case Study ที่ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะรอบด้าน สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้จัดงานอีเวนต์มืออาชีพได้” ดร.ยุวรี กล่าว

    คณบดีคณะการท่องเที่ยวฯ กล่าวอีกว่า DPU ยังมีนโยบายให้นักศึกษาทุกหลักสูตรใช้ AI ในการเรียนรู้ โดยพัฒนา Chatbot ควบคุมการตอบคำถามให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้ AI ให้คำตอบสำเร็จรูป ซึ่งคณะฯ ได้ผสาน AI ในการเรียนการสอนด้วย เช่น ให้นักศึกษาใช้ Chatbot จำลองนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า และปรับปรุงการบริการอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดแนวทาง Potentialigence” ที่ผสานการใช้เทคโนโลยีกับการพัฒนาทักษะมนุษย์ เพื่อให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ได้ลึกซึ้ง ทำงานเป็นทีม และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

    การเรียนที่คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ไม่เพียงถ่ายทอดทักษะเชิงวิชาชี แต่ยังช่วย “ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต ของนักศึกษา ให้สามารถเติบโตในเส้นทางที่มั่นคงและยั่งยืน และสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม และอีเวนต์ ไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางอาชี แต่ยังเปิดกว้างให้บูรณาการกับสายงานอื่นได้หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม ซึ่งล้วนมีศักยภาพเติบโตได้ในอนาคต และยังช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย” ดรยุวรี กล่าว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/19/579507/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JeUa1_NVJC-0RFznNegg1

  • จากเด็กกำพร้ายากจน สู่เจ้าของแหล่งท่องเที่ยววินเทจ 20 ล้าน ‘บ้านสวน ณ หัสดิน’ สุรินทร์

    จากเด็กกำพร้ายากจน สู่เจ้าของแหล่งท่องเที่ยววินเทจ 20 ล้าน ‘บ้านสวน ณ หัสดิน’ สุรินทร์

    19 กันยายน 2568 09:24 น. ธนโชติ เจนจัด ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 18 กันยายน 2568 ที่บ้านสวน ณ หัสดิน หมู่บ้านไปรเวง ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ แหล่งกิน เที่ยว เซลฟี่สไตล์วินเทจ ผสมผสานธรรมชาติ บนพื้นที่ 20 กว่าไร่   ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไม่ถึง 10 กิโลเมตร โดยเจ้าของเป็นนักธุระกิจรับติดตั้งเครื่องล้างรถหยอดเหรียญและนักสะสมของเก่าโบราณ ที่ได้เนรมิตสร้างขึ้นได้เนรมิตผืนไร่นาอันแห้งแล้งขึ้นได้อย่างสวยงามและลงตัว ทั้งอาคารที่ใช้สังกะสีเก่าและไม่เก่าเป็นหลัก พร้อมทั้งจัดโซนบ้านสวน ท้องทุ่งนา ลำธารที่เป็นธรรมชาติ มีต้นไม้สวยงามนาๆพรรณ ให้ผู้ที่เข้ามาชมได้ถ่ายรูปเซลฟี่กันได้อย่างหนำใจทุกมุม เหมือนยกเขาใหญ่บางส่วนมาไว้ตรงนี้เลยก็ว่าได้ โดยบ้านสวน ณ หัสดิน ตอนนี้สร้างได้แค่ประมาณ 60 % แต่เจ้าของทนคำเรียกร้องจากคนส่วนใหญ่ไม่ไหว จึงได้เปิดให้เข้าชมก่อนกำหนด ในแต่ละวันจะมีสายกินสายเที่ยวเข้ามาตลอดทั้งวันไม่ขาดสายในช่วงนี้

    โดยบ้านสวน ณ หัสดิน ใช้งบประมาณไปเกือบ 20 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 20 ไร่  ที่ได้เนรมิตผืนไร่นาอันแห้งแล้งให้เขียวชะอุ่ม สวยงามและลงตัว มี นายดวง จิรัฐติกร หรือเสี่ยอ้น อายุเพียง 34 ปี เป็นเจ้าของ และยังมีธุรกิจจำหน่ายติดตั้งตู้ล้างรถหยอดเหรียญ ในราคาเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาทและเป็นนักสะสมของเก่า คำว่า หัสดิน ความหมายคือพญาช้างที่บินได้ สอดคล้องกับสุรินทร์ เป็นเมืองช้าง มีหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เดิมทีตนทำธุรกิจเกี่ยวกับของสะสม ของวินเทจ รับตกแต่งร้านแนววินเทจ เหมือนที่ชาวสุรินทร์ส่วนใหญ่ไปเห็นที่งานช้างสุรินทร์ ซึ่งตนเองเน้นขายของเก่าสะสมในออนไลน์ ตนจึงอยากทำตรงนี้ ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะทำคาเฟ่เลย แค่อยากทำสถานที่ให้เป็นที่พักผ่อนส่วนตัว แต่ว่าคนส่วนใหญ่ที่ติดตามตน จะมองว่าตนนั้นทำเป็นคาเฟ่ ตนเองจึงตัดสินใจหันมาทำคาเฟ่ด้วยเลย โดยได้แบ่งส่วนที่เป็นคาเฟ่ อยู่ภายในอาคารหลังใหญ่ที่แบ่งโซนได้อย่างลงตัว มีทั้งคาเฟ่ ห้องรับรองลูกค้า(มีแอร์) ร้านโชว์ห่วยเก่า โรงรับจำนำเก่า และโซนนั่งรับประทานอาหารสไตล์วินเทจ

    ซึ่งเนรมิตทุ่งนาแห้งแล้งกลายเป็นเขาใหญ่ขนาดย่อม หลักๆจะเป็นตีมย้อนยุค มีพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ ในทุกตารางนิ้ว ตนจะออกแบบเองทั้งหมด สามารถเดินถ่ายรูปได้ทุกที่  อย่างโซนด้านหน้าก็จะเป็นแนวเขาใหญ่ มีโซนลำธารเนรมิตให้เหมือนทำชาติให้มากที่สุด โซนท้องทุ่งนาสะพานไม้ อนาคตจะทำในส่วนของลานกางเต็นท์ เป็นลานกว้างเพื่อให้คนทำกิจกรรมได้ ส่วนใหญ่แล้วตนจะเน้นคำว่ากิจกรรมของครอบครัวมากกว่า ตนให้พื้นที่เหมือนเป็นที่สาธารณะได้เลย เข้ามาไม่ซื้อไม่เป็นไร

    เสี่ยอ้น กล่าวต่ออีกว่า ตนเองเรียนจบสาขาภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เป็นคนชอบต้นไม้ ชอบธรรมชาติ ซึ่งตนได้ดูแลต้นไม้ใบหญ้าให้เขียวชะอุ่มอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นฤดูแล้งก็ตาม ซึ่งได้ปรับสถานที่จากผืนนาแห้งแล้ง ให้มีลำธารโดยรอบให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ตนพยายามทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นที่รู้จักของผู้คน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว ก่อให้เกิดรายได้ และเกิดการจ้างงานภายในชุมชน ซึ่งตอนนี้ตนมีพนักงานที่เป็นคนในพื้นที่กว่าร้อยชีวิต และยังเป็นการพัฒนาชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นอีกด้วย ตนเป็นเด็กกำพร้า อยู่กับตา-ยาย มาตั้งแต่เด็ก แม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ตนเองอายุได้ 7 ขวบ แต่ก็โชคดีที่ชาวบ้านทุกคน เอ็นดูตน ปั่นจักรยานขายของส่งตัวเองเรียน จนเรียนจบ ม.3 และเรียนต่อ กศน.จนจบ ม.6 ระหว่างนี้ก็ได้ลองทำเครื่องหนังมาขาย จึงเริ่มต้นธุรกิจซื้อขายเครื่องหนัง และได้เข้าไปสมัครเรียนที่ ม.ราชมงคลฯสุรินทร์ สาขาภูมิทัศน์ และได้รับทุนการศึกษาจนเรียนจบออกมา ขอขอบคุณทางคณาจารย์และสถาบัน ที่ช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษาในทุกด้านจนทำให้ตนมีวันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/652275&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uhLBcEgPhrZp8RUeXi_Ij

  • ชื่นชมไรเดอร์ ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ ‘พลเมืองดี’

    ชื่นชมไรเดอร์ ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ ‘พลเมืองดี’

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Phuket Cabbies Block Rivals, Struck By Bus And Truck, Fatal Late Night Swim || Sept 18

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Phuket Cabbies Block Rivals, Struck By Bus And Truck, Fatal Late Night Swim || Sept 18

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4-%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5-13482.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SbKU9fUqZeAVw9Dffyo7d

  • ห้ามพลาด! จากเด็กกำพร้ายากจน สู่ธุรกิจค้าของสะสม ทุ่มงบ 20 ล้าน เนรมิตผืนนาแห้งแล้ง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนววินเทจ | TOPNEWS

    ห้ามพลาด! จากเด็กกำพร้ายากจน สู่ธุรกิจค้าของสะสม ทุ่มงบ 20 ล้าน เนรมิตผืนนาแห้งแล้ง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนววินเทจ | TOPNEWS

    สุรินทร์-นักเซลฟี่ ห้ามพลาด! ยกเขาใหญ่มาให้แล้ว ที่บ้านสวน ณ หัสดิน เจ้าของธุรกิจค้าของสะสม ทุ่มงบ 20 ล้าน เนรมิตผืนนาแห้งแล้ง ให้เขียวชะอุ่ม พร้อมตีมย้อนยุคที่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยเห็น เผย เคยเป็นเด็กยากจนและกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก กัดฟันหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบมหาลัย กลับมาสร้างคาเฟ่แนววินเทจ หวังเป็นที่รู้จัก กระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงานในชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ไปด้วย

    ซึ่งนายดวง ได้เปิดเผยว่า คำว่า หัสดิน ความหมายคือพญาช้างที่บินได้ สอดคล้องกับสุรินทร์ เป็นเมืองช้าง มีหมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เดิมทีตนทำธุรกิจเกี่ยวกับของสะสม ของวินเทจ รับตกแต่งร้านแนววินเทจ เหมือนที่ชาวสุรินทร์ส่วนใหญ่ไปเห็นที่งานช้างสุรินทร์ ซึ่งตนเองเน้นขายของเก่าสะสมในออนไลน์ ตนจึงอยากทำตรงนี้ ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะทำคาเฟ่เลย แค่อยากทำสถานที่ให้เป็นที่พักผ่อนส่วนตัว แต่ว่าคนส่วนใหญ่ที่ติดตามตน จะมองว่าตนนั้นทำเป็นคาเฟ่ ตนเองจึงตัดสินใจหันมาทำคาเฟ่ด้วยเลย โดยได้แบ่งส่วนที่เป็นคาเฟ่ อยู่ภายในอาคารหลังใหญ่ที่แบ่งโซนได้อย่างลงตัว มีทั้งคาเฟ่ ห้องรับรองลูกค้า(มีแอร์) ร้านโชว์ห่วยเก่า โรงรับจำนำเก่า และโซนนั่งรับประทานอาหารสไตล์วินเทจ

    ซึ่งบ้านสวน ณ หัสดิน ใช้งบลงทุนไปเกือบ 20 ล้าน เนรมิตทุ่งนาแห้งแล้งกลายเป็นเขาใหญ่ขนาดย่อม หลักๆจะเป็นตีมย้อนยุค มีพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ ในทุกตารางนิ้ว ตนจะออกแบบเองทั้งหมด สามารถเดินถ่ายรูปได้ทุกที่ อย่างโซนด้านหน้าก็จะเป็นแนวเขาใหญ่ มีโซนลำธารเนรมิตให้เหมือนทำชาติให้มากที่สุด โซนท้องทุ่งนาสะพานไม้ อนาคตจะทำในส่วนของลานกางเต็นท์ เป็นลานกว้างเพื่อให้คนทำกิจกรรมได้ ส่วนใหญ่แล้วตนจะเน้นคำว่ากิจกรรมของครอบครัวมากกว่า ตนให้พื้นที่เหมือนเป็นที่สาธารณะได้เลย เข้ามาไม่ซื้อไม่เป็นไร

    นาย อ้น กล่าวต่ออีกว่า ตนเองเรียนจบสาขาภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เป็นคนชอบต้นไม้ ชอบธรรมชาติ ซึ่งตนได้ดูแลต้นไม้ใบหญ้าให้เขียวชะอุ่มอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็นฤดูแล้งก็ตาม ซึ่งได้ปรับสถานที่จากผืนนาแห้งแล้ง ให้มีลำธานโดยรอบให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ตนพยายามทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นที่รู้จักของผู้คน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว ก่อให้เกิดรายได้ และเกิดการจ้างงานภายในชุมชน ซึ่งตอนนี้ตนมีพนักงานที่เป็นคนในพื้นที่กว่าร้อยชีวิต และยังเป็นการพัฒนาชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นอีกด้วย

    นาย อ้น เป็นเด็กกำพร้า อยู่กับตา-ยาย มาตั้งแต่เด็ก แม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ตนเองอายุได้ 7 ขวบ ส่วนพ่อนั้น ตนไม่เคยอยู่ด้วยกันเลย ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจนมาก โดยตอนนั้นตนอายุเพียงแค่ 10 ขวบกว่าๆ ก็สูญเสีย ตากับยายไป ตนรู้สึกอ้างว้างมาก มีความรู้สึกว่า ไม่อยากจะเป็นคนยากจนเลย มันลำบากมามากแล้ว จึงตัดสินใจปรึกษาญาติ ได้อาชีพปั่นจักรยานขายมะพร้าวเผาภายในชุมชน โดยปีนเก็บเอง เผาเอง ซึ่งตอนนั้น ตนเองมีความโชคดีที่ชาวบ้านทุกคน เอ็นดูตน ปั่นจักรยานขายของส่งตัวเองเรียน จนเรียนจบ ม.3 แต่ไม่ได้เรียนต่อเพราะไม่มีเงิน แต่ก็ยังปั่นจักรยานขายมะพร้าวเผาอยู่ และเริ่มเกเรอยู่ช่วงหนึ่ง จึงคิดได้ว่า สุดท้ายแล้วตนก็คิดได้ว่า อยากจะมีเหมือนเพื่อน อยากเรียนเหมือนเพื่อน จึงตัดสินใจเดินทางไปพบคุณครูที่รู้จัก ให้ช่วยหาวิธีทางที่จะเรียนต่อ จนได้เรียนต่อ กศน.จนจบ ม.6 ซึ่งช่วงนั้นตนเริ่มรู้จักเครื่องหนังและชอบ จึงได้หยิบยืมเงินเพื่อน จับเครื่องหนังมาขายต่อ ปรากฏว่า มันขายได้ มีกำไร จึงเริ่มต้นธุรกิจซื้อขายเครื่องหนัง และได้เข้าไปสมัครเรียนที่ ม.ราชมงคลฯสุรินทร์ กับเพื่อน ตนเห็นสาขาภูมิทัศน์มีต้นไม้สวยดี

    จึงเข้าไปปรึกษาอาจารย์ในสาขา และได้เข้าเรียน และได้เข้าไปพบผู้บริหาร เรื่องทุนการศึกษา จนเรียนจบออกมา ขอขอบคุณทางคณาจารย์และสถาบัน ที่ช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา ไม่ว่าจะทุนมหาลัย และทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา จนทำให้ตนมีวันนี้ ซึ่งขณะกำลังเล่าเรียน ตนได้เริ่มจับธุรกิจค้าของสะสมแล้ว พอมีทุน ก็ไปต่อรถซาเล้ง(จักรยานยนต์พ่วงข้าง) บรรทุกของสะสมไปวางขายตามตลาดนัด ตามคลองถม ในช่วงหลังเลิกเรียนไปด้วย เวลาเดินทางมาเรียนก็ขับรถซาเล้งคู่ในมาเรียนด้วย จนจบการศึกษาได้ทำธุรกิจค้าของสะสมแบบเต็มตัวดังกล่าว.

    ภาพ-ข่าว กฤษดากร กีรติธำรงค์เจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.สุรินทร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1321010&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-RXdu6xqNHRL2MoolEuxj

  • สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ จับมือ กต.ตร.สภ.หัวหิน จัดแข่งกอล์ฟการกุศล รายได้ช่วยเหลือสวัสดิการตำรวจ | เดลินิวส์

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ จับมือ กต.ตร.สภ.หัวหิน จัดแข่งกอล์ฟการกุศล รายได้ช่วยเหลือสวัสดิการตำรวจ | เดลินิวส์

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ จับมือ กต.ตร.สภ.หัวหิน จัดแข่งกอล์ฟการกุศล รายได้ช่วยเหลือสวัสดิการตำรวจ

    ทางสมาคมฯ ได้ร่วมกับกต.ตร.สภ.หัวหิน โดย นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน และหน่วยงานต่าง ๆ จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5124461/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3maoM16ny-bkzh1B3e2RAI

  • อ่างทองจัดงาน “เจ้าพระยาป่าสัก OTOP FEST 2025” ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน เชื่อมลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก

    อ่างทองจัดงาน “เจ้าพระยาป่าสัก OTOP FEST 2025” ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน เชื่อมลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก

    18 กันยายน 2568 20:05 น. เฉลิมศักดิ์ บุญประคอง ข่าวทั่วไทย

    เมื่อวันที่ 17 ก.ย.68 นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานเปิดโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เชิงนิเวศ สุขภาพและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบกิจกรรมย่อยที่ 3.1 จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เชื่อมโยงลุ่มน้ำเจ้าพระยา – ป่าสัก ภายใต้ชื่อ “เจ้าพระยาป่าสัก OTOP FEST 2025” โดยมีนางวนัสนันท์  สุธาพจน์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง นายนิมิต ปัทมเจริญ ปลัดจังหวัดอ่างทอง นายไชยา พิมสิงห์ พัฒนาการจังหวัดอ่างทอง ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดเขตภาคกลางตอนบน ผู้อำนวยการกลุ่มงานฯ พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ผู้บริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง เข้าร่วมฯ ณลานโปรโมชั่น ลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

    ด้วยจังหวัดอ่างทอง ดำเนินโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เชิงนิเวศ สุขภาพและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ กิจกรรมหลัก พัฒนาสินค้าอาหารท้องถิ่นและสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และธุรกิจบริการให้ได้มาตรฐานและสร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมมุ่งสู่ตลาด E-commerce กิจกรรมย่อย เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ชุมชนเจ้าพระยาป่าสัก ด้วยโมเดล BCG โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากงบกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน โดยดำเนินการทั้งหมด 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล กิจกรรมที่ 3 การประชาสัมพันธ์ส่งเสริมช่องทางการตลาดสู่สากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้มีมูลค่ามีศักยภาพทางการตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้มียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์

    ซึ่งในวันนี้ เป็นการดำเนินงานกิจกรรมที่ 3 กิจกรรมย่อยที่ 3.1 จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เชื่อมโยงลุ่มน้ำเจ้าพระยา – ป่าสัก ภายใต้ชื่อ “เจ้าพระยาป่าสัก OTOP FEST 2025” เพื่อจัดแสดงและนำเสนอผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และของดีประจำจังหวัด ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน กำหนด โดยภายในงานประกอบด้วย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ OTOP และสินค้าของดีของเด่นจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน จำนวน 50 ร้านค้า การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น แสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจัดนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/652207&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ldaKOVqerExeOW4njV7KZ