Category: วัฒนธรรม

  • เรียนจบต้องได้ใบจบ ไม่จ่ายค่าเทอม ก็ระงับไม่ได้ หนุนสถานศึกษาใช้ทั่วประเทศ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เรียนจบต้องได้ใบจบ ไม่จ่ายค่าเทอม ก็ระงับไม่ได้ หนุนสถานศึกษาใช้ทั่วประเทศ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เรียนจบต้องได้ใบจบ ไม่จ่ายค่าเทอม ก็ระงับไม่ได้ หนุนสถานศึกษาใช้ทั่วประเทศ

    ‘เรียนจบ แต่ไม่ได้ใบจบ’ เพราะ ไม่จ่ายค่าเทอม ขวางอนาคตเด็กไทย ล่าสุดสถานศึกษาแห่งหนึ่งออกแนวปฏิบัติใหม่ ค้างค่าเทอม ไม่สามารถระงับใบจบได้ สภาผู้บริโภคเตรียมทำข้อเสนอเชิงนโยบายหนุนสถานศึกษาทั่วประเทศใช้หลักการเดียวกัน

    ปัจจุบันยังมีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่ถูกกีดกันจากใบจบการศึกษา เพียงเพราะครอบครัวไม่สามารถชำระค่าเทอมได้ ทั้งที่ผู้เรียนได้ผ่านเกณฑ์การศึกษาอย่างครบถ้วนแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงกระทบสิทธิของผู้เรียน แต่ยังทำให้โอกาสในการศึกษาต่อและการทำงานต้องสะดุดลง ล่าสุดสถานศึกษาแห่งหนึ่งออกแนวปฏิบัติใหม่ “ค้างค่าเทอม ไม่สามารถเป็นเหตุในการระงับใบจบได้” สภาผู้บริโภคเตรียมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่งใช้แนวปฏิบัติเดียวกัน เพื่อรักษาสิทธิของผู้เรียน

    คณะอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า จากกรณีประเด็นปัญหาการ ไม่จ่ายค่าเทอม แล้วไม่ได้ใบจบการศึกษา ปัจจุบันมีตัวอย่างแนวปฏิบัติจากหน่วยงานด้านการศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ชี้ชัดว่า “หากผู้เรียนผ่านเกณฑ์การศึกษาแล้ว สถานศึกษาควรออกเอกสารหลักฐานให้ โดยไม่ควรใช้เงื่อนไขการค้างชำระค่าเทอมมาระงับสิทธินักเรียน”

    แนวคิดสำคัญของแนวปฏิบัตินี้ คือการ แยกเรื่องหนี้ ออกจากสิทธิทางการศึกษาอย่างชัดเจน แนวทางดังกล่าว สภาผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนเชิงนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการค้างชำระค่าเทอม เป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่งระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ไม่ใช่เหตุผลในการปฏิเสธการออกใบจบการศึกษา

    ไม่ออกใบจบการศึกษา เพราะ ไม่จ่ายค่าเทอม เสี่ยงละเมิดสิทธิผู้เรียน

    การไม่อนุมัติให้นักเรียนจบการศึกษา หรือไม่ออกใบระเบียนแสดงผลการเรียน หรือใบจบการศึกษานั้น เพราะ ไม่จ่ายค่าเทอม ทั้งที่ผู้เรียนผ่านเกณฑ์แล้ว อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิและมีความเสี่ยงถูกตีความว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ยิ่งไปกว่านั้น หากสถานศึกษาไม่ดำเนินการแก้ไข เช่น ไม่จัดสอนซ่อมเสริมในกรณีที่ผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ ก็อาจถือเป็นการละเลยหน้าที่โดยตรง

    ในกรณีที่ผู้ปกครองเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังสามารถใช้สิทธิทางกฎหมาย ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้

    ตามหลักการทางกฎหมายและระเบียบด้านการศึกษา ใบระเบียนแสดงผลการเรียน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้เรียน เมื่อเรียนครบและผ่านเกณฑ์แล้ว สถานศึกษามีหน้าที่ต้องออกเอกสารให้ ที่สำคัญระเบียบด้านการวัดและประเมินผล ไม่ได้กำหนดว่าต้องชำระเงินครบ จึงจะอนุมัติจบการศึกษา ดังนั้น การนำเงื่อนไขทางการเงินมาใช้ตัดสิทธิ จึงไม่สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว ทั้งนี้ การไม่ได้รับใบจบ ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเชิงเอกสาร แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อ การสมัครงาน หรือโอกาสในชีวิตที่อาจสะดุดลงเพียงเพราะเอกสารยังไม่ถูกออกให้

    ขณะนี้ สภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนให้สถานศึกษานำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปพิจารณาปรับใช้ โดยยึดหลักสำคัญที่สุด คือ ประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนต้องมาก่อน

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/not-paying-tuition/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wxw5DxWVldm8UNCeRzTsm

  • K PLUS ปล่อยดีลเด็ดเอาใจสายเที่ยวนอก มั่นใจเรทดี๊ดี สแกนจ่ายรับส่วนลด 5% หรือสแกนแลกเงินได้เรทพิเศษที่บูธแลกเงินกสิกรไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    K PLUS ปล่อยดีลเด็ดเอาใจสายเที่ยวนอก มั่นใจเรทดี๊ดี สแกนจ่ายรับส่วนลด 5% หรือสแกนแลกเงินได้เรทพิเศษที่บูธแลกเงินกสิกรไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – K PLUS ปล่อยโปรโมชันเด็ดเอาใจสายเที่ยวนอกรับช่วงเทศกาลหยุดยาว ใช้จ่ายต่างประเทศมั่นใจได้เรทดี๊ดี ทั้งการสแกนจ่าย QR ผ่าน K+ Go Inter รับส่วนลดสูงสุด 5% ทุกร้านที่มีสัญลักษณ์ Alipay+ ในประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย หรือสแกนแลกเงินสดผ่าน K PLUS รับอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษทันทีที่บูธแลกเงินธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศ ทั้งในและนอกสนามบิน เพียงมี K PLUS ก็สามารถรับส่วนลดและสิทธิพิเศษได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียน ตามรายละเอียดดังนี้

    สแกนจ่าย QR ผ่าน K+ Go Inter สะดวก ง่าย รับส่วนลดสูงสุด 5% จากทุกร้านที่ร่วมรายการและมีสัญลักษณ์ Alipay+ ในประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย จำกัด 5 สิทธิ์ต่อคนต่อวัน (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด) ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2569 ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ www.kasikornbank.com/k_alipayplus

    พกเงินสดไว้อุ่นใจ สแกนแลกเงินผ่าน K PLUS รับเลยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ ลูกค้า K PLUS สามารถสแกน QR เพื่อแลกเงินเรทดี๊ดีครอบคลุม 12 สกุลเงินหลัก อาทิ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) เยน (JPY) ยูโร (EUR) วอน (KRW) ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) และดองเวียดนาม (VND) ที่บูธแลกเงินธนาคารกสิกรไทยกว่า 111 บูธทั่วประเทศ ทั้งในและนอกสนามบิน เพียงแจ้งพนักงานว่าต้องการสแกน QR แลกเงินผ่าน K PLUS ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. 2569 ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ www.kasikornbank.com/k_fx-special-rate

    นอกจากนี้เพียงมี K PLUS ก็สามารถใช้ K+ Go Inter สแกนจ่ายเงินในต่างประเทศได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นเพิ่มเติม ไม่ต้องเติมเงิน หรือผูกบัตร ไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้จ่าย และไม่มีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน 2.5% พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยสูง รองรับการสแกนจ่ายในกว่า 70 ประเทศ/ภูมิภาค อาทิ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และสปป.ลาว โดยเฉพาะในประเทศจีนที่สามารถสแกนจ่ายได้ทั่วประเทศเหมือนคนท้องถิ่น ครอบคลุมทั้ง Alipay Weixin Pay หรือที่คนไทยรู้จักว่าวีแชทเพย์ UnionPay QR และ YunShanFU รวมทั้งไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 3% เมื่อใช้สแกนจ่ายเกิน 200 หยวน เพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการเดินทางต่างประเทศอย่างแท้จริง

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/04/07/631693/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nhcbET0D33Y_Xnc58-QZU

  • ทิสโก้ร่วมใจ’ มอบแท็บเล็ตส่งเสริมการศึกษายุคดิจิทัล รร.บ้านทุ่งสว่าง | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    ทิสโก้ร่วมใจ’ มอบแท็บเล็ตส่งเสริมการศึกษายุคดิจิทัล รร.บ้านทุ่งสว่าง | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    กลุ่มทิสโก้ นำโดย นายประสาน  ธนาวรรธนกุล ผู้จัดการธนาคารทิสโก้ พร้อมด้วยพนักงานธนาคาร สาขาสุรินทร์ และพนักงานสมหวัง เงินสั่งได้ สาขาในพื้นที่ ส่งมอบแท็บเล็ตมือสองจากธนาคารทิสโก้ และสมหวัง เงินสั่งได้ ที่มีสภาพดีพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 32 เครื่อง ให้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งสว่าง ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายสนั่น ประเสริฐศร ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เป็นผู้แทนรับมอบ

    โรงเรียนบ้านทุ่งสว่าง เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนอาคารเรียนจากโครงการ ‘ทิสโก้ร่วมใจ16’ นอกจากนี้ กลุ่มทิสโก้ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างเท่าทันในยุคดิจิทัล อุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ในปัจจุบันจึงมีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ การพัฒนาทักษะการค้นคว้าด้วยตนเองในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและความรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tisco.co.th/th/news/20260407-tiscocsr-donate-tablets-education&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0giFZBRPc5obFXHfXUoULX

  • สจด. ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันจักรี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันจักรี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันจักรี

    เมื่อวันนี้ 6 เมษายน 2569 เวลา 07.15 น . ณ บริเวณปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานครคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และบุคลากรของสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องใน “วันจักรี” พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถวายราชสักการะและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรี และทรงวางรากฐานสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการปกครอง กฎหมาย และศิลปวัฒนธรรม ทั้งนี้ วันที่ 6 เมษายนของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติ “วันจักรี” เพื่อระลึกถึงวันคล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2325 และการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีของประเทศไทย

    ชาติภักดิ์/ข่าว

    สจด. ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันจักรี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันจักรี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันจักรี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122327/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LZMgD464C3kjqEVuvS8B5

  • พรรคประชาชนจัดทัพ 20 สส. รุมสับ ‘นโยบาย’ รัฐบาลอนุทิน 2 ฉายภาพความล้มเหลวปัญหาพลังงาน-PM2.5

    พรรคประชาชนจัดทัพ 20 สส. รุมสับ ‘นโยบาย’ รัฐบาลอนุทิน 2 ฉายภาพความล้มเหลวปัญหาพลังงาน-PM2.5

    วันนี้ (7 เมษายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยการเตรียมความพร้อมของพรรคประชาชน ในการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ โดยใช้ชื่อธีมว่า ‘พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว’ สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตพลังงาน วิกฤตฝุ่น PM2.5 และปัญหาปากท้องที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจุจบัน
    ณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนส่งเสียงของประชาชนไปยังรัฐบาล โดยจะวิพากษ์การบริหารจัดการวิกฤตที่ผ่านมา ที่แก้ปัญหาแบบย้อนหลังมากกว่าการป้องกันล่วงหน้า

    “สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำในขณะนี้คือการมองไปข้างหน้า แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมันหรือฝุ่น รัฐบาลมักจะแก้ปัญหาย้อนหลัง” ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า อย่างกรณีวิกฤตน้ำมันที่เคยมีการเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน แต่รัฐบาลกลับให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน

    “ตอนแรกบอกว่าไม่มีการกักตุน แต่สุดท้ายก็ออกมายอมรับว่ามีคนกักตุนน้ำมัน แสวงหากำไรภายใต้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริงๆ” หัวหน้าพรรคประชาชนระบุ

    ในส่วนประเด็นพลังงาน ณัฐพงษ์เสนอให้เปิดเผยข้อมูลต้นทุนโรงกลั่น และทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่นที่เพิ่มสูงผิดปกติ

    “ถ้าตัวเลขสูงเกินไป ต้องมีการเรียกคืนผลประโยชน์ที่โรงกลั่นเคยได้รับ และต้องทำให้โครงสร้างค่าการกลั่นในอนาคตเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย”

    ขณะที่เรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 ณัฐพงษ์ชี้ว่า เป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นทุกปี พร้อมเรียกร้องให้รัฐจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ รวมถึงวางมาตรการเชิงป้องกันมากกว่ารอให้เกิดความสูญเสียก่อน

    “เราเห็นแต่การแก้ปัญหาย้อนหลัง คือเกิดการสูญเสียขึ้นก่อน แล้วค่อยออกมาแสดงความเสียใจ จริงๆ รัฐบาลควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย”
    ณัฐพงษ์ยังกล่าวต่อว่า ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจที่เติบโตรั้งท้าย การศึกษา สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงตลาดพลังงาน และการเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายกว่า 20 คน มาสะท้อนปัญหาเหล่านี้อย่างรอบด้าน

    สำหรับการอภิปรายครั้งนี้ พรรคประชาชนวางตัวผู้อภิปรายเป็นลำดับ โดยณัฐพงษ์จะเป็นผู้อภิปรายเปิด ก่อนส่งต่อให้ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายประเด็นเศรษฐกิจขณะเดียวกันณัฐพงษ์ประเมินร่างนโยบายของรัฐบาลว่า แม้จะมีความพยายามปรับรูปแบบการบริหาร เช่น การตั้งยุทธศาสตร์ 5 กลุ่ม แต่ยังไม่เพียงพอหากขาดพลังในการขับเคลื่อน

    หัวหน้าพรรคประชาชนมองว่า เงื่อนไขสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายคือ ‘ความเชื่อมั่น’ ที่รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังขาดทั้งจากประชาชนและภาคเอกชน

    “ต่อให้นโยบายสวยหรูแค่ไหน ก็ไม่อาจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ ถ้ายังไม่กล้าชนกับคอร์รัปชัน และผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง”

    นอกจากนี้ณัฐพงษ์ยังตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของรัฐบาล โดยมองว่า ควรเริ่มต้นจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมยกกรณีความผิดปกติในการเลือกตั้งบางพื้นที่ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง

    “ความชอบธรรมของรัฐบาลต้องมีจุดเริ่มต้นจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ผมขอยกตัวอย่างสุพรรณบุรี เขต 2 ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความผิดปกติจริง” ซึ่งเขาอธิบายว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ของผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยโดยตรง

    สุดท้ายนี้ในเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล ณัฐพงษ์มองว่า การอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นและความชอบธรรมของรัฐบาล

    “จะอยู่ได้ครบหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนได้หรือเปล่า ทั้งในเรื่องของระบบเลือกตั้งและตัวบุคคลต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย

    Tags: , , , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-teng-pple-party-anutin-policies/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IenEKxEhK9XVzg3wIIKXU

  • กัมพูชาหวังศาลสั่งไทยจ่ายค่าชดเชยความเสียหายปราสาทพระวิหารต้องใช้เวลาซ่อม 20-30 ปี และเงินเกือบ 70 ล้านดอลลาร์ 

    กัมพูชาหวังศาลสั่งไทยจ่ายค่าชดเชยความเสียหายปราสาทพระวิหารต้องใช้เวลาซ่อม 20-30 ปี และเงินเกือบ 70 ล้านดอลลาร์ 

    ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการที่กัมพูชาใช้บริเวณปราสาทเป็นฐานที่มั่นทางทหารและเป็นภัยคุกคามต่อไทยจนกระทั่งถูกไทยใช้ปฏิบัติการทางทหารโต้กลับ ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาเผยว่าจะต้องใช้เวลา 20-30 ปี และงบประมาณประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการบูรณะและอนุรักษ์ ระยะเวลาและงบประมาณที่ประเมินไว้เป็นไปตามการศึกษาเบื้องต้นโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศกัมพูชาและต่างประเทศ

    สำนักข่าวกัมปูเจียทเมยรายงานว่า คง พุทธิการ (គង់ ពុទ្ធិការ) อธิบดีกรมอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร กล่าวในการแถลงข่าวเกี่ยวกับความเสียหายของปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ 6 เมษายน ว่า หลังจากทีมศึกษาและประเมินเบื้องต้นแล้ว กัมพูชาจะต้องใช้เวลา 5-10 ปี สำหรับขั้นตอนการบูรณะเบื้องต้นเพื่อให้ปราสาทกลับคืนสู่สภาพเดิม ส่วนงานอนุรักษ์ระยะยาวอาจใช้เวลาถึง 20-30 ปี จึงจะบูรณะปราสาทให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์

    คง พุทธิการ เผยว่าเหตุผลที่การบูรณะและอนุรักษ์ใช้เวลานานและใช้งบประมาณมากนั้นเป็นเพราะว่าภายในบริเวณวัดมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดอยู่เป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีการเก็บรวบรวมและเตรียมชิ้นส่วนหินเพื่อนำมาประกอบใหม่โดยใช้เทคนิคการอนุรักษ์

    ตามที่ คง พุทธิการ กล่าว ก่อนจะเกิดการปะทะกับไทย บริเวณโคปุระ (ซุ้มประตูทางเข้า) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากประเทศพันธมิตรของกัมพูชาเพื่อซ่อมแซมและอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก โดยจีนและอินเดียเป็นประธานร่วมในการดำเนินงาน ในจำนวนนี้ งานอนุรักษ์ที่อินเดียรับผิดชอบคือการซ่อมแซมโคปุระที่ 5 ของปราสาทพระวิหาร จากการศึกษาพบว่า การซ่อมแซมจะใช้เวลา 8-10 ปี และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนรับผิดชอบการซ่อมแซมโคปุระที่ 1, 2 และ 3 จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงจะใช้เวลา 18-20 ปี และมีค่าใช้จ่าย 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะถูกทำลาย ส่วนสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2025 ได้ให้เงินทุนแก่องค์การอุทยานแห่งชาติพระวิหารเพื่อซ่อมแซมบันไดทางทิศเหนือเป็นเวลาเกือบ 10 ปี โดยมีค่าใช้จ่ายเกือบ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับการเรียกร้องค่าชดเชยจากประเทศไทยสำหรับการทำลายพระวิหาร คง พุทธิการ อธิบายว่า “ในส่วนของการเรียกร้องค่าชดเชยนั้น กระบวนการทางกฎหมายอาจใช้เวลานาน เนื่องจากหลักฐานที่เราได้รวบรวมไว้ ดังนั้น เพื่อให้ได้รับค่าชดเชย มีเพียงศาลเท่านั้นที่จะตัดสินได้ว่าใครผิดใครถูก ดังนั้น หากเราต้องการให้ประเทศไทยจ่ายค่าชดเชย มีเพียงศาลเท่านั้นที่จะตัดสินได้ว่าใครผิดและใครถูก และงานนี้ คือหน้าที่ของทนายความ”

    จากรายงานของ Kampuchea Thmey Daily รายงานต่อโดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

    Photo – เหม สินาถ (ขวา) รองผู้อำนวยการองค์การพิทักษ์พระวิหาร เอีย ดาริท (กลาง) ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และโบราณคดี องค์การพิทักษ์พระวิหาร และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์จากองค์การพิทักษ์พระวิหารแห่งชาติ ตรวจสอบความเสียหายที่ปราสาทพระวิหาร จังหวัดพระวิหาร เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 เศษหินทรายแตกหักกระจัดกระจายอยู่ทั่วปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ผนังหินทรายอายุหลายศตวรรษของปราสาทเต็มไปด้วยร่องรอยสะเก็ดระเบิดใหม่ๆ หลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงตามแนวชายแดนกับประเทศไทยเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมเขมรที่มองเห็นทิวทัศน์ของที่ราบทางตอนเหนือของกัมพูชา กลายเป็นเขตสงครามเมื่อข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานานปะทุขึ้นเป็นการสู้รบด้วยเครื่องบินรบ ปืนใหญ่ รถถัง และกองกำลังภาคพื้นดินเมื่อปีที่แล้ว (Photo by TANG CHHIN SOTHY / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/41756&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gjxMP7NGvG7UzIY_udDTB

  • วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

    วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

    วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

    กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว เชิญผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 2577 9052, 098 899 0914 (คุณจิราวรรณ,คุณกิตติวรรณ)

    อนึ่ง สำนักรับรองระบบคุณภาพ วว. (Office of Certification Body : OCB) มีฐานะเป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) ที่มีมาตรฐานการทำงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์สากลเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับการรับรองระบบงานมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 : 2015 จากสำนักงานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ (สก.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และได้รับการรับรองระบบงานมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 : 2015 และ ISO/TS 22003 : 2013 จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับการขึ้นบัญชีหน่วยรับรอง / หน่วยตรวจสอบกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิชาการเกษตร และกรมปศุสัตว์ โดย สรร. ให้บริการด้านการตรวจประเมินและให้การรับรองระบบมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22000, GMP/GHPs (Codex), HACCP ให้บริการฝึกอบรมในรูปแบบ In-house Training และ Public Training เพื่อให้ความรู้เรื่องระบบคุณภาพและมาตรฐานสากลต่างๆ พร้อมใบประกาศนียบัตรจาก วว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1010398&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1siVZ8B_WKrwbsF80UAS-u

  • คณะรัฐมนตรี เห็นชอบผลศึกษาความเหมาะสมการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

    คณะรัฐมนตรี เห็นชอบผลศึกษาความเหมาะสมการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

    ครม. มีมติเห็นชอบผลศึกษา คกก.ศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เบื้องต้น) มอบ ก.พลังงาน ดำเนินการตามกฎหมาย มุ่งรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ 

    วันที่ 6 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เบื้องต้น) และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ บรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจในภาพรวม

    ทั้งนี้ ผลการศึกษาครอบคลุม อาทิ ข้อมูลต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งได้ขอให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 ราย จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบ ได้แก่ ค่า Crude Premium, ค่า Product Premium, ค่า War Risk Premium, ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) โดยเป็นข้อมูลประมาณการตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2569 พบว่าหลังจากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องมาจากต้นทุนดังกล่าวที่ปรับตัวสูงขึ้น

    กระทรวงพลังงานจะได้ไปดำเนินการ ดังนี้

    1. กรมธุรกิจพลังงาน

    (1) ปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐาน (Data Standard) เพื่อให้สามารถคำนวณแยกรายละเอียด (Breakdown) ต้นทุนและค่าการกลั่น

    (2) จัดทำตารางแยกรายละเอียดต้นทุนในช่วงภาวะวิกฤต อาทิ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ให้เป็นปัจจุบัน

    (3) ประสานให้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันจัดส่งข้อมูลชนิดและแหล่งที่มาของน้ำมันดิบที่นำเข้าจริงในปัจจุบัน 

    (4) ศึกษาโครงสร้างและกำลังการผลิตของแต่ละโรงกลั่นน้ำมันเพื่อนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยสัดส่วนน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้รวมของทั้งประเทศ

    2. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

    (1) ศึกษามาตรฐานสากลเพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางของค่า Premium ต่าง ๆ สำหรับใช้อ้างอิง (Benchmark)

    (2) ทบทวนและปรับปรุงตารางโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

    3) กระทรวงพลังงานดำเนินการสื่อสารและสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2925075&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zctUQ9QbIwGaIXW4XiSJD

  • T

    T

    บริษัท ทีทีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TTT Corporation) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สายยางอุตสาหกรรมภายใต้แบรนด์ TOYOX เดินหน้าส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้การสนับสนุนโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว

    TOYOX สนับสนุน

    นอกจากการสนับสนุนด้านการศึกษาแล้ว TOYOX ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026” โดยนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ ภายใต้รูปแบบ “Green Run” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงานในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    ภายในงาน มีการจัดเตรียมจุดคัดแยกขยะ เพื่อรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักถึงการลดปริมาณขยะและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังมีการดูแลพื้นที่สีเขียวโดยใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้อุปกรณ์สายยางคุณภาพจาก TOYOX เพื่อคงความสดชื่นและความสวยงามของพื้นที่ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

    นอกจากนี้ TOYOX ยังได้ร่วมสนับสนุนของรางวัลภายในงาน โดยมอบผลิตภัณฑ์สายยาง TOYOX จำนวน 8 รางวัล เพื่อส่งเสริมแนวคิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TOYOX ในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคม ผ่านการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: https://ttt-corporation.co.th/ หรือ LINE : @toyox (https://lin.ee/WQmyTkb) หรือ Facebook: สายยางต้อง TOYOX – by TTT Corporation หรือ โทร. 02-729-5334-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepsl5j763xyu0s9fdvielxbgamo0t3h&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw144inUCt1KTvuQP9M6M496

  • ‘พอแล้ว…ไม่ไหวแล้ว’ ‘ปชน.’ เตรียมซัด วิกฤต ‘รัฐบาลอนุทิน’

    ‘พอแล้ว…ไม่ไหวแล้ว’ ‘ปชน.’ เตรียมซัด วิกฤต ‘รัฐบาลอนุทิน’

    ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล ว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม ‘พอแล้ว…ไม่ไหวแล้ว’ ซึ่งพรรคประชาชน พร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาล ถึงความเดือดร้อนของประชาชน เพราะสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่า อยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่า มีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่า สุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกัน มีการเกิดขึ้นทุกปี  

    แม้เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่า การจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ และการให้สวัสดิการที่ดี และเพียงพอ ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องค่อยออกไปแสดงความเสียใจ เราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆ รัฐบาล ควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย 

    เมื่อถามว่า จะชู 2 ประเด็นดังกล่าวนี้ใช่หรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน ซึ่งตนเองจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ เพราะเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน 

    ส่วนหลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้ว ประเมินเป็นอย่างไรบ้างนั้น จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม เชื่อว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำคือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน หากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบาย คิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร  

    แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบายที่เอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกัน อาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้ คือประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน 

    เราอาจจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายคนที่อาจจะมีความรู้ความสามารถจริงในบางสาย แต่โดยส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของ ครม.ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของ ครม. ลักษณะนี้ ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ๆ ได้ หากไม่กล้าชนกับคอรัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง

    — ณัฐพงษ์ กล่าว 

    สำหรับบริบททางการเมือง หรือนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ประเมินว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ครบเทอม 4 ปี หรืออยู่ได้ยาวหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม อยู่ที่รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับให้กับประชาชนหรือไม่ การแถลงนโยบายคือจุดเริ่มต้น สิ่งที่ตนเองคิดว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือการทำให้ประชาชนเห็นว่า ที่มาของรัฐบาลชุดนี้มีความถูกต้อง ซึ่งความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ ควรเริ่มต้นมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม  

    เช่น ความผิดปกติที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นผู้สมัครของ สส.พรรคภูมิใจไทย ไม่จำเป็นต้องรอการแสวงหาข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะการตรวจสอบคนในพรรคตัวเอง สามารถดำเนินการทำได้เลย ในขณะนี้เราพยายามเดินหน้าทุกช่องทาง และดำเนินการเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีทุกช่องทาง สามารถทำได้ โดยฝ่ายกฎหมายของพรรค นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ รวมถึงบุคคลที่อยู่ใน ครม. ต้องไม่มีผลประโยชน์ เนื่องจากเราก็เห็นนายกรัฐมนตรีออกมาปกป้อง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ทำไมไม่แสดงความบริสุทธ์ใจก่อนหน้านี้  

    ส่วนกังวลหรือไม่ว่า ฝั่งรัฐบาลจะมองว่าฝ่ายค้านใช้เวทีนี้ เป็นเวทีซักฟอก ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองคิดว่า เวทีในสภาทุกเวทีคือเวทีซักฟอกรัฐบาลอยู่แล้ว แต่จะเป็นการซักฟอกหนักแบบอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือซักฟอกแบบปกติที่เราต้องตรวจสอบรัฐบาลทุกวัน ตนเองคิดว่าเป็นกลไกธรรมดาของรัฐสภา ที่เราต้องใช้กลไก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถามการอภิปราย หรือในคณะกรรมาธิการ ในการซักฟอกรัฐบาลทุกอันอยู่แล้ว 

    เมื่อถามว่า การอภิปรายจะซ้ำซ้อนหรือไม่ เนื่องจาก ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เคยระบุว่า ไม่อยากให้มีการอภิปรายที่ซ้ำซ้อน ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดูที่เนื้อหา เชื่อว่าผู้อภิปราย 20 คนของพรรคประชาชน เตรียมเนื้อหาการอภิปรายมาอย่างดี แบ่งพาร์ทกันมาอย่างดี ไม่มีการอภิปรายซ้ำซ้อนแน่นอน ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ควรที่จะพยายามควบคุมเนื้อหาการอภิปรายของตนเอง ไม่ให้มีความซ้ำซ้อน 

    สำหรับกรณีที่ผ่านมา พรรคประชาชนถูกโจมตีมาโดยตลอด มีวิธีการรับมืออย่างไรบ้าง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา หากจะมีการใช้ข้อบังคับ หรือเทคนิควิธี เพื่อที่จะพยายามตีรวนกระบวนการในสภา เราเองก็พร้อมที่จะลุกขึ้น ใช้วิธีการตอบโต้ แต่ตนไม่อยากให้เวทีสภา ที่ประชาชนรอรับฟังว่า รัฐบาลมีนโยบายอะไรบ้างตอบโจทย์หรือไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายกลายเป็นว่า สมาชิกรัฐสภาในฐานะที่จะต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล มาทะเลาะกันเอง ไม่อยากให้เวทีนี้ เป็นเวทีที่ประชาชนติดตามแล้วรู้สึกว่า รัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง  

    People-Party-Parliment-7apr26-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    นอกจากนั้น พรรคประชาชน ยังโพสต์ข้อความด้วยว่า ในวันที่คนไทยถูกล้อมด้วยวิกฤตเฉพาะหน้า น้ำมันแพง ค่าไฟจ่อปรับขึ้น รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ ซ้ำเติมวิกฤตระยะยาว หนี้ท่วมประเทศ คอร์รัปชันเบ่งบาน คุณภาพการศึกษาตกต่ำ สังคมสูงวัย และภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น

    รัฐบาลสีน้ำเงินเต็มรูปแบบ จะพาประเทศเราไปได้ไกลแค่ไหน? แม้จะว่ากันว่ารัฐบาลชุดนี้มาพร้อมรัฐมนตรีที่มีคน ‘อวย’ ว่าจะช่วยรักษาประเทศไทยให้หายจากการเป็นคน ‘ป่วย’ แห่งเอเชีย ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะแก้สารพัดความ ‘ห่วย’ ดันเศรษฐกิจไทยหลุดอันดับ ‘บ๊วย’ จนคนไทยต้องร้องว่า ‘รวย’ ไม่ไหวแล้ว

    แต่ภายในวันแรกของรัฐบาล ประชาชนทั่วประเทศกลับประสานเสียงว่า ‘พอแล้ว … ไม่ไหวแล้ว’ พบกับการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทยพลัส โดยพรรคประชาชน เพื่อตีแผ่วิกฤตประเทศไทยในเงื้อมมือรัฐบาลอนุทินที่มุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตนและพวกพ้องเป็นสำคัญ 9-10 เมษายนนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/people-party-parliment-7apr26&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aYmPWk65gdjqYNbbv-o2J