Category: วัฒนธรรม

  • หลับให้พอ ! งานวิจัยเผย เด็กชายที่นอนสม่ำเสมอ ช่วยลดความอ้วนได้

    หลับให้พอ ! งานวิจัยเผย เด็กชายที่นอนสม่ำเสมอ ช่วยลดความอ้วนได้

              งานวิจัยจากสิงคโปร์เผย เด็กผู้ชายที่นอนหลับอย่างสม่ำเสมอครบ 9 ชั่วโมงต่อคืน มีความเสี่ยงโรคอ้วนและไขมันหน้าท้องลดลงมากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับเด็กที่นอนไม่พอ

    งานวิจัยชี้เด็กนอนหลับเพียงพอสม่ำเสมอ ช่วยลดความอ้วนได้

              สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 ผลการศึกษาใหม่จากสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า เด็กผู้ชายที่นอนหลับอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 9 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นต่อคืนตลอดทั้งสัปดาห์ มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนลดลงร้อยละ 51 และมีไขมันหน้าท้องน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับเด็กที่นอนหลับไม่เพียงพอ

              การศึกษาดังกล่าวมีเด็กเข้าร่วม 638 คน จาก 3 กลุ่มชาติพันธุ์หลักของสิงคโปร์ โดยนำข้อมูลการนอนหลับที่รายงานโดยผู้ปกครอง การอ่านค่าจากเครื่องติดตามกิจกรรมแบบสวมใส่ บวกกับการสแกนภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาใช้เพื่อประเมินไขมันหน้าท้อง

              ผลการค้นพบบ่งชี้ว่า เด็กชายที่นอนหลับตามระยะเวลาที่แนะนำ มีไขมันลดลงอย่างเห็นได้ชัดในทุกบริเวณที่วัด ซึ่งรวมถึงไขมันใต้ผิวหนังและไขมันรอบอวัยวะภายใน ทั้งยังมีระดับของตัวบ่งชี้การอักเสบในเลือดที่เชื่อมโยงกับการอักเสบเรื้อรังและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจลดลง ขณะที่ในกลุ่มเด็กผู้หญิงพบความสัมพันธ์ที่คล้ายกันแต่ไม่เด่นชัดนัก ซึ่งอาจสะท้อนถึงความแตกต่างทางชีวภาพ หรือพฤติกรรมในการนอนหลับที่มีผลต่อการสะสมไขมัน

              อนึ่ง ไขมันในช่องท้อง โดยเฉพาะไขมันที่อยู่รอบอวัยวะภายใน มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโรคเมตาบอลิก (metabolic diseases) เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือด

              คณะนักวิจัยยังพบว่า เด็กวัยเรียนหลายคนพยายามชดเชยการนอนหลับที่ไม่เพียงพอในวันธรรมดา ด้วยการนอนหลับให้นานขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทว่าการนอนหลับให้เพียงพอเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน หรือระดับไขมันหน้าท้อง

              ชีหรง ไช ผู้เขียนอาวุโสของการศึกษาดังกล่าว ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้กำหนดนโยบาย โดยชี้ให้เห็นว่านิสัยการนอนหลับที่สม่ำเสมอตลอดทั้งสัปดาห์ เป็นสิ่งสำคัญต่อการปกป้องสุขภาพการเผาผลาญของเด็ก ๆ ไม่ใช่แค่การปล่อยให้เด็กนอนตื่นสายเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์

    ขอบคุณข้อมูลจาก XINHUA

    หมายเหตุ :

    นักเรียนงีบหลับตอนเที่ยงที่ห้องเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองจุนอี้ มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 22 มีนาคม 2567 (แฟ้มภาพซินหัว)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://health.kapook.com/view296046.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fOrqQ4Jl4HhMdNcYPZz6L

  • “

    “ทุนมนุษย์และทักษะแห่งอนาคต: กุญแจสู่การแข่งขันในยุคดิจิทัลของไทย”


    28/10/2568 | 54 |

    ในยุคที่โลกก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ “ทุนมนุษย์” หรือคุณภาพของกำลังแรงงาน ได้กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของประเทศ การพัฒนาทักษะ (Upskill) และการปรับทักษะใหม่ (Reskill) ให้กับแรงงานไทย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) และเทคโนโลยีแห่งอนาคต จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่สำคัญที่สุดในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

    ความท้าทายของตลาดแรงงานไทยในยุคปัจจุบัน (อ้างอิงจาก สศช. และ ธนาคารโลก)

    ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายประการ:

    1. ความไม่สอดคล้องของทักษะ (Skill Mismatch): ผู้จบการศึกษามีทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดงานใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล วิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

    2. สังคมสูงวัย (Aging Society): ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ทำให้มีแรงงานอายุน้อยเข้าสู่ตลาดน้อยลง ในขณะที่แรงงานสูงวัยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะใหม่เพื่อทำงานต่อ

    3. การแทนที่ด้วยเทคโนโลยี: หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาแทนที่งานซ้ำ ๆ ทำให้แรงงานกลุ่มทักษะต่ำมีความเสี่ยงสูงที่จะตกงาน

    💡 เคล็ดลับการเขียน: เน้นย้ำว่าการพัฒนาทักษะไม่ใช่แค่เรื่องของคนอายุน้อย แต่รวมถึงการ Upskill/Reskill แรงงานทุกช่วงวัยให้มีความรู้ด้านดิจิทัล

    กลไกการพัฒนาทักษะของภาครัฐ (อ้างอิงจาก กระทรวงแรงงาน และ อว.)

    ภาครัฐโดย กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาตรการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพแรงงาน:

    • Upskill (เพิ่มทักษะ): การต่อยอดทักษะเดิมให้สูงขึ้นและเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น การฝึกอบรมทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) สำหรับพนักงานเดิม

    • Reskill (ปรับทักษะใหม่): การฝึกอบรมทักษะใหม่ทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนสายงาน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทักษะเดิมกำลังจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี

    • การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning): การส่งเสริมให้คนไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

    ทักษะแห่งอนาคตที่ต้องเร่งพัฒนา

    การพัฒนาทักษะควรเน้นไปที่กลุ่มทักษะที่มีความสำคัญในอนาคต:

    1. Hard Skills (ทักษะเฉพาะทาง): ทักษะด้านดิจิทัล (Digital Literacy), การเขียนโปรแกรม, การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), และเทคโนโลยี EV

    2. Soft Skills (ทักษะทางอารมณ์และสังคม): การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking), การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน, ความคิดสร้างสรรค์, การสื่อสาร, และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration)


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/435265&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2I1oHli52xU7WhOvNGomlx

  • เปิดแฟ้ม ครม.พลังงานชง Quick Big Win ลดค่าครองชีพ – สร้างรายได้ จ่อไฟเขียวโซลาร์ชุมชน 1.5 พันเมกะวัตต์

    เปิดแฟ้ม ครม.พลังงานชง Quick Big Win ลดค่าครองชีพ – สร้างรายได้ จ่อไฟเขียวโซลาร์ชุมชน 1.5 พันเมกะวัตต์

    เศรษฐกิจ

    28 ต.ค. 2025 เวลา 6:01 น.

    จับตาประชุม ครม.วันนี้กระทรวงพลังงานดันโครงการ Quick Big Win ลดค่าครองชีพชุมชน ผลักดัน โครงการโซลาร์เซลล์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ และโครงการอท่น หลังโครงการผ่าน ครม.เศรษฐกิจแล้ว เตรียมเดินหน้าโครงการต่อเนื่องทันที

    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (28 ต.ค.) เวลา 10.00 น.   นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นประธานการประชุม แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

    โดยการประชุม ครม.วันนี้มีวาระการประชุมที่เสนอเข้าสู่การประชุม ครม.ที่น่าสนใจดังนี้

    วาระเพื่อพิจารณา กระทรวงพลังงาน เสนอ กรอบมาตรการการดำเนินมาตรการด้านพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและกระตุ้น เศรษฐกิจของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะมีโครงการสำคัญที่กระทรวงพลังงานเสนอเพื่อดำเนินการ ประกอบด้วย   โครงการโซลาร์ ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์  โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร  โครงการการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัย  และโครงการโซลาร์ลอยน้ำ ในเขื่อน (FPV) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ โครงการการส่งเสริมการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์สำหรับหน่วยงานของรัฐ

    กระทรวงยุติธรรม เสนอ ขออนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดำเพื่อดำเนินโครงการเช่าที่ดิน กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่บริเวณย่านพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงมหานคร เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

    สำนักงานอัยการสูงสุด เสนอ ขออนุมัติวงเงินงบประมาณก่อหนี้ผูกพันข้ามปีประมาณ เพื่อเช่าที่ดินวัดประดู่ (ร้าง) จังหวัดสุพรรณบุรี โฉนดเลขที่ 12026 ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

    สำหรับวาระเพื่อทราบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอรายงานข้อเสนอแนะกรณีเด็กไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทยเข้ารับการศึกษาในประเทศไทย

    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รายงานข้อเสนอแนะกรณีการดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (แฟลตดินแดง) กระทบต่อมาตรฐานการครองชีพของผู้อยู่อาศัยเดิม

    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอ ข้อเสนอแนะกรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานปรับเปลี่ยนลักษณะการจ้างงานในตำแหน่งธุรการโรงเรียนและนักการการโรงจากลูกจ้าชั่วคราว
    เป็นการจ้างเหมาบริการ ซึ่งมีลักษณะการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม

    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอ ข้อเสนอแนะในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย

    ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอ รายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีกรณีที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ของรัฐธธรรมนูแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 (เรื่อง การบริหารจัดการทางเท้าสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครแบบบูรณาการ)

    คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ มาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในโครงการจัดหาอาวุธปืนสวัสดิการ

    กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ สหภาพยุโรปเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย

    กระทรวงวัฒนธรรม เสนอ ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัย
    และสร้างสรรค์แห่งชาติ พ.ศ. 2551

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204940&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2POV7qAJ5Xq7aUk2jw-RH6

  • สศท.2 ศึกษาแนวทาง “เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว” สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

    สศท.2 ศึกษาแนวทาง “เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว” สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือตอนล่าง

    นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศท.2 ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรณีศึกษา จ.พิษณุโลก และสุโขทัย เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และมาตรการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยว สร้างเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง

    นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่สนับสนุนและผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงเกษตรและวัฒนธรรม โดยการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนท้องถิ่น

    จากการลงพื้นที่ของ สศท.2 พบว่า จ.พิษณุโลก มีต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้แก่ ฟาร์มธรรมชาติภัณฑ์ ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ โดยมีนายครรชิต วิเศษสมภาคย์ เป็นเจ้าของฟาร์ม เน้นการทำเกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยวโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นที่ 80 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ ผลิตพืชผักตามมาตรฐานระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) อาทิ ผักสลัด คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ดอกชมจันทร์ มะนาว และกล้วยน้ำว้า ผลผลิตร้อยละ 95 นำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มภายในร้านอาหารของฟาร์ม ส่วนอีกร้อยละ 5 จำหน่ายให้นักท่องเที่ยว โดยเปิดฟาร์มให้เลือกเก็บผลผลิตด้วยตนเอง และจำหน่ายผ่านการออกบูธที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก นอกจากนี้ ยังมีบ้านพักแบบพูลวิลล่า ร้านคาเฟ่ และจุดกางเต็นท์/ดูดาว ไว้ให้บริการในราคาพิเศษ รวมทั้งมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ นั่งรถกอล์ฟชมฟาร์ม ปั่นจักรยาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม 5,000 – 6,000 คน/ปี รายได้จากการผลิตผักอินทรีย์และแปรรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 440,000 บาท/ปี จังหวัดสุโขทัย ได้แก่ ไร่เทียนสว่าง ต.ปากน้ำ อ.สวรรคโลก โดยมีนายเทียน กล่ำบุตร เป็นเจ้าของฟาร์ม บริหารจัดการฟาร์มแบบกลุ่มวิสาหกิจ ทำการผลิตผลไม้และพืชผักปลอดสารเคมี บนพื้นที่ 110 ไร่ อาทิ ข้าว พืชผักตามฤดูกาล ฝรั่งหงเป่าสือ มะพร้าวน้ำหอม กล้วยน้ำว้า และมีการเลี้ยงปศุสัตว์และประมง ผลผลิตร้อยละ 70 จำหน่ายทางออนไลน์ Facebook : ไร่เทียนสว่าง สุโขทัย และหน้าร้าน ส่วนอีกร้อยละ 30 นำไปแปรรูปเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารของฟาร์ม และวางขายใน Shop Young Smart Famer

    นอกจากนี้ ยังมีฐานการเรียนรู้ อาทิ น้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักมูลไส้เดือน ปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุ เลี้ยงแหนแดง อาหารเม็ดเลี้ยงไก่/กบ และอาหารผสมเลี้ยง ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงานเข้ามาเรียนรู้ด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 10,000 – 12,000 คน/ปี ทั้งนี้ รายได้จากการผลิตผลไม้และพืชผักปลอดสารเคมี เฉลี่ยอยู่ที่ 1,500,000 บาท/ปี

    อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาดังกล่าว สศท.2 จะนำเสนอต่อเวทีการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนงานโครงการเสนอขอสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้ยั่งยืน ควรมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิต การรับรองมาตรฐานสินค้า และมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย พัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายและเส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวมถึงพัฒนาช่องทางการตลาด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนงานโครงการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย อาทิ โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ตลาดพรีเมียม และมาตรฐานท่องเที่ยวเชิงเกษตร โครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาฐานข้อมูลและศึกษาวิจัยการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ โครงการสร้างระบบเชื่อมโยงเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยว โครงการตลาดเกษตรอินทรีย์ในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสัญจร และโครงการเพิ่มศักยภาพการสื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ทั้งระบบ เพื่อให้หน่วยงานระดับพื้นที่นำไปจัดทำข้อเสนอโครงการขอรับสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ต่อไป

    ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจข้อมูลผลการศึกษาเชิงลึก สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.2 โทร 0 5532 2650 และ 0 5532 2658 หรืออีเมล์ zone2@oae.go.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/252451&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-gORfayjKUz1Wsyg8zbFA

  • เปิดโลกเห็ดรา 101 ห้องเรียนธรรมชาติวิทยาพื้นฐาน ที่ปลุกความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    เปิดโลกเห็ดรา 101 ห้องเรียนธรรมชาติวิทยาพื้นฐาน ที่ปลุกความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ราว 1 เดือนก่อน พี่บาส (ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา) ผู้อำนวยการมูลนิธิโลกสีเขียว และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เชื้อเชิญให้ไปร่วมกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติวิทยาพื้นฐาน ‘คลาสเปิดโลกเห็ดรา 101’ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการระดมทุนของมูลนิธิโลกสีเขียว ที่มีภาพฝันว่า “อยากให้คนเมืองทุกคนเข้าถึงธรรมชาติได้จากหน้าประตูบ้าน”

    โดยกิจกรรมที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมที่เน้นพาคนเมืองไปสัมผัสกับธรรมชาติรอบตัว ให้เข้าถึงธรรมชาติ ให้ข้อมูลความรู้ต่างๆ ในเเต่ละเรื่องของกิจกรรมที่จัด โดยย่อยข้อมูลที่ยากๆ เเล้วสื่อสารให้เข้าใจง่าย เกิดการเรียนรู้ เเละสร้างเเรงบันดาลใจ ให้ผู้คนอยากที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเเละต่อยอดไปยังเรื่องราวอื่นๆ ซึ่งกิจกรรมที่พาไปก็มีทั้งในเมือง เเละพื้นที่ธรรมชาติในต่างจังหวัด 

    ครั้งนี้ก็เช่นกัน คลาสเปิดโลกเห็ดรา 101 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นความร่วมมือกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นักวิทยาศาสตร์ด้านเห็ดรา อย่าง พี่ปิงปอง ดร.นครินทร์ สุวรรณราช และพี่ใหญ่ ดร.จตุรงค์ คำหล้า จากศูนย์วิจัยด้านความหลากหลายของจุลินทรีย์ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาเป็นวิทยากรให้ตลอดระยะเวลากิจกรรมทั้ง 3 วัน

    เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการ ‘ติดสายตาเห็ด’ โดยมีห้องเรียนคือสวนรุกขชาติห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ข้างๆ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

    หากให้นึกภาพเห็ดในจินตนาการของเรา คงนึกออกเเค่รูปทรงไม่กี่แบบ เเน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องเป็นจำพวกเห็ด Amanita เเสนน่ารัก เห็ดทรงหมวก สีสันสดใส เป็นเห็ดในอุดมคติของใครหลายๆ คน แต่พอได้เริ่มบทเรียน วิทยากรทั้งสองพาเดินสำรวจเห็ดรา ในพื้นที่เพียงไม่กี่ร้อยเมตรในสวนรุกขชาติห้วยเเก้ว เราก็ได้พบเจอกับเห็ดหน้าตาแปลกๆ ชื่อแปลกๆ หลากหลายชนิด ซึ่งจริงๆเเล้วเป็นชนิดที่พบเห็นได้ในหลายพื้นที่ แต่เราอาจไม่ได้สนใจ จนมองข้ามไป เพราะว่ากันตามจริงเจ้าพวกนี้ก็ไม่ได้ทำตัวโดดเด่นมากนัก

    จากเห็ดราที่พบในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนี้ พี่ปิงปอง เเละพี่ใหญ่ ให้ความรู้โดยการจัดจำเเนกให้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ เพื่อที่เวลาเราเดินป่าพบเจอเห็ดเหล่านี้จะได้พอจัดกลุ่มได้ว่าอยู่กลุ่มไหน ส่วนการจดจำชื่อนั้นอาจจะเกินความสามารถไปหน่อย เพราะเห็ดมีหลากหลายชนิดเหลือเกิน ทั้งบางทีหน้าตาก็คล้ายกันจนแทบจะเเยกไม่ออก ดังนั้นในขั้นเริ่มต้นความสนุกนี้เราแยกให้ออกเป็น 4 กลุ่มตามบทบาทของเห็ดรา (Role of mushroom) เหล่านี้ก็พอ  

    Ectomycorrhizal กลุ่มเอกโตไมคอร์ไรซ่า ตัวอย่างเห็ดกลุ่มนี้ได้เเก่ เห็ดระโงก เห็ดเผาะ เห็ดตับเต่า เห็ดเสม็ด เราจะพบเห็ดราชนิดนี้ตามโคนต้นไม้ บนพื้นดิน เนื่องจากเห็ดราชนิดนี้อาศัยกับรากพืชอย่างพึ่งพาอาศัยกัน

    Saprophytic กลุ่มซาโพรไฟท์ เห็ดราในกลุ่มนี้ทำหน้าที่ในการย่อยสลาย ตัวอย่างเห็ดกลุ่มนี้ได้เเก่ เห็ดหูหนู เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดน้ำหมึก เนื่องจากอยู่ในกลุ่มย่อยสลายเราจึงพบเห็ดเหล่านี้ได้ตามขอนไม้ ทั้งเห็ดกลุ่มนี้ยังเพาะเลี้ยงได้เเละมีขายอยู่ทั่วไป

    Parasitic กลุ่มปรสิต กลุ่มนี้จะย่อยสลายต้นไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเห็ดกลุ่มนี้ได้เเก่ เห็ดหิ้ง เห็ดหลินจือ ชาวสวนปาล์มอาจจะคุ้นชินกับเห็ดกลุ่มนี้ดี ซึ่งหากพบเห็ดหลินจือในสวนนั่นหมายถึงหายนะกำลังเกิด เพราะสายใยของมันจะเข้าสู่ระบบรากของต้นปาล์มเเละค่อยๆ ดูดน้ำเลี้ยง จนในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ต้นปาล์มก็จะตายไปเอง เเต่อย่าเพิ่งมองว่ากลุ่มปรสิตนี้ร้ายกาจจนเกินไปนัก เพราะในผืนป่าใหญ่เห็ดกลุ่มนี้มีส่วนช่วยลดความหนาเเน่นของต้นไม้ เมื่อต้นไม้หนึ่งล้มลง แสงสว่างก็ส่องลงมาด้านล่างทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นๆ เติบโตขึ้นเเทนที่ มีอีกเรื่องน่าตื่นเต้นจาก รา ในกลุ่มนี้ คือมีราชนิดหนึ่งที่เข้าไปอาศัยอยู่ในร่างกายเเมลง เเละควบคุมระบบประสาทของเเมลงนั้นๆ ได้ หลายคนเรียกกันว่า ‘ราซอมบี้’ ซึ่งในครั้งนี้พวกเราก็โชคดีเจอตัวอย่างนี้ด้วย เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังเเบบชัดๆในหัวข้อถัดไป

    Insect associated กลุ่มอินเซ็กซ์ เห็ดกลุ่มนี้จะมีความคาบเกี่ยวอยู่กับเเมลง ตัวอย่างที่ชัดเจนของเห็ดกลุ่มนี้คือ เห็ดโคน ที่ใดมีรังปลวกที่นั่นก็มีโอกาสได้พบกับเห็ดโคน เนื่องจากเมื่อปลวกขับถ่ายออกมาเเล้วมูลปลวกจะเป็นอาหารให้กับเชื้อราในรังปลวก จนเติบโตขึ้นมาเป็นเห็ดโคน

    อันที่จริงเห็ดราแฝงตัวอยู่ในทุกที่รอบๆ ตัวเรา ในร่างกายคนเราก็มีเชื้อราประจำถิ่นอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ปาก ผม ผิวหนัง เเละอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งหากอยู่ในสภาวะปกติเชื้อราเหล่านี้ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเรามากนัก แต่หากวันใดที่ร่างกายอ่อนเเอลง เจ้าเชื้อราเหล่านี้ก็จะแสดงตัวออกมา หรือเเม้เเต่ในอากาศ เราก็ล้วนสูดดมเห็ดราอยู่เนืองๆ มีงานวิจัยบอกไว้ว่า เห็ดบางชนิดระเบิดสปอร์ด้วยอัตราเร่งสูงกว่ากระสวยอวกาศยามปล่อยจากฐานถึง 10,000 เท่า เเละส่งสปอร์ได้เร็วถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดอันดับต้นๆ ของการเคลื่อนไหวที่เร็วที่สุดของสิ่งมีชีวิต ทั้งในเเต่ละปีนั้นเห็ดรายังผลิตสปอร์ได้มากมหาศาล โดยเทียบเป็นน้ำหนักของวาฬสีน้ำเงินได้มากถึง 500,000 ตัว 

    เมื่อได้ติดดวงตาเห็ดเเละพอจะจำแนกเห็ดราออกเป็นกลุ่มๆ กันเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ถึงคราวลงสนามเดินหาเห็ดราในเส้นทางศึกษาธรรมชาติห้วยคอกม้า ดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ในครั้งนี้นอกจากการเดินก้มๆ เงยๆ ชมนกชมไม้ตามปกติแล้ว สายตายังสอดส่องหาเห็ดมาประกอบการเรียนอีกด้วย ในรอบนี้เราต้องหาเห็ดที่เป็นตัวแทนของทั้ง 4 กลุ่ม เเละหารูปทรงให้ได้หลากหลายที่สุด เพื่อจะได้มีตัวอย่างที่หลากหลายมาใช้ในการเรียนรู้

    ระยะทางไม่ถึง 2 กิโลเมตร ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติฯ ชาวคณะหาเห็ดใช้เวลาไปครึ่งวันในการดูนั่นโน่นนี่ และฟังเรื่องเล่าต่างๆ จากวิทยากร ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่อง ส่วนของ mycelium ที่ยังไม่ได้เติบโตเป็นดอกเห็ด มีลักษณะเป็นเส้นๆเกาะอยู่กับกิ่งไม้ พี่ปิงปองบอกว่า สิ่งนี้เรามักเรียกกันป่า เส้นผมนางฟ้า เส้นผมนางไม้ เครือเขาหลง ว่านสาวหลง ราวๆ นี้ เเล้วเเต่ที่ใดจะเรียกอย่างไร เชื่อกันว่าเป็นเครื่องราง ค่อนข้างมีราคาในท้องตลาด  แต่ก็นั่นเเหละ ความเชื่อก็คือความเชื่อ ส่วนเรื่องจริงคือ ชิ้นส่วนหนึ่งของเห็ดราที่ยังไม่งอกเป็นดอกเห็ด

    อีกตัวอย่างหนึ่งที่เจอถึง 2 อันในครั้งนี้คือ ‘รามด’ เป็นราที่เข้าไปควบคุมมด เราจะสังเกตได้ว่ามดที่ถูกควบคุมนี้จะมีแท่งขาวๆ งอกออกมาบริเวณหัว ซึ่งมันเล็กมากหากไม่สังเกตดีๆ ไม่มีทางเห็นเเน่นอน แต่เนื่องจากสมาชิกกลุ่มนี้ติดดวงตาเห็ดกันมาเเล้วก็เลยได้เจอ ฮ่าๆ 

    พี่ใหญ่ ผู้ที่ทำงานด้านเห็ดรามาร่วม 20 ปี ก็บอกว่าเพิ่งเคยเจอของจริงที่นี่เป็นครั้งเเรก โดยได้อธิบายเรื่องของเจ้าราซอมบี้นี้ไว้ว่า ในธรรมชาติจะมีราบางชนิด สามารถเข้าไปควบคุมมดเเละเเมลงบางชนิดได้ เช่นเจ้ามดตัวนี้ ที่ถูกควบคุมโดยราชนิดหนึ่ง ราจะเข้าไปควบคุมระบบประสาทของมด บังคับให้มดปีนขึ้นสู่ต้นไม้ที่สูง แล้วใช้เขี้ยวกัดเเละหนีบใบไม้ไว้ จากนั้นราก็จะเริ่มยึดครองออกมาจากร่างกายของมดเเละตรึงไว้กับใบไม้ ราจะย่อยร่างของมดแและงอกก้านสีขาวๆ ออกมาจากหัวของมด ก้านจะชูเเละปล่อยสปอร์ลงมาจากที่สูงที่เหมาะสมเพื่อให้สปอร์ลอยไปได้ไกลซึ่งราได้บังคับให้มดไปอยู่ตรงนั้นด้วยเหตุนี้

    เรื่องราวแปลกๆ ชวนตื่นเต้นยังมีอีกมากมาย ไม่น่าเชื่อว่าโลกของเห็ดรามันจะน่าสนุกเเละชวนค้นหาได้ขนาดนี้ ที่ผ่านมาทำไมเราไม่เคยนึกถึงเจ้าชีวิตเล็กๆ ที่เเสนมหัศจรรย์นี้เลยนะ 

    หลังจากลงพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยเเล้วก็ถึงเวลาเข้าห้องเรียนเเละห้องทดลอง จากตัวอย่างเห็ดรา ที่ได้มาทั้งหมดเเต่ละคนได้เอามาเแบ่งปันกัน เราเริ่มกันด้วยการสำรวจดูเห็ดที่เลือกมา นำมาเทียบกับการแบ่งลักษณะเห็ดเเต่ละส่วนตามเอกสารที่ได้รับ หลังจากนั้นจึงลงมือวาดเเต่ละส่วนอย่างละเอียดเพื่อฝึกการบันทึกชนิดเห็ดที่พบ การถ่ายรูปช่วยในการบันทึกได้ในระดับหนึ่ง แต่การวาดเพื่อบันทึกจะทำให้เราเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่กล้องไม่สามารถทำได้ ที่สำคัญคือเราจะได้เห็นเเละทำความรู้จักกับส่วนต่างๆ ของเห็ดได้อย่างละเอียดละออมากขึ้นด้วยตาเนื้อ

    หลังจากนั้นจึงผ่าเพื่อนำเอาชิ้นส่วนเล็กๆ บริเวณครีบดอกมาส่องกับกล้อง Stereo Microscope เพื่อดูโครงสร้างสปอร์ของเห็ด เรียกได้ว่ามาครั้งนี้ได้ทดลองสวมบทบาทเป็นนักวิจัยด้านเห็ดรากันเลยทีเดียว ก่อนจบคลาสจากห้องทดลอง ก็ถึงคิวของการทำ Spores Print ทุกคนจะได้รับกระดาษเเล้วเลือกเห็ดที่ชอบมาวางบนกระดาษของตัวเอง แล้วนำไปบ่มไว้ 1 คืน ก็จะได้ผลงานศิลปะจากดอกเห็ด ในรูปแบบของ Spores Print ซึ่งเป็นงานศิลปะที่พร้อมจะชูช่อเป็นดอกเห็ดได้อีกครั้งหากอุณหภูมิ ความชื้น เเละองค์ประกอบต่างๆ เป็นใจ

    จากภาคสนาม ห้องทดลอง มาสู่ห้องเรียน เราได้เรียนกันในเรื่องพื้นฐานเห็ดรา การจำแนก ประวัติศาสตร์ การใช้ประโยชน์จากเห็ดรา ด้านประวัติศาสตร์เห็ดรานั้นน่าทึ่งมาก เริ่มมีบันทึกที่พูดถึงเห็ดราขนาดมหึมาที่สูงมากกว่าตึกสองชั้น ตั้งเเต่เมื่อ 400 ล้านปีที่เเล้ว ส่วนในยุคของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลก็ปรากฏว่ามีการกินราที่ผลิตสารเพนิซิลลิน ซึ่งอาจอนุมานได้ว่าพวกเขามีความรู้เกี่ยวกับฤทธิ์จากราชนิดนนี้ ขยับใกล้เข้ามาอีกหน่อยในยุคมนุษย์น้ำเเข็ง มีการค้นพบ The Iceman’s Survival Kit ที่มีถุงบรรจุเห็ดติดตัวเอาไว้สองส่วนคือไว้สำหรับกินเป็นยา เเละอีกส่วนไว้สำหรับจุดไฟ จนมาในปี คศ.1640 มีการกล่าวถึงสรรพคุณของราในการรักษาโรค เเละรักษาบาดเเผล จนภายหลังมนุษย์เราก็ใช้ประโยชน์จากสารในเห็ดรามาทำยาปฏิชีวนะเเละใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ทางการเเพทย์ จวบจนถึงปัจจุบัน

    วงการวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ยังคงค้นพบเห็ดราชนิดใหม่ๆ อยู่ตลอด อาจด้วยเพิ่งจะมีการศึกษาอย่างจริงจังในช่วงระยะเวลาไม่กี่สิบปีมานี้ เนื่องจากมีผู้ที่สนใจเรื่องเห็ดรานั้นยังมีจำนวนน้อย เเละปัจจุบันเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดราไม่ถึง 10 คน ข้อมูลเเละการค้นพบต่างๆ จึงอยู่ในระดับค่อยเป็นค่อยไป แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ 

    เรื่องน่าแปลกใจเรื่องหนึ่งของการค้นพบเห็ดชนิดใหม่ คือการพบเห็ดทรัฟเฟิลบนดอยสุเทพ ไม่ได้ค้นพบอย่างเดียว แต่ยังสามารถจำเเนกได้ถึง 3 ชนิด หนึ่งในนั้นเป็นทรัฟเฟิลชนิดเดียวกันกับ เห็ดทรัฟเฟิลขาวอิตาเลียน (Tuber magnatum) ซึ่งเป็นชนิดที่มีราคาสูงที่สุดในโลกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สร้างความสงสัยเเละข้อถกเถียงขึ้นในเวทีระดับโลก จนนำมาสู่การพิสูจน์จนเป็นที่ยืนยันได้ ส่วนอีก 2 ชนิด เป็นชนิดใหม่ของโลก มีชื่อภาษาไทยว่า เห็ดทรัฟเฟิลขาวเทพสุคนธ์ (นามพระราชทาน) และ เห็ดทรัฟเฟิลล้านนา เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงถิ่นที่พบเจอ 

    ในต่างประเทศมีการค้นหาเห็ดทรัฟเฟิลกันอย่างจริงจัง มีการฝึกหมูเเละสุนัขเพื่อใช้ในภารกิจค้าหาเห็ดทรัฟเฟิล แต่สำหรับในประเทศไทยเราจะพบนักวิจัยก้มๆ เงยๆ สูดดมกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลบริเวณเหนือพื้นดินที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย จากการศึกษาพบว่าต้นกำลังเสือโคร่งมีโอกาสที่จะพบเห็ดทรัฟเฟิลได้เนื่องจากระบบรากมีผลประโยชน์เอื้อต่อไมคอร์ไรซ่าของเห็ดทรัฟเฟิล ซึ่งจริงๆ แล้วต้นไม้ตระกูลสน ก่อ ก็มีโอกาสเป็นโฮสได้เช่นกัน

    คลาสเปิดโลกเห็ดรา ยังมีอีกสารพัดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเเละชวนให้หาคำตอบ ด้วยระยะเวลาเพียง 3 วันกับการเข้าไปสัมผัสโลกที่ซับซ้อนในอาณาจักรของเห็ดรานี้ดูจะน้อยเกินไป ถ้ามันสนุกขนาดนี้ ทำไมถึงบอกว่า ‘โลกของเห็ดรา เป็นโลกที่ถูกลืม’ หรือนั่นเป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่นั้นยังไม่รู้จัก ยังไม่มีโอกาสเข้ามาสัมผัสชีวิตอันน่าอัศจรรย์เเละยิ่งใหญ่ของเห็ดรา ?

    สุดท้ายขอเอาใจช่วย มูลนิธิโลกสีเขียว และ ศูนย์วิจัยด้านความหลากหลายของจุลินทรีย์ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมดีๆ เเบบนี้ต่อไป สร้างการรับรู้ ประสบการณ์ และเเรงบันดาลใจ ให้กับคนหมู่มาก ได้มีช่องทางในการเอาตัวเองเข้ามาเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเล่นสนุกเเบบเด็กในร่างของผู้ใหญ่อีกครั้ง

    ผู้เขียน

    ถ่ายภาพเพื่อบันทึกเรื่องราว และบางคราวก็เอาภาพมาเล่าเรื่อง มีความสุขกับการดริปกาแฟ และชื่นชมแคตตัส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/bloging/into-the-wild/2025-212/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zw2axneczMVxyI0u5acaB

  • เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้า ‘ทุนการศึกษา’ ปีที่ 47 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้า ‘ทุนการศึกษา’ ปีที่ 47 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ

    วันจันทร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

    ครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองประธานกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานในพิธี ร่วมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ได้รับทุนระดับมัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบเกียรติบัตรทุนระดับปริญญาตรี พิธีมอบทุนจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2522 ปัจจุบันมีผู้ได้รับทุนไปแล้วกว่า 6,800 ทุน และยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างโอกาส สร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทย ภายใต้ความเชื่อว่า “การศึกษา คือรากฐานของการพัฒนาคนและประเทศ” เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ณ ห้องออดิทอเรียม ทรู ดิจิทัล พาร์ค

    คณะกรรมการโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์นำโดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ถ่ายภาพร่วมกับตัวแทนนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับทุนซีพี ประจำปี 2568

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า “การศึกษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้นำที่มีคุณภาพในอนาคต ทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นทุนแบบไร้ข้อผูกมัด ที่ไม่เพียงมอบทุนทรัพย์เพื่อสานต่อการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะพิเศษ ฝึกงาน และเรียนรู้ประสบการณ์นอกห้องเรียน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ นพ.ธีระเกียรติได้กล่าวถึงหลักธรรมทางพุทธศาสนา “มรรคมีองค์ 8” ว่าเริ่มต้นด้วยคำว่า “สัมมา” หมายถึง “ชอบ” ไม่ว่าจะเป็นการเห็นชอบ ดำริชอบ หรือกระทำชอบ เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จในเส้นทางชีวิต เช่นเดียวกับนักเรียนทุนที่เมื่อได้รับโอกาสแล้ว ควรใช้ความดี ความรู้ที่ได้รับ แล้วใช้ความคิดชอบ และความเพียรพยายามในการสร้างประโยชน์เพื่อตอบแทนกลับคืนสู่สังคม พร้อมส่งต่อโอกาสนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป”

    ขณะที่ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวในพิธีมอบทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประจำปี 2568 ว่า “การได้รับทุนการศึกษาซีพี เป็นสัญลักษณ์ของความเพียรและความตั้งใจดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่นักเรียนทุนควรยึดถือไว้ตลอดชีวิต เพราะทุกคนย่อมต้องเผชิญกับอุปสรรคและความเปลี่ยนแปลง แต่ความเพียรจะเป็นพลังให้เราก้าวข้าม ปรับตัว และลุกขึ้นได้ในทุกครั้ง ทุนการศึกษานี้ไม่เพียงมอบเพื่อการศึกษาของแต่ละคนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจดีที่นักเรียนทุนมีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เปรียบเสมือน “รากแก้ว” ที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ สร้างร่มเงาแห่งโอกาสให้กับผู้อื่นต่อไป”

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีต รมว.กระทรวงศึกษาธิการ รองประธานโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบทุนการศึกษาในระดับมัธยม ปวช. และ ปวส.

    ศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ ค่านิยมหลัก 6 ประการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจให้เติบโตควบคู่กับความสำเร็จของสังคม โดยเฉพาะ หลักปรัชญา 3 ประโยชน์ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ เช่นเดียวกับการทำงานอย่างมีคุณภาพ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยคุณธรรมและความซื่อสัตย์ เพราะ “ความซื่อสัตย์” คือพื้นฐานของความไว้วางใจ และเป็นหัวใจในการสร้างระบบสังคมที่สมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

    ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา

    ทั้งนี้ ศุภชัย ยังได้ฝากข้อคิดถึงนักเรียนทุนทุกคนว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนแสวงหาความมั่นคงและการเติมเต็มความฝันในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความมั่นคงอย่างแท้จริง คือ “ความรักและความเห็นอกเห็นใจ” เพราะรักแท้ทำให้เรามองเห็นและยอมรับในความแตกต่าง เชื่อมโยงเรากับความเป็นจริง และช่วยให้เราเข้าใจตัวตนของตนเอง พร้อมใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและงดงามร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”

    “วันนี้น้องๆ ทุกคนมีความฝัน ขอให้สร้างความฝันนั้นด้วยความรักและคุณธรรม เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสงบและความรุ่งเรือง โดยครองสติ ศีล สมาธิ และปัญญา ให้สามารถก้าวต่อไปโดยไม่ถูกควบคุมด้วยอารมณ์ แต่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยความดีงาม” ศุภชัยกล่าวทิ้งท้าย

    ศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวแนะแนวการปฏิบัติตนกับน้องๆ เพื่อเป็นผู้ให้โอกาสในอนาคต

    ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบเกียรติบัตรทุนการศึกษา นักเรียนทุนเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั้ง 229 คน ได้ร่วมกล่าวปฏิญาณแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ว่าจะน้อมนำพลังแห่งโอกาสที่ได้รับจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งมั่นนำความรู้ ความดี และความเพียรที่สั่งสม กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของทุนการศึกษาซีพี อันเป็นพลังแห่งการให้ที่สร้างคุณค่าคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ให้โอวาทแก่น้องๆ ที่ได้รับทุน

    ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี มอบให้นักศึกษาทั่วประเทศในสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการของประเทศ ทุนละ 50,000 บาทต่อปี ต่อเนื่องจนจบการศึกษา ซึ่งผู้ได้รับทุนจะเข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project-based Learning และร่วมออกแบบโครงการเพื่อชุมชนยั่งยืนในแต่ละภูมิภาค อีกทั้งจะได้ฝึกงานกับบริษัทในเครือ เพื่อเรียนรู้การทำงานจริง

    นอกจากทุนระดับปริญญาตรี เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมอบ “ทุนเพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมสายวิทย์-คณิต และนักเรียน ปวช./ปวส. ในสาขาที่ขาดแคลนของประเทศ เช่น การแพทย์ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ และเทคนิคเฉพาะด้าน มูลค่าทุน 70,000 บาทต่อปี เป็นทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษาอีกเช่นกัน

    ตัวแทนผู้ได้รับทุนการศึกษามอบพวงมาลัยแทนคำขอบคุณแก่ผู้ใหญ่ใจดี

    ศรีรัตน์ มะกา ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสาธารณสุขศาสตร์ สาขาการจัดการและการดูแลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยนเรศวร หนึ่งในผู้ได้รับทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประจำปีนี้ เปิดเผยว่า “ตนเติบโตในหมู่บ้านขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนเผ่าบนดอยที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง เด็กส่วนใหญ่ต้องเลือกระหว่างการเรียนต่อกับการช่วยเหลือครอบครัว ทำให้หลายคนไม่ได้มีโอกาสศึกษาต่อ แต่ด้วยความตั้งใจ ได้พยายามทำงานรับจ้างซักผ้า และหาทุนการศึกษาด้วยตนเอง เพื่อหารายได้ระหว่างเรียน พร้อมมุ่งมั่นศึกษาต่อเพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนของตน โดยเฉพาะด้านการดูแลผู้สูงอายุที่ยังขาดแคลนและเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง”

    ไรยา หลีจู

    ศรีรัตน์ ยังเผยว่า “ทุนซีพีไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระด้านค่าเล่าเรียน แต่ยังมอบโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ผ่านการอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเรียนรู้ด้านต่างๆ ที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับนักศึกษาจากพื้นที่ห่างไกล จึงรู้สึกดีใจและเห็นคุณค่าของโอกาสที่ได้รับ พร้อมตั้งใจจะนำความรู้กลับไปยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านให้ดีขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าการศึกษาและความเพียรพยายามจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตและชุมชนของในอนาคต”

    ศรีรัตน์ มะกา

    เช่นเดียวกับ ไรยา หลีจู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสันติธรรมวิทยามูลนิธิ อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง หนึ่งในผู้ได้รับทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประจำปีนี้ เปิดเผยด้วยความดีใจว่า “ไม่คิดว่าจะได้ทุน เพราะเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่ได้รับ โดยตนมาจากครอบครัวฐานะยากจน มีพี่น้อง 5 คน เป็นคนที่สามของบ้าน แม้จะต้องเผชิญความลำบาก แต่ก็พยายามตั้งใจเรียนและพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พร้อมคว้าโอกาสทุกครั้งที่มีเข้ามา ซึ่งทุนซีพีที่ได้รับเป็นปีที่สองนี้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านได้มาก ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถเรียนต่อได้โดยไม่ต้องพักการเรียนอีก แม้เคยต้องหยุดเรียนไปช่วงหนึ่งเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และกลับมาเรียนต่อจนสำเร็จ โดยย้ำว่า ไม่มีคำว่าสายในการเรียนรู้”

    สุวพัชร แสงนวล นักเรียนทุนซีพีรุ่นพี่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้อง

    นอกจากนี้ เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุนซีพีไม่เพียงช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังมอบโอกาสในการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมอบรมทักษะชีวิตและความรู้ด้านดิจิทัล ซึ่งช่วยต่อยอดทักษะในการทำงานในอนาคตและเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง ทั้งนี้ มีความฝันอยากเรียนต่อในสาขาพยาบาล เพื่อจะได้กลับไปช่วยเหลือผู้อื่นในชุมชน เหมือนกับที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ยื่นมือมาช่วยเธอในวันนี้” 

    โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 จากเจตนารมณ์ของนายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับเยาวชนที่มีความสามารถแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยได้รับการสานต่ออย่างมั่นคงจากนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส และนายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ จนกระทั่งในปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร โครงการทุนการศึกษานี้ได้พัฒนาและขยายผลอย่างเป็นระบบทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

    ปัจจุบัน โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์มี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการบริหารทุน และนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน พร้อมคณะกรรมการทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนทุนนี้ให้เป็นพลังเปลี่ยนชีวิตของเยาวชน และเป็นฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

    สำหรับผู้ที่สนใจสมัครขอรับทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติผู้สมัครและดำเนินการสมัครได้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทาง www.applycpscholarship.com ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/923681&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cXhC0Rax-FQI6bNHVPmWA

  • “มิตรผล” จับมือ “SCGC” พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งเสริมการ …

    “มิตรผล” จับมือ “SCGC” พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งเสริมการ …

    ฟิล์มสำหรับห่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของกลุ่มมิตรผล อาทิ น้ำตาลมิตรผล เฟรชชี่ ไซรัป รวมทั้งฟิล์มหดรัดสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำแร่เอโตะ. ความร่วมมือดังกล่าว …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipr.net/business/3658477&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AZa_ZE03mt73TXfCaJZd7

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2594-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A0/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F7_uZtzX2ld09dxmyzFPa

  • เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 200 ทุน

    เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 200 ทุน

    โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองประธานกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานในพิธี ร่วมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ได้รับทุนระดับมัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบเกียรติบัตรทุนระดับปริญญาตรี พิธีมอบทุนจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2522 ปัจจุบันมีผู้ได้รับทุนไปแล้วกว่า 6,800 ทุน และยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างโอกาส สร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทย ภายใต้ความเชื่อว่า “การศึกษา คือรากฐานของการพัฒนาคนและประเทศ”

    เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 200 ทุน

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า “การศึกษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้นำที่มีคุณภาพในอนาคต ทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นทุนแบบไร้ข้อผูกมัด ที่ไม่เพียงมอบทุนทรัพย์เพื่อสานต่อการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะพิเศษ ฝึกงาน และเรียนรู้ประสบการณ์นอกห้องเรียน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ นพ.ธีระเกียรติได้กล่าวถึงหลักธรรมทางพุทธศาสนา “มรรคมีองค์ 8” ว่าเริ่มต้นด้วยคำว่า “สัมมา” หมายถึง “ชอบ” ไม่ว่าจะเป็นการเห็นชอบ ดำริชอบ หรือกระทำชอบ เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จในเส้นทางชีวิต เช่นเดียวกับนักเรียนทุนที่เมื่อได้รับโอกาสแล้ว ควรใช้ความดี ความรู้ที่ได้รับ แล้วใช้ความคิดชอบ และความเพียรพยายามในการสร้างประโยชน์เพื่อตอบแทนกลับคืนสู่สังคม พร้อมส่งต่อโอกาสนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป”

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    ขณะที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวในพิธีมอบทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประจำปี 2568 ว่า “การได้รับทุนการศึกษาซีพี เป็นสัญลักษณ์ของความเพียรและความตั้งใจดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่นักเรียนทุนควรยึดถือไว้ตลอดชีวิต เพราะทุกคนย่อมต้องเผชิญกับอุปสรรคและความเปลี่ยนแปลง แต่ความเพียรจะเป็นพลังให้เราก้าวข้าม ปรับตัว และลุกขึ้นได้ในทุกครั้ง ทุนการศึกษานี้ไม่เพียงมอบเพื่อการศึกษาของแต่ละคนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจดีที่นักเรียนทุนมีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เปรียบเสมือน “รากแก้ว” ที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ สร้างร่มเงาแห่งโอกาสให้กับผู้อื่นต่อไป”

    เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 200 ทุน

    นายศุภชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า “แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ ค่านิยมหลัก 6 ประการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจให้เติบโตควบคู่กับความสำเร็จของสังคม โดยเฉพาะ หลักปรัชญา 3 ประโยชน์ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ เช่นเดียวกับการทำงานอย่างมีคุณภาพ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยคุณธรรมและความซื่อสัตย์ เพราะ “ความซื่อสัตย์” คือพื้นฐานของความไว้วางใจ และเป็นหัวใจในการสร้างระบบสังคมที่สมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

    นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์

    ทั้งนี้ นายศุภชัยยังได้ฝากข้อคิดถึงนักเรียนทุนทุกคนว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนแสวงหาความมั่นคงและการเติมเต็มความฝันในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความมั่นคงอย่างแท้จริง คือ “ความรักและความเห็นอกเห็นใจ” เพราะรักแท้ทำให้เรามองเห็นและยอมรับในความแตกต่าง เชื่อมโยงเรากับความเป็นจริง และช่วยให้เราเข้าใจตัวตนของตนเอง พร้อมใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและงดงามร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”

    “วันนี้น้องๆ ทุกคนมีความฝัน ขอให้สร้างความฝันนั้นด้วยความรักและคุณธรรม เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสงบและความรุ่งเรือง โดยครองสติ ศีล สมาธิ และปัญญา ให้สามารถก้าวต่อไปโดยไม่ถูกควบคุมด้วยอารมณ์ แต่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยความดีงาม” นายศุภชัยกล่าวทิ้งท้าย

    ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบเกียรติบัตรทุนการศึกษา นักเรียนทุนเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั้ง 229 คน ได้ร่วมกล่าวปฏิญาณแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ว่าจะน้อมนำพลังแห่งโอกาสที่ได้รับจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งมั่นนำความรู้ ความดี และความเพียรที่สั่งสม กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของทุนการศึกษาซีพี อันเป็นพลังแห่งการให้ที่สร้างคุณค่าคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

    เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 200 ทุน

    ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี มอบให้นักศึกษาทั่วประเทศในสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการของประเทศ ทุนละ 50,000 บาทต่อปี ต่อเนื่องจนจบการศึกษา ซึ่งผู้ได้รับทุนจะเข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Project-based Learning และร่วมออกแบบโครงการเพื่อชุมชนยั่งยืนในแต่ละภูมิภาค อีกทั้งจะได้ฝึกงานกับบริษัทในเครือ เพื่อเรียนรู้การทำงานจริง 

    นอกจากทุนระดับปริญญาตรี เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมอบ “ทุนเพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมสายวิทย์-คณิต และนักเรียน ปวช./ปวส. ในสาขาที่ขาดแคลนของประเทศ เช่น การแพทย์ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ และเทคนิคเฉพาะด้าน มูลค่าทุน 70,000 บาทต่อปี เป็นทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษาอีกเช่นกัน

    เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 สร้างโอกาส สร้างอนาคตแก่นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศกว่า 200 ทุน

    ในการนี้ นางสาวศรีรัตน์ มะกา ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสาธารณสุขศาสตร์ สาขาการจัดการและการดูแลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยนเรศวร หนึ่งในผู้ได้รับทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประจำปีนี้ เปิดเผยว่า “ตนเติบโตในหมู่บ้านขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนเผ่าบนดอยที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง เด็กส่วนใหญ่ต้องเลือกระหว่างการเรียนต่อกับการช่วยเหลือครอบครัว ทำให้หลายคนไม่ได้มีโอกาสศึกษาต่อ แต่ด้วยความตั้งใจ ได้พยายามทำงานรับจ้างซักผ้า และหาทุนการศึกษาด้วยตนเอง เพื่อหารายได้ระหว่างเรียน พร้อมมุ่งมั่นศึกษาต่อเพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนของตน โดยเฉพาะด้านการดูแลผู้สูงอายุที่ยังขาดแคลนและเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง”

    นางสาวศรีรัตน์ ยังเผยว่า “ทุนซีพีไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระด้านค่าเล่าเรียน แต่ยังมอบโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ผ่านการอบรมทักษะภาษาอังกฤษและการเรียนรู้ด้านต่างๆ ที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับนักศึกษาจากพื้นที่ห่างไกล จึงรู้สึกดีใจและเห็นคุณค่าของโอกาสที่ได้รับ พร้อมตั้งใจจะนำความรู้กลับไปยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านให้ดีขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าการศึกษาและความเพียรพยายามจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตและชุมชนของในอนาคต”

    นางสาวศรีรัตน์ มะกา ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง นักศึกษาชั้นปีที่ 2

    เช่นเดียวกับ นางสาวไรยา หลีจู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสันติธรรมวิทยามูลนิธิ อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง หนึ่งในผู้ได้รับทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประจำปีนี้ เปิดเผยด้วยความดีใจว่า “ไม่คิดว่าจะได้ทุน เพราะเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่ได้รับ โดยตนมาจากครอบครัวฐานะยากจน มีพี่น้อง 5 คน เป็นคนที่สามของบ้าน แม้จะต้องเผชิญความลำบาก แต่ก็พยายามตั้งใจเรียนและพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พร้อมคว้าโอกาสทุกครั้งที่มีเข้ามา ซึ่งทุนซีพีที่ได้รับเป็นปีที่สองนี้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านได้มาก ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถเรียนต่อได้โดยไม่ต้องพักการเรียนอีก แม้เคยต้องหยุดเรียนไปช่วงหนึ่งเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และกลับมาเรียนต่อจนสำเร็จ โดยย้ำว่า ไม่มีคำว่าสายในการเรียนรู้”

    นอกจากนี้ เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุนซีพีไม่เพียงช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังมอบโอกาสในการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมอบรมทักษะชีวิตและความรู้ด้านดิจิทัล ซึ่งช่วยต่อยอดทักษะในการทำงานในอนาคตและเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง ทั้งนี้ มีความฝันอยากเรียนต่อในสาขาพยาบาล เพื่อจะได้กลับไปช่วยเหลือผู้อื่นในชุมชน เหมือนกับที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ยื่นมือมาช่วยเธอในวันนี้”  

    นางสาวไรยา หลีจู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

    โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 จากเจตนารมณ์ของนายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับเยาวชนที่มีความสามารถแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยได้รับการสานต่ออย่างมั่นคงจากนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส และนายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ จนกระทั่งในปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร โครงการทุนการศึกษานี้ได้พัฒนาและขยายผลอย่างเป็นระบบทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

    ปัจจุบัน โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์มี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการบริหารทุน และนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน พร้อมคณะกรรมการทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนทุนนี้ให้เป็นพลังเปลี่ยนชีวิตของเยาวชน และเป็นฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

    สำหรับผู้ที่สนใจสมัครขอรับทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติผู้สมัครและดำเนินการสมัครได้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางเว็บไซต์ โครงการทุนการศึกษา เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/pr-news/news/pr/609071&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eMtqyRCMI9vm42ecH3nx7

  • มูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี มอบทุนการศึกษา-อุปกรณ์การแพทย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตพื้นที่ห่างไกล ปีที่ 11 | เดลินิวส์

    มูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี มอบทุนการศึกษา-อุปกรณ์การแพทย์ พัฒนาคุณภาพชีวิตพื้นที่ห่างไกล ปีที่ 11 | เดลินิวส์

    มูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี นำโดย คุณปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ สานต่อภารกิจเพื่อสังคมต่อเนื่อง ปีที่ 11 เดินหน้ามอบทุนการศึกษาและการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เสริมโอกาสการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลในทุกภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

    ล่าสุด มูลนิธิฯ ได้ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านเป้าวิทยาคาร อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมูลนิธิฯ มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งในปีนี้ มูลนิธิฯ ตั้งเป้ามอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่โรงเรียน 6 แห่งทั่วประเทศ รวม 360 ทุน เป็นจำนวนเงินรวม 720,000 บาท นอกจากทุนการศึกษาแล้ว มูลนิธิฯ ยังได้มอบการสนับสนุนการปรับปรุงและจัดหาอุปกรณ์เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของโรงเรียน อาทิ การจัดตั้งห้องเรียนรู้, การสร้างระบบกรองน้ำดื่ม, ห้องน้ำที่ถูกสุขอนามัย, แปลงเกษตร, สนามกีฬา, การตรวจสอบระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย และมอบอาหารกลางวัน รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ของเยาวชน

    พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่ โรงพยาบาลแม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย ได้แก่ เตียง 2 ไกร์มือหมุน จำนวน 10 เตียง, เครื่องอัลตร้าซาวด์ 1 เครื่อง, เครื่องมอนิเตอร์ผู้ป่วย 1 เครื่อง, เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูกและการเต้นหัวใจทารกในครรภ์ 1 เครื่อง และเครื่องช่วยหายใจ 1 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 2,048,000 บาท

    คุณปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า “มูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะสร้างโอกาสให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล เพราะเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สุขอนามัยที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย คือรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดใดก็ตาม การมีน้ำสะอาด ห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ หรือสนามกีฬาเล็กๆ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ”

    สำหรับแผนการมอบทุนฯ ประจำปี 2568 มูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี ตั้งเป้าหมายมอบทุนการศึกษา พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนรู้และสาธารณูปโภคพื้นฐานให้แก่โรงเรียนห่างไกลทั่วประเทศ รวม 6 แห่ง โดยได้เริ่มที่ โรงเรียนบ้านคลองเหนก จ.ชุมพร, โรงเรียนบ้านธาตุ จ.ชัยภูมิ และ โรงเรียนบ้านเป้าวิทยาคาร
    จ.เชียงใหม่ ไปแล้ว และมีกำหนดการลงพื้นที่ต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ที่ โรงเรียนบ้านใหม่เจริญผล จ.สุโขทัย, โรงเรียนบ้านสะเดา จ.สุรินทร์ และ โรงเรียนวัดน้ำพุ จ.ลำพูน เพื่อให้โรงเรียนในทุกภูมิภาคมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยมีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมขยายผลการพัฒนาไปสู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5243637/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24CjuAg2mZEqYlpeUAJwbJ