Category: ท่องเที่ยว

  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดอุทัยธานี ปี 2569 | เดลินิวส์

    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดอุทัยธานี ปี 2569 | เดลินิวส์

    ที่ จ.อุทัยธานี ห้องประชุมศาลางกลางจงหวัดฯ  นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุทัยธานี.เป็นประธานมอบรางวัลการประกวดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ระดับจังหวัดฯ ปี 2569 ให้กับกลุ่มกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่าตำบลระบำ อ.ลานสัก ที่ชนะเลิศอันดับ 1 โดยมีสำนักงานเกษตรจ.อุทัยธานี เป็นเจ้าภาพหลักการประกวดฯ

    โดยนายบุญเลิศ เทียนช้าง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า กลุ่มฯ จัดตั้งเมื่อวันที่ 29 ตค 2564 ปัจจุบันมีสมาชิก 170 คน ส่วนปัจจัยที่ทำให้กลุ่มฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ การบริหารงานจัดการกลุ่ม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม 4 ด้าน ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผลประโยชน์ โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เป็นกลไก ในการขับเคล่อนกิจกรรม

    สำหรับกิจกรรมกลุ่มฯ ที่ได้ดำเนินการ 1.การท่องเที่ยวทางน้ำ ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นเรือหางยาว เพื่อไปศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าที่ชายป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ เพื่อส่องสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อาทิ ช้าง วัวแดง วัวกระทิง เก้ง กวาง หมูป่า นกยุง ที่ลงมาแทะเล็มหญ้าและกินน้ำที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา อ.ลานสัก ซึ่งมีจุดบริการท่าเรือ รวม 4 แห่งด้วยกัน

    2.การท่องเที่ยวทางรถยนต์ ให้บริการนำนักท่องเที่ยวขึ้นรถยนต์ เพื่อเดินทางไปยัง เพื่อศึกษาธรรมชาติที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เดินศึกษาธรรมชาติบ้านของเสือ รวมทั้งการศึกษาเรียนรู้สัตว์ป่าเขตห้ามล่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชุมชนบ้านเขาเขียว-บ้านไผ่งาม

    ด้านนางแก้วใจ สารสุวรรณ์ นายก อบต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จอีกด้านมาจาก “พลังไตรภาคี” โดยเฉพาะ อบต.ระบำ  ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศและแรงลมใต้ปีกที่พาชุมชนไปถึงเป้าหมาย โดย อบต.ระบำ ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการวางโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนในด้าน การพัฒนาศักยภาพ จัดอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณจัดทำป้ายสื่อความหมาย การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำนโยบายเชิงรุก บรรจุแผนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เข้าเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบลอย่างยั่งยืน

    ขณะนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนัน ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบาทสำคัญในการสร้างพลังศรัทธาและกระบวนการมีส่วนร่วมและเป็นนักประสานสิบทิศ  ได้กล่าวว่า ต้องประสานความเข้าใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอพยพคนออกจากป่า เพื่อแก้ไขปัญหาคนกับป่า ได้ เป็นสิ่งที่ยาก และเมื่ออพยพคนออกจากป่าได้แล้ว ก็ต้องให้ชาวบ้านอยู่ได้ มีรายได้ ด้วยการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสัตว์ป่า ตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมและผลักดัน ให้เกิดการท่องเที่ยวสัตว์ป่าเชิงนิเวศ นี้ขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอพยพจากป่า มีรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากการให้บริการนำท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า ศึกษาธรรมชาติ  และให้คนชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง

    สำหรับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของชาว ต.ระบำทุกคน ที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจละเสียสละ จนทำให้มีวันนี้ เพราะพวกเราทำด้วยหัวใจคนรักบ้านเกิด พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยความประทับใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5824809/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DOjGYkWD55eMC3S8HqUiX

  • ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    Loading…

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-100&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22fH7PZwxrf4r9X7b8_auM

  • สว.ลุยเกาะล้าน แก้วิกฤตขยะ 1.5 แสนตัน ดันเตาเผาไร้มลพิษฟื้นท่องเที่ยว

    สว.ลุยเกาะล้าน แก้วิกฤตขยะ 1.5 แสนตัน ดันเตาเผาไร้มลพิษฟื้นท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/144698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Pn4096ExJvXR1v6LvHDiI

  • ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

    นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งระเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค.2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับสูงขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงหมวดอื่นที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเฉพาะของบางบริษัท ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการผลิตน้ำตาล และปิโตรเลียมหลังปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นไปในเดือนก่อน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป แม้รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นผลชั่วคราวจากการปรับลดเที่ยวบินในช่วงสงคราม 

    นอกจากนี้ การส่งออกไปตะวันออกกลางยังปรับลดลงมากในทุกหมวดสินค้า ส่วนการบริโภคภาคเอกชนแม้มีการเร่งซื้อสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา แต่โดยรวมปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารเป็นหลัก สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่เห็นผลกระทบจากสงครามชัดเจนแต่ลดลงหลังเร่งไปมากในช่วงก่อน

    เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกและใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านราคาที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้น

    ปราณี สุทธศรี

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นจากการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่โดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 รวมถึงการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคาในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ 

    สำหรับด้านอุปทาน การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตปิโตรเลียมหลังปิดปรับปรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ไปในไตรมาสก่อน ประกอบกับมีการขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการค้าเป็นหลัก สอดคล้องกับการผลิตและการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงปลายไตรมาส สะท้อนจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลางปรับลดลงมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป

    เสถียรภาพเศรษฐกิจในไตรมาส 1 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานที่ลดลงตามค่ากระแสไฟฟ้าที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาข้าว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน 

    อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส แต่การส่งผ่านต้นทุนไปราคาสินค้าและบริการในหมวดเงินเฟ้อพื้นฐานยังจำกัด ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงานปรับแย่ลงจากไตรมาสก่อน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741752&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V3TT8GE7zli5a7qJftX9d

  • ททท. ผนึก 5 ไอดอล ปลุกพลัง “เที่ยวไทยอย่างรับผิดชอบ” สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าเดิม

    ททท. ผนึก 5 ไอดอล ปลุกพลัง “เที่ยวไทยอย่างรับผิดชอบ” สร้างเทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าเดิม

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแบบรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านศิลปินที่มีชื่อเสียง” ภายใต้แนวคิด “Responsible Tourism” โดยใช้พลัง Celebrity Marketing ถ่ายทอดบทบาท “คนไทยชวนคนไทยเที่ยวไทย” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นการเดินทาง และตอกย้ำภาพลักษณ์ “เจ้าบ้านที่ดี” ในทุกพื้นที่ตลอดทั้งปี พร้อมมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทย จาก “ผู้รับ” สู่ “ผู้ให้” และตั้งเป้าสร้างการรับรู้ไม่น้อยกว่า 15 ล้านครั้ง

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เปิดเผยว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการผลักดันแนวคิด Responsible Tourism เพื่อยกระดับสู่ “พฤติกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่” ของคนไทย จาก “ผู้รับ” สู่ “ผู้ให้” โดยนำกลยุทธ์ “Celebrity Marketing” มาประยุกต์ใช้ ผ่านความร่วมมือกับศิลปินชื่อดังซึ่งเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ ทำหน้าที่เป็นต้นแบบของการเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เคารพอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมสนับสนุนสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและขยายผลสู่การรับรู้ในวงกว้าง

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.
    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

    โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจาก 5 ศิลปิน ได้แก่ โจอี้ ภูวศิษฐ์, อะตอม ชนกันต์, วง VIIS, วง NEW COUNTRY และวง PERSES (เพอร์เซส) ร่วมถ่ายทอดมุมมองการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีความหมาย ผ่านการลงพื้นที่จริงและการเล่าเรื่องเชิงประสบการณ์ พร้อมเริ่มต้นส่งต่อแรงบันดาลใจผ่าน 3 ศิลปิน ได้แก่

    • โจอี้ ภูวศิษฐ์ พาเยือนชุมชนหัวบ้าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์เมืองเก่าและวิถีชีวิตเรียบง่าย พร้อมรณรงค์การท่องเที่ยวที่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น 
    • อะตอม ชนกันต์ นำเสนอเส้นทางสร้างสรรค์ในย่านบางลำพู–ป้อมพระสุเมรุ ส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน 
    • วง VIIS ชวนสัมผัสธรรมชาติในพื้นที่บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานและกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่ผสานความสนุกควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 

    ขณะเดียวกัน วง NEW COUNTRY และ วง PERSES ร่วมสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรม “Responsible Travel Challenge” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และตัดสินใจในสถานการณ์จริง อาทิ การเลือกใช้ไกด์ท้องถิ่น การศึกษาวัฒนธรรมก่อนเดินทาง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการเคารพกฎระเบียบของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกการเดินทางสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามคอนเทนต์ภายใต้โครงการได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ “Amazing Thailand” และสื่อของศิลปิน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อร่วมสร้างเทรนด์การท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ที่ “เที่ยวอย่างใส่ใจ และยั่งยืนไปด้วยกัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2929856&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e7OWjwsK8OZJZKUnF7vOS

  • รีวิว: แจกพิกัดเที่ยว ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

    รีวิว: แจกพิกัดเที่ยว ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/QkLdQoDq6M8k&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bjUnkOJE8ygb2n3-jBcUC

  • เชียงใหม่-เชิญชวนร่วมสืบสานจารีตประเพณี “ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” หนึ่งเดียวในไทย | TOPNEWS

    เชียงใหม่-เชิญชวนร่วมสืบสานจารีตประเพณี “ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” หนึ่งเดียวในไทย | TOPNEWS

    เชียงใหม่เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13–19 พฤษภาคมนี้ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมล้านนาอันทรงคุณค่า และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้คึกคัก

    เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร พระครูสิริธรรมเมธี (พระมหาอุดร ทีปวํโส)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง-แม่ออน เชียงใหม่ (ธรรมยุต) พร้อมด้วยนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และนายนิสิต ส่งศรี รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมด้านการท่องเที่ยว หรือตัวแทน ผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนร่วมงาน

    พระครูสิริธรรมเมธี (พระมหาอุดร ทีปวํโส)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง-แม่ออน เชียงใหม่ (ธรรมยุต) กล่าวว่า “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล” นับเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแห่งเดียวในประเทศไทย มีรากฐานจากความเชื่อโบราณในการบูชาเสาหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็นเป็นสุข และการขอฝนให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ โดยกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามปฏิทินล้านนาในช่วงเดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก

    นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ประเพณีดังกล่าวถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สำคัญของจังหวัด และได้รับการบรรจุในปฏิทินท่องเที่ยว “12 เดือน 12 เทศกาล” ซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดให้คงอยู่ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสักการะเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ พร้อมใส่ขันดอกตามจุดที่จัดเตรียมไว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนร่วมสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมล้านนาอย่างใกล้ชิด

    คุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจทองเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดแถลงข่าว“ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ปี2569 ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์แห่งความศรัทธาของชาวล้านนาที่มาอย่างยาวนาน

    ทางสมาคมฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับการประชาสัมพันธ์สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมุ่งหวังให้ประเพณีนี้เป็น “โอกาสอันดีงาม” ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก จังหวัดเชียงใหม่ โดยประเพณีใส่ขันดอกจะเริ่ม วันพุธที่ 13 พฤษภาคม จนถึงวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 และวันออกอินทขิลในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมทั้งต้องการผลักดันให้ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลได้อยู่ในปฏิทินกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด

    “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล” เป็นประเพณีขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ และดลบันดาลให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข การได้มาสักการะเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จึงถือเป็นการเสริมสิริมงคลสูงสุดให้แก่ชีวิตและครอบครัว ในนามของภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่าพลังแห่งความร่วมมือในการเผยแพร่คุณค่าของประเพณีนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเกิดความเข้าใจและประทับใจในศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา

    “ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล จึงมิใช่เพียงการสืบสานจารีตประเพณี แต่คือการประกาศความพร้อมของเชียงใหม่ ในการเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือน และ เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่” ขอความร่วมมือพี่น้องทุกท่าน ตลอดจนถึงสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมกันประชาสัมพันธ์งานใส่ขันดอก

    และขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทุกท่าน ร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองหรือผ้าไทย เข้าร่วมงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13–19 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00–24.00 น. ของทุกวัน ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สัมผัสเสน่ห์แห่งศรัทธาวิถีล้านนา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1561841&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wEO4GRDbitalga18WI3Zj

  • ธปท.ระบุเศรษฐกิจ มี.ค.ทรงตัว ส่งออกฟื้นแต่ใช้จ่ายชะลอ-ท่องเที่ยววูบรับพิษสงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    ธปท.ระบุเศรษฐกิจ มี.ค.ทรงตัว ส่งออกฟื้นแต่ใช้จ่ายชะลอ-ท่องเที่ยววูบรับพิษสงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 69 เศรษฐกิจไทยโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวจากเดือนก่อน

    อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ตามการส่งออกไปตะวันออกกลางและจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่ลดลงมาก สำหรับการบริโภคภาคเอกชนลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปแล้วในช่วงก่อน

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นส คัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน

    ในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์ต่างประเทศทั้งการส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศจากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589283&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v3oXubqhV8ACxivlbRN31

  • เจาะลึกท่องเที่ยว หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวต่างประเทศ

    เจาะลึกท่องเที่ยว หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวต่างประเทศ

    วันนี้ (วันที่ 30 เมษายน 2569) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดถึง ผลการวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวขาออก นอกประเทศ (Outbound Travel) ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดแรงงานจีน หรือ May Holiday 2026 ระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2569 โดย China Dragon Trail International (บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและการท่องเที่ยวในประเทศจีน) พบว่า 24% ของคนจีนที่มีแผนเดินทางต่างประเทศ ในปี 2569 เลือกเดินทางในช่วงวันหยุดดังกล่าว

    ทำให้ช่วง วันแรงงาน ดังกล่าวกลายเป็น “หน้าต่างโอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศที่ต้องการดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนระยะสั้นและระยะกลาง

    ทั้งนี้จากการสำรวจความนิยมของจุดหมายปลายทาง ที่คนจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยว พบว่า คนจีน เลือกที่จะเดินใน Intra-Regional หรือ ประเทศเอเชียใกล้จีน เป็นส่วนใหญ่

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    โดยนักท่องเที่ยวจีน เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 16.3% มาเก๊า 10.7% ครองอันดับ 2 ประเทศไทย 9% อยู่ในอันดับ 3 ฮ่องกง 6.7 % ติดอันดับ 4 ญี่ปุ่น 5.1% ตกมาอยู่อันดับ 5 ตามมาด้วย ออสเตรเลีย 4.5% สิงคโปร์ 4.5% มาเลเซีย 3.4% มัลดีฟส์ 2.8% นิวซีแลนด์ 2.8%

    จากผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ถึงสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพราะคนจีนเดินทางมาเที่ยวไทย ช่วงวันแรงงานจีน คิดเป็นสัดส่วน 9% เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2568 แซงประเทศญี่ปุ่น ที่คนจีนเดินทางไปเที่ยว คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ลดลงจาก 9.5% เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น และข้อจำกัดด้านปริมาณเที่ยวบิน

    ดังนั้นจึงแสดงให้ว่าไทย มีสัญญาณการฟื้นตัว ที่ชัดเจน และกลับมาอยู่ใน “กลุ่มที่ถูกพิจารณา” (Consideration Set) ของนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้ง แต่ไทยยังไม่ใช่ “อันดับหนึ่งในใจ” (Top of Mind) ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องเร่งแก้เกม เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากคู่แข่งในภูมิภาคนี้

    การเดินทางเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีน ช่วง วันแรงงาน

    สำหรับรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากทริปสั้นแบบเร่งรีบ ไปสู่การเดินทางที่ยืดหยุ่นและขยายทริปยาวนานขึ้น โดย 44% ของนักท่องเที่ยว “ลาพักเพิ่ม” เพื่อขยายทริป 

    ขณะที่ระยะเวลาการเดินทาง (Trip Duration) ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3-5 วัน คิดเป็นสัดส่วน 48% ตามมาด้วยทริป 6-10 วัน มีสัดส่วนถึง 33% และกลุ่มที่เดินทางมากกว่า 10 วันขึ้นไป อยู่ที่ 11%

    ส่วนงบประมาณการเดินทาง (Travel Spending)ต่อคน ของนักท่องเที่ยวจีน Segment หลัก มีงบประมาณอยู่ที่ 10,000-20,000 หยวน(ประมาณ 47,706-95,413 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 28% Segment ระดับบน มีงบประมาณมากกว่า 50,000 หยวน (มากกว่า 238,466 บาท) คิดเป็น 15% และมีงบประมาณมากกว่า 100,000 หยวน (มากกว่า 476,987 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 7%

    แสดงให้เห็นว่าการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ในปีนี้ ไม่ได้มองหาเพียงราคาที่ถูกที่สุด หรือ ประหยัด แต่ “เลือกใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า” ขณะที่ตลาด Mass กับตลาดไฮเอนท์ เติบโตพร้อมกัน

    นายอดิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน จะมีความต้องการใน 4 วัตถุประสงค์หลัก โดยความต้องการส่วนใหญ่ ต้องการการพักผ่อน (Relaxation & Leisure) สูงถึง 40%, อาหาร (Gastronomy) 29%, มองหาธรรมชาติ 28% ,วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ 28% นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่แสวงหาความหมายจากการเดินทาง หรือ “Experience-based tourism” แทนที่ sightseeing แบบเดิม

    วันแรงาน ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวนอก

    จากผลสำรวจดังกล่าว จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ 1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) ต้องตอบโจทย์ 4 ความต้องการหลักให้ชัดเจน ได้แก่ Wellness/Beach Resort สำหรับการพักผ่อน, Thai Gastronomy Experience สำหรับกลุ่มคนรักอาหาร, Island/National Parks สำหรับกลุ่มรักธรรมชาติ และการนำเสนอ Heritage + Storytelling สำหรับกลุ่มที่สนใจวัฒนธรรม

    2.กลยุทธ์การแบ่งส่วนตลาด (Market Strategy) ทริปสั้น (3-5 วัน) เน้นเจาะกลุ่มเมืองหลักที่เดินทางสะดวก เช่น กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ส่วนทริปขยายเวลา (Extended Trip) นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง (Multi-destination Cluster) เพื่อดึงดูดกลุ่มที่ลาพักเพิ่ม

    ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วง May Holiday 2026 กำลังกลับมาด้วยศักยภาพที่สูงขึ้น แต่มาพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงและความคาดหวังที่ซับซ้อนขึ้น ประเทศไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่โดดเด่น แต่ความท้าทายคือการ ยกระดับจากตัวเลือกสำรองสู่ตัวเลือกหลัก ด้วยการยกระดับสินค้า เน้นย้ำประสบการณ์ที่มีคุณภาพและการสื่อสารที่เข้าถึงความต้องการใหม่ของนักท่องเที่ยวจีน เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง Top Destination ในภูมิภาคนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

    นอกจากนี้ในช่วงวันแรงงานปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้คาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.-6 พ.ค. 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทย 136,000 คน เพิ่มขึ้น 26% สร้างรายได้ 3,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%

    เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดเอ้าท์บาวด์จีน และการขยายเส้นทางบินตรง ที่จะมีเส้นทางบินใหม่ 3 เส้นทาง คือ หางโจว-ภูเก็ต, เซินเจิ้น-ภูเก็ต และ หยางโจว-สุวรรณภูมิ โดยนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน และมียอดการจองสูงสุดในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

    อีกทั้งไทยยังติด Top 3 ของนักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่ม “Visa-friendly” (ประมาณ 20%) ยังคงเลือกมาไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ประกอบกับเนื่องจากราคาบัตรโดยสารอาจปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการจองล่วงหน้าแบบ “Early Lock-in” (6-12 สัปดาห์ก่อนเดินทาง) เพื่อคุมงบประมาณนั่นเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/657936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZAFPXq-WhpB8KhLt3BKa-

  • ททท.ลุยยกระดับจัดเก็บเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว

    ททท.ลุยยกระดับจัดเก็บเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว

    ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Festival Database Platform เพื่อยกระดับการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลเทศกาล งานประเพณี เพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

    ในยุคที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” ควบคู่ไปกับความสะดวกในการเลือกจุดหมายปลายทาง ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล ช่วงเวลาการจัดงาน และอัตลักษณ์ของพื้นที่ มีบทบาทสำคัญมากขึ้นสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดทำโครงการ Festival Database Platform ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการรวบรวม จัดระเบียบ เป็นระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงเทศกาลไทย เพื่อสนับสนุนทั้งนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การพัฒนาเทศกาลในมิติต่าง ๆ ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ รวมถึงเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ชุมชน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล

    พร้อมกันนี้ ททท. ยังได้นำศักยภาพของโครงการมาต่อยอดสู่การพัฒนาประสบการณ์ใช้งานบนเว็บไซต์ Thailand Festival เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้งาน ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเทศกาลได้ง่าย สะดวก และตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ผ่านฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่

    • “Sukjai Chatbot” AI Travel Assistant ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล ที่สามารถแนะนำเทศกาลตามความสนใจ งบประมาณ และช่วงเวลาเดินทางของผู้ใช้งาน

    • Festival Calendar ปฏิทินเทศกาลที่สามารถดูได้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกในแพลตฟอร์มเดียว

    โครงการ Festival Database Platform จึงเป็นการสะท้อนบทบาทของ ททท. ในการมุ่งสู่การเป็น Intelligence Hub ด้านการท่องเที่ยว โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงมากยิ่งขึ้น

    ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการ Festival Database Platform จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับเมืองน่าเที่ยว
    และผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านเทศกาลสู่สายตานานาชาติ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Data-Driven Tourism Nation อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เป็นแรงขับเคลื่อน
    สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางที่ “เที่ยวได้ทั้งปี มีเทศกาลทุกเดือน และมอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมในทุกการเดินทาง

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเว็บไซต์ Thailand Festival ด้วย Sukjai Chatbot และ Festival Calendar ได้แล้ววันนี้ ที่ https://ai.festivaldatabaseplatform.com/

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1026693/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IhLzPUU2-LWE7Ag5hFnAZ