Category: ท่องเที่ยว

  • ‘ทางหลวงชนบท’ หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อม ‘เสม็ดนางชี’

    ‘ทางหลวงชนบท’ หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อม ‘เสม็ดนางชี’

    ‘ทางหลวงชนบท’เดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ พร้อมอำนวยความะดวกเส้นทางถนนสาย พง.1004 จังหวัดพังงา มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลอันดามัน ชมวิวอ่าวพังงาที่ ‘เสม็ดนางชี’ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ในท้องถิ่น

    12 ก.พ.2569-นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผยว่ากรมฯ ได้ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ ชวนออกเดินทางไปบนถนนทางหลวงชนบทสาย พง.1004 จังหวัดพังงา เพื่อสัมผัสเสน่ห์ทะเลอันดามันที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมชมทัศนียภาพที่สวยงามของอ่าวพังงา ณ “เสม็ดนางชี” โดยได้ให้ความสำคัญกับเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวเพื่อยกระดับในการเดินทางของถนนสายรองให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัย

    ทั้งนี้ ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน เสริมสร้างรายได้ในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย สำหรับในพื้นที่จังหวัดพังงา ทช. ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายัง เสม็ดนางชี ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อน ชมธรรมชาติ มีจุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขาสูงถึง 800 เมตร ให้ได้มองเห็นทัศนียภาพ 180 องศา มีภูเขาหินปูนเรียงราย รวมไปถึงเกาะน้อยใหญ่กลางอ่าวพังงาอีกด้วย

    นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นสำคัญคือการชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆมากมาย มีแสงแดดส่องสะท้อนบนผืนน้ำอย่างงดงาม ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนยังสามารถชมท้องฟ้านอนมองดูดาวได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม จะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างสวยงามอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ พื้นที่ใกล้เคียงของเสม็ดนางชียังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ท่าเรือบ้านหินร่ม อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เกาะตะปู ทะเลแหวกบ้านหินร่ม เกาะปันหยี และเกาะห้อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหาร ที่พัก ลานกางเต็นท์ ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

    สำหรับการเดินทางมายัง “เสม็ดนางชี” ทช. ขอแนะนำให้ใช้ถนนทางหลวงชนบทสาย พง.1004 โดยเริ่มต้นที่บริเวณบ้านหล่อยูง ซึ่งห่างจากตัวเมืองพังงาประมาณ 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายมาทางบ้านหล่อยูงขับตามเส้นทางไปประมาณ 24 กิโลเมตร จนถึงบ้านคลองเคียนและเลี้ยวซ้ายขับตามเส้นทาง 8 กิโลเมตร ก็จะถึง “เสม็ดนางชี” หากเดินทางโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถเดินทางผ่านบ้านท่านุ่นจนถึงบ้านในหยงและขับตรงเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย พง.1004 ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แขวงทางหลวงชนบทพังงา โทรศัพท์ 076-460-604 หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/946587/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0i6hD7qFz0LxEOTYLMVQcA

  • จังหวัดปราจีนบุรี แถลงข่าวยิ่งใหญ่ “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 40” เปิดเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอบรอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยะปุระ สู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า | TOPNEWS

    จังหวัดปราจีนบุรี แถลงข่าวยิ่งใหญ่ “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 40” เปิดเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอบรอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยะปุระ สู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า | TOPNEWS

    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดปราจีนบุรี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 40” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยะปุระ” ณ โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี แหล่งอารยธรรมโบราณสำคัญของแผ่นดิน

    การแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พระวชิราธิบดี ดร. เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี และผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานนครนายก) ร่วมแถลงข่าว

    นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า งานเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน เป็นประเพณีสำคัญที่จัดต่อเนื่องยาวนานถึง 40 ปี สะท้อนรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และอัตลักษณ์ความเป็นเมืองโบราณของจังหวัดปราจีนบุรีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีระดับประเทศ และเป็นที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาทคู่” ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อันทรงคุณค่าทางพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์

    การจัดงานในปีนี้ จังหวัดปราจีนบุรีได้ยกระดับแนวคิดการจัดงานให้เชื่อมโยงมิติศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ควบคู่การปฏิบัติธรรม และการสืบสานประเพณีอันดีงามในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สร้างประสบการณ์ “ศรัทธา” ที่สัมผัสได้จริงในพื้นที่ประวัติศาสตร์พันปี

    ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญหลากหลายรูปแบบ อาทิ

    • มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยะปุระ”

    • การแสดงแสง สี เสียง ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองโบราณศรีมโหสถ

    • ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค และลานสาธิตมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น

    • การประกวดขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 7 อำเภอ

    • เวทีเสวนาทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดปราจีนบุรี

    ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ พิธีเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา รอบรอยพระพุทธบาทคู่ ณ โบราณสถานสระมรกต ท่ามกลางบรรยากาศโบราณสถานอายุกว่าพันปีที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง พุทธศาสนิกชนพร้อมใจแต่งกายชุดขาว จุดประทีปบูชา และอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคล แสงเทียนนับพันดวงจะส่องสว่างทั่วพื้นที่โบราณสถาน สร้างภาพแห่งศรัทธาที่งดงามและตราตรึงใจผู้ร่วมงานจากทั่วประเทศ

    จังหวัดปราจีนบุรี มีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้งานครั้งนี้เป็นงานประเพณีที่ทรงคุณค่า ถ่ายทอดมิติทางจิตใจ สร้างพลังศรัทธา และต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

    ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร่วมสัมผัส “เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา” ในงานเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ณ โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

    ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ปราจีนบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1486116&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Q7nf58W-6WM-qQG7y1cQe

  • ‘ตรุษจีนปีม้า’ทอท.พร้อมรับนักเดินทาง     คาด 6 สนามบินรวม4.11 ล้านคน

    ‘ตรุษจีนปีม้า’ทอท.พร้อมรับนักเดินทาง คาด 6 สนามบินรวม4.11 ล้านคน

    ช่วงตรุษจีนระหว่างวันที่ 13-22 ก.พ. 2569 ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศ ประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10%

     มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามา ประมาณ 241,000 คน และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทาง 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3% ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมประมาณ 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศช่วงตรุษจีนมีแนวโน้มจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินในเส้นทางจีนปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวก เน้นย้ำความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้โดยสาร

    นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT คาดว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 13 – 22 ก.พ. 2569 มีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ จำนวนกว่า 4.11 ล้านคน

    แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 2.6 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 1.51 ล้านคน ขณะที่เที่ยวบินรวมคาดว่าจะมีประมาณ 24,847 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศประมาณ 14,295 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศประมาณ 10,552 เที่ยวบิน

    ทั้งนี้ เมื่อประเมินเฉพาะเส้นทางจีน พบว่ายังคงมีแนวโน้มจำนวนผู้โดยสารปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในภาพรวมของ AOT คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางในเส้นทางจีนประมาณ 679,259 คน เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงตรุษจีนปี 2568 และมีเที่ยวบินประมาณ 4,447 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น3.4% โดย ทสภ.ซึ่งมีเที่ยวบินระหว่างประเทศมากที่สุด มีผู้โดยสารในเส้นทางจีนประมาณ 444,255 คน เพิ่มขึ้น 24.2% และมีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 20.5 %(ข้อมูล ณ วันที่ 4 ก.พ.2569)

    นางสาวปวีณา กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้น AOT ได้เตรียมความพร้อมของท่าอากาศยานในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสารแบบ World Class Hospitality เน้นให้บริการด้วยความอบอุ่น ใส่ใจ และเป็นมิตร สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการบริการที่สุภาพ อ่อนน้อม และพร้อมอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน รวมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ล่ามแปลภาษาเพื่อรองรับผู้โดยสารชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดระยะเวลาการรอคอย เพิ่มความคล่องตัว และยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดจนบริหารจัดการการจราจรในการเข้า-ออกท่าอากาศยานไม่ให้ติดขัด

    สำหรับมาตรการป้องกันไวรัสนิปาห์ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังไวรัส

    นิปาห์ โดยได้มีการประสานงานร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นการสังเกตอาการเจ็บป่วย ระบบคัดกรองสุขภาพ และการให้ข้อมูลคำแนะนำด้านสุขอนามัยแก่ผู้เดินทาง รวมทั้งยังเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม รวมถึงเตรียมความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1220967&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AWFFZq7Uih5phJxdWqg1N

  • ปัวระเบิดความมันส์! เปิดศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศไทย บนยอดเขาแดนพนา | TOPNEWS

    ปัวระเบิดความมันส์! เปิดศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศไทย บนยอดเขาแดนพนา | TOPNEWS

    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดน่านเปิดฉากกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน “มหกรรมความสุข และการแข่งขันรถจักรยานยนต์โมโตครอสชิงแชมป์ประเทศไทย 2569” ณ ยอดเขาแดนพนา อำเภอปัว แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและทัศนียภาพอันงดงามของจังหวัดน่าน

    นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีนายธงชัย วงษ์สวรรค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 จากความร่วมมือของสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน ชมรมแข่งขันรถจักรยานยนต์โมโตครอสจังหวัดน่าน สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่อำเภอปัว

    การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ควบคู่การนำเสนอเสน่ห์ของอำเภอปัวและยอดเขาแดนพนา ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมเปิดพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย และใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างสรรค์สังคม

    นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนโดยรอบ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดน่านให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยวคุณภาพ

    ภายในงาน นอกจากการแข่งขันรถจักรยานยนต์โมโตครอสชิงแชมป์ประเทศไทยแล้ว ยังมีกิจกรรมกีฬาและสันทนาการหลากหลาย อาทิ การแข่งขันเปตอง เซปักตะกร้อ มวยไทย และกิจกรรมนันทนาการ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความมีชีวิตชีวาให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนตลอดช่วงการจัดงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1485137&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uPerwB-BOy8h1MbRhpdFc

  • True Corp อัปเกรด 5G 2600 MHz รับการท่องเที่ยวแบบดิจิทัล

    True Corp อัปเกรด 5G 2600 MHz รับการท่องเที่ยวแบบดิจิทัล

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในแหล่งท่องเที่ยวเชิงยุทธศาสตร์ ล่าสุดประกาศอัปเกรดเครือข่าย 5G บนคลื่นความถี่ 2600 MHz ครอบคลุมพื้นที่ “ทะเลบัวแดง” จ.อุดรธานี เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานข้อมูล ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรอยแคมเปญ Amazing Thailand ของ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล”

    จากการรายงานข้อมูล Mobility Data ของทรู พบสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ใช้งานในพื้นที่ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน ดังนี้

    • ยอดการใช้งาน 5G เติบโตขึ้นราว 40% หลังการเสริมสัญญาณ
    • กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาว “จีน” ครองแชมป์อันดับ 1 ที่มาเยือน ตามมาด้วยเนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และลาว
    • Data Consumption นักท่องเที่ยวต่างชาติมียอดใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% สะท้อนถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบ Smart Travel

     batch_s__166780967_0

    ผลทดสอบความเร็วเพิ่มขึ้นสูงสุด 9.5 เท่า

    ทีมวิศวกรได้ทำการเพิ่มสัญญาณในจุดยุทธศาสตร์สำคัญรอบบึงหนองหาน เพื่อรองรับการใช้งานที่หนาแน่น (High Density) โดยผลการทดสอบสัญญาณเปรียบเทียบ (Field Test) พบตัวเลขประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    จุดทดสอบสัญญาณ ประสิทธิภาพความเร็ว 5G ที่เพิ่มขึ้น
    จุดถ่ายภาพไฮไลต์ (จุดสุดฮิต) เพิ่มขึ้น 9.5 เท่า
    ท่าเรือบ้านแชแล เพิ่มขึ้น 5.6 เท่า
    เกาะดอนหลวง (จุดถ่ายทำละคร) เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า
    ท่าเรือบ้านเดียม (ท่าเรือหลัก) เพิ่มขึ้น 4 เท่า

     s__166780969_0

    รองรับไลฟ์สไตล์ “High-Bandwidth”

    การอัปเกรดในครั้งนี้เน้นไปที่การเพิ่ม Capacity เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่ต้องการ Bandwidth สูงและ Latency ต่ำ เพื่อให้การเชื่อมต่อลื่นไหลในทุกกิจกรรม การอัปโหลดภาพและวิดีโอความละเอียดสูงบน Social Media รองรับการไลฟ์สตรีมมิ่งและวิดีโอคอลแบบไร้การสะดุด การใช้งานแอปนำทางและบริการดิจิทัลต่างๆ แบบเรียลไทม์

    การที่ True เลือกบริหารจัดการคลื่นความถี่แบบผสมผสาน ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวห่างไกล ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า TrueMove H และ dtac เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐาน Digital Infrastructure ที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการดิจิทัลอย่างเท่าเทียมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1621722/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Aor9oJDGGDHDlMYr_ebgy

  • ท่องเที่ยว ม.ค. 69 วูบ 11% จีนทวงแชมป์เบอร์ 1 ยอดทะลุ 4 แสนคน

    ท่องเที่ยว ม.ค. 69 วูบ 11% จีนทวงแชมป์เบอร์ 1 ยอดทะลุ 4 แสนคน

    รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเดือนแรกของปี 2569 (1–31 มกราคม) พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมรวมทั้งสิ้น 3,277,908 คน 

    ซึ่งตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลดลง 11.63% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
     

    ท่องเที่ยว ม.ค. 69 วูบ 11% จีนทวงแชมป์เบอร์ 1 ยอดทะลุ 4 แสนคน

    อย่างไรก็ตาม ในแง่ของรายได้ภาคการท่องเที่ยวกลับขยายตัวสวนทางกับจำนวนนักท่องเที่ยว โดยสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 161,838 ล้านบาท (อ้างอิงตามแหล่งที่มาระบุ 161,838 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้น 9.23% สะท้อนถึงการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

    สำหรับโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวรายสัญชาติ พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ ตลาดจีน ได้เดินทางเข้าไทยมากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 400,321 คน แซงหน้ามาเลเซียที่มียอดสะสม 303,329 คน ในขณะที่ตลาดรัสเซียยังคงครองตำแหน่งตลาดระยะไกลที่สำคัญในอันดับที่ 3

    10 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย (1-31 ม.ค. 2569)

    1. จีน: 400,321 คน
    2. มาเลเซีย: 303,329 คน
    3. รัสเซีย: 272,959 คน
    4. อินเดีย: 231,184 คน
    5. เกาหลีใต้: 168,222 คน
    6. สหราชอาณาจักร: 128,575 คน
    7. สหรัฐอเมริกา: 120,284 คน
    8. เยอรมนี: 115,700 คน
    9. ฝรั่งเศส: 114,111 คน
    10. ไต้หวัน: 99,232 คน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/737899&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FMP4p_9GHqcTQ1XM1a8lU

  • เปิดสถิติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือน ม.ค. 2569 เดินทางเข้าไทย 3.27 ล้านคน ติดลบ 11%

    เปิดสถิติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือน ม.ค. 2569 เดินทางเข้าไทย 3.27 ล้านคน ติดลบ 11%

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในเดือน ม.ค. 2569 สะสม 3.27 ล้านคน ติดลบ 11% ตลาดจีนเบียดแซงมาเลเซียขึ้นอันดับ 1

    รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 1 เดือนแรกของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ม.ค. พบว่ามีจำนวนสะสม 3,277,908 คน ลดลง 11.63% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 161,838 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.23%

    โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือมาเลเซีย รัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดระยะไกลที่แข็งแกร่ง ตามด้วยอินเดีย และเกาหลีใต้

    10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในวันที่ 1-31 ม.ค. 2569

    1. จีน                           400,321 คน

    2. มาเลเซีย                  303,329 คน

    3. รัสเซีย                      272,959 คน

    4. อินเดีย                      231,184 คน

    5. เกาหลีใต้                  168,222 คน

    6. สหราชอาณาจักร       128,575 คน

    7. สหรัฐ                       120,284 คน

    8. เยอรมนี                    115,700 คน

    9. ฝรั่งเศส                    114,111 คน

    10. ไต้หวัน                     99,232 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1220885&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ie0o0aVBlX8Fr4uFJ83Yg

  • นร.กรุง ลงพื้นที่ดอนหอยหลอด สร้างบ้านปลา หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง | เดลินิวส์

    นร.กรุง ลงพื้นที่ดอนหอยหลอด สร้างบ้านปลา หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง | เดลินิวส์

    ที่บริเวณชายทะเลดอนหอยหลอด แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม คึกคักไปด้วยพลังของเยาวชน เมื่อ นางสุภาพ คงรักษา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ทำหน้าที่วิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมนำคณะนักเรียนร่วมกิจกรรม “สร้างบ้านปลา” เพื่อจัดทำแหล่งอาศัยให้สัตว์น้ำและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเรียนรู้ภาคสนามของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 ห้อง Active Citizen Studio โรงเรียนรุ่งอรุณ กรุงเทพมหานคร นำโดย นายธนโชติ เรืองโรจน์ หรือ “ครูต้า” ซึ่งมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน เพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ควบคู่กับความเข้าใจบริบทสังคมและสิ่งแวดล้อม

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ นักเรียนได้ร่วมกันจัดทำ “บ้านปลา” จากวัสดุที่เหมาะสมกับระบบนิเวศชายฝั่ง เพื่อเป็นแหล่งหลบภัยและขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำวัยอ่อน อันจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ทะเลและส่งผลดีต่ออาชีพประมงพื้นบ้านในระยะยาว นางสุภาพกล่าวว่า การมีส่วนร่วมของเยาวชนถือเป็นพลังสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ เพราะทรัพยากรชายฝั่งไม่เพียงเป็นแหล่งอาหาร แต่ยังเป็นรากฐานเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด

    นอกจากการลงมือปฏิบัติ นักเรียนยังได้ฝึกตั้งคำถามและค้นหาคำตอบเกี่ยวกับที่มาของอาหารทะเล ศึกษาข้อดีและข้อจำกัดของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่ง วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยบูรณาการความรู้ด้านภูมิศาสตร์เข้ากับสภาพจริงของพื้นที่ดอนหอยหลอด ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่ทำกินของชุมชน

    การเชื่อมโยงห้องเรียนกับชุมชนครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากยังสะท้อนแนวทางพัฒนาการศึกษาเพื่อสังคม สร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพยากร ควบคู่การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5595296/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RxTT_f_GzFSGOfxNqnziD

  • “ทางหลวงชนบท”  ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยว สู่ “เสม็ดนางชี”

    “ทางหลวงชนบท”  ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยว สู่ “เสม็ดนางชี”

    เศรษฐกิจ

    “ทางหลวงชนบท”  ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยว สู่ “เสม็ดนางชี”

    วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.58 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    “ทางหลวงชนบท”  ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยว สู่ “เสม็ดนางชี”

     นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช.ได้ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวเพื่อยกระดับในการเดินทางของถนนสายรองให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน เสริมสร้างรายได้ในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย สำหรับในพื้นที่จังหวัดพังงา ทช. ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายัง “เสม็ดนางชี” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อน ชมธรรมชาติ มีจุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขาสูงถึง 800 เมตร ให้ได้มองเห็นทัศนียภาพ 180 องศา มีภูเขาหินปูนเรียงราย รวมไปถึงเกาะน้อยใหญ่กลางอ่าวพังงาอีกด้วย 

    นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นสำคัญคือการชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆมากมาย มีแสงแดดส่องสะท้อนบนผืนน้ำอย่างงดงาม ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนยังสามารถชมท้องฟ้านอนมองดูดาวได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม จะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างสวยงามอีกด้วย 

    ไม่เพียงเท่านี้ พื้นที่ใกล้เคียงของเสม็ดนางชียังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ท่าเรือบ้านหินร่ม อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เกาะตะปู ทะเลแหวกบ้านหินร่ม เกาะปันหยี และเกาะห้อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหาร ที่พัก ลานกางเต็นท์ ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 

    ส่วนการเดินทางมายัง “เสม็ดนางชี” ทช. ขอแนะนำให้ใช้ถนนทางหลวงชนบทสาย พง.1004 โดยเริ่มต้นที่บริเวณบ้านหล่อยูง ซึ่งห่างจากตัวเมืองพังงาประมาณ 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายมาทางบ้านหล่อยูงขับตามเส้นทางไปประมาณ 24 กิโลเมตร จนถึงบ้านคลองเคียนและเลี้ยวซ้ายขับตามเส้นทาง 8 กิโลเมตร ก็จะถึง “เสม็ดนางชี” หากเดินทางโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถเดินทางผ่านบ้านท่านุ่นจนถึงบ้านในหยงและขับตรงเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย พง.1004 

     ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แขวงทางหลวงชนบทพังงา โทรศัพท์ 076-460-604 หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/465855&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LBrP353Ihr5QOOGHtykwc

  • ป่าเปลี่ยนสี คลองลาน 2569 ใบไม้แดงส้มเหลือง สวยหนึ่งปีมีครั้ง

    ป่าเปลี่ยนสี คลองลาน 2569 ใบไม้แดงส้มเหลือง สวยหนึ่งปีมีครั้ง

              ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน เมื่อผืนป่าเขียวขจีค่อย ๆ แต่งแต้มด้วยเฉดแดง ส้ม และเหลืองสุดละมุน เหมาะแก่การเดินชมธรรมชาติและเก็บภาพความประทับใจ

              อุทยานแห่งชาติคลองลานเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการออกไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางผืนป่ากว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นและความสงบ พร้อมเสน่ห์ของป่าเปลี่ยนสีที่ช่วยแต่งแต้มบรรยากาศให้สวยงามและน่าประทับใจยิ่งขึ้น สำหรับปี 2569 ใบไม้เปลี่ยนสีให้เห็นแล้ว แถมแอบแระซิบนิดหนึ่งว่า ช่วงเวลานี้ไม่ได้อยู่นานด้วยนะ ว่าแล้วเราเลยว่าจะพาไปชมบรรยากาศกันเสียหน่อย เผื่อใครสนใจจะได้จัดทริปไปเที่ยวกัน

    ป่าเปลี่ยนสี
    อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี คลองลาน 2569 อัปเดต

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เผยภาพควมสวยงามของป่าเปลี่ยนสี ณ จุดชมวิวกิ่วงวงช้าง ที่ตอนนี่เปลี่ยนผืนป่าสีเขียวให้กลายเป็นสีแดงสะพรั่งไปทั่วทั้งหุบเขา

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี คลองลาน มีจุดชมไหนบ้าง

              จุดชมป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน หลัก ๆ จะกระจายอยู่ตามจุดชมวิวและบริเวณน้ำตกที่สามารถเห็นผืนป่าได้กว้าง โดยจุดที่นิยมไปชมมีดังนี้

    • จุดชมวิวกิ่วงวงช้าง ถือเป็นไฮไลต์ของการชมป่าเปลี่ยนสีในอุทยานฯ เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นผืนป่าและภูเขาโดยรอบได้กว้าง เหมาะสำหรับชมสีสันของใบไม้ที่ไล่เฉดทั่วทั้งแนวเขา และเป็นจุดที่มีการพูดถึงบ่อยในข่าวและการท่องเที่ยวของพื้นที่

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    • เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วงวงช้าง บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติจะมีจุดพักและจุดชมวิวหลายจุด สามารถมองเห็นทั้งน้ำตกคลองลานและผืนป่าด้านล่าง ทำให้เห็นสีสันของต้นไม้ได้ชัดในมุมสูง เหมาะกับสายเดินป่าและสายถ่ายภาพธรรมชาติ

    • บริเวณน้ำตกคลองลาน อีกจุดที่นิยมคือบริเวณลำธารและโขดหินรอบน้ำตก ซึ่งจะมีใบไม้สีสันต่าง ๆ ร่วงหล่นปกคลุม ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสวยแปลกตา เหมาะสำหรับเดินเล่นและถ่ายภาพธรรมชาติใกล้ชิด

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี คลองลาน ความน่าสนใจ

              ป่าเปลี่ยนสีที่อุทยานแห่งชาติคลองลานจะเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดจากต้นไม้บางชนิดผลัดใบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้สีของใบไม้ค่อย ๆ เปลี่ยนพร้อมกันจนเห็นเป็นสีสันทั่วทั้งผืนป่า อย่างไรก็ตาม ความสวยงามและช่วงเวลาที่เห็นชัดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปริมาณฝนในช่วงก่อนหน้า จึงควรติดตามอัปเดตจากอุทยานก่อนวางแผนเดินทางทุกครั้ง

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี คลองลาน 2569 มีถึงเมื่อไหร่

              สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาชมป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569 โดยทั่วไปยังสามารถชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้จนถึงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ความสวยงามอาจแตกต่างกันไปในแต่ละช่วง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและธรรมชาติในแต่ละปี ควรติดตามอัปเดตจากอุทยานฯ ก่อนเดินทางเพื่อให้ได้ชมบรรยากาศที่สวยที่สุด

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

    ป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลาน 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park

              หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติบรรยากาศสงบ พร้อมชมความสวยงามของป่าเปลี่ยนสี อุทยานแห่งชาติคลองลานถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติคลองลาน – Khlong Lan National Park โทรศัพท์ 08 8407 9915)

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ อุทยานแห่งชาติคลองลาน เที่ยวอุทยานแห่งชาติ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view298728.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CKRTID9iv90TCUaonw2Li