Category: เศรษฐกิจ

  • ‘อนุทิน’ ดับฝัน ‘โป๊กเกอร์-กาสิโน’ ลั่นให้นายกฯคนอื่นใช้การพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ‘อนุทิน’ ดับฝัน ‘โป๊กเกอร์-กาสิโน’ ลั่นให้นายกฯคนอื่นใช้การพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “อนุทิน” จ่อรื้อโยกย้ายมท.คืนความยุติธรรม พร้อมทบทวนโป๊กเกอร์กลับมาเป็นการพนัน ยันอยากใช้การพนันดึงศก.ให้รอนายกฯคนอื่น

    10 กันยายน 2568 – เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯให้สัมภาษณ์กรณีนั่งควบตำแหน่งรมว.มหาดไทย จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยีสต์ ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันนั้นเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนันนั้นคงต้องรอนายกฯคนอื่น อย่ารอตนเลยเพราะไม่เห็นด้วยทางนี้

    เมื่อถามว่าจะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อนเพราะหลังจากตนออกจาตำแหน่งรมว.มหาดไทย 2 วันปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน และไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้เช่นกรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็นรมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำแต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม

    เมื่อถามอีกว่าสำหรับกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรมจะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง

    เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/859528/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pGReCVfMElqPILHzD6vVh

  • นายกหนูเปิดตัว ดรีมทีมเศรษฐกิจ ที่คุณใฝ่ฝัน | PPTV News | 10 ก.ย. 68

    นายกหนูเปิดตัว ดรีมทีมเศรษฐกิจ ที่คุณใฝ่ฝัน | PPTV News | 10 ก.ย. 68

    อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีพร้อมนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดตัว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พากินเค้กส้ม เผยเบื้องหลังจีบให้ร่วมครม. ยกประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง ขอปชช.เชื่อมั่นประสบการณ์ ขับเคลื่นนโยบายมีประสิทธิภาพ

    #ภูมิใจไทย #นายกฯหนู #อนุทินชาญวีรกูล #ทีมเศรษฐกิจ #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงการคลัง #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/200567&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2D8pJeMUsi2tWNRg5iV1yp

  • ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ลั่นพร้อมลุยงานฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ลั่นพร้อมลุยงานฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    พรรคภูมิใจไทย 10 ก.ย.-ว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ “รัฐบาลอนุทิน” ลั่นพร้อมลุยงานฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ยั่งยืนระยะยาว

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงการดูแลระเบียบการเงินการคลัง ในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ว่า จากที่ตนอยู่กระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีกรุณาเห็นประโยชน์ เพราะตนเห็นกลไกในการขับเคลื่อนอยู่แล้ว ก็จะพยายาม เพราะเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปแล้ว ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ เอาไว้แล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้มีการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการก่อน

    เมื่อถามว่า รายละเอียดโครงการ “คนละครึ่ง” 60:40 จริงหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ก็เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก แม้มีเวลาจำกัด เราก็ต้องฟื้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวให้ได้ และให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักการที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ให้.-319.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    สมุทรปราการ 8 ก.ย.- สมุทรปราการอ่วม! ระดับน้ำยังท่วมสูง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ด้าน สพท. สั่งปิดแล้ว 25 โรงเรียน ปรับให้สอนแบบออนไลน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ สพท. สั่งปิด 25 โรงเรียนจังหวัดสมุทรปราการ 1 วัน พร้อมปรับการเรียนเป็นแบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครอง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ถนนสายสำคัญหลายเส้นถูกน้ำท่วม บางแห่งสูงกว่า 30 เซนติเมตร รวมถึงตรอกซอกซอยต่าง ๆ โดยบางพื้นที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะเดียวกันหลายจุดยังคงมีน้ำท่วมขัง ระบายออกไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำในคลองสายหลักสูง ประกอบกับน้ำทะเลหนุน เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ คาดว่าบ่ายวันนี้สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ มีรายงานว่าเกิดเหตุ หนุ่มวัย 17 ปี เข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำ ถูกไฟรั่วจากแบริเออร์ก่อสร้างบนถนนแพรกษา ช็อตเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบหาสาเหตุและป้องกันเหตุซ้ำ -สำนักข่าวไทย

    กรุงเทพฯ 8 ก.ย. – ศาลสั่งจำคุก 4 ปี “ลูกเกด ชลธิชา” สส.ประชาชน คดี ม.112 คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 2 ปี 8 เดือน ส่าสุดศาลให้กันประกันตัวแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต วันนี้ ( 8 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.595/65 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี เป็นจำเลยในความผิด ดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ ม.4 (3) จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.63 จำเลยได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กตัวเอง เกี่ยวกับราษฎรสาส์น […]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ย. – โผ ครม. “อนุทิน 1” รื้อทั้งยวง หลัง “ธรรมนัส” คุมท่องเที่ยว ทำภูมิใจไทยต้องเกลี่ยใหม่ “ไชยชนก” ดีอี “ซาบีดา” วัฒนธรรม รอเปิดคนนอก “กลาโหม-ยุติธรรม” แว่วพลตำรวจโท อดีตรองผู้การภาค 3 ติดโผ จับตา “ศักดิ์ดา” ร่วมด้วย​ ด้าน “นิพนธ์” จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล […]

    ชัยภูมิ 7 ก.ย.-น้ำท่วมหนักใน 3 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืน สภาพภายในวัดดอนไผ่ ริมถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 ก.ย.) หลังพายุฝนกระหน่ำตลอดทั้งคืน ระดับน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร พระสงฆ์ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปฉันอาหารอยู่บนที่สูง ขณะนี้ระดับน้ำยังไม่ลดลง นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ย่านเศรษฐกิจในตัวอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอบ้านเขว้า น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลเข้าท่วมถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ รวมถึงร้านค้า บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่วัดกลางโนนแดง และวัดดอนไผ่ สาเหตุมาจากกรมทางหลวงก่อสร้างถนน 4 เลน ตัดผ่านบ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า ทำให้น้ำป่าที่ไหลมาจากเขาภูแลนคา ไม่สามารถไหลไปลงแม่น้ำชีได้.-สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    10 ก.ย. – เหตุสลด จนท.สวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งถูกสิงโตรุมขย้ำจนเสียชีวิต ขณะลงจากรถ ทางสวนสัตว์เร่งหาสาเหตุลงไปทำไม ทั้งที่เจ้าตัวทราบกฎของสวนสัตว์ดีอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวอินเดียบันทึกเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งลงจากรถ ก่อนถูกสิงโตตัวแรกเข้ามากัดจากทางด้านหลัง แล้วลากไปให้เพื่อนสิงโตอีก 4 ตัว รุมขย้ำ โดยในคลิปเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดิ้นขัดขืน และไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนนอนแน่นิ่งและถูกรุมกัดจนเสียชีวิต ขณะที่ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตอาจารย์และแพทย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หรือเป็นที่รู้จักในฐานะหมอที่มาช่วยเหลือคดีการเสียชีวิตของแตงโม ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ระบุว่า วันนี้ตนมาเที่ยวสวนสัตว์ โดยได้ขับรถเข้าไปในโซนซาฟารี ขณะนั้นมีรถนักท่องเที่ยวหลายคันเข้าชม เมื่อมาถึงบริเวณโซนสิงโต พบว่ามีรถของเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง ซึ่งเป็นรถของสวนสัตว์จอดอยู่คันเดียว ตอนนั้นตนเองก็รู้สึกผิดสังเกต เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่ช่วงเวลาให้อาหารสัตว์ และเจ้าหน้าที่รายนี้อยู่คนเดียว ได้ลงมายืนข้างนอกรถ ฝั่งคนขับ โดยเปิดประตูรถทิ้งไว้ แต่ไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนเฉยๆ ลักษณะยืนหันหน้าเข้าหารถ หันหลังให้สัตว์ ซึ่งตนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก แต่เนื่องจากมีต้นไม้บัง ตนก็เลยไม่เห็นว่าในมือถืออะไร จากนั้นประมาณ 3 นาที มีสิงโตตัวหนึ่งค่อยๆ ย่องมาข้างหลัง ก่อนตะครุบเข้าทางด้านหลังเจ้าหน้าที่ทันที โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไม่ได้มีท่าทีขัดขืน ดิ้นรนต่อสู้ หรือร้องขอชีวิตแต่อย่างใด หลังจากนั้นสิงโตตัวอื่นๆ ก็ค่อยๆ […]

    ร้อยเอ็ด 10 ก.ย. – เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมถนนสายบ้านทรายมูล-โพธิ์ตาก ซึ่งเสมือนพนังกั้นน้ำยัง หลังถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด เมื่อช่วงเช้าวานนี้ โดยต้องปรับแผนนำเสาไฟฟ้ามาวางขวางเป็นแนวบิ๊กแบ็ก เพื่อให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้. – สำนักข่าวไทย

    เชียงใหม่ 10 ก.ย. – อุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำดื่มแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย สร้างความเสียหายหนัก เสาไฟฟ้าล้มกว่า 70 ต้น บ้านเรือนเสียหาย 20 หลัง สาเหตุเกิดจากอะไร. – สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 10 ก.ย.-“ศุภจี” เปิดใจครั้งแรก ขอนำประสบการณ์ที่มีทั้งหมด ทุ่มเททำงานระยะสั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณเสียงชื่นชม-ความคาดหวัง เป็นกำลังใจทำงาน รับทำไม่ได้ทุกเรื่อง แต่จะเลือกทำสิ่งที่เกิดผลอย่างดีที่สุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดใจถึงความมุ่งมั่นที่เข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า ตนมีความตั้งใจเหมือนนายกฯ พูดไปแล้วว่า ระยะเวลาสั้นๆ นี้ เป็นระยะเวลาที่มีความท้าทาย และมีความสำคัญมาก ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะระยะเวลาสั้นแค่ไหน “ดิฉันในฐานะที่มีโอกาสได้ทำงานมาหลากหลาย รวมถึงงานระหว่างประเทศด้วย ตั้งใจจะนำเอาประสบการณ์ ความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด มาทุ่มเทให้ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีธงเดียวกับนายกฯ คือ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ” นางศุภจี กล่าว เมื่อถามว่า สังคมชื่นชมและคาดหวังผลงานต่อจากนี้ นางศุภจี กล่าวว่า ขอบคุณที่ได้รับการชื่นชม และได้รับการคาดหวัง ถือเป็นกำลังใจที่ดีอย่างยิ่ง และจะยิ่งเป็นกำลังใจที่ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง ดังนั้นก็จะประสานมือกับทีมงานทุกคนภายใต้นโยบายของนายกฯ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ทำเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาให้ได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น เมื่อถามว่า ถือเป็นการบ้านที่หนักหรือไม่ เพราะเข้ามาในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศเป็นแบบนี้ นางศุภจี กล่าวว่า […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/politics-1584002&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e41o3UQvbI4n2ev6vLXIo

  • หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 4.08 จุด รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจท้ายปี | เดลินิวส์

    หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 4.08 จุด รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจท้ายปี | เดลินิวส์

    เปิดตลาดหุ้นไทยภาคเช้าของวันที่ 10 ก.ย. 68 ดัชนีเปิดที่ 1,280.16 จุด เพิ่มขึ้น 4.08 จุด มูลค่าซื้อขาย 3,438.04 ล้านบาท โดย บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/แกว่งขึ้น รัฐบาลใหม่มีโอกาสทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้ง 4 เดือนข้างหน้า เป็นความหวังหนุนตลาด ส่วนปัจจัยภายนอก การลดตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ช่วง เม.ย. 2567 ถึง มี.ค. 2568 ลงเกือบล้านตําแหน่ง ยิ่งหนุนให้เฟดลดดอกเบี้ย และบางส่วนมองลดถึง 50bps ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าวานนี้ ยังหนุนเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยไม่มาก เทคนิคหากยังไม่หลุด 1,260/1,250 ยังไม่เสียแนวโน้มการแกว่งขึ้น แนวต้านประเมินที่ 1,280/1,285

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5099488/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rlh3kHY6hOhcbD94gwEjM

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าห่วงกว่าที่คิด! ข้อมูลจ้างงาน ‘หาย’ เกือบล้านตำแหน่ง ทำเนียบขาวฉะ BLS เละ

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าห่วงกว่าที่คิด! ข้อมูลจ้างงาน ‘หาย’ เกือบล้านตำแหน่ง ทำเนียบขาวฉะ BLS เละ

    By

    กันยายน 10, 2025

    ตลาดแรงงานของสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในภาวะที่อ่อนแอกว่าที่เคยประเมินไว้อย่างมหาศาล หลังจากรายงานเบื้องต้นที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารโดยสำนักงานสถิติแรงงาน (BLS) ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานน้อยกว่าที่เคยประมาณการไว้ถึง 911,000 ตำแหน่ง ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

    หากตัวเลขนี้ได้รับการยืนยันในรายงานฉบับสุดท้ายที่จะเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จะถือเป็นการปรับลดตัวเลขการจ้างงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และเกิดขึ้นพร้อมกับข้อมูลการจ้างงานล่าสุดในเดือนสิงหาคมที่แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของตำแหน่งงานกำลังหยุดชะงัก

    ตลาดแรงงาน ‘เปราะบาง’ กว่าที่คาด

    “โดยรวมแล้ว สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานอยู่ในสถานะที่เปราะบางกว่าที่เราคิด” ซาราห์ เฮาส์ (Sarah House) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Wells Fargo กล่าวกับ CNN “แม้รายงานนี้จะไม่ได้บอกอะไรเราอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการจ้างงานในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่มันชี้ให้เห็นว่าเรากำลังอยู่ในจุดที่อ่อนแอลงมากก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากกว่าเดิม”

    การปรับลดตัวเลขครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นในขณะที่ BLS กำลังเผชิญกับความวุ่นวายภายใน และตลาดแรงงานก็เริ่มแสดงสัญญาณร้าวฉาน เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งปลด เอริกา แมคเอนทาร์เฟอร์ กรรมาธิการของ BLS โดยกล่าวหาว่าเธอ “บิดเบือน” รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอเพื่อให้มีการปรับลดตัวเลขที่มากกว่าปกติ

    ทำเนียบขาวฉะซ้ำ ‘ทรัมป์พูดถูก-BLS ล้มเหลว’

    หลังจากการเปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นในวันอังคาร เจ้าหน้าที่รัฐบาลของทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ BLS อย่างรุนแรง โดยอ้างว่านี่เป็นอาการของปัญหาที่ใหญ่กว่าในหน่วยงาน

    แครอลีน เลวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า การปรับลดตัวเลขครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทรัมป์ “พูดถูก” ที่อ้างว่า “เศรษฐกิจของไบเดนคือหายนะ และ BLS ก็พังไปแล้ว”

    “นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องการผู้นำคนใหม่เพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในข้อมูลของ BLS” เลวิตต์กล่าวในแถลงการณ์ “เช่นเดียวกับที่ BLS ทำให้คนอเมริกันผิดหวัง เจอโรม ‘ช้าไปเสมอ’ พาวเวล ก็เช่นกัน ซึ่งตอนนี้หมดข้อแก้ตัวอย่างเป็นทางการแล้วและต้องลดอัตราดอกเบี้ยเดี๋ยวนี้”

    เบื้องหลังตัวเลขที่หายไป ผลพวงจากโควิดและแบบจำลองที่ล้าสมัย?

    นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า การปรับลดตัวเลขครั้งใหญ่นี้น่าจะมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของโรคระบาดที่ทำให้แบบจำลองทางสถิติที่เรียกว่า “birth-death model” ซึ่งใช้ในการวัดการสร้างธุรกิจและตำแหน่งงานเกิดความคลาดเคลื่อน

    ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดตัวเลขครั้งใหญ่ โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการ: การสร้างงานในบริษัทใหม่ที่น้อยกว่าที่คาด, ข้อผิดพลาดจากการสุ่มตัวอย่างอันเนื่องมาจากอัตราการตอบแบบสำรวจที่ลดลง และการปรับปรุงข้อมูลสำหรับผู้ขอลี้ภัยและแรงงานที่ไม่มีเอกสาร

    โจ บรูซูลาส (Joe Brusuelas) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ RSM เขียนในบันทึกถึงนักลงทุนว่า “นี่เป็นความท้าทายที่คล้ายคลึงกับการปรับปรุงข้อมูลในช่วงหลายปีหลังวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ แบบจำลอง birth-death ของ BLS มีปัญหาที่ทราบกันดีในการจับภาพการลดลงของการก่อตั้งธุรกิจและการล้มละลาย”

    BLS ภายใต้แรงกดดัน งบประมาณถูกตัด-ขาดคนทำงาน

    การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ข้อมูลทางเศรษฐกิจมักถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมือง และ BLS ก็ตกเป็นเป้าโจมตี

    นักเศรษฐศาสตร์และนักสถิติได้ออกมาเตือนเป็นเวลาหลายปีแล้วว่าโครงสร้างพื้นฐานทางสถิติที่สำคัญของรัฐบาลกลางกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากงบประมาณที่ลดลง, อัตราการตอบแบบสำรวจที่ต่ำ และความไว้วางใจของสาธารณชนที่ลดน้อยลง

    เอริกา โกรเชน (Erica Groshen) อดีตกรรมาธิการของ BLS เปิดเผยว่า จำนวนพนักงานของ BLS ลดลงประมาณ 20% และหนึ่งในสามของตำแหน่งผู้บริหารยังคงว่างอยู่ ท่ามกลางการขาดแคลนบุคลากรและการระงับการจ้างงาน หน่วยงานต้องลดขนาดการเก็บข้อมูลลง ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ใช้ในรายงานเงินเฟ้อที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

    ที่มา: BLS, CNN

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/10/us-jobs-market-weaker-than-thought-bls-preliminary-report/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iIyzJ_fn80xparS780kth

  • ‘เอกนิติ’ แจงลุย ‘คนละครึ่ง’ เน้นประโยชน์ประชาชน-ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    ‘เอกนิติ’ แจงลุย ‘คนละครึ่ง’ เน้นประโยชน์ประชาชน-ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงการดูแลระเบียบการเงิน การคลัง ในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ว่า “จากที่ผมอยู่กระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีกรุณาเห็นประโยชน์ เพราะผมเห็นกลไกในการขับเคลื่อนอยู่แล้ว ก็จะพยายาม เพราะเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปแล้ว ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ เอาไว้แล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้มีการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการก่อน”

    เมื่อถามว่า รายละเอียดโครงการ “คนละครึ่ง 60:40” จริงหรือไม่? เอกนิติ กล่าวว่า “ก็เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก แม้มีเวลาจำกัด เราก็ต้องฟื้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวให้ได้และให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักการที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ให้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/ekniti-announces-co-payment-program&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kngNtyoW0tDdh34cGyhPd

  • นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

    นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

    “อนุทิน” จ่อรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรม พร้อมทบทวนโป๊กเกอร์ ลั่น ไม่เห็นด้วยใช้พนันกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องรอนายกฯ คนอื่น แจงตรวจประวัติรมต. ต้องใช้เวลา จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

    เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย กรณีนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนัน คงต้องรอนายกฯ คนอื่น อย่ารอตนเลย เพราะไม่เห็นด้วยทางนี้

    ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อน เพราะหลังจากตนออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย 2 วัน ปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน ไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้ เช่น กรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็น รมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำ แต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม

    เล็งรื้อโยกย้ายมหาดไทย คืนความยุติธรรม

    ส่วนกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรม จะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าแน่นอน

    ทางด้านประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 2 หรือ 3 ครั้ง จะต้องปรึกษาพรรคประชาชนก่อนหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ต้องปรึกษากับสมาชิกรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ขณะนี้ตนเพิ่งได้รับข้อมูลจากข่าวศาลรัฐธรรมนูญแต่ยังไม่อ่านรายละเอียด ดังนั้น ขออ่านรายละเอียดและสอบถามข้อมูลก่อน

    ในประเด็นว่าระยะเวลา 4 เดือนจะเป็นเงื่อนไขให้ยืดเวลาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามที่ตกลงไว้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่าเป็นคนละเรื่องกัน เมื่อถามอีกว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก จะตั้งไข่เรื่องทำประชามติเลยหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ของมันอยู่แล้ว

    เมื่อถามถึงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1 ที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม เข้าร่วมที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมมีมติให้ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดน นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องได้รับรายงานโดยตรงจากพล.อ.ณัฐพล ก่อน

    สำหรับกรณีมีการให้ผ่อนปรนการเปิดด่านชายแดนด้วยนั้น นายอนุทิน เผยว่า ตอนนี้ได้รับรายงานแค่จากสื่อต่างๆ ทางไลน์ ตนจะเอามาอ้างอิงก่อนไม่ได้จนกว่า พล.อ.ณัฐพล รายงานเข้ามา ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ก็รับปากกับตนแล้วว่ากลับถึงประเทศไทยก็จะโทรศัพท์มานัดเวลากับตน

    ตรวจประวัติ รมต. ต้องใช้เวลา จ่อเปิดตัว “รมว.ยุติธรรม” โควตาคนนอก

    นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติ ครม. ว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับรายชื่อและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการตอบกลับมาหลายคนแล้ว และจะทยอยตอบกลับมา so far so good เมื่อถามต่อว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีมีความล่าช้าเนื่องจากต้องไปถามหน่วยงานทุกจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมด 77 จังหวัด ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นไปตามข้อปฏิบัติ จึงต้องให้ดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องดีเอาให้มันจบทั้งหมด เพราะพอบอกไม่มีปัญหา ตั้งไป 3 วันกลับมีปัญหา ก็ให้มันจบ เมื่อทุกอย่างส่งกลับมาเรียบร้อยจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปให้มีความเห็นตรงกันอีกครั้งว่าข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์และจะเร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

    ในกรณีบุคคลที่อาจมีปัญหา เช่น นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่มีคดีความใน ป.ป.ช. นายอนุทิน ตอบกลับว่า อย่าเอ่ยชื่อบุคคล ทุกคนได้รับการส่งชื่อไปตรวจสอบประวัติในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว คนที่ตรวจสอบก็เป็นองค์กรอิสระ หรือเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลในเรื่องของทะเบียนประวัติอะไรต่างๆ เมื่อตอบมาเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น ยืนยันว่าทุกคนที่มีปัญหาก็เป็นไม่ได้ ส่วนที่มีบุคคลที่ส่งชื่อไปแล้วถูกตีกลับมีปัญหา นายอนุทิน ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มี เมื่อส่งกลับมา เลขาธิการ ครม. ก็จะรวบรวมและสรุปให้ตนเองทราบ ถ้าไม่ผ่านก็เสนอไม่ได้

    ขณะที่จะสามารถสรุปรายชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใดนั้น นายอนุทิน บอกว่ายังระบุไม่ได้ เพราะไม่ได้ตรวจสอบเอง ต้องส่งไปยังองค์กรต่างๆ แต่ละองค์กรทราบอยู่แล้วว่าจะต้องเร่งอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน

    ผู้สื่อข่าวถามต่อไป จะพูดอะไรกับประชาชนหรือไม่เรื่องการจัดโผ ครม. ครั้งนี้ที่ทุกคนคาดหวังและเห็นโฉมหน้าพอดูได้ และกำลังรออยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เร่งดำเนินการอยู่ แต่ก็อยู่ในห้วงเวลา ตนถามทีมงานตลอดเวลา ต้องทำให้เสร็จในห้วงเวลาตรงไหนที่ช้า ต้องใช้กลไกนั้นเร่ง แต่ทีมงานก็เปรียบเทียบว่าตอนนี้ยังไม่อยู่ในการควบคุมของเรา อยู่ในระหว่างการตรวจสอบประวัติ ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้สังกัดรัฐบาล ก็ได้แต่บอกถึงความจำเป็นให้เร่งตรวจสอบโดยเร็ว แต่ดีแล้วที่ตรวจสอบโดยละเอียด ถ้าเร่งๆ มา เดี๋ยวตอบมาว่าไม่มีอะไร อีกแป๊บจะเจอแล้วจะยุ่งเหมือนกัน จึงขอให้มีความละเอียดให้ได้มากที่สุด

    ขณะผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ดูเหมือนว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งเดียวที่ยังไม่ ล่าสุดได้ชื่อแล้วซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้คาดว่าเป็นโควตาคนนอก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2882041&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16RzgpIkRqrpQxA7y5tVq6

  • ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เพิ่มเป้า GDP โลกปี 68 โต 2.4% จับตาเศรษฐกิจ ‘สหรัฐ’ ชะลอ

    ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เพิ่มเป้า GDP โลกปี 68 โต 2.4% จับตาเศรษฐกิจ ‘สหรัฐ’ ชะลอ

    ต่างประเทศ

    10 ก.ย. 2025 เวลา 14:00 น.

    ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ ปรับเพิ่มเป้า GDP โลกปี 68 โตที่ระดับ 2.4% จับตาเศรษฐกิจ ‘สหรัฐ’ ชะลอ ประเมินเศรษฐกิจ ‘จีน-ยุโรป’ ดีกว่าที่คาด

    ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (Global Economic Outlook) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะเติบโตช้ากว่าปี 2567 อย่างชัดเจน โดยระบุว่าการเติบโตจะอยู่ที่ 2.4%  ซึ่งลดลงจาก 2.9% ของปีที่แล้ว และคาดว่าปี 2569 เศรษฐกิจโลกจะเติบโตสูงขึ้น 0.1%  สู่ระดับ 2.3%

    เพิ่มคาดการณ์ ‘จีน-ยุโรป-สหรัฐ’ 

    แม้ว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอตัวลง แต่ฟิทช์ก็ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตโดยรวมของโลกในปีนี้ เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจของ จีนและยุโรป ไม่ได้ซบเซาอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

    ฟิทช์ คาดว่าจีนจะเติบโต 4.7% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณการในเดือนมิ.ย.ที่ 4.2%  ขณะที่ยูโรโซนคาดว่าจะเติบโต 1.1% จาก 0.8%

    นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของสหรัฐในปีนี้เล็กน้อยเป็น 1.6% จาก 1.5% แม้ว่ามีหลักฐานบ่งชี้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐชะลอตัวลง

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

    ฟิทช์ ระบุว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐได้ลดลง หลังจากที่มีการประกาศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ขณะนี้สามารถประเมินอัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐ ได้ที่ 16% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับการคาดการณ์ในเดือนมิ.ย.

    อย่างไรก็ตาม “ไบรอัน โคลตัน” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Fitch กล่าวอย่างชัดเจนว่า แม้จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่การปรับขึ้นภาษีครั้งนี้จะยังคงส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง การขึ้นภาษีในระดับสูงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ขณะที่การส่งออกของจีนยังคงเติบโตได้ดี แม้จะได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐ เนื่องจากหยวนอ่อนค่า ทำให้สินค้าของจีนมีราคาถูกลงและน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ และราคาส่งออกที่ต่ำลง ช่วยให้จีนสามารถเปลี่ยนเส้นทางการขายสินค้าไปยังตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐได้สำเร็จ

    นอกจากนี้ ตลาดแรงงานที่ซบเซาของสหรัฐทำให้ ฟิทช์คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยลด 0.25% ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. รวมถึงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีหน้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลง

    อ้างอิง wsj

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1198170&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RKNySFq-PEN_2LzLzqjQL

  • เปิดโผครม.‘อนุทิน1’ดึงมืออาชีพทีมเศรษฐกิจ ร่วมฟื้นเชื่อมั่น

    เปิดโผครม.‘อนุทิน1’ดึงมืออาชีพทีมเศรษฐกิจ ร่วมฟื้นเชื่อมั่น

    หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ก็เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลทันที ด้วยการทาบทามบุคคลต่างๆที่จะเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อเดินหน้าบริหารประเทศ โดยการจัดสรรโควตาตามจำนวนเสียงจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย รวมทั้งหมด 146 เสียง 

    สำหรับรายชื่อที่ถูกจับตาคือ การทาบทามบุคคลภายนอกเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วถึง 8 คนคือ

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
    • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต CEO ปตท.เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
    • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย
    • นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต CEO ธนาคาร กรุงไทยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
    • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ CEO ดุสิตธานี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
    • พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
    • พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    ส่วนโควตาพรรคการเมืองต่างๆนอกจากพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังอยู่ระหว่างการจัดสรรตำแหน่ง ซึ่งยังไม่ลงตัว เพราะมีหลายรายชื่อที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ 

    การให้โควตาคนนอกจำนวนมากเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในครั้งนี้ ได้รับการชื่นชมจากนักวิชาการหลายคน ที่สะท้อนถึงความใจกว้างของนายอนุทิน ที่ได้เสียสละโควต้ารัฐมนตรีของพรรคตัวเองมาให้คนนอกหลายตำแหน่ง เป็นการสรรหารัฐมนตรีน้ำดีจากนอกพรรค มาช่วยบริหารประเทศ ซึ่งสำคัญยิ่งในภาวะที่ประเทศกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว 

    นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยให้ความเห็นถึงโผคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจว่า  เท่าที่ติดตามรายชื่อในรอบนี้ถือว่าหน้าตาดูดีและใช้ได้ โดยดึงคนนอกเข้ามาร่วมทีม มองเป็นเชิงบวกเพราะไม่เอาการเมืองมานำในการแต่งตั้งมากเกินไปเหมือนในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และสร้างเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง 

    นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย  

    สำหรับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้บริหารกลุ่มดุสิตธานีที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ผ่านมาก็ได้มาช่วยดูแลงานของหอการค้าไทยทางด้านการค้ามาโดยตลอด เป็นหนึ่งในบุคคลที่หอการค้าฯให้ความเชื่อถือ  

    ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยเป็นอธิบดีในหลายกรมของกระทรวงการคลัง ได้เห็นภาพกว้างของเศรษฐกิจไทย และที่สำคัญยังรู้กลไกการขับเคลื่อนในเชิงการเมืองและระบบราชการ คาดหวังจะตัดสินใจในเรื่องการเงิน-การคลัง ของประเทศได้เร็วเพราะรัฐบาลมีอายุการทำงานเพียง 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย  

    ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงาน มาจากสายตรงด้านพลังงานอยู่แล้ว มีความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงานเป็นอย่างดี

    ที่สำคัญจะรู้วิธีว่าจะทำอย่างไรให้ต้นทุนด้านพลังงานของไทยลดลง รวมถึงรู้เรื่องของความยั่งยืนของพลังงานไทยในอนาคต ซึ่งต้องรอดูว่า รมว.พลังงานจะมีแผนระยะกลาง และระยะยาวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของพลังงานไทยอย่างไร 

    ส่วนนายอรรถกร ศิริลัทธยากร จากรัฐมนตรีเกษตรฯในรัฐบาล “แพทองธาร”ที่จะโยกมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือเป็นคนหนุ่มไฟแรง มีความสดใหม่ น่าจะมีความรู้ความเข้าใจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่า ซึ่งต้องให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง 

    นายธนกร วังบุญคงชนะ ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีความคาดหวังที่จะเข้ามาดูแลและปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม และดูแลเรื่องระบบนิเวศ (ecosystem) ของภาคอุตสาหกรรมให้มีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ในต้นทุนที่ลดลง และเดินหน้าในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ 

    อย่างไรก็ดีสิ่งที่อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ไขปัญหาในเวลานี้คือ

    • การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน
    • การแก้ไขเงินบาทที่แข็งค่ามากในรอบ 4 ปี ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมากในเวลานี้
    • การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษของสหรัฐ
    • สินค้าต่างประเทศเข้ามาแย่งตลาด
    • รวมถึงขอให้กำกับดูแลในการลดดอกเบี้ยนโยบาย และดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลงอีก เพื่อให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง และมีสภาพคล่องมากขึ้น

    ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองระบุว่า การแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่มีประสบการณ์เข้ามาบริหารถือเป็นเรื่องที่ใช้ได้ แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะความท้าทายที่แท้จริงคือการบริหารจัดการภายในรัฐบาลผสม ที่แต่ละกระทรวงจะต้องทำงานไปในทิศทางเดียวกันและมีเอกภาพ

    ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคลังที่เผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ และ ต้องทำงานภายใต้วงเงินที่จำกัดเพียง 20,000 ล้านบาท ซึ่งไม่มากพอจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ทันที  

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเวลาทำงานเพียง 4-5 เดือนก่อนการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากสำหรับการทำนโยบายเชิงโครงสร้าง แต่ก็เป็นโอกาสดีที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง  

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า โฉมหน้าครม.เป็นความพยายามในการสร้างความสมดุลระหว่างการเมืองและความคาดหวังของประชาชนจากการเชิญคนนอกที่เป็นมืออาชีพในแต่ละด้านมาผสมผสานกับโควต้าตัวแทนพรรคการเมืองถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง จากการมีโควต้าคนนอกมานั่งบริหารกระทรวงเศรษฐกิจหลักที่มีความพร้อมในการทำงานได้ทันที

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

    ซึ่งการเชิญคนนอกมืออาชีพใช้ตรงกับงานก็เสมือนมีวัตถุดิบได้เชพเก่งมาปรุงแต่งย่อมทำให้คนคาดหวังรออาหารจานอร่อยจากเชพมือดีนั่นเอง 

    “การเริ่มต้นของ รัฐบาลอนุทิน ถือว่า ทำได้ดีระดับหนึ่งในการดูแลความคาดหวังของสังคมกับการสร้างความสมดุลในการด้านความคาดหวังทางการเมือง แต่ผลจากทำงานของรัฐบาลจะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริง” 

    นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทยกล่าวว่า ครม.ชุดใหม่ ในส่วนของคนนอกถือว่าครบเครื่อง ตอบโจทย์ภาคเอกชน ที่ได้คนเก่ง คนดี มีประสบการณ์ตรงกับกระทรวงที่รับผิดชอบทุกท่าน ทั้งด้านการคลัง การต่างประเทศ เศรษฐกิจ กฏหมาย ความมั่นคง เกรด A ทุกท่าน

    อย่างไรก็ตาม คนท่องเที่ยวฝากขอมาว่าหากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้รัฐมนตรีที่มีประสบการณ์ตรงแบบนีบ้างน่าจะสามารถแก้วิกฤตท่องเที่ยวในช่วงนี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

    นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกล่าวกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า สนับสนุนอย่างยิ่งที่รัฐบาลนำมืออาชีพคนนอกมาเสริมทีมเศรษฐกิจและการต่างประเทศ ทุกท่านที่คัดมาเป็นไปตามสเปค มีผลงานและประวัติดี ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน

    นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

    แต่สิ่งที่ควรเพิ่มคือต้องระวังอย่าให้เกิดนโยบายประชานิยม ต้องรักษาวินัยการคลัง ทีมเศรษฐกิจต้องกล้าบอกว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้นายกฯต้องให้อำนาจตัดสินใจจริง ไม่ใช่มาประดับคณะรัฐมนตรี(ครม.)  

    นายวรัทภพ แพทยานันท์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่า ทีมเศรษฐกิจคนนอกภายใต้รัฐบาลภูมิใจไทย มองว่ามีความรู้ความสามารถที่ดีที่เอกชนยอมรับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่สามารถเข้ากับ ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ได้ 

    นายวรัทภพ แพทยานันท์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

    รวมถึงนายกรัฐมนตรีอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล มองว่า เข้าใจภาคเอกชนเนื่องจากทำธุรกิจภาคก่อสร้างเช่นกันซึ่งได้รับผลกระทบไม่ต่างจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าจะมีระยะเวลาบริหารประเทศเพียง 4 เดือนในทางกลับกัน ประเมินว่าเป็นลักษณะการวางแผนนำไปสู่การเลือกตั้งในครั้งหน้า ที่นักธุรกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนเชื่อมั่น โดยเฉพาะ นโยบายคนละครึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/638518&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf51fdPF0KxNBNZfLSEsa

  • พายุไต้ฝุ่นกระทบเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ทำอัตราว่างงานพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี : อินโฟเควสท์

    พายุไต้ฝุ่นกระทบเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ทำอัตราว่างงานพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี : อินโฟเควสท์

    สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ รายงานในวันนี้ (10 ก.ย.) ว่า อัตราว่างงานพุ่งขึ้นแตะระดับ 5.3% ในเดือนก.ค. จากระดับ 3.7% ในเดือนมิ.ย. โดยอัตราว่างงานเดือนก.ค.ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2565

    การพุ่งขึ้นของอัตราว่างงานในเดือนก.ค.มีสาเหตุมาจากผลกระทบของพายุไต้ฝุ่นและฝนตกหนักในฤดูมรสุม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อน

    ฟิลิปปินส์เผชิญพายุไต้ฝุ่น 4 ลูกและมรสุมรุนแรงซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วประเทศในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต น้ำท่วม และสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตร โดยฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวโน้มจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุดในโลก โดยมีพายุหมุนพัดผ่านประมาณ 20 ลูกในแต่ละปี

    เดนนิส มาปา นักสถิติประจำสำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์กล่าวว่า อุตสาหกรรมในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศอันเลวร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรและการประมง มีการจ้างงานลดลง โดยภาคการเกษตรคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 ของตัวเลขจ้างงานทั้งหมดของประเทศ

    ข้อมูลล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มีต่อการจ้างงานนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลฟิลิปปินส์กำลังสอบสวนการทุจริตในโครงการน้ำท่วมอีกด้วย โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ราล์ฟ เรคโต รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์ได้แถลงต่อวุฒิสภาว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์สูญเสียงบประมาณที่ใช้สำหรับโครงการป้องกันน้ำท่วมไปกับการทุจริตมากถึง 70% ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/528436&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uFLb28REuMs7eIqiUuV4O