Category: วัฒนธรรม

  • ถ่ายทอดสด ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ เปิดตัว ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ วันนี้ 3 ต.ค 68

    ถ่ายทอดสด ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ เปิดตัว ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ วันนี้ 3 ต.ค 68

    วันนี้ (3ต.ค.68) แฟนเพจ facebook พรรคไทยก้าวใหม่ จะทำการถ่ายทอดสด ศาสตราจารย์ ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประกาศก้าวสำคัญบนเวทีการเมืองไทย ด้วยการเปิดตัวและแถลงวิสัยทัศน์ของพรรคการเมืองใหม่ในชื่อ “พรรคไทยก้าวใหม่” อย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกนที่ประกาศก้องว่า “ถึงเวลาประเทศไทยก้าวใหม่”

    งานแถลงข่าวครั้งสำคัญนี้มีขึ้น ณ ทรูดิจิทัล พาร์ค เวลา 10.00 น. โดยอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้ง แต่เป็นเพราะเห็นว่าประเทศกำลังเผชิญกับ “วิกฤตหลายด้าน ทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง ซึ่งรอไม่ได้จริงๆ” จึงต้องตัดสินใจลาออกจากพรรคเดิมเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่

    ชูธง “การศึกษานำการพัฒนา” สร้างพลเมืองชั้น 1 ของโลก

    พรรคไทยก้าวใหม่ประกาศอุดมการณ์หลักที่นำมาเป็นธงนำคือ “การศึกษานำการพัฒนา” โดย ดร.เอ้ ระบุว่า การปฏิรูปการศึกษาคือ “ธนูดอกแรก” ที่จะนำการเมืองเพื่อสร้างประเทศ

    เป้าหมายสูงสุดที่พรรคต้องการคือการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว” และให้คนไทยเป็น “พลเมืองชั้น 1 ของโลก” โดยชี้ว่าหากต้องการการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคงและยั่งยืน จุดเริ่มต้นต้องมาจากการพัฒนาคนและการสร้างการศึกษา นอกจากนี้ ยังพร้อมดึงบุคลากรระดับ “ปูชนียบุคคลด้านการศึกษา” เข้าร่วมทีมอย่างแข็งขัน

    • นโยบาย AI และโมเดลการหาเสียงแบบไร้เงินทุน
    • ในด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยก้าวใหม่มุ่งเน้นการสร้าง

    ศาสตราจารย์ ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

    พรรคไทยก้าวใหม่

    “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วย AI” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขั้นสูง และเป็นต้นน้ำของสินค้ามูลค่าสูง โดย ดร.เอ้ ได้ย้ำว่าประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ภาคการท่องเที่ยวได้อย่างที่เคยเป็นมาอีกต่อไป

    ที่น่าจับตาคือ ดร.เอ้ ยังได้ประกาศท้าทายขนบธรรมเนียมทางการเมืองแบบเก่า ด้วยการลั่นว่าพรรค “ไร้เงินทุน” แต่พร้อมที่จะนำนโยบายเข้าแข่งขัน เพื่อท้าทายความคิดที่ว่า “เงินไม่มากาไม่เป็น” เป็นการส่งสัญญาณถึงการเมืองยุคใหม่ที่เน้นนโยบายและความสามารถเป็นหลัก.

    • ลิงค์ถ่ายทอดสด ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ เปิดตัว ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ (คลิกที่นี่).

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/640484&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OTB7DFker5j-6aKfgkg3Y

  • ‘เอ้ สุชัชวีร์’ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1! ‘ไทยก้าวใหม่’ ตั้งเป้าเจาะ กทม.

    ‘เอ้ สุชัชวีร์’ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1! ‘ไทยก้าวใหม่’ ตั้งเป้าเจาะ กทม.

    สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าวเปิดตัว พรรคไทยก้าวใหม่” อย่างเป็นทางการ ว่า “เราเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีดี วันนี้ตั้งใจมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงประเทศ เริ่มต้นด้วยการศึกษา”

    การที่วันนี้เราเปิดตัวพรรคการเมือง เพราะเป้าหมายเชิญชวนประชาชนที่สนใจ ที่ต้องการเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง มาร่วมงานการเมืองกับพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งชูนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ และสร้างคุณภาพชีวิต พรรคเราตั้งใจสร้างสังคมนิยมใหม่ในการส่งเสริมคนดี ในการปราบคอร์รัปชัน สำหรับการเตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า ถือเป็นช่วงเวลาที่เร็วมาก เพราะอีกไม่กี่เดือนจะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว

    วันนี้ทีมงานของพรรคไทยก้าวใหม่ เราได้คนจากหลากหลายอาชีพของประเทศไทย ซึ่งมีการโฟกัสกรุ๊ปแล้ว และเรากำลังดูว่าเราจะส่งลงเขตไหนบ้าง ดังนั้นจึงอยากให้ติดตาม สมัครเป็นสมาชิก และให้กำลังใจพรรคไทยก้าวใหม่ ส่วนจะส่งครบ 400 เขตหรือไม่ อันนี้คงต้องไปดู

    ในเรื่องรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น ก็แน่นอนว่า หัวหน้าพรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศ และผมจะเป็น สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งของพรรค

    เมื่อถามถึงการเมืองที่แบ่งขั้วแบ่งฝ่ายชัดเจน พรรคไทยก้าวใหม่จะวางตัวเองอยู่ในตรงไหน? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “เราประกาศชัดว่าเราตั้งใจเป็นพรรคที่ตั้งใจจะสร้างคนไปเปลี่ยนประเทศไทยจริงๆ ไม่ใช่แค่ระยะสั้น แต่อยากให้ดีขึ้นจริงๆ เราจึงมุ่งมั่นเพื่อทำงานร่วมกับทุกฝ่าย รับฟังเสียงของประชาชน”

    เมื่อถามย้ำว่า แปลว่าไม่มีข้อจำกัดในการร่วมกับพรรคไหนใช่หรือไม่? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “อะไรก็ตามที่ให้พรรคเรามีโอกาสทำงานสร้างคน เพราะเราไม่ทำการเมืองที่ส่งต่อความขัดแย้ง เราอยากทำงานดูแลลูกหลานพี่น้องประชาชนทุกท่าน ขอให้พวกเราได้ไปทำเรื่องรากฐานประเทศไทยจริงๆ”

    เมื่อถามถึงนโยบาย “ธนูดอกแรก เรื่องการศึกษา” เรียนฟรีจนถึงจบปริญญาตรีนั้น งบประมาณจะเพียงพอหรือไม่? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “สมัยนี้เด็กน้อยลงเยอะมากกว่า 3 เท่า หากเทียบกับสมัยของผม เราจึงมีงบประมาณเพิ่มขึ้นต่อหัวอยู่แล้ว ในฐานะที่ผมเป็นอดีตอธิการบดี เราเห็นอยู่แล้ว แต่การทำให้เขาได้งานหลังจบการศึกษานั้น คือความท้าทายมากกว่า”

    ส่วนจะมี “บิ๊กเนม” เข้ามาเปิดตัวเพิ่มเติมหรือไม่? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “การเปิดตัวครั้งนี้ ก็เพื่อเชิญชวนคนมาทำงาน ทุกคนที่มาร่วมกัน มาด้วยอุดมการณ์ ความกล้าหาญ และความรู้ ซึ่งแต่ละคนก็มีความเป็นมืออาชีพ”

    เมื่อถามว่า มีการประเมินว่าจะได้กี่ที่นั่ง? สุชัชวีร์ กล่าวว่า “พรรคการเมืองก็อยากจะประเมินให้สูงอยู่แล้ว แต่พรรคเราอยากมุ่งมั่นเรื่องจุดยืน และวิสัยทัศน์ของเรา จึงขอคะแนนให้เราได้ สส.จำนวนมากพอ ให้เราไปทำเพื่อท่านจริงๆ ทุกคะแนนของท่านในการเลือกตั้งปีหน้า สำคัญกับเรา”

    สำหรับการแข่งขันรายพื้นที่นั้น มีการมุ่งหวังกรุงเทพฯ เป็นพิเศษหรือไม่? สุชัชวีร์ ย้ำว่า “แน่นอนว่าพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายของเรา ไม่ใช่เฉพาะแค่ตรงนี้ แต่เราตั้งใจจะเป็นพรรคการเมืองของคนไทยทุกคน อย่างไรเราก็ต้องส่งทุกภาคอยู่แล้ว ส่วนการส่งลงผู้ว่า กทม.และ ส.ก.นั้น วันนี้เราโฟกัสเรื่องมิติประเทศไทยที่สำคัญจริงๆ ก่อน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/suchatchavee-announces-party-list-number-one-and-prime-minister-candidacy&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MReE0Y37oTeoNBnmdF-k6

  • เปิดนโยบาย ‘พรรคไทยก้าวใหม่’  ดร.เอ้ ชู ‘ธนู 4 ดอก’ พลิกโฉมประเทศไทย

    เปิดนโยบาย ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ ดร.เอ้ ชู ‘ธนู 4 ดอก’ พลิกโฉมประเทศไทย

    วันนี้(3ต.ค.68) ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ พร้อมด้วยกัลยา โสภณพนิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมเปิดตัว “พรรคไทยก้าวใหม่”

    พร้อมประกาศวิสัยทัศน์สร้างการเมืองยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วย “อุดมการณ์ ความกล้าหาญ และพลังของความรู้” พร้อมชูนโยบาย “ธนู 4 ดอก” เพื่อปฏิรูปประเทศให้แข็งแรง ก้าวข้ามความยากจน และสร้างอนาคตที่มั่นคง

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    นโยบายธนู 4 ดอก พลิกโฉมประเทศไทย

    ธนูดอกที่หนึ่ง “สร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษาไทย”

    เพราะเด็กไทยทุกคนเป็นเหมือนลูก การลงทุนกับเด็กไทยจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดทางเศรษฐกิจ 

    1. การศึกษาฟรีจริงๆ ถึงระดับปริญญาเงินอุดหนุนต้องถึงพ่อแม่โดยตรง เด็กจบมาไม่เป็นหนี้มีโอกาสตั้งตัวได้ทุกคน
    2. ปลดล็อกโรงเรียนให้มีอิสระ ปลดล็อกครูจากงานธุรการ ลดประกัน ลดประกวด ลดประเมิน เพิ่มทักษะเพิ่มรายได้ เพิ่มคุณภาพครู
    3. ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาที่สอง เด็กไทยได้เรียน AI Coding เป็นภาษาที่สาม เพิ่มความสามารถให้เด็กไทยแข่งขันได้ ไม่แพ้ชาติใดในโลก
    4. ขจัดปัญหายาเสพติดในโรงเรียนและชุมชน ที่ทำร้ายลูกหลานไทยอย่างไม่ลดละ

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    ธนูดอกที่สอง “สร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่ คนไทยต้องมาก่อน”

    เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน ไม่ได้เอื้อให้คนสร้างฐานะ ไม่ได้เอื้อให้ธุรกิจแข่งขันได้ รัฐต้องสร้างโอกาสให้คนส่วนใหญ่ในสังคม 

    1. ลงทุนในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่
    2. สนับสนุนให้คนไทย จากผู้ซื้อเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้สร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สนับสนุนการสร้างตลาดทั้งในและต่างประเทศ 
    3. ปฏิรูปกฎหมาย เพื่อเอื้อต่องานสร้างสรรค์ และงานนวัตกรรมของคนไทย
    4. ผลักดันให้รัฐลงทุนในเครื่องมือทางเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อให้ SMEs และ Startup ไทยได้ใช้ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
    5. สร้างระบบนิเวศทางการลงทุน เพื่อดึงดูดเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูง จ้างงานคนไทยในแผ่นดินไทย

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    ธนูดอกที่สาม “สร้างคุณภาพชีวิตให้คนไทย ปลอดภัย สุขภาพดี มีความสุข”‘

    เพราะความปลอดภัยและสุขภาพดี คือ สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย และแผ่นดินไทย คือ มรดกของลูกหลานไทย 

    1. ผลักดันกฎหมายเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อมีเจ้าภาพคนกลาง หยุดปัญหาภัยพิบัติ  สะพานพัง ตึกถล่ม ถนนยุบ คนผิดต้องรับผิดชอบ เปิดเผยต้นตอสาเหตุอย่างโปร่งใส 
    2. แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง-น้ำทะเลหนุนอย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยการรวมศูนย์เทคโนโลยี ไม่ให้เกิดการซื้อที่ซ้ำซาก การบริหารซ้ำซ้อน
    3. รักษาแผ่นดินของชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วย AI และเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ แก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า แก้ปัญหาการอนุญาตก่อสร้างผิดกฎหมาย ตรวจสอบต้นตอปล่อยมลพิษ โดยไม่เกรงใจใคร
    4. สนับสนุนการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอต่อการบริการประชาชน ปลดล็อกกฎหมายที่กดทับ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และการผลิตยาของไทย

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    ธนูดอกที่สี่ “สร้างค่านิยมใหม่ คนดีต้องมีที่ยืน” 

    เพราะคนดี สังคมดี เทคโนโลยี ลดโอกาสคอร์รัปชัน 

    1. ปลูกฝังค่านิยมใหม่ด้วยการศึกษา เด็กไทยมีวินัย ยึดผลประโยชน์ของชาติ ไม่โกง ไม่ทนกับการทุจริต คอร์รัปชัน ส่งเสริมคนดี ให้ทำงานเพื่อสังคม
    2. สร้าง Open Data เพื่อประชาชน ข้อมูลโครงการรัฐ เงินงบประมาณ ต้องเปิดเผย เข้าถึงง่าย แบบ Real Time 
    3. ป้องกันการคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยระบบดิจิทัล Blockchain และ AI 
    4. สร้างระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ทุกขั้นตอนต้องผ่านระบบออนไลน์ ปิดช่องทางทุจริตคอร์รัปชัน

    “วันนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ไม่มีทิศทาง ไม่รู้อนาคต ไม่รู้จะสู้ชาติอื่นยังไง เราจึงคล้ายคนอ่อนแรงใกล้เข้าขั้นวิกฤตในทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขัน สิ่งที่ประเทศต้องการไม่ใช่ยากระตุ้นชั่วคราว แต่คือ “ยารักษาที่ดีที่สุด” นั่นคือ “การศึกษา” ที่จะทำให้ประเทศก้าวออกจากหลุมดำทางเศรษฐกิจ แก้จน แก้ปัญหาปากท้องได้ เราต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนการเมืองด้วย “อุดมการณ์ ความกล้าหาญ พลังของความรู้” จะทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น และกลับมาแข็งแรงสตรองได้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

    พรรคไทยก้าวใหม่ คืออะไร? 

    พรรคไทยก้าวใหม่ ก่อตั้งโดย ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ด้วยความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถก้าวไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ หากขับเคลื่อนด้วย “อุดมการณ์ ความกล้าหาญ พลังของความรู้”

    โดยมีนโยบายที่เปรียบเสมือน “4 ธนูดอก” ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้สตรอง ก้าวพ้นความยากจน ก้าวล้ำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ก้าวหน้าปราบทุจริตคอร์รัปชัน

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    เปิดนโยบาย 'พรรคไทยก้าวใหม่'  ดร.เอ้ ชู 'ธนู 4 ดอก' พลิกโฉมประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aT9iYCXamS2oC7cJbbjCD

  • ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทั่วโลก – ส่งผลเสียต่อเยอรมนี

    ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทั่วโลก – ส่งผลเสียต่อเยอรมนี

    รายงานของบริษัท BCG ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการ คาดการณ์ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าความต้องการใช้ไฟฟ้าในทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเหตุผลที่เป็นเช่นนี้แตกต่างกันออกไปตามแต่ละภูมิภาค โดยในสหภาพยุโรป (EU) ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากในภาคการขนส่ง เช่น จากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สำหรับในสหรัฐอเมริกานั้น ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาจากศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในขณะที่เอเชีย มาจากภาคอุตสาหกรรม เหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งนับเป็นข่าวร้ายของเยอรมนี โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงในเยอรมนีเติบโตน้อยกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ค่อนข้างมาก นับตั้งแต่ปี 2004 เยอรมนีเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงเพียง 20% เท่านั้น ในขณะที่ สหรัฐฯ เพิ่มการลงทุนในช่วงเวลาเดียวกันถึง 60% และจีนเพิ่มมากถึง 275% ด้านนาย Patrick Herhold ผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นในยุโรป จึงทำให้บริษัทเยอรมันเสียเปรียบด้านการแข่งขันอย่างมากโดยปัจจุบันการลงทุนจำนวนมากในเยอรมนีเป็นเพียงการลงทุนเพื่อรักษาและทดแทนโรงงานเดิม แต่ไม่ได้ขยายกำลังการผลิตแต่อย่างใด ส่งผลให้การขยายตัวในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงในปัจจุบันหยุดชะงัก ซึ่งในรายงานฉบับนี้ถูกส่งออกมาในช่วงเวลาที่ประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงาน (Energiewende หมายถึง นโยบายการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในเยอรมนี ที่อธิบายถึงความพยายามที่จะเปลี่ยนระบบการใช้พลังงานฟอสซิล-นิวเคลียร์ที่มีอยู่ ให้เป็นระบบพลังงานที่ยั่งยืนผ่านพลังงานหมุนเวียน) กำลังสร้างความแตกแยกในเยอรมนีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ นาง Katherina Reiche รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ วางแผนที่จะนำเสนอรายงานการติดตามตรวจสอบนโยบายการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในเยอรมนีที่จะเป็นกำหนดอนาคตของ Energiewende ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาของสภาหอการค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK – Der Deutsche Industrie- und Handelskammertag) ได้แสดงให้เห็นว่า การลงทุนของภาคเอกชนทั้งหมดในเยอรมนีจะต้องเพิ่มขึ้น 15 – 41% เพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในเยอรมนีได้ ในทางกลับกันผลการศึกษาของ Greenpeace กลับให้ข้อสรุปที่ตรงกันข้าม สำหรับนาง Sophia van Vügt ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานขององค์กรกล่าวว่า เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศและสร้างความคุ้มค่าของนโยบายพลังงานของเยอรมนี ควรจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

    รายงาน BCG ฉบับล่าสุดเปรียบเทียบเยอรมนีกับประเทศ/ภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไว้ ดังนี้

    1. Energiewende มีปัญหาเรื่องต้นทุน – ฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเยอรมนีมักจะถกเถียงกันเป็นประจำว่า พลังงานหมุนเวียนทำให้ค่าไฟฟ้าในเยอรมนีถูกลง หรือแพงขึ้นกันแน่ ยกตัวอย่างเช่น ต้นทุนของแผงโซลาร์เซลล์ลดลง 86% นับตั้งแต่ปี 2010 ในช่วงเวลาเดียวกันการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมนอกชายฝั่งก็มีราคาถูกลง 49% ต้นทุนการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลดลง 88% เมื่อเทียบกับเมื่อ 15 ปีก่อน แต่ในทางตรงกันข้ามราคาของไฮโดรเจนสีเขียวซึ่งสามารถช่วยผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้แม้ในฤดูหนาว และราคาของระบบการจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS – Carbon Capture and Storage) ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะช่วยดักจับและกักเก็บ CO ที่สร้างขึ้นไม่ให้ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ กลับมีราคาลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปัญหาที่คล้ายคลึงกัน คือ พลังงานหมุนเวียนต้องการเครือข่ายไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่และทรงพลังกว่าโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ต้นทุนของโครงสร้างเครือข่ายไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นมาก รายงานระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาส่วนประกอบและชิ้นส่วนของการสร้าง/ดูแลรักษาเครือข่ายไฟฟ้ากำลังสูงเพิ่มขึ้นมากกว่า 65% สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาราคาพลังงานไม่ลดลง แม้ว่าเยอรมนีจะเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากจีนและสหรัฐฯ แต่ราคาไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรมกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ในขณะที่ ราคาไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ และเอเชียกลับลดลง

    2. เอเชียอนุมัติโครงการพลังงานเร็วกว่ายุโรป – ความเร็วในกระบวนการอนุมัติโครงการใหม่มีความแตกต่างกันอย่างมากในทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น ในจีน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนบกและฟาร์มกังหันพลังงานลมจะได้รับใบอนุญาตภายใน 1-2 ปี และในอินเดีย 2 – 4 ปี ในขณะที่ใน EU และสหรัฐฯ ต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี ความแตกต่างนี้สะท้อนอย่างชัดเจนเมื่อดูการอนุมัติระบบโครงสร้างเครือข่ายไฟฟ้าแรงสูงในจีน การอนุมัติโครงการดังกล่าวใช้เวลาเพียง 4 ปี ในอินเดียใช้เวลา 6 ปี แต่ใน EU และสหรัฐฯ กลับต้องใช้เวลานานถึง 13 ปี

    3. การลงทุนกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก – ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลายอย่างที่เกิดขึ้นในเยอรมนีนั้น ก็สามารถพบได้ในประเทศอื่น ๆ เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เยอรมนีไม่ใช่ประเทศเดียวที่วางแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซหลายแห่ง แต่ในจีน สหรัฐอเมริกา อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และญี่ปุ่น ต่างก็วางแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซใหม่ให้มากขึ้นเช่นกัน แม้แต่การขยายเครือข่ายไฟฟ้าก็กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ในเยอรมนีค่าธรรมเนียมเครือข่ายไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 23% ของค่าไฟฟ้าของลูกค้าแบบครัวเรือนปกติ ในปี 2023 ในฝรั่งเศสตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 28% และในสหรัฐฯ 49% อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของภาษีในราคาไฟฟ้าในเยอรมนีนั้นสูงเป็นพิเศษโดยอยู่ที่ประมาณ 25% โดยรายงานของ BCG ยังแสดงให้เห็นว่า การลงทุนในภาคพลังงานมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก แม้ว่าบริษัทพลังงานจะลงทุนรวมประมาณเจ็ดล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกระหว่างปี 2017 – 2023 แต่คาดว่า ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณสิบล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างปี 2024 – 2030

    จาก Handelsblatt 3 ตุลาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/kbvzw9azhv6ctq1i8cupac9l&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e59em6kWUb39x3eare6Nv

  • “บิ๊ก”น้องชาย”เม”โพสต์เดือดรัวๆ หลังพี่สาวออกโหนฯ ฟาดลงพื้นที่ฉ่ำ-คนมีการศึกษาเขาทำกั | TOPNEWS

    “บิ๊ก”น้องชาย”เม”โพสต์เดือดรัวๆ หลังพี่สาวออกโหนฯ ฟาดลงพื้นที่ฉ่ำ-คนมีการศึกษาเขาทำกั | TOPNEWS

    “บิ๊ก”น้องชาย”เม”โพสต์เดือดรัวๆ หลังพี่สาวออกโหนฯ ฟาดลงพื้นที่ฉ่ำ-คนมีการศึกษาเขาทำกั

    • เผยแพร่ : 03/10/2025 00:28

    “บิ๊ก”น้องชาย”เม”โพสต์เดือดรัวๆ หลังพี่สาวออกโหนฯ ฟาดลงพื้นที่ฉ่ำ-คนมีการศึกษาเขาทำกันแบบนี้เหรอ | TOP DARA

    #กรรชัย
    #เมพรีมายา
    #แซ็ค
    #หมอกลาง
    #พี่หนุ่ม
    #น้องชาย
    #บิ๊ก
    #ทองแท้หรือกรวด
    #พรีมายา
    #io
    #InformationOperation
    #หมอต่อ
    #ยาย่า
    #แจ้งตำรวจบุกรุก
    #หนุ่ม กรรชัย
    #พริมยาคลินิก
    #อยากได้ให้ไปฟ้องเอา
    #ศัลยกรรม
    #Primaya
    #DermatigeAesthetics
    #เดอร์มาทีจเอสเธติกส์
    #แถลงเดือด
    #โหนกระแส
    #ฮุบธุรกิจ
    #คนดัง
    #วงการบันเทิง
    #บันเทิง
    #ดราม่า
    #topdara

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1340792&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oQvJoL74GBJ28h1-PCgtP

  • แอสคอทท์จัดงานวิ่งการกุศล มอบรายได้ 280,000 บ.หนุนการศึกษาให้มูลนิธิมือต่อมือ : อินโฟเควสท์

    แอสคอทท์จัดงานวิ่งการกุศล มอบรายได้ 280,000 บ.หนุนการศึกษาให้มูลนิธิมือต่อมือ : อินโฟเควสท์

    ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ประเทศไทย (แอสคอทท์) ภายใต้เครือ CapitaLand Investment ตอกย้ำพันธกิจ #AscottCARES ด้านการพัฒนาชุมชนและความยั่งยืน โดยจัดงาน Ascott Star Rewards Charity Run 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง กิจกรรมวิ่งการกุศลนี้ตั้งชื่อตามโปรแกรมสมาชิก Ascott Star Rewards ที่มอบสิทธิประโยชน์แก่แขกผู้เข้าพักทั่วโลก โดยมีนักวิ่งกว่า 1,000 คนทั้งแขกของโรงแรม พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจัดขึ้นที่สวนหลวง ร.9 กรุงเทพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา

    แอสคอทท์สามารถระดมทุนเพื่อการกุศลได้รวมทั้งสิ้น 280,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้แก่มูลนิธิมือต่อมือ องค์กรไม่แสวงหากำไรในเมืองพัทยาที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส โดยแบ่งเป็นรายได้จากกิจกรรมจำนวน 100,000 บาท และเงินสมทบเพิ่มเติมอีก 180,000 บาท จากกองทุน CapitaLand Hope Foundation (CHF) องค์กรการกุศลของกลุ่ม CapitaLand การสนับสนุนครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนเจตนารมณ์ของแอสคอทท์ในการสร้างคุณค่ากลับคืนสู่สังคม แต่ยังช่วยขยายโอกาสให้เด็ก ๆ ได้รับทุนการศึกษาและการสนับสนุนด้านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืน

    คุณคณิต แสงมุกดา ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและลาว แอสคอทท์ กล่าวว่า “เราภาคภูมิใจที่ได้เห็นกิจกรรม Ascott Star Rewards Charity Run เติบโตอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่สอง และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ในฐานะบริษัทด้านการบริการ เราเชื่อมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายและประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ ไม่เพียงสำหรับแขกผู้มาเยือนเท่านั้น แต่รวมถึงชุมชนที่ให้การต้อนรับพวกเขาด้วย กิจกรรมนี้สะท้อนคุณค่าของ Ascott CARES ที่มุ่งสร้างความเชื่อมโยงและประสบการณ์ที่มีความหมาย ไม่เพียงสำหรับแขกผู้เข้าพัก แต่ยังรวมถึงชุมชนที่โอบรับเราไว้ กิจกรรมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการบริการสามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักเดินทางและชุมชน เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้จริง เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิมือต่อมือในการมอบโอกาสและอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นแก่เด็ก ๆ พร้อมทั้งขอขอบคุณแขกและสมาชิก Ascott Star Rewards ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้”

    การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #GivingAsOne ซึ่งเป็นแคมเปญระดับโลกของ CapitaLand เพื่อผนึกพลังจากพนักงาน ลูกค้า และสาธารณชน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกผ่านกิจกรรมอาสาสมัครและการสนับสนุนที่มีคุณค่าในด้านการศึกษา สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ โดยเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 280,000 บาท จะนำไปใช้สนับสนุนโครงการของมูลนิธิมือต่อมือ ครอบคลุมทั้งการศึกษา โภชนาการ และการดูแลด้านสวัสดิการ เพื่อเปิดโอกาสและสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่เด็กด้อยโอกาสอย่างยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/534088&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tCZcn2KKy6NAdfmDtbq3q

  • นักศึกษาโลจิสติกส์ SPU เรียนรู้ผู้ประกอบการยุคใหม่ จากศิษย์เก่าสู่แรงบันดาลใจธุรกิจจริง – วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

    นักศึกษาโลจิสติกส์ SPU เรียนรู้ผู้ประกอบการยุคใหม่ จากศิษย์เก่าสู่แรงบันดาลใจธุรกิจจริง – วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

    นักศึกษาโลจิสติกส์ SPU เรียนรู้ผู้ประกอบการยุคใหม่ จากศิษย์เก่าสู่แรงบันดาลใจธุรกิจจริง

    วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม พานักศึกษาออกไปสัมผัสโลกธุรกิจจริง ผ่านการศึกษาดูงาน ณ บริษัท มีเดียไลฟ์ ครีเอชั่น โดยมีศิษย์เก่า SPU เจ้าของกิจการให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากเส้นทางการสร้างธุรกิจ

    กิจกรรมครั้งนี้เชื่อมโยงการเรียนการสอนในห้องเรียนสู่โลกการทำงานจริง

    • โลจิสติกส์ & การตลาด — เรียนรู้การบริหารจัดการซัพพลายเชนควบคู่กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล
    • ธุรกิจ Live สด — เปิดมุมมองการสร้างแบรนด์และการขายออนไลน์ที่กำลังมาแรง
    • นำเข้า–ส่งออก — เข้าใจการค้าโลกและโอกาสใหม่ ๆ บนเวทีสากล
    • แนวคิดผู้ประกอบการ — สร้างแรงบันดาลใจ “เรียนไป สร้างรายได้ไป” ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

    กิจกรรมนี้สะท้อนบทบาทของ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (4.3.2 กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้สาธารณะ, 4.3.3 การอบรมระยะสั้น/อาชีวศึกษา, 4.4.1 การเข้าถึงของนักศึกษารุ่นแรก) ที่เน้นการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ อีกทั้งยังสนับสนุน SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (8.4.1 นักศึกษาเข้าฝึกงาน, 8.5.1 การจ้างงานที่มั่นคง) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงาน ตลอดจนส่งเสริม SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (9.3.1 ธุรกิจสปินออฟ, 9.4.1 รายได้วิจัยจากภาคอุตสาหกรรม) เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับระบบนิเวศผู้ประกอบการ

    การต้อนรับและการถ่ายทอดประสบการณ์จากศิษย์เก่า SPU ยังเป็นตัวอย่างของ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (17.2.1 ความร่วมมือกับภาคธุรกิจ, 17.4.3 การเผยแพร่การเรียนรู้ SDGs สู่ชุมชน) ที่แสดงถึงพลังความร่วมมือระหว่างศิษย์เก่า ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษา

    นี่ไม่ใช่แค่การศึกษาดูงาน แต่คือโอกาสสร้างแรงบันดาลใจและเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการที่พร้อมแข่งขันในระดับโลกอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/logistics/2025/10/02/spu-new-generation-entrepreneurs/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fipP9NVqUgfEh9nok-sxh

  • กกต.เปิดรับสมัครผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16)

    กกต.เปิดรับสมัครผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16)

    ประชาสัมพันธ์

    กกต.เปิดรับสมัครผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16)

    วันพฤหัสบดี ที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.02 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนบุคคลผู้สนใจสมัครเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) โดยสามารถยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบด้วยตนเองได้ที่ สำนักวิทยาการพรรคการเมือง ชั้น 9 สถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 ตุลาคม 2568 ในวันและเวลาราชการ
            
    หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรของพรรคการเมือง นักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ภาคเอกชน รวมทั้งนักวิชาการและสื่อมวลชน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารประเทศได้เข้ามารับการศึกษาอบรม เพื่อขยายผลและนำไปสู่การพัฒนาพรรคการเมืองและการเลือกตั้งอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหลักสูตร พตส. เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบันสำเร็จลุล่วงไปแล้วจำนวน 15 รุ่น ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
            
    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง โทรศัพท์หมายเลข 0 2141 8683 และ 0 2141 8691 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้เข้ารับการศึกษาอบรมได้ที่ www.ect.go.thหรือสแกน QR Code ด้านล่างนี้


     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/relation/448844&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1b7r6G1ATG_tx_eyQaVUUm

  • พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก “พล.อ.จักรภพ ภูริเดช”

    พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก “พล.อ.จักรภพ ภูริเดช”

    พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ “พล.อ.จักรภพ ภูริเดช”

    วันที่ 1 ต.ค.2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า 

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก แก่ พล.อ.จักรภพ ภูริเดช

     ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2568

    ประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

    สำหรับ พล.อ.จักรภพ ภูริเดช ปัจจุบัน อายุ 56 ปี เกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2512 จบจาก โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 28 และ โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 35 เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศแล้ว ได้เข้ารับราชการในกองทัพอากาศก่อนจะเจริญก้าวหน้าในราชการตามลำดับ จนกระทั่งวันที่ 5 มี.ค.2553 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารอากาศให้ ซึ่งขณะนั้นมียศเป็น น.อ. ขึ้นเป็น พล.อ.ต.

    ต่อมาในวันที่ 1 มี.ค.2555 จึงได้รับพระราชทานยศ พล.อ.ท. จากนั้นในวันที่ 4 ก.ค. ปีเดียวกันได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด จากเดิมที่ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

    มิ.ย.2560 หัวหน้าสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ 

    1 ส.ค.2560 รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) และรักษาราชการผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

    2 พ.ค.2562 รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์

    อ่านข่าว : 

    โปรดเกล้าฯ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” เป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษ

    โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษ 25 นาย

    โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 90 ราย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357163&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nIKiRcTScZnHDTXwU9ZZq

  • ประกาศรับสมัคร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ สัปดาห์หน้า

    ประกาศรับสมัคร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ สัปดาห์หน้า

    ประกาศรับสมัคร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ สัปดาห์หน้า

    นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการสรรหาผู้อำนวยการธนาคารคนใหม่นั้น คณะกรรมการฯ ได้มีการประชุมนัดแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตรียมสรุปหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้สมัคร และคาดว่าจะประกาศรับสมัครภายในสัปดาห์หน้า โดยจะเปิดรับสมัครเป็นระยะเวลา 14 วัน

    สำหรับหลักเกณฑ์คุณสมบัติจะเป็นลักษณะเดียวกับที่เคยกำหนดไว้ในการสรรหาครั้งก่อนหน้า โดยกระบวนการคัดเลือกทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จและนำเข้าสู่การประชุมในคณะกรรมการฯ ภายในเดือนธ.ค.นี้ และเสนอรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งคาดว่าผู้อำนวยการคนใหม่จะเริ่มงานได้เร็วที่สุดเดือนม.ค.2569

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสรรหาผู้อำนวยการออมสินครั้งก่อนหน้า ปี 2563 กรรมการฯ มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร ดังนี้

    • ผู้สมัครต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยอายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ ในวันยื่นใบสมัคร
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคล ล้มละลายทุจริตไม่เคยถูกไล่ออกปลดออกหรือให้ออกจากงานเพราะทุจริตต่อหน้าที่ไม่เป็นข้าราชการการเมือง
    • ไม่เป็นกรรมการธนาคารออมสินยกเว้นเป็นผู้บริหารซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
    • ไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่สกส.13/2562 ด้านความซื่อสัตย์สุจริตและชื่อเสียงด้านความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ รวมทั้งด้านสถานะทางการเงิน
    • มีวุฒิการศึกษาสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีที่สำนักงาน ก.พ.ให้การรับรอง เป็นต้น

    ขณะที่คุณสมบัติเฉพาะนั้นต้องมีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจการเงินการตลาดและการ ธนาคารเป็นอย่างดีมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการองค์กรมีภาวะความเป็นผู้นำสูงมีความรอบรู้และประสบการณ์ใน การบริหารจัดการองค์กร

    โดยกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากส่วนราชการรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นใดของ รัฐต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรและมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนั้นรวมกันไม่น้อย กว่า 1 ปี นับถึงวันที่ยื่นใบสมัคร

    กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานภาคเอกชนต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่มีรายได้ขององค์กร ไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปีหรือเคยบริหารกิจการที่มี สินทรัพย์ขององค์กรไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท ทั้งนี้ต้องมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้นต่อเนื่องกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันที่ยื่นใบสมัคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640428&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a15DYBpmMD4_lxgz7uWsy