Category: ท่องเที่ยว

  • โพลนานาชาติชี้ นักท่องเที่ยวร้อยละ 70 อาจเลี่ยงแอฟริกาใต้  หากกลับมาเดินหน้าอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสิงโตในกรง

    โพลนานาชาติชี้ นักท่องเที่ยวร้อยละ 70 อาจเลี่ยงแอฟริกาใต้ หากกลับมาเดินหน้าอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสิงโตในกรง

    วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.55 น.

    ผลสำรวจเตือนถึงความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ประเทศ การสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว และผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากยังคงอนุญาตให้อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสิงโตเชิงพาณิชย์ดำเนินต่อไป

    ผลสำรวจความคิดเห็นระดับนานาชาติฉบับใหม่ ซึ่งจัดทำโดย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ร่วมกับองค์กร Blood Lions พบว่ามีเสียงคัดค้านอย่างชัดเจน ทั้งจากประชาคมนานาชาติและจากภายในประเทศแอฟริกาใต้ ต่อความพยายามใดๆ ที่จะยกเลิกแผนยุติอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสิงโตเชิงพาณิชย์ในกรงของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลแอฟริกาใต้จะประกาศในปี 2021 ว่าจะยุติอุตสาหกรรมสิงโตในกรง แต่ความคืบหน้าในการดำเนินแผนยุติอย่างเป็นรูปธรรมยังคงล่าช้า และผลจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสิ่งแวดล้อมเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าการตัดสินใจสำคัญครั้งนี้อาจถูกเปลี่ยนทิศทาง

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แอฟริกาใต้เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลกเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสิงโตในกรง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์แบบ “Canned Hunting” การท่องเที่ยวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสัมผัสลูกสิงโต (Cub Petting Tourism) และการส่งออกโครงกระดูกสิงโต ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยบริษัท ซาวันตา (Savanta) ครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถามในแอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี รวมทั้งสิ้น 2,528 คน พบว่า สามในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 77) สนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลแอฟริกาใต้ในปี 2021 ที่จะยุติการแสวงประโยชน์เชิงพาณิชย์จากสิงโตในกรง

    ข้อมูลจาก 4 กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางมายังแอฟริกาใต้พบว่า (ดูรายงานฉบับเต็ม)

    • ร้อยละ 70 ระบุว่าพวกเขาจะลังเลหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่อนุญาตให้เพาะเลี้ยงและกักขังสิงโตในกรงเพื่อแสวงหากำไร
    • ร้อยละ 69 เตือนว่าการเปลี่ยนท่าทีจากแผนยุติอุตสาหกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแอฟริกาใต้ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบและมีจริยธรรม
    • ร้อยละ 77 เห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสัตว์ป่า มากกว่าการเพาะเลี้ยงสิงโตเชิงพาณิชย์
    • ร้อยละ 65 ระบุว่าพวกเขาอาจเลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่น หากอุตสาหกรรมดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

    คุณทริเซีย โครสดอล (Tricia Croasdell) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกล่าวว่า “ผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า ความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของสิงโตยังคงเป็นแรงจูงใจสำคัญของสาธารณชน การปกป้องสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงเรื่องจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง โลกกำลังจับตาว่าแอฟริกาใต้จะบริหารจัดการมรดกทางธรรมชาติของตนอย่างไร และนักท่องเที่ยวก็กำลังใช้ปัจจัยเหล่านี้ในการตัดสินใจเดินทาง”

    ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น

    ภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของแอฟริกาใต้ และสนับสนุนการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 1.8 ล้านตำแหน่ง ในปี 2025 แอฟริกาใต้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 10.5 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจาก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี รวมกันมากกว่า 1.2 ล้านคน หาก ร้อยละ 70 ของนักท่องเที่ยวจากตลาดเหล่านี้ ตัดสินใจไม่เดินทางมาเยือน แอฟริกาใต้อาจสูญเสียนักท่องเที่ยวประมาณ 860,000 คน โดยเมื่อพิจารณาว่าภาคการท่องเที่ยวสามารถสร้างงาน 1 ตำแหน่งต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทุก 13 คน อาจหมายความว่าจะมีตำแหน่งงานในภาคการท่องเที่ยวประมาณ 66,000 ตำแหน่ง ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ

    ในทางตรงกันข้าม อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสิงโตในกรงเชิงพาณิชย์คาดว่ามีการจ้างงานเพียงประมาณ 1,568 ถึง 2,069 ตำแหน่ง ทั่วประเทศแอฟริกาใต้

    กระแสคัดค้านจากประชาชนภายในประเทศ
              ประชาชนชาวแอฟริกาใต้แสดงความกังวลในลักษณะเดียวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 4 ตลาดหลัก โดยระบุว่า

    • ร้อยละ 72 ไม่เห็นด้วยกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสัตว์ป่าที่เอาเปรียบสัตว์ มากกว่าทางเลือกด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสัตว์ป่า
    • ร้อยละ 66 ระบุว่าการเพาะเลี้ยงสิงโตในกรงเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทางจริยธรรม
    • ร้อยละ 66 เชื่อว่าไม่ควรเสี่ยงทำลายความต้องการด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
    • ร้อยละ 63 เตือนว่าการเปลี่ยนท่าทีจากแผนยุติอุตสาหกรรมดังกล่าวจะบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการกำหนดนโยบายที่ตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์
    • ร้อยละ 57 เชื่อว่าการยุติการเพาะเลี้ยงสิงโตในกรงจะทำให้แอฟริกาใต้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากขึ้น และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจของประเทศ

    ประเด็นสวัสดิภาพของสิงโตถูกระบุว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการยุติอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามที่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของรัฐบาลในปี 2021 ให้เหตุผลด้านนี้

    ดร.ลูอีส เดอ วาล (Dr Louise de Waal) ผู้อำนวยการองค์กร Blood Lions กล่าวว่า “อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสิงโตในกรงเชิงพาณิชย์ของแอฟริกาใต้ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงหลายด้าน ทั้งด้านภาพลักษณ์ จริยธรรม สวัสดิภาพสัตว์ และความเสี่ยงของโรคจากสัตว์สู่คน ข้อมูลผลสำรวจล่าสุดของเรายังแสดงให้เห็นว่า การไม่ยุติอุตสาหกรรมนี้ยังเสี่ยงก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของประเทศ เราขอเรียกร้องให้รัฐมนตรี วิลเลม เอาแคมป์ (Willem Aucamp) ยุติความล่าช้าและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น และเร่งดำเนินการตามคำมั่นที่จะยุติอุตสาหกรรมนี้โดยเร็ว”

    เครดิตถาพถ่าย  Blood Lions

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/953445&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EXW6_YvBcJRbV1EuZ_S98

  • สรุปสถานการณ์วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจในเอเชียใต้ (อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์) จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    สรุปสถานการณ์วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจในเอเชียใต้ (อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์) จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    1. ภาพรวมสถานการณ์

    สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง อิหร่าน อิสราเอล และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกลุ่มประเทศในเอเชียใต้ (South Asia) ซึ่งมีความเปราะบางจากการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก

    โดยเฉพาะ อินเดีย ศรีลังกา และ มัลดีฟส์ ต่างเผชิญแรงกดดันด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน อาทิ อินเดียเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนแก๊สหุงต้ม (LPG) จนต้องควบคุมโควตาในภาคบริการ ศรีลังกาประกาศลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง ขณะที่มัลดีฟส์เผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างฉับพลันจากการปิดน่านฟ้าและการยกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    2. สถานการณ์ในอินเดีย: มาตรการประหยัดพลังงานขั้นสูงสุด

    สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เข้าสู่สัปดาห์ที่สามได้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อความมั่นคงทางพลังงานของอินเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มแก๊สหุงต้ม (LPG) ซึ่งอินเดียต้องนำเข้ากว่าร้อยละ 50 ของปริมาณการใช้ทั้งหมด การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก นำไปสู่การขาดแคลนในภาคบริการและอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินมาตรการฉุกเฉินอย่างเข้มงวดเพื่อประคับประคองสถานการณ์และป้องกันการตื่นตระหนกของประชาชน

    2.1 มาตรการรับมือของรัฐบาลอินเดีย (Government Response)

    รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้ประกาศใช้มาตรการเร่งด่วนหลายประการเพื่อจัดการกับวิกฤตพลังงาน ดังนี้:

    การประกาศใช้คำสั่งควบคุมแก๊ส LPG (LPG Control Order 2026)

                 – การเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศ: รัฐบาลสั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งในประเทศเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตLPG ให้ถึงระดับสูงสุด โดยให้นำไฮโดรคาร์บอนกลุ่ม C3 และ C4 ทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการผลิตแก๊สหุงต้มแทนการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอื่นๆ

               – การจัดสรรโควตาภาคบริการ: มีการกำหนดโควตาการจ่ายแก๊ส LPG สำหรับภาคพาณิชย์ (Commercial LPG) ไว้ที่ร้อยละ 20 ของปริมาณการใช้เฉลี่ยต่อเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าสถานประกอบการที่จำเป็นจะยังมีแก๊สใช้เพียงพอ 

               – การปราบปรามการกักตุน: รัฐบาลสั่งการให้แต่ละรัฐเข้มงวดกับการตรวจสอบตลาดมืดและการกักตุนสินค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต 

              ยุทธศาสตร์ด้านน้ำมันดิบและพลังงานสำรอง

                – การปฏิเสธการปล่อยน้ำมันสำรอง (Strategic Petroleum Reserves – SPR): แม้องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) จะเสนอให้มีการปล่อยน้ำมันสำรองทั่วโลกเพื่อลดแรงกดดันด้านราคา แต่อินเดียยืนกรานที่จะไม่เข้าร่วมในขณะนี้ โดยให้เหตุผลว่าปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์ยังเพียงพอและต้องการเก็บน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินสูงสุดเท่านั้น

                – การกระจายแหล่งนำเข้า: อินเดียเร่งเจรจานำเข้า LPG และ LNG จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการทำข้อตกลงนำเข้า LPG ปริมาณ 2.2 ล้านตันต่อปี (MTPA) ไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้ประมาณร้อยละ 10 ของการนำเข้าทั้งหมด

    • การปรับตัวของภาคธุรกิจและครัวเรือน (Business & Household Adaptation)

                วิกฤตครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานในอินเดียอย่างขนานใหญ่:

                – ภาคการบริการและโรงแรม (Hospitality Sector): ร้านอาหารในเมืองใหญ่อย่างมุมไบและเดลีต้องลดรายการอาหารที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานหรือใช้ความร้อนสูง และหันมานำเสนอเมนูที่ปรุงสุกได้รวดเร็ว ธุรกิจจำนวนมากหันมาติดตั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction Stoves) และอุปกรณ์ทำอาหารไฟฟ้าทดแทนการใช้แก๊ส แม้จะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้นก็ตาม ร้านอาหารประมาณร้อยละ 20 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ต้องปิดให้บริการบางส่วนหรือลดเวลาทำการเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง 

                – ภาคครัวเรือน: รัฐบาลรณรงค์ให้ผู้ที่อาศัยในเขตเมืองที่มีระบบแก๊สตามท่อ เปลี่ยนจากการใช้ถังแก๊ส LPG มาใช้ PNG แทน เพื่อลดภาระการขนส่งและกระจายถังแก๊สไปยังพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ยังมีการควบคุมระบบการสั่งจองแก๊สหุงต้มเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนกักตุนถังแก๊สเกินความจำเป็น

    3. สถานการณ์ในศรีลังกา: มาตรการประหยัดพลังงานขั้นสูงสุด

    ศรีลังกาซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ต้องเผชิญกับบททดสอบอีกครั้งจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ:

    การประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเติม: รัฐบาลศรีลังกาประกาศให้ทุกวันพุธ” เป็นวันหยุดราชการชั่วคราว เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงในการเดินทางและประหยัดพลังงานในอาคารสำนักงาน ส่งผลให้สัปดาห์การทำงานเหลือเพียง 4 วัน (จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์) 

    การปันส่วนเชื้อเพลิง (Fuel Rationing): มีการนำระบบโควตาการเติมน้ำมันกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อรักษาปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่ลดน้อยลง

    มาตรการช่วยเหลือภาคส่งออก: สภาหอการค้าซีลอน (Ceylon Chamber) เสนอให้บริษัทเดินเรือท้องถิ่นสามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้อย่างอิสระเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมส่งออกไม่ให้หยุดชะงัก

    4. สถานการณ์ในมัลดีฟส์: ผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและรายได้รัฐ

    มัลดีฟส์ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงจากการหยุดชะงักของการคมนาคมทางอากาศ:

    จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง: ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามัลดีฟส์ ลดลงถึงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 52,000 เที่ยวบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเครื่อง (Transit Hub) สำคัญ 

    รายได้รัฐบาลลดลง: คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ รัฐบาลมัลดีฟส์อาจสูญเสียรายได้ระหว่าง 80 – 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จากภาษีการท่องเที่ยวและค่าธรรมเนียมต่างๆ 

    ความมั่นคงทางพลังงาน: แม้มัลดีฟส์จะพยายามสำรองเชื้อเพลิง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันโลกและค่าขนส่งที่สูงขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ

    5. สรุปมาตรการรับมือในกลุ่มประเทศเอเชียใต้ (เปรียบเทียบ)

    ประเทศ

    ปัญหาหลัก

    มาตรการรับมือสำคัญ

    อินเดีย

    ขาดแคลน LPG / ราคาน้ำมันพุ่ง

    ประกาศคำสั่งควบคุม LPG (โควตาร้อยละ 20 สำหรับภาคธุรกิจ) เพิ่มการผลิตในประเทศ รณรงค์ใช้แก๊สตามท่อ (PNG)

    ศรีลังกา

    ปริมาณน้ำมันสำรองลดลงอย่างรวดเร็ว

    ลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ (หยุดทุกวันพุธ) นำระบบปันส่วนเชื้อเพลิงกลับมาใช้

    มัลดีฟส์

    นักท่องเที่ยวลดลง / ต้นทุนนำเข้าสูง

    ประเมินงบประมาณรายได้ใหม่ เตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากตลาดอื่นที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า

    6. นัยสำคัญและข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย

    สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียใต้ส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะคู่ค้าและจุดหมายปลายทางทางเศรษฐกิจ:

    1. การท่องเที่ยว: ไทยอาจได้รับอานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวเปลี่ยนจุดหมายปลายทางจากมัลดีฟส์หรือตะวันออกกลางมายังไทยแทน แต่ต้องระวังเรื่องราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจสูงขึ้นจากค่าน้ำมัน 

    2. การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค: วิกฤตในศรีลังกาและอินเดียอาจทำให้ความต้องการสินค้าพื้นฐานและอาหารสำเร็จรูปจากไทยเพิ่มขึ้น แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความสามารถในการชำระเงิน (Credit Risk) โดยเฉพาะในศรีลังกา 

    3. โอกาสของสินค้าไทย: อุปกรณ์ทำอาหารไฟฟ้า (เตาแม่เหล็กไฟฟ้า, หม้อทอดไร้น้ำมัน) อาจมีความต้องการสูงขึ้นในตลาดอินเดีย รวมถึงอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ที่ไม่ต้องใช้การปรุงซับซ้อน 

    4. การบริหารจัดการพลังงาน: มาตรการ “ลดวันทำงาน” ของศรีลังกาและ “การจัดสรรโควตา” ของอินเดีย เป็นกรณีศึกษาที่ไทยควรเตรียมพร้อมหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางขยายตัวจนกระทบต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานในอ่าวไทยหรือทะเลจีนใต้ 

    7. แหล่งข้อมูลอ้างอิง 

    • Reuters. India energy measures and Middle East tensions (13–17 March 2026).

    • The Hindu. PM Modi addresses LPG supply and hoarding concerns (14 March 2026).

    • Bloomberg; Times of India. India’s strategic petroleum reserves policy update (9 March 2026).

    • Press Information Bureau (India). LPG Control Order 2026.

    • BBC; The New York Times. Impact on hospitality sector in Mumbai and Delhi (12–16 March 2026).

    • BBC; The Guardian. Sri Lanka introduces four-day workweek to save fuel (17 March 2026).

    • France 24. Fuel rationing measures in Sri Lanka (16 March 2026).

    • Corporate Maldives. Tourism decline statistics (March 2026).

    • CNN. Flight cancellations in the Middle East and global travel disruption (14 March 2026).

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/rv4bu9psepa10bodifn8cm27&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GlFiQUyYkMklJSMxs64F7

  • “เยอรมันตะวันแดง” ปักหมุดเมืองท่องเที่ยว ส่งเบียร์สดบุกชลบุรี | เดลินิวส์

    “เยอรมันตะวันแดง” ปักหมุดเมืองท่องเที่ยว ส่งเบียร์สดบุกชลบุรี | เดลินิวส์

    นายเสถียร เสถียรธรรมะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เปิดเผยว่า ได้จัดงาน German Tawandang Road to Chonburi เปิดตัว “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” อย่างเป็นทางการท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมทะเล พร้อมนำเสนอเบียร์สดคุณภาพ 2 รสชาติ ให้ชาวชลบุรีได้สัมผัสรสชาติแบบเดียวกับโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง 

    การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ ในการขยายตลาดเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ต่อจากกรุงเทพฯ มาสู่จังหวัดชลบุรี หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยนำมาตรฐานเบียร์สดระดับโรงเบียร์มาสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ ผ่านการผสานทั้งรสชาติเบียร์คุณภาพ รสสัมผัสฟองเบียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ และนวัตกรรมการเสิร์ฟเบียร์รูปแบบใหม่ของไทย 

    นวัตกรรม Foam Art จากคุณภาพฟองเบียร์โดยภายในงาน ผู้ร่วมงานได้สัมผัสเอกลักษณ์ของเบียร์สดแท้แบบเยอรมัน พร้อมเทคนิคการเสิร์ฟฟองเบียร์ Micro-Foam แบบญี่ปุ่น และหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม เยอรมันตะวันแดง Foam Art นวัตกรรมพิมพ์ลายบนฟองเบียร์ ซึ่งเกิดจากจุดเด่นของเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ที่มีฟองเบียร์เนื้อละเอียดระดับ Micro-Foam  ให้สัมผัสนุ่ม และมีความหนาแน่นสูง ทำให้ฟองเบียร์สามารถรองรับการพิมพ์ภาพ หรือข้อความลงบนผิวฟองได้ 

    “การขยายตลาดของเบียร์สดมาสู่ชลบุรีในครั้งนี้ เพื่อต้องการนำมาตรฐาน และเอกลักษณ์ของเบียร์สดต้นตำรับจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง มาสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น โดยเรามีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์เบียร์สดคุณภาพมานานกว่า 20 ปี รวมถึงมีการพัฒนาและต่อยอด จนได้ฟองเบียร์ที่มีความละเอียดและนุ่มเป็นพิเศษ ทำให้สามารถสร้างสรรค์การพิมพ์ลายบนฟองเบียร์ได้อย่างชัดเจน ถือเป็นการนำคุณภาพของเบียร์มาต่อยอดให้เกิดประสบการณ์ใหม่ในการดื่ม“

    การขยายประสบการณ์ของแบรนด์เยอรมันตะวันแดงสู่จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ สะท้อนแนวโน้มของตลาดเครื่องดื่มและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “Drinking Experience” มากกว่าการบริโภคเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมการกินดื่มและการสังสรรค์เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5700008/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39U_2Q0Fg8GQqyVacdw3Yy

  • พัทยาผนึกภาคการท่องเที่ยว จัดประชุมใหญ่สมาพันธ์ฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    พัทยาผนึกภาคการท่องเที่ยว จัดประชุมใหญ่สมาพันธ์ฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    ภูมิภาค

    พัทยาผนึกภาคการท่องเที่ยว จัดประชุมใหญ่สมาพันธ์ฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.25 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวชลบุรี เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 สมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวชลบุรี โดยมี สมาชิกสมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ที่ห้องโรงแรมเวย์ พัทยา จ.ชลบุรี 

    การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการพัฒนา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ เมืองพัทยายังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพเมือง สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามสถานการณ์ความจริงของโลกยุคปัจจุบันให้ก้าวทันกระแสต่อไป 
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/469651&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tCnOagF9LKa8IX-IR5jxO

  • ฉิบแล้ว “มาเลเซีย” เตือน นทท. “ไทย” เอาไม่อยู่คุมน้ำมันจำกัดการซื้อ ทำท่องเที่ยวชะงัก | TOPNEWS

    ฉิบแล้ว “มาเลเซีย” เตือน นทท. “ไทย” เอาไม่อยู่คุมน้ำมันจำกัดการซื้อ ทำท่องเที่ยวชะงัก | TOPNEWS

    ฉิบแล้ว “มาเลเซีย” เตือน นทท. “ไทย” เอาไม่อยู่คุมน้ำมันจำกัดการซื้อ ทำท่องเที่ยวชะงัก

    • เผยแพร่ : 18/03/2026 20:37

    ฉิบแล้ว “มาเลเซีย” เตือน นทท. “ไทย” เอาไม่อยู่คุมเข้มน้ำมัน จำกัดการซื้อ ทำท่องเที่ยวชะงัก

    สนับสนุนโดย ยาแก้ไอ I-Herb (ไอ-เฮิร์บ) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบรรเทาอาการไอและขับเสมหะ (มะขามป้อม) Facebook Page: @IHerbOfficialTH

    #TOPNEWS #topupdate
    #กัมพูชา #เขมร #ทัพบก
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย
    #กัมพูชายิงก่อน #cambodiaopendfire
    #มาเลเซีย #อิหร่าน #อิสราเอล #สหรัฐ
    #น้ำมัน #ราคาน้ำมัน #การท่องเที่ยว
    #จำกัดการซื้อน้ำมัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1520319&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MnPIHUzzWOUZ-OAQBsvG3

  • ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ประจำวัน ทันเหตุการณ์ อัพเดทข่าวล่าสุด ติดตามได้ที่ PPTV ช่อง 36

    ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ประจำวัน ทันเหตุการณ์ อัพเดทข่าวล่าสุด ติดตามได้ที่ PPTV ช่อง 36

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/tags/%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%2520%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2%2520%2520%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259A%252066%2520%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03qUmkvHSJuKZaeCAhaFx2

  • ททท.ครบ 66 ปี ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน | เข้มข่าวเย็น | 18 มี.ค. 69

    ททท.ครบ 66 ปี ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน | เข้มข่าวเย็น | 18 มี.ค. 69

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ททท. ครบ 66 ปี ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยพลังของนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital Transformation

    #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ท่องเที่ยวไทย #การท่องเที่ยว #เข้มข่าวเย็น #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214285&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zGJ7pCzIL24LmVSTiU65r

  • รีวิว เที่ยวฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ

    รีวิว เที่ยวฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/9vE6myq0AyDJ&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LkatZJ_Bz5e6n6hbIzhdL

  • ไทยพีบีเอส แสดงความยินดี ททท. ครบรอบ 66 ปี – ไทยพีบีเอส

    ไทยพีบีเอส แสดงความยินดี ททท. ครบรอบ 66 ปี – ไทยพีบีเอส

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย นางสาวสุดารัตน์ ลีลานุสมาน หัวหน้างานสื่อสารองค์การ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 66 ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ภายในงานมีหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2503 มีวาระครบรอบ 66 ปี แห่งการเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริม และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2569 นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/corporate/53279/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38FOdwW5XaH9FcJYdzJesc

  • พ่อเมืองสุราษฎร์ฯพบสื่อ ลุยนำทัพเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ดันเกษตรมูลค่าสูง-ท่องเที่ยวยั่งยืน-สังคมคุณภาพ | เดลินิวส์

    พ่อเมืองสุราษฎร์ฯพบสื่อ ลุยนำทัพเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ดันเกษตรมูลค่าสูง-ท่องเที่ยวยั่งยืน-สังคมคุณภาพ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ณ ห้องศรีวิชัย B โรงแรมวังใต้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเวทีใหญ่ “ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ประกาศทิศทางยกเครื่องจังหวัดสู่ “เมืองเกษตรมูลค่าสูง ท่องเที่ยวยั่งยืน สังคมเป็นสุข” อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับเวทีเสวนาครั้งนี้ไม่ธรรมดาเพราะถือเป็นการ “เคลียร์ชัด-วางหมากใหม่” ของสุราษฎร์ธานี โดยผู้ว่าฯ จุมพฏ นำทีมผู้บริหารระดับจังหวัด ทั้งนายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายโสภณ เคี่ยมการ ประชาสัมพันธ์จังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ต่อหน้าสื่อมวลชนกว่า 100 คน

    โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ “แผนยกระดับทั้งระบบ” ตั้งแต่การดันสินค้าเกษตรสู่ตลาดมูลค่าสูง สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร ไปจนถึงการปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสู่ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” พร้อมเร่งเครื่องเปิดตลาดสินค้าเกษตรและของดีท้องถิ่นสู่เวทีการค้าในวงกว้าง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้าน เพื่อสร้าง “เกราะป้องกันเศรษฐกิจ” ให้จังหวัดเดินหน้าได้อย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์

    ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ ย้ำชัด “สื่อ” คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัด ชี้การสื่อสารที่ตรงกัน รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากสื่อมวลชนแบบตรงไปตรงมา เพื่อร่วมกันปั้นสุราษฎร์ธานีให้ “โตจริง เปลี่ยนจริง” งานนี้ไม่ใช่แค่เวทีแถลงข่าว แต่คือ “สัญญาณเริ่มต้น” ของการเร่งเครื่องพัฒนาสุราษฎร์ธานีครั้งใหญ่ ที่ทุกสายตาจับจ้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5697280/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vC3Oqq4GSCkYmal44pCQi