Category: ท่องเที่ยว

  • เทียนประสิทธิ์ ผ่าทางตันโรงแรมไทย รับมือวิกฤตพลังงาน-ดัน Green Hotel

    เทียนประสิทธิ์ ผ่าทางตันโรงแรมไทย รับมือวิกฤตพลังงาน-ดัน Green Hotel

    เจาะลึกยุทธศาสตร์ “เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์” สมัยที่ 2: เมื่อโลกเปลี่ยน โรงแรมไทยต้องปรับ

    ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่ดูเหมือนจะฟื้นตัว แต่ในมุมมองของ เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 เขากลับมองเห็น “พายุลูกใหม่” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ยังทรงตัว นั่นคือวิกฤตต้นทุนพลังงานและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ผันผวนราวกับคลื่นสึนามิ
     

    วิกฤตน้ำมัน: กำแพงสูงที่ขวางกั้นท้องฟ้า

    หนึ่งในประเด็นที่นายกสมาคมฯ กังวลอย่างยิ่งคือ “ราคาน้ำมัน” ที่ยังไม่ปรับตัวลดลงตามที่หวัง สิ่งนี้ส่งผลกระทบลูกโซ่มายังราคาตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจองแบบนาทีสุดท้าย (Last Minute) ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์

    “ราคาน้ำมันที่ยังสูงทำให้ค่าตั๋วไม่กลับไปจุดเดิมในเร็วๆ นี้ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวคิดหนักก่อนเดินทาง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ตอนนี้ลดลงเหลือต่ำกว่า 10,000 คน ซึ่งน่าตกใจมาก รัฐบาลต้องสื่อสารความชัดเจนเรื่องพลังงานสำรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นไม่ให้การท่องเที่ยวสะดุด”

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย

    MICE Hub: ทางรอดจากวงจร “สึนามิทางการท่องเที่ยว”

    เทียนประสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาการท่องเที่ยวตามเทศกาล (Seasonality) เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง เพราะนักท่องเที่ยวจะมาเป็นระลอกคล้ายสึนามิแล้วหายไป ทางออกที่เขาเสนอก็คือการปั้นไทยให้เป็น ศูนย์กลาง MICE “เราต้องมองสิงคโปร์เป็นตัวอย่าง เขาจัดงานตลอดปีเพื่อดึงคนเข้าประเทศ การเป็น MICE Hub จะช่วยให้โรงแรมมีผู้เข้าพักสม่ำเสมอ ลดความกังวลจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันผวน และสร้างเสถียรภาพให้กับรายได้ของอุตสาหกรรมในระยะยาว”
     

    นโยบายสมัยที่ 2: ความยั่งยืนต้องมาพร้อมกับกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์

    สำหรับการกลับมาดำรงตำแหน่งในวาระที่ 2 นี้ เทียนประสิทธิ์วางหมุดหมายไว้ 3 ประเด็นหลักที่ต้องขับเคลื่อนทันที:

    จัดระเบียบโรงแรมเถื่อน: จี้รัฐบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับอาคารที่ขายห้องพักรายวันโดยไม่มีใบอนุญาต “มาตรฐานความปลอดภัยตาม พรบ. ควบคุมอาคาร คือหัวใจสำคัญ หากเกิดเหตุร้ายในโรงแรมที่ไม่มีมาตรฐาน ความเชื่อมั่นของไทยในสายตาชาวโลกจะพังทลายทันที”

    ขับเคลื่อน Green Hotel ในวันที่ขาดสภาพคล่อง: แม้เทรนด์รักษ์โลกจะสำคัญ แต่ในสถานการณ์ที่สงครามยืดเยื้อและนักท่องเที่ยวลดลง (Worst Case) ผู้ประกอบการอาจไม่มีเงินทุนไปลงทุนด้านความยั่งยืน เขาจึงเตรียมประสานแบงก์ชาติขอแพ็กเกจดอกเบี้ยต่ำสำหรับการทำ Green รีโนเวท

    ลดภาระภาษีเพื่อต่อลมหายใจ: เตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% เหมือนช่วงโควิด เพื่อประคองธุรกิจให้รอดพ้นจากช่วงที่ต้นทุนทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้น

    แม้จะยังไม่สามารถประเมินผลงานของรัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ คนใหม่ได้ในตอนนี้ แต่นายกสมาคมฯ ยืนยันว่าพร้อมจะยื่น “แผนรวมฉบับเดียว” ที่เกิดจากการระดมสมองของเครือโรงแรมต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโรงแรมไทยเป็นไปอย่างมีทิศทางและยั่งยืนอย่างแท้จริง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/740296&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wRNeuYJrK1_1Tpqfu9v-F

  • EECO ดัน 5 ธุรกิจบริการ ยกระดับคุณภาพ-สร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก

    EECO ดัน 5 ธุรกิจบริการ ยกระดับคุณภาพ-สร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก

    EECO ดัน 5 ธุรกิจบริการ ยกระดับคุณภาพ-สร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก

    ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และประธานการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ EEC Select Best Service 2026  เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) สู่มาตรฐานบริการคุณภาพ ด้วยกรอบแนวคิด SERVICE + SMART & SMILE ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญ

    โดยเป็นการดำเนินการภายใต้โครงการ EEC Select Best Service 2026 ซึ่งมองว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นกลไกการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของพื้นที่ชุมชนในเขต EEC ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในพื้นที่ สามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงจากการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้อย่างเหมาะสม โดยการสร้างความรู้และความเข้าใจให้ประชาชนก้าวทันต่อการพัฒนาสู่การยกระดับมาตรฐานทั้งด้านการบริการ และผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ

    “การดำเนินการกังกล่าวป็นความร่วมมือของ สกพอ. รวมถึงสำนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตร ภายใต้ความหมาย E EXPERT ผู้ผลิตมีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ สร้างความแตกต่างและโดดเด่น  E EXCELLENCE   ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการ และตอบโจทย์ Lifestyle คนวิถีปัจจุบัน C CERTAINTY  ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจ เชื่อใจ ที่ได้รับสินค้าที่เป็นธรรม” 

    ดร.จุฬา กล่าวอีกว่า กำลังนำ Local Wisdom หรือภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์มาเจียระไนใหม่ให้กลายเป็นจุดขายระดับสากล เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่ EEC มีของดีที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

    อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเครื่องหมายตรารับรองมาตรฐานในบริการและผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มโอกาสการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในเขตพื้นที่อีอีซี มุ่งต่อยอดอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานนวัตกรรมและมาตรฐานสากล เพื่อผลักดันบริการชุมชนไทยสู่การยอมรับในระดับสากล Local Roots to Global Reach 

    ในการคัดเลือกครอบคลุม 5 กลุ่มประเภทบริการ ได้แก่

    • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 
    • ธุรกิจสปาและสุขภาพ 
    • ธุรกิจที่พักและโรงแรม 
    • ธุรกิจสถานประกอบการท่องเที่ยวชุมชน 
    • ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ

    สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกได้กำหนดกรอบการประเมินใน 5 ด้านที่สำคัญ เพื่อสะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยที่ใช้ในการผลิต/ให้บริการ ด้านการสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านขั้นตอนและกระบวนการให้บริการ ด้านความโดดเด่นการให้บริการ ด้านการตลาด

    นายอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า EEC Select Best Service คือการยกระดับบริการชุมชน ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีเรื่องราว ถือว่าเป็น 3 จังหวัดหลักด้านการท่องเที่ยว เป็นหัวใจหลักของภาคตะวันออกที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก 

    “บทบาทของ ททท. คือทำให้ของดีของชุมชน ถูกมองเห็นในตลาดที่ใช่ เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่เส้นทางการท่องเที่ยวหลักของประเทศ” 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655536&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UAMfZcN-BEJHcPOxZkm21

  • อุบลฯ แถลงข่าว เตรียมจัดใหญ่! มหาสงกรานต์ 2569

    อุบลฯ แถลงข่าว เตรียมจัดใหญ่! มหาสงกรานต์ 2569

    ภูมิภาค

    อุบลฯ แถลงข่าว เตรียมจัดใหญ่! มหาสงกรานต์ 2569

    วันพุธ ที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.58 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ช่วงค่ำวันที่ 31 มี.ค. 69  เวลา 18.00 น.  ณ  ลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับเทศบาลนครอุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้ชื่องาน “ถนนดอกไม้และสายน้ำ มหาสงกรานต์นครอุบล ยลฮีตศรีศิลป์ กินแซ่บ” ระหว่างวันที่ 12–15 เมษายน 2569 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง ใจกลางเมืองอุบลราชธานี

                   
    การแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีกรกฏ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายกตภัน แก้วสง่า รองนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี นางพนารัตน์ คนขยัน วัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี  นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี และพ.ต.ท.ณัฐกร พลภักดี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมแถลงข่าว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานประเพณีสำคัญของท้องถิ่นสู่ระดับสากล
                   
    การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาศักยภาพรูปแบบการท่องเที่ยวของจังหวัดในมิติที่หลากหลาย มุ่งเน้นการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีไทยอุบล (ฮีตสิบสอง คองสิบสี่)” เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

                   
    ภายในงานพบกับกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนอัตลักษณ์อีสานใต้ อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีพื้นบ้าน การรำถวายท้าวกบิลพรหม การสาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นรสแซ่บ นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การประกวดลีลานางไหกั๊บแก๊บ การประกวดส้มตำลีลา และการประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันผ้าไทย”
                  
    ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเนรมิตพื้นที่ทุ่งศรีเมืองให้เป็น “ถนนดอกไม้และสายน้ำ” ที่สวยงามและชุ่มฉ่ำ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ร่วมสนุกกับเทศกาลสงกรานต์ในบรรยากาศปลอดภัย สะอาด และสร้างสรรค์ ตลอด 4 วันเต็ม โดยบริเวณศาลหลักเมืองจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความสุข การเรียนรู้ และการสืบสานวัฒนธรรมไทย

                  
    จังหวัดอุบลราชธานี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหารอีสาน ในงาน “ถนนดอกไม้และสายน้ำ มหาสงกรานต์นครอุบล ยลฮีตศรีศิลป์ กินแซ่บ” ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/471163&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35rpEk–3IMWUU5-1zSLiv

  • ปลัด ก.ท่องเที่ยว ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 ขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องบ้านน้ำรี มุ่งพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

    ปลัด ก.ท่องเที่ยว ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 ขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องบ้านน้ำรี มุ่งพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

    ปลัด ก.ท่องเที่ยว ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 ขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องบ้านน้ำรี มุ่งพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

    (วันที่ 30 มีนาคม 2569) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 ณ สำนักงานองคมนตรี ทำเนียบอุทยานสราญรมย์ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

    ที่ประชุมได้เห็นชอบกรอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนให้มีรายได้และสุขภาวะที่ดีขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในการดำเนินงานโครงการ โดยระยะแรกจะมุ่งเน้นการคืนพื้นที่ป่า การจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ ถนน ระบบสาธารณูปโภค และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อสร้างความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว

    ในระยะต่อไป โครงการจะส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-Based Tourism) มุ่งพัฒนาอัตลักษณ์ชุมชนให้สอดคล้องเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน โดยยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะถนน การเข้าถึง และการเดินทาง ซึ่งต้องเร่งพัฒนา พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายจิตอาสา และภาคีการพัฒนา เพื่อผลักดันบ้านน้ำรีให้เป็นต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69404&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y2EW7-ZbN4AVrBFPGzdOs

  • เชียงราย ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุม จิสด้าพบจุดความร้อนที่ป่าอนุรักษ์ 1,131 จุด

    เชียงราย ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุม จิสด้าพบจุดความร้อนที่ป่าอนุรักษ์ 1,131 จุด

    วันนี้ (1 เม.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ โดย จ.เชียงรายเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝุ่น PM 2.5 ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน หลายพื้นที่ในอำเภอตามแนวชายแดน โดยสภาพอากาศถูกปกคลุมด้วยฝุ่นตลอดทั้งวัน

    จุดแรกบริเวณวัดห้วยปลากั้ง อ.เมือง จ.เชียงราย แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด องค์เจ้าแม่กวนอิม ขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของวัด และการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันตลอดทั้งวัน

    ภาพประกอบข่าว เชียงราย ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุม จิสด้าพบจุดความร้อนที่ป่าอนุรักษ์ 1,131 จุด

    ส่วนอีกจุดแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด คือบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จุดบรรจบพรมแดนของทั้งสามประเทศ คือ ไทย-ลาว และเมียนมา ก็ถูกฝุ่น PM2.5 ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง

    ขณะที่ภาพมุมสูงในช่วงบ่าย ของสามเหลี่ยมทองและแม่น้ำโขง ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบเช่นเดียวกัน เมื่อมองไปจุดที่มีตึกสูงในฝั่งลาว บริเวณคิงส์โรมัน ฝุ่นปกคลุมหนาทึบจนมองแทบไม่เห็นแม่น้ำโขงและตึก

    ผู้ค้าบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ บอกว่า นอกจากปัญหาน้ำมันราคาแพงและหาเติมยากแล้ว ปัญหาฝุ่นควันยังมาซ้ำเติม จนขณะนี้แทบไม่มีนักท่องเที่ยวแล้ว

    ส่วนอีกจุดหนึ่งที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับผลกระทบจากฝุ่นปกคลุมหนาทึบตลอดทั้งวัน สภาพตัวเมืองแม่สายเต็มไปด้วยฝุ่นควัน

    ขณะที่เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ที่อยู่ตรงข้ามกัน ก็ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นไม่ต่างกันจากฝั่งไทย

    ภาพประกอบข่าว เชียงราย ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุม จิสด้าพบจุดความร้อนที่ป่าอนุรักษ์ 1,131 จุด

    นายสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ ประธานสภาลมหายใจจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า แนวทางแก้ปัญหาจะต้องเร่งหยุดต้นเหตุของฝุ่น โดยเฉพาะไฟจากการเผา โดยในวันที่ 3 เม.ย.นี้ สภาลมหายใจลุ่มแม่น้ำโขง ที่รวมตัวกันของภาคประชาชน ในไทย-ลาว และเมียนมา จะประชุมร่วมกัน ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อหาทางออกเรื่องนี้

    สำหรับข้อมูลรายงานจุดความร้อนด้วยข้อมูลจากดาวเทียมจากจิสด้า วันนี้พบจุดความร้อนในไทยเกิดขึ้นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,131 จุด ขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากที่สุด โดยที่ประเทศเมียนมา 4,035 จุด และประเทศลาว 3,236 จุด

    อ่านข่าว :

    “เชียงใหม่” ผุดแอปฯ “ห้องพักปอด” ให้ประชาชนใช้บริการหนีฝุ่น

    31 จังหวัด ฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ หนักสุด “ปาย-เชียงดาว” พุ่งเฉียด 300 มคก.ต่อ ลบ.ม.

    “เชียงใหม่” ประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่า 6 อำเภอ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504135&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kuGCWsGphu1qlvj9lHpFB

  • ‘พิชชารัตน์’ เสนอหน่วยงานรัฐเร่งแก้ฝุ่นPM2.5  คืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย

    ‘พิชชารัตน์’ เสนอหน่วยงานรัฐเร่งแก้ฝุ่นPM2.5 คืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย

    พิชชารัตน์  แนะหน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 กระทบ เด็ก-เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว ลั่นทวงคืน‘อากาศบริสุทธิ์’ ให้คนไทยทุกคน

    ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 1 เมษายน 2569 นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษามาตรการและการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเป็นระบบและยั่งยืนว่า ในช่วงเวลานี้ของทุกปี สิ่งที่คุ้นเคยกันดีในสภาแห่งนี้ คือการยื่นญัตติด่วนเพื่อหาทางออกเรื่องวิกฤติ PM 2.5 การที่ต้องนำเรื่องนี้กลับมาหารือซ้ำๆ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปัญหานี้คือวิกฤตเรื้อรังระดับชาติ ในภาคเหนือเข้าขั้นวิกฤต ไฟป่าลามไปมากกว่า 4,000 จุดหลายจังหวัดถูกปกคลุมด้วยฝุ่นพิษระดับสีแดงและในบางพื้นที่ไปถึงระดับสีม่วง

    ค่าฝุ่นที่พุ่งสูงทะลุมาตรฐานไปหลายเท่าตัวนั้น  ส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล  ในกรุงเทพฯ ต้นปีที่ผ่านมาก็เผชิญกับปัญหา pm2.5 เช่นกัน มีหลายวันที่มองไปข้างนอกไม่เห็นตึกสูง  จนรัฐบาลและหน่วยงานต้องประกาศขอให้หน่วยงานและบริษัท  work from home และสั่งให้ปิดโรงเรียนกระทันหัน เพื่อหลบหนีฝุ่นพิษ

    .

    ‘ดิฉันเป็นแม่ เป็นผู้ปกครองของเด็ก ในวันที่มีค่าฝุ่นละอองสูง ผู้ปกครองทุกคนก็มีความเครียด ว่าอากาศที่ลูกเราสูดเข้าไปนั้นจะมีคุณภาพอย่างไร จะส่งผลกระทบต่อลูกเราอย่างไร โดยในวันที่มีค่าฝุ่นที่สูง โรงเรียนมักจะประกาศให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง เด็กจะไม่ได้ออกไปวิ่งเล่น ไม่ได้เตะบอล ไม่ได้เล่นสนามเล่น บั่นทอนพัฒนาการของเด็ก  ถูกตัดโอกาสแห่งการเรียนรู้ และบางโรงเรียนอาจจะประกาศงดการเรียนการสอน กลับไปเรียนออนไลน์ การที่เด็กเล็กอยู่กับหน้าจอมันส่งผลกระทบต่อสมาธิของเด็ก ต่อคุณภาพการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับเด็กเช่นกัน ปัญหา PM 2.5 นั้นอาจส่งผลกระทบถึงโรคทางเดินหายใจเด็ก เกิดอาการหอบหืดเราได้เห็นตามหน้าข่าวว่ามีเด็กอายุ 8 ขวบที่มีเลือดกำเดาไหลไม่หยุด สิ่งเหล่านี้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวมากขึ้น ในครอบครัวจะต้องซื้อหน้ากาก n95 เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองฝุ่นทั้งหมดมันคือภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน’ นางพิชชารัตน์ กล่าว

    นางพิชชารัตน์ กล่าวอีกว่า ลมหายใจของเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่สำคัญ ตอนนี้วิกฤตพลังงานที่สูงขึ้น ประเทศกำลังเผชิญอยู่ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น เรากลับต้องมาเจอวิกฤตฝุ่นในภาคเหนือ เราทราบกันดี ว่าเศรษฐกิจนั้นพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว การเกิดวิกฤต PM 2.5 วิกฤติฝุ่นละออง ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างชัดเจน และกำลังจะเข้าใกล้สงกรานต์ ยอดจองโรงแรมลดลง ร้านอาหาร รายได้อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ขาดรายได้ไปอย่างมหาศาล ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าที่กำลังพยายามลืมตาอ้าปาก กลับต้องมาสะดุดเพราะภัยพิบัติทางอากาศที่เกิดขึ้น

    ยิ่งไปกว่านั้นค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ และภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ที่รัฐและประชาชน จะต้องแบก ถือเป็นต้นทุนต่อประเทศในระยะยาว หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้เห็นการจัดการอย่างจริงจังจากภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน เพื่อทวงคืนอากาศสะอาดอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนไทยทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/pm25-bhumjaithai-party-picharat-forest-fire-fresh-air&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FMZKbSNm-ipD5dCvmrwp7

  • ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู ‘2 มุกงามแห่งเขตร้อน’

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’ ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’ ชู ‘2 มุกงามแห่งเขตร้อน’

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชู ‘2 มุกงามแห่งเขตร้อน’ ขยายตลาดการท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’

    หน้าร้อนนี้เที่ยวสงกรานต์ในไทยจบ ใครอยากหาเมืองร้อนเที่ยวต่อต้อง “ซานย่า” เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นฮาวายแห่งประเทศจีน เมืองนี้คนไทยจะได้สัมผัสอากาศร้อนที่คุ้นเคย แต่ขณะเดียวกันก็จะได้รับความแปลกใหม่ทางวัฒนธรรมจากประเทศจีนด้วย

    สำนักการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และกีฬานครซานย่า และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่า ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนประจำกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวเมืองซานย่า เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ และวางกลไกความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย-จีนในระยะยาว

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู '2 มุกงามแห่งเขตร้อน'

    หม่า หนาน รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่า กล่าวว่า เมืองซานย่าเป็นหยึ่งในชุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของมณฑลไห่หนาน ถือว่าเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ที่สุด เดินทางด้วยเครื่องบินเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และด้วยมาตรการฟรีวีซ่า 30 วัน ระหว่างไทย-จีน ยิ่งทำให้การท่องเที่ยวสะดวกมากขึ้นไปอีก

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู '2 มุกงามแห่งเขตร้อน'

    แม้เมืองซานย่ามีอากาศร้อนคล้ายประเทศไทย ทว่าการไปเที่ยวที่นั่นไม่เพียงเปลี่ยนบรรยากาศในการชมทะเลเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวไทยจะได้ประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่าง “บรรยากาศเขตร้อนที่คุ้นเคย” กับ “รากฐานทางวัฒนธรรมจีน”

    ด้วยประเพณีทางพุทธศาสนาของที่นี่มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย ซานย่ามีองค์เจ้าแม่กวนอิมกลางทะเลสูง 108 เมตร ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับโลกสำหรับการขอพร มีที่พักรองรับนักท่องเที่ยวทุกระดับ รวมถึงโรงแรมหรู และยังมีสวนน้ำอควาเวนเจอร์ วอเตอร์พาร์ค ซานย่า แอตแลนติส ติดอันดับ “TOP20 สวนน้ำระดับโลก ประจำปี 2026” และได้รับการยกย่องให้เป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียด้วย

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู '2 มุกงามแห่งเขตร้อน'

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู '2 มุกงามแห่งเขตร้อน'

    หม่า หนาน บอกด้วยว่า ที่ซานย่ายังเป็นสวรรค์ของนักช้อป มีนโยบายปลอดภาษี ซึ่งให้วงเงินชอปปิงแก่นักท่องเที่ยวสูงสุด 100,000 หยวนต่อคนต่อปี และมีศูนย์การค้าปลอดภาษีนานาชาติซานย่าที่รวบรวมแบรนด์ระดับโลกไว้ให้ช้อปครบจบที่เดียว

    ซานย่ายังคงเป็นเมืองชายหาดที่ใครๆ ก็นึกถึง ในช่วงเดือนม.ค. – ก.พ. ปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวซานย่ามากถึง 197,300 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 42.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในจำนวนนี้อัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวไทยยังคงแข็งแกร่ง 

    หม่า หนาน กล่าวว่า ด้วยซานย่ามีสภาพอากาศและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงประเทศไทย การประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อแย่งลูกค้า แต่มีขึ้นเพื่อร่วมกันขยายตลาดการท่องเที่ยวให้ใหญ่ขึ้น สร้างเส้นทางการท่องเที่ยวสายทองคำ “2 มุกงามแห่งเขตร้อน” ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสการพักผ่อนชายทะเลแบบจีนในเมืองซานย่า ควบคู่ไปกับการสัมผัสการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ในสยามเมืองยิ้ม

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู '2 มุกงามแห่งเขตร้อน'

    รองผอ.หม่า หนาน จึงได้เสนอแนวทางความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 4 ข้อ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน ได้แก่ 1.แลกเปลี่ยนอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชน สร้างคอนเทนต์โปรโมตการท่องเที่ยวร่วมกับ ททท. 2. ออกแพ็กเกจท่องเที่ยวร่วมกัน (ตั๋ว+ที่พัก+ที่เที่ยว) 3. สร้างแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจ และจัดตั้งศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวซานย่าในไทยอย่างถาวร และ 4. สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนในระยะยาว

    สิริเกศอร นพรัตน์นราภรณ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของการท่องเที่ยวไทย ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวไทยเดินทาง ไปจีนก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความผูกพันระหว่างสองประเทศ

    ‘เมืองซานย่า’ ร่วมมือ ‘ททท.’  ขยายตลาดท่องเที่ยว ‘จีน-ไทย’  ชู '2 มุกงามแห่งเขตร้อน'

    สิริเกศอร กล่าวเสริมว่า ซานย่าถือเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลระดับนานาชาติและได้ชื่อว่าเป็นฮาวายของประเทศจีน ขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมในการนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Thailand: The Journey Your Heart Leaves‘เที่ยวไทยให้หัวใจฟู’ ททท.จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงนามหนังสือเจตจำนงร่วมกับซานย่าในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างเมืองซานย่าและประเทศไทย และถือเป็นโอกาสในการเผยแพร่เสน่ห์และอัตลักษณ์ของประเทศจีนและประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ

    ซานย่ายังได้เป็นเจ้าภาพจัดอีเวนต์ใหญ่อย่าง “งานกีฬาเอเชียนเกมส์ชายหาดครั้งที่ 6” สำนักข่าว CGTN รายงานว่า ซานย่าเพิ่งจัดงานวิ่งส่งต่อคบเพลิง ภายใต้หัวข้อ “ส่งต่อมิตรภาพ พบกันที่ซานย่า” เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา รองผอ.หม่า หนาน ยืนยัน ซานย่าเตรียมรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ไม่ว่านักเดินทางอยากไปชมชายหาด หรือไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม หรือชมการแข่งกันกีฬา สามารถค้นหาข้อมูลและวางแผนการเดินทางต่างๆ ได้ที่ www.visitsanya.com ซึ่งมีเว็บไซต์ภาษาไทย เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1227834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I_r1lWsDEDCc9DvqVAQG0

  • วิกฤตไฟป่า PM 2.5 ภาคเหนือ พุ่งติดอันดับโลก! ดร.สนธิ คชรัตน์ แนะประกาศภัยพิบัติก่อนสงกรานต์ ป้องกันผลกระทบประชาชน-ท่องเที่ยว

    วิกฤตไฟป่า PM 2.5 ภาคเหนือ พุ่งติดอันดับโลก! ดร.สนธิ คชรัตน์ แนะประกาศภัยพิบัติก่อนสงกรานต์ ป้องกันผลกระทบประชาชน-ท่องเที่ยว

    จากข้อมูลล่าสุดของ GISTDA เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 สถิติจุดความร้อนในประเทศไทยพุ่งสูงถึง 4,327 จุด โดยมีการกระจายตัวในพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ และพื้นที่อื่นๆ

    • ป่าอนุรักษ์: พบจุดความร้อนมากที่สุดถึง 2,430 จุด
    • ป่าสงวนแห่งชาติ: พบจุดความร้อน 1,528 จุด
    • เขต สปก.: 135 จุด
    • พื้นที่เกษตร: 125 จุด
    • ชุมชนและอื่นๆ: 102 จุด
    • ริมทางหลวง: 7 จุด

    ดร.สนธิ คชรัตน์ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ไฟป่าเกิดพร้อมกันในหลายจังหวัดภาคเหนือตอนบน ส่งผลทำให้ฝุ่น PM 2.5 สูงเป็นประวัติการณ์และกลายเป็นปัญหาสาธารณสุข พร้อมระบุว่าปัญหาหลักเกิดจาก 4 สาเหตุสำคัญ คือ

    1. สภาวะอุตุนิยมวิทยาและฤดูแล้งสะสม: การคาดการณ์สภาพอากาศปี 2569 ระบุว่าสภาวะลานีญาจะกลับสู่ความเป็นกลาง ทำให้ปริมาณฝนลดลง ทิศทางลมเปลี่ยน และเกิดสภาพอากาศปิดในช่วงกลางคืน ความแห้งแล้งสะสมทำให้ใบไม้และกิ่งไม้แห้งจำนวนมากเป็นเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงบ่าย 14.00 – 16.00 น. ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดของวัน ทำให้ไฟป่าเกิดง่ายและลุกลามรวดเร็ว

    2. การลักลอบเผาป่าและพื้นที่เกษตรกรรม: การเผาป่ายังคงมีเหตุผลเชิงเศรษฐกิจและประเพณี เช่น การหาของป่า ล่าสัตว์ และเตรียมพื้นที่เกษตร ในบางพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามเผาอย่างเข้มงวด ชาวบ้านมักลักลอบจุดไฟในป่าลึกหรือจุดห่างไกลเพื่อให้ไฟลามมายังพื้นที่ของตน ทำให้การควบคุมไฟทำได้ยาก

    3. ฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน: ดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อนทั่วประเทศวันที่ 27 มี.ค. 2569 รวม 2,302 จุด ในจำนวนนี้ 1,088 จุดอยู่ในป่าอนุรักษ์ และ 837 จุดในป่าสงวนแห่งชาติ ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านมีจุดความร้อนสูง เมียนมา 8,804 จุด, ลาว 4,189 จุด, กัมพูชา 566 จุด และเวียดนาม 522 จุด ส่งผลให้หมอกควันบางส่วนพัดเข้าสู่ประเทศไทย

    4. ข้อจำกัดด้านการเข้าถึงและทรัพยากร: พื้นที่เกิดไฟส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก จำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าที่ต้องดูแลกว่า 45 ล้านไร่ในภาคเหนือ การใช้อากาศยานยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความเสี่ยงของนักบิน และการหาแหล่งน้ำบนจุดสูง

    แม้รัฐบาลได้จัดทำแผนปฏิบัติการปี 2568-2570 โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น ปิดป่าเข้มงวด, Burn Check สำหรับการเผาในเกษตรกรรม, ลดจุดความร้อนในภาคเกษตรไม่ต่ำกว่า 15%, แก้ไขฝุ่นข้ามแดนผ่าน Hotline Clear Sky และจัดงบกว่า 620 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร แต่ข้อจำกัดในการบังคับใช้และการเข้าถึงพื้นที่ป่า ทำให้ปัญหายังคงรุนแรง

    ดร.สนธิชี้ว่า การประกาศ “เขตภัยพิบัติฝุ่น PM 2.5” ยังไม่ได้ดำเนินการในจังหวัดทั้งหมด แม้ค่าฝุ่นในเชียงใหม่จะสูงเกิน 150 มคก./ลบ.ม. และอาจเกินกำลังปกติต่อเนื่องหลายวัน เหตุผลสำคัญคือความกังวลด้าน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์, ผลกระทบต่อ การประกันภัยและสายการบิน ทำให้รัฐบาลเลือกประกาศเพียงพื้นที่อำเภอหรือบางตำบล พร้อมจัดงบฉุกเฉิน 20 ล้านบาทแก้ไขปัญหา

    “การแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจ โดยควร กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถจัดการไฟป่าได้แบบเบ็ดเสร็จ ส่วนส่วนกลางสนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากรอย่างเต็มที่ และควรมีมาตรการเชิงรุกกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อควบคุมฝุ่นข้ามแดนอย่างจริงจัง”

    ปัญหา PM 2.5 ในภาคเหนือเกิดจาก ไฟป่ารุนแรงในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน, การลักลอบเผาป่า, ฝุ่นข้ามแดน, และข้อจำกัดทรัพยากรดับไฟ การประกาศเขตภัยพิบัติจะช่วยนำงบฉุกเฉินและทรัพยากรมาใช้แก้ปัญหาได้ตรงจุด และเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/pm25-northern-thailand-wildfire-crisis-2026/news-update/amp/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eWNNHwgVOmLI2n0f7K9zx

  • ท่องเที่ยวเขาใหญ่สะเทือน! น้ำมันแพง – สงครามตะวันออกกลาง ฉุดนักท่องเที่ยวหายกว่า 70% | TOPNEWS

    ท่องเที่ยวเขาใหญ่สะเทือน! น้ำมันแพง – สงครามตะวันออกกลาง ฉุดนักท่องเที่ยวหายกว่า 70% | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 01/04/2026 16:23

    ท่องเที่ยวเขาใหญ่สะเทือน! น้ำมันแพง – สงครามตะวันออกกลาง ฉุดนักท่องเที่ยวหายกว่า 70%

    วันที่ 31 มีนาคม ที่ Grand Siri Resort Khao Yai อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จัดประชุมไตรมาส 2 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

    ที่ประชุมระบุว่า แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง 70% ในวันธรรมดา และลดลงราว 30–50% ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้านผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างเร่งปรับตัวรับมือสถานการณ์ ทั้งการลดต้นทุน ปรับรูปแบบการให้บริการ และเพิ่มช่องทางการขาย เช่น การส่งสินค้าถึงบ้าน และการปรับเวลาเปิด–ปิดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

    ขณะที่กิจกรรมท่องเที่ยวบางประเภท เช่น กลุ่มพายเรือคายัค ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนและฤดูร้อน แม้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง

    ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าภาคการท่องเที่ยวจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเชิงรุก เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก และรักษาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเขาใหญ่ในระยะยาว.

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    111

    image

    “คริสติน“ เปิดใจน้ำตาคลอ รับโล่งใจ หลังให้การตร.นาน 4 ชั่วโมง ยันวันเกิดเหตุมีสติครบถ้วน จำทุกอย่างได้ แต่ไม่กล้าขัดขืน ลั่นขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด 

    อบต.ผาสิงห์ น่าน ยกระดับ 12 มาตรการสู้ไฟป่า ตั้งจุดสกัดเฝ้าระวัง 24 ชม.

    ทรัมป์ประกาศจะถอนสหรัฐออกจากนาโต

    อังกฤษเตรียมจัดประชุม 35 ปท.ผลักดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

    เพชรบุรี///ครบรอบ 17 ปี มทบ.15 ค่ายรามราชนิเวศน์ ยึดมั่นอุดมการณ์เพื่อชาติและราษฎร์

    ว่าวยักษ์หลากลวดลาย ลอยรับลมร้อนที่จีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1534295&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GruHORXxGVHEIl8TE2wNn

  • ‘ซาบีดา’ พร้อมสานต่องานวธ.-ชี้รวมท่องเที่ยวต้องดูขั้นตอนกฎหมาย | เดลินิวส์

    ‘ซาบีดา’ พร้อมสานต่องานวธ.-ชี้รวมท่องเที่ยวต้องดูขั้นตอนกฎหมาย | เดลินิวส์

    น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตามที่ได้มีโอการเข้ามารับตำแหน่ง รมว.วธ. อีกครั้ง ในเรื่องการดำเนินงานจะต้องดำเนินนโยบายที่เข้มข้นกว่าช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งตนได้มีแนวทางและรูปแบบของการทำงานแล้ว แต่อยากให้มีการรอแถลงนโยบายต่อสภาก่อน สำหรับสิ่งที่อยากจะทำ คือการปรับให้ วธ. มีทั้งการอนุรักษ์ความดั้งเดิม ร่วมไปกับพัฒนาให้มีความทันสมัย สามารถสื่อสารกับพี่น้องประชาชนด้วยข้อความที่ได้เข้าถึงและเข้าใจง่ายขึ้น และทำให้รู้สึกว่าได้รับรู้และเข้าใจถึงวัฒนธรรมไทยจริงๆ พร้อมทั้งจะได้สานต่อนโยบายไท ไทย ต่อยอดความเป็นไทยซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรม ที่ทรงคุณค่าและมีเสน่ห์ เราอยากให้พี่น้องประชาชนสามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมนี้ให้เกิดคุณค่าและมูลค่าของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ แต่ในทางกลับกันก็ต้องมีเรื่องของการอนุรักษ์คุณค่าความสง่างามของความเป็นไทยด้วย

    รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนแนวคิดของการรวมหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามารวมกับ วธ. นั้น ได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยากจะให้มีการรวมภารกิจ ด้านการท่องเที่ยวมาไว้กับงานวัฒนธรรม เพราะมองว่าภารกิจมีความใกล้เคียงกัน และสามารถทำงานควบคู่ไปด้วยกันได้ แต่จะต้องดูแนวทางในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย ว่าจะใช้เวลามากน้อยเพียงใด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5740972/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2czpRFWOr9SaH1ewpPFuB8