Category: ท่องเที่ยว

  • จิตอาสาคึกคัก! เก็บขยะ-ฟื้นฟูหาดหัวดอน สร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    จิตอาสาคึกคัก! เก็บขยะ-ฟื้นฟูหาดหัวดอน สร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    จิตอาสาคึกคัก! เก็บขยะ-ฟื้นฟูหาดหัวดอน สร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

    วันพฤหัสบดี ที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ชายหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชายหาด เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดโดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครหัวหิน โดยมีนายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร อสม. อถล. ทสม. อสทล. และเครือข่ายจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

    วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อระลึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม และยังเป็นวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ หรือวัน ทสม. แห่งชาติ ภายในงานทุกภาคส่วนร่วมกันทำความสะอาดชายหาด เก็บขยะตลอดแนวชายฝั่ง เพื่อสร้างภูมิทัศน์ที่สะอาดสวยงาม พร้อมทั้งเทศบาลนครหัวหินยังได้เปิดตัวรถฟาร์มแทรกเตอร์ทำความสะอาดพื้นชายหาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะและดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเล

    นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เมืองหัวหินเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญริมทะเลที่มีชื่อเสียง ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อน ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้น หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสมอาจนำไปสู่การรั่วไหลของขยะลงสู่ทะเลและเกิดมลพิษทางทะเล จึงต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการรักษาความสะอาด และสร้างจิตสำนึกเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของหัวหินให้คงอยู่ต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/457349&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12ALLMg-pMtflpkwmRpFYO

  • “นายกฯ อนุทิน” ถามกลับ “ใครบอก” จัดซีเกมส์แย่กว่าเขมร หลังเจอดราม่าถล่มยับ

    “นายกฯ อนุทิน” ถามกลับ “ใครบอก” จัดซีเกมส์แย่กว่าเขมร หลังเจอดราม่าถล่มยับ

    “นายกฯ อนุทิน” ถามกลับ “ใครบอก” จัดซีเกมส์แย่กว่าเขมร หลังเจอดราม่าถล่มยับ

    เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ธ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีดราม่าความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ว่าให้ไปถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

    เมื่อถามว่ามีการมองว่ากระทบภาพลักษณ์ประเทศ นายกฯ กล่าวว่า วันที่ 9 ธ.ค.นี้ ก็จะมีพิธีเปิดการแข่งขัน และตนจะไปเข้าร่วม เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อถามอีกว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าจัดแย่กว่ากัมพูชา นายกฯ ย้อนถามว่า “ใครบอก มันยังไม่เกิด”

    เมื่อถามย้ำว่า มีการด้อยค่าการทำโปสเตอร์ซีเกมส์ด้วยเอไอ มีความเห็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ การแข่งขันซีเกมส์ตอนตนเข้ามาการแข่งขันยิ่งกว่านี้ 

    เมื่อถามต่อว่ามีการตั้งคำถามถึงงบประมาณ นายกฯ กล่าวว่า มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เข้ามาก็ต้องเร่งตรงนี้อย่างเต็มที่ ก็รู้ปัญหาถึงได้เร่ง ร.อ.ธรรมนัส ก็ไปทำงานหัวปั่นไปหมด ไปแก้ไขสถานการณ์หลายๆ เรื่อง สำหรับตนในส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดไม่ได้ ก็ต้องเร่งให้มีการจัดสถานที่ให้มีการแข่งขัน ให้มีที่พักนักกีฬา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่  เมื่อถามอีกว่าต้องวัด KPI รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทันวัดเดี๋ยวก็ยุบสภาแล้ว

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142547&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DCeg25qRFAQvNVb1WUloH

  • “พิพัฒน์” ทุ่ม 5.3 พันล้าน ดัน 602 โครงการ ฟื้นฟู-พัฒนาภาคใต้ทั้งระบบ ชูท่องเที่ยวปลอดภัย

    “พิพัฒน์” ทุ่ม 5.3 พันล้าน ดัน 602 โครงการ ฟื้นฟู-พัฒนาภาคใต้ทั้งระบบ ชูท่องเที่ยวปลอดภัย

    “พิพัฒน์” นำทีมวางแผนฟื้นฟู–พัฒนาภาคใต้ทั้งระบบรวม 602 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5.3 พันล้านบาท หวังฟื้นเศรษฐกิจ–ดูแลคุณภาพชีวิต ชูท่องเที่ยวปลอดภัย–ฮาลาล 3 จชต. และสร้างงานระยะยาวให้คนในพื้นที่

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประจำภาคใต้ และคณะอนุกรรมการประจำภาคใต้ชายแดน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อกลั่นกรองแผนพัฒนาจังหวัด–กลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2570 เพื่อใช้เป็นกรอบในการฟื้นฟูและวางอนาคตภาคใต้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด 11 จังหวัด 2 กลุ่มจังหวัด และภาคใต้ชายแดน 3 จังหวัด 1 กลุ่มจังหวัด โดยมีการทบทวนศักยภาพ ปัญหา และโอกาสของแต่ละพื้นที่ใหม่ ปรับเป้าหมายและตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก การขยายตัวของเมือง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และโอกาสด้านการท่องเที่ยว–เกษตรมูลค่าสูง–โลจิสติกส์สมัยใหม่รวม 602 โครงการ วงเงินรวม 5,300 ล้านบาท

    แบ่งเป็นภาคใต้ สนับสนุน 452 โครงการ วงเงินราว 3,900 ล้านบาท ส่วนภาคใต้ชายแดน สนับสนุน 150 โครงการ วงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท

    นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอโครงการสำคัญจากส่วนราชการส่วนกลาง อาทิ โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเรือสำราญ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical–Wellness) โครงการยกระดับมาตรฐานปาล์มน้ำมัน–โอเลโอเคมิคอล โครงการป้องกันอุทกภัยพื้นที่ทะเลน้อย, โครงการพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล, โครงการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะถูกรวบรวมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.บ.) ในลำดับต่อไป

    นายพิพัฒน์ กล่าวในที่ประชุมว่า ช่วงที่ผ่านมา พื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ทั้งสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัย ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้เร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม และบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงขอกำชับให้คณะอนุกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “คิดไกลกว่าการซ่อมแซม” คือใช้โอกาสการฟื้นฟูเพื่อยกระดับภาคใต้ให้แข็งแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจภาคใต้ ทั้งการท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวเชื่อมฝั่งอ่าวไทย–อันดามัน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม–ศาสนา เช่น เส้นทางไหว้พระในนครศรีธรรมราช

    สำหรับจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นประตูท่องเที่ยวชายแดนสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย นายพิพัฒน์ย้ำว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาครั้งแรก เราต้องทำให้เขาอยากกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เราจึงต้องฟื้นให้เร็ว และทำให้ปลอดภัยที่สุด ทั้งระบบคมนาคมและการบริการของเมือง พร้อมเน้นให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลเรื่องความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ภาคใต้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

    อย่างไรก็ตามในการพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นายพิพัฒน์แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษ ทั้งในมิติศาสนา การศึกษา ความมั่นคง และเศรษฐกิจครัวเรือน โดยได้ระบุว่า สามจังหวัดชายแดนใต้มีพี่น้องชาวมุสลิมกว่า 80% จึงอยากเห็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อย่างจริงจัง ควบคู่กับการดูแลด้านการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะ เพื่อให้เยาวชนได้รับการปลูกฝังความรู้และพัฒนาทักษะด้านการงานอาชีพ ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาภาคใต้ ทั้งนี้นายพิพัฒน์ยังเน้นย้ำการบูรณาการของจังหวัด ท้องถิ่น ศอ.บต. หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาที่มีอยู่ เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้

    อีกหนึ่งวิสัยทัศน์ระยะยาวที่นายพิพัฒน์หยิบยกในการประชุม คือ แนวคิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ให้เป็น “นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล” รองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลระดับโลก โดยได้หารือกับนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในหลักการแล้วว่า เมื่อนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เกิดขึ้น สิ่งที่จะดำเนินการควบคู่กันคือ การพัฒนาเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นทรัพยากรหลักของนิคมอุตสาหกรรม ให้คนในพื้นที่มีงานทำโดยไม่ต้องอพยพออกไปทำงานจังหวัดอื่นและการร่วมมือกับนักลงทุน ให้ช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในนิคม โดยเป้าหมายสำคัญ คือ “ทำให้ลูกหลานในพื้นที่เรียนจบแล้วมีงานดี ๆ ทำใกล้บ้าน” และให้สามจังหวัดชายแดนใต้เติบโตจากเศรษฐกิจในพื้นที่

    นายพิพัฒน์ กล่าวในช่วงท้ายการประชุม โดยได้ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงาน และคณะอนุกรรมการทุกฝ่าย พร้อมกำชับให้ฝ่ายเลขานุการสรุปผลการกลั่นกรองโครงการทั้งหมด เสนอเข้าที่ประชุม ก.น.บ. โดยเร่งรัดเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน วัดผลได้จริง และย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าฟื้นฟูภาคใต้จากวิกฤตอุทกภัย ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว ทั้งด้านท่องเที่ยว การเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมฮาลาล โลจิสติกส์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างอนาคตความเป็นอยู่ที่ดีให้พี่น้อง 14 จังหวัดภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2899848&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_YAIHo8BUmv1Z9Z27oWfA

  • ‘วันพ่อ’ เข้าชมฟรี! รวมสถานที่เที่ยวทั่วไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    ‘วันพ่อ’ เข้าชมฟรี! รวมสถานที่เที่ยวทั่วไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    Travel

    04 ธ.ค. 2025 เวลา 15:25 น.

    ชวนคุณพ่อและครอบครัวไปท่องเที่ยวใช้เวลาร่วมกันใน ‘วันพ่อ’ 5 ธันวาคม 2568 หลายสถานที่เปิดให้เข้าชมฟรี! รวบรวมมาให้แล้ว

    เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ วันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    หลายแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศเปิดให้ เข้าชมฟรี! เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และได้ใช้เวลาวันหยุดอย่างมีคุณค่า

    รวมแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าชมฟรี! มาให้ชวนคุณพ่อและครอบครัวออกไปสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

    พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และความรู้

    ปราสาทพระเทพบิดร

    วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในปราสาทพระเทพบิดรได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยเข้า-ออก ทางประตูสวัสดิโสภา

    (จุดคัดกรองปิดเวลา 16.00 น.)

    https://www.royaloffice.th/26/11/2025

    ‘วันพ่อ’ เข้าชมฟรี! รวมสถานที่เที่ยวทั่วไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) 

    • พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
    • พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
    • พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า
    • จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา

    https://www.facebook.com/share/p/1Mykxekk6W/

    หอมนสิการ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

    วันที่ 5 – 10 ธันวาคม 68 (คุณพ่อ เข้าชมฟรี)

    https://www.facebook.com/share/p/1Bicf5DWDw/

    นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

    วันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2568 ชมฟรี

    เทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน Night at the Museum Festival 2025

    https://www.facebook.com/share/p/1BZGFhwAPR/

    พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน จ.พระนครศรีอยุธยา

    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 31 มกราคม 2569 (เข้าชมฟรี)

    https://www.facebook.com/share/p/1ChmQcxexP/

    ‘วันพ่อ’ เข้าชมฟรี! รวมสถานที่เที่ยวทั่วไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ

    วันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2568 

    ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (เข้าฟรี)

    https://www.facebook.com/share/p/1HKg39uqGB/

    งานมหกรรมในหลวงรักเรา ‘ภูมิพลังแผ่นดิน’

    วันที่ 4-7 ธันวาคม 2568 

    ชมการแสดงโขนเทิดพระเกียรติ ชุด ‘คารวาลัยพระมิ่งมาตาคู่บุญญา บารมีบรมจักรีองค์ภูมิพล’

    ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี

    https://www.facebook.com/share/r/1BujpTGvhx/

    ธรรมชาติ และสวนสัตว์

    คนไทย / เด็ก / ผู้สูงอายุ เข้าฟรี! พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ยกเว้นค่าบริการสำหรับคนไทย

    • อุทยานแห่งชาติ
    • วนอุทยาน
    • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
    • เขตห้ามล่าสัตว์ป่า
    • สวนพฤกษศาสตร์
    • สวนรุกขชาติ

    https://www.facebook.com/share/p/178qJLi7MP/ https://www.facebook.com/share/p/1S4Ti3hF2E/

    องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (ZPOT)

    วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เปิดให้เด็กและผู้สูงอายุเข้าชมฟรี 6 แห่ง 1 โครงการ

    https://www.facebook.com/share/p/1DtPfaab9k/

    • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี https://www.facebook.com/share/p/17muyHGoX6/
    • สวนสัตว์นครราชสีมา https://www.facebook.com/NakhonratchasimaZoo/?locale=th_TH
    • สวนสัตว์เชียงใหม่ https://www.facebook.com/FanpageChiangMaiZoo/?locale=th_TH
    • สวนสัตว์สงขลา https://www.facebook.com/share/p/1a62E3SHkf/
    • สวนสัตว์อุบลราชธานี https://www.facebook.com/share/p/1BkYZTMPej/
    • สวนสัตว์ขอนแก่น https://www.facebook.com/share/p/1BkYZTMPej/
    • โครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ https://www.facebook.com/kingdom.Elephant/

    ‘วันพ่อ’ เข้าชมฟรี! รวมสถานที่เที่ยวทั่วไทย วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    รถไฟฟ้าและทางด่วน ให้บริการฟรี

    เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนได้พาคุณพ่อและครอบครัวออกไปเที่ยวได้อย่างเต็มที่

    • รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และ รถไฟฟ้าสายสีทอง (มีเงื่อนไข)
    • รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และ สายสีม่วง (มีเงื่อนไข)

    https://www.bts.co.th/information/information-views.html?id=MGwoHDqcpYk3f9f7+xprTg==

    https://www.mrta.co.th/th/news-release/30824

    ทางพิเศษ (ทางด่วน)

    ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษรวม 3 สายทาง (63 ด่าน/61ด่าน)

    ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น.

    https://www.exat.co.th/exat-except-fee-3ways-05122568/

    …………………………..

    อ้างอิง : 1672 Travel buddy

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1210623&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eiYG2BVllyRJ9AFeF3nbD

  • SCB ปลุกพลังโรงแรมภาคใต้บนเส้นทางความยั่งยืนต่อเนื่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus รับท่องเที่ยวยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SCB ปลุกพลังโรงแรมภาคใต้บนเส้นทางความยั่งยืนต่อเนื่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus รับท่องเที่ยวยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ธนาคารไทยพาณิชย์ตอกย้ำความมุ่งมั่นผู้นำการเงินยั่งยืน พร้อมสนับสนุนธุรกิจโรงแรมยกระดับมาตรฐานรองรับท่องเที่ยวยั่งยืน ผนึกกำลังกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมสู่การรับรอง Green Hotel Plus กับ SCB” เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมไทยตามเกณฑ์ Green Hotel Plus (GHP) ซึ่งได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) แก่กลุ่มโรงแรมภาคใต้ ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP กับการคว้าโอกาสเติบโตบนกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอสิทธิประโยชน์จากธนาคารเพื่อสนับสนุนการขอรับมาตรฐาน GHP อย่างเป็นระบบ ปลุกพลังโรงแรมไทยร่วมกันสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมไทย และเตรียมความพร้อมภูเก็ตสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026) โดยมีผู้แทนจากโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 47 แห่ง เข้าร่วมอบรมรวมมากกว่า 100 คน สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคธุรกิจโรงแรม ภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานสนับสนุนด้านความยั่งยืนที่ต้องการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากลอย่างจริงจัง

    ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ธนาคารฯ นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการวางยุทธศาสตร์และการดำเนินงานในทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่กำลังเผชิญทั้งความท้าทายจาก Climate Change ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธนาคารฯ มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญต่อการผลักดันความยั่งยืนของประเทศให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดำเนินธุรกิจอยู่เดิมและเริ่มปรับตัว (Less Brown) ไปสู่ Green ให้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยโซลูชันการเงินยั่งยืนของธนาคาร และการนำพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG เข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจ เพื่อผลักดันพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมและบริการให้สามารถปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

    ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อธุรกิจโรงแรมมากกว่า 130,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนสำคัญอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน ด้วยความรับผิดชอบธนาคารจึงตั้งเป้าปรับ “พอร์ตโรงแรม” ทั้งหมดให้เป็นพอร์ตที่ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนอย่างชัดเจน ซึ่งครอบคลุมในหลายมิติ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน การจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบ การดูแลชุมชนและสังคม การรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล

    สำหรับโรงแรมขนาดใหญ่หรือเครือโรงแรมที่มีความพร้อมลงทุน ธนาคารส่งเสริมให้ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคารสู่ระดับสากล เช่น มาตรฐานอาคารเขียว LEED, Edge และ TREES ซึ่งช่วยทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านภาพลักษณ์และการดึงดูดลูกค้าต่างชาติ ขณะที่โรงแรมดั้งเดิมที่ยังไม่ถึงจังหวะลงทุนขนาดใหญ่ ธนาคารพัฒนาสินเชื่อและแพ็กเกจสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำและขยะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละแห่ง

    ดร.ยรรยง กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดการเริ่มปรับตัวก่อน ว่า “เราเชื่อว่าการลงมือปรับตัวด้านความยั่งยืนอย่างรวดเร็วและจริงจัง จะทำให้เราเป็นผู้ขับเคลื่อนทิศทางการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงรอรับผลกระทบ เราจะสามารถกำหนดเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของโลก และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง นี่คือหัวใจของธนาคารไทยพาณิชย์ในการขับเคลื่อนบนเส้นทางความยั่งยืน พร้อมย้ำบทบาทของธนาคารในฐานะพันธมิตรที่เดินเคียงข้างลูกค้าธุรกิจโรงแรมในฐานะ Trusted partner บนเส้นทางสู่ความยั่งยืน”

    การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวโลก จากรายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนของ Booking.com ปี 2025 พบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023 ขณะเดียวกัน SCB EIC ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC และ Green Hotel Plus ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น GSTC-Recognized Standard

    ภายในงานอบรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในการเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP พร้อมกิจกรรม Workshop เพื่อให้เข้าใจเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานจริง รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ได้รับการรับรองแล้วว่ามีผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านต้นทุน ภาพลักษณ์ และการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมเป็นวิทยากร และให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), กองทุน ThaiCI โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน, สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้, กลุ่มโรงแรมดีวาน่า, โรงแรมมันดาราวา รีสอร์ท แอนด์ สปา, บริษัท เอเบิล คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท แอดแวนเทจ คอนซัลติ้ง จำกัด และ บริษัท อินเตอร์เอ็นจิเนียริ่ง มาเนจเม้น จำกัด” นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ยังมอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วม เช่น ส่วนลดค่าอบรมจากหน่วยงานพันธมิตร กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมความเข้าใจสำหรับลูกค้า SCB ผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านความยั่งยืน และบริการ One Stop Service ในการประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การเข้าสู่มาตรฐาน GHP เป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

    มาตรฐาน Green Hotel Plus (GHP) จัดทำโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมเสาความยั่งยืน 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการความยั่งยืนและธรรมาภิบาล ความยั่งยืนด้านสังคมและเศรษฐกิจ ความยั่งยืนด้านวัฒนธรรม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม  GHP เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจาก GSTC (Global Sustainable Tourism Council Criteria) ว่าเทียบเท่ามาตรฐานสากลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน (GSTC Recognized) จึงเป็นการยกระดับโรงแรมไทยสู่มาตรฐานระดับโลก รองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและโอกาสทางการตลาด ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนผ่านแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย และของธนาคาร

    “การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของไทยพาณิชย์ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยดูแลลูกค้าให้อยู่ในเส้นทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมศักยภาพให้โรงแรมไทยก้าวสู่การเป็นโรงแรมสีเขียว (Green Hotel) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษ์โลกและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026) ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2569 นี้” ดร.ยรรยง กล่าว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/04/600501/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36ayGzKuySB23GGxsr-0V_

  • ท่องเที่ยว ‘ชิลี’ ผ่านอาหารและไวน์-ProChile จับมือ แม็คโคร จัดโปรโมชั่นร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    ท่องเที่ยว ‘ชิลี’ ผ่านอาหารและไวน์-ProChile จับมือ แม็คโคร จัดโปรโมชั่นร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.12 น.

    กระทรวงการต่างประเทศชิลี โดย ProChile ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน ร่วมมือกับแม็คโคร นำเข้าสินค้าอาหารคุณภาพส่งตรงจากประเทศชิลีให้คนไทยได้ลิ้มลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ในงาน ‘A Journey Through Chile เสน่ห์รสชาติอาหารจากชิลี’ จัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมบูธจัดชิมอาหารและกิจกรรม Celebrity Chef Cooking Show โดยเชฟ Paope ระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    ความร่วมมือนี้ยังนับเป็น กิจกรรมต่อเนื่องจากงาน Chile-ASEAN Business Summit 2025 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพ มหานครเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ProChile ในการขยายการรับรู้ของผู้บริโภคและผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียน และเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

    การเปิดตัวแคมเปญได้จัดขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีเชฟ Jessica ‘Paope’ Wang มาร่วมงานในวันเปิดตัว พร้อมด้วยกิจกรรมบูธชิมผลิตภัณฑ์จากชิลีที่สาขาศรีนครินทร์ในช่วงเปิดตัวของแคมเปญ โดยที่โปรโมชั่นจัดต่อเนื่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    ในปีที่ผ่านมา ProChile ได้ขยายความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ Gourmet Market (เดอะมอลล์กรุ๊ป), GO Wholesale และ Tops (เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น) และล่าสุดกับแม็คโคร ภายใต้เครือ CP Group สะท้อนถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยในฐานะตลาดศูนย์กลางสำหรับสินค้าอาหารจากชิลี และเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคในวงกว้าง

    ด้วยความหลากหลายทางภูมิประเทศของชิลีตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากเทือกเขาสู่ชายฝั่ง และด้วยสภาพภูมิอากาศ ระดับความสูง และลักษณะดินที่แตกต่างกัน ประกอบกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็ง ทำให้ชิลีสามารถผลิตสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานระดับโลก มีความยั่งยืน และมีคุณภาพสูง สินค้าจากชิลีได้รับการรับรองมาตรฐานนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอาหาร

    จากข้อมูลของ ProChile ปัจจุบันชิลีเป็นผู้ส่งออกสินค้าภาคเกษตรอันดับ 1 ของโลกในหลายรายการ เช่น เชอร์รี่ พลัม และพรุน ภาคการ เกษตรยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คิดเป็นประมาณ 4.7% ของ GDP ของประเทศ โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปีซึ่งเป็นฤดูกาลเชอร์รี่ของชิลี ทำให้เชอร์รี่สดใหม่เข้าสู่ไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน เหมาะอย่างยิ่งแก่การมอบเป็นของขวัญที่มีคุณค่า

    สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ชิลีเป็นแหล่งผลิตสำคัญของปลาแซลมอน ปลาทูม้า หอยแมลงภู่ และปลาเฮคใต้ โดยปลาแซลมอนชิลีถูกส่งออกไปยังกว่า 100 ตลาดทั่วโลก และกว่า 70% ของบริษัทเพาะเลี้ยงแซลมอนผ่านมาตรฐาน Best Aquaculture Practices (BAP) และ ISO 9001, 14001, 22000 ส่วนหอยแมลงภู่จากชิลียังได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความสดใหม่ โดยมาจากเขตปาตาโกเนียซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก หอยทุกตัวเติบโตตามธรรมชาติด้วยสาหร่ายทะเล และผ่านมาตรฐาน HACCP อย่างครบถ้วน ส่วนไวน์ชิลีเป็นผล ผลิตจากความหลากหลายของหุบเขายาวกว่า 1,500 กิโลเมตร ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อุตสาหกรรมไวน์ของชิลีมีโรงบ่มเพื่อการส่งออกกว่า 356 แห่ง และปัจจุบัน ชิลีเป็นผู้ส่งออกไวน์อันดับ 1 ของทวีปอเมริกา และอันดับ 4 ของโลก รองจากฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน

    สมนึก ยอดดำเนิน Director Commercial Fresh Food, CP AXTRA กล่าวว่า แม็คโครมีความเชื่อมั่นต่อซัพพลายเออร์จากชิลีทั้งด้านคุณ ภาพและปริมาณสินค้า ปีนี้ตั้งเป้านำเข้าเชอร์รี่ชิลีมากกว่า 100 ตัน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าปีที่ผ่านมา  5-8%  เนื่องจากผลผลิตชิลีเพิ่มขึ้น ทำให้เชอร์รี่มีขนาดใหญ่ ราคาดี และมีคุณภาพสูง โดยต้นฤดูกาลเริ่มต้นที่ขนาด 28 มม. และผลิตผลขนาด 30 มม. จะออกสู่ตลาดในเดือนธันวาคม

    Eduardo Piccolo, Market Manager บริษัท St. Andrews S.A. ผู้ผลิตหอยแมลงภู่แช่แข็งรายใหญ่ของโลก กล่าวว่า บริษัทเริ่มส่งออกหอยแมลงภู่มายังไทยจากศูนย์ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อปี 2558 ก่อนเติบโตเป็นกว่า 1,000 ตันต่อปีในปัจจุบัน โดยไทยเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดหลักของหอยแมลงภู่ชิลี และในปีหน้าเตรียมร่วมสำรวจสินค้าประเภทพร้อมรับประทานและประเภทเพิ่มมูลค่า ร่วมกับทีมจัดซื้อของแม็คโคร

    จริยา เรืองคำพัฒน์ Sales Manager Asia, Caleta Bay ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าแซลมอนรมควันคุณภาพจากชิลีประมาณ 6 ตู้ต่อปี หรือกว่า 100 ตัน ไม่รวมแซลมอนสดที่นำเข้าราว 3 ตู้ต่อเดือน ผลิตภัณฑ์แซลมอนรมควันเกิดจากนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและให้ผู้บริโภคเข้าถึงคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ โดยวางจำหน่ายเฉพาะที่แม็คโครและโลตัส

    เชิญร่วมกิจกรรมและรับโปรโมชั่นในเทศกาล ‘A Journey Through Chile – เสน่ห์รสชาติอาหารจากชิลี’ ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรี เมียมในราคาพิเศษ พร้อมไวน์ชิลีหลากหลายแบรนด์ ณ แม็คโครทุกสาขา และแอปพลิเคชันแม็คโครโปร ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 ธันวาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/932549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Z6UA8QclmzGIlFN2j56Vk

  • คนไทยแห่เที่ยวช่วงหยุดยาว ‘วันพ่อแห่งชาติ 2568’ เงินสะพัดกว่า 10,320 ล้านบาท

    คนไทยแห่เที่ยวช่วงหยุดยาว ‘วันพ่อแห่งชาติ 2568’ เงินสะพัดกว่า 10,320 ล้านบาท

    ธุรกิจ

    04 ธ.ค. 2025 เวลา 17:30 น.

    คนไทยแห่เที่ยวช่วงหยุดยาว ‘วันพ่อแห่งชาติ 2568’ เงินสะพัดกว่า 10,320 ล้านบาท

    ‘ททท.’ คาดหยุดยาว ‘วันพ่อแห่งชาติ’ คนไทยแห่เที่ยวในประเทศกว่า 2.52 ล้านคน-ครั้ง เงินสะพัด 10,320 ล้านบาท อากาศเย็นลงและมาไวกว่าปีที่ผ่านมาหนุนบรรยากาศเดินทางคึกคัก มาตรการรัฐ “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” หนุนใช้จ่ายเพิ่ม

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทยช่วงวันหยุดยาวเนื่องใน “วันพ่อแห่งชาติ ปี 2568” ระหว่างวันที่ 5-7 ธ.ค. คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.52 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 10,320 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 68%

    ถือเป็นแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวที่ดี เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องและสภาพอากาศที่เย็นลงและมาไวกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ เที่ยวดีมีคืน และคนละครึ่งพลัส ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในประเทศและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

    ทั้งยังเห็นการท่องเที่ยวทางรถไฟในช่วงวันหยุดที่เติบโตขึ้น อาทิ ขบวนรถนาเที่ยว Royal Blossom กับโปรแกรมเที่ยวทุ่งทานตะวัน นั่งรถไฟลอยน้า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และขบวนหัวรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ เส้นทางกรุงเทพ–ชุมทางฉะเชิงเทรา

    สำหรับภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ภาคกลาง 612,700 คน-ครั้ง 2.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 526,800 คน-ครั้ง และ 3.ภาคตะวันออก 516,500 คน-ครั้ง ส่วนภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ภาคตะวันออก 2,720 ล้านบาท 2.ภาคเหนือ 1,960 ล้านบาท และ 3.ภาคกลาง 1,600 ล้านบาท

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดนี้ 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.ชลบุรี 3.กาญจนบุรี 4.เชียงใหม่ และ 5.นครราชสีมา ด้าน 5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ 1.สุพรรณบุรี 2.อุดรธานี 3.เชียงราย 4.เลย และ 5.นครศรีธรรมราช

    “พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดจะเป็นการเดินทางระยะใกล้ เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อน รับประทานอาหาร ไหว้พระทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9”

    สอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจแผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 4/2568 ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พบว่า คนไทย 56% มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดวันพ่อแห่งชาติ ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเอง 23% ไปจังหวัดใกล้เคียงแต่ไม่พักค้าง 25% และมีการพักค้างคืน 5% ขณะที่เดินทางข้ามภาคมีเพียง 3% โดยผู้ประกอบการคาดว่าธุรกิจร้านอาหารและที่พัก มีแนวโน้ม ได้รับผลดีที่สุด”

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปัจจัยอุปสรรคมี 3 ข้อหลัก ได้แก่

    1.ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง มีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและความไม่มั่นคงทางรายได้ ทำให้คนไทยยังคงระมัดระวังและใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น

    2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย โดยเดือน ธ.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่คนไทยนิยมเดินทางไปต่างประเทศมาก เนื่องจากมีวันหยุดหลายช่วง และเป็นการใช้วันลาพักร้อนใกล้สิ้นปีของกลุ่มวัยทำงาน โดยจากสถิติคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรรายวัน (สตม.) พบว่า ในปี 2567 มีจำนวนคนไทยเดินทางออกในช่วงวันหยุดนี้เฉลี่ย 48,400 คนต่อวัน และคาดว่าในปีนี้น่าจะมีคนไทยเดินทางออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท ส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก อาทิ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย และ 3.ผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้การท่องเที่ยวชะลอตัวลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1210672&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L33q6YSkw6IZQDtG8V1ON

  • Trip.com เผยเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 ฉงชิ่งพุ่งแรง นักท่องเที่ยวไทยหันหา “ประสบการณ์ลึกซึ้ง” มากกว่าทริปเช็กอิน

    Trip.com เผยเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 ฉงชิ่งพุ่งแรง นักท่องเที่ยวไทยหันหา “ประสบการณ์ลึกซึ้ง” มากกว่าทริปเช็กอิน


    Trip.com ชี้นักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมครั้งใหญ่ หันเทไปเที่ยวเมืองรองในจีน การค้นหากิจกรรมโต 808% แพลตฟอร์ม Trip.Best ดันการวางแผนทริปแบบละเอียดด้วย AI ส่งความพึงพอใจผู้ใช้ไทยเพิ่ม 35%

    Trip.com Group ผู้นำด้านบริการท่องเที่ยวระดับโลก เปิดเผยแนวโน้มสำคัญของพฤติกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในงาน Trip.Best Roadshow: Southeast Asia Travel Trends Unpacked โดยพบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทยที่หันมาสนใจ “เมืองรองในจีน” และให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบลึกซึ้ง” มากกว่าการเดินทางเชิงถ่ายรูปหรือชมสถานที่เพียงอย่างเดียว

    ฉงชิ่ง ดาวเด่นแห่งปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยพุ่งแรง

    ข้อมูลจาก Trip.Best ปี 2568 ระบุว่า ฉงชิ่ง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย

    • ยอดการเข้าชมเพิ่มขึ้น 395% YoY

    • ยอดการจองพุ่งสูงถึง 828% YoY

    เมืองภูเขาที่โดดเด่นด้วยอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย รวมถึงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้กลายเป็นปลายทางยอดนิยมแทนเมืองท่องเที่ยวหลักแบบเดิม

    ทิศทางการท่องเที่ยวของไทยในปี 2568

    นายเอ็ดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า
    “นักท่องเที่ยวไทยกำลังกำหนดนิยามใหม่ของการเดินทางในภูมิภาค จากการเที่ยวชมทั่วไป สู่การมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมในระดับลึกขึ้น”

    เขาเสริมว่า ผู้ใช้ชาวไทยใช้เวลาเฉลี่ย 6 วัน ในการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจจอง ซึ่งมากกว่าหลายประเทศ สะท้อนการให้ความสำคัญกับทริปที่วางแผนมาอย่างละเอียด

    ไฮไลต์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยปี 2568

    • จีนมาแรงไม่หยุด:

      • เซี่ยงไฮ้ ครองอันดับ 1 จุดหมายยอดนิยม เติบโต 334% YoY

      • ฮ่องกงเติบโต 52%, โตเกียว 71%, โอซาก้า 132%

    • ทริปเน้นประสบการณ์มาแรง:

      • การค้นหา “กิจกรรม” เพิ่มขึ้น 808% YoY

      • “สถานที่หลบร้อน (Cool Escape Attractions)” พุ่งสูงกว่า 1,941%

    • ท่องเที่ยวในประเทศยังขยายตัว:

      • เติบโต 25% YoY

      • กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม

    KOL ตัวแปรสำคัญกำหนดพฤติกรรมคนไทย

    สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่พึ่งพาคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ถึง 95% พบว่า:

    • 47% ของครอบครัวติดตาม KOL ที่แชร์ประสบการณ์จริง

    • 45% ของนักท่องเที่ยวค้นหาไอเดียทริปจากโพสต์ของ KOL เพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2567

    • ยอดซื้อผ่านรหัสโปรโมชั่นของอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้นถึง 120%

    Trip.Best ได้รับกระแสตอบรับดีในไทย

    แพลตฟอร์ม Trip.Best ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้รับการยอมรับสูงขึ้น โดย คะแนนความพึงพอใจ (NPS) เพิ่มขึ้นถึง 35% YoY นักท่องเที่ยวไทยให้คุณค่ากับข้อมูลที่เชื่อถือได้และการคัดสรรอย่างมืออาชีพของแพลตฟอร์ม

    ซันนี่ ซัน รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า
    “นักท่องเที่ยวไทยมีการวางแผนการเดินทางที่ละเอียดรอบคอบ ต้องการประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งความสะดวกสบายและการผจญภัย ระบบแนะนำด้วย AI ของ Trip.Best จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องนี้”


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/38203&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wmV6CzjoN8VHX39RA8R1R

  • แจกทริคแบบมือโปรกับ Gother อยากเที่ยวเมื่อไหร่ก็เที่ยวได้ แถมราคาดี

    แจกทริคแบบมือโปรกับ Gother อยากเที่ยวเมื่อไหร่ก็เที่ยวได้ แถมราคาดี

    ท่องเที่ยวคุ้มสุด กับ Gother

    การวางแผนเที่ยวในแต่ละครั้ง ไม่ใช่แค่เลือกปลายทาง แต่สิ่งที่คนไทยมองหาคือ “โปรคุ้มที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือกิจกรรมสนุก ๆ เพราะความคุ้มค่าทำให้ทริปสนุกขึ้นแบบไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ

    ปัญหาคือ…ดีลดี ๆ มักเต็มไว เงื่อนไขเยอะ และบางทีโปรโมชันที่เห็นในโฆษณากลับใช้ไม่ได้จริง วันนี้เราจะพาไปรู้จัก Gother แพลตฟอร์มจองเที่ยวสัญชาติไทย ที่ออกแบบมาเพื่อที่จะเปลี่ยนเรื่องเที่ยวให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อทำให้ทุกทริปของคุณคุ้มกว่าที่เคย! 

    ยุคใหม่ของการจองทริป ไม่ต้องรอ Travel Fair ก็ได้ราคาดี!

    เมื่อก่อนเวลาจะวางแผนเที่ยว หลายคนคงคุ้นเคยกับการตั้งตารองานมหกรรมท่องเที่ยวหรือ Travel Fair เพื่อช่วงชิงโปรโมชันสุดพิเศษ หรือไม่ก็ต้องยอมเสียเวลาหลายชั่วโมงเพื่อเปิดเว็บไซต์มากมายมาเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินและที่พัก ซึ่งเป็นวิธีที่ทั้งเหนื่อยและวุ่นวาย แถมบางครั้งก็อาจไม่ได้ราคาที่ดีที่สุดอย่างที่คิด เพราะดีลดี ๆ มักมีจำนวนจำกัดและมาพร้อมเงื่อนไขที่ซับซ้อน

    แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถเข้าถึงดีลสุดคุ้มได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอ? โชคดีที่ตอนนี้เรามีทางเลือกใหม่ที่สะดวกและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม ผ่านแพลตฟอร์มที่รวบรวมทุกบริการด้านการท่องเที่ยวมาไว้ในที่เดียวอย่าง Gother ซึ่งจะช่วยให้คุณค้นหาโปรเด็ดราคาดีได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่าหรือกิจกรรมสนุก ๆ ทำให้การวางแผนเที่ยวกลายเป็นเรื่องง่ายและประหยัดเวลาได้อย่างแท้จริง

    อยากเที่ยวตอนไหนก็เที่ยวได้ แค่จองกับ Gother 

    ปลดล็อกอิสระในการเดินทางของคุณ! Gother ได้รวบรวมสุดยอดดีลท่องเที่ยวที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าคุณจะชอบการพักผ่อนสุดหรู ทริปผจญภัยสุดมันส์หรือการเดินทางแบบสบาย ๆ ก็มีให้ครบจบในที่เดียว พร้อมราคาที่ดีที่สุดและโปรโมชั่นสุดคุ้มให้คุณเลือกจองได้ทุกวัน อยากเที่ยวเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องรอ แค่เข้ามาที่ Gother แล้วแพ็คกระเป๋าได้เลย!

    Gother มี Partner กับพันธมิตรหลากหลาย

    Gother จับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำมากมาย เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชันสุดพิเศษให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดจากบัตรเครดิตชั้นนำ หรือแคมเปญที่เข้าร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เข้าไปเลือกโปรโมชันที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้ที่หน้าโปรโมชั่น www.gother.com/th-th/promotions แล้วเตรียมตัวรับความคุ้มค่าในทุกการเดินทางได้เลย!

    จองทริปผ่านแอปธนาคาร คุ้มค่ายิ่งกว่า

    จะดีแค่ไหนถ้าแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือของคุณ สามารถเปลี่ยนเป็นผู้ช่วยจองทริปสุดคุ้มได้? Gother ได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำของไทยอย่าง ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทยทำให้คุณสามารถจองบริการท่องเที่ยวต่าง ๆ กับ Gother ได้ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS, Krungthai NEXT และเป๋าตัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

    โดยอีกหนึ่งความพิเศษของการจองผ่านช่องทางนี้ คือส่วนลดและโปรโมชันสุดเอกซ์คลูซีฟที่คุ้มค่ายิ่งกว่าการจองผ่านช่องทางอื่น ทำให้คุณประหยัดได้มากขึ้นไปอีกขั้น หมดปัญหาการใส่โค้ดส่วนลดไม่ทัน หรือโปรโมชันเต็มก่อน เพราะดีลดี ๆ ถูกรวบรวมมาไว้ให้คุณในแอปนี้แล้ว! 

    ไปเที่ยวแบบไม่ต้องกังวล

    Online Travel Agency ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทย

    Gother แพลตฟอร์ม Online Travel Agency (OTA) ที่พัฒนาโดยคนไทยและได้รับการสนับสนุนจากผู้ลงทุนรายใหญ่อย่าง Beacon Venture Capital และ Krungthai Ventures ได้มุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์การจองทริปที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ ด้วยทีมงานลูกค้าสัมพันธ์ที่พร้อมให้บริการเป็นภาษาไทยตลอด 24 ชั่วโมง ให้คุณอุ่นใจว่าจะมีคนคอยช่วยเหลือจริง ๆ ไม่ใช่บอทและที่สำคัญ โค้ดส่วนลดที่เราแจกใช้ได้จริง ให้คุณได้ดีลเด็ดไปแบบเต็ม ๆ

    ดีลครบจบในที่เดียว

    ไม่ว่าทริปในฝันของคุณจะเป็นแบบไหน Gother ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยบริการที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด

    • ตั๋วเครื่องบิน เปรียบเทียบราคาจากสายการบินชั้นนำทั่วโลก
    • ที่พัก มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงโฮสเทลราคาสบายกระเป๋า
    • รถเช่า เดินทางสะดวกสบาย ค้นหารถเช่าที่ใช่ในราคาที่ดีที่สุด
    • กิจกรรม เติมเต็มทริปของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหรือทัวร์ท้องถิ่นสนุก ๆ

    ทั้งหมดนี้คุณสามารถค้นหา เปรียบเทียบและจองได้ง่าย ๆ ผ่านแพลตฟอร์มเดียว ไม่ต้องเสียเวลาเปิดหลายเว็บให้วุ่นวายเลย

    ทริปที่สบายใจ กับ Gother
    ออกท่องโลกกว้างทั้งที ต้องแพลตฟอร์มที่เข้าใจ เพื่อทริปที่สบายใจ กับ Gother

    เพราะการเดินทางคือช่วงเวลาแห่งความสุขและการพักผ่อน อย่าให้ความยุ่งยากในการวางแผนมาทำลายบรรยากาศดี ๆ เลือกใช้แพลตฟอร์มที่เข้าใจความต้องการของคนไทย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นและสบายใจกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา การชำระเงินหรือการติดต่อขอความช่วยเหลือ Gother พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ในทุกการเดินทางของคุณ

    เพียงแค่ใช้ Gother ก็จะช่วยให้การจองทริปของคุณนั้นได้ราคาดีพร้อมดีลสุดคุ้มไปได้เลย และไม่ว่าคุณจะจองผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชันหรือช่องทางสุดพิเศษผ่าน K PLUS, Krungthai NEXT และเป๋าตังให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวกสบาย บริการที่เข้าใจและโปรโมชันสุดคุ้มค่า ให้ทุกทริปของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453239/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I6Li8f-iwrUjvvdOHQY46

  • ไทย ลุยดึง “นักท่องเที่ยวจีน“ ตั้งเป้า 2 ล้านคน ช่วงไฮซีซั่นปลายปี

    ไทย ลุยดึง “นักท่องเที่ยวจีน“ ตั้งเป้า 2 ล้านคน ช่วงไฮซีซั่นปลายปี

    นักท่องเที่ยวจีน ศาลเจ้าพ่อเสือ กรุงเทพ
    นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวจีน บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ กรุงเทพฯ

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงฯ ได้เปิดเกมรุก “Quick Win” หวังพลิกภาพการท่องเที่ยวไทยช่วงไฮซีซั่น

    โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอย่างน้อย 2 ล้านคนใน 3 เดือน พร้อมเปิด “เส้นทางท่องเที่ยววิถีใหม่” เพื่อชิงกระแสจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไปหลังโควิด

    จับ 6 เทรนด์ท่องเที่ยวคนจีน

    ทั้งนี้ กระทรวงท่องเที่ยวฯ จับเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบการณ์มากกว่าการช้อปปิ้งแบบเดิม โดยแตกไลน์เป็น 6 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

    1. สำรวจเส้นทางวัฒนธรรม: เน้นการเที่ยวชุมชน วัดวาอาราม เพื่อสัมผัสเสน่ห์ดั้งเดิมของไทย

    2. กินดื่มเที่ยวชิล ๆ: ปักหมุดร้านอาหารท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ชุมชนเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว

    3. การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมกีฬา: เช่น ปีนผา, ขี่จักรยาน, และการเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว อย่าง มวยไทย

    4. ชมเส้นทางชมธรรมชาติ: นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว Unseen เช่น ทะเลหมอกในพะเยา, แพะเมืองผี (แกรนแคนยอนเมืองไทย)

    5. นำเที่ยวแบบครอบครัว: ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย ปลอดภัย และได้ความรู้สำหรับทุกวัยในครอบครัว

    6. โรดทริป (Road Trip): เจาะกลุ่มนักขับรถด้วยเส้นทางเชื่อมต่อ ไทย-จีน-ลาว ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยม

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    กลยุทธ์การสื่อสารรูปแบบใหม่: สร้างกระแสผ่าน Super App และคอนเทนต์คุณภาพ

    แผน Quick Win เน้นการใช้การสื่อสารที่ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำของจีน อาทิ

    • Dianping/Meituan : ปักหมุดร้าน-สถานที่เที่ยวให้ติดอันดับค้นหา
    • Xiaohongshu : ใช้ Influencer + แฮชแท็ก #泰好了放假游 เพื่อปลุกภาพลักษณ์ “ไทย = เที่ยวง่าย ปลอดภัย ถ่ายรูปสวย”
    • WeTV : เปิดพื้นที่ให้รายการจีนที่มาถ่ายในไทย หวังปั่นยอดเข้าถึงหลักร้อยล้านวิว

    ทั้งหมดคือกลยุทธ์ตีตลาด “Generation Z และ Young Travelers” ของจีน ซึ่งกลุ่มนี้ตัดสินใจจากคอนเทนต์สั้น + รีวิวบนโซเชียลเป็นหลัก

    เซ็น MOU กับ 2 มณฑล 6 เมืองของจีน

    ขณะเดียวกัน ไทยจับมือเซ็น MOU กับ 2 มณฑล รวม 6 เมืองเที่ยวตัวท็อปของจีนอย่าง ซานย่า ไหโข่ว หนานจิง ซูโจว และหางโจว

    เพื่อเปิดเส้นทางแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวโดยตรง แบบไม่ต้องรอแคมเปญใหญ่จากส่วนกลาง เป็นการเจาะตลาดแบบ “เมืองถึงเมือง” ซึ่งมาแรงมากในจีนตอนนี้

    ปิดจุดอ่อน ไทยทำ Green Zones ย้ำความปลอดภัย

    ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยรู้ดีว่าความกังวลเรื่อง “ความปลอดภัย” เป็น Pain Point อันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน จึงทำระบบ SOS แจ้งเหตุฉุกเฉินแบบเรียลไทม์ ร่วมกับแพลตฟอร์ม Wei! Taiguo

    • แจ้งเหตุได้จากมือถือ
    • ดูสถานะความช่วยเหลือได้ทันที
    • เริ่มใช้ใน 27 เมืองท่องเที่ยวหลัก

    “การดำเนินการทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างแคมเปญสื่อสารคุณภาพ ที่จะดึงเสน่ห์ดั้งเดิมของไทย ทั้งความงดงาม รอยยิ้ม น้ำใจ และการต้อนรับแบบไทย กลับคืนสู่สายตานักท่องเที่ยวชาวจีน และบรรลุเป้าหมาย 2 ล้านคน ตามที่ตั้งไว้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1550346&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2n3abDRSaeTdvoW-mAc5f_