Category: วัฒนธรรม

  • บ่มเพาะ เบ่งบาน

    บ่มเพาะ เบ่งบาน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/107642&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07S48djDL235zrsADbpP9q

  • “นิด้าโพล” เผยคนอีสานยังหาผู้เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ขณะที่ “อนุทิน” ขยับขึ้นเป็นอันดับสอง

    “นิด้าโพล” เผยคนอีสานยังหาผู้เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ขณะที่ “อนุทิน” ขยับขึ้นเป็นอันดับสอง

    “นิด้าโพล” เผยคนอีสานยังหาผู้เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ขณะที่ “อนุทิน” ขยับขึ้นเป็นอันดับสอง

    “นิด้าโพล” เผยคนอีสานยังหาผู้เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ขณะที่ “อนุทิน” ขยับขึ้นเป็นอันดับสอง คนอีสานหนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี   ส่วนพรรคประชาชนรั้งอันดับหนึ่งพรรคการเมืองที่คนอีสานอยากเลือก

    วันที่ 2 พ.ย. 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคอีสาน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    อันดับหนึ่งยังหาผู้เหมาะสมไม่ได้ 

               จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 19.70 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 18.55 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 6.10 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 6 ร้อยละ 4.80 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)  อันดับ 7 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 8 ร้อยละ 2.70 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 

    ร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

     ปชน.ยังรั้งพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง

                ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.05 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 16.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 5.55 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.45 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคกล้าธรรม และพรรคเสรีรวมไทย และร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892887&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32KCuDdol4GsxBalMGeWZm

  • ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ  รอบปฐมทัศน์ ตอน “สัตยาพาลี” สืบสานพระราชปณิธาน “พระพันปีหลวง”

    ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รอบปฐมทัศน์ ตอน “สัตยาพาลี” สืบสานพระราชปณิธาน “พระพันปีหลวง”

    ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รอบปฐมทัศน์ ตอน “สัตยาพาลี” สืบสานพระราชปณิธาน “พระพันปีหลวง”


    3/11/2568 | 57 |

    วันนี้ 2 พ.ย. 2568 เวลา 19.33 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน เพื่อสืบทอด ธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ เฝ้าฯรับเสด็จ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

    การนี้เมื่อเสด็จฯ เข้าหอประชุมใหญ่ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายธนวพรรษ โตกระโทก (ผู้แสดงองคต) เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ เด็กชายรพี สิทธิชัย (ผู้แสดงองคตกุมาร) เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล รองประธานกรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประธานกรรมการอำนวยการ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กราบบังคมทูลถวายรายงานวัตถุประสงค์ ของการจัดการแสดงโขน รอบปฐมทัศน์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สัตยาพาลี พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแสดงรำหน้าพาทย์ถวาย โดยคณะครูอาวุโส ทอดพระเนตรการแสดงรำอาศิรวาทรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เบื้องหลังการจัดการแสดงโขนรอบปฐมทัศน์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สัตยาพาลี และทอดพระเนตรการแสดงตามลำดับ

    สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หมายทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่พาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรปราบได้ ต่อมาเกิดเหตุการณ์ทรพีบุตรทรพาโอหังไม่กตัญญูจนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ และทำให้พาลีกับสุครีพ น้องชายเข้าใจผิดแตกกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระรามและร่วมต่อสู้จนพาลีต้องยอมมรณภาพโดยฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์ชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องถอยทัพ เป็นการแสดงโขนที่สร้างความประทับใจ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความบันเทิงให้กับผู้ชม ครบทุกอรรถรส ได้ข้อคิดเรื่องของการรักษาสัจจะ รวมทั้งด้านคุณธรรม ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ รู้รักสามัคคี รู้จักหน้าที่ ถ่ายทอดการแสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ มากฝีมือ ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ คีตศิลป์ หลากหลายแขนง

    เมื่อจบการแสดง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนคณะทำงาน และนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานช่อดอกไม้ ตามลำดับ

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ว่า “ไม่มีใครดูแม่จะดูเอง” นำไปสู่การจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งตามภูมิภาคต่างๆ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงอุปถัมภ์และพระราชทานทุนทรัพย์สนับสนุนการศึกษาพัฒนาเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าโขน ให้เหมาะสมกับแบบแผนโบราณให้เหมาะสมกับแบบแผนโบราณ ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระราชหฤทัยใส่ทุกมิติ มีพระราชเสาวนีย์ให้รวบรวมครูผู้เชี่ยวชาญและศิลปินหลายท่านศึกษาค้นคว้าศาสตร์และศิลป์ที่เป็นภูมิปัญญาของการจัดแสดงโขน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ฟื้นฟูจัดสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขน และเครื่องประดับทุกชนิดของโขนขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขน โดยให้ศึกษาวิธีการแต่งหน้าโขนที่เปิดหน้าให้สวยงามเหมาะสมกับการแสดงบนเวทีสมัยใหม่ ส่งเสริมนักเรียนและนักศึกษาผู้ใฝ่ใจในการแสดงโขนให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น พระราชเสาวนีย์นี้จึงก่อให้เกิดช่างฝีมือรุ่นใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งช่างทำหัวโขน ช่างทอผ้า ช่างปักสะดึงกรึงไหม ช่างเงิน ช่างทอง ช่างแกะสลัก ช่างเขียน และช่างแต่งหน้าโขน ผู้มีความเข้าใจในศิลปะและจารีตนิยมของโขนอย่างถ่องแท้และส่งเสริมให้ครูผู้เชี่ยวชาญโขน ฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อสืบทอดการแสดงโขนต่อไป

    และนับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ในปี 2562 “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เพื่อสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้มีผู้สืบทอดต่อไป

    ทั้งนี้การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” จะจัดแสดงขึ้นใน วันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 200 บาท) จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร.0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/437320&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wWMryymdt945g8MaL1od7

  • กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัคร “YSF” -“SF” ปี 2569ยกระดับสู่เกษตรสมัยใหม่ ตามนโยบายกระทรวงฯ

    กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัคร “YSF” -“SF” ปี 2569ยกระดับสู่เกษตรสมัยใหม่ ตามนโยบายกระทรวงฯ

    กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัครเกษตรกรทั่วประเทศ เข้าร่วมการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer : YSF) และเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer : SF) ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรให้มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่สอดคล้องกับการทำเกษตรสมัยใหม่ เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และพร้อมต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถแข่งขันได้ในตลาดสมัยใหม่

    นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำ ของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบาย “6+3” เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้เร่งดำเนินการ ในมิติต่าง ๆ เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน หนึ่งในนโยบายหลัก “6 ด้าน” การยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง การสร้างและพัฒนาเกษตรกร รวมถึงการบริหารจัดการองค์กรเกษตรกร ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องโดยตรงกับโครงการพัฒนาทักษะและแนวคิดผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร (เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer)) ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร (Agri- Entrepreneur) ที่สามารถบริหารจัดการการผลิต การแปรรูป และการตลาดได้ครบวงจร ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สู่ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง

    ขณะเดียวกัน ยังตอบโจทย์ “3 สร้าง” สร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบข้อมูลในการวางแผนและบริหารจัดการฟาร์ม พัฒนาเกษตรกรให้ผลิตอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีและการจัดการที่เหมาะสม การพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Young Smart Farmer และ Smart Farmer จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย สู่การปฏิบัติในพื้นที่จริง โดยกรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่มีศักยภาพสูง สามารถเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปสำหรับคุณสมบัติผู้สมัครเข้ารับการพัฒนาเป็น Young Smart Farmer (YSF)- เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร- อายุระหว่าง 17–45 ปี- มีใจรักการเกษตรและพร้อมพัฒนาตนเองสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่Smart Farmer (SF)- เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร – ไม่จำกัดอายุ – ยังไม่เคยได้รับการพัฒนาเป็น Smart Farmer มาก่อน หรือเคยเข้าร่วมแล้วแต่ยังไม่ผ่านการประเมิน สามารถสมัครได้อีกครั้ง

    ทั้งนี้ จะได้รับการอบรมแนวคิดและทักษะการเกษตรสมัยใหม่ การวางแผนการผลิตและการตลาด และปรับแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนจากเครือข่าย Smart Farmer และหน่วยงานภาครัฐ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำเกษตรกรในอนาคต ผู้สนใจสามารถสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด และ สำนักงานเกษตรอำเภอ ทุกอำเภอทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/253844&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ziyTNmzS2DLisw-tdc4_z

  • กมธ.การเงิน การคลังฯ ลุยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ชาวกาฬสินธุ์ | เดลินิวส์

    กมธ.การเงิน การคลังฯ ลุยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ชาวกาฬสินธุ์ | เดลินิวส์

    ที่หอประชุมโรงเรียนหนองแวงวิทยานุกูล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 1 คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.การเงิน การคลังฯ) เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “ชาวบ้านมั่นคงทางการเงิน : เรียนรู้ ออมเงิน สร้างเครือข่าย” ซึ่งจัดขึ้นโดยกมธ.การเงิน การคลังฯ โดยมีนายเจริญ จันดอน สจ.อ.เมืองกาฬสินธุ์ เขต 2 นายพงษ์ พิมพะนิตย์ สจ.อ.เมืองกาฬสินธุ์ เขต 3 เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่ ธกส.เป็นวิทยากร มีผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง

    นายวิรัช กล่าวว่า กมธ.การเงิน การคลังฯ ได้จัดสัมมนาเรื่อง ชาวบ้านมั่นคงทางการเงิน : เรียนรู้ ออมเงิน สร้างเครือข่าย ขึ้นครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และให้เห็นถึงความสำคัญของการมีความรู้พื้นฐาน ด้านการเงินเกี่ยวกับการออมเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย และสามารถจัดการเงินในชีวิตประจำวัน อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสร้างเครือข่าย ชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความช่วยเหลือด้านการเงินร่วมกันอย่างเหมาะสมต่อไป

    นายวิรัช กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณและชื่นชมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกบทบาทหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ได้ทำงานเชิงรุก เพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย

    อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ นายวิรัช พร้อมด้วยนายนิคม ปัญจวัฒน์ นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม ผู้เชี่ยวชาญฯ คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ยังได้ลงพื้นที่ไปยังที่วัดเวฬุวัน เพื่อศึกษาดูงานการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีพระครูสิทธิวราคม (นิคม นิคมวโร) เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน นายวิญญู ขันผง นายกเทศมนตรีตำบลนิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนฯให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานของกองทุน

    สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนิคม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนสมทบกองทุน สวัสดิการชุมชนตำบลนิคมให้มีความมั่นคง เพื่อจัดสวัสดิการสังคมที่สอดคลองกับปัญหาและความต้องการของสมาชิกและชุมชน และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ อปท.และภาคประชนสังคม รวมทั้งลดช่องว่างความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชนให้เกิดความเสมอภาคและความสันติสุขอยู่ร่วมกันเหมือนญาติพี่น้อง ตอลดจนช่วยเหลือและประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาชุมชนในด้านต่างๆ ปัจจุบันมีกองทุนมีความเข้มแข็ง และสมาชิกทั้งหมด 1,586 คน มีเงินหมุนเวียนในกองทุนกว่า 10 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5263244/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SUUjXMzF72G3H1zRodfTt

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติมก็อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงการเข้าสังคม สังสรรค์กับมิตรสหาย ก็อาจทำให้ได้ลาภผลอย่างไม่คาดฝันอีกด้วย แต่วันที่ 7-8 อย่าประมาท เงินทองของมีค่าจะสูญหาย หรือคนรับใช้ บริวาร อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายได้

    การงาน วันที่ 3-4 วันแห่งการประนีประนอม ยอมให้บ้าง โดยเฉพาะในการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้ลาภ ผลสำเร็จดังที่คาดหวัง หรือจะติดตาม ทวงถามงานที่คั่งค้าง ก็จะได้รับความร่วมมือ กระตือรือร้นที่จะกระทำอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้อารมณ์รุนแรง ดุดัน โวยวายด่า พนักงาน ลูกจ้าง เพราะอาจนำเหตุ/ภัย อันตรายมาให้ได้ ซึ่งวันที่ 5-7 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก ถ้าลมปากหวานหูไม่รู้หาย ทั้งจากคำพูด/เขียน กับคนรัก คู่ครอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่น และโรแมนติคไปอีกนาน สำหรับคนโสด ทั้งจากการใช้สื่อออนไลน์ หรือสังสรรค์กับมิตรสหาย ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่จะทำให้หายเหงาใจได้…ชั่วคราว       

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรระวัง อาจถูกทำร้ายร่างกาย, เงินทองของมีค่าในบ้านอาจสูญหาย บริวาร หรือลูกจ้างในบ้าน อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหาย

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316267/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UcY11JN080pTU93EGlE_B

  • กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    แม้แต่แนวคิด-วิสัยทัศน์ ก็ไม่ค่อยได้ยิน-ได้ฟังสักเท่าไร แต่พลันที่ก้าวออกจากประชาธิปัตย์ ดูเหมือน ดร.สุชัชวีร์จะพรั่งพรู-เสนอวิสัยทัศน์ออกมาถี่ๆ

    และส่วนใหญ่ก็เป็นประเด็น-เรื่องที่น่ารับฟัง น่าสนใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เคยผ่านตาที่ ดร.สุชัชวีร์โพสต์..

    “ความมุ่งมั่นของผมคือ ‘การศึกษา สร้างคน สร้างชาติ’ เพราะหากประเทศไทยจะ ‘ก้าวใหม่’ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวแรกต้องเริ่มจาก ‘ห้องเรียน’ ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษา นวัตกรรม”

    หรือ..ไม่กี่วันก่อนก็ได้โพสต์.. “พลิกยุทธศาสตร์ ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ จากวิกฤต สู่โอกาสสร้าง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ จ้างงานจำนวนมาก รายได้สูง ในแผ่นดินไทย

    การเข้าสู่ ‘ห่วงโซ่คุณค่า’ ของอุตสาหกรรมไฮเทค ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นอนาคตของโลก เพียงแต่จะอยู่ ‘ตรงไหน’ ของห่วงโซ่

    หากตามลำดับมูลค่า ไล่ตั้งแต่ ‘การทำเหมือง’ ‘การสกัด’ ‘การออกแบบเทคโนโลยี’ ‘การผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’

    ประเทศที่ทำได้ครบจบในตัวคือ จีน ตามมาด้วยสหรัฐ ที่ยังเสียเปรียบเรื่องปริมาณแร่

    ประเทศไทยแทนที่จะหนีเรื่องนี้ ต้อง ‘จับจังหวะ’ สร้างโอกาสในการเป็น ‘ศูนย์กลางการออกแบบเทคโนโลยี’ และ ‘ศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’ มากกว่าการสกัด หรือขุดแร่

    แบบนี้ถึงจะคุ้มค่ามากกว่า ได้มูลค่าสูงมากกว่า ปลอดภัยกว่า

    ไทยต้องใช้ MOU ฉบับนี้ เจรจาความร่วมมือให้ไทยได้ประโยชน์ 1.เจรจาการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ในการสำรวจและผลิตแร่ในอนาคต

    2.เจรจาความร่วมมือ ‘ด้านการสร้างคน’ เน้นการศึกษา และวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ เพิ่มความสามารถในการสกัด

    และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ยานยนต์ EV และ AI เซมิคอนดักเตอร์

    3.เจรจาให้บริษัทไฮเทคของสหรัฐอเมริกา ลงทุนสร้าง ‘ศูนย์การออกแบบ’ และ ‘โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’ ในประเทศไทย

    อย่างเช่น เวียดนามได้ศูนย์ออกแบบชิป AI ของ Nvidia ไปตั้งในเวียดนาม จะเกิดการจ้างงานมูลค่าสูงจำนวนมาก

    ประเทศไทยจะใช้โอกาสเรื่อง ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ ชิงความ ‘ได้เปรียบ’ ก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรมไฮเทค สร้างมูลค่าแก่เศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล”

    ครับ..ออกไปสร้างพรรคไทยก้าวใหม่ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่หากได้อยู่ที่ประชาธิปัตย์ในยุคคุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคและจับพลัดจับผลูได้ร่วมรัฐบาล..

    ผมมองว่า ดร.สุชัชวีร์น่าจะมีบทบาท มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคและประเทศชาติได้มากกว่า!

    เพราะว่ากันตามตรง การตั้งพรรคการเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในยุคนี้ด้วยแล้ว จะหวังแค่ปาร์ตี้ลิสต์คนสองคนก็ใช่ว่าจะสมหวัง?

    นี่พูด ก็ไม่ได้จะยุให้ ดร.สุชัชวีร์เปลี่ยนใจกลับบ้านเก่า เป็นเพียงแต่ความรู้สึกที่อยากเห็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพียบพร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ..

    ที่สำคัญเป็นคน “มือสะอาด” มาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!

    ก็หวัง..คุณอภิสิทธิ์จะได้ทอดสะพานเชิญ..

    กลับประชาธิปัตย์เถอะนะ..ท่านดอกเตอร์!.

    สันต์ สะตอแมน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/888918/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BOGWt_MLaISybS7tl4n_N

  • ‘วัดพระเชตุพนฯ’ จัดอบรม ‘พระธรรมกถึก’ เทศน์ 2-3 ธรรมาสน์ | เดลินิวส์

    ‘วัดพระเชตุพนฯ’ จัดอบรม ‘พระธรรมกถึก’ เทศน์ 2-3 ธรรมาสน์ | เดลินิวส์

    วัดพระเชตุพนฯ และสภาพระธรรมกถึกแห่งคณะสงฆ์ไทย จัดโครงการอบรมพระธรรมกถึก เทศน์ 2 และ 3 ธรรมาสน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสมัครถึงวันที่ 10 พ.ย.นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5262663/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0duxe9_qN7amAQoh13So-m

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67557/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gJOsJaSDr4X0im4QDNJkV

  • “นายกฯ” สรุปผลประชุมสุดยอดอาเซียน ตปท.พร้อมร่วมมือไทย “ต้านสแกมเมอร์” จีนไฟเขียวโควตาซื้อข้าวเพิ่ม 5 แสนตัน

    “นายกฯ” สรุปผลประชุมสุดยอดอาเซียน ตปท.พร้อมร่วมมือไทย “ต้านสแกมเมอร์” จีนไฟเขียวโควตาซื้อข้าวเพิ่ม 5 แสนตัน

    นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงว่า ในทางพาณิชย์ ประเทศไทยเน้น 4 เรื่องหลักที่จะวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับของภูมิภาค ได้แก่ เรื่องความมั่นคงทางอาหาร การคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ การเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว โดยในวงประชุมครั้งนี้ ไทยได้ทำการเปิดตลาดข้าวและสินค้าเกษตรของไทยให้กว้างขึ้น ให้คนไทยขายข้าวและพืชผลทางการเกษตรได้มากขึ้นในราคาที่ดีขึ้น ไทยได้มีการเจรจาเรื่องการเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมายในเกาหลีใต้ เปิดโอกาสให้คนไทยไปทำงานได้มากขึ้นและขอให้มีการดูแลการเข้าเมืองของนักท่องเที่ยวไทย ให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น เราได้สร้างความร่วมมือกับรัฐบาลแคนาดาในหลายด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยวที่จะมีการเปิดเที่ยวบินเพิ่มเพื่อให้บินตรงถึงกันได้อย่างสะดวก และเน้นการเป็นศูนย์กลางแห่งความมั่นคงทางอาหาร เพราะต่างประเทศมีหลายอย่างที่ปลูกเองไม่ได้

    ​สำหรับการเจรจาแบบทวิภาคีกับอีกหลายประเทศนั้น

    นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญเกิดขึ้นในหลายด้าน เช่น ไทย-สิงคโปร์ จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจในเรื่องการค้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค ไทย-มาเลเซียตกลงที่จะใช้ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยหนุนห่วงโซ่อาหารโลก และประเทศไทยจะร่วมผลักดันให้มีการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อินเดีย เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมยังได้มีการหารือกับบรูไนถึงการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารฮาลาล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การส่งออกสินค้าเกษตร และการส่งเสริมการค้าการลงทุนในอีกหลายด้านด้วย  
     
    มั่นใจว่า ความร่วมมือเหล่านี้ก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด ราคาสินค้าเกษตรของเราจะมีเสถียรภาพขึ้นและเป็นการลดต้นทุนโลจิสติกส์ในระยะยาว ซึ่งสำหรับประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุน ผมก็ได้ชักชวนให้ภาคเอกชนของเขาเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบการจ่ายเงินดิจิทัล ศูนย์ข้อมูลดาตาเซนเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการบริการด้านสุขภาพด้วย

    นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ประเทศไทยตั้งใจจะเป็นผู้นำในภูมิภาคในเรื่องการร่วมกันต่อต้าน “อาชญากรรมข้ามชาติ” ต่อไป ซึ่งข้อเสนอของไทยที่เสนอให้มีการจัดการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปราบอาชญากรรมข้ามชาติก็ได้รับการตอบสนองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากประเทศจีน สหรัฐฯ แคนาดา เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ซึ่งได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมด้วย
     

    ​นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางของทีมไทยแลนด์เพื่อเศรษฐกิจและความมั่นคงซึ่งเป็นไปด้วยเกียรติภูมิของประเทศ พร้อมย้ำว่า ได้ยืนบนหลักการของความถูกต้อง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือความมั่นคง พร้อมให้ความมั่นใจว่าในทุกการลงนามไม่ว่าจะเป็นแนวทางสันติภาพไทย-กัมพูชา กรอบความตกลงทางการค้า หรือบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาพัฒนาแร่สำคัญ ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและเป็นไปตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
     
     

    นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงการหารือกับประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหลังจากได้มีการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ เจ ทรัมป์ หลายครั้ง ระหว่างการเยือนทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในพัฒนาการของการเจรจาด้านภาษีแล้ว และได้พบปะกับประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีนวานนี้ ซึ่งเป็นการหารือทวิภาคีที่ฝ่ายไทยได้เน้นเรื่องการสานต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ไทยกับจีนเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปีว่า การเจรจาก็เป็นไปด้วยดี และเต็มไปด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยนายสี จิ้น ผิง ยังได้แสดงท่าทีคลายกังวล เมื่อได้ทราบว่ารัฐบาลไทยในปัจจุบันไม่มีนโยบายให้เปิดกาสิโนแล้ว ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจีนจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างสบายใจได้ และจีนได้เปิดรับโควตาซื้อข้าวจากไทยเพิ่มอีก 500,000 ตัน

    นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอบคุณการทำงานของคณะผู้แทนไทยว่า เป็นไปด้วยความรอบรู้และรอบคอบ พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่า ประตูหลายบานที่เปิดไว้จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวไทย จะทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าที่มากขึ้นและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตที่เพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
     

    รมว.กต.โว! นายกฯ เยือน ASEAN-APEC ประสบความสำเร็จกระทบไหล่ผู้นำมหาอำนาจ – ย้ำไทยได้รับการขานรับปราบสแกมเมอร์

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ถือว่าประสบความสำเร็จ ในแง่จังหวะเวลา เพราะรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศไม่ถึง 1 เดือน แต่นายกรัฐมนตรี ได้พบเจอผู้นำอาเซียนทั้งหมด และเจอผู้นำที่สำคัญ เช่น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ถือว่า ประสบความสำเร็จเพราะไม่ใช่แค่ในที่ประชุม แต่ได้มีโอกาสทำความรู้จักความคุ้นเคยนอกห้องประชุม และระหว่างการประชุมด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนาความสัมพันธ์ และให้เขามีความมั่นใจในประเทศไทย

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน และเอเปค ได้มีการพูดคุยในเรื่องสถานการณ์โลกที่สำคัญ ประเทศไทยได้นำเสนอท่าทีที่แข็งขัน ในเรื่องสำคัญ ที่ไทยต้องมีแนวทาง และข้อเสนอที่สร้างสรรค์บางอย่างในการจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหลาย อาชญากรรมไซเบอร์ สแกมเมอร์ ซึ่งได้รับการขานรับที่ดี

    การประชุมและได้พบปะกับผู้นำ และภาคเอกชน นายกรัฐมนตรี ได้แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนไป เพราะแม้รัฐบาลนี้อยู่ 4 เดือนก็จริง แต่รัฐบาลมองรากฐานในระยะยาว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล แต่เป็นเรื่องความมั่นใจต่อประเทศไทย และทิศทางของประเทศไทยที่จะไปข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378968827&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tQO46CRLUgLYyxjNw9ZaO