Category: ท่องเที่ยว

  • เรื่องมันมีอยู่ว่า ส่องปรากฏการณ์‘อีสานแตก’ ‘กล้าธรรม’กำลัง‘ตีท้ายครัว’ , ‘ไผ่-เบนซ์’คอหอย-ลูกกระเดือก ท่องเที่ยวกีฬา‘มวยไทย’กุนขแมร์

    เรื่องมันมีอยู่ว่า ส่องปรากฏการณ์‘อีสานแตก’ ‘กล้าธรรม’กำลัง‘ตีท้ายครัว’ , ‘ไผ่-เบนซ์’คอหอย-ลูกกระเดือก ท่องเที่ยวกีฬา‘มวยไทย’กุนขแมร์

    เรื่องมันมีอยู่ว่า  ภาคอีสานที่เป็นสมรภูมิช่วงชิงเก้าอี้ สส.ของพรรคการเมือง เวลานี้พรรคที่เคยครองพื้นที่อ่อนแรงลง  พรรคใหม่ที่ใจถึง พึ่งได้ก็เข้ามาแทนที่ ให้ดูจากการประกาศของ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า ที่บอกว่า อีสานตอนนี้ไม่มีเจ้าของ <>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีรัฐมนตรีว่าการคนใหม่ อรรถกร ศิริลัทธยากร แต่มีคู่หู ที่เกือบเป็นรัฐมนตรีอย่าง ไผ่ ลิกค์ มาประกบ เลยเหมือนมี 2 แรงใน 1 กระทรวง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

    ส่องปรากฏการณ์‘อีสานแตก’

    ‘กล้าธรรม’กำลัง‘ตีท้ายครัว’

    ‘อีสานวันนี้ไม่มีเจ้าของ’ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม หรือที่เรียกกันวงในว่า ‘ผู้นำทางจิตวิญญาณ’ พรรคกล้าธรรม ‘กล้าประกาศ’ ตัว 2 พ่อลูก ‘พิทักษ์พรพัลลภ’ อย่างชูวิทย์ และสุดารัตน์ สส.อุบลราชธานี นักการเมืองผู้ร่วมหัวจมท้ายกับ ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย

    ‘ชูวิทย์ กุ่ย’ คนเลี้ยงเสือเมืองอุบลนั้น เริ่มต้นที่ประชาธิปัตย์ จากนั้นไหลไปความหวังใหม่ และไปไทยรักไทยและสุดท้ายก็เลื่อนเข้า ‘กล้าธรรม’

    บางคน ‘หลงเหลี่ยม’ คิดไปว่า พรรคภูมิใจไทย จะใช้โมเดลแบบไทยรักไทยที่ประสบความสำเร็จมาก่อน เอาจริง ๆ ความสำเร็จของ ‘ไทยรักไทย’ มาจากความใหม่ ความทันสมัยของทักษิณ ใช้การตลาดนำการเมือง นโยบายแบบ ‘ประชานิยม’ ที่สำคัญ ‘กวาดต้อน’การเมืองแบบ ‘ยกก๊วน’

    วังน้ำเย็นของเสนาะ เทียนทองนั้นมาก่อนใครเพื่อน จากนั้นก็เกิด ‘สารพัดวัง’ อาทิ วังน้ำยม ของสมศักดิ์ เทพสุทินและ ‘คู่หู’ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ‘วังพญานาค’ ของพินิจ จารุสมบัติ และ ‘วังบัวบาน’ ของเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของทักษิณ

    แต่การเมือง ‘วันนี้’ ต่างออกไป โดยการเมืองแล้วเชื่อว่า รัฐบาลหน้าเป็น ‘รัฐบาลผสม’  ฉะนั้น การเมืองจะเป็นแบบ ‘3 ขั้ว’  แดง-ส้ม-น้ำเงิน

    ‘ส้ม’ นั้นมากับกระแส ซึ่งวันนี้ ‘ไม่แรง’ เหมือนก่อนเก่า ส่วนน้ำเงินก็กำลัง ‘ขึ้นหม้อ’ ดูจากชัยชนะในสนามเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ และน่าจะเลยไปถึงสนามที่ จ.กาญจนบุรี

    ส่วน‘แดง’ นั้นเพลี่ยงพล้ำหนัก และกำลังตกอยู่ในสภาพ ‘หาหัว’ ไม่ได้ แถมระส่ำระสายถูกพรรคกล้าธรรมซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่าคือ ‘สาขาที่ 1’ ของพรรคเพื่อไทย ที่กำลังปฏิบัติการ ‘ตีท้ายครัว’ โดยเฉพาะพื้นที่ ‘อีสาน’ และ ‘เหนือตอนบน’

    ได้ยินมาว่าพื้นที่ ‘เหนือบน’ แถว จ.แพร่ จ.ลำปาง ก็มีโอกาสรับสายโทรศัพท์ ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’อยู่บ่อยครั้ง ถ้าวันนี้ ‘ผู้กอง’ ประกาศว่า ‘อีสานไม่มีเจ้าของ’ ออกมา

    เชื่อเถอะอีกซักพัก ‘เหนือ’ จะระส่ำ ‘กลาง’ จะกระเพื่อม

    ว่ากันว่า รัฐบาลหน้าจะจับมือกัน ‘3 พรรค’ จริงหรือไม่  ไม่รู้นะ

    <<<<<<>>>>>>> 

    ‘ไผ่-เบนซ์’คอหอย-ลูกกระเดือก

    ท่องเที่ยวกีฬา‘มวยไทย’กุนขแมร์

    ได้ยิน ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรมพูดไว้ขณะสวมหมวก ‘นายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย’ ถึงการเปลี่ยนชื่อกีฬา ‘มวย’ ให้กลับมาใช้ ‘มวยไทย’

    หลังจากที่กัมพูชา หน้าไม่อายอาศัยความเป็น ‘เจ้าภาพ’ เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กุนขแมร์’  เมื่อซีเกมส์ 2023 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นไทยไม่ได้ร่วมแข่งด้วย แต่ก็มี ‘หลายชาติ’ ในอาเซียนส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน

    ซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะต้องจุดไฟใน ‘กระถางคบเพลิง’ กันในวันที่ 9 ธันวาคมที่จะถึงนี้ หรืออีกราวๆ 70 กว่าวัน แต่อะไรๆก็ดูจะ ‘ไฟลนก้น’ กันไปหมด

    ล่าสุดสมาคมมวย ก็จู่ๆ ‘กินยาลืมเขย่าขวด’ ลุกขึ้นมาจัดการ ‘คัดเลือก’ นักกีฬามวยไทยอีกครั้ง ทั้งที่ได้ ‘ตัวจริง’ ไปแล้วก่อนหน้านี้  และ‘ตัวจริง’ เหล่านั้นก็เก็บตัวฝึกซ้อมกันมาแล้วหลายเดือน ว่ากันว่าสาเหตุมาจากการ ‘วืดเป้า’ ไม่ได้เหรียญทอง ในศึกเวิลด์เกมส์ 2025 ที่ประเทศจีน

    ตัดกลับมาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ รมต.คนใหม่ ที่ชื่อ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา คนเมืองแปดริ้วรู้ดีว่า อรรถกร หรือ ‘เบนซ์’  นั้นคือทายาทการเมืองของ อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตสส.หลายสมัย อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง

    อรรถกร ศิริลัทธยากร  รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา มาพร้อมกับคู่หู ไผ่ ลิกค์ คนเกือบเป็นรัฐมนตรี

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา มาพร้อมกับคู่หู ไผ่ ลิกค์ คนเกือบเป็นรัฐมนตรี

    เดิม รมต.เบนซ์ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ และเพราะมีความสนิทสนมคุ้ยเคยกับ ไผ่ ลิกค์ คนข้างตัว ร.อ.ธรรมนัส จากนั้นก็ ‘ย้ายตามมา’ ร่วมหอลงโรงกันที่ ‘กล้าธรรม’

    จะด้วย ‘คุณสมบัติ’ บางประการของ ‘ไผ่ ลิกค์’ จึงทำให้มีชื่อแค่ ‘เกือบเป็น’  รัฐมนตรี แต่ ‘สุดท้าย’ก็ผลักดัน ‘กลุ่มก๊วน’ อย่าง ‘เบนซ์’  ขึ้นมาผงาด โดยที่ ‘ไผ่’  นั้นอยู่เบื้องหลัง

    การท่องเที่ยวเป็น ‘เครื่องยนต์’  เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย งานนี้แม้จะได้ ‘1 ว่าการ’ แต่ก็เหมือนได้ ‘2 ว่าการ’  เพราะทั้ง ‘ไผ่-เบนซ์’ หาใช่อื่นไกล เป็น ‘คอหอยกับลูกกระเดือก’ กันยังไงยังงั้น

    ถ้าภูมิใจไทย มีคนรุ่นใหม่ ‘กล้าธรรม’ เขาก็มีเหมือนกันนะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/so-hear-the-story-election-northeast-klatham-thammanut-attakorn-pai&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LNunHCe3VO2xx1E5ufHDN

  • พาวัยรุ่นตะลุยตลาดน้อย ย่านสุดคูลที่ต้องมาเช็คอิน!

    พาวัยรุ่นตะลุยตลาดน้อย ย่านสุดคูลที่ต้องมาเช็คอิน!

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/6W2VwaJgd4rW&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38l-s1aIBn1tIEhWungafY

  • คาราวาน

    คาราวาน

    คาราวาน “อีสานสัญจร” อบอุ่นหัวใจชาวสุรินทร์ มอบกำลังใจผู้ประสบภัยชายแดน พร้อมกระตุ้นท่องเที่ยว


    28/09/2568 | 5 |

    คาราวาน “อีสานสัญจร” อบอุ่นหัวใจชาวสุรินทร์ มอบกำลังใจผู้ประสบภัยชายแดน พร้อมกระตุ้นท่องเที่ยว
    วันที่ 28 กันยายน 2568  เวลา 19.00 น ณ โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์  นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Welcome to SURIN  ต้อนรับคณะคาราวาน “อีสานสัญจร เยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยชายแดน”     เพื่อมอบกำลังใจและสิ่งของช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนในอดีต พร้อมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัด
    โดยคณะคาราวานประกอบด้วยผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และผู้มีเกียรติ ได้ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ ก่อนจะเดินทางถึงจังหวัดสุรินทร์ในวันที่ 28 กันยายน 2568 
    นอกจากนี้ คณะคาราวานได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง อาทิ ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง                     และโครงการโลกของช้าง (Elephant World) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตความผูกพันระหว่างคนกับช้างอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)        มอบสิ่งของให้กับชุมชน และเยี่ยมชมศูนย์ทอผ้าไหมยกทองโบราณ เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
    โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเยียวยาจิตใจและมอบความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดในภาคอีสานตอนใต้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นให้เศรษฐกิจในระดับภูมิภาคกลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/427179&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QZsYFMb27oBZfbUux46G3

  • “น้องกอดอุ่น” มาสคอตใหม่เชียงราย สื่อสาร Soft Power “โอบกอด” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    “น้องกอดอุ่น” มาสคอตใหม่เชียงราย สื่อสาร Soft Power “โอบกอด” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    เชียงรายเปิดตัว “น้องกอดอุ่น” ทูตการท่องเที่ยวใหม่ คราฟต์แบรนด์เมืองด้วยอารมณ์ “โอบกอด” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฐานราก

    เชียงราย,28 กันยายน 2568 – เวลา 15.30 น. บรรยากาศลาน Grand Hall ชั้น G ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงราย คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ นายรุจติศักดิ์ รังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Gord-Aun Meet & Greet พบปะน้องกอดอุ่น” เปิดตัว น้องกอดอุ่น (Gord-Aun)” มาสคอตทูตการท่องเที่ยวตัวแทน “ภูเขาและเมฆหมอกที่โอบล้อมเชียงราย” เชื้อเชิญนักเดินทาง “มากอดเชียงราย” ผ่านพลัง Soft Power ที่สื่อสารด้วยอ้อมกอดและความอบอุ่นของผู้คนเมืองเหนือ

    พิธีเปิดได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสัมพันธ์นักท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงราย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นายวิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ดร.เอกภพ ช่างแก้ว รองประธานฯ และ นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย สะท้อน “ฉันทามติ” ของทุกภาคส่วนในการยกระดับแบรนด์จังหวัดอย่างเป็นระบบ

    จุดเปลี่ยนจาก “ขายสถานที่” สู่ “ขายความรู้สึก” ด้วยทูตการท่องเที่ยว

    สารหลักของ “น้องกอดอุ่น” คือการชวนผู้มาเยือน “รับอ้อมกอดจากธรรมชาติ”  ภาพจำของเชียงรายในฐานะ ดินแดนขุนเขาและสายหมอก ถูกถ่ายทอดเป็นบุคลิกของมาสคอตที่เข้าถึงง่าย เชื่อมโยงความทรงจำระหว่างการเดินทางกับความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย การวางตำแหน่งในลักษณะนี้ถือเป็นการปรับยุทธศาสตร์จาก Place-centric สู่ Emotion-centric เปลี่ยนการสื่อสารจาก “มาเที่ยวที่ไหน” เป็น “มาเที่ยวแล้วรู้สึกอย่างไร” เพื่อให้แบรนด์เชียงราย “อยู่ในใจ” ยาวนานกว่าอยู่ในภาพถ่าย

    ด้านนโยบายการสื่อสารสาธารณะ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อนำสื่อสร้างสรรค์มาขับเคลื่อนเป้าหมายสาธารณะในระดับพื้นที่ ทั้งการสร้างการรับรู้แบรนด์จังหวัด การกระจายกิจกรรมลงชุมชน และการเสริมรายได้แก่ประชาชนสอดรับพันธกิจของกองทุนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายเพื่อ “รณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” อย่างเป็นระบบ

    นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ ในนามฝ่ายจัดกิจกรรมอธิบาย “โจทย์” ของงานชัดเจนว่า ต้องการ เพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว ให้เชียงรายผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงบูรณาการ พร้อมกระจายผลประโยชน์ลงสู่ฐานราก จุดยืนนี้ได้รับการเสริมแรงด้วยแนวคิดการตลาดเชิงประสบการณ์ (experiential marketing) ที่วางไลน์-อัปกิจกรรมให้ผู้ร่วมงาน “ได้ลงมือ” และ “ได้ของกลับบ้าน” จาก Workshop ของ Gord-Aun Art Studio ไปจนถึง ของที่ระลึก “ตุ๊กตาน้องกอดอุ่น” ซึ่งต่อยอดให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์รายย่อยควบคู่กัน

    เวทีที่ออกแบบมาเพื่อเศรษฐกิจชุมชน กาแฟเชียงรายเป็นพระเอก

    หนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนของงานวันนี้ คือ โซนกาแฟเชียงราย ที่รวบรวมเครือข่าย Chiangrai Coffee Lovers (CCL) มากกว่า 40 ร้าน ล้อมวงเล่าเรื่องเส้นทางเมล็ดกาแฟจากผู้ปลูกสู่ถ้วย พร้อมเมนูซิกเนเจอร์เฉพาะกิจ ซึ่งไม่เพียงสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น แต่ยังสร้าง “ประสบการณ์รสชาติ” ให้แบรนด์จังหวัดทิ้งรสชาติติดปากผู้มาเยือนในเชิงสัญลักษณ์กาแฟดี = การต้อนรับดี = อ้อมกอดที่จริงใจของเชียงราย เครือข่าย CCL เองมีฐานกิจกรรมต่อเนื่องในพื้นที่และสื่อสังคม ทำให้การระดมพลังครั้งนี้มีแรงส่งไปไกลกว่างานวันเดียว

    วงดนตรีและการแสดงร่วมสมัยสลับกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา เติมความสนุกและความหมายให้พื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกัน มินิคอนเสิร์ตจาก “ทิกเกอร์ อชิระ” ทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็ก” ช่วยเพิ่มทราฟฟิกคนเมืองและนักท่องเที่ยวเข้าโซนกิจกรรมผลักให้ยอดขายรายย่อยของผู้ประกอบการในงาน “ขยับขึ้น” ควบคู่การรับรู้แบรนด์

    พลังเครือข่าย รัฐ เอกชน สื่อคนละมือ แต่เป้าหมายเดียวกัน

    การเปิดตัว “น้องกอดอุ่น” มี “สมการสามเหลี่ยม” ที่เดินไปด้วยกันอย่างลงตัว
    มุมแรก คือ รัฐและท้องถิ่น นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหน้าที่ “รับรองนโยบาย” และเป็น “เจ้าภาพความน่าเชื่อถือ” ให้แบรนด์ใหม่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ
    มุมที่สอง คือ เครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้ง สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย และ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ที่ทำงานระยะยาวกับผู้ให้บริการท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ซึ่งมีทุนทางสังคมและช่องทางตลาดของตนเอง
    มุมสุดท้าย คือ สื่อและครีเอเตอร์ท้องถิ่น ตั้งแต่นักข่าว ช่างภาพ เพจเมือง ไปจนถึงสตูดิโอศิลปะที่ช่วยตัดต่อ เติมคอนเทนต์ให้ “น้องกอดอุ่น” กลายเป็นเรื่องเล่าที่ผู้คนอยากแชร์

    นายรุจติศักดิ์ รังสี ระบุในเวทีกล่าวเปิดว่า นี่ไม่ใช่แค่งานเปิดตัวมาสคอต แต่เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่จะยึดโยงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงชุมชนเข้ากับแบรนด์จังหวัดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีซึ่งเชียงรายมีจุดแข็งด้านภูมิอากาศและภูมิประเทศ

    กอด” ให้เป็นระบบ จากกิจกรรมวันเดียว สู่กรอบทำงานตลอดปี

    เพื่อไม่ให้พลังของเวทีนี้จบลงที่ภาพถ่าย กรอบทำงานหลังงานเปิดตัวจึงสำคัญไม่แพ้กัน ทีมภาคีร่วมงานได้สรุป “แนวทางต่อยอด” เบื้องต้นไว้ 4 แกน ได้แก่

    1. ปฏิทินกิจกรรมรายไตรมาส จับมือกับศูนย์การค้า/แลนด์มาร์กหลัก ผลัก “Gord-Aun Pop-up” แทรกในเทศกาลเมือง เช่น สวนดอกไม้ บูชาพญานาค ปั่นชมชุมชน สร้างการพบปะมาสคอตอย่างสม่ำเสมอ
    2. Loyalty & Collectibles ขยายไลน์ของที่ระลึก “น้องกอดอุ่น” ร่วมกับแบรนด์ท้องถิ่น ตั้งกติกาสะสมตราปั๊ม/สติ๊กเกอร์จากร้านภาคี เพื่อแลกของพิเศษ กระตุ้น repeat visit
    3. Gord-Aun for Good ให้มาสคอตเป็น “ทูตงานสังคม” เช่น แคมเปญ ท่องเที่ยวปลอดภัย–สื่อปลอดภัย รณรงค์การท่องเที่ยวเคารพชุมชนและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องพันธกิจของกองทุนสื่อ
    4. Route การท่องเที่ยวรสกาแฟ พัฒนาเส้นทาง “Chiang Rai Coffee Journey by CCL” แบบทำจริงจัง ร้อยจุดชิม–ชมโรงคั่ว–พบชุมชนปลูกกาแฟ สร้างแพ็กเกจร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    ทำไม “เซ็นทรัล เชียงราย” คือเวทีที่ใช่

    การเลือก เซ็นทรัล เชียงราย เป็นสถานที่เปิดตัว ไม่ได้สะท้อนแค่ความสะดวกด้านโลจิสติกส์และระบบเสียง-แสง แต่คือการตั้ง “จุดรับรู้” กลางเมืองให้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวพบมาสคอตได้จริง ศูนย์การค้าดังกล่าวมีพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่และที่จอดรถรองรับการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ซึ่งเหมาะกับการพัฒนา “มุมถ่ายรูปถาวร” ของน้องกอดอุ่น ตลอดจนการหมุนเวียนกิจกรรมสร้างสรรค์รายเดือน

    เล่าเชียงรายให้ “นุ่ม-แน่น” ผ่านตัวเลขที่ชวนคิด

    แม้ข่าววันนี้จะเป็น “ก้าวแรก” ของน้องกอดอุ่น แต่ “โจทย์ใหญ่” ที่จังหวัดต้องการตอบคือ ทำอย่างไรให้แบรนด์จังหวัดไปไกลกว่าวิวสวย กาแฟเชียงรายเป็นตัวอย่างของ “สินค้าเชิงคุณค่า” ที่เพิ่มอำนาจต่อรองราคาให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย หากมาสคอตสามารถเชื่อม เส้นเรื่องกาแฟ–งานศิลป์–ชุมชน เข้าด้วยกันได้อย่างสม่ำเสมอ ผลที่ได้จะกว้างกว่า “ความน่ารัก” และเข้าใกล้คำว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จับต้องได้

    ในทางกลับกัน การรักษามาตรฐาน “ประสบการณ์ผู้มาเยือน” คือจุดคานงัดของแบรนด์ หากผู้มาเยือนได้เจอทั้ง การต้อนรับที่จริงใจ ร้านกาแฟดี ระบบขนส่งท้องถิ่นที่เป็นมิตร และปฏิทินกิจกรรมที่ไม่สะดุด พวกเขาจะแชร์ “อ้อมกอดเชียงราย” ต่อไปโดยสมัครใจนั่นคือ สื่อ Earned Media ต้นทุนต่ำแต่ทรงพลังที่สุด

    เสียงจากภาคี คำมั่นสัญญาสู่ฤดูท่องเที่ยว

    • เครือข่าย CCL ยืนยันเดินหน้าจัด กิจกรรมกาแฟรายไตรมาส เชื่อมโยงแหล่งปลูกกับเมือง เพื่อเล่าเรื่องชุมชนและต้นทางเมล็ดเครื่องมือสำคัญในการสร้างคุณค่าให้ “แก้วกาแฟเชียงราย” ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มแต่คือเรื่องเล่ากับผู้คนจริง ๆ
    • ภาคเอกชนท่องเที่ยว ผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด เชื่อมผู้ประกอบการที่พัก–ทัวร์–ร้านอาหาร เป็น “พันธมิตรแบรนด์” เพื่อจัด แพ็กเกจ “กอดเชียงราย” เจาะครอบครัว คู่รัก และกลุ่มทำงานไฮบริดที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศซึ่งเป็นแม่เหล็กช่วงไฮซีซันปลายปี
    • หน่วยงานรัฐและกองทุนสื่อ จะคงบทบาทกำกับทิศทางการสื่อสารสาธารณะและความปลอดภัยของสื่อในกิจกรรมต่อเนื่อง ให้ทุกชิ้นงาน “สร้างสรรค์-รับผิดชอบ-เข้าถึงได้” เพื่อให้แบรนด์จังหวัดเติบโตคู่ความไว้วางใจ

    ทำอย่างไรให้น้องกอดอุ่น “อยู่ยาว” ไม่ใช่กระแส

    บทเรียนจากหลายจังหวัดชี้ว่า มาสคอตจะ “อยู่ยาว” ได้ต้องประกอบด้วย 3 เงื่อนไข
    หนึ่ง มี เจ้าภาพชัดเจน ทั้งเชิงทรัพย์สินทางปัญญาและกำกับใช้แบรนด์
    สอง มี โรดแมปกิจกรรม ที่ต่อยอดได้จริงพิพิธภัณฑ์ชุมชนขนาดย่อม จุดถ่ายรูปถาวร เส้นทางวิ่ง–ปั่น–เดิน ที่หยิบมาสคอตไปวางเรื่องเล่า
    สาม มี ตัวชี้วัด ที่มากกว่า “ยอดไลก์” เช่น รายได้ผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้าร่วม กิจกรรมชุมชนที่เกิดใหม่ หรือจำนวน “แพ็กเกจท่องเที่ยว” ภายใต้แบรนด์

    เชียงรายมี “ทุน” สำหรับทั้งสามข้อแล้วตั้งแต่ เครือข่ายผู้ประกอบการ ที่ขยับงานจริง ศูนย์การค้าหลัก ที่พร้อมเป็นเวที คอมมูนิตี้กาแฟ ที่มีพลัง และ เครื่องมือสื่อสาธารณะ จากกองทุนสื่อหากทุกมือยังประสานกันต่อเนื่อง “กอดเชียงราย” จะไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็น ประสบการณ์ร่วม ที่วัดผลได้

    ฉากสุดท้ายของวันนี้และฉากเปิดของฤดูกาลใหม่

    เมื่อเพลงสุดท้ายของมินิคอนเสิร์ตจบ สปอตไลต์ที่ลาน Grand Hall ค่อย ๆ ดับลง แต่แสงแฟลชจากโทรศัพท์ของครอบครัวหนึ่งยังไม่หยุด พวกเขาถ่ายภาพกับ “น้องกอดอุ่น” ก่อนที่ลูกชายตัวเล็กจะยื่นมือออกไป “กอด” มาสคอตอีกครั้ง ภาพง่าย ๆ นี้อธิบายสารของทั้งงานได้ครบ เชียงรายอยากให้คุณมากอด และพร้อมกอดตอบ ตั้งแต่ผู้คน สภาพแวดล้อม ไปจนถึงเศรษฐกิจชุมชน

    ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง หากจังหวัดและภาคีผลักปฏิทินกิจกรรมต่อจากวันนี้ให้ออกสตาร์ทได้ทัน น้องกอดอุ่น จะกลายเป็นหน้าแรกของฤดูกาลท่องเที่ยวเชียงรายปีนี้ ไม่ใช่แค่ “ไอคอน” บนโปสเตอร์ แต่เป็น ตัวละครเอก ในเรื่องเล่าที่ทุกคนมีส่วนร่วม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-launches-gord-aun-tourism-ambassador/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DeCEYpO9CN4NvEtWoUFU3

  • “อรรถกร” เล็งปั้น “บึงสีไฟ” ตามโมเดลกว๊านพะเยา  สู่แลนด์มาร์กเชิงท่องเที่ยว

    “อรรถกร” เล็งปั้น “บึงสีไฟ” ตามโมเดลกว๊านพะเยา สู่แลนด์มาร์กเชิงท่องเที่ยว

    “อรรถกร” ประเดิมภารกิจ ปั้น “บึงสีไฟ” ตามโมเดลกว๊านพะเยา ยกระดับเมืองรอง สู่แลนด์มาร์กเชิงท่องเที่ยว

    วันที่ 28 ก.ย. 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตรเป็นแห่งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยมี นายจาตุรนต์ ภัคดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยนายอรรถกร ได้ประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดพิจิตร โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าเพียง 8 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-สิงหาคม) จังหวัดสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 1,069 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กระทรวงฯ จึงตั้งเป้าสนับสนุนเมืองรองและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    นายอรรถกร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บึงสีไฟ แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด เพื่อสำรวจศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหาร รวมถึงมอบหมายกรมการท่องเที่ยวอบรมผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มาเยือน

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกประทับใจ บึงสีไฟคือมรดกอันล้ำค่าที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานแก่ชาวพิจิตรและคนไทยทุกคน กระทรวงฯ พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย สำหรับแผนรับฤดูท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นที่จะมาถึง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการยกระดับมาตรฐาน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร โดยได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยอบรมผู้ประกอบการเพื่อให้ได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว และจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเทศกาลและพื้นที่ต่อไป”

    “การพัฒนาบึงสีไฟจะใช้โมเดลความสำเร็จของกว๊านพะเยา ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรฯ ได้ผลักดันจนเป็นแม่เหล็กท่องเที่ยว ซึ่งผมเชื่อว่า จังหวัดพิจิตรมีศักยภาพเดินรอยตามความสำเร็จดังกล่าว และสามารถก้าวขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน” นายอรรถกร กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2885625&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fFeKPl1Qdr1v9R59jKkpS

  • “กากัน มาลิค” โพสต์ภาพถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีกัมพูชา ย้ำไทยคือบ้านหลังที่สอง | เดลินิวส์

    “กากัน มาลิค” โพสต์ภาพถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีกัมพูชา ย้ำไทยคือบ้านหลังที่สอง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ‘กากัน มาลิค’ นักแสดงอินเดีย ผู้เคยรับบท  ‘สิทธัตถะ’ ในซีรีส์ ‘พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก’ โพสต์ภาพของตนเองถือธงไทย และ​ข้อความ ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีท่องเที่ยวกัมพูชา หลังได้รับเชิญจากรัฐบาลกัมพูชา บอก ไทยคือบ้านหลังที่ 2

    “ผมขอกราบขอโทษอย่างจริงใจต่อแฟนๆ ชาวไทยทุกท่าน หากการเดินทางไปกัมพูชาล่าสุดของผม ได้ทำให้เกิดความไม่สบายใจ

    ประเทศไทยถือเป็นบ้านหลังที่สองของผม และผมมีความเคารพต่อประเทศนี้อย่างลึกซึ้งที่สุด

    เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ และยุติบทบาทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การตัดสินใจครั้งนี้เป็นที่สุด และทำด้วยจิตใจที่ชัดเจน

    การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผมนำคณะไปเยือนกัมพูชา 3 วัน และต่อด้วยประเทศไทยอีก 5 วัน ผมไม่เคยมีเจตนาที่จะทำให้ใครไม่สบายใจเลย

    ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานในหลายโครงการที่ประเทศไทยเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจที่บริสุทธิ์ทั้งหมดของผม อีกทั้งผมยังได้สร้างวัดที่ประเทศอินเดียโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการแสดงถึงความรักและความเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทย

    ประเทศไทยจะเป็นสถานที่พิเศษในใจของผมเสมอ ผมขออภัยอีกครั้งอย่างสุดซึ้งหากได้สร้างความไม่สบายใจ และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนชาวไทยจะเข้าใจผมมากขึ้น และผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศที่งดงามแห่งนี้

    ผมซาบซึ้งในความรักและการสนับสนุนของทุกท่านเสมอ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5154092/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Dziyupc4RIFbSseZ-_3Tu

  • เชียงใหม่ยอดจองโรงแรมเริ่มคึกคัก สมาคมโรงแรมฯ วอนรัฐบาลจัดแพคเกจระยะสั้นกระตุ้นเศรษฐกิจ

    เชียงใหม่ยอดจองโรงแรมเริ่มคึกคัก สมาคมโรงแรมฯ วอนรัฐบาลจัดแพคเกจระยะสั้นกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่ยอดจองโรงแรมเริ่มคึกคัก สมาคมโรงแรมฯ วอนรัฐบาลจัดแพคเกจระยะสั้นกระตุ้นเศรษฐกิจ นทท.ในประเทศ

    นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) ระบุการท่องเที่ยวเชียงใหม่เริ่มกระเตื้อง จากยอดจองห้องพักโรงแรมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 ทั้งในระดับโรงแรม 4-5 ดาว และ 3 ดาว ส่วนใหญ่จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ขณะเดียวกันหากจะกระตุ้นการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ วอนทางรัฐบาลใหม่แม้จะมีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน ช่วยจัดโปรโมชั่นแพคเกจท่องเที่ยวในระยะสั้นเพิ่ม

    นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวในภาคเหนือ และจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยังพอไปได้อยู่ในช่วงเดือนนี้ แต่ว่ามีข่าวดีในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เป็นทัวร์ที่จองมาจากต่างประเทศค่อนข้างดี เป็นระดับที่น่าพอใจ เช่น 1-10 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงสัปดาห์วันชาติจีน มีห้องพักจองมาแล้วกว่า 80% ในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว หรือระดับ 3 ดาว ก็จะมียอดจองถึงร้อยละ 70-80 เช่นกัน

    เป็นนิมิตรหมายที่ดีของชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายน ห้องพักจะถูกจองไว้ล่วงหน้าเป็นปี นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวจีน ยังมีชาวยุโรป อเมริกาใต้ ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดจะเป็นชาวบราซิล ที่นิยมมาเที่ยวไทยมากขึ้น และมีจุดหมายส่วนหนึ่งมาที่เชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม หรือธรรมชาติป่าเขา เป็นกลุ่มที่น่าสนใจมาก

    ในส่วนภาคการท่องเที่ยวภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ หวังว่ารัฐบาลใหม่ขอให้ช่วยพิจารณาแพคเกจการท่องเที่ยวสั้นๆ ให้คนไทยท่องเที่ยว เพราะว่าที่ผ่านมาคนไทยไม่มีการเดินทาง หรือเดินทางน้อยมาก และเข้ามาท่องเที่ยวในภาคเหนือหรือจังหวัดเชียงใหม่ไม่ถึง 10-20% จึงหวังว่าจะมีนโยบายที่ดีกระตุ้นการท่องเที่ยวของคนในประเทศด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3780763/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GWZFFWMwUR03YIRKy0onq

  • ไทยคือบ้านหลังที่2!

    ไทยคือบ้านหลังที่2!

    วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.55 น.

    หลังจากที่ “กากัน มาลิค” (Gagan Malik) นักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย ผู้เคยรับบท เจ้าชายสิทธัตถะ ในภาพยนตร์เรื่อง Sri Siddhartha Gautama ได้เดินทางไปช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชา ตามคำเชิญของรัฐบาล พร้อมสัมภาษณ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยว บินตรงมาเที่ยวกัมพูชาได้โดยตรง เพราะปัจจุบันกัมพูชามีสนามบินแห่งใหม่ ที่สามารถรองรับเครื่องบินทุกประเภทให้ลงจอดได้แล้ว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวเขมรฮือฮา! พระเอกหนัง’พระพุทธเจ้า’เยือนสนามบินเตโช

    ล่าสุด กากัน มาลิค ได้แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก Gagan Malik เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า “‘นโม พุทธาย’ ผมต้องขออภัยอย่างจริงใจต่อแฟนๆ ชาวไทยทุกคน หากการเดินทางเยือนกัมพูชาของผมเมื่อเร็วๆ นี้ได้สร้างความเจ็บปวดใดๆ ประเทศไทยคือบ้านหลังที่ 2 ของผม และผมมีความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อประเทศนี้

    การเดินทางไปยังกัมพูชาก่อนหน้านี้เป็นการนำกลุ่มทัวร์ไปเยือนเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดการเดินทางไปกัมพูชา 3 วัน และประเทศไทย 5 วัน ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างความไม่สบายใจใดๆ

    เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาโดยไม่มีค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุด และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ลาออกจากตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ และได้ก้าวออกมาจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุดและเกิดขึ้นด้วยความชัดเจนอย่างที่สุด

    ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานในหลายโครงการที่ประเทศไทยเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจที่บริสุทธิ์ทั้งหมดของผม อีกทั้งผมยังได้สร้างวัดที่ประเทศอินเดียโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการแสดงถึงความรักและความเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทย

    ประเทศไทยจะเป็นสถานที่พิเศษในใจของผมเสมอ ผมขออภัยอีกครั้งอย่างสุดซึ้งหากได้สร้างความไม่สบายใจ และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนชาวไทยจะเข้าใจผมมากขึ้น และผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศที่งดงามแห่งนี้

    ผมซาบซึ้งในความรักและการสนับสนุนของทุกท่านเสมอ”

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/917386&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q-XmVQGrcAVs2eFrzuV0t

  • ททท. มอบรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 | เข้มข่าวค่ำ | 28 ก.ย. 68

    ททท. มอบรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 | เข้มข่าวค่ำ | 28 ก.ย. 68

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 สู่ 3 ทศวรรษรางวัลแห่งเกียรติยศ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ

    #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย #ThailandTourismAwards #เข้มข่าวค่ำ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/201892&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N-W5z5oqw9UIdWKOpDFfj

  • ถอดรหัส ‘เบียร์ ใบหยก’ ขยายธุรกิจโรงแรม สร้างอาณาจักร อาหาร-คอมมูนิตี้คนรักรถ

    ถอดรหัส ‘เบียร์ ใบหยก’ ขยายธุรกิจโรงแรม สร้างอาณาจักร อาหาร-คอมมูนิตี้คนรักรถ

    ปรัชญาทำธุรกิจไม่ทำตามกระแส เน้นแพชชั่น

    นายปิยะเลิศ ใบหยก หรือ “เบียร์ ใบหยกประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ใบหยก กรุ๊ป กล่าวถึง ปรัชญาในการทำธุรกิจของคุณเบียร์ คือ จะทำในสิ่งที่เข้าใจ ไม่ตามกระแส ธุรกิจโรงแรมถูกสร้างขึ้นในยุคของคุณพ่อ ซึ่งผมต้องรับผิดชอบในบริหารในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในการสานต่อธุรกิจ ส่วนธุรกิจอาหารและธุรกิจคอมมูนิตี้คนรักรถนี้เป็น “แพชชั่น” ของเขาเอง ที่สร้างขึ้นในยุคของเขา โดยมุ่งเน้นสิ่งที่สามารถจับต้องได้ง่ายและคนทั่วไปเข้าใจได้

    นอกจากนี้ เขายังใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวในการโปรโมทธุรกิจ ซึ่งเขามองว่า “ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ผมว่าไม่มีวันนี้” และเชื่อว่าการรู้ว่า “ขายใคร” สำคัญกว่า “ขายอะไร” เพราะ “ขายใคร” จะนำไปสู่การเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

    คุณเบียร์ ใบหยก ย้ำว่า โรงแรมเป็นธุรกิจของครอบครัว ปัจจุบันเปิดให้บริการทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดรวมกว่า 12 แห่ง ล่าสุด คือ โรงแรม ควีนสแลนด์ ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ขนาด 300 ห้อง ลงทุนไปประมาณ 600-700 ล้านบาท โดยมีใบหยกสกาย กรุงเทพฯ (ใบหยก 2) เป็นโรงแรมที่ทำกำไรให้กลุ่มมากที่สุด และมีการโปรโมทมากที่สุด เนื่องจากมีกิจกรรมหลากหลายและเป็นโรงแรมขนาดใหญ่

    เบียร์ ใบหยก หรือ “ปิยะเลิศ ใบหยก”

    แต่คุณเบียร์ ก็ยอมรับว่า ธุรกิจโรงแรมในปีนี้แม้ปัจจุบันการท่องเที่ยวของไทยจะชลอตัว จากตลาดใหญ่ อย่างนักท่องเที่ยวจีน ที่ยังกลับมาไม่เต็มที่ และความท้าทายหลัก คือ ประเทศไทยมีราคาห้องพักที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ การปรับขึ้นราคาห้องพักจึงค่อนข้างยาก ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด แต่โรงแรมไม่รู้สึกวิตกมากนัก เพราะเคยผ่านวิกฤตที่หนักกว่า อย่าง โควิด-19 มาแล้ว ทำให้ไม่กลัวต่อความท้าทายในปัจจุบัน หากตลาดใดไม่สามารถเข้ามาได้ ก็พร้อมปรับเปลี่ยนไปหาตลาดอื่นๆ ซึ่งหลังโควิด-19 ตลาดนักท่องเที่ยวกระจายตัวมากขึ้น

    ก่อนโควิดนักท่องเที่ยวหลักจะเป็นจีนและรัสเซีย แต่ปัจจุบันมีการกระจายตัวของลูกค้าจากทั่วโลกมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ไม่ต้องพึ่งพิงตลาดใดมากเกินไป ตลาดไหนมีปัญหาก็ปรับกลยุทธไปตลาดอื่น ผมไม่คาดหวังการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน แต่หากกลับมาก็ถือเป็นโบนัส โดยตลาดของใบหยก จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ คิดเป็นสัดส่วน 60 %

    อีกทั้งการตลาดของกลุ่มใบหยก ก็มีการปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจน ซึ่งด้วยความที่ผม เป็นยูทูปเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ ก็สามารถใช้ช่องทางนี้ในการโปรโมทโรงแรม เพราะลูกค้าคนไทยจะเข้าถึงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ส่วนลูกค้าต่างชาติ ก็ขายผ่าน Online Travel Agents (OTAs) และเอเย่นต์ในประเทศต่างๆ

    อีกทั้งนโยบายสำคัญของโรงแรมในกลุ่มใบหยก คือ จะไม่ใช้การตัดราคาเพื่อแย่งลูกค้า แต่จะเน้นคุณค่า และประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ เพราะลูกค้าจะชอบการเปรียบเทียบ และจุดขายของโรงแรมคือเราสร้างโรงแรมโดยมองเรื่องทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวก อาทิ อยู่เส้นทางรถไฟฟ้า รวมถึงการรีโนเวทโรงแรมอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีบริการที่ดี เพราะเขาเชื่อว่าการลดราคาจะนำไปสู่การลดต้นทุน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการบริการ แม้ว่าต้นทุนในการดำเนินธุรกิจจะสูงขึ้นทุกปี เช่น เงินเดือนพนักงาน แต่ราคาห้องพักกลับปรับขึ้นได้ยากในตลาดปัจจุบัน เนื่องจากจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้น แต่จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้เพิ่มขึ้นมากตาม

    เปิดอาณาจักรธุรกิจ เบียร์ ใบหยก

    “ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมค่อนข้างแข่งขันสูง การที่เราเป็นเชนโรงแรมไทย มีข้อดีของการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น อาทิ การทำโปรโมชั่น หรือแพ็คเกจต่างๆ เราทำได้ทันที มองว่าสิ่งไหนทำแล้วทำเงิน ก็ทำได้ทันที ต่างจากเชนจากต่างประเทศที่การจะดำเนินการอะไรต้องขึ้นอยู่กับเมืองนอก”

    สำหรับเป้าหมายการเติบโตของโรงแรมเครือใบหยกในปีนี้ คุณเบียร์ ยังคงตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 5% อัตราการเข้าพักเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 70% และในช่วงไฮซีซันที่ผ่านมาเคยสูงถึง 80% ส่วนการเติบโตด้านรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก ถือว่าสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ไปแล้วประมาณ 20% ตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะจองห้องพักล่วงหน้าเพียง 2-3 วัน แตกต่างจากสมัยก่อนที่จองล่วงหน้าเป็นเดือนผ่านเอเย่นต์

    ปักหมุดอนุสาวรีย์ชัยฯผุดสร้างโรงแรมใหม่

    นอกจากนี้กลุ่มใบหยก ยังมีแผนสร้างโรงแรมใหม่อีกแห่ง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พื้นที่ 22 ไร่ ขนาด 450 ห้อง คาดว่าจะเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวโดยโรงแรมแห่งนี้อาจมีบริการที่เน้นด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการรองรับญาติผู้ป่วยที่ต้องการที่พักใกล้โรงพยาบาลในย่านนั้น ซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 ปี

    เพิ่มจากปัจจุบันที่เปิดให้บริการ โรงแรมวิกซ์ อนุสาวรีย์ชัย กรุงเทพฯ อยู่แล้ว 1 แห่ง ที่เป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ได้เรทราคาสูง เพราะคนมาพักเยี่ยมญาติ หรือ เฝ้าไข้ นอกจากนี้เรายังมีที่ดินในเชียงใหม่ และหัวหิน ซึ่งอาจจะมีการพัฒนาในอนาคตตามความเหมาะสมของตลาด

    “แม้อัตราการเข้าพักโดยรวมของตลาดอาจไม่เติบโตมากนัก และเราต้องใช้ความพยายามในการหาลูกค้า แต่ผมมั่นใจว่ากลุ่มใบหยกยังคงไปต่อได้ และจะขยายธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนในธุรกิจโรงแรมของกลุ่มใบหยก ใช้เงินลงทุนของตนเองทั้งหมด ไม่มีการกู้ยืม ทำให้การบริหารจัดการมีความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ และสามารถลงทุนได้โดยไม่มีแรงกดดัน โดยผมมองว่าธุรกิจโรงแรมสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว จากการเน้นลงทุนในทำเลที่ดีใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ”

    ปั้น FAB ฟู้ดโฮดิ้ง เข้าตลาดหลักทรัพย์

    ไม่เพียงแต่การบริหารโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวเท่านั้น คุณเบียร์ ยังไปร่วมลงทุนกับเพื่อนๆพี่ๆที่รู้จัก เพื่อสร้างธุรกิจของตัวเองอีกด้วย อย่างธุรกิจอาหาร ภายใต้ “บริษัท เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง” หรือ “ FABฟู้ดโฮดิ้ง ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ,อควา คอร์ปอเรชั่น และคุณเบียร์ โดยเขาถือหุ้นอยู่ 9 % และเป็นซีอีโอของ FAB ฟู้ดโฮดิ้ง

    การรวมแบรนด์อาหารของ ฟู้ด แฟคเตอร์ อควา และแบรนด์อาหารของคุณเบียร์ จะช่วยให้ธุรกิจอาหารเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดีกว่าต่างคนต่างทำแบรนด์ของตัวเอง รวมถึงได้ประโยชน์ด้านการจัดซื้อ และการโยกย้ายแบรนด์ตามทำเลที่ตั้งให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด

    ปัจจุบัน“ FAB” ฟู้ดโฮดิ้ง มี 6-7 แบรนด์อาหารในเครือ และจะเพิ่มเป็นเกือบ 10 แบรนด์ จำนวนสาขารวมตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 200 กว่าสาขา และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็นเกือบ 300 สาขาภายในปีหน้า โดยแบรนด์อาหารใน FAB ฟู้ดโฮดิ้ง แบรนด์ที่ทำรายได้ดีที่สุด คือ ซานตา เฟ่ ซึ่งมีจำนวนสาขามากที่สุด ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ที่โดดเด่นคือ “เจ๊แดง” ซึ่งเป็นร้านส้มตำ”

    คุณเบียร์ ย้ำว่า กลยุทธ์ในการทำธุรกิจอาหารว่า จะไม่เน้นตามกระแสหรือ “เทรนด์วูบวาบ” เช่น หม่าล่า แต่จะมุ่งเน้นทำอาหารที่คนไทยคุ้นเคยและบริโภคได้ตลอด เช่น ส้มตำ หรือสเต๊ก ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และหนึ่งในแผนการขยายตลาดที่น่าสนใจ คือ การนำผลิตภัณฑ์ของเจ๊แดง เข้าจำหน่ายใน 7-Eleven โดยเป็นสินค้าประเภทอาหารพร้อมอุ่น เช่น คอหมูย่าง ซึ่งเพิ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้ แม้กำไรต่อหน่วยอาจไม่สูงนัก แต่ถือเป็นการสร้างแบรนด์ดิ้งและขยายการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศผ่านช่องทางกว่า 10,000 สาขาของ 7-Eleven

    เปิดธุรกิจใหม่คอมมูนิตี้คนรักรถ

    ขณะเดียวกันด้วยความชื่นชอบส่วนตัวในรถยนต์ คุณเบียร์ได้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ในชื่อ FAB Avenue ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนรักรถยนต์ครบวงจร โดยได้สิทธิ์ในการบริหารจัดการแบรนด์แต่งรถชื่อดังจากญี่ปุ่น จะเริ่มเปิดให้บริการในช่วงต้นปีหน้า บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณถนนทาวน์อินทาวน์ ภายใน FAB Avenue จะประกอบด้วย ร้านแต่งรถ คาร์แคร์ บริการติดฟิล์ม ร้านขายของที่ระลึก และคาเฟ่

    จุดประสงค์คือ การสร้างพื้นที่ให้คนรักรถได้เข้ามาใช้บริการ พบปะสังสรรค์ และแลกเปลี่ยนความรู้ โดยจะเน้นการตกแต่งชิ้นส่วนภายนอกรถยนต์ เช่น กระโปรงหน้า กันชนหน้า

    การลงทุนในธุรกิจ FAB Avenue อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน คุณเบียร์ ย้ำหลักการในการเลือกหุ้นส่วนว่าต้อง “ไม่ลำบากเรื่องเงิน” และมีแพชชั่นเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาจะเป็นผู้บริหารหลักนั่นเอง

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,126 วันที่ 28 – 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640022&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YVgev9aOgR7SwuZFfZ-WJ