Category: วัฒนธรรม

  • แม่ทัพภาค 2 เผยแนวทางสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มพื้นที่ยุทธวิธี

    แม่ทัพภาค 2 เผยแนวทางสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มพื้นที่ยุทธวิธี

    วันนี้ (5 ตุลาคม) พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงแนวทางการสร้าง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการทางทหาร กับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จังหวัดบุรีรัมย์ว่า ไม่เพียงแค่รั้วลวดหนามอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่น เพื่อเสริมความมั่นคง เช่นการติดกล้อง CCTV เพื่อสอดส่องในเวลากลางคืน

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำรั้วตลอดแนวชายแดนหรือไม่นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จริงๆ แล้ว รั้วในพื้นทึ่สำคัญ ทางยุทธวิธี ก็วางก่อน ส่วนจะขยายอย่างไร เป็นเรื่องของอนาคต อันดับแรกเราทำในส่วนการป้องกันตัวเองก่อน ทำให้กำลังพลเราปลอดภัยก็ต้องวาง เพราะเมื่อทหารปลอดภัย คนก็จะปลอดภัย

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-cambodia-border-fence/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Cs66yeeDWkPQ52jKUvOAV

  • สิ้น “ดร.อัมมาร” นักเศรษฐศาสตร์เสาหลักแห่งยุค

    สิ้น “ดร.อัมมาร” นักเศรษฐศาสตร์เสาหลักแห่งยุค


    สิ้น “ดร.อัมมาร สยามวาลา” อดีตประธานTDRI “สมชัย” ร่วมอาลัย ยกเป็นนักเศรษฐศาสตร์เสาหลักแห่งยุค 

    เพจเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ โพสต์ข้อความเรื่อง ขอแสดงความอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ ศ.พิเศษ ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ และอดีตประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย 

    ดร.อัมมาร เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาการก่อตั้งทีดีอาร์ไอ และท่านนับเป็นนักวิจัยท่านแรกของสถาบันแห่งนี้ ตลอดชีวิตของการเป็นนักวิชาการของดร.อัมมาร ได้สร้างผลงานทางวิชาการที่สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ ต่อประโยชน์สาธารณะจำนวนมาก 

    ร่วมระลึกถึงดร.อัมมาร ผู้เป็นจิตวิญญาณ เป็นที่รัก และเคารพของเราชาวทีดีอาร์ไอ หนังสือ “ครบรอบ 60 ปีอาจารย์อัมมาร” ซึ่งรวบรวมบทความที่ดร.อัมมาร ได้รังสรรค์ขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงทัศนะเกี่ยวกับผลงานของดร.อัมมาร จากผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยร่วมงานกับดร.อัมมาร  ที่ tdri.or.th

    สำหรับ ดร.อัมมาร สยามวาลา เกิด 29 พฤษภาคม 2482 นักเศรษฐศาสตร์ อดีตประธานทีดีอาร์ไอ ระหว่างปี 2533-38 และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระหว่างปี 2549-51รวมทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว เศรษฐศาสตร์ การเกษตรกรรมและการพัฒนา

    โดยบรรพบุรุษของ ดร.อัมมาร สยามวาลา เป็นชาวอินเดียที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาในประเทศไทย เขาเป็นลูกคนสุดท้องของ นายตาเฮอร์ และนางคาดีจาฮ์ สยามวาลา เจ้าของบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าเครื่องเขียนจากต่างประเทศ

    ดร.อัมมาร จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ศึกษาต่อที่โรงเรียน St. Paul เมืองดาร์จีลิง ประเทศอินเดีย ปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเยล และศาสตราจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    สำหรับพิธีศพดร.อัมมาร จัดขึ้นที่สุสานมูลนิธิสุลัยมานี ประชาอุทิศ 69 แยก 8 ธนบุรี ใน เวลา 11.00 น.

    ทั้งนี้ ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทีดีอาร์ไอ โพสต์แสดงความอาลัยต่อการจากไปของดร.อัมมาร โดยยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์เสาหลักแห่งยุค พร้อมเล่าถึงคุณูปการของ ดร.อัมมารต่อนโยบายสาธารณะ และต่อแวดวงวิชาการมีมากมายแทบนับไม่ถ้วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/36153&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qL8CiOq9jNkXAeYXknslo

  • “รมช.อามินทร์” นำทีมตรวจความพร้อมรับมืออุทกภัยนราธิวาส พร้อมขับเคลื่อนงานเกษตรแบบบูรณาการ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างตรงเป้า

    “รมช.อามินทร์” นำทีมตรวจความพร้อมรับมืออุทกภัยนราธิวาส พร้อมขับเคลื่อนงานเกษตรแบบบูรณาการ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างตรงเป้า

    “รมช.อามินทร์” นำทีมตรวจความพร้อมรับมืออุทกภัยนราธิวาส พร้อมขับเคลื่อนงานเกษตรแบบบูรณาการ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างตรงเป้า

    (3 ต.ค.68) นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ และการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดนราธิวาส ปี 2568 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมพระนราภิบาล ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2)

    นายอามินทร์ กล่าวว่า จากข้อมูลรายงานการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดนราธิวาส ปี 2568 ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ทำให้เห็นถึงความใส่ใจ และการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังขอทุกหน่วยงาน ซึ่งเชื่อมั่นว่าจากบทเรียนที่ผ่านมา เราจะสามารถถอดบทเรียนและข้ามผ่านสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นนี้ไปได้ นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนภารกิจในรูปแบบการบูรณาการเพื่อดำเนินงานในทิศทางเดียวกัน และสามารถให้การช่วยเหลือ ดูแล และแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมายต่อไป

    ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมชลประทาน ได้ดำเนินการศึกษา ละวางแผนการปรับปรุงผนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลก และปรับปรุงคันคลองมูโนะฝั่งขวา ตลอดจนพัฒนาระบบการระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ตำบลมูโน๊ะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิ รวมถึงมีการดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด เพื่อการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในการรับมือได้อย่างทันถ่วงที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/58467&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a1G3zKOnmXb6lFOdjLNIb

  • ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เยี่ยมประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเหตุขัดแย้ง ประกาศเงินเยียวยา ถึงมือประชาชนสัปดาห์หน้า – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เยี่ยมประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเหตุขัดแย้ง ประกาศเงินเยียวยา ถึงมือประชาชนสัปดาห์หน้า – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109711&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HYdfaaEahrr541htCxt12

  • ส่องนโยบายรัฐบาลอนุทิน: ฟื้นล้างไตฟรี ไม่มีเงื่อนไข

    ส่องนโยบายรัฐบาลอนุทิน: ฟื้นล้างไตฟรี ไม่มีเงื่อนไข

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-195&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R5vXfPqxuc3kfysxMGO39

  • “อัครแสนคีรี” ปลื้ม “ธรรมนัส-นฤมล” ทุ่มงบ 428 ล้าน ลงพื้นที่พัฒนา จ.ชัยภูมิ

    “อัครแสนคีรี” ปลื้ม “ธรรมนัส-นฤมล” ทุ่มงบ 428 ล้าน ลงพื้นที่พัฒนา จ.ชัยภูมิ

    “อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ” เผย “กล้าธรรม” ขนทัพ “รองนายกฯ ธรรมนัส-นฤมล” ลงพื้นที่ชัยภูมิ ทุ่มงบ 428 ล้าน เอาน้ำไปนา เอาตึกเรียนใหม่ให้นักเรียน

    วันที่ 4 ตุลาคม 2568 นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ขอบคุณ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ฝ่าพายุมาลงพื้นที่เพื่อติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการศึกษา ทั้งนี้เพื่ออนาคตของชัยภูมิ จากเสียงสะท้อนของชาวบ้าน ต่อการขับเคลื่อนจริง ในงบประมาณ 428 ล้านบาท “เอาน้ำไปนา เอาตึกเรียนใหม่ให้นักเรียน และขอสนามกีฬาดี ๆ ให้คนชัยภูมิ“

    นายอัครแสนคีรี เปิดเผยถึงเหตุผลของการเชิญรองนายกรัฐมนตรี กำกับ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เนื่องจากอำเภอคอนสวรรค์ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำชี แต่ยังขาดระบบกักเก็บ และกระจายน้ำ ที่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรในฤดูแล้ง อีกทั้งจังหวัดชัยภูมิ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น น้ำตกตาดโตน มอหินขาว ผาหัวนาค วัดพระธาตุชัยภูมิ และป่าปงพันปี ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิการให้พี่น้องในพื้นที่

    โดยร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติงบประมาณรวมกว่า 410 ล้านบาท ภายใต้งบประมาณปี 2568 – 2569 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ในพื้นที่ชัยภูมิตอนกลาง ประกอบด้วย

    โครงการ ฝายพับได้บ้านลำชี ตำบลโนนสะอาด มูลค่า 150 ล้านบาท เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในฤดูแล้งให้พื้นที่ตำบลโนนสะอาด หนองขาม และลาดใหญ่

    โครงการ สถานีสูบน้ำ รวม 4 แห่ง ได้แก่ โนนพันชาด หนองมะกุด หนองรวก และนาล้อม รวมทั้ง ระบบกระจายน้ำตำบลหนองไผ่และตำบลหลุบคา รวมวงเงิน 260 ล้านบาท

    ด้าน นางนฤมล ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งอนุมัติก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ โรงเรียนคอนสวรรค์ วงเงิน 18 ล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติงบซ่อมบำรุงโรงเรียนมัธยมในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์และแก้งคร้อ อาทิ โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา โรงเรียนคอนสวรรค์ โรงเรียนนาหนองทุ่มวิทยา และอีกหลายแห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้เยาวชนในท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2887055&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h6gwrQrKjQCuz8o6pJmDo

  • ‘ลามิน่าฟิล์ม’ ครองแชมป์แบรนด์ยอดนิยม 10 ปีซ้อน – แนวหน้า

    ‘ลามิน่าฟิล์ม’ ครองแชมป์แบรนด์ยอดนิยม 10 ปีซ้อน – แนวหน้า

    บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา โดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/918778&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14W44_5MkpPTjDGi6Y_xwR

  • 3 บทเรียนงานอนุรักษ์เสือปลา (โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือปลา โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด) – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    3 บทเรียนงานอนุรักษ์เสือปลา (โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือปลา โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด) – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    นับจาก พ.ศ. 2566 – 2568 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์การแพนเทอราประเทศไทย อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และชุมชนท้องถิ่น ดำเนินโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือปลา โดยประบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด 

    ณ ช่วงเวลานี้ ถือโค้งสุดท้ายของโครงการ เป็นช่วงการถอดบทเรียนถึงผลการดำเนินโครงการ และแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในหลายมิติ

    ทั้งในด้านการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรเสือปลา การลดลงของความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับเสือปลา ตลอดจนเกิดความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในการอนุรักษ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่ถิ่นที่อาศัยที่สำคัญที่สุดของประเทศ

    ความสำเร็จเหล่านี้ โดยสรุป สามารถกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้แนวคิดการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Consercation) ที่เน้นการยกระดับบทบาทชุมนจากการเป็น ‘ผู้ได้รับผลกระทบ’ สู่การเป็น ‘หุ้นส่วนในการอนุรักษ์’ โดยมีปัจจัยความสำเร็จของโครงการ ประกอบด้วย

    ปัจจัยด้านการบริหารจัดการโครงการ

    ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการบริหารจัดการที่มียุทธศาสตร์ชัดเจน และดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน ตลอดระยะเวลา 3 ปี โครงการวางแผนไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่เรื่องการศึกษาเชิงลึกในปีแรก เช่น ข้อมูลการกระจายตัว และการใช้ประโยชน์ที่ดิน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและสร้างการมีส่วนร่วมในปีที่สอง และการสังเคราะห์เพื่อผลักดันเชิงนโยบายในปีที่สาม รวมถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับเสือปลาลดลง ซึ่งชี้วัดได้จากจำนวนการได้รับแจ้งผู้ได้รับผลกระทบจากเสือปลาเข้าไปกินสัตว์เลี้ยงลดลง 

    การดำเนินงานที่เป็นระบบนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถวัดผลได้อย่างต่อเนื่อง

    ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน

    หัวใจสำคัญของความสำเร็จของโครงการ คือ การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โครงการไม่ได้มองชุมชนเป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ แต่เป็น ‘หุ้นส่วน’ ในการอนุรักษ์ ความสำเร็จเกิดจากการสร้างกิจกรรมที่หลากหลายและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายต่างๆ เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การพัฒนาอาชีพเสริมอย่างผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมค่ายและการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งช่วยเปลี่ยนทัศนคติเชิงลบให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและความภาคภูมิใจร่วมกัน

    ปัจจัยด้ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    โครงการประสบความสำเร็จในการสร้าง ‘ภาคีเครือข่ายความร่วมมือ’ ที่เข้มแข็ง โดยบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานวิชาการอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี องค์กรพัฒนาเอกชนอย่างมูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์การแพนเทอราประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่อย่างอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และภาคชุมชน

    การมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอผลวิจัยร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ทุกภาคส่วนเข้าใจบทบาทและเป้าหมายเดียวกัน นำไปสู่การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเกิดเป็นแผนอนุรักษ์พื้นที่ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

    อย่างไรก็ดี ใช่ว่าการดำเนินโครงการจะไม่พบอุปสรรคและความท้าทายใด ในการถอดบทเรียนพบอุปสรรคที่สำคัญ ได้แก่

    อุปสรรคด้านการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วม

    แม้จะมีความพยายามอย่างสูง แต่การสร้างการมีส่วนร่วมยังคงมีความท้าทายในบางพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่ยังไม่มีแกนนำด้านการอนุรักษ์ที่เข้มแข็ง หรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงจากเสือปลา อาจยังมีทัศนคติเชิงลบและมองว่าการอนุรักษ์เป็นภาระมากกว่าประโยชน์ การขยายผลการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจึงยังเป็นความท้าทายสำคัญ

    ความท้าทายด้านวิชาการและการศึกษาเสือปลา

    อุปสรรคสำคัญทางวิชาการคือข้อจำกัดของถิ่นอาศัยเสือปลาที่ถูกแบ่งแยก ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนเพชรเกษมและทางรถไฟ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะเลือดชิด (Inbreeding) ในระยะยาว และเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของประชากร

    นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างรวดเร็วรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติยังเป็นความท้าทายต่อการรักษาพื้นที่หากินและแนวเชื่อมต่อของประชากรเสือปลา

    ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร

    การดำเนินงานอนุรักษ์ที่ต้องอาศัยทั้งงานวิจัยภาคสนาม การสร้างการมีส่วนร่วม และการติดตามผลในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยงบประมาณและบุคลากรที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แหล่งทุนสำหรับโครงการอนุรักษ์มักมีจำกัดและมีระยะเวลาสั้น ความไม่แน่นอนด้านงบประมาณจึงเป็นข้อจำกัดในการวางแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว และอาจทำให้กิจกรรมบางอย่างที่ต้องใช้ระยะเวลาในระยะยาว หรือต้องมีการดำเนินงานตามขั้นตอนจึงทำให้การดำเนินงานไม่สามารถทำได้ทันตามระยะเวลา และผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าหมายไว้

    จากสิ่งที่กล่าวมา สามารถสรุปบทเรียนสำคัญที่ได้รับจากโครงการได้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย

    บทเรียนด้านการออกแบบและบริหารจัดการโครงการอนุรักษ์

    โครงการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจาก ‘ข้อมูล’ การที่โครงการให้ความสำคัญกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นในปีแรก ทำให้การออกแบบกิจกรรมในปีต่อๆ มาเป็นไปอย่างตรงจุด และมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ 

    บทเรียนสำคัญคือ การออกแบบโครงการต้องมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อมูล และสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อประเมินผลความสำเร็จในแต่ละระยะ

    บทเรียนด้านการทำงานร่วมกับชุมชน

    การเปลี่ยน ‘ความขัดแย้ง’ ให้เป็น ‘ความร่วมมือ’ ต้องเริ่มจากการรับฟังและสร้างความเข้าใจ การเข้าไปรับรู้ถึงผลกระทบที่ชุมชนได้รับ (ด้านเศรษฐกิจและสังคม) เป็นกุยแจสำคัญที่ทำให้ชุมชนเปิดใจ

    นอกจากนี้ การสร้างผลดประโยชน์ที่จับต้องได้กลืบคืนชุมชน เช่น การส่งเสริมผลิตภัณฑ์กะปิเคยแท้ หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์มากกว่าแค่ในเชิงอุดมการณ์

    บทเรียนด้านการอนุรักษ์เสือปลาและการจัดการพื้นที่คุ้มครอง

    การอนุรักษ์เสือปลาไม่สามารถสำเร็จได้หากดำเนินการเฉพาะภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เนื่องจากถิ่นอาศัยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุ่มน้ำรอบนอก 

    บทเรียนที่สำคัญคือ การจัดการพื้นที่คุ้มครองจำเป็นต้องขยายขอบเขตการทำงานออกมาสู่ภูมิทัศน์โดยรอบ และต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าของที่ดินและชุมชนในการจัดการพื้นที่เอกชนให้เป็นมิตรต่อสัตว์ป่า ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่ามี่ใช้พื้นที่กว้างและทับซ้อนกับพื้นที่มนุษย์ 

    โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือปลา โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    อ้างอิง

    • หนังสือ ถอดบทเรียน โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์เสือปลา โดยประบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นความร่วมมือ (หมายเหตุ ไฟล์หนังสือจะเปิดให้ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาทั้งหมดได้ในเร็วๆ นี้) 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/bloging/work/2025-194/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1E_z7FqFsTrpJoTwL1itar

  • ภาพไวรัลทั่วโลก “เด็กแม่มด” ครอบครัวทอดทิ้งให้เร่ร่อน เปิดชีวิตหลังผ่านไป 9 ปี

    ภาพไวรัลทั่วโลก “เด็กแม่มด” ครอบครัวทอดทิ้งให้เร่ร่อน เปิดชีวิตหลังผ่านไป 9 ปี

    เปิดชีวิต “เด็กแม่มด” ครอบครัวทอดทิ้ง ถูกทารุณกรรมจากความเชื่อ ภาพล่าสุดหลังผ่านไป 9 ปี

    การกล่าวหาเด็กว่าเป็นแม่มดหรือมีผีสิงเป็นรูปแบบของ ทารุณกรรมจากความเชื่อ ที่ยังพบในหลายประเทศ เด็กชายคนหนึ่งชื่อ “โฮป” ที่ถูกทอดทิ้งในไนจีเรียเมื่อปี 2016 ก็เป็นหนึ่งในนั้น 

    โฮป ถูกพบบนถนนในมลรัฐอควา อิโบม ถูกทอดทิ้งตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ด้วยความเชื่อผิด ๆ ของคนในครอบครัว จนซูบผอมเหลือเพียงกระดูก อาสาสมัครองค์กรการกุศลช่วยพาไปรักษาจนมีชีวิตรอดและเติบโตขึ้นภายใต้การดูแล

    ภาพไวรัลน่าสะเทือนใจ

    ภาพที่ แอนญา ริงเกรน โลเวน (Anja Ringgren Lovén) นักการกุศลชาวเดนมาร์ก กำลังให้น้ำกับโฮป ได้กลายเป็นภาพไวรัลไปทั่วโลก

    เด็กพิการ เด็กแฝด หรือเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม เช่น โรคลมชัก ออทิซึม มักถูกตั้งข้อสงสัยและกลายเป็นเหยื่อได้ง่าย ความเปราะบางทางร่างกายและสังคมทำให้เด็กกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการถูกทารุณกรรมจากความเชื่อมากขึ้น

    โฮป ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ African Children’s Aid Education and Development Foundation (ACAEDF) และเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขภาวะ “hypospadias” หรือภาวะท่อปัสสาวะไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด

    โลเวนเคยเล่าว่า เธอสละทุกสิ่งที่มีในเดนมาร์กเพื่อมาก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือ “เด็กแม่มด” ในไนจีเรีย เธอเผยว่าระหว่างที่เดินทางคนเดียวในพื้นที่ชนบท เธอได้พบเด็กหลายคนที่ถูกทรมานและทำร้ายจนเกือบเสียชีวิต เพียงเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด และถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังบนท้องถนน

    ล่าสุดผ่านไป 9 ปี  โฮปได้จบการศึกษาระดับประถมศึกษาแล้ว 

    เด็กถูกทารุณจากความเชื่อ

    รายงานระบุว่าจำนวนเด็กที่สงสัยว่าถูกทารุณกรรมจากความเชื่อในอังกฤษเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การรายงานและการช่วยเหลือยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากคดีประเภทนี้มักถูกซ่อนเร้นหรือไม่ได้รับการแจ้งเบาะแสมากนัก

    การถูกกล่าวหาและทารุณกรรมจากความเชื่อก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการ เด็กที่รอดชีวิตมักต้องการการฟื้นฟูอย่างยาวนานทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต

    หน่วยงานสาธารณสุข ท้องถิ่น และองค์กรพัฒนา ต้องร่วมมือกันให้การศึกษาเรื่องความเชื่อผิด ๆ และจัดแหล่งช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ การเสริมความรู้แก่ชุมชน การส่งเสริมการแจ้งเบาะแส และการสนับสนุนบริการช่วยเหลือเด็กเป็นสิ่งจำเป็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9849314/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05thmP0HERIOfWoUqnHgyp

  • ‘นฤมล’ลั่นไม่ไว้หน้าใคร สั่งสอบด่วนปม‘ปั่นยอดนักเรียน’บิดเบือนอัตราครู

    ‘นฤมล’ลั่นไม่ไว้หน้าใคร สั่งสอบด่วนปม‘ปั่นยอดนักเรียน’บิดเบือนอัตราครู

    ‘นฤมล’ลั่นไม่ไว้หน้าใคร สั่งสอบด่วนปม‘ปั่นยอดนักเรียน’บิดเบือนอัตราครู

    วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.49 น.

    ‘รมว.นฤมล’สั่งตั้งกรรมการสอบด่วนปม‘ปั่นยอดนักเรียน’ที่มหาสารคาม ลั่นเอาผิดไม่ไว้หน้า หากพบบิดเบือน‘อัตรากำลังครู’ หวั่นบั่นทอนคุณภาพศึกษา

    4 ตุลาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลกล่าวอ้างโรงเรียนบางแห่งในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 อาจมีพฤติกรรมปั่นยอดจำนวนนักเรียน โดยการเคลื่อนย้ายนักเรียนเข้า-ออกชั่วคราว เพื่อให้จำนวนถึงเกณฑ์และนำไปใช้ในการคำนวณอัตรากำลังครูเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการจัดสรรบุคลากรครูและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน

    รมว.ศธ. ระบุว่า ตนได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่สืบสวนโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกำชับว่า หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นให้ผู้ใด

    ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมว่า อาจเกี่ยวโยงกับกรณีร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการบรรจุครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองกรณีได้ และอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม แต่หากผลสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด เพราะการทุจริตเช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในยุคที่ตนกำกับดูแลกระทรวงศึกษาอยู่

    “ดิฉันยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการ จะเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดหลักนิติธรรม หากพบพฤติกรรมที่บ่อนทำลายระบบการศึกษา จะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการจัดสรรอัตราครู และสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมว่าการศึกษาไทยจะไม่ถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ใครทั้งสิ้น” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    -005

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/918761&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RI5Eh-69CEX62xKR86q-X