Category: วัฒนธรรม

  • โอกาสมาแล้ว!! ศอ.บต. ร่วมกับว.เทคโนโลยีไออาร์พีซี รับสมัครนักเรียนทุน ปวส. 6 สาขาขาดแคลน

    โอกาสมาแล้ว!! ศอ.บต. ร่วมกับว.เทคโนโลยีไออาร์พีซี รับสมัครนักเรียนทุน ปวส. 6 สาขาขาดแคลน

    ยะลา, วันที่ 1 ต.ค. – ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี (IRPCT) เปิดรับสมัครคัดเลือกนักเรียนเข้ารับ ทุนการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ภายใต้ โครงการพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาขั้นสูง (iPEC) รุ่นที่ 10 สำหรับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สนใจสมัครตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์

    ทุนการศึกษาครอบคลุม 6 สาขาที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ได้แก่ สาขาปิโตรเคมี สาขาเคมีอุตสาหกรรม สาขาเทคนิคพลังงาน สาขาเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สาขาเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล

    โครงการนี้เป็นความร่วมมือในการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนชายแดนใต้ เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพขั้นสูง ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ และเพิ่มโอกาสการมีงานทำอย่างมั่นคงในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/246219&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tHPLYrad0jlZJs5RrHqWb

  • นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ สร้างตัวอ่อนจากดีเอ็นเอผิวหนังมนุษย์สำเร็จครั้งแรกของโลกได้อย่างไร ?  – BBC News ไทย

    นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ สร้างตัวอ่อนจากดีเอ็นเอผิวหนังมนุษย์สำเร็จครั้งแรกของโลกได้อย่างไร ? – BBC News ไทย

    นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ สร้างตัวอ่อนจากดีเอ็นเอผิวหนังมนุษย์สำเร็จครั้งแรกของโลกได้อย่างไร ?

    A clear petri dish stands is illuminated from below through an aperture in a black platform. There are blobs of fluid in the petri dish and two needle-like implements are there to perform microscopic manipulation of embryos

    ที่มาของภาพ, OHSU/Christine Torres Hicks

      • Author, เจมส์ กัลลาเกอร์
      • Role, ผู้สื่อข่าวสุขภาพและวิทยาศาสตร์
      • X, @JamesTGallagher

    นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในการสร้างตัวอ่อนระยะเริ่มต้นของมนุษย์ขึ้นมาจากการดัดแปลงดีเอ็นเอที่ได้จากเซลล์ผิวหนังของมนุษย์และทำให้มันปฏิสนธิกับอสุจิ

    เทคนิคนี้สามารถเอาชนะภาวะมีบุตรยากจากภาวะแก่ชราหรือโรคภัยไข้เจ็บ โดยการใช้เซลล์เกือบทุกชนิดในร่างกายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต

    ความสำเร็จครั้งนี้ยังทำให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถมีบุตรด้วยการสืบทอดทางพันธุกรรมได้ด้วย

    วิธีนี้ยังต้องผ่านการปรับแต่งที่สำคัญบางอย่าง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึงสิบปีกว่าที่คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์จะพิจารณาใช้วิธีการนี้ได้

    ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นการค้นพบที่น่าประทับใจ แต่ก็จำเป็นต้องมีการอภิปรายอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ทำให้เรื่องนี้เป็นไปได้

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • นักโทษชาวจีนสวมเสื้อแขนยาวสีเข้มและกางเกงขายาวยืนเรียงรายในคอกจำเลยในห้องพิจารณาคดีของจีน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเครื่องแบบยืนเคียงข้าง

    • United States Representative to the United Nations, Henry Cabot Lodge, points to the spot on the seal where it has been bugged, the image is black and white.

    • นายกฯ เซ็นลายเซ็นในหนังสือคำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ซึ่งมี 15 นโยบายสำคัญเร่งด่วน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมรัฐสภา 30 ก.ย.

    • A treated image showing images of Shambala Devi as an insurgent and later in life. As a young woman she is holding an assault rifle across her chest, her dark hair is tied back, and there are trees and a hammock in the background. As an older woman she is wearing a patterned sari and is holding a sickle and a plant.

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    การเจริญพันธุ์ด้วยกระบวนการปกติ คือ การที่อสุจิของผู้ชายเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ของผู้หญิง โดยอสุจิและไข่จะรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างตัวอ่อน และหลังจากนั้น 9 เดือน เด็กทารกก็จะคลอดออกมา

    ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังเปลี่ยนกฎเกณฑ์นี้ โดยการทดลองครั้งหลังสุดเริ่มจากผิวหนังของมนุษย์

    เทคนิคของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสุขภาพและวิทยาศาสตร์ออริกอน (Oregon Health and Science University) คือ การใช้นิวเคลียสจากเซลล์ผิวหนัง ซึ่งนิวเคลียสเป็นที่เก็บสำเนารหัสพันธุกรรมทั้งหมดที่จำเป็นต่อการสร้างร่างกาย

    จากนั้นจึงใส่นิวเคลียสที่ได้จากเซลล์ผิวหนังเข้าไปในไข่ของผู้บริจาคซึ่งถูกถอดข้อมูลทางพันธุกรรมออกแล้ว

    เทคนิคนี้เหมือนกันกับเทคนิคที่ใช้ในการสร้าง “แกะดอลลี่” (Dolly the Sheep) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโคลนนิ่งตัวแรกของโลกที่เกิดในปี 1996

    A largely black and white image showing a round object - it is dark in the middle with a thick band of white at the circumference. There is a bright white dot in the circle at the six o clock position.

    ที่มาของภาพ, OHSU

    คำบรรยายภาพ, วงกลมขนาดใหญ่นี้คือไข่ที่ถูกมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ จุดสีขาวบริเวณด้านล่างคือสารพันธุกรรมที่ถูกย้ายจากเซลล์ผิวหนังมาใส่ไว้

    อย่างไรก็ตาม ไข่ดังกล่าวจะยังไม่สามารถผสมกับอสุจิได้ทันที เพราะมันมีโครโมโซมครบชุดอยู่แล้ว

    โดยปกติแล้วมนุษย์จะสืบทอดดีเอ็นเอจากพ่อและแม่มาคนละ 23 แท่ง จนรวมกันเป็น 46 แท่ง ซึ่งในไข่ใบนี้มีครบอยู่แล้ว

    ดังนั้นขั้นตอนต่อไปคือการทำให้ไข่สละทิ้งโครโมโซมครึ่งหนึ่งของตัวเองออกไป ในขั้นตอนที่นักวิจัยเรียกว่า “ไมโทไมโอซิส” (คำที่ผสมระหว่าง ‘ไมโทซิส’ และ ‘ไมโอซิส’ ซึ่งเป็นสองวิธีในการแบ่งเซลล์)

    Graphic explaining the different stages of fertilisation using skin cells. It shows the nucleus from skin cell being placed inside a donor egg that has had its genetic information removed. Then, underneath, it shows a purple nucleus having half of its 23 pairs of chromosomes removed to mimic a normal egg. Under that, a man's sperm is shown fertilising the egg and adding its chromosomes so that half come from each parent.

    คำบรรยายภาพ, แผนภาพอธิบายว่าเทคนิคใหม่นี้ทำงานอย่างไร

    รายงานการศึกษาฉบับนี้ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications) แสดงให้เห็นการสร้างไข่ที่มีศักยภาพในการผลิตตัวอ่อน 82 ใบ ซึ่งทั้งหมดถูกผสมด้วยอสุจิแล้ว และไข่บางใบก็พัฒนาไปถึงระยะแรกของการพัฒนาตัวอ่อน ทว่ายังไม่มีไข่ใบใดที่พัฒนามาเกินกว่าระยะเวลา 6 วัน

    “เราทำบางอย่างที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้สำเร็จแล้ว” ศ.ชูครัต มิตาลิปอฟ ผู้อำนวยการศูนย์เซลล์ตัวอ่อนและยีนบำบัด แห่งมหาวิทยาลัยสุขภาพและวิทยาศาสตร์ออริกอน ระบุ

    แต่เทคนิคนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก เพราะไข่ยังเลือกทิ้งโครโมโซมแบบสุ่ม ซึ่งจำเป็นจะต้องเหลือโครโมโซมทั้ง 23 ชนิดไว้อย่างละหนึ่งเพื่อป้องกันโรค แต่สุดท้ายแล้วกลายเป็นว่ามักจะมีโครโมโซมบางชนิดซ้ำกันสองชุด ขณะที่บางชนิดก็สละทิ้งไปจนไม่เหลือเลย

    นอกจากนี้อัตราการประสบความสำเร็จยังมีน้อยอยู่ที่ราว 9% และโครโมโซมต่าง ๆ ก็พลาดกระบวนการสำคัญที่เรียกว่าการไขว้เปลี่ยน (crossing over) ซึ่งคือการจัดเรียงดีเอ็นเอใหม่

    ศ.มิตาลิปอฟ ผู้บุกเบิกในสาขานี้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก บอกกับบีบีซีว่า “เราต้องทำมันให้สมบูรณ์แบบ”

    “ท้ายที่สุดแล้วผมคิดว่ามันจะเป็นอนาคต เพราะผู้ที่ไม่สามารถมีบุตรได้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ”

    Man in olive-green scrubs in a laboratory with taps and scientific equipment in the background, smiling at the camera.

    ที่มาของภาพ, OHSU/Christine Torres Hicks

    คำบรรยายภาพ, ศ.ชูครัต มิตาลิปอฟ

    เทคโนโลยีนี้เป็นส่วนหนึ่งของสาขาวิชาที่เรียกว่า “อิน วิโทร แกเมโทเจเนซิส” (in vitro gametogenesis – IVG) ที่กำลังเติบโตขึ้น ซึ่งสาขาวิชานี้มีเป้าประสงค์ในการสร้างอสุจิและไข่นอกร่างกาย

    วิธีการเช่นนี้ยังอยู่ในระดับของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์มากกว่าจะเป็นการใช้ทางคลินิก แต่วิสัยทัศน์ของการพัฒนาเทคโนโลยีคือความต้องการจะช่วยคู่รักซึ่งไม่สามารถจะทำเด็กหลอดแก้ว (in vitro fertilisation – IVF) ได้ เพราะพวกเขาไม่มีอสุจิหรือไข่ให้ใช้

    วิธีนี้ยังสามารถช่วยผู้หญิงสูงอายุที่ไม่มีไข่เหลืออยู่แล้ว รวมทั้งผู้ชายที่ไม่สามารถผลิตอสุจิได้เพียงพอ หรือคนที่ผ่านการรักษาโรคมะเร็งมาซึ่งทำให้พวกเขาอยู่ในภาวะมีบุตรยาก

    วิธีการนี้ยังเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของการเป็นพ่อแม่ด้วย เพราะมันไม่จำเป็นจะต้องใช้เซลล์ผิวหนังของผู้หญิง มันจึงเป็นการเปิดช่องให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถมีลูกที่มีพันธุกรรมเชื่อมโยงกับทั้งคู่ได้ โดยอาจใช้เซลล์ผิวหนังของผู้ชายคนหนึ่งในการสร้างไข่ และใช้อสุจิของคู่รักในการผสมกับไข่นั้น

    “นอกเหนือจากการให้ความหวังกับคนหลายล้านคนที่มีบุตรยากจากการขาดแคลนไข่หรืออสุจิแล้ว วิธีการนี้ยังสร้างความเป็นไปได้ให้กับคู่รักเพศเดียวกันในการมีบุตรที่มีพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งคู่” ศ.พอลลา อมาโต จากมหาวิทยาลัยสุขภาพและวิทยาศาสตร์ออริกอนระบุ

    สร้างความเชื่อมั่นจากสาธารณชน

    โรเจอร์ สเตอร์มีย์ ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จากมหาวิทยาลัยฮัลล์ ระบุว่าวิทยาการนี้เป็นสิ่ง “สำคัญ” และ “น่าประทับใจยิ่ง”

    เขากล่าวเสริมด้วยว่า “ในขณะเดียวกัน การศึกษาวิจัยเช่นนี้ได้ตอกย้ำความสำคัญของการเปิดให้สาธารณชนได้อภิปรายเกี่ยวกับความก้าวหน้าครั้งใหม่ในการศึกษาวิจัยด้านการเจริญพันธุ์”

    “ความก้าวหน้าเช่นนี้ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างผู้รับผิดชอบขึ้นมาและสร้างความเชื่อมั่นจากสาธารณชน”

    ขณะที่ ศ.ริชาร์ด แอนเดอร์สัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทางการแพทย์ด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์ แห่งมหาวิทยาลัยเอดินบะระ มองว่าความสามารถในการสร้างไข่ขึ้นมาใหม่ครั้งนี้ “จะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ”

    เขาระบุว่า “จะมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญตามมา แต่การศึกษานี้คือการก้าวสู่การช่วยเหลือผู้หญิงหลาย ๆ คนให้สามารถมีบุตรที่สืบทอดพันธุกรรมของตนเองได้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c3e72vv9yn3o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21J7cfzhXWxtuL84BFgEaq

  • เปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่ 3 ต.ค. นี้ สุชัชวีร์นำแถลงวิสัยทัศน์ คาดชูจุดแข็งนโยบาย

    เปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่ 3 ต.ค. นี้ สุชัชวีร์นำแถลงวิสัยทัศน์ คาดชูจุดแข็งนโยบาย

    วันนี้ (1 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยก้าวใหม่ ได้เชิญสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเปิดตัวพรรค และแถลงการณ์วิสัยทัศน์ของพรรคไทยก้าวใหม่อย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 นี้ เวลา 10.00-12.00 น. ที่อาคาร ทรูดิจิทัลปาร์ค

    พรรคไทยก้าวใหม่ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช 

    พร้อมกันนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า จะชูนโยบายด้านการศึกษาเป็นจุดแข็งหลักของพรรคไทยก้าวใหม่ ทั้งยังมีคำอธิบายอุดมการณโดยย่อของพรรคระบุว่า ก้าวสู่การเมืองยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้ ความสามารถ ความเป็นมืออาชีพ และพลังของคนไทยทุกคน เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นธรรมสำหรับคนไทย 

    สำหรับ ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงวิชาการวิศวกรรมโยธา มีความเชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมใต้ดิน อุโมงค์ และธรณีเทคนิค เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบัง (สจล.) ระหว่างปี 2553-2564 

    บทบาททางการเมือง เคยได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2565 ก่อนได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และต่อมาได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565

    ขณะที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หลายสมัย ตั้งแต่ปี 2544 เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อปี 2551 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี 2562 และได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    สลัก แก้วเชื้อ

    ช่างภาพประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-kao-mai-party-education-focus/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26s_PVCjxU38ImZFZLOVwv

  • “นฤมล”ปรับเกณฑ์สอบครูใหม่-ยกเครื่องประเมินนักเรียน

    “นฤมล”ปรับเกณฑ์สอบครูใหม่-ยกเครื่องประเมินนักเรียน

    “นฤมล”ปรับเกณฑ์สอบครูใหม่-ยกเครื่องประเมินนักเรียน

    เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 10/2568 โดยมีรัฐมนตรีช่วย นายองอาจ วงษ์ประยูร คณะกรรมการ และนางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เข้าร่วม

    ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการทดสอบสมรรถนะวิชาชีพครู ประจำปี 2568 มีผู้ผ่าน 14,925 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 54 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลว่าการสอบรายสาขาวิชา เช่น วิศวกรรมหรือสายช่าง ไม่สะท้อนทักษะที่แท้จริง และอาจทำให้ผู้ผ่านน้อยกว่าที่ควร

    ดังนั้น คุรุสภาจึงเห็นชอบปรับเกณฑ์ใหม่ โดยมุ่งวัดสมรรถนะด้านวิชาชีพครูเป็นหลัก ลดหรือยกเลิกการสอบรายสาขา พร้อมเลื่อนการสอบรอบเดือนมกราคม 2569 ออกไปก่อน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติข้อบังคับคุรุสภา กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ “ครูการศึกษาพิเศษ” เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับคุณภาพครูที่สอนเด็กกลุ่มพิเศษโดยเฉพาะ
    พร้อมกันนี้ คุรุสภายังรับรองคุณวุฒิการศึกษาจาก 46 แห่ง รวม 131 หลักสูตร ครอบคลุมตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท ไปจนถึงปริญญาเอกด้านการศึกษา รวมทั้งอนุมัติแผนปรับหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษาของ 3 สถาบัน

                       “นฤมล”ปรับเกณฑ์สอบครูใหม่-ยกเครื่องประเมินนักเรียน

    รมว.ศึกษาธิการ ยังได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับระบบการวัดและประเมินผลนักเรียนใหม่ โดยให้เน้น “ศักยภาพรายบุคคล” ไม่ใช่การประกาศผลแบบจัดลำดับเชิงแข่งขัน พร้อมเสนอให้เด็กได้เปรียบเทียบพัฒนาการของตนเองกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และกับผลการเรียนในอดีต เพื่อวัดการพัฒนาอย่างแท้จริง

    “เด็กเก่งไม่ควรจำกัดอยู่ที่คณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ควรได้รับการสนับสนุนตามความถนัดเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ กีฬา ภาษา หรือดนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/640343&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0t9En64opTFyX6TVd7bbHc

  • ม็อบ Gen Z โมร็อกโกประท้วงต่อวันที่ 4 เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา-สาธารณสุข : อินโฟเควสท์

    ม็อบ Gen Z โมร็อกโกประท้วงต่อวันที่ 4 เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา-สาธารณสุข : อินโฟเควสท์

    เยาวชนในโมร็อกโกออกมาชุมนุมทั่วประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เพื่อเรียกร้องการศึกษาและระบบสาธารณสุขที่ดีขึ้น ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นเหตุปะทะรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (30 ก.ย.)

    ที่กรุงราบัต เมืองหลวงของโมร็อกโก ตำรวจได้เข้าจับกุมเยาวชนหลายสิบคน ขณะพยายามตะโกนข้อความประท้วงต่าง ๆ เช่น “ประชาชนต้องการยุติการทุจริต” ขณะที่ในเมืองทางใต้และทางตะวันออกของประเทศ มีรายงานว่า ผู้ชุมนุมหลายร้อยคนพยายามขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงที่พยายามสลายการชุมนุม และบางพื้นที่มีรายงานการพลิกคว่ำและเผาทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเผาธนาคาร

    ทั้งนี้ ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนที่นัดชุมนุมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ติ๊กต๊อก (TikTok), อินสตราแกรม (Instagram) และดิสคอร์ด (Discord) ภายใต้ชื่อกลุ่ม “GenZ 212”

    สมาคมสิทธิมนุษยชนโมร็อกโก (AMDH) ระบุว่า เยาวชน 37 คนได้รับการประกันตัวรอการสอบสวน พร้อมวิจารณ์ว่าการจับกุมดังกล่าวนั้นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

    ด้านรัฐบาลโมร็อกโกออกแถลงการณ์ว่า พร้อมเจรจากับเยาวชนภายใต้กรอบของสถาบันและพื้นที่สาธารณะ เพื่อหาทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม พร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/533776&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zjDVtnr4CgJ3DUSwo1PMT

  • เสมา 1 “นฤมล” หารือบอร์ดคุรุสภา เร่งรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรทางการศึกษา – กระทรวงศึกษาธิการ

    เสมา 1 “นฤมล” หารือบอร์ดคุรุสภา เร่งรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรทางการศึกษา – กระทรวงศึกษาธิการ

    กระทรวงศึกษาธิการ – 1 ตุลาคม 2568 / ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 10/2568 พร้อมด้วยนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการ คส. ตลอดจนผู้บริหาร ศธ. ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

    รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ มีการพิจารณาและมีมติที่สำคัญ 11 เรื่อง ดังนี้

    1. การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว ดังนี้

    1.1 ให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 46 แห่ง รวมจำนวน 131 หลักสูตร
    – ปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 122 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น จังหวัดอุบลราชธานี 2) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 3) มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จังหวัดพัทลุง 4) มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา 5) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 6) มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา จังหวัดนครนายก 7) มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี 8) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 9) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 10) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครพนม จังหวัดนครพนม

    11) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 12) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 13) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 14) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 15) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 16) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก 17) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี จังหวัดนครปฐม 18) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา 19) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์แพร่ จังหวัดแพร่ 20) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เลย จังหวัดเลย

    21) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 22) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์หนองคาย จังหวัดหนองคาย 23) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 24) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 25) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม 26) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 27) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 28) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก 29) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 30) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

    31) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา 32) มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี 33) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรุงเทพมหานคร 34) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 35) มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม 36) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 37) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และ 38) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

    – ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 6 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร 2) มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี 3) มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 4) มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพมหานคร 5) วิทยาลัยเชียงราย จังหวัดเชียงราย และ 6) วิทยาลัยสันตพล จังหวัดอุดรธานี

    – ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 2 หลักสูตร ประกอบด้วย
    1) มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร และ 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

    – ปริญญาเอกทางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

    1.2 ให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ที่คุรุสภาให้การรับรองแล้วโดยเปลี่ยนแปลงแผนการรับนักศึกษา ปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน 3 แห่ง รวมจำนวน 6 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี และ 3) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ksp.or.th หัวข้อ ตรวจสอบรายชื่อสถาบันผลิตครูที่คุรุสภารับรอง

    2. เห็นชอบผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 9/2568

    ของผู้ผ่านเกณฑ์การประเมินฯ จำนวน 196 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ประกอบด้วย 1) หลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน 100 คน 2) หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 89 คน และ 3) หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 7 คน และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    3. เห็นชอบผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพครู กลุ่มวิชา ระบบกระดาษ ประจำปี พ.ศ. 2568 จำนวน 14,925 คน

    และ เห็นชอบ(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพครู กลุ่มวิชา ระบบกระดาษ ประจำปี พ.ศ. 2568

    4. เห็นชอบ (ร่าง) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. …

    เนื่องจากการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพของวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ จะนำไปสู่การผลิตครูการศึกษาพิเศษที่มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีสมรรถนะสูง มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอน และมีคุณลักษณะเฉพาะที่สอดคล้องกับบริบทความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครูการศึกษาพิเศษ และสอดคล้องกับข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    5. เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง กำหนดแบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. … โดยมีสาระสำคัญ ด้านหน้าของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

    ประกอบด้วย ใบอนุญาตเลขที่ สมาชิกประเภทสามัญเลขที่ ชื่อ ชื่อสกุลผู้ได้รับใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต กลุ่มวิชาที่ระบุในใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้นและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง ออกให้ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่ ชื่อ ชื่อสกุล และตำแหน่งประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ชื่อ ชื่อสกุล และตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา (นายทะเบียน) พร้อมทั้งมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และลายมือชื่อของเลขาธิการคุรุสภา และ QR Code เพื่อการตรวจสอบใบอนุญาต ด้านหลังของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ประกอบด้วย ชื่อ ชื่อสกุล และลายมือชื่อผู้อำนวยการสำนักทะเบียน และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และ QR Code เพื่อการตรวจสอบใบอนุญาต  และมอบหมายสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    6. เห็นชอบการขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 6 รอบ 2 เมษายน 2570

    และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาพิจารณารายชื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 6 รอบ 2 เมษายน 2570 เสนอคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

    7. เห็นชอบให้แต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายองอาจ วงษ์ประยูร) เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569

    นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    8. เห็นชอบให้ผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว หรือบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

    ตามมาตรา 43 วรรคสอง (5) และ (8) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู เพื่อให้มีมาตรฐานความรู้วิชาชีพเพื่อใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู โดยให้มีผลย้อนหลังสำหรับผู้ที่เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรดังกล่าวไปแล้ว และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการออกระเบียบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเรื่อง หลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู สำหรับผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. …. ต่อไป

    9. รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการรับรองความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพ ครั้งที่ 5/2568 ดังนี้

    9.1 รับรองคุณวุฒิ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กรณีสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศตามหลักเกณฑ์การรับรองคุณวุฒิการศึกษาฯ จำนวน 14 ราย
    9.2 รับรองคุณวุฒิการศึกษาเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 1 ราย
    9.3 รับรองคุณวุฒิการศึกษาเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ราย
    9.4 รับรองผลการอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู สำหรับผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ครั้งที่ 4/2568 จำนวน 131 ราย
    9.5 ยังไม่พิจารณาผลการอบรมหลักสูตรมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู สำหรับผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว จำนวน 14 ราย เนื่องจากได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหลังจากการอบรม ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรมตามระเบียบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง หลักสูตรอบรมมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู สำหรับผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2566

    10. รับทราบผลการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลของคุรุสภา ประจำปี 2568 จำนวน 5 รางวัล ดังนี้

    10.1 รางวัลครูภาษาไทยดีเด่นเพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ ประจำปี 2568 จำนวน 8 คน
    10.2 รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่นเพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ กว ประจำปี 2568 จำนวน 3 คน
    10.3 รางวัลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรับรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2568 “ระดับดีเด่น” จำนวน 9 คน และ “ระดับดี” จำนวน 18 คน รวมจำนวน 27 คน
    10.4 รางวัลครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2568 “ระดับดีเด่น” จำนวน 10 คน และ “ระดับดี” จำนวน 16 คน รวมจำนวน 26 คน
    10.5 รางวัลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2568   จำนวน 882 คน

    11. รับทราบการเข้าร่วมประชุมสภาครูอาเซียน+1 ครั้งที่ 39 (The 39th ASEAN Council of Teachers Convention)

    ในหัวข้อ “Educators: Humanizing Education Amidst Rapidly Changing Landscapes” ระหว่างวันที่ 19 – 22 กันยายน 2568 ณ วอเทอร์ฟรอนท์ เซบูซิตี้ โฮเทล (Waterfront Cebu City Hotel) เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ในฐานะหัวหน้าคณะ นำคณะผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย คณะผู้แทนคุรุสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 23 คน และคณะผู้แทนจากเครือข่ายองค์กร ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จาก ONE TEACHER Thailand Association และองค์กรสมาชิกสภาครูอาเซียนในประเทศไทย ร่วมส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมฯ จำนวน 85 คน รวมจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมฯ จากประเทศไทย ทั้งสิ้น 108 คน

    ประชาสัมพันธ์คุรุสภา / ข้อมูล-ภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/moe-ksp-011068/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w9Qecb4w3hlfuwRZ1z0RZ

  • “ชลน่าน” อัด “อนุทิน” ขาดภาวะผู้นำ กดเหยียดด้อยค่า อย่าตีกิน 30 บาทรักษาทุกที่

    “ชลน่าน” อัด “อนุทิน” ขาดภาวะผู้นำ กดเหยียดด้อยค่า อย่าตีกิน 30 บาทรักษาทุกที่

    “หมอชลน่าน” อัด “นายกฯ อนุทิน” กดเหยียดด้อยค่าคนทำงาน ขาดภาวะผู้นำ ลั่น อย่าตีกิน 30 บาทรักษาทุกที่ ผลงานรัฐบาลเพื่อไทย

    วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในฐานะพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายภาพรวมของนโยบาย ความสามารถในการบริหาร เน้นแนวทางการอภิปรายเดินเรื่องบนฐานของนโยบายรัฐภายใต้ข้อจำกัด 4 เดือนยุบสภา จากการศึกษาพบว่าหลายนโยบายทำไม่ได้ หากทำได้ก็ไม่ดี เพราะไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม หลายนโยบายคำนึงถึงผลประโยชน์ของกลุ่ม ของพรรค เพื่อสร้างคะแนนนิยมเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง อีกทั้งมีการยกเลิกนโยบายที่เป็นประโยชน์ของประชาชน ถือเป็นการทำลายโอกาสของประชาชน

    นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อไปว่า การชี้แจงของนายอนุทิน ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภา ไม่พูดถึงการทำงาน แต่อาศัยเวลาของรัฐสภากลับมาเคลมผลงานตีกิน เป็นการนำเสนอในลักษณะสวนกลับ กดเหยียดด้อยค่า ทำให้เกิดความเสียหาย การแสดงออกเยี่ยงนี้ถือว่าขาดภาวะผู้นำ โดยเฉพาะระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องตรวจสอบ ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การชี้แจงของตนเป็นไปตามข้อเท็จจริง มีหลักเชิงประจักษ์ชัดเจนว่า 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย นำสู่นโยบาย “30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ไม่ได้มีเจตนาที่จะเคลมหรือแอบอ้างว่าใครเป็นคนทำนโยบายนี้ก่อนใคร

    “นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวของรัฐบาลเพื่อไทย ขับเคลื่อนแตกต่างกัน แต่การตอบชี้แจงของนายอนุทิน กลับขอเคลมผลงานตีกิน เปรียบเทียบในสมัยที่นายอนุทิน เป็น รมว.สาธารณสุข อีกทั้งนายอนุทินใช้ถ้อยคำในลักษณะสวนกลับ กดเหยียดด้อยค่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหาร การแสดงออกเยี่ยงนี้ถือว่าขาดภาวะผู้นำอย่างยิ่ง”

    ในช่วงท้าย นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า ตนไม่เคยคิดจะเคลม จะแข่งผลงานกับใคร และไม่คิดจะนำผลงานไปกดเหยียด เปรียบกับคนอื่นให้รู้สึกด้อยค่า เพราะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน การทำเพื่อให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น เป็นหน้าที่ของนักการเมืองทุกคน และเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่นมาตลอด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2886328&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zSRxtwrPbted7G0kSl2VG

  • ‘นฤมล’ สั่งคุรุสภาทบทวนการทดสอบวิชาเอก เปิดทางขอตั๋วครูได้สะดวกขึ้น | เดลินิวส์

    ‘นฤมล’ สั่งคุรุสภาทบทวนการทดสอบวิชาเอก เปิดทางขอตั๋วครูได้สะดวกขึ้น | เดลินิวส์

    ‘นฤมล’ สั่งคุรุสภาทบทวนการทดสอบวิชาเอก เปิดทางขอตั๋วครูได้สะดวกขึ้น

    รมว.ศึกษาธิการ สั่งคุรุสภาทบทวนยกเลิกทดสอบวิชาเอก เปิดทางครูขอตั๋วสะดวกขึ้น ย้ำไม่ได้ละเลยหลักการทางวิชาการและหลักการของวิชาชีพครู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5162999/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09NYcKKF4IdvaGOeXK3NgQ

  • บล.ทิสโก้ปรับเป้าหุ้นไทยปี 68 เป็น 1,334 จุด รับอานิงส์รัฐบาลใหม่  | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    บล.ทิสโก้ปรับเป้าหุ้นไทยปี 68 เป็น 1,334 จุด รับอานิงส์รัฐบาลใหม่  | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    บล.ทิสโก้ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2568 เป็น 1,334 จุด รับรัฐบาลใหม่ฟอร์มดี ประกอบกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องหนุนตลาดหุ้นไทยตอบสนองทางบวก และกำไรบริษัทจดทะเบียนมีสัญญาณเพิ่มขึ้น  

    นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายในประเทศสร้างความหวังเชิงบวกแก่ตลาด ทั้งการมีรัฐบาลใหม่และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ที่จะเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แม้รัฐบาลใหม่อาจมีระยะเวลาทำงานสั้นเพียง 4 เดือน แต่การมีรัฐมนตรีคนนอกเข้ามารับตำแหน่งในหลายกระทรวงสำคัญซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว หากการทำงานของรัฐบาลใหม่เห็นผลในเชิงประจักษ์และผสานกันได้เป็นอย่างดีกับ ธปท. คาดจะช่วยสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดได้ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้  

      เราคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งในไตรมาส 4/2025 (ให้น้ำหนักลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม มากกว่าเดือนตุลาคม) เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัวลงแรง และจากภาคต่างประเทศ ขณะที่แนวโน้มสินเชื่อใหม่ยังมีทิศทางที่หดตัวต่อเนื่อง คุณภาพสินเชื่อยังปรับด้อยลง และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง  ส่วนแนวโน้มปีหน้า คาด กนง.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มอีก 2 ครั้งภายในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2568 และปี 2569 จะอยู่ที่ 1.25% และ 0.75% ตามลำดับ  

      จากการศึกษาวัฎจักรการลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง.นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมาพบว่า ตลาดหุ้นไทยมักตอบสนองทางบวก (4 ใน 5 วัฎจักรดอกเบี้ยขาลงล่าสุด) โดย SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +25% มีเพียงวัฎจักรการลดดอกเบี้ยครั้งครั้งล่าสุดที่ให้ผลตอบแทนติดลบ เพราะคาบเกี่ยวกับการช่วงเกิดวิกฤติ COVID-19 ระบาดในช่วงต้นปี 2563 ดังนั้นวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงรอบนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วและคาดว่าจะแตะจุดต่ำสุดในช่วงกลางปีหน้าน่าจะช่วยให้ตลาดหุ้นไทยค่อย ๆ ยกกรอบแกว่งขึ้นสู่ระดับ 1,300-1,400 จุดจากปัจจุบันที่แกว่งอยู่ในกรอบ 1,200-1,300 จุด   

      นอกจากนี้ เราเห็นสัญญาณการปรับประมาณการกำไรตลาด (SET EPS) พร้อมกับมูลค่าที่เหมาะสมของ SET Index ขึ้นเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่ต้นปีนี้ หากแนวโน้ม SET EPS และ SET Target ยังปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยได้อย่างมั่นคงขึ้น บล.ทิสโก้ปรับเป้าหมาย SET Index ของสำหรับปีนี้ และปีหน้ามาอยู่ที่ 1,334 จุด และ 1,388 จุดตามลำดับจากเดิมประเมินไว้ที่ 1,208 และ 1,279 จุด และเชื่อมั่นว่า SET Index จะสามารถขึ้นบรรลุเป้าหมายที่เราประเมินไว้ภายในครึ่งแรกของปีหน้า 

      โดยสรุป บล.ทิสโก้มองการปรับตัวขึ้นของ SET Index ต่อจากนี้จำเป็นต้องอาศัยการทำงานของรัฐบาลใหม่ให้เห็นความคืบหน้าเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดมากขึ้น ด้านแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลงยังเอื้อให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นต่อได้ไม่ยาก  หุ้นที่น่าสนใจระยะสั้น เลือกหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3/2568 จะออกมาดีเป็นพื้นฐานสำคัญ  (อย่างน้อยต้องเติบโต YoY) โดยผสานทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ เลือก CPAXT และหุ้นกลุ่มปันผลสูง KTB, SCB, COM7, PRM, WHA คาดว่าจะมีแนวโน้มเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด (Outperform) ส่งผลให้หุ้นเด่นที่ บล.ทิสโก้แนะนำในเดือนตุลาคม คือ COM7, CPAXT, KTB, PRM, SCB และ WHA  ด้านแนวรับเดือนนี้อยู่ที่ 1,260 – 1,270 จุด แนวรับต่อมาคือ 1,200 – 1220 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,315 และ 1,360 จุด ตามลำดับ 

      ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนตุลาคมนี้ GOLD19 และ JD80 สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแอลง ความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์ และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งโอกาสสหรัฐฯ จะเกิด Government Shutdown ล้วนเป็นผลดีต่อแนวโน้มราคาทองคำ ขณะที่ราคาหุ้น JD ยัง Laggard สะท้อนกำไรปีนี้ที่อ่อนแอแล้ว มองแนวโน้มปีหน้าจะกลับมาเติบโต 58% และ PER จะลดลงเหลือเพียง 9 เท่าจากปัจจุบันที่ 13 เท่า 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tisco.co.th/th/news/20251001-tsec-analysis-monthly&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Lbbc4MxbobE9xDt9oiDxe

  • ถอดบทเรียนต่างประเทศ ควบรวมมือถือต่างประเทศ แพงขึ้น-กระทบผู้ใช้ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ถอดบทเรียนต่างประเทศ ควบรวมมือถือต่างประเทศ แพงขึ้น-กระทบผู้ใช้ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ถอดบทเรียนต่างประเทศ ควบรวมมือถือต่างประเทศ แพงขึ้น-กระทบผู้ใช้

    ถอดบทเรียน ควบรวมมือต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น แต่หน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศเร่งออกมาตรการกำกับดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ

    ภายหลังจากการที่ศาลปกครอง ได้มีคำยกฟ้องกรณีที่สภาผู้บริโภคได้ยื่นคัดค้านการลงมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) ที่มีการ “รับทราบ” การรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู และ ดีแทค มีผลทำให้เกิดการควบรวมของสองบริษัทอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ สภาผู้บริโภคจึงขอรวบรวมกรณีศึกษาการ ควบรวมมือถือต่างประเทศ และหน่วยงานวิจัยในประเทศไทย ได้สะท้อนไปในทิศทางเดียวกันว่าการควบรวมมีผลกระทบต่อประชาชนในหลายระดับ

    ผลวิจัยต่างประเทศสะท้อนการควบรวมทำให้ราคาสูงขึ้น 

    ถอดบทเรียนกรณีศึกษาจากต่างประเทศ ได้ศึกษาผลกระทบจากการควบรวมทำให้ราคาสูงขึ้น ทั้ง “ประเทศแคนาดา” ได้เปิดให้ควบรวมโทรคมนาคมควบรวมได้ แต่ต้อง “แบ่ง” ตลาดใหม่ มาจากกรณีของบริษัทชอว์-โรเจอร์ (Shaw – Rogers) ในประเทศแคนาดา ที่มูลค่าการควบรวมสูงถึง 6.9 แสนล้านบาท ถือเป็นคดีตัวอย่างที่สะท้อนว่าแม้รัฐบาลและหน่วยงานกำกับจะเปิดทางให้ควบรวมเกิดขึ้น แต่ต้องวางเงื่อนไขที่แข็งแกร่งเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ

    สำหรับแนวทางของสำนักงานการแข่งขันแคนาดา ที่ออกมาคัดค้านพร้อมเหตุผลว่าการควบรวมทำให้ราคามือถือสูงขึ้น คุณภาพบริการแย่ลง และผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง จึงดำเนินการให้บริษัทชอว์ ถูกบังคับให้ขายแบรนด์ลูก ฟรีดอมโมบาย (Freedom Mobile) ที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 6% ให้กับ บริษัท ควิเบคเคอร์ (Québecor) ผู้ให้บริการท้องถิ่นรัฐควิเบก ในราคา 2.85 พันล้านดอลลาร์แคนาดา พร้อมเงื่อนไขให้ บริษัทโรเจอร์ส (Rogers) ต้องทำสัญญาแบ่งปันคลื่นกับ บริษัท เทลัส (Telus) ทำให้ผู้เล่นรายใหม่ในระดับท้องถิ่นสามารถเติบโต และสร้างมีผลต่อบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่

    อีกกรณีศึกษาจาก สหราชอาณาจักร และอียู ได้คัดค้านการควบรวมระหว่าง ฮัทจิสัน (Hutchison) 3G UK (Three) และ O2 ของ เทเลโฟนิก้า Telefónica มูลค่าประมาณ 4.9 แสนล้านบาท โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (EU Commission) ได้ใช้อำนาจลงคะแนนห้ามการควบรวม เนื่องจากตลาดมือถืออังกฤษจะลดจาก 4 เหลือ 3 ราย ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน แต่ศาลยุโรปชั้นต้นได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ต่อมาอัยการสูงสุดของอียู ได้ให้ศาลอุทธรณ์กลับมาทบทวนใหม่ เนื่องจากประเมินว่าคำพิพากษาเดิมเอื้อทำให้เกิดการผูกขาดเกินไป

    นอกจากนี้ยังมีจาก สหราชอาณาจักร ที่มีหน่วยงานกำกับอย่าง ซีเอ็มเอ (CMA) และ อ๊อฟคอม (Ofcom) ได้อนุญาตให้มีการควบรวมระหว่าง โวดาโฟน (Vodafone) และ ทรียูเค (Three UK) แต่ไม่ใช่แบบไร้เงื่อนไข รัฐบาลและหน่วยงานกำกับบังคับให้บริษัทต้องลงทุนเครือข่ายมากกว่า 11,000 ล้านปอนด์ในช่วง 8 ปี โดยกำหนดให้รายงานความคืบหน้าเป็นประจำ และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น ตรึงราคาแพ็กเกจพื้นฐานและสัญญาค้าส่งให้ผู้ให้บริการโครงข่ายเสมือน หรือ เอ็มวีเอ็นโอ (MVNO) พร้อมกำหนดเงื่อนไขการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น

    ขณะเดียวกันมีกรณีศึกษาจากประเทศสหรัฐ โดย ที-โมบาย (T-Mobile) ที่มีการควบรวมกิจการกับ สปรินท์ คอปอเรชั่น (Sprint Corporation) พร้อมตั้งบริษัทใหม่ใช้ชื่อว่า ที-โมบาย (T-Mobile) ที่เปิดให้บริการเครือข่าย 5จี กลายเป็นผู้ให้บริการไร้สายรายใหญ่อันดับสามของสหรัฐ ซึ่งจากการควบรวมทำให้ลูกค้าผู้ใช้บริการโทรคมนาคมจากค่ายต่างๆ ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น รวมถึงสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคถึง 9 พันล้านดอลลาร์

    ถอดบทวิจัยประเทศไทย 

    สำหรับประเทศไทยมีผลวิจัยจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) รายงานกรณีที่มีผู้ให้บริการในประเทศไทยลดลงเหลือ 2 ราย โดยใช้แบบจำลองของทีดีอาร์ไอคาดการณ์ว่าราคาอาจสูงขึ้น 33% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของนักวิชาการอื่นๆ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ได้แข่งขันเรื่องด้านราคาอีกต่อไป และไม่เน้นนำเสนอโปรโมชันที่ดีให้แก่ลูกค้า

    รวมถึงเมื่อมีการควบรวมสำเร็จ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยของไทยจะเหลือทางเลือกที่น้อยลง จึงมีความเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในธุรกิจโรงหนัง ค้าปลีกขนาดใหญ่ โรงพยาบาลและอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อกลุ่มคนรายได้น้อยเท่านั้นที่เดือดร้อน แต่ยังกระทบมาถึงคนชั้นกลางจำนวนเช่นกัน

    กระทบต่อจีดีพีประเทศ

    นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ได้เคยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการควบรวมในช่วงเดือน มิ.ย.2565 ระหว่าง ทรู และ ดีแทค พร้อมมีข้อเสนอจาก คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจ ได้รายงานผลกระทบความรุนแรงภายหลังการควบรวมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่มีผลต่อตลาด

    ทั้งนี้ผลการศึกษาต่อสภาพเศรษฐกิจในแง่ของอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังการควบรวม ซึ่งเมื่อมีการร่วมมือระดับต่ำจะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ 0.17% – 0.34% ส่วนกรณีร่วมมือระดับสูงผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อสูงสุด 0.60% – 2.07%

    ทางด้านผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หากไม่มีการร่วมมือกัน จีดีพีหดตัวลดลงประมาณ 0.05% – 0.11% คิดเป็นมูลค่าลดลง 8,244 – 18,055 ล้านบาท ส่วนกรณีร่วมมือระดับต่ำ จีดีพีหดตัวลดลง 0.17% – 0.33% คิดเป็นมูลค่าลดลง 27,148 – 53,147 ล้านบาท แต่กรณีที่ร่วมมือระดับสูง จีดีพีหดตัวลดลงระดับ 0.58% – 1.99% คิดเป็นมูลค่าลดลง 94,427 – 322,892 ล้านบาท

    ยิ่งผูกขาดกระทบต่อราคาแพงที่ขึ้น

    อีกทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลจาก “สำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม 2 กสทช.” ได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ผลกระทบด้านราคาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการควบรวมธุรกิจ 2 แบบ โดยทำการวิเคราะห์เรื่องควบรวมช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า กรณีการร่วมมือระดับต่ำ ราคาเพิ่มขึ้น 12.57-39.81% ส่วนกรณีร่วมกันระดับสูง ราคาเพิ่มขึ้น 49.30-244.50%

    จากบทเรียนในต่างประเทศ โดยเฉพาะ “ประเทศแคนาดา” แสดงให้เห็นว่าการควบรวมไม่จำเป็นต้องเป็นห้ามไปทั้งหมด แต่สามารถ “อนุญาตแบบมีเงื่อนไขแข็งแรง” เช่น บังคับขายกิจการลูก และเปิดทางให้รายเล็กแข่งขันจริง รวมถึงในสหราชอาณาจักร/อียู สะท้อนว่าเมื่อการแข่งขันหายไปแล้ว การห้ามควบรวมเป็นทางเลือกสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่ตลาดเหลือผู้เล่นน้อยจนไม่อาจกดดันราคาได้

    อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย เมื่อมีการควบรวมของบริษัทโทรคมนาคม แต่หน่วยงานที่กำกับดูแลคือ กสทช. ได้ประกาศมาตรการดูแลภายหลังการควบรวม ทั้งกำหนดเงื่อนไขให้ค่าบริการลดลงเฉลี่ย 12% ภายใน 90 วัน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการดำเนินการดังกล่าว เพื่อมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภค และทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องเผชิญผลกระทบการจ่ายค่าบริการที่แพงขึ้น รวมถึงไม่ได้รับบริการที่แย่ลง จากการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมที่มีผู้ประกอบการ 2 ค่ายเท่านั้น

    ผลกระทบจากธุรกิจที่เกิดการผูกขาด

    หากประเมินธุรกิจในประเทศไทยภายหลังควบรวมได้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคหลายมิติ ทั้งโรงภาพยนตร์ ที่มีงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ พบว่าตลาดโรงหนังไทยถูกผูกขาดโดยผู้เล่นหลักเพียง 2 รายใหญ่ ทำให้ราคาตั๋วไทยสูงกว่าหลายประเทศในเอเชีย ส่วนธุรกิจค้าปลีก ที่มีการขยายตัวของธุรกิจห้างค้าปลีกสมัยใหม่ มีการได้ศึกษาภายใต้แผนงาน สกว. สะท้อนว่าทำให้ร้านค้าชุมชนและค้าปลีกดั้งเดิมจำนวนมากต้องปิดกิจการ ลดความหลากหลายของสินค้าในตลาดท้องถิ่น ทางด้านโรงพยาบาลเอกชน ที่มีงานวิจัยเชิงเศรษฐศาสตร์สุขภาพ พบว่าโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่รวมเครือข่ายสามารถกำหนดค่ารักษาได้สูงขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยมีทางเลือกน้อยลง สะท้อนรูปแบบการผูกขาดเช่นเดียวกับโทรคมนาคม

    ทั้งหมดแสดงถึงผลกระทบจากการผูกขาดที่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่ควรทำอย่างไรให้มีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์ รวมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแลต้องมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง


    ที่มาข้อมูล

    ถอดบทเรียน ‘แคนาดา’ค้านควบรวม บ.โทรคมนาคม 6.9 แสน ล. ก่อนย้อนมองกรณี’ทรู-ดีแทค’

    ถอดบทเรียนควบ “เทเลคอม” ต่างแดน ใต้ “เงื่อนไข” ผู้บริโภคได้ประโยชน์

    “อย่าไว้ใจงานวิชาการ!” – บทเรียนจากรายงานศึกษาผลกระทบควบรวมทรู-ดีแทคในมือ กสทช.

    ร่วมกันส่งเสียงคัดค้านการควบรวมกิจการระหว่าง “ทรู-ดีแทค” ที่จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และเศรษฐกิจไทย

    ‘ทรูควบดีแทค’ ดัน ‘ค่าบริการพุ่ง’ 200% ฉุด ‘จีดีพี’ หายวับ 3 แสนล้าน!!

    ถอดบทเรียน ตปท. : ‘อัยการยุโรป’ ค้านควบรวม ฮัทชิสัน-O2 หวั่นกระทบตลาดโทรคมนาคมอังกฤษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/01102568_telecom-merger_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bmg_uj0fCn-F6tZTsvk-q