Category: ท่องเที่ยว

  • จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

    จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

    จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา


    26/09/2568 | 74 |

    จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา

          นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นางวิยะดา นราดิศร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพะเยา นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพะเยา ร่วมกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพของประชาชนให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดพะเยา โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) ผ่านการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศที่สวยงามของจังหวัดพะเยา ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
         ทั้งนี้ จังหวัดพะเยาขอเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” แล้วแชร์ภาพความประทับใจผ่าน Facebook ของทุกท่าน พร้อมติดแฮดแท็ก #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย เพื่อร่วมกันสร้างเสริมสุขภาพและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยาอย่างยั่งยืน

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/426897&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xpHL1vOpObnPqA-PTwRph

  • ตม.ชลบุรี ร่วมท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ

    ตม.ชลบุรี ร่วมท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ

    พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน  สนธิกำลังกับตำรวจท่องเที่ยว และ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กวาดล้างจับกุมขอทานต่างด้าว หลังได้รับการร้องเรียนว่าขอทานเหล่านั้นสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยว และทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

    จากการลงพื้นที่สามารถจับกุมขอทานสัญชาติกัมพูชาได้จำนวน 3 ราย ได้แก่ นางซก พาลี อายุ 59 ปี น.ส.ดาว อายุ 41 ปี น.ส.โสเภณ หงวน อายุ 41 ปี พร้อมของกลางเป็นแก้วน้ำพลาสติก เศษเหรียญ และธนบัตรจำนวนหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน

    จากการสอบสวนขอทานต่างด้าวยอมรับว่า ไม่อยากกลับไปที่ประเทศกัมพูชา เพราะไม่มีงานทำอดยาก  ซึ่งยอมรับว่าเคยถูกจับและส่งกลับ ขอทานเหล่านี้ก็ต้องหาทางกลับมาอีก เพราะต้องการหารายได้เลี้ยงปากท้องตนเอง และไม่อยากอดสิ้นชีวิต

    ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ ทีมข่าวจังหวัด ชลบุรี รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/regional/28447&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09rSx77Jl_bPotCry-7RVO

  • รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    วันนี้ (วันที่ 26 กันยายน 2568) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคท่องเที่ยวทันทีที่เข้ากระทรวงฯเป็นครั้งแรกในวันนี้ โดยระบุว่าได้วางเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว มุ่งเน้นการฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตกลับมาอยู่ใกล้ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งเคยมีจำนวนประมาณ 40 ล้านคนในปี 2562 ควบคู่กับการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

    ทั้งยังได้ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ให้มีขวัญกำลังใจ ทำเพื่อประชาชน และนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัย และเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน ตนอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใคร ๆ ก็อยากมาเยี่ยมชม เดินทางมาแล้วรู้สีกได้รับความปลอดภัยจากการดูแลของประเทศไทย

    “แนวทางการทำงานของตนเองจะพยายามวางเป้าหมายที่เป็นจริง จะไม่ประกาศเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจนำตัวเลขไปวางแผนเดินหน้าธุรกิจแล้วเกิดความเสียหาย ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า ปี 2568 นี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง แต่จะพยายามเติมส่วนที่ขาดหายไปให้กลับมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    กลยุทธ์ระยะสั้น 4 เดือน  เน้นตลาดศักยภาพสูง

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ใน 4 เดือนนี้ ประเทศไทยจะต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้นมา ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ที่มี โดยจะมุ่งเน้นภารกิจทำงานในกรอบ 4 เดือนตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ แต่ไม่ละเลยการวางรากฐานในระยะยาว

    เพราะต้องบอกว่าตัวเองทำงานรับเงินหลวง จึงยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของหลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง โดยการทำหน้าที่ในครั้งนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องจำตัวเอง แต่อยากให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้ว
     

    การทำงานในกรอบ 4 เดือน จะต้องเร่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับขึ้นมา ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่จำเป็นต้องเลือกโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ และต้องหาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลง เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ โดยในระยะสั้น 4 เดือนนี้ การกระตุ้นตลาดต่างชาติเที่ยวไทยจะเน้นตลาดเป้าหมายสำคัญ หรือประเทศที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหายไป และหาวิธีดึงกลับคืนมา

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    โดยประเทศที่จะเดินทางไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยจะใช้วิธีการใหม่ คือ ให้ผู้บริหารระดับสูงเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นด้วยตัวเอง  

    อาทิ การเยือนจีนร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเจรจาเรื่องเกษตรและการท่องเที่ยว  ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้ไม่ใช่ส่งแค่เจ้าหน้าที่ แต่ต้องเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าไทยจริงจังกับการดูแลความปลอดภัยและความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว

    จ่อปัดฝุ่น”คนละครึ่ง” ฉบับปรับปรุงใหม่

    ในส่วนของการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ นายอรรถกร มองว่า อาจนำโครงการที่เคยดำเนินการแล้วได้ผลกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นโครงการลักษณะเดียวกับ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” โดยจะหยิบโครงการที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุดในรอบ 10 ปีมาปรับปรุงใหม่

    เนื่องจากเป็นการเลือกสิ่งที่เคยทำสำเร็จแล้วถึง 70-80% มาปรับใช้ ดีกว่าสร้างโครงการใหม่ที่อาจสำเร็จเพียง 10% หรือต้องใช้เวลาเตรียมพร้อมนานเกินไป ทั้งนี้หากมีงบประมาณเหลือจากโครงการเก่าอย่างเที่ยวไทยคนละครึ่ง ก็จะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติใช้ต่อไป

    รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ดันโมเดลคล้าย ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ปลุกเที่ยวในประเทศ

    ดันท่องเที่ยวและกีฬาสร้างรายได้

    นอกจากนี้ยังต้องมุ่งเน้นทำทั้งด้านท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้กระทรวงท่องเที่ยวสามารถเป็นกระทรวงสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะประกาศความพร้อมของไทยต่อเวทีโลก แม้ว่าจะมีงบประมาณที่ตั้งไว้เพียง 2,055 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่น้อยกว่าประเทศอื่นในการจัดการแข่งขัน แต่ยืนยันว่าจะใช้อย่างคุ้มค่า และหากจำเป็นต้องขอเพิ่ม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ประเทศก็พร้อมดำเนินการ

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    ภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงต้องดำเนินการทันที คือการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกเพียง 74 วันข้างหน้า โดยตนและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาและกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข

    ทั้งนี้แม้เวลาที่เหลือจะค่อนข้างจำกัด แต่เชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ใส่ใจในรายละเอียด ก้าวข้ามอัตตาส่วนตัว และทำงานเพื่อชาติร่วมกัน เราจะสามารถจัดซีเกมส์ได้อย่างมีมาตรฐานสากล และสมศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าภาพ หลังจากห่างหายจากการเป็นเจ้าภาพมานานเกือบ 20 ปี

    นอกจากนี้ ยังเดินหน้าผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์รูปแบบใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่การบังคับ ขณะที่ประเด็นการจัดแข่ง F1 นั้น ยอมรับว่าจะต้องนำมาศึกษาต่อ แต่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับความจำเป็นด้านอื่นของประเทศ

    “การทำหน้าที่ในครั้งนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องจำตัวเอง แต่อยากให้จำว่าประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านกีฬาได้ก็เพียงพอแล้วพร้อมยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประโยชน์ของหลวง ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง” นายอรรถกร กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639907&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NF46ChbU8UyKJJJtadTzN

  • บาทแข็ง-ภัยพิบัติ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวไตรมาส 3 ทรุด ลุ้น Q4 ขยับรับไฮซีซัน

    บาทแข็ง-ภัยพิบัติ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวไตรมาส 3 ทรุด ลุ้น Q4 ขยับรับไฮซีซัน

    รศ.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ระบุว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยก่อนโควิด-19 ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 39.7 ล้านคน ก่อนจะทรุดฮวบในปี 2563–2564 จนแทบเป็นศูนย์ในหลายไตรมาสจากผลกระทบการระบาด

    หลังจากนั้นเริ่มฟื้นช้า ๆ ในปี 2565 ที่ประมาณ 11.8 ล้านคน และเร่งตัวชัดเจนในปี 2566 สู่ราว 28.2 ล้านคน ปี 2567 ฟื้นแข็งแกร่งใกล้ระดับปี 2562 ที่ 35.54 ล้านคน ทว่าในปี 2568 แนวโน้มกลับหดตัว โดยไตรมาส 1 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.5 ล้านคนและลดลงต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสล่าสุด

    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ระดับ 66 ลดลงจากไตรมาสก่อน และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน (3/2567 อยู่ที่ 68) สะท้อนการประเมินว่าสถานการณ์ยัง “ต่ำกว่าปกติมาก” อย่างไรก็ดี ดัชนีคาดการณ์ไตรมาส 4/2568 ขยับขึ้นสู่ 72 ตามฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย

    ปัจจัยลบในไตรมาสนี้มาจากภาวะเงินฝืดและเศรษฐกิจโลกชะลอ ความกังวลด้านความปลอดภัย อุทกภัยจากพายุ “วิภา” สถานการณ์ไทย–กัมพูชา นักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง และค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะที่แรงหนุนคือมาตรการกระตุ้นของรัฐ การฟื้นตัวของบางตลาด การเพิ่มเส้นทางบิน/ที่นั่ง และช่วงวันชาติของมาเลเซีย

    เมื่อแยกตามภูมิภาค กรุงเทพฯ เคยมีความเชื่อมั่นสูงสุดในไตรมาส 3/2567 แต่ลดลงอย่างชัดเจนในไตรมาส 3/2568 แม้คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4/2568 แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ภาคใต้ดีกว่าปีก่อนเล็กน้อยและจะเร่งขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสหน้า

    บาทแข็ง-ภัยพิบัติ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวไตรมาส 3 ทรุด ลุ้น Q4 ขยับรับไฮซีซัน

    ภาคตะวันออกชะลอลงค่อนข้างมากแต่มีแนวโน้มฟื้นในไตรมาสถัดไป ภาคเหนือชะลอลงจากไตรมาสก่อน แต่ยังดีกว่าปีก่อนเล็กน้อย และคาดว่าจะพุ่งขึ้นมากในช่วงฤดูหนาว โดยคาดการณ์ความเชื่อมั่นไตรมาส 4/2568 สูงสุดที่ภาคเหนือ (80) ตามด้วยกรุงเทพฯ (75) และภาคใต้ (74) ขณะที่ต่ำสุดคือภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (68)

    จำแนกตามประเภทธุรกิจ บริษัทนำเที่ยวเผชิญภาวะชะลอตัวชัดเจน แต่คาดว่าจะฟื้นในไตรมาส 4/2568 สถานบันเทิงปรับดีขึ้นอย่างเด่น และคาดว่าจะเป็นกลุ่มที่สูงสุดในไตรมาสหน้า ร้านอาหารชะลอลงเล็กน้อยก่อนจะทยอยดีขึ้น ขณะที่ร้านขายของที่ระลึกมีความเชื่อมั่นต่ำที่สุดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงและ/หรือพฤติกรรมใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป

    ด้านรายได้ ไตรมาส 3/2568 ผู้ประกอบการมีรายได้เฉลี่ยเพียง 44% เมื่อเทียบกับปี 2562 บ่งชี้การฟื้นที่ช้าและผันผวน โดยเคยแตะ 64% ในไตรมาส 1/2566 ก่อนอ่อนมาที่ 44% ในปัจจุบัน ภูมิภาคที่ทำได้ดีกว่าคือภาคใต้ (เฉลี่ย 50%)

    ด้วยบทบาทจุดหมายปลายทางต่างชาติ ส่วนภาคเหนืออยู่ต่ำสุดที่ 39% ในเชิงประเภทธุรกิจ ร้านอาหาร/ภัตตาคาร/ร้านเครื่องดื่มในกรุงเทพฯ ทำรายได้เฉลี่ยสูงถึง 63% เหนือทุกภูมิภาค ขณะที่ธุรกิจนำเที่ยวและร้านของฝาก/ของที่ระลึกอยู่ต่ำสุดที่ 36% สปา/นวดแผนไทยทำรายได้ต่ำในกรุงเทพฯ (22%) และภาคกลาง (21%) สะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างของตลาดเมืองหลวงและภาคกลาง

    บาทแข็ง-ภัยพิบัติ ฉุดดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวไตรมาส 3 ทรุด ลุ้น Q4 ขยับรับไฮซีซัน

    โครงสร้างแรงงานฟื้นกลับมาเร็วกว่ารายได้ โดยจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไตรมาส 3/2568 กลับมาแล้วประมาณ 87% ของก่อนโควิด ภาคเหนือและภาคตะวันออกมีสัดส่วนแรงงานสูงกว่าภูมิภาคอื่น ขณะที่กรุงเทพฯ ยังต่ำกว่าชัดเจนในหลายธุรกิจ ช่องว่าง “แรงงาน 87% แต่รายได้ 44%” ชี้ว่าผู้ประกอบการเร่งรับคนกลับมารองรับกิจกรรมก่อนที่รายได้จะตามมา ซึ่งอาจกดดันประสิทธิภาพและอัตรากำไร

    อัตราเข้าพัก (OCC) เฉลี่ยไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 53% ภาคใต้สูงสุด 62% ภาคกลางต่ำสุด 46% หากดูตามขนาด โรงแรมขนาดใหญ่ (>100 ห้อง) มี OCC สูงสุด 67% ขนาดกลาง (31–100 ห้อง) 57% และขนาดเล็ก (<30 ห้อง) 48% แม้การเข้าพักอยู่ครึ่งหนึ่งของศักยภาพ แต่รายได้ธุรกิจที่พักเฉลี่ยยังอยู่เพียง 47% ของปี 2562 บ่งชี้การแข่งขันด้านราคาหรือการลดอัตราค่าห้อง และแนวโน้มใช้จ่ายต่อหัวที่ระมัดระวังขึ้น

    พฤติกรรมการใช้จ่ายสะท้อนแรงกดดันฝั่งดีมานด์ นักท่องเที่ยวไทยใช้จ่ายเฉลี่ยไตรมาส 3/2568 เพียง 3,131 บาท/คน/ทริป ลดแรงจากไตรมาส 2 (4,976 บาท) และไตรมาส 1 (4,058 บาท) ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายเฉลี่ย 46,656 บาท/ทริป ใกล้เคียงไตรมาสก่อน โดยชาวเอเชียตะวันออกมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันสูงสุด 6,684 บาท ส่วนชาวยุโรปใช้จ่ายรวมต่อทริปสูงสุด 77,593 บาท แต่เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3,748 บาท

    ในเชิงปริมาณ ปี 2568 คาดมีนักท่องเที่ยวรวมราว 33,147,746 คน ลดลง 17% จากปี 2562 และลดลง 6.7% จากปี 2567 ไม่เพียงจำนวนที่ลด รายได้รวมก็ลดจาก 1,911,808 ล้านบาทในปี 2562 เหลือราว 1,524,796 ล้านบาทในปี 2568 คิดเป็นลดลง 20.2%

    รายได้ที่หดแรงกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวสะท้อนโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป ทั้งการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนที่มีค่าใช้จ่ายสูง การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย แนวโน้มใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ตลอดจนสัดส่วน FIT และ Backpacker ที่มากขึ้นซึ่งมักใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปต่ำกว่า กลายเป็นโจทย์สำคัญต่อกลยุทธ์รายได้ของผู้ประกอบการไทยในระยะถัดไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639873&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vsgwDQKrrJyAV-dhBQZ15

  • คุมเข้มท่องเที่ยวทะเล! ออกมาตรการใหม่ปกป้องแนวปะการังไทย

    คุมเข้มท่องเที่ยวทะเล! ออกมาตรการใหม่ปกป้องแนวปะการังไทย


    แนวปะการังไทยกำลังเผชิญวิกฤตจากกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไร้การควบคุม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จึงออกมาตรการเข้ม หวังรักษาความงดงามใต้ท้องทะเล พร้อมเปิดบทลงโทษเด็ดขาดสำหรับผู้ฝ่าฝืน

    ร่วมกันปกป้องแนวปะการังไทย 

    แนวปะการังของไทยคือสมบัติล้ำค่าของท้องทะเล ที่ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตนับพันชนิด ทว่าในช่วงที่ผ่านมา แนวปะการังกลับได้รับผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น การเหยียบหรือเตะปะการัง การเก็บหรือสัมผัสโดยตรง การทิ้งขยะ หรือแม้แต่การทอดสมอเรือ สิ่งเหล่านี้ทำให้แนวปะการังอ่อนแอและเสียหาย

    เพื่อปกป้องสมบัติล้ำค่านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้ออก มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล

    มาตรการสำคัญที่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการควรรู้

    ✅ ทุกกิจกรรมดำน้ำต้องมี ผู้ควบคุมหรือผู้ช่วยผู้ควบคุม คอยดูแล
    ✅ นักดำน้ำตื้นทุกคนต้องสวม เสื้อชูชีพ
    ✅ ห้ามสัมผัส เก็บ หรือเคลื่อนย้ายปะการังและสัตว์ทะเล
    ✅ ห้ามทิ้งขยะ ให้อาหารปลา หรือทอดสมอเรือใกล้แนวปะการัง
    ✅ การเรียนดำน้ำต้องทำบนพื้นทราย ไม่ใช่บนแนวปะการัง

    ทำไมมาตรการนี้ถึงสำคัญ?

    ช่วยรักษาความงดงามและความสมบูรณ์ของแนวปะการัง
    สร้างมาตรฐานการดำน้ำที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ไม่ใช่ทำลาย

    ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะเป็นอย่างไร?

    ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนอาจมีโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

    ✨ มาร่วมกันเป็นนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะทุกการกระทำเล็ก ๆ ของเรา ช่วยรักษาแนวปะการังให้คงอยู่สวยงาม เป็นมรดกของท้องทะเลไทยสู่คนรุ่นต่อไป


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/sustain-biz/35864&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NdrxIXhu6Qb8MwM5DTOAR

  • ปฏิบัติการกลางดึก! จับเรือท่องเที่ยวขน “ไอซ์” กว่า 500 กก. กลางอ่าวฉลอง | เดลินิวส์

    ปฏิบัติการกลางดึก! จับเรือท่องเที่ยวขน “ไอซ์” กว่า 500 กก. กลางอ่าวฉลอง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 26 ก.ย. มีรายงานจากจังหวัดภูเก็ตว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 24 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ต สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 (ปป.5 เดิม) ทัพเรือภาคที่ 3 ศรชล.ภาค 3 และ กอ.รมน.ภูเก็ต พร้อมเรือตรวจการณ์ 3 ลำ ออกตรวจสอบเรือท่องเที่ยวต้องสงสัยที่คาดว่ามีการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาบริเวณใกล้ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต

    จากการตรวจสอบพบเรือโดยสารสองชั้น เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมเพื่อเข้าเทียบเรือลำดังกล่าว ขณะจอดอยู่บริเวณอ่าวฉลอง จากการตรวจค้นภายในเรือพบชายฉกรรจ์ 4 คน และยาไอซ์ จำนวน 20 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 500 กิโลกรัม

    ขณะเข้าตรวจค้น หนึ่งในชายฉกรรจ์ได้กระโดดน้ำหนีการจับกุม และไปเกาะเชือกผูกเรือบริเวณหัวเรือ ในสภาพอิดโรย ทราบชื่อต่อมา คือ ไต๋บัติ อายุ 61 ปี กัปตันเรือลำดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือนำขึ้นฝั่งและประสานรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลฉลอง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นได้นำเรือพร้อมชายอีก 3 คน กลับเข้าฝั่งที่ท่าเรืออ่าวฉลอง พร้อมของกลาง เพื่อทำการสอบปากคำและขยายผล

    สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือประเภทไดฟ์วิ่ง (Diving) หรือนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ ก่อนการจับกุม เรือลำดังกล่าวได้รับยาเสพติดมาจากเกาะสอง ประเทศเมียนมา และคาดว่าจะนำยาเสพติดทั้งหมดไปส่งยังน่านน้ำสากล หรือบริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 68 สภาพอากาศมีพายุและคลื่นลมแรง ทำให้ไม่สามารถเดินเรือไปส่งยาเสพติดได้ จึงได้เดินเรือเข้ามาหลบพายุบริเวณอ่าวฉลอง และคาดว่าจะเดินเรือต่อไปยังจุดหมายในวันที่ 26 ก.ย. 68 เนื่องจากทะเลสงบ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน

    สอบสวนทราบว่า ยาเสพติดทั้งหมดรับมา 1 ตัน แต่ได้ลักลอบนำไปส่งให้เอเย่นต์ที่ จ.สตูล แล้ว 500 กิโลกรัม ส่วนที่เหลือ 500 กิโลกรัมนี้ เตรียมนำส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลไปถึงผู้สั่งการที่เป็นคนไทย ซึ่งอาศัยอยู่ที่เกาะสอง ประเทศเมียนมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5149248/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zmab3U1YdjlS-KAdL_5VU

  • ตม.ชลบุรี ร่วม ท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ | TOPNEWS

    ตม.ชลบุรี ร่วม ท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ | TOPNEWS

    ตม.ชลบุรี ร่วม ท่องเที่ยวพัทยา รวบแก๊งขอทานเขมร พูดสั้นๆไม่อยากกลับประเทศ

    • เผยแพร่ : 26/09/2025 12:15

    จากการสอบสวนขอทานต่างด้าวยอบรับว่า ไม่ยากกลับไปที่ประเทศกัมพูชา เพราะไม่มีงานทำอดยาก ซึ่งยอมรับว่าเคยถูกจับและส่งกลับ ขอทานเหล่านี้ก็ต้องหาทางกลับมาอีก เพราะต้องการหารายได้เลี้ยงปากท้องตนเอง และไม่ยากอดตาย

    ภาพ/ข่าว อนันต์ กิ่งสร / ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    dfbdfbd

    โครงการ ICBM เกาหลีเหนืออยู่ขั้นตอนสุดท้าย

    รวบ 2 ลุง อ้างเป็นทหารยศ พ.อ. ออกตะเวนขโมยของชาวบ้าน

    พัฒนา เข้ารับตำแหน่ง รมต.สธ. อย่างเป็นทางการ หนุนสร้างความเข้มแข็งระบบสาธารณสุขไทย เพื่อคนไทยมีสุขภาพคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

    เปิดคำพิพากษา “ศาลปกครอง” ยกฟ้อง “สภาองค์กรของผู้บริโภค” ขอเพิกถอนมติ กสทช. อนุมัติ การควบรวม “ทรู-ดีแทค”

    “พล.ต.ท.รุทธพล” รมว.ยุติธรรม ลุยนโยบายเร่งด่วน “ปราบปราบการพนันและยาเสพติด” ยืนยัน ยึดหลักนิติธรรมทุกคดี

    องค์การสวนสัตว์ฯ ร่วมต้อนรับ และ แสดงความยินดี รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    “นายกฯอนุทิน” เผย “คนละครึ่ง” เริ่มทันที ต.ค.นี้ มอบคลังแจงรายละเอียด ย้ำชัดให้อำนาจกองทัพ ดูแลเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1331074&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0J0cAq-C20aNHAHXIzBk9O

  • ‘ธรรมนัส’ ตั้งเป้า ดึง นทท.จีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน

    ‘ธรรมนัส’ ตั้งเป้า ดึง นทท.จีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน

    ‘ธรรมนัส’ เร่งเครื่องตั้งเป้า ดึง นทท.จีนเที่ยวไทย 2 ล้านคน ภายใน 4 เดือน ด้าน ‘อรรถกร’ ลุยจับมือ ตร.ท่องเที่ยว ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ใช้ระบบ ‘AI Detect’ สร้างความมั่นใจช่วง High Season และการแข่งขันซีเกมส์

    26 ก.ย. 2568 – เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบูรณาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพัฒน์พงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนข้างหน้ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเยือนไทยไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ซึ่งการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญมาก รวมถึงความสัมพันธ์ไทย–จีน

    ด้านนายอรรถกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง โดยตั้งเป้าให้จำนวนใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ ยังเน้นสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ

    สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย ตำรวจท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมตลอด High Season โดยมีศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ทำงาน 24 ชั่วโมง พร้อมแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา รวมทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย โดยมีฟังก์ชันแจ้งเหตุ สอบถามข้อมูล และปุ่ม SOS ส่งต่อไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในทุกจังหวัดและสถานีตำรวจพื้นที่

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวจัดทำสถิติเปรียบเทียบอาชญากรรมกับนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมประชาสัมพันธ์พื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยใช้ระบบ AI Detect สแกนใบหน้าเชื่อมโยงหมายจับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ทั้งนี้ การดำเนินงานจะมีการบูรณาการร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) โดยมีเจ้าหน้าที่รวม 274 คน ครอบคลุม 79 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรองรับการท่องเที่ยวและการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะจัดขึ้นในช่วงไฮซีซั่น

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/868449/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B1Cq2YWX5RVbbpBpp5x-m

  • อัปเดตที่สุด 20 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2025 พิกัดในเมือง วิวธรรมชาติ สนุกแบบวัยรุ่น โดนใจทุกสไตล์

    อัปเดตที่สุด 20 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2025 พิกัดในเมือง วิวธรรมชาติ สนุกแบบวัยรุ่น โดนใจทุกสไตล์

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2025″ ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ภูเขา วัดวาอาราม และวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างลงตัว อีกทั้งเชียงใหม่ก็ยังคงเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กชื่อดังที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง คาเฟ่และคอมมูนิตี้ชิคๆ หรือมุมสงบกลางธรรมชาติที่รอให้คุณไปสัมผัส ความน่าสนใจของเชียงใหม่อยู่ที่ไม่ว่าจะมาเที่ยวกี่ครั้งก็ยังมีมุมใหม่ๆ ให้ค้นหาเสมอ

    ไทยรัฐออนไลน์ รวบรวม 20 สถานที่เที่ยวเชียงใหม่ปี 2025 ที่คัดสรรมาแล้วว่าห้ามพลาด มีทั้งที่เที่ยวในตัวเมือง ที่เที่ยวแนวธรรมชาติ วัฒนธรรม จุดชมวิวบนดอย ตลาดงานคราฟต์ ไปจนถึงพิกัดถ่ายรูปของวัยรุ่น เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ อ่านจบแล้วรับรองว่าจะได้แรงบันดาลใจในการจัดทริปเชียงใหม่ครั้งต่อไปอย่างแน่นอน

    รวม 20 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2025 วิวสวย เที่ยวสนุก เก็บครบทุกสไตล์

    มาอัปเดตที่เที่ยวเชียงใหม่ยอดนิยมปี 2025 ว่ามีพิกัดไหนบ้าง จัดเต็มครบทุกสไตล์ จะไปเที่ยวเชียงใหม่รอบหน้า อย่าลืมวางแพลนเที่ยวโดยเลือกพิกัดฮิตทั้ง 20 แห่งต่อไปนี้รวมไว้ในลิสต์ด้วย

    1. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

    เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกของไทย ที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การชมสัตว์ในยามค่ำคืนสุดแปลกใหม่ ไฮไลต์คือการนั่งรถซาฟารีชมสัตว์อย่างใกล้ชิด ทั้งยีราฟ ม้าลาย เสือโคร่ง และสิงโตที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ นอกจากนี้ยังมีการแสดงน้ำพุ แสง สี เสียงที่ยิ่งใหญ่ และกิจกรรมให้อาหารสัตว์ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก บรรยากาศในยามค่ำคืนเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้แตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไป เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ คู่รักที่อยากได้บรรยากาศโรแมนติก และนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเชียงใหม่ในมุมที่ไม่เหมือนใคร

    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari
    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari

    2. โป่งแยง จังเกิ้ลโคสเตอร์ & ซิปไลน์

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ของวัยรุ่น แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยกลางป่าในอำเภอแม่ริม ที่รวมกิจกรรมสุดมันไว้ครบครัน กิจกรรมเด่นคือ “จังเกิ้ลโคสเตอร์” รถรางที่ลัดเลาะไปตามรางคดเคี้ยวบนภูเขา ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์กลางธรรมชาติ อีกทั้งยังมี “ซิปไลน์” ที่จะพาโผบินเหนือยอดไม้ พร้อมชมวิวภูเขาเขียวขจีสุดตระการตา ใครที่อยากพักผ่อนก็มีคาเฟ่และร้านอาหารให้นั่งชมวิวได้ชิลๆ ถือเป็นที่เที่ยวที่ผสมผสานทั้งความตื่นเต้นและความผ่อนคลายได้ลงตัว เหมาะสำหรับสายแอดเวนเจอร์ กลุ่มเพื่อน และครอบครัวที่อยากลองทำกิจกรรมใหม่ๆ

    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ Pongyang Jungle Coaster Zipline Camp&Resort
    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ Pongyang Jungle Coaster Zipline Camp&Resort

    3. แกรนด์แคนยอน วอเตอร์ปาร์ค เชียงใหม่

    สวนน้ำวอเตอร์ปาร์คกลางแจ้งขนาดใหญ่ในอำเภอหางดง ที่สร้างจากบ่อดินเก่าและกลายเป็นสถานที่เล่นน้ำยอดฮิต จุดเด่นคือเครื่องเล่นทางน้ำสุดมัน ไม่ว่าจะเป็นสไลเดอร์ยักษ์ แทรมโพลีนลอยน้ำ และกิจกรรมพายเรือคายัคหรือว่ายน้ำในบ่อกว้าง สามารถสนุกได้อย่างปลอดภัยเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลา รอบๆ ยังมีโซนร้านอาหารและที่นั่งพักผ่อนสำหรับคนที่อยากนั่งชิลชมวิว ถือเป็นที่เที่ยวที่ให้ความรู้สึกสนุกสนานคลายร้อนได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับวัยรุ่น กลุ่มเพื่อน และครอบครัวที่อยากใช้เวลาวันหยุดอย่างสดชื่น

    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ Grand Canyon Water Park
    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ Grand Canyon Water Park

    4. หวายน้ำผึ้ง ช้างม่อย

    ที่เที่ยวเชียงใหม่พิกัดชิคๆ ของวัยรุ่นที่มาแรงในปี 2025 ถือเป็นจุดถ่ายรูปลงอินสตาแกรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ไปเช็กอินที่เชียงใหม่ หวายน้ำผึ้งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงด้านสินค้างานฝีมือแบบสานหวาย และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหวายทั้งหมด เช่น กระเป๋า หมวก ของใช้ ของตกแต่ง ฯลฯ ราคาไม่แพง สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือของใช้สำหรับท่องเที่ยวในเชียงใหม่ได้ ตรงข้ามยังมีคาเฟ่เครื่องดื่มให้เลือกซื้อและนั่งพักผ่อนชมบรรยากาศผ่อนคลายและสโลว์ไลฟ์ของย่านนี้

    5. จริงใจมาร์เก็ต

    ตลาดสุดฮิปที่จัดขึ้นในช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศชุมชนและเลือกซื้อสินค้าออร์แกนิกคุณภาพ จุดเด่นคือการที่เกษตรกรและผู้ผลิตนำสินค้ามาขายเอง ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ อาหารพื้นเมือง ไปจนถึงงานคราฟต์และของที่ระลึก นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มรสอาหารเหนือแท้ๆ พร้อมเดินชิลฟังดนตรีสดที่สร้างบรรยากาศสนุกสนาน การตกแต่งตลาดก็ยังคงความเรียบง่ายแบบท้องถิ่นผสมกับความทันสมัย เหมาะสำหรับสายเฮลท์ตี้ที่รักสินค้าออร์แกนิก นักท่องเที่ยวที่อยากหาของฝากแปลกใหม่ และคนที่อยากสัมผัสเชียงใหม่ผ่านมุมชีวิตชุมชน

    6. Think Park Shibuya Chiang Mai

    แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางนิมมานเหมินทร์ พิกัดที่เที่ยวเชียงใหม่ของวัยรุ่น ที่นำแรงบันดาลใจจากย่านชิบูย่าในโตเกียวมาผสมผสานกับบรรยากาศเชียงใหม่ จุดเด่นคือการออกแบบคอมมูนิตี้มอลล์ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และแฟชั่นสุดชิคในพื้นที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากหาสถานที่แฮงเอาท์และถ่ายรูปสวยๆ ในบรรยากาศสตรีทสไตล์ญี่ปุ่น ตอนกลางคืนยังมีไฟประดับที่ทำให้บรรยากาศยิ่งโรแมนติก ถือเป็นที่เที่ยวที่ลงตัวทั้งการพักผ่อน กิน เที่ยว และช้อปปิ้ง เหมาะกับวัยรุ่น คู่รัก และคนที่ชอบคอนเซปต์ญี่ปุ่น

    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ Think Park Shibuya Chiang Mai
    ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจ Think Park Shibuya Chiang Mai

    7. เชียงดาว

    ที่เที่ยวเชียงใหม่แนวธรรมชาติ อำเภอเชียงดาวเต็มไปด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์และภูเขาสูงตระหง่าน โดยเฉพาะดอยหลวงเชียงดาว ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย จุดเด่นคือการชมทะเลหมอกยามเช้าที่ปกคลุมยอดดอย และเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายแต่มอบวิวสุดคุ้มค่า หมู่บ้านเล็กๆ รอบเชียงดาวยังคงวิถีชีวิตเรียบง่าย มีโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ นักผจญภัย และนักถ่ายภาพที่อยากได้ภาพวิวอลังการ ถือเป็นอำเภอที่ใครชอบภูเขาต้องมาเยือนสักครั้ง

    8. อ่างแก้ว มช.

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ในเมืองที่ต้องไปเยือนสักครั้ง อ่างแก้วในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คือจุดพักผ่อนยอดนิยมของนักศึกษาและคนในท้องถิ่น บรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้รอบอ่างและวิวภูเขาดอยสุเทพที่ทอดตัวยาว จุดเด่นคือวิวพระอาทิตย์ตกที่สะท้อนผิวน้ำสวยงามโรแมนติก เหมาะกับการมานั่งเล่น เดินออกกำลังกาย หรือปั่นจักรยาน บรรยากาศสงบเหมาะกับทั้งการพักผ่อนและการนั่งทำงานเงียบๆ อีกทั้งยังเป็นจุดที่ถ่ายรูปแนวมินิมอลได้สวยงาม เหมาะสำหรับนักศึกษา คู่รัก และครอบครัวที่อยากหามุมชิลๆ ในเมือง

    9. ลานเนินนุ่ม

    ลานเนินนุ่มคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่กลายเป็นโลเกชันยอดนิยมของสายถ่ายรูปและจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรี จุดเด่นคือทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดสายตา บางช่วงยังมีม้าสวยๆ มาเดินเล่น เพิ่มบรรยากาศสุดชิลให้นักท่องเที่ยว ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลธรรมชาติแบบไม่เหมือนใคร ยิ่งช่วงตอนเย็นอากาศดีและมีแสงอาทิตย์อุ่นๆ ทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการปิกนิกหรือถ่ายรูปเป็นที่สุด เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อน คู่รัก และวัยรุ่นที่ชอบบรรยากาศสนุกสนานและอิสระ ถือเป็นที่เที่ยวเชียงใหม่สำหรับสายธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด

    10. ดอยสุเทพ

    ดอยสุเทพถือเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องแวะ จุดเด่นคือ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” วัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของชาวเชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวเมืองเชียงใหม่ที่สวยงามแบบพาโนรามา เส้นทางขึ้นวัดยังมีบันไดนาคและวัฒนธรรมล้านนาให้เรียนรู้ นักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติยังสามารถแวะชมเส้นทางเดินป่า น้ำตก และหมู่บ้านชาวเขาในพื้นที่รอบๆ ดอยสุเทพได้อีกด้วย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มาเชียงใหม่ครั้งแรก และอยากเดินขึ้นดอยแบบชิลๆ

    11. ม่อนแจ่ม

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ช่วงหน้าหนาว ม่อนแจ่มถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเชียงใหม่ที่ใครๆ ก็อยากไปเยือน ด้วยบรรยากาศสดชื่นบนยอดดอยสูงที่รายล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เต็มไปด้วยหมอกหนาและดอกไม้หลากสีสัน จุดเด่นคือการนั่งชิงช้าไม้ท่ามกลางวิวภูเขา และแปลงสตรอว์เบอร์รี่สดๆ ให้ได้เก็บด้วยตัวเอง ม่อนแจ่มเหมาะกับทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายรูปที่ต้องการเก็บบรรยากาศธรรมชาติแสนโรแมนติก

    12. เมืองคอง

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ธรรมชาติสุดๆ ต้องลองไปเที่ยว “เมืองคอง” ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาใหญ่ในอำเภอเชียงดาว ด้วยเสน่ห์ความสงบเรียบง่ายและวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เมืองคองเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศชนบทที่แท้จริง ทุ่งนาและภูเขาล้อมรอบทำให้ที่นี่สวยงามในทุกฤดูกาล ไฮไลต์คือการชมดาวยามค่ำคืนที่ส่องสว่างเต็มท้องฟ้าแบบไม่มีแสงไฟรบกวน เมืองคองจึงเป็นที่พักใจของสายธรรมชาติและนักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย

    13. ป่าบงเปียง

    ป่าบงเปียงคือสวรรค์ของคนรักวิวทุ่งนาและภูเขา โดยเฉพาะนาขั้นบันไดที่เรียงรายลดหลั่นตามไหล่เขาอย่างงดงามราวภาพวาด ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือฤดูฝนจนถึงต้นหนาว ที่นาจะเขียวขจีและมีม่านหมอกปกคลุม สร้างทิวทัศน์ที่งดงามตื่นตาตื่นใจ ป่าบงเปียงยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชาวปกาเกอะญอ ที่ผูกพันกับการทำนาและธรรมชาติ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสความเรียบง่าย สงบ และได้ภาพถ่ายสวยๆ ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

    14. น้ำตกแม่ยะ

    ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวเชียงใหม่แนวธรรมชาติ ขอแนะนำ “น้ำตกแม่ยะ” เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ด้วยสายน้ำที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ สูงกว่า 280 เมตร กว้างกว่า 100 เมตร ทำให้เกิดภาพที่ยิ่งใหญ่และอลังการอย่างน่าประทับใจ ความชุ่มชื้นรอบน้ำตกทำให้ป่าโดยรอบเขียวขจีและร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน สูดอากาศสดชื่น และชื่นชมความงามของธรรมชาติ น้ำตกแม่ยะเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและผู้ที่ชอบถ่ายภาพทิวทัศน์อันทรงพลัง

    15. สวนสนบ่อแก้ว

    สวนสนบ่อแก้วคือแหล่งพักผ่อนที่เปรียบเสมือนการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยต้นสนสูงใหญ่เรียงรายเป็นทิวแถว ให้บรรยากาศราวกับอยู่ยุโรปหรือญี่ปุ่น อากาศเย็นสบายและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือถ่ายภาพสุดโรแมนติก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงแดดลอดผ่านต้นสนลงมา สร้างบรรยากาศสวยงามราวกับภาพฝัน ที่นี่เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และใครก็ตามที่ต้องการหามุมพักใจท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่เหมือนที่อื่นในเชียงใหม่

    16. ประตูท่าแพ

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ในเมืองที่มาเชียงใหม่แล้วต้องมาเช็กอิน “ประตูท่าแพ” คือแลนด์มาร์กใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในประตูเมืองโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน รอบๆ พื้นที่มักเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั้งตลาดนัดถนนคนเดิน ศิลปะการแสดง และฝูงนกพิราบที่กลายเป็นเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูป จุดเด่นคือบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัยเข้าด้วยกัน ทำให้ประตูท่าแพเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัยที่อยากสัมผัสวิถีเมืองเชียงใหม่ในแบบที่มีชีวิตชีวา

    17. บ้านข้างวัด

    บ้านข้างวัดคือคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์ คาเฟ่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ ตั้งอยู่ในบรรยากาศเงียบสงบที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ จุดเด่นคือบ้านไม้โบราณที่ดัดแปลงเป็นร้านค้าและแกลเลอรี ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งศิลปะ ความเป็นท้องถิ่น และมิตรภาพจากผู้คนในชุมชน บ้านข้างวัดเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินเล่นชิลๆ ชื่นชมงานฝีมือ หรือหามุมสงบจิบกาแฟ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้กับการเดินทางเชียงใหม่

    18. กิ่วแม่ปาน

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดฮิตบนดอยอินทนนท์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวพาโนรามาสุดอลังการและทะเลหมอกขาวโอบล้อมภูเขาสลับซับซ้อน เส้นทางมีระยะทางประมาณ 3.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 2-3 ชั่วโมง โดยตลอดทางเต็มไปด้วยความหลากหลายของพืชพันธุ์และสัตว์ป่า สามารถมองเห็นทิวเขาและพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างงดงามสุดสายตา เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าระยะสั้น และอยากสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิด จุดเด่นคืออากาศเย็นสบายตลอดปี และความเงียบสงบที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับความงดงามของธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม กิ่วแม่ปานจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนดอยอินทนนท์

    19. ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง

    ผาช่อคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและฝน จนเกิดเป็นหน้าผาหินสูงชันรูปร่างแปลกตาคล้ายแกรนด์แคนยอนขนาดย่อม ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วาง เส้นทางเดินไปผาช่อเต็มไปด้วยธรรมชาติร่มรื่น เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินป่าไม่ลำบากมาก จุดเด่นคือความอลังการของหน้าผาที่มีลวดลายและชั้นหินสวยงามไม่ซ้ำใคร ผาช่อจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายผจญภัยและผู้ที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในเชียงใหม่

    20. One Nimman

    ปิดท้ายกันด้วยที่เที่ยวเชียงใหม่ในเมือง One Nimman คือแหล่งไลฟ์สไตล์สุดฮิปใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะร่วมสมัยและสถาปัตยกรรมยุโรปได้อย่างลงตัว ภายในเต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ แกลเลอรี และพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ จุดเด่นคือบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เหมือนเมืองเล็กๆ ในยุโรป เหมาะสำหรับสายช้อปปิ้ง สายคาเฟ่ และผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสวย ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีดนตรีสดและไฟประดับ ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้หากมาเชียงใหม่

    ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2025 ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมสไตล์ล้านนา คาเฟ่และตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สร้างสีสันให้เมืองแห่งนี้ การมาเยือนเชียงใหม่แต่ละครั้งจึงเปรียบเสมือนการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างกันไป รับรองว่าแต่ละพิกัดจะทำให้ทริปเชียงใหม่เต็มไปด้วยความสุข ความประทับใจ และความทรงจำที่ไม่รู้ลืม

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2884826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q_2_B3PsDrxrN8-KSWmod

  • B

    B

    2025 Beijing Chaoyang International Light Festival

    Beijing Chaoyang International Light Festival 2025 Unveils Nearly 60 Light Art Installations

    Themed ” Together! We Shine! “, the 2025 Beijing Chaoyang International Light Festival will run from September 26 to the end of October, seamlessly integrating modern technology, art, and culture to present a dazzling spectacle for both local residents and global visitors.

    This year’s festival once again welcomes internationally renowned director Richard Taylor and international light art teams, including the Singaporean team, to collaborate on creative design. Partnering with the China Urban Sculpture Artists Association and China’s top eight art academies, the event will showcase nearly 60 large-scale light and sculpture installations during the festival.

    The festival’s main venue will transform the Liangma River, its banks, and the adjacent Chaoyang Park into a luminous wonderland. Visitors will discover interactive aquatic performances featuring technologically advanced installations like the Blue Whale and Pegasus — mechanical creatures that “swim” across the river. Cultural highlights include the BBC Earth Live Symphony Concert, the UK animated family show Shaun the Sheep , and Yin Ge : Hong Kong Cinema Classics Symphony Concert.

    The renovated Shell Theater at Chaoyang Park, Beijing’s first outdoor water-based performance space, will officially open to the public during the festival. Nearby, the floating “Cube” stage on North Lake will create a dreamlike fusion with Beijing’s iconic skyline, becoming a must-visit photo spot along the Liangma River. Over 100 high-quality performances will also be presented in collaboration with the 2025 Liangma River Art Season, featuring renowned domestic and international artists.

    The festival further enriches its offerings by collaborating with globally popular pop culture icons: it has created a dedicated “Star Bear” stage at POP MART City, launched Wakuku’s immersive urban pop-up installations along the Liangma River and at the Chaowai UIC Urban Complex, and partnered with INS New Paradise to present waterfront leisure and entertainment experiences.

    Visitors to Beijing Chaoyang during this period will enjoy a multifaceted experience blending light, art, dreams, and joyful urban discovery.

    Source: 2025 Beijing Chaoyang International Light Festival

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/en/if0elxu7qg0mt69iuyjz8my40x9c74sa&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22KzSReLzN7psxnXjGdwWa