Category: เศรษฐกิจ

  • หอการค้าศรีสะเกษ จี้รัฐบาลใหม่ มีมาตรการที่ชัดเจนก่อน หากจะมีเปิดด่านช่องสะงำ ชี้ด่านปิดกระทบเศรษฐกิจ แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน

    หอการค้าศรีสะเกษ จี้รัฐบาลใหม่ มีมาตรการที่ชัดเจนก่อน หากจะมีเปิดด่านช่องสะงำ ชี้ด่านปิดกระทบเศรษฐกิจ แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน

    วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าตั้งแต่มีการปิดด่านช่องสะงำจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการนำเข้าและส่งออกสินค้า ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะมูลค่าการค้าชายแดน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขความเสียหายที่แท้จริง

    เมื่อถามถึงแนวโน้มหลังการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ ชายแดนจะดีขึ้นเพียงใด – โอกาสการเปิดด่านช่องสะงำ มีความเป็นไปได้แค่ไหน? นายรัฐวิทย์ กล่าวว่า ปัญหานี้มีหลายมิติ ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้ ควรเป็นการแก้ไขระยะยาว ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจการค้า ซึ่งในฐานะภาคเอกชนยังคงรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อน และไม่อยากให้มีการรีบเปิดด่านเฉพาะหน้า หรือเปิดชั่วคราวแล้วกลับมาปิดอีก เพราะจะทำให้การค้าของไทยสะดุด ไม่สามารถวางแผนได้ในระยะยาว

    นายรัฐวิทย์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลใหม่ควรมีมาตรการที่ชัดเจนร่วมกับประเทศกัมพูชา โดยต้องให้ความสำคัญด้านความมั่นคงมาเป็นอันดับแรก ส่วนด้านเศรษฐกิจการค้า ภาคเอกชนสามารถดำเนินการตามได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง จนทำให้ไทยเสียเปรียบในการเจรจาระหว่างประเทศ เพราะเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีหลายมิติ

    ทั้งนี้ การปิดด่านช่องสะงำ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชายแดนแน่นอน แต่หากไม่มีความชัดเจนด้านความมั่นคง อาจสร้างความเสียหายที่มากกว่า เช่น กรณีเอกชนเตรียมการลงทุนและส่งออกสินค้า แต่ต้องหยุดชะงักเพราะมีคำสั่งปิดด่านอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายยิ่งกว่า ดังนั้น หากจะมีการเปิดด่านอีกครั้ง ควรเป็นการเปิดที่มีความมั่นคงชัดเจน และใช้โอกาสนี้เป็นการต่อรองที่นำไปสู่ประโยชน์ในอนาคต มากกว่าการเปิดชั่วคราวแล้วปิดอีก โดยไม่รู้ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

    ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ อยากให้รัฐบาลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก แม้ภาคเอกชนไม่อยากให้ปิดด่าน แต่ก็ได้เตรียมใจและพร้อมรับมือกับเรื่องนี้มาแล้ว รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ทางการค้า แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน หากมีความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ การค้าก็จะเดินหน้าได้เอง – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/Nr9pIFfPp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NH22IbqZMzVlY-ITfIoe-

  • นายกฯ อนุทิน ประกาศ 4 นโยบายรัฐบาล 4 เดือน เร่งแก้เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-พนันออนไลน์

    นายกฯ อนุทิน ประกาศ 4 นโยบายรัฐบาล 4 เดือน เร่งแก้เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-พนันออนไลน์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แถลงภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

    นายอนุทิน ระบุว่า ตนตระหนักดีกว่าการเข้าสู่ตำแหน่งนี้อาจมีข้อจำกัดหลายประการในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ได้ให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่า ตนเองและคณะรัฐมนตรีจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ใช้กำลังกาย กำลังสมอง เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากสถานการณ์วิกฤติต่างๆ โดยเร็วที่สุด

    นายอนุทินระบุว่าจะเร่งแก้ไขปัญหา 4 ด้านที่เป็นภัยคุกคามและส่งผลต่อชีวิตของประชาชน ได้แก่

    1.  ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพ ลดค่าพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าขนส่งต่างๆ และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงหาวิธีการต่างๆ ทั้งทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวก เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและประชาชน ตลอดจนทำให้รายได้ของชุมชนท้องถิ่นมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

    2.  ปัญหาความมั่นคง รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยยืนยันหลักการว่าประเทศไทยจะไม่มีวันเสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว ประชาชนไทยจะต้องไม่เสียประโยชน์และดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข รัฐบาลจะเร่งดำเนินการชดเชยให้ผู้ประสบภัยในจังหวัดชายแดนที่ติดกับกัมพูชาอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกครัวเรือน

    3. ปัญหาภัยธรรมชาติ รัฐบาลจะเร่งต่อยอดการจัดทำระบบเตือนภัย ซึ่งตนเคยริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยคาดหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสานต่อการจัดหาระบบเตือนภัย ป้องกันภัย เยียวยา ฟื้นฟู และแจ้งเตือนภัยต่างๆ นอกจากนี้ จะเร่งชดเชยค่าเสียหายให้ประชาชนผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที สมเหตุสมผล และเป็นธรรม ซึ่งตนมีความคุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี 

    นายอนุทินระบุว่า จะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ดังนั้นปัญหาต่างๆ จะไม่หยุดชะงักหรือติดอุปสรรค พร้อมเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากข้าราชการทุกหน่วยงานที่ตนมีความคุ้นเคยจากการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเกือบ 6 ปี ทำให้มีความสัมพันธ์และเครือข่ายความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ความมั่นคง และทหารกองทัพ ซึ่งความร่วมมือไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเพื่อประชาชน

    4.  ปัญหาภัยสังคม รัฐบาลจะเร่งปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ การพนันและการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ เพื่อกำจัดภัยสังคมทุกรูปแบบ

    นายอนุทินเน้นย้ำว่า การมาเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยบุญคุณของใคร ยกเว้นบุญคุณของพี่น้องประชาชนชาวไทย ผ่านการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้ที่ตนจะตอบแทนพระคุณเพียงกลุ่มเดียว

    ในการแก้ไขปัญหาหลักทั้ง 4 ด้านนี้ นายอนุทินมั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือและการประสานงานที่ดี เพื่อขับเคลื่อนเจตนารมณ์ของตนและประชาชนให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยปราศจากอุปสรรค

    นายอนุทินกล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ของตนและคณะรัฐมนตรีที่กำลังคัดสรรแต่งตั้ง รัฐบาลจะไม่มีเวลาสำหรับการทดลองงาน (no probation) แต่จะคัดสรรบุคลากรมาอย่างดี เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีที่ถวายสัตย์ปฏิญาณตน

    สำหรับความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับประเด็นจริยธรรมและข้อกฎหมาย นายอนุทินยืนยันว่า ตนเองและรัฐบาลจะทำงานโดย ยึดความถูกต้องของกฎหมายเป็นหลักเท่านั้น และ จะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่จะปล่อยให้กลไกยุติธรรมทำงานตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ พร้อมทั้งจะเร่งรัดและเปิดเผยกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างให้ประชาชนได้รับทราบ และดำเนินการทันทีหากพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยจะต้องเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมู่

    นอกจากนี้ รัฐบาลของตนมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และภายหลังจากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ 

    นายอนุทิน ระบุจะยุบสภาภายในกรอบเวลา 4 เดือนตามข้อตกลง เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตของประเทศ

    แม้จะมีเวลาไม่มากนัก เพียง 4 เดือน แต่นายอนุทินมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย และจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ โดยเขาและคณะรัฐมนตรีจะไม่มีวันหยุด ไม่มีพักร้อน และต้องไม่มีการเจ็บป่วย จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน

    ในระยะเวลาที่มีอยู่ รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากสถานการณ์วิกฤติ และจะสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้รัฐบาลชุดต่อไปสามารถสานต่อการทำงาน โดยดำรงเจตนารมณ์ให้ประชาชนมีความอยู่ดีมีสุข มีความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน

    นายอนุทินกล่าวว่าจะสร้างความรักความสามัคคีของชนในชาติ เพื่อร่วมกันเป็นพลังในการพัฒนาประเทศไทย และจะไม่ทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนที่มอบความไว้วางใจต้องสูญเปล่า โดยจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และมุ่งมั่นตั้งใจที่จะรับใช้ประชาชน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/638199&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eS3BfuE3GskYnhFlHU7zi

  • นายกฯ คนที่ 32 เดินหน้า เฟ้นหาตัวตึงนั่งขุนคลัง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    นายกฯ คนที่ 32 เดินหน้า เฟ้นหาตัวตึงนั่งขุนคลัง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – “อนุทิน ชาญวีรกูล” เล็งทาบทามคนนอกนั่ง ครม. จับตาเก้าอี้รมว.คลัง จ่อดึง “เศรษฐพุฒิ” ผู้ว่าแบงก์ชาติ ร่วมวงแก้เศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการโหวตลงมติของ สภาผู้แทนราษฎร ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวัง คือการเร่งผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้า โดยเฉพาะตำแหน่งที่สำคัญอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    ดึงคนนอกนั่งคลัง

    ทั้งนี้ที่ผ่านมาโผ ครม. อนุทิน 1 มีชื่อของคนนอกอย่าง ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถูกทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงมีชื่อของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ที่ถูกทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    ทีมศก. ต้องเชี่ยวชาญ

    ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจชัดใหม่ควรเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยรอไม่ได้ และหลังรับตำแหน่งแล้ว งานเร่งด่วนที่อยากให้เร่งมือ คือ การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นกำลังซื้อให้กลับมาโดยเร็ว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/07/575968/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ka3tRbp-C0Qp3FLFp5oLI

  • โพลเผยผลสำรวจ! ฟังเสียงประชาชนไทย คาดหวังในตัวนายกฯคนใหม่อย่างไร

    โพลเผยผลสำรวจ! ฟังเสียงประชาชนไทย คาดหวังในตัวนายกฯคนใหม่อย่างไร

    โพลเผยผลสำรวจ! ฟังเสียงประชาชนไทย คาดหวังในตัวนายกฯคนใหม่อย่างไร

    วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.07 น.

    “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง“ความคาดหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 32” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,191 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่2-5 กันยายน 2568 พบว่า ภารกิจเร่งด่วนที่อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ดำเนินการมากที่สุด คือการแก้ปัญหาค่าครองชีพและปากท้อง ร้อยละ 68.26 ในขณะที่ความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 32จะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 56.09 นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ76.66 เห็นด้วยหากรัฐบาลใหม่ประกาศยุบสภาภายใน 4 เดือน เพื่อเลือกตั้งใหม่และสิ่งที่อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่มากที่สุดคือ ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 53.81

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ไม่ว่านายกฯ คนใหม่จะเป็นใครประชาชนก็ยังคงกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปากท้องจนมีเสียงเรียกร้องให้คืนอำนาจผ่านการยุบสภาในเวลาอันสั้น สะท้อนภาวะ “วิกฤตความศรัทธาต่อวาจาของนักการเมือง”การทำหน้าที่ของนายกฯ ใหม่จึงเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ บริหารงานอย่างโปร่งใสและทำตามสัญญาที่ให้ไว้เพื่อกอบกู้ความไว้วางใจจากประชาชน

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจพร พึงไชย อาจารย์หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนถึงปัญหาปากท้องซึ่งยังเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องการให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาแก้ไขมากที่สุด นอกจากนี้ความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อยู่ในระดับปานกลางก็เป็นสัญญาณว่าประชาชนให้โอกาสนายกรัฐมนตรีในการนำพาประเทศ เท่ากับว่าจากนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน ดังนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลควรดำเนินการ คือ การวางยุทธศาสตร์และสิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาสรุปวิเคราะห์ผลโพล : ความคาดหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

    ซึ่งผลสำรวจนี้ประชาชนต้องการให้เร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและโปร่งใสรวมถึงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อหวังให้มีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม และให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวด้วยเพราะปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ควรเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และที่สำคัญภายใต้ ครม.อนุทิน 1จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตาม.

    012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/912477&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kIlxQ_u9ECU9vd81_RCwN

  • ‘โบว์’เรียกร้องนายกฯ คนใหม่ทำให้ชีวิต-เศรษฐกิจชายแดนกลับสู่ปกติได้เร็วที่สุด

    ‘โบว์’เรียกร้องนายกฯ คนใหม่ทำให้ชีวิต-เศรษฐกิจชายแดนกลับสู่ปกติได้เร็วที่สุด

    ‘โบว์’เรียกร้องนายกฯ คนใหม่ทำให้ชีวิต-เศรษฐกิจชายแดนกลับสู่ปกติได้เร็วที่สุด

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นายกฯ คนใหม่ควรทำให้ชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนที่ชายแดนกลับสู่ความเป็นปกติได้เร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ #การทหาร และ #การต่างประเทศ อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์เดียวกัน

    มีนายกฯ เป็นผู้นำที่ควบคุมทุกอย่างได้ ไม่ใช่ “ปล่อยไหล” ไปตามมีตามเกิด

    รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ต้องเข้าใจบทบาทของตนในเป้าหมายนี้ หากใครจะเข้ามาเพื่อปล่อยให้ต่างคนต่างเดินก็ไม่ต้องตั้ง อยู่แบบเดิมก็ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000085656&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12ur7zD2Jbz8aYeXRQQnvy

  • “อนุทิน” โชว์ตัว 3 ขุนพลเศรษฐกิจ-“ธรรมนัส” แวะเข้า ภท. | 7 ก.ย. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    “อนุทิน” โชว์ตัว 3 ขุนพลเศรษฐกิจ-“ธรรมนัส” แวะเข้า ภท. | 7 ก.ย. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    7 ก.ย. 2568 15:40 น.

    มาดูโฉมหน้า ทีมงานเศรษฐกิจ ครม.หนู 1 กันบ้าง การเปิดตัวครั้งนี้ มีการกินเค้กส้ม เป็นสัญลักษณ์เชื่อมความสัมพันธ์ ส่วนในช่วงเย็น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางมาพบนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มโปรด “อเมริกาโน่ร้อน ไม่หวาน” จากนั้น นายอนุทิน ได้พาร้อยเอกธรรมนัส มานั่งจิบกาแฟ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส ได้ขอชนแก้วกับ ว่าที่นายกฯ ก่อนที่นายอนุทินจะหัวเราะ และบอกว่า “หวังว่าจะไม่เหมือนช็อกมินต์” #อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #ธรรมนัส #ธรรมนัสพรหมเผ่า #ตั้งรัฐบาล #ตั้งรัฐบาลใหม่ #ครม #นายกคนที่32 #ข่าวการเมือง ———————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/greenhead-morning-news/1167596&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pM0typXecZvEU7A4o7Qqr

  • คนละครึ่ง เตรียมกลับมาแล้ว! แม่ค้าเฮลั่น เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

    คนละครึ่ง เตรียมกลับมาแล้ว! แม่ค้าเฮลั่น เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

    คนละครึ่ง เตรียมกลับมาแล้ว! แม่ค้าเฮลั่น เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

    กลายเป็นข่าวดีที่สร้างความตื่นตัวให้กับพ่อค้าแม่ขายและประชาชนทั่วประเทศ เมื่อมีรายงานว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมปัดฝุ่นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุครัฐบาลก่อน เพื่อนำกลับมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนข้างหน้านี้

    ผู้ประกอบการรายย่อยต่างแสดงความเห็นด้วยและดีใจกับข่าวนี้ นางสมบูรณ์ แม่ค้าจาก อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า
    โครงการนี้เคยใช้งานได้จริงและเห็นผลจริงในช่วงสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หากนำกลับมาใช้อีกครั้งจะไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน เพราะประชาชนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ที่ได้รับ

    ขณะที่ นางสุดาพัตร กล่าวว่า
    เธอเคยใช้โครงการนี้มาแล้วและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้มากจริงๆ จึงอยากให้รัฐบาลนำโครงการนี้กลับมาใช้อีกครั้งโดยเร็ว

    ความเห็นของแม่ค้าทั้งสองสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและมองว่าโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นมาตรการที่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจได้จริง


    ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tnews.teenee.com/etc/176848.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GisnfnUeeYx4NbsCymnBT

  • เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่รัฐมนตรีคลัง รัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่รัฐมนตรีคลัง รัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จากโบรกเกอร์ ที่เปลี่ยนเส้นทางมารับราชการจนเป็นลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่ขุนคลังคนใหม่ ในรัฐบาลอนุทิน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถือเป็นคนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเพราะเติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางวิชาการอันแข็งแกร่ง เคยเริ่มต้นชีวิตจากการทำงานด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ภัทรธนกิจ ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางมารับราชการอย่างเต็มตัว และด้วยการวิเคราะห์ และพยากรณ์เศรษฐกิจได้แม่นยำ ประกอบกับบุคลิกที่อัธยาศัยดี มีความสามารถในการสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจที่ซับซ้อนให้คนดูเข้าใจง่าย ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งของกระทรวงการคลัง และกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ Sanook Money จะพามาเปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อายุ 54 ปี
    • บิดาชื่อ ดร.อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ
    • มารดาชื่อ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปลัดสำนักนายกฯ และปลัดกระทรวงพัฒนาสังคม
    • คู่สมรสชื่อ นางร้อยแก้ว นิติทัณฑ์ประกาศ

    ประวัติการศึกษา

    • จบการศึกษาปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)
    • ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จาก University ofIllinois at Urbana-Champaign ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)
    • ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • จบการศึกษามัธยมศึกษาจากวชิราวุธวิทยาลัย

    ประสบการณ์ทำงาน

    • อธิบดีกรมสรรพสามิต ในช่วงปี 2565-2567
    • อธิบดีกรมสรรพากร ในช่วงปี 2561-2565
    • ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในปี 2558-2561
    • ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด
    • ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด
    • ประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
    • กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด
    • ประธานกรรมการบริหารของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
    • ยังเคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป
    • ตำแหน่ง Senior Advisor ของธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

    ปัจจุบัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำรงตำแหน่งดังนี้

    • อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
    • ประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • กรรมการและประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
    • ประธานกรรมการบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
    • กรรมการวชิราวุธวิทยาลัย นอกจากนั้นยังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารของ Tax Inspectors Without Borders (TIWB) ของ OECD & UNDP

    ผลงานโดดเด่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีดังนี้

    นายเอกนิติ เป็นผู้นำระบบดิจิทัลมายกระดับกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตในการบริการประชาชน เช่น การนำ ระบบ Blockchain มาคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเป็นที่แรกของโลก จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ

    • Digital Government Award in Asia & Oceania จาก ASOCIO ในปี2565
    • รางวัล Thailand Digital Transformation Award ในปี 2564
    • รางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งชาติ
    • รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาล ประจำปี 2566

    นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนใหม่ของภาครัฐ ช่วยลดภาระหนี้ของประเทศ เป็นผู้นำในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการนำระบบสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยนำสมรรถนะ Skill Matrix มาใช้ รวมถึงยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและออกแบบระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค และประมาณการเศรษฐกิจ ให้แก่ กระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/942879/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aJQgSVFMfq2Vm4l3adCVR

  • อนุทินดึง “วรภัค” อดีตบิ๊กกรุงไทย-ที่ปรึกษาพิชัย นั่ง รมช.คลัง เสริมทัพทีมเศรษฐกิจ

    อนุทินดึง “วรภัค” อดีตบิ๊กกรุงไทย-ที่ปรึกษาพิชัย นั่ง รมช.คลัง เสริมทัพทีมเศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 กันยายน 2568) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ต้อนรับ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย พร้อมประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยชี้ว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เคยเป็นประธานที่ปรึกษาของ นายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีประสบการณ์เจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงรู้จักกลไกการทำงานของกระทรวงการคลังเป็นอย่างดี

    โดย นายอนุทิน กล่าวว่า การเชิญนายวรภัคเข้ามาร่วมงาน ไม่ได้มองว่าเป็นคนของรัฐบาลเก่า แต่ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยสานต่องานที่สำคัญโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ทั้งนี้ นายวรภัคยังเป็นผู้ที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี ซึ่งเพิ่มความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน

    ด้าน นายวรภัค กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการชวนเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ แม้ไม่เคยก้าวเข้าสู่พรรคการเมืองใดมาก่อน แต่ด้วยความศรัทธาในความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี จึงพร้อมเข้ามาช่วยงาน โดยยอมรับว่ากระทรวงการคลังมีความท้าทายหลายด้าน ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน รายรับ และรายจ่ายของประเทศ แต่เชื่อว่าการมีบุคลากรที่มีความรู้และมุ่งมั่น จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ลงตัวแล้วกว่า 99.9725% เหลือเพียงการปรับเล็กน้อย และย้ำว่าการคัดเลือกบุคคลจะยึดตามคุณสมบัติ ความพร้อม ความเสียสละ และเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด โดยบางคนต้องสละอาชีพราชการเพื่อมาร่วมงาน เช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุทิน ระบุว่า ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งต้องเป็นบุคคลที่ยึดถือความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง และยืนยันว่าไม่มีการปิดบังรายชื่อ เมื่อมีความชัดเจนจะเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/780748&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k3-yrnsIklO9syyEAOfTk

  • เอกชน มองรัฐบาลอนุทิน 4 เดือน เป็น “โอกาส” ฟื้นความเชื่อมั่น

    เอกชน มองรัฐบาลอนุทิน 4 เดือน เป็น “โอกาส” ฟื้นความเชื่อมั่น

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ มีวาระการทำงาน 4 เดือนว่า ทำให้ประเทศไทยมีความชัดเจนด้านผู้นำรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ หลังจากที่การเมืองมีความไม่แน่นอนมาระยะหนึ่ง

    และหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจหลัก

    ส.อ.ท.
    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

    เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที

    ต้องยอมรับว่า ระยะเวลา 4 เดือนนับว่าสั้นมาก สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปีจึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี

    สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็นภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ ดังนี้

    • บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
    • ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
    • เร่งรัดการเจรจาการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้การเจรจาสะดุดจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
    • ปรับปรุงระบบธุรกิจและภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

    นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการหลายแห่งอยู่ในภาวะ “wait and see” ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ทำได้เพียงประมาณ 50% ของเป้าหมาย ซึ่งกระทบต่อการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างชัดเจน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจหยุดชะงัก และการลงทุนใหม่ๆ อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนนี้

    แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัด แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้รัฐบาลถาวรในอนาคตมาสานต่อ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดผลจริง

    หอการค้าไทย
    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย

    หอการค้า พร้อมหนุนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้าน

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความผันผวนและเปราะบาง จากทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การค้าและการลงทุนที่มีข้อจำกัด ตลอดจนแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและต้นทุนภาคธุรกิจที่สูงขึ้น

    หอการค้าฯ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยบุคลากรคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย

    สำหรับทิศทางการบริหารประเทศ หอการค้าฯ เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศในช่วงเวลานี้ ได้แก่

    1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเดินทาง และค่าขนส่ง แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการสร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนฐานราก

    2. ด้านความมั่นคงชายแดน จัดการปัญหาพิพาทชายแดนด้วยแนวทางสันติ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

    3. ด้านภัยธรรมชาติ พัฒนาระบบเตือนภัย การป้องกัน และกลไกเยียวยาฟื้นฟู เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม ทันท่วงที และสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง

    4. ด้านภัยสังคม เร่งรัดมาตรการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงปัญหาการพนันและการพนันออนไลน์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก การเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา และ FTA เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในมาตรการเชิงรุก

    มอง “คนละครึ่ง” คืนชีพกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริโภคมในประเทศ

    โดยเฉพาะ โครงการ “คนละครึ่ง” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการ เร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทย ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน กระจายสู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนั้นการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องจำเป็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/256546&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FP5rMnd-jIHaUYscsDNtg