Category: วัฒนธรรม

  • ผลโพลชี้ “อนุทิน” โดดเด่นฝ่ายรัฐบาล “ไอซ์ รักชนก” คะแนนอันดับ 1 ฝ่ายค้าน

    ผลโพลชี้ “อนุทิน” โดดเด่นฝ่ายรัฐบาล “ไอซ์ รักชนก” คะแนนอันดับ 1 ฝ่ายค้าน

    สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ คะแนนดัชนีการเมืองไทยประจำตุลาคม 2568 เท่าเดือนก่อน “อนุทิน” นักการเมืองโดดเด่นฝ่ายรัฐบาล คนชอบคนละครึ่งพลัส “ไอซ์ รักชนก” อันดับ 1 ของฝ่ายค้านแซงหัวหน้าพรรค

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนตุลาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,126 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2568 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด พบว่า

    1. ดัชนีการเมืองไทย เดือนตุลาคม 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 4.02 คะแนน (เดือนกันยายน 2568 ได้ 4.02 คะแนน)

    2. ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทยเดือนตุลาคม 2568 โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้

    • ผลงานของฝ่ายค้าน ได้คะแนน 4.60 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.44 เท่าเดิม
    • สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 4.40 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ความมั่นคงของประเทศ 4.32 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับประชาชน 4.26 ลดลงจากเดือนก่อน
    • เสถียรภาพทางการเมือง 4.22 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • สภาพสังคมโดยรวม 4.19 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาต่างๆ ในภาพรวม 4.18 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม 4.14 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ 4.10 ลดลงจากเดือนก่อน
    • ผลงานของรัฐบาล 4.07 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 4.06 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ 4.04 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ผลงานของนายกรัฐมนตรี 3.99 ลดลงจากเดือนก่อน
    • ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 3.97 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ค่าครองชีพ เงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ 3.97 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3.92 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การปฏิบัติตนและพฤติกรรมของนักการเมือง 3.90 ลดลงจากเดือนก่อน
    • กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม 3.81 ลดลงจากเดือนก่อน
    • ราคาสินค้า 3.75 ลดลงจากเดือนก่อน
    • สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม 3.73 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาความยากจน 3.67 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาการว่างงาน 3.64 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 3.64 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 ลดลงจากเดือนก่อน

    3. นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทโดดเด่นในเดือนตุลาคม 2568

    นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล

    • อันดับ 1 อนุทิน ชาญวีรกูล 48.01%
    • อันดับ 2 ชาบีดา ไทยเศรษฐ์ 28.99%
    • อันดับ 3 ภราดร ปริศนานันทกุล 23.00%

    นักการเมืองฝ่ายค้าน

    • อันดับ 1 รักชนก ศรีนอก 37.85%
    • อันดับ 2 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 33.23%
    • อันดับ 3 รังสิมันต์ โรม 28.92%

    4. ผลงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบในเดือนตุลาคม 2568

    ผลงานฝ่ายรัฐบาล

    • อันดับ 1 เปิดใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส 64.42%
    • อันดับ 2 นายกฯ ลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา 21.31%
    • อันดับ 3 เที่ยวดีมีคืน 2568 14.27%

    ผลงานฝ่ายค้าน

    • อันดับ 1 ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 53.34%
    • อันดับ 2 ติดตามการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา 24.52%
    • อันดับ 3 เร่งปราบแก๊งสแกมเมอร์ 22.14%

    พร้อมสรุปว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนตุลาคม 2568 เฉลี่ย 4.02 คะแนน เท่ากับเดือนกันยายน 2568 ที่ได้ 4.02 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.60 คะแนน ส่วนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 คะแนน ขณะที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 48.01 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 37.85 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ เปิดใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส ร้อยละ 64.42 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 53.34

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนตุลาคม 2568 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนภาพรวมที่ประชาชน “เฝ้าดูแต่ยังไม่มั่นใจ” ต่อผลงานรัฐบาลชุดนี้ แม้จะพยายามเร่งขับเคลื่อนนโยบายทั้งคนละครึ่งพลัส และการแก้ปัญหาไทย–กัมพูชา แต่กระแสสังคมต่อประเด็นสแกมเมอร์ และกรณี MOU แรร์เอิร์ธ ยังเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นรวมถึงความโปร่งใสของรัฐบาลในสายตาประชาชน

    ทางด้าน ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า เดือนตุลาคมกล่าวได้ว่ามีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการเมือง ส่วนของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะต้องพยายามรักษาความเป็นรัฐบาลในระยะเวลา 4 เดือนให้ได้ แต่ด้วยเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยืดเยื้อแผ่ขยายไปถึงเรื่องสแกมเมอร์ การฟอกเงิน รวมไปถึงการค้ามนุษย์ และที่สำคัญคงหนีไม่พ้นประเด็น MOU แรร์เอิร์ธ ที่ประชาชนไม่ได้รับทราบมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนนี้

    ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่มั่นใจต่อรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ที่ได้คะแนนต่ำสุด น่าจะเป็นผลพวงจากรัฐมนตรีที่มีชื่อพัวพันกับปัญหาสแกมเมอร์ที่กล่าวได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติ ส่วนผลงานของรัฐบาลในเรื่องคนละครึ่งพลัสที่ได้คะแนนอันดับ 1 น่าจะเป็นเพียงผลงานเดียวที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของรัฐบาลได้ซึ่งอาจจะส่งผลต่อคะแนนดัชนีที่คงที่ในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยังไม่สามารถแสดงออกถึงความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงและกระทบต่อเสถียรภาพและการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892883&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02TgBoz5IY4LHpvtj8frtb

  • ดีไซน์ผืนผ้า ‘ศิลปะการออกแบบ’ พลังสร้างสรรค์ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม | เดลินิวส์

    ดีไซน์ผืนผ้า ‘ศิลปะการออกแบบ’ พลังสร้างสรรค์ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม | เดลินิวส์

    “การออกแบบเครื่องแต่งกาย ลายผ้า” เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะการออกแบบ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ โดยผลงานจัดแสดงใน “นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม (ศิลปะการออกแบบ) ครั้งที่ 1” ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง

    โครงการนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม (ศิลปะการออกแบบ) โดยหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่แสดงผลงานสร้างสรรค์ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานศิลปนิพนธ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ นำผลงานมาจัดแสดงผลงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

    นิทรรศการฯมี ผลงานการออกแบบหลากหลายแขนง อาทิ การออกแบบเครื่องแต่งกาย ลายผ้า เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และตราสินค้า จากสถาบันอุดมศึกษา 29 สถาบันทั้งในระดับปริญญาโท และระดับปริญญาตรี โดยนิทรรศการฯ แสดงต่อเนื่องถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568

    ส่วนหนึ่งจากนิทรรศการฯ พาชมผลงาน โฟกัสการออกแบบเครื่องแต่งกาย งานดีไซน์ผืนผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯ ถ่ายทอดผ่านรูปทรง สีสัน วัตถุดิบ ลวดลายที่พลิ้วไหว และเทคนิคต่างๆที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากที่นำเสนอ อาทิ “A light to shine on you” การถักนิต โดย พชรพรรณ อินแสง มหาวิทยาลัยศิลปากร  โดยมีแรงบันดาลใจจาก Braille Block หรือทางเดินเท้าของผู้พิการทางสายตา เรื่องราวการใช้ชีวิตของผู้พิการทางสายตาในด้านที่ผู้คนทั่วไปยังไม่รู้ ในโลกของความมืดที่ยังมีสิ่งสวยงาม นำมาถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า โดยทดลองเป็นผู้พิการทางสายตา เพื่อให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของผู้พิการทางสายตา และอยากทำให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้ถึงสิ่งสวยงามเดียวกัน 

    “เอวกะลื้อมื้อโซ” การตัดเย็บถักปักร้อย โดย นภัส รินระดา มหาวิทยาลัยพะเยา เล่าเรื่องราวจากวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ออกแบบชุดเสื้อผ้าใช้สัญลักษณ์ การแสดงสัญญะในการสื่อถึงความหมาย ขณะที่ผลงานของ ปารีรัตน์สินไชย จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โครงการสร้างตราสินค้าเครื่องแต่งกายรูปแบบวิคตอเรียน โมริเกิร์ล ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมทัมเบลิน่า ผู้ออกแบบสร้างไอเดียใหม่ในการสร้างสรรค์งานเสื้อผ้า โดยนำลูกไม้ผสมผสานกับงานคราฟต์ไหมพรมในรูปแบบเสื้อผ้า ความเป็น Mori girl มีดีเทลการถักดอกไม้ การทำระบาย หรือการใช้ลูกไม้ทับซ้อนกัน รวมถึงโทนสีที่มีความเรียบง่ายแต่ซ่อนรายละเอียด ดีเทลต่างๆ ทำชุดให้ออกมาสไตล์หวาน แต่ยังมีกลิ่นอายความวินเทจผสมผสานสไตล์ Victorian

    ทางด้าน จุฬามณี ธัญญสมุทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์) สร้างสรรค์ เสื้อผ้าสตรีรูปแบบโอต์ กูตูร์ด้วยผ้าฝ้ายมัดหมี่:กรณีศึกษาวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ตอนศึกไมยราพ ศิลปินมีแนวคิดในการสร้างสรรค์ เสื้อผ้าสตรีรูปแบบโอต์ กูตูร์ ผสมผสานกับแฟชั่นสมัยใหม่ ส่งเสริมจุดเด่นของผู้สวมใส่ สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาสจึงเลือกใช้ผ้าฝ้ายมัดหมี่ของชุมชน เพื่อเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต้องการอนุรักษ์วรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ ตอนศึกไมยราพ โดยศึกษาบทบาทของตัวละคร อารมณ์ เอกลักษณ์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ฯลฯ

    ในนิทรรศการฯยังมีศิลปนิพนธ์ ศิลปะการออกแบบ ทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกาย ลายผ้าและอีกหลากหลายแขนง บอกเล่าพลังสร้างสรรค์ พลังศิลปินรุ่นใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5258051/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q7lx1-NMfD43NbSKNH5pS

  • จัดอันดับความปังปีนักษัตร รายสัปดาห์ช่วงวันที่ 2-8 พฤศจิกายน 2568

    จัดอันดับความปังปีนักษัตร รายสัปดาห์ช่วงวันที่ 2-8 พฤศจิกายน 2568

    ดูดวงสัปดาห์นี้ เตรียมตัวรับความปัง ดวงชะตาของแต่ละปีนักษัตรเป็นไปในทิศทางใดบ้าง? 

    สัปดาห์นี้ใครจะดวงพุ่งสุด ต้องรีบเช็ก จัดอันดับ 12 นักษัตร ดวงดีประจำวันที่ 2-8 พฤศจิกายน 2568

    อันดับที่ 1

    ปังสุดในรอบสัปดาห์นี้ ได้แก่ ท่านที่เกิดปีระกา และ ปีชวด

    • ปีระกา  โอกาสงานใหม่/โปรเจกต์เด่น คนเห็นฝีมือแบบไม่ต้องพูดเยอะ เงินเข้าเพราะผลงาน ไม่ใช่เพราะโชคล้วน ๆ พกเครื่องเงิน หรือกำไลโลหะเงา เสริมชื่อเสียงและผู้สนับสนุน
    • ปีชวด  เรื่องค้างคาเริ่มเดินหน้า จังหวะงานโดดเด่นสุดในรอบเดือน ความรักดี คนโสดมีคนเข้ามาทักแบบมีคุณภาพ หมั่นสวดคาถาเงินล้านสั้น ๆ ก่อนนอน ดึงพลังโชคลาภ

    อันดับที่ 2  

    ดาวหนุนชัด เงิน-งานเริ่มฟื้น ได้แก่ ท่านที่เกิดปีมะเมีย และ ปีมะเส็ง

    • ปีมะเมีย โปรเจกต์เริ่มติดลมบน ได้ร่วมงานกับคนเก่ง เจรจาราบรื่น โชคลาภเล็กๆ เข้ามาเพราะสัญชาตญาณดี ใส่เสื้อผ้าสีแดงเข้มในวันพฤหัส/ศุกร์ เสริมไฟแห่งความสำเร็จ
    • ปีมะเส็ง งานที่เงียบไปกลับมีข่าวดี บ้าน รถ ทรัพย์สินมีสัญญาณชัด คู่ครองเข้าใจ สนับสนุน คนโสดมีเพื่อนแนะนำคนดี ๆ ไหว้พระราหูหรือถวายของดำ เสริมพลังเปลี่ยนร้ายเป็นดี

    อันดับที่ 3  

    ดีแบบเอื่อย  แต่มีทรงขึ้นชัด ได้แก่ ท่านที่เกิดปีมะโรง และ ปีจอ

    • ปีมะโรง งานค่อยเป็นค่อยไป แต่ทุกก้าวส่งผลระยะยาว เอกสาร สัญญา และการนัดหมายเริ่มชัดเจนขึ้น พกหยก หรือหินสีเขียว เสริมความมั่นคงและผู้ใหญ่ช่วยเหลือ
    • ปีจอ สถานการณ์ที่เคยตันเริ่มคลี่คลาย คนเข้ามาเติมเต็มงาน ความรักดีขึ้น เพราะใจเปิดมากขึ้น ถวายสังฆทานของใช้จำเป็นให้พระ เสริมโชคงานและคนเมตตา

    อันดับที่ 4

    เหนื่อยคิด เหนื่อยใจ แต่ยังไปต่อได้ ได้แก่ท่านที่เกิด ปีขาล ปีฉลู และ ปีวอก

    • ปีขาล งานเยอะ แต่ได้พลังทีมงานช่วยดัน ระวังปะทะคำพูด รักมีเรื่องเข้าใจผิด ต้องใจเย็นและฟังมากขึ้น บูชาพระพรหมหรือทำบุญด้านการศึกษา เสริมสติปัญญาและดวงคนอุปถัมภ์
    • ปีฉลู งานล้นมือ ทำให้สุขภาพเริ่มส่งสัญญาณเตือน ความรักอาจมีงอน ๆ เพราะพูดแรงเกินใจ ใส่แหวนเงิน หรือของกลม ๆ ที่มือขวา ลดพลังชน ปรับสมดุลใจ
    • ปีวอก หลายอย่างไม่เป็นตามแผน งานเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เรื่องคนต้องระวังมากเป็นพิเศษ ความลับไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไป ปล่อยปลา หรือช่วยผู้สูงอายุ ลดเคราะห์จากเสาร์+ราหู

    อันดับที่ 5  

    โหมดประคองดวง อย่าฝืน อย่ารน ได้แก่ ท่านที่เกิด ปีเถาะ ปีมะแม และปีกุน

    • ปีเถาะ ความคาดหวังกลายเป็นแรงกดดัน ควรผ่อนและให้เวลากับตัวเอง ความสัมพันธ์เหนื่อยเพราะแบกคนอื่นมากไป พกหินมูนสโตนหรือมุก เสริมความสงบและการยอมรับตัวตน
    • ปีมะแม  บ้านและครอบครัวเป็นประเด็นหลัก เหนื่อยใจแต่ต้องสู้ การเงินไหลออกง่าย ควบคุมรายจ่ายให้มั่น ถวายดอกบัวหรือสวดมนต์ก่อนนอน จะช่วยล้างความฟุ้งซ่าน
    • ปีกุน กังวลอนาคต ทำให้ตัดสินใจช้าและกลัวผิดพลาด การสื่อสารมีโอกาสคลาดเคลื่อน ระวังการเข้าใจผิด ทำบุญน้ำ ช่วยสัตว์น้ำ และสวดโพชฌังคปริตร ผ่อนแรงกรรมเสาร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316499/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jAcMrpjYwZdB0sPxm21c1

  • ครองใจคนอีสาน หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ยังเลือก “พรรคประชาชน”

    ครองใจคนอีสาน หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ยังเลือก “พรรคประชาชน”

    ครองใจคนอีสาน หนุน

    ครองใจคนอีสาน หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ยังเลือก “พรรคประชาชน”

    2 พ.ย. 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง 

    ถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า 

    • อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้อันดับ 2 ร้อยละ 19.70 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
    • อันดับ 3 ร้อยละ 18.55 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 
    • อันดับ 4 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) 
    • อันดับ 5 ร้อยละ 6.10 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
    • อันดับ 6 ร้อยละ 4.80 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) 
    • อันดับ 7 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) 
    • อันดับ 8 ร้อยละ 2.70 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) 
    • อันดับ 10 ร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ครองใจคนอีสาน หนุน

    เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ 

    • อันดับ 1 ร้อยละ 26.05 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน 
    • อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ 
    • อันดับ 3 ร้อยละ 16.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไท
    • อันดับ 4 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
    • อันดับ 5 ร้อยละ 5.55 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 
    • อันดับ 6 ร้อยละ 3.45 ระบุว่าเป็น
    •  งบพรรครวมไทยสร้างชาติ 
    • อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
    • อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ 
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคกล้าธรรม และพรรคเสรีรวมไทย อันดับ 10 ร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/609320&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-0fpIE1c9Y8QdKS_Bwq6c

  • มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ เปิดโครงการปลูกผักสวนสมุนไพรแห่งความร่วมมือ ที่โคราช | TOPNEWS

    มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ เปิดโครงการปลูกผักสวนสมุนไพรแห่งความร่วมมือ ที่โคราช | TOPNEWS

    เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างครู นักเรียน และชุมชน ในการพัฒนาโรงเรียนร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนผักกินได้ที่มีพืชสมุนไพรและผักสวนครัว สามารถเก็บผลผลิตไปใช้ประโยชน์ และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับโรงเรียน ตลอดจนเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและเกษตรพอเพียงสำหรับนักเรียน โดยมี พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ ที่ปรึกษามูลนิธิ นางใกล้รุ่งระวี จำปาหอม ผอ.โรงเรียนบ้านปรางคล้า พ.ต.อ.ชูเกียรติ แก้วอาจ ผกก.สภ.หมูสี นายวิโรจน์ อรุณพันธ์ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารเขาใหญ่

    สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีผู้นำชุมชน ชาวบ้าน จาก 4 หมู่บ้าน ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านปรางคล้า กว่า 100 คน ร่วมกิจกรรมปลูกไม้ประดับ พืชสมุนไพรและผักสวนครัว อาทิ ข่า ตะไคร้ มะกรูด และชะพลู รอบอาคารหอพักครู เพื่อปรับภูมิทัศน์ความสวยงามและร่วมกันทำความสะอาดรอบบริเวณโรงเรียนเพื่อความสะอาดเอื้อต่อการเรียนรู้

    ทางด้าน น.ส.จิณิณ ตระการสืบกุล ประธานมูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ กล่าวว่า โครงการปลูกสวนสมุนไพรแห่งความร่วมมือเรียนบ้านปรางคล้า ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ ในการพัฒนาโรงเรียนในหลายด้าน ทั้งการปรับปรุงอาคารเรียน การจัดตั้ง ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์เขาใหญ่เพื่อสังคมและการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนผ่านโครงการ มัคคุเทศก์น้อย เพื่อบรรยายและถ่ายทอด

    เรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาใหญ่ให้กับผู้มาเยือนศูนย์เรียนรู้ นอกจากการพัฒนาด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนแล้ว มูลนิธิยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครูผู้สอน โดยได้สนับสนุนการก่อสร้าง หอพักครู ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างชุมชน และผู้ประกอบการในเขาใหญ่ เพื่อให้คณะครูมีที่พักอาศัยที่สะดวก ปลอดภัยเอื้อต่อการทำงานอย่างเต็มศักยภาพเพื่อให้พื้นที่โดยรอบหอพักครูมีความสวยงามและเกิดประโยชน์ต่อชุมชุมชน มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจจึงได้ร่วมกับโรงเรียนบ้านปรางคล้าและชุมชน จัดกิจกรรม ปลูกพืชสมุนไพรและไม้ประดับเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกให้นักเรียนและชุมชนเห็นคุณค่าและใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โครงการนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้ชื่อ สวมสมุนไพรแห่งความร่วมมือ”เพื่อสะท้อนพลังความร่วมมือของครู นักเรียน ผู้ประกอบการในเขาใหญ่ และคนในชุมชน ที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาโรงเรียน และสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการเติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง.

    ภาพ-ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1375790&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ioBnrcLs-ZfgQ1l1zhmEY

  • นิด้าโพลเผยกระแสการเมืองภาคอีสานยังไม่เจอคนเหมาะนั่งนายกฯ

    นิด้าโพลเผยกระแสการเมืองภาคอีสานยังไม่เจอคนเหมาะนั่งนายกฯ

    นิด้าโพลเผยกระแสการเมืองภาคอีสานยังไม่เจอคนเหมาะนั่งนายกฯ

               ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคอีสาน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

               จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 19.70 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 18.55 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 6.10 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)อันดับ 6 ร้อยละ 4.80 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 7 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

    อันดับ 8 ร้อยละ 2.70 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

                ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.05 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 16.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 5.55 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.45 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคกล้าธรรม และพรรคเสรีรวมไทย และร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/732809&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HPdvG1WMMa_2hRW11yQzu

  • พระเด่นคนดังบ้านเมือง (2 พ.ย.68)

    พระเด่นคนดังบ้านเมือง (2 พ.ย.68)

    พระเด่นคนดังบ้านเมือง (2 พ.ย.68)

     “สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่”

    การศึกษาพระสมเด็จของคนรุ่นเก่าถึงปัจจุบันยังคงศึกษาพิมพ์ทรงและเนื้อหา ยึดเป็นมาตรฐานที่เชื่อถือและยอมรับกันตลอดมา บางองค์ยังคงถูกยัดเยียดให้เป็นพระสมเด็จด้วยเนื้อหาอย่างเดียวแต่พิมพ์ทรงไม่ใช่ก็มีเยอะและอ้างว่าพระสมเด็จมีหลายพิมพ์มากกว่าที่นิยมเป็นมาตรฐานแค่ 9 พิมพ์ พระสมเด็จบางขุนพรหมทั้งก่อนเปิดกรุและเปิดกรุปี 2500 แล้วยังคงมีพิมพ์มาตรฐานที่เป็นพิมพ์ใหญ่แยกได้ เป็นพิมพ์ใหญ่ลึกและพิมพ์ใหญ่ตื้นไม่ใช่พิมพ์ของวัดระฆังแต่ศิลปะการแกะแม่พิมพ์เป็นช่างสกุลเดียวกัน พระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่องค์นี้อยู่ในความครอบครองของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา 

    “พระสมเด็จหลวงปู่ภู พิมพ์แซยิด”

    หลวงปู่ภู จนฺทสโร วัดอินทรวิหาร เป็นศิษย์สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) พระวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมเล่นหาในวงการอย่างกว้างขวาง ด้วยได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ส่งผลให้วัตถุมงคลที่ท่านสร้างทรงคุณวิเศษ  การสร้างพระหลวงปู่ภูได้รวมผงมวลสารผงวิเศษของสมเด็จ 5 อย่างเป็นส่วนผสมในการสร้าง ประมาณปี พ.ศ.2463 เรื่อยมา หลวงปู่ภูสร้างพระไว้หลายพิมพ์ เช่น พิมพ์แซยิดแขนหักศอก แซยิดแขนกลม  พิมพ์เจ็ดชั้นหูติ่ง พิมพ์แปดชั้นแขนหักศอก แปดชั้นแขนกลม  สามชั้นหูบายศรี พิมพ์ลีลา พิมพ์ปิดตา พิมพ์สังกัจจายน์ พิมพ์ห้าเหลี่ยม และพิมพ์ไสยาสน์ เป็นต้น พิมพ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือพิมพ์แซยิดแขนหักศอกและพิมพ์แซยิดแขนกลม พระสมเด็จหลวงปู่ภูพิมพ์แซยิดแขนหักศอกองค์นี้ อ.เกียง เมืองนนท์ เพิ่งซื้อเข้ารังได้จากสนามพระท่าพระจันทร์วันศุกร์ที่ผ่านมานี่เอง พร้อมพระพิมพ์อื่นๆอีกหลายองค์จะทยอยลงให้ชมโปรดติดตาม

    “พระพุทธรูปปางประทานพรหลวงพ่อแพ ปี18”

    พระพุทธรูปปางประทานพรรัตนโกสินทร์(ดีดน้ำมนต์) หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ปี 2518 เนื้อโลหะสีจำปา หน้าตัก 12 นิ้ว ฐานกว้าง 17 นิ้ว สูง 21 นิ้ว หลวงพ่อแพสร้างในวาระดำรงสมณะศักดิ์ที่พระครูศรีพรหมโสภิต เพื่อนำปัจจัยสมทบทุนสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางประทานพร หน้าตัก 9 วา 9 นิ้ว  หล่อคอนกรีตเสริมเหล็กมีพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2517 ขณะก่อสร้างยังไม่เสร็จนั้น คณะศิษย์จึงได้จัดสร้างพระบูชารุ่นนี้ขึ้น พิธีเททองและพุทธาภิเษกที่วัดพิกุลทอง เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2518 มากด้วยพระเกจิคณาจารย์แห่งยุคร่วมอธิษฐานจิตพุทธาภิเษก  พระพุทธรูปบูชารุ่นนี้ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง ด้วยมีพุทธศิลป์ที่งดงามประณีตวิจิตรบรรจงมาก ทั้งการออกแบบการปั้นพิมพ์โดยนายช่างสมชัย หัตถกิจโกศล ผู้มีความประสงค์ฝากผลงานประติมากรรมชั้นเยี่ยมไว้ในบวรพุทธศาสนาสืบไป สอบถามเพิ่มเติมได้ วอ ท่าพระจันทร์ โทร.089-4882400

    “เหรียญพ่อท่านคล้ายรุ่นแรกขอบเดียว”

    เหรียญพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน  หนึ่งในเบญจภาคีเหรียญดังเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเหรียญรุ่นแรกพิมพ์ขอบเดียว ปี พ.ศ.2498 พ่อท่านคล้าย มีสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูพิศิษฐ์อรรถการ” ท่านเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของชาวใต้ ผู้คนให้ความนับถือในวาจาของท่านศักดิ์สิทธิ์จัดเป็นหนึ่งแห่งเทพเจ้าแดนใต้เลยทีเดียว ท่านมีความชำนาญเขียนภาษาขอมที่เรียนจากบิดามาก่อนบวชศึกษาต่อที่สำนักนายขำวัดทุ่งปอน ท่านเรียนภาษาบาลีที่วัดพระหน้าพระธาตุ สำนักพระครูกาแก้ว นครศรีธรรมราช อยู่สองพรรษา  มาศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานที่สำนักสามพัน สุราษฎร์ธานี  ท่านมรณภาพปี พ.ศ. 2513 สิริอายุ 96 ปี  เหรียญพ่อท่านคล้ายวัดสวนขัน รุ่นแรก ปี 2498 มีทั้ง ขอบเดียวและสองขอบ สุดยอดด้านเมตตา แคล้วคลาด เหรียญนี้เป็นเหรียญรุ่นแรกขอบเดียวเนื้อทองแดงสวยสมบูรณ์ระดับแชมป์ อยู่ในความครอบครองของ  แพะ นครฯ หรือ แพะ อมฤทธิ์ ไกรนรา โทร.081-9792035

    “พระหลวงปู่ศุขประภามณฑลมีรัศมีข้างเลอะ”

    พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท พิมพ์ข้างรัศมีเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมสร้างได้สวยงาม มีหลายเนื้อที่พบเห็นมีทั้งเนื้อฝาบาตร เนื้อสัมฤทธิ์  เนื้อทองแดงเถื่อน เนื้อโลหะผสม พระหลวงปู่ศุขประภามณฑลข้างรัศมีแบบข้างเลอะนั้นเกิดจากสร้างไปมากๆแม่พิมพ์ชำรุดทำให้เกิดเป็นแม่พิมพ์ข้างเลอะ ทำให้เกิดพิมพ์ไม่สวยงามรายละเอียดองค์พระติดไม่ชัดเจน  พิมพ์ข้างเลอะจะมีเนื้อเกินบริเวณด้านข้างของใบหน้าพระ  รอบองค์พระยังเห็นเส้นรัศมี รางๆ ด้านหลังองค์พระผิวจะไม่เรียบตึงขอบข้างมีรอยแต่งด้วยตะไบ พระหลวงปู่ศุข พิมพ์สี่เหลี่ยมประภามณฑลข้างเลอะ เนื้อโลหะผสมองค์นี้ของ อ.เล็ก ชัยนาท โทร.081-7272191

    “จี๊ด & เจี๊ยบ บางพลัดสายวัดบางนอน”

    จี๊ด & เจี๊ยบ บางพลัด เป็นบุตรของ อาจารย์หมู บางพลัดเซียนดังที่จากไปหลายปีแล้ว มีมรดกตกทอดทิ้งไว้เป็นวัตถุมงคลมหาศาล โดยเฉพาะ หมู บางพลัดและลูกๆ เป็นผู้มีศรัทธาเคารพนับถือหลวงพ่อด่วน ถามวโร วัดบางนอน(วัดวารีบรรพต) อ.เมือง จ.ระนอง พระเกจิคณาจารย์ดังยุคสงครามอินโดจีน เป็นหนึ่งในผู้ร่วมปลุกเสกหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ปี 2497 ท่านได้สร้างพระหลวงพ่อทวด วัดบางนอนไว้หลายรุ่น และร่วมปลุกเสกจตุคามรามเทพรุ่นดังๆหลายรุ่น ปัจจุบันเปิดร้านพระเครื่องอยู่ในซอยวัดเทพากร ถนนจรัญสนิทวงศ์ ชื่อ “ร้านลูกเซียนพระเครื่อง” อยู่ในซอย 68 (4-1) โทร.089-8913468 เชิญแวะชมวัตถุมงคลหลวงพ่อด่วนวัดบางนอน  พระบูชาองค์พ่อจตุคามรามเทพขนาดบูชาองค์ใหญ่หลายรุ่น เช่น รุ่นหลักเมือง 49 รุ่นสองคราบสมุทร ปี 50  จตุคามหลังพระพุทธสิหิงค์ สร้างน้ำปี 50 สมบัติจักรพรรดิ ปี 49 และพระปิดตาพังพะกาฬ รุ่นมั่งมีศรีสุข ปี 47 และพระเครื่องยอดนิยมมีให้เลือกชมมากชนิด

    “พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม”

    องค์นี้เจ้าของพระ วัช ณ สะพาน ส่งมาโชว์และบอกมาด้วยว่า ผู้ใหญ่ในวงการฯโต๊ะใหญ่เบญจภาคี เฮียกวง ท่าพระจันทร์ในวงการพระเก่าแก่เคยใช้อยู่ในคอเลยอยู่หลายๆปีแล้วนะ ลงหนังสือเล่มดังระดับตำนานทางเก่าของคนโบราณด้วยครับ  องค์ในตำนานทางเก่าของครูอาจารย์  องค์แชมป์ติดรางวัลงานใหญ่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะมาแล้ว  พุทธคุณประสบการณ์กล่าวขานกันว่านำไปใช้แล้วแซมเงินแซมทอง พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซมอกร่ององค์นี้สวยแชมป์เป็นองค์ครูก็ว่าได้ สุดยอดมาตรฐาน อนาคตเป็นองค์ดารา อยากรู้เนื้อหามวลสารด้านหน้าด้านหลังเป็นอย่างไรสอบถามเพิ่มเติมได้ 089-5404930 “วัช ณ สะพาน”

    “พระปิดตาพิมพ์โบราณหลวงพ่อแก้ว”

    บิ๊ก เมืองชล คนจังหวัดชลบุรีมีความรู้ค้นคว้าได้มาอีกองค์ เป็นพระปิดตาพิมพ์โบราณหลวงพ่อแก้ว เนื้อผงคลุกรัก โซนกะลา เนื้อ A มาตรฐานนิยมในวงการ บอกว่า พระปิดตาหลวงพ่อแก้วองค์นี้อยู่ในรังใหญ่ของเบอร์ใหญ่ระดับประเทศท่านหนึ่ง พึ่งได้นำออกมาให้ได้เห็นกัน สมัยก่อนมีการตั้งราคาไว้หลักล้านต้นๆ ตอนนี้มาอยู่กับ บิ๊ก เมืองชล แล้วครับ  ID LINE : th954

    “พระหลวงพ่อทวดหลังเตารีดพิมพ์ใหญ่ A ปี 05”

    การสร้างพระหลวงพ่อทวด เนื้อโลหะเริ่มเป็นครั้งแรกใน ปี 2505 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ประธานจัดสร้าง มีทั้งพระหล่อและพระปั้ม  พระหลังเตารีดพิมพ์ใหญ่เป็นพระหล่อเนื้อโลหะคล้ายสัมฤทธิ์ แบ่งเป็นพิมพ์ใหญ่ A พิมพ์ใหญ่ B พิมพ์ใหญ่ C และพิมพ์ใหญ่ปั้มซ้ำ พิมพ์ใหญ่ A ยังแบ่งเป็น คอขีด ไหล่จุด บัวขีด และแบบทั่วไป องค์นี้เป็นพระหลวงพ่อทวดหลังเตารีดพิมพ์ใหญ่ A ปี 05 เนื้อโลหะผสม ของ นายน์ น้องชาย ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย โทร.064-7496556

    “พระบางขุนพรหมเส้นด้ายใหญ่”

    พระสมเด็จพิมพ์เส้นด้ายเป็นพิมพ์ที่มีรูปลักษณะคล้ายพิมพ์ใหญ่แต่เส้นต่างๆมีความเรียวเล็กคล้ายเส้นด้าย และมีแม่พิมพ์หลายตัว ผู้ชำนาญการสายตรงชุดเบญจภาคีบอกมีถึง 7 แม่พิมพ์ ศิลปะพิมพ์ทรงจะเหมือนกันต่างกันเฉพาะรายละเอียด องค์นี้โครงสร้าง พิมพ์นี้เป็นพิมพ์เส้นด้ายแขนกลมเกศยาว หนึ่งในเจ็ดพิมพ์  เจ้าของพระ บอกมาว่าชื่อพิมพ์เส้นด้ายเป็นมงคลทำให้ได้รับความนิยม พิมพ์นี้จึงขาดตลาดหายากและมีราคาแพงกว่าอีกหลายพิมพ์ในชุดเดียวกัน พระสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์ส้นด้ายองค์นี้ของคุณมนัสทพงษ์ ห้วยหงส์ทอง โทร.093-5626777

    “เบี้ยแก้สารพัดกัน บ้านมีดี”

    เบี้ยแก้สารพัดกัน อาจารย์ป่อง น่วมมานา บ้านมีดี  กรุงเทพฯ สุดยอดฆราวาสจอมขมังเวทย์ ท่านเป็นอาจารย์สักยันต์ยุคปัจจุบันแห่งบ้านมีดี บางกอกน้อย อยู่ในตรอกบ้านบุ ชุมชนหลังวัดทอง(วัดสุวรรณาราม) อาจารย์ป่อง น่วมมานาเป็นบุตรชายจึงได้สืบทอดวิชาทั้งหมดของบ้านมีดีจากคุณปู่เที่ยง น่วมมานา หนึ่งในจอมขมังเวทย์ของเมืองไทย เบี้ยแก้สารพัดกัน บ้านมีดี เป็นตำราสืบทอดมาจากหลวงปู่รอดวัดนายโรง แก้กันแก้คุณไสย์ มนต์ดำ ดวงตกเตือนภัย เบี้ยแก้ อ.ป่อง น่วมมานา ตัวนี้เนื้อทองคำ ของอั๋น มีดี ชมรมพระเครื่องมรดกไทย พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานชั้น 3 โทร.085-1398610

    “พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์”

    ถิ่นกำเนิดพระท่ากระดาน อยู่ที่เมืองท่ากระดานเมืองเก่าแก่เมืองเดียวริมน้ำแควใหญ่ ที่มีความสำคัญสมัยกรุงศรีอยุธยาเคียงคู่กับเมืองกาญจนบุรีและเมืองไทรโยค เป็นเมืองที่มีการสู้รบกับกองทัพพม่า เข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ ปัจจุบันถูกยุบเป็นกิ่งอำเภออยู่ในเขตปกครองของอำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พระท่ากระดานวงการพระเครื่องแยกเป็นกรุเก่ากับกรุใหม่  ต่างกันที่พื้นหลังขององค์พระ กรุเก่าองค์พระดูใหญ่ล่ำสัน กรุใหม่จะตัดติดขอบชิดกับแม่พิมพ์เห็นพระพักตร์พระกรชัดเจน บางท่านนิยมล้างผิวแคลเซี่ยมเห็นสนิมแดงเห็นตามุ้งชัดเจน แต่ปัจจุบันนิยมแบบดั่งเดิมไม่ล้าง ไม่ขัด เชิญแวะชมพระองค์จริงได้ที่ร้าน อ.โกร่ง ศรีสวัสดิ์ ชั้น 2 สถานีขนส่งสายใต้ เปิดทุกวันนัด วันจันทร์ วันพุธและวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ โทรนัดหมาย อ.โกร่งศรีสวัสดิ์ 090-9862595

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/column/other/8247&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Lf1NQxoE0iGn6O-mkLPnW

  • พิธีถวายผ้ากฐินสามัคคี ประจำปี 2568 วัดป้านปิง จังหวัดเชียงใหม่

    พิธีถวายผ้ากฐินสามัคคี ประจำปี 2568 วัดป้านปิง จังหวัดเชียงใหม่

    วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 วัดป้านปิง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดพิธีถวายผ้ากฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ขึ้นโดยมี อาจารย์ฐิตินันทน์ จารุจินดา เป็นประธานถวายผ้ากฐิน พร้อมด้วย คณะศรัทธาวัดป้านปิง คณะศรัทธาสาธุชน อาจารย์ธวัช อาจารย์พรรณี บุญประเสริฐ คณะครูโรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต และพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ ร่วมแรงร่วมใจในการทอดกฐินสามัคคี ด้วยจิตศรัทธามุ่งมั่นสร้างสรรค์บุญกุศลสืบทอดพระพุทธศาสนา

    การทอดกฐินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

    1. ถวายผ้าไตรจีวรแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษาครบไตรมาสในอาราม
    2. บูรณะปฏิสังขรณ์หอระฆังของวัด ซึ่งโครงสร้างเดิมที่ทำด้วยไม้และปูนได้ชำรุดผุพังไปตามกาลเวลา
    3. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาพระอภิธรรมและภาษาบาลี (บาลีใหญ่ บาลีสนามหลวง) รวมถึงถวายทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ ได้แก่ มหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    4. จัดตั้งทุนสำรองสำหรับถวายค่ารักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรที่อาพาธ
    5. ถวายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ตลอดทั้งปี
    6. บูรณะ ปฏิสังขรณ์ และซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดภายในวัด รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์วัดให้มีความร่มรื่นงดงามเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

    โดยมี พระมหานพดล วชิรปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดป้านปิง ผู้มีความรู้ความสามารถในพระธรรมวินัย เป็นผู้ดำเนินกฐินนัตถารกิจให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระบรมพุทธานุญาต บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างสงบร่มเย็น เปี่ยมด้วยความศรัทธาแห่งพุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจร่วมสร้างมหากุศลในครั้งนี้ เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงยั่งยืนสืบต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3811052/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lg4DvXaSObdlTBfAx9MOs

  • 3 เทศบาล 1 อบจ. “ปัตตานี-ตาก-ตรัง” คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ไทย

    3 เทศบาล 1 อบจ. “ปัตตานี-ตาก-ตรัง” คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ไทย

    วันที่ 31 ต.ค.2568 รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้ “เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย” ซึ่งประกอบด้วยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. และอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ริเริ่มจัดกิจกรรมมอบ “รางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย” หรือ “Thailand Learning City Award” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อกระตุ้นให้ผู้นำเมืองหรือตัวแทนของผู้นำเมือง ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของการแสวงหาองค์ความรู้ไปจัดทำแผนพัฒนาเมืองตลอดจนบริหารจัดการปัญหาของเมืองให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อพลเมืองที่เป็นสมาชิกของเมือง

    รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่

    รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่

    รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่

    แนวทางการดำเนินการพิจารณามอบรางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย เป็นการประยุกต์มาจากกระบวนการคัดสรรต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก มาใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย และอยู่ภายใต้หลักคิดที่ต้องการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ เพื่อเป็นเครื่องมือและกระบวนการในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย และพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการปูทางไปสู่การผลักดันให้แพลตฟอร์มเมืองแห่งการเรียนรู้ของประเทศไทย (Thailand Learning City Platform)

    รศ.ดร.ปุ่น ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การมอบรางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยครั้งปฐมฤกษ์นี้ จะแบ่งรางวัลออกเป็น 4 หมวดคือ เมืองแห่งการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจ เมืองแห่งการเรียนรู้ด้านเด็กและเยาวชน เมืองแห่งการเรียนรู้ด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเมืองแห่งการเรียนรู้ด้านลดความเหลื่อมล้ำ โดยการพิจารณาคัดเลือกเมืองแห่งการเรียนรู้ ให้ได้รับรางวัลแต่ละประเภท คณะกรรมการจะพิจารณาจากองค์ประกอบหลักของการพัฒนาเมือง 5 ประการ คือ

    1. ผู้นำเมือง มีธรรมาภิบาลและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้

    2. มีแผนการพัฒนาคนและพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    3. มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต

    4. มีการระดมทรัพยากรและกลไกความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในพื้นที่และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

    5. มีผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเมืองที่เข้าเกณฑ์ได้รับรางวัลต้องมีคะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน และเมืองที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลเมืองยอดเยี่ยมในแต่ละด้าน

    • เทศบาลเมืองปัตตานี คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านเมืองเศรษฐกิจ
    • อบจ.ปัตตานี คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านลดความเหลื่อมล้ำ
    • เทศบาลนครตรัง คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านเด็กและเยาวชน
    • เทศบาลเมืองตาก คว้ารางวัลเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยดีเด่น ด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่น
    • เมืองศักยภาพสูง ได้แก่ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี (ด้านเมืองเศรษฐกิจ), อบจ.สตูล (ด้านเมืองอัตลักษณ์ท้องถิ่น), อบต.เชียงดาว (ด้านเมืองสำหรับเด็กและเยาวชน) และเทศบาลเมืองแสนสุข (ด้านเมืองลดความเหลื่อมล้ำ) ซึ่งเป็นการแสดงถึงความสำเร็จของเมืองต้นแบบการเรียนรู้ของประเทศไทย

    นพ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวถึงความรู้สึกในโอกาสได้รับรางวัลว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าวนี้ โดยแรงบันดาลใจที่นำมาสู่การส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ตัวเป้าหลักคือ

    เรื่องเด็กที่ด้อยโอกาส ซึ่งการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันเด็กกลุ่มด้อยโอกาสจะยิ่งเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก ถ้าเราไม่มาปิดช่องว่างตรงนี้จะทำให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน ก็เลยทำให้สนใจที่จะต้องมาเติมเต็มให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งการที่มีกิจกรรมมอบรางวัลในลักษณะนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ในสังคมว่ายังมีโอกาสสำหรับเด็กกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งจะทำให้การเก็บข้อมูลที่ตกหล่นได้เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญคือการที่เรามีภาคีอย่างสภาเด็กและเยาวชนที่ทำงานแข็งขันมากเข้ามาร่วมด้วย

    นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล และรางวัลนี้ที่ใช้เกณฑ์พิจารณาระดับสากล ทำให้เรามั่นใจในแนวทาง และแผนงานของเราที่มุ่งพัฒนาเมืองสตูลให้เจริญก้าวหน้า โดยยังรักษาคุณค่าของเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของเมืองเอาไว้ให้คนในพื้นที่มีความภาคภูมิใจ

    อ่านข่าว :

    ยูเนสโกเลือก “น่าน-สงขลา” เมืองสร้างสรรค์โลกปี 68 ตอกย้ำอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย

    ไทย-จีนเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลัง ยกระดับโคราชสู่เมืองนวัตกรรมเกษตรครบวงจร

    เปิดแคตตาล็อกนวัตกรรมพร้อมใช้มหาวิทยาลัยทั่วอีสาน ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358144&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16bNgS8M2OZI24js0-Ib5w

  • ‘นิด้าโพล’ เผย คนอีสาน 26.05% หนุน ‘ปชน.’ แต่ยังไม่ชูใครเป็นนายกฯ

    ‘นิด้าโพล’ เผย คนอีสาน 26.05% หนุน ‘ปชน.’ แต่ยังไม่ชูใครเป็นนายกฯ

    การเมือง

    02 พ.ย. 2025 เวลา 7:31 น.

    'นิด้าโพล' เผย คนอีสาน 26.05% หนุน 'ปชน.' แต่ยังไม่ชูใครเป็นนายกฯ

    “นิด้าโพล” สำรวจความนิยมการเมืองภาคอีสาน พบหนุน พรรคประชาชน สูงสุด26.05% ส่วนคำถามชูใครนายกฯ สูงสุดยังไร้คำตอบ แต่ “อนุทิน”มาเป็นเบอร์สอง

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน”  สำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ต.ค.  2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคอีสาน  

    นิด้าโพลถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

    อันดับ 1 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ คิดเป็น 32.40%  

    อันดับ 2  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจ คิดเป็น 19.70% 

    อันดับ 3 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน คิดเป็น 18.55% 

    อันดับ 4 นายชัยเกษม นิติสิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย คิดเป็น 8.80%

    อันดับ 5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คิด6.10%

    อันดับ 6 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย คิดเป็น  4.80% 

    อันดับ 7 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ) คิดเป็น 2.80% 

    อันดับ 8 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี คิดเป็น 2.70%

    อันดับ 9 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดเป็น 1.55% 

    ขณะที่อีก 2.50% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

    นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ

    นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง  และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

    อันดับ 1 เป็นพรรคประชาชน คิดเป็น 26.05%

    อันดับ 2 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ คิดเป็น  24.65%

    อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย คิดเป็น 16.85% 

    อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย คิดเป็น  15.75%

    อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 5.55% 

    อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ คิดเป็น 3.45%

    อันดับ 7 พรรคไทยสร้างไทย คิดเป็น 2.75% 

    อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ คิดเป็น 2.05%

    อันดับ 9 พรรคพลังประชารัฐ คิดเป็น 1.50%

    และอีก 1.30% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคกล้าธรรม และพรรคเสรีรวมไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1205770&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw094_y2WlUxD9FDu9O8WVeE