Category: ท่องเที่ยว

  • “เช็คดวงวันนี้” วันเสาร์ 31 ม.ค. 2569 เลขเด็ดงวดนี้ ออกอะไร เลขวันเกิดลูกให้โชค

    “เช็คดวงวันนี้” วันเสาร์ 31 ม.ค. 2569 เลขเด็ดงวดนี้ ออกอะไร เลขวันเกิดลูกให้โชค

    คนเกิดวันอาทิตย์

    การงาน    การแข่งขันที่สูง  แต่ก็พยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  จะมีการเรียนรู้อะไรใหม่ใหม่เพิ่มขึ้น   การวางแผนล่วงหน้า

    การเงิน   หมุนการเงินอยู่ตลอด  จับแพะชนแกะในช่วงสิ้นเดือน  มีโชคลาภกับรหัสเอทีเอ็มให้โชค

    ความรัก    ต้องช่วยเหลือกันทำทุกอย่าง  เพื่อให้ครอบครัวมีความสุข   คนโสดมีโอกาสพบรักในที่ทำงาน

    สุขภาพ   เอาใจใส่เรื่องของน้ำหนัก  การกิน  ต้องออกกำลังกายมากขึ้น  คนเจ็บป่วยต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับความดัน

    คนเกิดวันจันทร์

    การงาน    จะมีชื่อเสียงในเรื่องของการงาน  การประกวดการแข่งขันจะได้ดี  และการเดินทางชีพจรลงเท้าอยู่ตลอด  ไปไหนก็มีเพื่อนใหม่ความสนิทสนมกันง่าย  และมีโอกาสได้ร่วมงานกันในอนาคต

    การเงิน   ใช้เงินเก่งซื้อความสุขทุกอย่าง  อาหารของกินเต็มบ้าน   มีโชคลาภกับเลขศูนย์  จะทำอะไรขอให้มีเลขศูนย์เอาไว้ก่อน

    ความรัก   มีเสน่ห์มาก  ต่อให้อยู่กับบ้านก็มีคนมารักมาชอบ  ยิ่งเดินทางก็มีโอกาสได้รู้จักคนอายุน้อยกว่า   คนโสดจะสมหวังในความรัก  คนมีครอบครัวจะได้เดินทางท่องเที่ยว

    สุขภาพ   ดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นพิเศษ  เน้นความสวยความงามการทำศัลยกรรม

    คนเกิดวันอังคาร

    การงาน   มีโอกาสได้งานใหม่  หรือการลงทุนอะไรใหม่ใหม่  จะมีชื่อเสียงในความสามารถที่มี  ขอให้จงมั่นใจในตนเอง  การแข่งขันอะไรก็สู้เขาได้

    การเงิน   ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง  อะไรพังอะไรเสียซื้อใหม่หมด  ได้รับข่าวดีทางเรื่องการเงิน  มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค

    ความรัก   มีเสน่ห์มากคนโสดจะพบรักกับผู้ใหญ่หน้าตาดี  นิสัยร่าเริงมีความเป็นเด็กสดใสทั้งทั้งที่อายุมาก   คนมีครอบครัวแล้วจะได้เดินทางพร้อมครอบครัวยามค่ำคืน

    สุขภาพ   เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ  การทำศัลยกรรมความงามหรือการแก้ไข  เจ็บป่วยอะไรก็รักษาหาย

    คนเกิดวันพุธกลางวัน

    การงาน   มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น  การทำงานมากกว่าหนึ่งอย่าง  แต่จะนำพาให้มีชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ  ต่อให้มีการแข่งขันสูงก็สู้เขาได้

    การเงิน   หาเงินหาเงินได้ตลอด  แต่ก็ใช้เก่งมาก  ซื้อขายแลกเปลี่ยนติดต่อได้ดี   มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของคุณแม่ให้โชค

    ความรัก   ช่างเลือกพิถีพิถันสำหรับคนโสด  แต่ก็จะได้ดี   คนมีครอบครัวแล้วต้องดูแลเอาใจใส่คนรักมากขึ้น  อย่ามัวแต่จ้องจับผิด

    สุขภาพ   เอาใจใส่เรื่องของกระเพาะ  ลำไส้  และระบบทางเดินหายใจ  การรักษาตัว  หรือการพักฟื้น

    คนเกิดวันพุธกลางคืน

    การงาน   จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง  หรือได้รับทาบทามจากผู้ใหญ่  หากใครคิดจะลงทุนต้องใจถึง  จะได้ดีในวันข้างหน้า  มีการโยกย้ายสูง  รวมถึงการย้ายบ้าน

    การเงิน    หาเงินเก่งมาก  มีเงินเข้ามาตลอด  และจะสมหวังในสิ่งที่อยากจะซื้อ  หรือการเคลียร์หนี้สินได้หมด   มีโชคลาภดวงดีกับอายุวันเดือนปีเกิดของคุณพ่อให้โชค

    ความรัก    มีปากเสียงกันบ้าง  แต่ก็รักกันมากขึ้น  รวมถึงการร่วมกันแก้ไข  คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนฐานะดีที่เคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว

    สุขภาพ   เอาใจใส่เรื่องของการเจ็บคอ  แพ้ฝุ่น  รวมถึงระบบทางเดินหายใจ  คนอายุมากระวังเกี่ยวข้องกับความดัน  หรือมีดวงไปตรวจสุขภาพ  และการไปงานศพ

    คนเกิดวันพฤหัสบดี

    การงาน    จะมีงานใหญ่ใหญ่เข้ามา  การทำอะไรมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป  ติดต่ออะไรกับใครต้องมีของติดไม้ติดมือ  หรือของฝาก  รวมถึงการเลี้ยงจะทำให้มีงานใหญ่มากขึ้น

    การเงิน   มีเงินเข้ามาตลาด  ซื้อขายโดยเฉพาะการเก็งกำไร ต้องใช้กาลเวลา  และความใจเย็นจะให้ได้กำไร  โดยเฉพาะเรื่องของทองคำ   มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค

    ความรัก   คนรักนำความสุขหรือมีสิ่งที่ดีเข้ามา  โดยเฉพาะในอนาคต  เดือนแห่งความรัก  คนโสดมีคู่แน่นอน  มีความสนิทสนมกับคนฐานะที่ดี  มีดวงแต่งงาน

    สุขภาพ   อุดมสมบูรณ์  เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น  คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น  พยายามออกกำลังกายมากขึ้น

    คนเกิดวันศุกร์

    การงาน   มีความสนุกสนาน  รวมถึงการเดินทางไกลเป็นกลุ่มทีม  การงานที่ต้องออกนอกสถานที่  และการมีชื่อเสียง  มีดวงเกี่ยวข้องกับสื่อ  การออนไลน์  หรือโลกโซเชียล

    การเงิน   ใช้เงินเก่ง  โครงการเกี่ยวข้องกับอาหาร  ของสิ่งที่อยากได้  หรือการซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่  มีโชคลาภกับเลขทะเบียนรถป้ายแดงคันแรกที่มองเห็น

    ความรัก   สนุกสนานร่าเริง  พาครอบครัวท่องเที่ยวตลอดโดยเฉพาะช่วงของกลางคืน  การมองหาอาหารอร่อย   คนโสดจะมีโอกาสพบรักในขณะเดินทาง  กับคนหน้าตาดี  มีชื่อเสียง

    สุขภาพ    ดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ  มีบ้างเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ  การเจ็บคอมีเสมหะ  แพ้ฝุ่น

    คนเกิดวันเสาร์

    การงาน   ชีวิตที่ต้องสู้  การแข่งขันอยู่ตลอด  แต่ก็สามารถสู้ได้  จะมีจุดเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิม  การทำงานที่ต้องใช้สไตล์เป็นของตนเอง  รวมถึงกาลเวลา

    การเงิน   รู้จักค่าของการเงิน  พยายามเก็บเล็กผสมน้อย  และการเคลียร์หนี้สิน  มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของลูกให้โชค

    ความรัก   มีเสน่ห์  คนโสดมีโอกาสพบรักในขณะเดินทาง  คนมีครอบครัวแล้วจะได้พากันท่องเที่ยว  หรือนึกถึงบรรยากาศเก่าเก่า  และช่วยเหลือกันพึ่งพาอาศัยลูกหลานได้

    สุขภาพ   เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม  การทำศัลยกรรมความงาม  รวมถึงการแก้ไข 

    #อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม รับงานอีเว้นท์ทั่วประเทศ นักพยากรณ์ไพ่ยิปซี  ลายมือ ศาสตร์แห่งตัวเลข ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง ในสไตล์ธรรมชาติของชีวิตจริง สอนสักลายมือเศรษฐีมงคลพร้อมรับสักลายมือเศรษฐีมงคล โทรศัพท์ 0878285222 โทรศัพท์ 0871084664

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/daily-horoscope/612901&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yVgWm5elxmqOqpsoZ4ur_

  • ท่องเที่ยวสีเขียว

    ท่องเที่ยวสีเขียว

    Sustainability

    ความยั่งยืน31 ม.ค. 2569 05:00 น.

    คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ ได้มีโอกาสสนทนาวิสาสะกับ นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินโนพาวเวอร์ จำกัด โดยนายอธิป เล่าให้ฟังว่า บริษัทได้ดำเนินโครงการร่วมกับองค์กรบริหารจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี เพื่อพัฒนารถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า ในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี และเตรียมขยายความร่วมมือ ไปยัง อบจ.ทั่วประเทศเพื่อสนับสนุน ไปสู่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆให้มีการปรับเปลี่ยนมาสู่ธุรกิจสีเขียว รองรับมาตรการอุดหนุนและรณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กลุ่มประชาคมยุโรป (อียู) ให้เลือกท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศร่นเวลา การเข้าสู่ประเทศความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Net Zero Carbon ภายในปี 2593 บริษัทจะใช้โอกาสนี้ สร้างความตื่นตัว ให้กับท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเน้นไปที่องค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้เกิดการลดคาร์บอนตามเป้าหมาย แล้วยังมีส่วนช่วยพลิกฟื้น สร้างแต้มต่อและความได้เปรียบในอุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว ให้เป็นจุดหมายปลายทาง แหล่งท่องเที่ยวสีเขียวอย่างยั่งยืน

    เพราะแม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับตัวของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่การเป็นธุรกิจปลดปล่อยคาร์บอนต่ำหรือธุรกิจสีเขียว มีความจำเป็นและมีความสำคัญ ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

    “เศรษฐกิจไทยอาจชะลอตัว ส่งผลทำให้ธุรกิจบางส่วนชะลอการลงทุนปรับเปลี่ยนจากธุรกิจดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจเขียว เพราะต้องใช้เงินไปกับธุรกิจหลัก แต่ธุรกิจสีเขียวยังเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถใน การแข่งขันโดยเฉพาะกฎเกณฑ์การค้าการลงทุน เพื่อกดดันสร้างความเท่าเทียม การค้าภายในและภายนอกประเทศ ผ่านการกีดกันสินค้าปลอดคาร์บอนที่เข้มงวด ซึ่งภาคเอกชนไทยก็ค่อยๆเปลี่ยนได้ ไม่ต้องรอให้ต้องปรับเปลี่ยน เพราะสถานการณ์บังคับ”

    โดยปัจจุบันบริษัทพร้อมที่จะให้คำปรึกษา แก่องค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ในการให้บริการวางแผน การบริหารจัดการ ตลอดจนสนับสนุนเงินทุน เทคโนโลยี และสนับสนุนที่มีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน

    แนวโน้มของสถาบันการเงินไทยที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ภายใต้มาตรฐานความร่วมมือสถาบันการเงิน ในการวัดและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยกู้ หรือลงทุนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ (PCAF) เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง และทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในระยะต่อไป ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งข้อกำหนด หรือเป็นรางวัลให้ธุรกิจสีเขียว ให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ผ่อนปรนมากกว่าปกติ

    “ปีที่ผ่านมาสถิติภาคพลังงานหมุนเวียน ยังเติบโตทั่วโลก เป็นภาคธุรกิจที่ลงทุนเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากภาคธุรกิจ Data Center โซลาร์เซลล์ โดยเติบโตเป็นอันดับ 1 มากกว่า 30% รองลงมา ได้แก่ พลังงานลมที่เติบโต 7% ถือว่าเป็นการเติบโตที่สูง ขณะที่ ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก ที่เติบโตเพียง 3.3% ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นก็เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center ท่ามกลางภาวะอากาศของโลกที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีอุณหภูมิสูงเกินค่าเฉลี่ย 2 เท่าต่อเนื่อง 3 ปี ติดต่อกัน”

    เขาย้ำทิ้งท้ายว่า ท่าทีรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกลับไปขยายการลงทุนในพลังงานดั้งเดิม (Conventional) สวนทางกับกระแสพลังงานสีเขียว อาจเป็นเพราะเหตุผลภายในสหรัฐฯที่ต้องการใช้ความได้เปรียบ ในการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรในประเทศ เพื่อลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศ ไม่น่ามีผลต่อกระแสหลักของโลก ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานทดแทนอยู่ในขณะนี้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2911025&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QtWNwKWcLHcWxWCdwy7NU

  • วธ. นำร่องเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ภาคเหนือ

    วธ. นำร่องเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ภาคเหนือ

    กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการภาคีเครือข่าย รุกขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจวัฒนธรรม จัดกิจกรรม Faith Soul Thailand 4 เส้นทาง นำร่องเปิดทดสอบเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้มีอิทธิพลทางสื่อ (Influencer) และสื่อมวลชน เปิดประสบการณ์ ทดสอบเส้นทาง “สักการะพระธาตุ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง  ในกิจกรรม Faith Soul Thailand ภายใต้โครงการส่งเสริมวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 

    โดยมี นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และ นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม  วัฒนธรรมจังหวัด สื่อมวลชน อาทิ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, อัมรินทร์ทีวี ศิลปิน นักแสดง และอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง ซัน ประชากร, อายจิงจิง ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กว่า 50 คน ร่วมลงพื้นที่เปิดประสบการณ์และทดสอบการเดินทางในเส้นทางท่องเที่ยวที่ผ่านการพัฒนาตามแผนการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่สากล

    สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะลงพื้นที่ได้สัมผัสความพิเศษของเส้นทางสักการะพระธาตุ รวม 3 วัน 2 คืน ผ่านกิจกรรมและสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เริ่มต้นเส้นทางวันแรก ณ จังหวัดเชียงใหม่  ด้วยการสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และกราบนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เยี่ยมชมสักการะวัดผาลาด และวัดอุโมงค์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และพระพุทธศาสนา พร้อมร่วมพิธีสืบชะตา ณ วัดศรีสุพรรณ (วัดเงิน) และเดินชมกิจกรรมของชุมชนวัดศรีสุพรรณ  ก่อนมุ่งหน้าสู่ จังหวัดลำพูน และลำปาง ในวันต่อไป รวมทั้งได้แวะชิมอาหารท้องถิ่นกับร้านอาหารชื่อดัง อาทิ โจ๊กสมเพชร และ ร้านเฮือนห้วยแก้ว

    การจัดโครงการครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เปลี่ยนบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมสู่ “กระทรวงเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการจำหน่ายอย่างแท้จริง เน้นการแก้ปัญหาที่พบจริงจากการทดสอบเส้นทาง เช่น การยกระดับการเล่าเรื่องของชุมชนให้มีเสน่ห์ การพัฒนากิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนให้มีความร่วมสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y-Z และกลุ่มสายมูวัยทำงาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ยั่งยืนกลับคืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

    โดยข้อมูลจากการถอดบทเรียนการลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางตำนานสักการะพระธาตุทั้งหมดจะถูกนำไปพัฒนาคุณภาพของเส้นทางท่องเที่ยวให้สมบูรณ์และได้มาตรฐาน ก่อนที่จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการต่อไป

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD/3874572/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QJE4u2UVqxPpdh0jeusFe

  • ทำไมคนถึงเลิกใช้ ‘หูฟังไร้สาย’ แล้วกลับมาเสียบหูฟังมีสาย ?

    ทำไมคนถึงเลิกใช้ ‘หูฟังไร้สาย’ แล้วกลับมาเสียบหูฟังมีสาย ?

    ทำไมคนถึงเลิกใช้ ‘หูฟังไร้สาย’ แล้วกลับมาเสียบหูฟังมีสาย ?

    30 Jan 2026

    ในวันที่เทคโนโลยีแพงขึ้น ซับซ้อนขึ้น หูฟังมีสายกลับมาแรง ทั้งแฟชั่นราคาถูก และเป็นสัญลักษณ์ของการถอยออกจากโลกดิจิทัล ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลือกมัน?

    related

    MOST VIEW

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/861782&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uQOCrNr5X6s-ZdHQ_pk7U

  • งานเกษตรแฟร์ 2569 จอดรถที่ไหน แผนที่โซนงานครบทุกจุด

    งานเกษตรแฟร์ 2569 จอดรถที่ไหน แผนที่โซนงานครบทุกจุด

    วันเดินทางไป *

    วันเดินทางกลับ *

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tqm.co.th/articles/%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7/%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YM_wTwzickIhv37GzbjYp

  • พัทยาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟูทะเล สร้างสมดุลธรรมชาติ หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    พัทยาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟูทะเล สร้างสมดุลธรรมชาติ หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    ภูมิภาค

    พัทยาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟูทะเล สร้างสมดุลธรรมชาติ หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 30 มกราคม 2569 นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจัดหาพันธุ์สัตว์น้ำขนาดเล็กและปล่อยสัตว์น้ำกลับคืนสู่ทะเล ภายใต้โครงการฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่บริเวณกลุ่มประมงพื้นบ้านลานโพธิ์ นาเกลือ โดยมีผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนจิตอาสา อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) และผู้เข้าร่วมกิจกรรม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ทั้งนี้ ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เขตเมืองพัทยามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของแหล่งน้ำธรรมชาติ การขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย การเกษตร และอุตสาหกรรม รวมถึงการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล สารเคมี และสารกำจัดศัตรูพืช ส่งผลให้แหล่งอาศัยและปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    เมืองพัทยาเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลและคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศทางทะเล ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและอาสาสมัครในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำในเขตเมืองพัทยา และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม

    ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจากวิทยากรศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำขนาดเล็กและแนวทางการปล่อยสัตว์น้ำอย่างถูกวิธี ก่อนที่คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ ชุมชนจิตอาสา และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก จะร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกลับคืนสู่ทะเล

    นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีกิจกรรมแบ่งกลุ่มจัดทำแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนในทะเล หรือ “บ้านปลา” เพื่อเป็นแหล่งฟื้นฟูและเพิ่มอัตราการรอดของสัตว์น้ำในระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองพัทยาในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วม สร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อคงความสมบูรณ์ของท้องทะเลพัทยาให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของคนรุ่นต่อไป
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/464301&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xj5vf9dKqWHtwCYibBedE

  • DIP หนุน GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ยกระดับงานคราฟต์ชุมชน สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    DIP หนุน GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ยกระดับงานคราฟต์ชุมชน สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญามีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการส่งเสริมสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน ซึ่งกรมฯ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว พร้อมขยายช่องทางการตลาด พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และเชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่แหล่งท่องเที่ยว เพื่อยกระดับสินค้า GI ในมิติต่างๆ โดยปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ทั้งสิ้น 250 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนกว่า 114,623 ล้านบาท

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วย นายสงกรานต์ เพ็ชรน้ำเขียว พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี และคณะ ลงพื้นที่แหล่งผลิตสินค้า GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ณ ศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้าตั้งแต่การเตรียมดิน การขึ้นรูป การแกะสลักลวดลาย ไปจนถึงการเผาแบบดั้งเดิม พร้อมพบหารือกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น รับฟังปัญหา อุปสรรค และวางแนวทางการพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

    นางอรมน กล่าวว่า เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เมื่อปี 2553 ราคาขายเฉลี่ยก่อนเป็น GI อยู่ที่ 100 บาทต่อชิ้น และราคาขายเฉลี่ยหลังเป็น GI อยู่ที่ 500 – 700 บาทต่อชิ้นความโดดเด่นของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับอิทธิพลมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของ “เกาะเกร็ด”ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีพื้นที่กว่า 2,820 ไร่ เป็นแหล่งสะสมของดินเหนียวท้องนาคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เนื้อดินมีความละเอียดสูง เหนียวแน่น ไม่ร่วนซุย และปราศจากกรวดทราย

    เมื่อนำมานวดด้วยน้ำจะมีความนุ่มเป็นพิเศษ เหมาะแก่การปั้นและแกะสลักเป็นลวดลายที่ซับซ้อน ทั้งนี้ ดินเกาะเกร็ดมีธาตุเหล็กผสมอยู่เล็กน้อย ส่งผลให้ดินปั้นที่ผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิสูงจะมีสีแดงอมส้มมีความแข็งแกร่ง ทนทาน สวยงามเป็นเอกลักษณ์โดยไม่ต้องเคลือบเนื้อดิน

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่และพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี เตรียมแผนงานเชิงรุกเพื่อส่งเสริมสินค้า GI เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ทันสมัย เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญของฝาก อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของตัวสินค้าได้อย่างชัดเจน การขยายช่องทางการตลาดผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน อาทิ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เป็นต้น ส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    พร้อมเชื่อมโยงแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดให้เป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือล่องเรือทางแม่น้ำเจ้าพระยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวมอญในพื้นที่ได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีแผนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เผยแพร่เอกลักษณ์ชื่อเสียงของสินค้า GI ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5553638/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ADHqw5yIkaEBOavDUKrm0

  • เชียงใหม่โชว์ Soft Power! เปิดงาน “สีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ยกระดับมรดกชุมชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ | TOPNEWS

    เชียงใหม่โชว์ Soft Power! เปิดงาน “สีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ยกระดับมรดกชุมชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ | TOPNEWS

    เชียงใหม่เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรม “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ชูแนวคิดยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปลี่ยนทุนทางปัญญาและวิถีชนเผ่าให้เป็นรายได้จริง สอดรับนโยบาย Soft Power

    วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 18.00น. จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ภายใต้แนวคิด สู่การพัฒนายกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

    นายเจษฎา ชีวะวิชวาสลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน “พลังวัฒนธรรม” ให้สามารถต่อยอดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้วิสัยทัศน์ “วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย” โดยมุ่งเน้น การนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจสอดรับกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล นับเป็นการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชน ผู้ประกอบการ และเครือข่ายวัฒนธรรม ได้แสดงศักยภาพสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 730 ปี มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นทุนทำงวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นแหล่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้า ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนาให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบน

    นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม โดยนำทุนทางวัฒนธรรม ประเพณีที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ คุณค่าอย่างยั่งยืน จึงได้ขับเคลื่อนโครงการรเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม โดยการจัดกิจกรรม “การนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยว ชาติพันธุ์ล้านนา สู่กำรพัฒนายกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเชียงใหม่

    ภายในงาน ประกอบด้วย ข่วงวัฒนธรรมสร้างสรรค์, นิทรรศการวิถีชีวิตชาติพันธุ์ล้านนา, กิจกรรมหนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง, กิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น, การแสดงศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความหลากหลายของมรดกภูมิปัญญาในจังหวัดเชียงใหม่

    การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดการสร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่าให้กับทุนวัฒนธรรม พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ล้านนาอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472442&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sOFv2qYAWOZGZMVJ0fmEs

  • ตรุษจีนนี้ต้องปัง! ไหว้ “กวนอู” องค์ใหญ่ที่สุดในไทย เสริมโชคลาภที่เกาะสมุย

    ตรุษจีนนี้ต้องปัง! ไหว้ “กวนอู” องค์ใหญ่ที่สุดในไทย เสริมโชคลาภที่เกาะสมุย

    สายมูต้องไป! ไหว้ขอพร รับโชคลาภ เสริมความปัง ตลอดทั้งปี ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ “ศาลเจ้าพ่อกวนอู” เกาะสมุย องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    เทศกาลตรุษจีนใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสายมูเตลู ไหว้ขอพร เสริมดวงรับปีใหม่จีน หนึ่งในแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด คือ “ศาลเจ้ากวนอู” องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของภาคใต้ มีนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาแวะเวียนมาไหว้ขอพรตลอดทั้งปี

    โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่า เทพเจ้ากวนอูเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และอำนาจบารมี ช่วยเสริมดวงด้านหน้าที่การงาน ธุรกิจ การเงิน และโชคลาภ
    ใครที่อยากเริ่มต้นปีใหม่จีนด้วยความเป็นสิริมงคล พร้อมรับพลังบวกและความปังตลอดปี ศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าแวะไปไหว้ขอพรและถ่ายรูปเช็กอิน

    ศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ตั้งอยู่บริเวณชุมชนหัวถนน ตำบลมะเร็ด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 150 ปี สร้างขึ้นโดยชาวจีนไหหลำที่อพยพมาตั้งรกรากบนเกาะสมุย ในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้เป็นเพียงศาลเจ้าไม้เล็กๆ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ศาลเจ้าบุ่นเถ่ากงหน้าค่าย หรือศาลเจ้ากั๋วกงหน้าค่าย โดยเรียกสั้นๆ ว่า “ศาลเจ้าหน้าค่าย” ได้มีการอัญเชิญรูปสลักของเทพเจ้าต่างๆ ตามความเชื่อของชาวจีนมาประดิษฐานเอาไว้ โดยมีเทพเจ้ากวนอูเป็นหนึ่งในองค์เทพสำคัญ พร้อมทั้งประดิษฐานรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูหล่อด้วยสำริดขนาดใหญ่ สูงถึง 16 เมตร ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการดูแล บูรณะ ด้วยความศรัทธาของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของอำเภอเกาะสมุย

    นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบๆ ศาลเจ้ากวนอู ยังถูกประกอบไปด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมจีนและชิโนโปรตุกีส ที่งดงามและโดดเด่น ให้เดินเที่ยวเล่นชมบรรยากาศรอบๆ อย่าง ไชน่าทาวน์จำลอง โซนจิบชา และงานสตรีทอาร์ต

    ทำไมถึงต้องสักการะ เทพเจ้ากวนอู

    เทพเจ้ากวนอู เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ กตัญญู กล้าหาญ และความยุติธรรม ตามความเชื่อของชาวจีน การที่เคารพบูชาเทพเจ้ากวนอูนั้น จะช่วยเสริมสร้างอำนาจบารมี ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ธุรกิจ ให้มีโชคลาภและความร่ำรวยมั่งคั่งมาให้

    พิกัดสถานที่

    • สถานที่ตั้ง ถนนรอบเกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) ตำบลมะเร็ด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    • เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
    • เข้าชมฟรี
    • แต่งกายด้วยชุดสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 

    เดินทางสู่เกาะสมุยอย่างสะดวกสบายกับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบิน สุวรรณภูมิ , ดอนเมือง , เชียงใหม่ , ภูเก็ต , กระบี่ และอู่ตะเภา 

    พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม อาทิ ฟรีโหลดกระเป๋า สัมภาระ 20 กก.ต่อท่าน ห้องรับรองบูทีคเลานจ์ เสริฟอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน   
    สำรองที่นั่ง ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร 1771 หรือ 02-270-6699 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 08:00 – 20:00 น.) PGLiveChat : https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ www.bangkokair.com    และติดตามข่าวสาร พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair เพียงคลิกที่ https://bit.ly/addfriend_pgline  
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/267316&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L-Pn95TOYbeSBryQTZUEl

  • ไทยหมดยุคพึ่งพาบุญเก่า ถ้าไม่อยากเสียตำแหน่งผู้นำท่องเที่ยว

    ไทยหมดยุคพึ่งพาบุญเก่า ถ้าไม่อยากเสียตำแหน่งผู้นำท่องเที่ยว

    ไทย คือหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จด้าน ‘การท่องเที่ยว’ มากที่สุดในโลก แล้วทำไมวันนี้ถึงถูกมองว่า กำลังเสี่ยงจะเสียตำแหน่ง ‘ผู้นำด้านท่องเที่ยวของเอเชียแปซิฟิก’ ไป

    ในงาน Thailand Tourism Forun 2026 ได้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับท่องเที่ยวไทยตอนนี้และสิ่งที่จะต้องทำ หากไทยอยากรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้

    ไทยติดลบ เวียดนามเติบโต-ลงทุนเชิงรุก

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ‘ไทย’ คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก แต่ปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง 7.2% ขณะที่นักท่องเที่ยวในเวียดนามโตแรง 20.4% 

    สาเหตุเพราะที่เวียดนามได้รับความนิยมมากขึ้นก็เพราะได้รับแรงหนุนจาก ‘นักท่องเที่ยวจีน’ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อการเดินทางในเชิงรุก

    ช่องว่างระหว่าง ‘ไทย’ และ ‘เวียดนาม’ อาจจะยิ่งกว้างขึ้น และเวียดนามจะยิ่งกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อเวียดนามเร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว

    ไม่ว่าจะเป็นแผนเร่งขยายสนามบินนานาชาติเป็น 12 แห่งทั่วประเทศ แผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมฮานอย-โฮจิมินห์ด้วย ไปจนถึงการปั้นโครงการโรงแรมที่พักจำนวนมาก

    รายงานของ Thailand Tourism Forun 2026 บอกว่า ตอนนี้เวียดนามมีจำนวนห้องพัก 780,000 ห้อง จาก 38,000 สถานประกอบการ มากกว่าประเทศไทยที่มี 704,000 ห้อง จาก 16,000 สถานประกอบการ (นับเฉพาะที่จดทะเบียนเป็นโรงแรม) แล้ว โดยมีราคาห้องพักเฉลี่ยต่ำกว่าไทยทำให้มีความได้เปรียบด้านราคามากกว่าด้วย

    สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า เวียดนามมี ‘ยุทธศาสตร์ระยะยาว’ ในการชิงส่วนแบ่งการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับโลก

    ตอนนี้ ‘ท่องเที่ยวไทย’ จึงกำลังเดินมาถึง จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อจากเทรนด์การเดินทางเปลี่ยนแปลงไปและประเทศคู่แข่งเร่งลงทุน ไทยยิ่งเจอกับ ‘แรงกดดัน’ ในการเร่งปรับตัว ไม่งั้นอาจต้องเสียตำแหน่ง ‘ผู้นำ’ ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไป

    ปี 2025 นักท่องเที่ยวจีน-มาเล-เกาหลีใต้ ลดฮวบ

    ย้อนกลับมาดูท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจากรายงานของ Thailand Tourism Forun 2026 สะท้อนให้เห็นว่านอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงแล้ว รายได้จากการท่องเที่ยวก็ยังลดลงด้วย (-4.2%) 

    โดยนักท่องเที่ยว 5 ตลาดหลักที่เดินทางมาไทย มีถึง 3 ประเทศที่ตัวเลขอยู่ในขาลง ได้แก่ มาเลเซีย (-8.7%) จีน (-33.6%) และเกาหลีใต้ (-16.8%) และมีเพียงสองตลาดเท่านั้นที่เติบโตขึ้น ได้แก่ อินเดีย (+16.8%) และ รัสเซีย (8.8%)

    สำหรับตลาดจีนที่เคยเป็นตลาดอันดับ 1 ของประเทศไทยและเคยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 10 ล้านคนต่อปี ก่อนจะไทยจะเสียแชมป์ตลาดที่มีนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด และตกลงไปอยู่อันดับ 4 ตามหลังญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลงทะลุ 33%

    แม้ Thailand Tourism Forun 2026 จะคาดการณ์ว่า ‘ตลาดนักท่องเที่ยวจีน’ ในปีนี้จะฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย หลังการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงนักท่องเที่ยวเปลี่ยนทิศทางหลังการเตือนภัยการเดินทางในญี่ปุ่น และความพร้อมของคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลก 

    แต่ก็ใช่จะสามารถยืนยันได้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทยแบบเดียวกับเช่นในอดีต

    ช่วงเวลาแห่งการชี้ชะตา ไม่สามารถพึ่งพาอดีต

    บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการของ C9 Hotelworks อธิบายว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บนจุดตัดสินเชิงกลยุทธ์ โดยวันนี้ ‘กลยุทธ์’ สำคัญกว่าการวัดกันที่ขนาด 

    “นี่ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัวอีกต่อไป แต่เป็นช่วงชี้ชะตา เพราะประเทศคู่แข่งกำลังทุ่มลงทุนมหาศาล และประเทศไทยไม่สามารถพึ่งความสำเร็จในอดีตได้อีกแล้ว การตัดสินใจในตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดอีกสิบปีข้างหน้า”

    โดยเชื่อว่า นักลงทุนและผู้ประกอบการยังมองประเทศไทยเป็นปลายทางที่มีเสน่ห์และมีศักยภาพทั้งท่องเที่ยวและอยู่อาศัย แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการสร้างสินค้าและประสบการณ์ที่ดึงดูดตลาดโลก

    สิ่งที่ไทยต้องทำ=ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ยกระดับความปลอดภัย

    ด้าน ‘ภูมิ จิราธิวัฒน์’ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนด้านโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ทางเลือก Central Pattana เผยว่า ในฐานะนักลงทุนยังคงมองสถานการณ์ในเชิงบวก แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะตอนนี้ความไม่แน่นอนระดับโลกยังมีอยู่ ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง การแข่งขันในภูมิภาคเองก็มากขึ้น และเศรษฐกิจในประเทศก็ไม่เอื้อเท่าไร 

    “แต่ผมยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งมีความลึกเชิงวัฒนธรรมและความหลากหลายที่สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์มูลค่าสูงได้มหาศาล”

    สำหรับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เชื่อว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าจุดหมายอย่าง Big5 อย่างภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่อย่างอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ของผู้คน อาหาร และวัฒนธรรม และนครศรีธรรมราชที่มีชายฝั่งธรรมชาติหลายร้อยกิโลเมตรซึ่งยังไม่ถูกพัฒนา

    ส่วนภาพใหญ่ถึง “สิ่งที่ไทยจะต้องทำในปี 2026” Thailand Tourism Forun 2026 ระบุถึง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 

    1. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค
    2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
    3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองระดับ 2 และ 3 ตอบเทรนด์ต้องการสัมผัสท้องถิ่น

    เพื่อให้ท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแกร่งและสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเอาไว้ให้ได้ในอนาคต

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/thailand-tourism-forun-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SqRrYnWx8vPIt3SBW6dFu