Category: ท่องเที่ยว

  • “นายกฯ อนุทิน” แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ลั่นเร่งแก้ 5 ปัญหาเร่งด่วน มุ่งสร้างความอยู่ดีมีสุขของประชาชน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “นายกฯ อนุทิน” แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ลั่นเร่งแก้ 5 ปัญหาเร่งด่วน มุ่งสร้างความอยู่ดีมีสุขของประชาชน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109488&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yMH4tLdbtrhN6VMyuGh1P

  • Golden week จีน ดันรายได้สะพัด 1 หมื่นล้านต่อวัน หนุนหุ้นท่องเที่ยวคึกคัก

    Golden week จีน ดันรายได้สะพัด 1 หมื่นล้านต่อวัน หนุนหุ้นท่องเที่ยวคึกคัก

    กลับเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทย เป็นที่น่าจับตาว่าในช่วงหยุดยาว “วันชาติจีน” ปี 68 นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยมากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับประเด็นด้านความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย-เงินบาทแข็งค่า การแข่งขันในภูมิภาค และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนจีนที่เปลี่ยนแปลงไป

    นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามประเด็นที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ในช่วง Golden Week หยุดยาววันชาติจีน กว่า 13 วัน ซึ่งนับตั้งแต่ 26 ก.ย. – 8 ต.ค. จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 25,000 – 30,000 คนต่อวัน คิดเป็นรายได้สะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาท หนุนจากโครงการ ‘Nihao Month’ ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติของจีน

    นอกจากนี้ ททท. ยังเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากสถานการณ์ที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น โครงการ Trusted Thailand , โครงการ Summer Blast กระตุ้นการเดินทางเข้ามาเป็นหมู่คณะของนักท่องเที่ยวชาวจีน และกิจกรรม Chinese Passport Privilege การมอบสิทธิพิเศษ Grand Privilege ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางมาไทย

    ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานของ ททท. ที่คาดว่าในช่วง Golden Week 13 วัน จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเฉลี่ย 25,000 – 30,000 คนต่อวัน ทางฝ่ายประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไทยในเดือน ก.ย. 68 คาดหดตัวราว 2 หลัก (Double digit) เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินเข้าไทยทั้งปี 68 คาดเท่ากับ 4.23 ล้านคน ลดลง 37.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

    บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า คาดสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงวันชาติจีน (China Golden Week) วันที่ 26 ก.ย. – 8 ต.ค. 68 หยุดยาวรวม 13 วัน ปีนี้ตรงกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ คาดว่านักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 2 แสนคน ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 262,000 คน

    แม้จำนวนลดลงแต่สัญญาณการเดินทางแบบรายวันเริ่มฟื้นตัว จากยอดจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวจีนจองล่วงหน้าประมาณ 15 – 40 วัน นิยมเดินทางเป็นกลุ่มเล็กจำนวนไม่เกิน 9 คน

    โดยหากไทยสามารถรักษาความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ความสะดวกในการเดินทาง และสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ ก็ยังมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวแรงในช่วงปลายปี และตรุษจีน 69 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดของนักท่องเที่ยวจีน

    ในมุมฝ่ายวิจัยอัตราการลดลงข้างต้นที่ 24% ถือว่ามีพัฒนาการจากช่วง 28 ก.ค. – 21 ก.ย. 68 (ลบเฉลี่ย 36% ต่อสัปดาห์) ประกอบกับตัวเลขยอดจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าสูงขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงมองว่าอัตราติดลบของนักท่องเที่ยวจีนมาไทยน่าจะทยอยติดลบในอัตราต่ำลงในช่วงไตรมาส 4/68

    ขณะเดียวกันหากเทียบจากสัปดาห์ก่อนหน้า ค่าเฉลี่ยรายวันนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ช่วง Golden week ข้างต้นอยู่ที่ 1.5 หมื่นคนต่อวัน สูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่ 1.2 หมื่นคนต่อวัน

    ทั้งนี้ คาดกำไรปกติหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวงวดไตรมาส 4/68 จะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า ตามการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไทย เป็นบวกต่อ AOT, CENTEL, ERW และ THAI รวมถึงธุรกิจร้านอาหารอย่าง CENTEL และ MINT เนื่องจากเป็นช่วงเฉลิมฉลอง ผสานมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศภาครัฐ

    โดยเลือก CENTEL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ จากแนวโน้มกำไรปกติปี 69 ที่เติบโตเด่นกว่ากลุ่มฯ ตามด้วย MINT (สลับขึ้นมาแทน ERW) เพราะ Upside และ PER ที่ 15 เท่า น่าสนใจในมุม Valuation เมื่อเทียบกับโรงแรมอื่น

    นอกจากนี้ ยังมองว่า THAI หลังราคาปรับฐานจน PER อยู่ที่ 12 เท่า ใกล้เคียงสายการบินในภูมิภาค Asia Pacific แล้ว เป็นอีกตัวที่น่าสนใจในช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไทย

    3 หุ้นเด่น รับท่องเที่ยวฟื้น

    ด้าน บริษัท หลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เผยมุมมองต่อการท่องเที่ยวไทยว่า ภาพรวมภาคการท่องเที่ยวไทยเริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วง 6 เดือนแรกปี 68 โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนก.ค. – ส.ค. กลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

    ขณะที่ยอดจองล่วงหน้านั้น มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ปี 68 จะยังเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน แต่สัญญาณเชิงนโยบายและการเน้นตลาดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงทำให้แนวโน้มปี 69 – 70 ดีขึ้น ตามลำดับ หากไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามากระทบเพิ่มเติม

    มุมมองนโยบายจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยุทธศาสตร์ The New Thailand 2026 จะเน้นการสร้างคุณค่า (value-driven) มากกว่าปริมาณ โดยโฟกัสตลาดกำลังซื้อสูง เช่น ตะวันออกกลางและยุโรป ผ่านการเพิ่มเที่ยวบินตรง รวมถึง Wellness, Medical และ Sport tourism

    จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยมองว่าจะเป็นอานิสงส์เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม บริการด้านสุขภาพ และสายการบิน เป็นต้น

    • CENTEL : เห็นการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด โดย Maldives มี occupancy ดีขึ้นจาก 20% ในไตรมาส 2/68 เป็น 39% ในไตรมาส 3/68 และคาด 40 – 50% ในไตรมาส 4/68 ขณะที่โรงแรมในไทย RevPar ขยายตัว 5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ในไตรมาส 3/68 หนุนจากสมุย หาดใหญ่ และพัทยาที่เพิ่งรีโนเวต และร้านอาหารคง outperform ด้วยยอดขายต่อสาขา (SSSG) ขยายตัวประมาณ 2 – 3% ในเดือน ก.ค. – ส.ค. ที่ผ่านมา
    • SPA : เดินหน้าสู่ S-curve ใหม่ด้วย Wellness destination ที่หาดนาจอมเทียน เปิดปี 70 ตั้งเป้าผู้ใช้บริการ 200 คน/วัน อีกทั้งยังขยายสาขาใหม่อีก 10 แห่งในปี 68 รองรับ Wellness tourism
    • AAV : ในระยะสั้นยังเผชิญความเสี่ยง โดยลดเป้าหมายฝูงบินปีนี้เหลือ 60 ลำ (จาก 62 ลำ แม้ไตรมาส 4/68 จะได้แรงหนุนจากไฮซีซันแต่การแข่งขันสูงและดีมานด์อ่อนยังเป็นข้อจำกัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/640168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VFsvKgtzmvtW5TKHvMT0-

  • ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศ ช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยส.ค.68ขยายตัว

    ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศ ช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยส.ค.68ขยายตัว

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยังขยายตัว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ทิศทางค่าเงินบาท นโยบายรัฐบาล และความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่  ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ -1.8% และ -0.3% ตามลำดับ และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -3.0% และ -4.8% ตามลำดับ ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ -10.8%

    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.1 จากระดับ 51.7  ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 23.6% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 0.1%

    มูลค่าการส่งออกในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 27,743.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ที่ 5.8% หากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ทองคำ ยุทธปัจจัย พบว่าขยายตัว 5.4% การส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลง หลังจากมีการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ

    เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงขยายตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 2.58 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ -12.8% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -1.0% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศ มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 22.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 6.4% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.4%

    ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.6% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -5.7% สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 86.4 จากระดับ 86.6 ในเดือนก่อนหน้า

    เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ -0.79% อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.81% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 64.5% ต่อ GDP ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 267.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ส่งออกช่วยพยุงศก.หลังการท่องเที่ยวชะลอตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/917533&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw118K_NBV8UDCSJzsNbxVob

  • กากัน มาลิค พูดแล้วอยู่ข้างใคร หลังรับบท โปรโมเตอร์การท่องเที่ยวให้กัมพูชา

    กากัน มาลิค พูดแล้วอยู่ข้างใคร หลังรับบท โปรโมเตอร์การท่องเที่ยวให้กัมพูชา

    หลังจากที่ กากัน มาลิค (Gagan Malik) นักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย ผู้เคยรับบท เจ้าชายสิทธัตถะ ในภาพยนตร์ Sri Siddhartha Gautama ได้เดินทางมารับบทบาทเป็นโปรโมเตอร์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศกัมพูชา ตามคำเชิญของรัฐบาล ก็มีกิจกรรมโปรโมตท่องเที่ยวอย่างคึกคัก โดยในการให้สัมภาษณ์ กากัน มาลิค ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้บินตรงมาท่องเที่ยวกัมพูชา พร้อมเผยว่าสนามบินแห่งใหม่ของกัมพูชาเปิดให้บริการแล้ว และสามารถรองรับเครื่องบินทุกประเภทให้ลงจอดได้แล้ว

    ต่อมา เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้เผยเเพร่ออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำเอาเเฟน ๆ ชาวไทย ผิดหวัง เเละเกิดกระเเสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กากัน มาลิค ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อประเด็นร้อนดังกล่าว ผ่านการโพสต์เฟซบุ๊ก Gagan Malik โดยระบุว่า นะโม พุทธายะ ผมต้องขออภัยอย่างจริงใจต่อแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน หากการเดินทางเยือนกัมพูชาของผมเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้สร้างความเจ็บปวดใด ๆ ประเทศไทยคือบ้านหลังที่ 2 ของผม และผมมีความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อประเทศนี้

    การเดินทางไปยังกัมพูชาก่อนหน้านี้ เป็นการนำกลุ่มทัวร์ไปเยือนเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดการเดินทางไปกัมพูชา 3 วัน และประเทศไทย 5 วัน ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างความไม่สบายใจใด ๆ

    เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาโดยไม่มีค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุด และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ลาออกจากตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ และได้ก้าวออกมาจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุด และเกิดขึ้นด้วยความชัดเจนอย่างที่สุด

    ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานในหลายโครงการที่ประเทศไทยเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจที่บริสุทธิ์ทั้งหมดของผม อีกทั้งผมยังได้สร้างวัดที่ประเทศอินเดีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการแสดงถึงความรัก และความเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทย

    ประเทศไทยจะเป็นสถานที่พิเศษในใจของผมเสมอ ผมขออภัยอีกครั้งอย่างสุดซึ้ง หากได้สร้างความไม่สบายใจ และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาชนชาวไทยจะเข้าใจผมมากขึ้น และผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศที่งดงามแห่งนี้

    เรียบเรียงโดยทีมข่าวสยามนิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/social/28616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RVD-gkf-H0OIEmUF0NRLe

  • แจกพิกัดสวนสาธารณะย่านจัตุจักร ที่พักใจสำหรับคนเมืองกรุง

    แจกพิกัดสวนสาธารณะย่านจัตุจักร ที่พักใจสำหรับคนเมืองกรุง

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/8o70qQA7Qy9X&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tomWaxo-NEOrJsCeXZ5ht

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในประเทศไทย

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในประเทศไทย

    วันที่ 29 กันยายน 2568 ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ครั้งที่ 6/2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาคำขอรับเงินช่วยเหลือกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงการเยียวยาด้านจิตใจ

    ที่ประชุมครั้งนี้นับเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใต้ “โครงการช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวในทุกมิติ พร้อมทั้งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีในระดับนานาชาติ

    โครงการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรการความปลอดภัยและการดูแลเอาใจใส่นักท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/245834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ye7oC8iAj6NMCAzNK3ePj

  • ‘รมว.ท่องเที่ยวฯ’ ยัน ‘งบซอฟต์พาวเวอร์’ โปร่งใส -เน้นก่อประโยชน์จริง | เดลินิวส์

    ‘รมว.ท่องเที่ยวฯ’ ยัน ‘งบซอฟต์พาวเวอร์’ โปร่งใส -เน้นก่อประโยชน์จริง | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5158473/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NhT6GFyt6BUXRslusLfwj

  • คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    การตลาด

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คว้า 2 รางวัล

    อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ  แก้วอุดม  คณบดีคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  (กลาง)  เข้ารับมอบ 2 รางวัล  อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568  โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีและพระราชทานรางวัล ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน “รางวัลดีเด่น และรางวัลแห่งความยั่งยืน” จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.รุจิภาส  บุญสำเร็จ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (ขวา)  และ ดร.มนรัตน์  ใจเอื้อ  รองคณบดีฝ่ายวิชาการ (ซ้าย) ร่วมแสดงความยินดี          เมื่อเร็ว ๆ นี้  ณ โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/marketing/448401&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SZxfoGRNQG-w6ojr4a5Si

  • เซ็นทาราคว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน  ในงานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    เซ็นทาราคว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน ในงานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    การตลาด

    เซ็นทาราคว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน ในงานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568

    วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.37 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความภาคภูมิใจเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯและเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน คว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards) ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย(Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

     รางวัลด้านความยั่งยืนอันทรงคุณค่าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหินในการมุ่งดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในทุกการให้บริการแขกผู้เข้าพัก เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

    “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนในเวทีนี้ ซึ่งเราไม่หยุดยั้งที่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการแขกผู้เข้าพัก

    เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดและส่งมอบประสบการณ์เข้าพักอย่างเหนือระดับในคราวเดียวกัน” วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป

    โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กล่าว

    “เราให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายและการให้บริการลูกค้าโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นเสมอ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและ

    อนุรักษ์เสน่ห์ทางธรรมชาติของอำเภอหัวหินให้เป็นมรดกเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไปในอนาคต” ยัน ไวไชท์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา

    แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน กล่าว

    โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมกับแผนระยะยาวในการลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังอาทิ การลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% และลดการใช้น้ำและการทิ้งขยะไปสู่หลุมฝังกลบ 20% ภายในปีพ.ศ. 2572  รวมทั้งการตั้งเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO) ภายในปีพ.ศ. 2593

    สามารถดูข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/sustainability

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/directsale/448444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lKS-DY1Q_mJJcB5288GOI

  • ‘รมว.อรรถกร’ แจงกลางสภา ยืนยันกำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวฯใช้ งบ Soft Power โปร่งใส

    ‘รมว.อรรถกร’ แจงกลางสภา ยืนยันกำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวฯใช้ งบ Soft Power โปร่งใส

    วันนี้(วันที่ 29 กันยายน 2568) ในการประชุมรัฐสภา วาระการแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภา ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับงบประมาณด้าน Soft Power โดยระบุว่า

    ตนได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากรองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าใจดีว่า มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งเรื่องเวลา และการที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นผู้วางกรอบงบประมาณเอง แต่ตนยืนยันว่า จะดูแลการบริหารงบประมาณทุกบาทอย่างรอบคอบและโปร่งใส

    ”แม้สังคมและสื่อออนไลน์จะมีการพูดถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงบ Soft Power จำนวนมาก แต่คนที่เป็นข่าว ผมแทบไม่รู้จักเลย จึงยืนยันได้ว่าจะไม่มีใครสามารถใช้ประโยชน์จากผมได้”นายอรรถกร กล่าว

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า งบประมาณส่วนนี้แม้กระจายอยู่หลายกระทรวง แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่จะต้องใช้งบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 

    “ผมจะใช้งบตรงตามระเบียบ เน้นความเหมาะสม และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทุกโครงการที่ใช้งบ ต้องเกิดผลจริง ต้องช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากที่สุด” นายอรรถกร กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640160&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GTVWYyYfOBLAePtrHe-QS