Category: วัฒนธรรม

  • MOU 43-44 ย้ำหากไทยไม่เกิดประโยชน์ เสนอ ครม. ยกเลิกได้ทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    MOU 43-44 ย้ำหากไทยไม่เกิดประโยชน์ เสนอ ครม. ยกเลิกได้ทันที – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109533&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VDzFu8kQK-ap6pnNfXl5F

  • รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา – กระทรวงการต่างประเทศ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา – กระทรวงการต่างประเทศ

    รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะทูตานุทูตและสื่อมวลชนเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา

    วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2568

    | 27 view

    เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมกับนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวเปิดในพิธีต้อนรับคณะทูตานุทูต รวมถึงสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับต่างประเทศ ผ่านการศึกษาดูงานของคณะผู้แทนทางการทูต ปี 2568 ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับกระทรวงฯ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ณ จังหวัดสงขลา โดยมีผู้แทนทางการทูตที่พำนักอยู่ในไทยเข้าร่วมจาก 21 ประเทศ

    ประธานฯ ทั้งสามเห็นพ้องถึงความสำคัญของโครงการฯ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อศักยภาพของจังหวัดฯ ในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการศึกษา รวมไปถึงความพร้อมของจังหวัดถึงโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในด้านที่หลากหลาย เช่น สถาบันการศึกษา การวิจัย การแพทย์ การลงทุนในพื้นที่จังหวัด เป็นต้น

    นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา รวมถึงเดินทางไปเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองสงขลาด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/dps-presides-over-songkhla-programme-2025-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a909&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1coQO-UdGJd_76p93X-zAk

  • พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. มอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. มอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. มอบทุนการศึกษา 1 ล้านบาท แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ


    30/09/2568 | 119 |

    เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องเตมียเวส โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว มอบเงินรายได้จากโครงการเดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ครั้งที่ 1 (THE COP CHARITY RUN 2025) จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) เพื่อเป็นสวัสดิการและทุนการศึกษาแก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    โดยมี พลตำรวจโท เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นผู้แทนรับมอบ ท่ามกลางกรรมการมูลนิธิและเพื่อนร่วมงาน อาทิ พลอากาศเอก เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ พลเอก มงคล เผ่าพงษ์คล้าย พลเอก องอาจ พงษ์ศักดิ์ พลตำรวจโท มนตรี โปตระนันทน์ รวมถึงข้าราชการตำรวจ รร.นรต. เข้าร่วมในพิธี

    พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวว่า รายได้จากการดำเนินโครงการ THE COP CHARITY RUN 2025 ที่จัดขึ้นอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ได้นำมามอบให้แก่โรงเรียนนายร้อยตำรวจและโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อใช้เป็นสวัสดิการและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของโรงเรียน ในการผลิตผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีคุณภาพ เพื่อรับใช้ประชาชน สังคม และประเทศชาติต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/427689&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22Y3LCH7LAcruTVYFcQIvR

  • สมัครงาน 2568 : สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร รับสมัครพนักงาน 5 อัตรา

    สมัครงาน 2568 : สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร รับสมัครพนักงาน 5 อัตรา

    สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นลูกจ้างชั่วคราว 3 ตำแหน่ง 5 อัตรา เงินเดือนระหว่าง 8,690 – 11,500 บาท ถึง 8 ต.ค. 68

    สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ประกาศรับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างคราวในสังกัด ทั้งหมด 3 ตำแหน่ง จำนวน 5 อัตรา ค่าตอบแทนระหว่าง 8,690 – 11,500 บาทต่อเดือน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 8 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

    ตำแหน่งที่เปิดรับ

    1. ตำแหน่ง พนักงานประจำรถ จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 8,690 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ต้องเป็นผู้มีความรู้อ่านออกเขียนได้และ มีความสามารถเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในหน้าที่
    สำนักการศึกษา
    ประกาศสำนักการศึกษา เรือง รับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างคราว

    2. ตำแหน่ง พนักงานขับเครื่องจักกลขนาดกลาง จำนวน 3 อัตรา เงินเดือน 11,500 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ และมีประสบการณ์ในการขับเครื่องจักรกลหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือ
    • ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ และมีประสบการณ์ในการขับเครื่องจักรกลขนาดกลางมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และปฏิบัติงาน ในตําแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดเบาหรือตําแหน่งอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี และ
    • ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย (ประเภท 2 หรือประเภท 3) จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งใบอนุญาตต้องไม่หมดอายุ เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกและได้รับการจ้างต้องทํา หนังสือค้ำประกันความเสียหายภายในวงเงิน 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยใช้เงินสดค้ำประกัน หรือการค้ำประกันด้วยบุคคล ซึ่งเป็นข้าราชการไม่ต่ำกว่าระดับชํานาญงานหรือปฏิบัติการขึ้นไป

    3. ตำแหน่ง พนักงานขับเครื่องจักกลขนาดหนัก จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 11,500 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้และมีประสบการณ์ในการควบคุมเครื่องจักรกลขนาดหนักหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือ
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานในหน้าที่

    ผู้ประสงค์จะสมัครสอบให้แสดงหลักฐานเพื่อขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ได้ที่ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ สํานักงานเลขานุการ สํานักการศึกษา ระหว่างวันที่ 1 – 8 ตุลาคม 2568 ภาคเช้า ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ภาคบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ) โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการรับสมัคร

    ทั้งนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศสำนักการศึกษา เรือง รับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างคราว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/258135&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39x9Zqsr522Qjnbn8IA2UE

  • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568


    ภาพประกอบเนื้อหา 0 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 นายชนาธิป ชิตพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568 โดยกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี และนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในเขตอำเภอจะนะ โดยมี นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายประภาส หมีดเส็น นายอำเภอจะนะ รวมทั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา สำนักงานพลังงานจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานภาคเอกชนและ สมาชิกกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ร่วมเป็นเกียรติมอบทุนในครั้งนี้ ณ หอประชุมศาลาประชาคมอำเภอจะนะ

    ภาพประกอบเนื้อหา 1 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    ภาพประกอบเนื้อหา 2 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2568

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาและมหาวิทยาสงขลานครินทร์

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาและมหาวิทยาสงขลานครินทร์
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพอดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดกาญจนาวาส

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพอดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดกาญจนาวาส
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนโรงไฟฟ้าจะนะ ครั้งที่ 2/2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานและพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนโรงไฟฟ้าจะนะ ครั้งที่ 2/2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมโครงการกินน้ำชายามเช้า - กินข้าวยำสัญจร ประจำเดือน กันยายน 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมโครงการกินน้ำชายามเช้า – กินข้าวยำสัญจร ประจำเดือน กันยายน 2568
    • นาฬิกาข้อมือช่วยปรับปรุงพฤติกรรมนอนหลับได้หรือไม่?

      นาฬิกาข้อมือช่วยปรับปรุงพฤติกรรมนอนหลับได้หรือไม่?
    • กงสุลอินโดฯ ผสานความร่วมมือ NBT สงขลา ร่วมโปรโมท “บุโรพุทโธ” ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่ง ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม ตลอดจนเส้นทางการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

      กงสุลอินโดฯ ผสานความร่วมมือ NBT สงขลา ร่วมโปรโมท “บุโรพุทโธ” ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่ง ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม ตลอดจนเส้นทางการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย
    • อบจ.สงขลา ร่วมประชุมมูลนิธิสงขลาสู่มรดกโลก เดินหน้าแผนปี 69 หนุนสงขลา สู่การขึ้นทะเบียนยูเนสโก เมืองมรดกโลก-เมืองสร้างสรรค์

      อบจ.สงขลา ร่วมประชุมมูลนิธิสงขลาสู่มรดกโลก เดินหน้าแผนปี 69 หนุนสงขลา สู่การขึ้นทะเบียนยูเนสโก เมืองมรดกโลก-เมืองสร้างสรรค์
    • กองทุนฟื้นฟูฯ อบจ.สงขลา เดินหน้าจัดทำแผนปี 69 เพิ่มประสิทธิภาพงานและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่

      กองทุนฟื้นฟูฯ อบจ.สงขลา เดินหน้าจัดทำแผนปี 69 เพิ่มประสิทธิภาพงานและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
    • รถทันตกรรม อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ อ.ควนเนียง ออกให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

      รถทันตกรรม อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ อ.ควนเนียง ออกให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/2f66b37a97&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TxW0CWAttaIhUFrCeqrjz

  • เปิดประวัติ “ทูตสีหศักดิ์” ผู้พลิกเกมเวทีโลกดึงไทยกลับสู่ “จอเรดาร์”

    เปิดประวัติ “ทูตสีหศักดิ์” ผู้พลิกเกมเวทีโลกดึงไทยกลับสู่ “จอเรดาร์”

    วงการการทูตไทยได้ส่ง “นักการทูตอาวุโส” ผู้มากประสบการณ์ทางการทูตกว่า 4 ทศวรรษ ขึ้นสู่เวทีโลกอีกครั้ง “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ เพียงวันเดียว ก็ต้องเดินทางไปเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 80 (UNGA 80) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

    เหตุการณ์ที่ทำให้นายสีหศักดิ์กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง คือการกล่าวถ้อยแถลงเมื่อวันที่ 27 ก.ย.2568 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นการ “ตอกกลับ” ผู้แทนกัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน หลังกัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและกล่าวหาไทยในเวทีโลก

    รมว.ต่างประเทศของไทยเปิดเผยว่า เดิมทีตั้งใจจะพูดเรื่องอื่นที่เน้นความหวังในอนาคต แต่จำเป็นต้องเขียนถ้อยแถลงใหม่ทั้งหมด เพราะถ้อยคำที่น่าเสียใจยิ่งจากผู้แทนกัมพูชา นายสีหศักดิ์กล่าวหาว่า กัมพูชายังคง “วาดภาพตัวเองเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า” และนำเสนอข้อเท็จจริงที่บิดเบือนอย่างสิ้นเชิง

    อ่านข่าว : “สีหศักดิ์” โต้กลับ “กัมพูชา” ยั่วยุต่อเนื่อง สวนทางกับพูด

    อดีตทูตสีหศักดิ์ไม่ได้พูดเพียงแค่หลักการ แต่ได้ยกตัวอย่างที่บาดลึกถึงความรู้สึกของประชาชนชาวไทย โดยถามกลับไปว่า “เหยื่อที่แท้จริงคือใคร ?” และชี้ชัดว่า คือ ทหารไทยที่ต้องเสียขาจากทุ่นระเบิด เด็กนักเรียนที่โรงเรียนถูกยิงถล่ม และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกโจมตีด้วยจรวดจากกัมพูชา และยังชี้ว่า ข้อกล่าวหาของกัมพูชานั้นไปไกลเกินจริงจนดูน่าขบขัน

    สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายต้องหันมาจับตามองท่านอย่างใกล้ชิดคือการที่นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน ผู้แทนไทยได้พบกับผู้แทนกัมพูชา และมีการพูดคุยกันถึงเรื่องสันติภาพ การเจรจา ความไว้วางใจ แต่สิ่งที่กัมพูชากล่าวบนเวทีกลับ “ตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดไว้เมื่อวาน” จึงตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า กัมพูชามีเจตนาที่จะร่วมกับไทยเพื่อแสวงหาสันติภาพตามที่พูดไว้จริงหรือไม่ โดยยืนยันหนักแน่นว่า ไทยจะยืนหยัดมั่นคงในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน

    ถ้อยแถลงครั้งนี้ ทำให้นายสีหศักดิ์กลายเป็นอีกบุคคลที่น่าจับตามอง ในฐานะผู้นำการทูตที่กล้าเปิดประเด็นและมีจุดยืนที่ชัดเจน โดยได้ประกาศเจตนารมณ์ในการใช้เวทีนี้แสดงวิสัยทัศน์ว่าไทยจะ “กลับสู่จอเรดาร์” ในฐานะผู้เล่นระหว่างประเทศที่มีบทบาทเชิงรุกและสร้างสรรค์

    เอเชียคนแรกนั่งประธาน UNHRC – คีย์แมนกฎบัตรอาเซียน

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2500 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ (SAIS) สหรัฐอเมริกา

    นายสีหศักดิ์เริ่มรับราชการในปี พ.ศ.2522 ผ่านประสบการณ์ในหลายตำแหน่งสำคัญทั้งในและต่างประเทศ เคยประจำการที่สถานทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และกรุงโตเกียว เมื่อกลับมายังประเทศไทย ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น 

    • อธิบดีกรมสารนิเทศ และ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บทบาทสำคัญช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งใหญ่ การเผาสถานทูตไทยที่กรุงพนมเปญ เมื่อปี พ.ศ.2546
    • อธิบดีกรมอาเซียน และอธิบดีกรมยุโรป
    • รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
    • ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ตำแหน่งสูงสุดในราชการฝ่ายพลเรือน (พ.ศ.2556–2557)
    • รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงวิกฤตการเมืองปี พ.ศ.2557

    ในฐานะนักการทูตอาวุโส นายสีหศักดิ์มีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศอย่างกว้างขวาง เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และขณะดำรงตำแหน่งที่เจนีวานี่เอง ก็ได้รับเลือกเป็น “ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC)” ในวาระปี พ.ศ.2553–2554 ถือเป็น “ชาวเอเชียคนแรก” ที่ได้รับเกียรตินี้

    นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังเคยเป็นผู้นำคณะผู้แทนไทยในการประชุมระดับสูงของอาเซียนหลายครั้ง และเป็นผู้แทนไทยในคณะทำงานระดับสูงที่รับผิดชอบการยกร่างกฎบัตรอาเซียน รวมถึงเป็นประธานคณะทำงานระดับสูงที่ยกร่างข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR)

    หลังจากพ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวง ยังได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศสำคัญ ๆ ได้แก่

    • เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ.2558) ด้วยความสามารถและผลงานอันโดดเด่น ในปี พ.ศ.2567 รัฐบาลญี่ปุ่นได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star” ให้เพื่อยกย่องบทบาทในการกระชับความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นอย่างยาวนาน
    • เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (พ.ศ.2559–2561)

    แม้จะเกษียณอายุราชการตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 แต่นายสีหศักดิ์ยังคงทำงานด้านการทูตและนโยบายอย่างต่อเนื่อง ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษด้านการต่างประเทศของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็นเลขาธิการสภาสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย (APRC)

    ก่อนจะกลับมารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ในรัฐบาลอนุทิน 1 นายสีหศักดิ์เคยกลับมาช่วยงานในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อปี พ.ศ.2566–2567 มาแล้ว

    ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่ นายสีหศักดิ์ได้ให้นโยบายว่า ช่วงเวลา 4 เดือนที่ได้รับมอบหมายต้องเป็น 4 เดือนที่มีความหมาย เน้นการทูตที่คล่องตัวครอบคลุมทุกมิติ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม หวังที่จะเห็น “พัฒนาการในเชิงบวก” คลี่คลายปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเอกภาพระหว่างการทูตและการทหาร

    ที่มาของข้อมูล : The European House – Ambrosetti, กระทรวงการต่างประเทศ

    อ่านข่าวอื่น :

    “สีหศักดิ์” เชื่อนานาชาติเข้าใจไทยมากขึ้น หลังแจงข้อเท็จจริงเวที UNGA80

    “อนุทิน” ชื่นชม “สีหศักดิ์” ทำหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ ในยูเอ็นสมบูรณ์แบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357032&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SmXDiyiBLedeDCVIhs1qG

  • ปิดประมูล 2 ภาพวาดประกอบฉากในซีรีส์ “สงครามส่งด่วน”สู่การมอบทุนการศึกษา 7.6 ล้านบาท

    ปิดประมูล 2 ภาพวาดประกอบฉากในซีรีส์ “สงครามส่งด่วน”สู่การมอบทุนการศึกษา 7.6 ล้านบาท

    2 ภาพวาดจากซีรีส์ดัง “สงครามส่งด่วน” ของ Netflix ผลงานศิลปินไทย ถูกประมูลสูงสุด 7.6 ล้านบาท โดย The Art Auction Center เพื่อนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาแก่คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สจล. และสาขาวิชาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มทร.รัตนโกสินทร์ สะท้อนพลังของศิลปะที่สร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้วงการการศึกษาไทย

    ไม่เพียงแต่เนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจในการต่อสู้ชีวิตให้กับผู้ชมเท่านั้น ในส่วนของภาพวาดประกอบฉากซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” จาก Netflix ผลิตโดย GDH ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทาง สถาบันการประมูลศิลปะ The Art Auction Center ได้ขอนำภาพวาดชุด ไก่ป่า และ นกกระเรียนกลางทะเล มาเปิดประมูลในรายการ Vernissage เพื่อนำรายได้กว่า 7,600,000 บาท โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับคณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสาขาวิชาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

    สำหรับภาพวาดชุด “ไก่ป่า” ที่มาในคอนเซปต์ พลังแห่งการต่อสู้และความมุมานะอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ได้รับการประมูลสูงถึง 4,700,000 บาท โดยมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับสาขาวิชาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณพิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้ง The Art Auction Center พร้อมด้วย คุณณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์สงครามส่งด่วน , คุณทรงพล จันทรสม Line-Producer และคุณศราวุธ แก้วน้ำเย็น Production Designer ร่วมมอบเงินจากการประมูลผลงานศิลปะจากผลงานภาพวาดชุด “ไก่ป่า” ซึ่งเป็นผลงานของ คุณชลดา พรลิขิต และทีมผู้สร้างสรรค์ผลงาน ได้แก่ คุณอัญชลี ลีฬกาญจนากุล , คุณชามาวีร์ ยอดศรี และคุณเฉลิมชนม์ มาศแก้ว จากสาขาวิชาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

    ในส่วนของภาพวาดชุด “นกกระเรียนกลางทะเล” ที่สื่อความหมายถึง การต่อสู้ฝ่าฟันและการดิ้นรนของชีวิต ปิดประมูลไปจำนวน 2,900,000 บาท ซึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยได้รับเกียรติจาก คุณพิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้ง The Art Auction Center , คุณณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับซีรีส์สงครามส่งด่วน, คุณภควัต สุพรรณขันธ์ ผู้อำนวยการฝ่าย Production Management Southeast Asia and Chinese Language บริษัท เน็ตฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณชนม์ธนัทกรณ์ อยู่ชยันตี ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด เป็นตัวแทนมอบทุนการศึกษา

    โดยมี ผศ.ดร. อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ พร้อมด้วยคุณพงศธร มณีประพันธ์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดชุด “นกกระเรียนกลางทะเล”เป็นตัวแทนในการรับมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/245885&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OUHZSNP_Db7o_7BTW6rg9

  • ‘ออกแบบอนาคตประเทศ’ เปลี่ยนวิกฤต ‘การศึกษา’ เป็นโอกาส

    ‘ออกแบบอนาคตประเทศ’ เปลี่ยนวิกฤต ‘การศึกษา’ เป็นโอกาส

    การศึกษา

    ‘ออกแบบอนาคตประเทศ’ เปลี่ยนวิกฤต ‘การศึกษา’ เป็นโอกาส

    30 ก.ย. 2025 เวลา 8:24 น.

    เด็กเกิดใหม่ปี 68 ลดลงราว 400,000 กว่าคน สะท้อนสังคมไทย “เด็กเกิดน้อย แก่เยอะ” นักวิชาการ ชี้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส มุ่งพัฒนาคุณภาพเด็ก ทบทวนขนาดห้องเรียน

    • วิกฤตเด็กเกิดใหม่น้อย กระทบระบบการศึกษา ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส มุ่งพัฒนาคุณภาพเด็ก ทบทวนขนาดห้องเรียน ไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหาเดิมๆ
    • ปัญหาความล้มเหลวในการปฏิรูปการศึกษามาจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองและระบบราชการการ ควรปรับลดขนาดองค์กร
    • ต้องผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาให้ชัดเจน ทำความเข้าใจหลักสูตรใหม่ เตรียมพร้อมทักษะสูงวัย และแรงงาน 

    ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน ระบุว่า ในครึ่งปีแรกของ 2568 มีเด็กเกิดใหม่ 201,175 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มี 221,933 คน หรือประมาณ 9.4 % ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงเดียวกันของปีนี้อยู่ที่ 282,582 คน ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย (4%) ดังนั้น ถึงการตายจะลดลง แต่การเกิดลดลงเร็วและแรงกว่ามาก

    จำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 ทั้งปี คาดการณ์ว่า อาจลดลงมาอยู่ที่ราว 400,000 กว่าคน และประชากรรวมของประเทศจะยังคงลดลงจากจำนวนการตายที่มากกว่าการเกิด ซึ่งนับเป็นปีที่ 5 ที่มีคนตายมากกว่าเกิด อัตราการเพิ่มตามธรรมชาติของประชากรติดลบสูงเป็นประวัติการณ์

    ปี 2568  ไทยเผชิญวิกฤต “เกิดน้อย ตายมาก” เป็นภาพสะท้อนของระบบการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ต้องปฏิรูปใหม่ตั้งแต่รากฐาน โดยเฉพาะการศึกษาไทย ที่ต่อให้ผ่านมาหลายทศวรรษแต่ยังคงเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ซับซ้อนและเรื้อรังมาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์และศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

    ความท้าทายเหล่านี้เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาเชิงระบบของกระทรวงศึกษาธิการ ความไม่มั่นคงทางการเมือง และทัศนคติของสังคม หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สังคมไทยจะถดถอยลง และคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอาจมองไม่เห็นอนาคตในประเทศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    Decoding Gen Z ถอดรหัส ‘เรียนให้ใช่’ เพื่อไม่หลุดเทรนด์

    ‘เกิดน้อย’ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ คนไทยวิกฤติ ‘ตายมากกว่าเกิด’ 4 ปีซ้อน

    “เด็กเกิดน้อย” เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส

    ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ประธานสาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าภาวะเด็กเกิดน้อย เป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักในระบบการศึกษาไทย เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหมายความว่าโรงเรียนจะมีจำนวนเด็กต่อโรงเรียนน้อยลง ดังนั้น  เมื่อไม่สามารถเพิ่มจำนวนเด็กเกิดใหม่ได้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการลงทุนกับทรัพยากรบุคคลรุ่นใหม่ให้คุ้มค่ามากขึ้น และพัฒนามาตรฐานคุณภาพห้องเรียนให้ดีขึ้น

    “จังหวะที่เด็กน้อยลงเรื่อย ๆ อาจต้องมีการทบทวนเกี่ยวกับขนาดที่เหมาะสมของโรงเรียนและขนาดชั้นเรียน (จำนวนเด็กต่อห้อง) ซึ่งห้องเรียนที่ดีไม่ควรมีนักเรียนเกิน 30 คน แทนที่จะปล่อยให้โรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียน 40 คนต่อห้อง หรือถึง 17 ห้องเรียนต่อระดับชั้น แต่นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการที่โรงเรียนขนาดใหญ่มากเกินไปส่งผลให้ครูไม่สามารถดูแลเด็กได้อย่างใกล้ชิด”

    'ออกแบบอนาคตประเทศ' เปลี่ยนวิกฤต 'การศึกษา' เป็นโอกาส

    ล้มเหลวเตรียมพร้อมการศึกษาที่ดี

    ผศ.อรรถพล กล่าวต่อว่าการแก้ปัญหาโดยการยุบโรงเรียนขนาดเล็กและปล่อยให้โรงเรียนขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่ไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่และอาจเพิ่มความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกัน จำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง แต่คนแก่เพิ่มมากขึ้น

    ฉะนั้น ควรเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมสูงวัยและตลาดแรงงาน โดยพัฒนาทักษะระดับสูง การศึกษาต้องออกแบบหลักสูตรและการเรียนการสอนที่พัฒนาคนให้มี ศักยภาพสูงกว่าเดิม รวมถึงควรลดการพึ่งพาแรงงานต่างชาติ เนื่องจากสังคมไทยจะหลีกเลี่ยงการพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานระดับล่างไม่ได้ ดังนั้น เด็กไทยจะต้องเป็นเด็กที่มีความสามารถสูง

    'ออกแบบอนาคตประเทศ' เปลี่ยนวิกฤต 'การศึกษา' เป็นโอกาส

    “ระบบการศึกษาไทย ยังล้มเหลวในการให้เตรียมพร้อมการศึกษาที่ดีพอ เด็กส่วนใหญ่ของสังคมที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกของการทำงานยังไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ทำให้ตลาดแรงงานยุคใหม่ที่ต้องการกำลังพลอีกแบบหนึ่งจึงไม่ได้รับการตอบสนอง และสังคมจะถดถอยลง รวมถึงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กต่างวัฒนธรรม หรือเด็กต่างชาติ ที่พ่อแม่เข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเด็กไทยเกิดน้อยต้องเปิดรับเด็กต่างชาติมากขึ้น ควรมีการทบทวนมาตรการในการดูแลเด็กเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งกับเด็กไทยและเด็กที่จะมาร่วมเรียนในโรงเรียน”

    นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของอคติทางสังคม แม้ว่าทางกฎหมายจะมีการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเด็กเพื่อให้เด็กต่างชาติที่ติดตามพ่อแม่มาต้องได้เรียนแล้ว แต่ค่านิยมและ ความเกลียดชังเพื่อนบ้าน ในสังคมไทยอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ

    'ออกแบบอนาคตประเทศ' เปลี่ยนวิกฤต 'การศึกษา' เป็นโอกาส

    ลดขนาดกระทรวงฯ ท้องถิ่นเข้มแข็ง

    ผศ.อรรถพล  กล่าวอีกว่าการที่เด็กเกิดน้อยลงถือเป็นโอกาสสำคัญที่การศึกษาไทยจะต้องปรับโครงสร้างและหลักสูตรเพื่อยกระดับคุณภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต และต้องปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง ซึ่งประเด็นนี้พูดกันมานาน ทั้งการดาวน์ไซซิ่ง (ลดขนาด) กระทรวงศึกษาธิการ และทำให้ท้องถิ่นแข็งแกร่งขึ้น

    “ปัญหาความล้มเหลวในการปฏิรูปการศึกษามาจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองและระบบราชการการ ซึ่งการปรับลดโครงสร้างในกระทรวง หรือการลดขนาดองค์กร จะไม่เกิดขึ้นหากปล่อยให้ข้าราชการรับผิดชอบตัวเอง แต่ต้องอาศัยเสียงของสังคม ผู้แทนราษฎร และพรรคการเมือง ขณะเดียวกัน หลักสูตรใหม่ควรถูกออกแบบโดยมีเป้าหมายเพื่ออนาคตของประเทศ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้สูงกว่าเดิม และตอบโจทย์สังคมสูงอายุและตลาดแรงงาน  เน้นการผลิตพลเมืองที่มีความสามารถสูง”

    หลายคนอาจมองว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องแยกออกจากการเมือง ซึ่งในความเป็นจริงควรเป็นแบบนั้น แต่หากทำไม่ได้จะต้องปรับโดยอาศัยความมุ่งมั่นทางการเมืองร่วมกัน และใช้ความรู้จากงานวิจัย ประสบการณ์ต่างประเทศ และความรู้ภายในองค์กรที่เกี่ยวข้องมาขับเคลื่อนนโยบาย แทนที่จะใช้เพียงประสบการณ์เดิม ๆ หรือวิธีการแก้ปัญหาแบบเดิม

    'ออกแบบอนาคตประเทศ' เปลี่ยนวิกฤต 'การศึกษา' เป็นโอกาส

    ดันพ.ร.บ.การศึกษา หลักสูตรฉบับใหม่

    ผศ.อรรถพล  กล่าวด้วยว่าการศึกษาไม่สามารถเดินหน้าด้วยนโยบายระยะสั้นได้ และที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าขาดความมุ่งมั่นทางการเมืองในการร่วมกันแก้ปัญหาการศึกษา อยากให้รมว.ศธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. การศึกษา ที่ค้างคามานานมาก และกำหนดทิศทางที่ชัดเจนสำหรับหลักสูตรฉบับใหม่ ที่ถูกประกาศใช้ไปโดยที่ไม่มีความชัดเจนและสังคมไม่ได้รับรู้

    นอกจากนั้น การแก้ปัญหาหนี้สินครูต้องจัดการกับ หนี้ครูและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจของครู เพราะนี่มีผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และควรใช้ความรู้ งานวิจัยขับเคลื่อนนโยบาย มากกว่าการใช้ประสบการณ์เดิมๆ

    “ใน 1 ปี รมว.ศธ.เปลี่ยนไปแล้ว 3 คน และเมื่อนักการเมืองมาแล้วก็ไป ทำให้ข้าราชการเรียนรู้ที่จะ อยู่เฉย ๆ และไม่เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นมายเซ็ทที่ไม่ดี ข้าราชการจึงต้องถูกผลักดันให้รับผิดชอบและทำงานอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามที่ไม่มีรัฐมนตรี และรมว.ศธ.ควรมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการศึกษาเป็นเรื่องดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องมีทีมที่ปรึกษาที่ดีและเข้าใจปัญหาจริง ๆ ที่สำคัญต้องพร้อมใช้ความรู้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาไม่เป็นเพียงการเคาะตามที่ข้าราชการเสนอ”

    อย่างไรก็ตาม กระทรวงต้องไม่แสดงความเป็นเจ้าของ แต่ต้องพยายามให้ สังคมได้เข้ามามีส่วนร่วม ส่วนประชาชนและผู้ปกครอง ต้อง ไม่หยุดในการเคลื่อนไหว และใช้ทุกช่องทางในการส่งเสียง (Voice) เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป ต้องผลักดันให้การศึกษาเป็นวาระทางสังคมและมีพื้นที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม

    'ออกแบบอนาคตประเทศ' เปลี่ยนวิกฤต 'การศึกษา' เป็นโอกาส

    'ออกแบบอนาคตประเทศ' เปลี่ยนวิกฤต 'การศึกษา' เป็นโอกาส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1200963&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3z1d9oZlvxCqnen9raCDVp

  • ละครแอ็กชั่นสุดมัน ‘ภูเขาเงาพยัคฆ์’ คืนจอ เตรียมบู๊ รัก สนุกครบรสอีกครั้ง – แนวหน้า

    ละครแอ็กชั่นสุดมัน ‘ภูเขาเงาพยัคฆ์’ คืนจอ เตรียมบู๊ รัก สนุกครบรสอีกครั้ง – แนวหน้า

    เตรียมระเบิดความมันสนั่นจออีกครั้ง กับ “ภูเขาเงาพยัคฆ์” ละครแอ็กชั่นดราม่า การันตีความสนุกโดยค่าย 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ ของผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ นำแสดงโดย ภูมิ เกียรติภูมิ, พระพาย รมิดา, …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/917138&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OVY2rK6DiBC4aYvDckFFQ

  • “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี

    “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี

    “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี

    วันที่ 29 กันยายน 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ คณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2568 

                              “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี

    โดยมอบให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 156 สถาบัน จำนวน 910 ทุน รวมเป็นจำนวนเงิน 12,615,000 บาท โดยมี เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2  อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ 

    นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี สนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม  

                “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี   “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี   

    โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบทุนฯ แก่เยาวชนในระดับชั้นประถมศึกษาไปแล้ว 1,500 ทุน  และในวันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568  มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (ทุนสัญจร) แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาในภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และ แม่ฮ่องสอน รวม 53 สถาบัน 265 ทุน เป็นลำดับต่อไป 

                              “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี

    รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2568 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/640155&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Yq2ZGGp9RfSbb01s4ZA4e