Category: วัฒนธรรม

  • มาร่วมเปิดประสบการณ์ที่ CGI Open House 2026 ทุนการศึกษามากกว่า 40 ทุนต่อปี

    มาร่วมเปิดประสบการณ์ที่ CGI Open House 2026 ทุนการศึกษามากกว่า 40 ทุนต่อปี

    มาร่วมเปิดประสบการณ์ที่ CGI Open House 2026 ทุนการศึกษามากกว่า 40 ทุนต่อปี

    ป.โท 30 ทุน – 14,000 บาท/เดือน 

    ป.เอก 10 ทุน – 20,000 บาท/เดือน

    เปิดรับผู้สนใจในสาขาวิชา

    • วิทยาศาสตร์ชีวภาพประยุกต์: อนามัยสิ่งแวดล้อม
    • วิทยาศาสตร์เคมี
    • พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม

    วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2025
    เริ่มลงทะเบียน 08.30 น. Walk-in เข้าร่วมงานได้เลย!
    ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์

    แวะมาถ่ายรูป Photo Booth ฟรีไม่จำกัดช็อต

    รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.cgi.ac.th/openhouse2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60978&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L1BgHOpWu3peSDqU8rh_k

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67612/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mq6qvL4UnaTTtCQCcyran

  • เปิดศึกชิง‘เมธี ลาบานูน’! ประชาชาติ-ประชาธิปัตย์ ฟาดกันยับกลางโซเชียล เคลมได้ตัวซบพรรค

    เปิดศึกชิง‘เมธี ลาบานูน’! ประชาชาติ-ประชาธิปัตย์ ฟาดกันยับกลางโซเชียล เคลมได้ตัวซบพรรค

    วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.19 น.

    ศึกแย่งบาลานูน! ‘ประชาชาติ’โพสต์ภาพ‘เมธี’เข้าพบวันนอร์-ทวี พร้อมเคลมจ่อซบพรรค ด้าน‘โฆษกปชป.’โผล่คอมเมนต์โต้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (11 พ.ย.2568) เพจ “พรรคประชาชาติ” ได้โพสต์ข้อความ พร้อมภาพ “เมธี ลาบานูน” อดีตผู้สมัคร สส.นราธิวาส เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าพบนายวันมูหมัดนอร์ มะทา และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) พร้อมระบุว่า “เมธี จ่อซบพรรคประชาชาติ

    โดยระบุว่า พบ “วันนอร์–ทวี” จับตา “เมธี ลาบานูน” จ่อซบพรรคประชาชาติ

    “เมธี ลาบานูน” นักร้องดังระดับประเทศ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบ “วันนอร์–ทวี” สองแกนนำหลักของพรรคประชาชาติ เพื่อหารือแนวทางการทำงานทางการเมืองร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองและชื่นมื่น ทำให้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าเจ้าตัวอาจตัดสินใจย้ายเข้าสังกัดพรรคประชาชาติ หลังประชาธิปัตย์เพิ่งปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและทีมบริหารชุดใหญ่

    นายเมธี อรุณ หรือ “เมธี ลาบานูน” อดีตผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพบ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการทำงานทางการเมืองและบทบาทในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งมีการ “ยกเครื่อง” เปลี่ยนหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หวนกลับมากอบกู้พรรคเก่าแก่ให้ฟื้นคืนความนิยม แต่กลับไม่มีชื่อของ “เมธี ลาบานูน” ร่วมกิจกรรมกับทีมบริหารชุดใหม่ ทำให้กระแสข่าวการย้ายเข้าสังกัดพรรคประชาชาติยิ่งทวีความชัดเจน

    สำหรับนายเมธี อรุณ เป็นชาวจังหวัดนราธิวาสโดยกำเนิด มีชื่อภาษาอาหรับว่า “อัสวาน” จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีนวัตกรรมการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    ในเส้นทางสายดนตรี “เมธี” เป็นสมาชิกวงลาบานูน วงป๊อปร็อกชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิตมากมายที่ครองใจคนไทยมานานกว่า 20 ปี เคยผ่านเวทีประกวด “ฮอตเวฟ มิวสิคอวอร์ดส์” ก่อนจะโด่งดังระดับประเทศจากอัลบั้มแรกในปี 2541 ที่มียอดขายทะลุล้านตลับ

    นอกจากบทบาทศิลปิน “เมธี ลาบานูน” ยังเคยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อดีตรองประธานสโมสรฟุตบอลสตูล ยูไนเต็ด และเคยลงสมัครเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล

    ปี 2564 เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในยุคที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรค และในการเลือกตั้งปี 2566 ลงสมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 2 (อ.ตากใบ–อ.สุไหงโก-ลก) ได้คะแนน 17,447 คะแนน เป็นอันดับ 2 รองจากนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ จากพรรคพลังประชารัฐ

    การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้ จึงถูกมองว่า “เมธี ลาบานูน” อาจกำลังเปิดทางสู่บทบาทใหม่ในเส้นทางการเมือง ภายใต้พรรคประชาชาติ

    ขณะที่นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปคอมเมนต์ว่า “พี่เมธี ยังยืนยันอยู่พรรคประชาธิปัตย์นะครับ

    ถ้ามีโอกาสอยากให้ ถามพี่เค้าก่อนลงข่าวแบบนี้นะครับ

    ขอบคุณครับผม”

    นอกจากนี้ นายพงศกร ยังโพสต์ภาพ เมธี ถ่ายภาพคู่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมระบุข้อความว่า “ฟังเพลง พี่เมธีมาตั้งแต่ใส่กางเกงขาสั้น จนวันนี้ได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน และได้เจอกันเมื่อวานอีกครั้ง

    พี่เมธีเป็นคนที่เรียกได้ว่าโตมากับพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ยังไม่มีใครรู้ว่าการเมืองจะพาเราไปทางไหน จนวันนี้ที่เส้นทางการเมืองมีทางเลือกมากมาย แต่พี่เมธียังยืนยันจะเดินอยู่บนเส้นทางเดิม ด้วยอุดมการณ์และความศรัทธาที่ไม่เปลี่ยนไป

    ดีใจมากที่ได้เจอตัวจริงเมื่อวานนี้ครับ และยิ่งดีใจที่เห็นว่าคนที่เลือกเส้นทางนี้ตั้งแต่เด็ก…ยังเลือกจะอยู่กับมันต่อ ไม่ใช่เพราะความสะดวกหรือผลประโยชน์ แต่เพราะเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง

    แบบนี้สิ ถึงเรียกว่า “การเมืองด้วยหัวใจ ไม่ใช่โอกาส”

    สุดท้าย ทั้งสองคนบอกว่า “หัวอกเดียวกันครับ” ให้ทายว่าเรื่องอะไร”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/927012&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cIRuhXAsNy-R7ZbYxdXrg

  • ยอดนักศึกษาสหรัฐฯ โต 3 ปีซ้อน คนแห่เรียนวิทยาลัยชุมชน สวนทางป.โท-คอมฯ ที่แผ่วลง : อินโฟเควสท์

    ยอดนักศึกษาสหรัฐฯ โต 3 ปีซ้อน คนแห่เรียนวิทยาลัยชุมชน สวนทางป.โท-คอมฯ ที่แผ่วลง : อินโฟเควสท์

    ศูนย์ข้อมูลกลางนักศึกษาแห่งชาติของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า จำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยจำนวนรวมนักศึกษาขยับขึ้น 2% ขณะที่ระดับปริญญาตรีเพิ่มขึ้น 2.4%

    รายงานระบุว่า แรงขับเคลื่อนหลักมาจากวิทยาลัยชุมชนและหลักสูตรประกาศนียบัตร ซึ่งมีนักศึกษาเพิ่มขึ้น 4% และ 6.6% ตามลำดับ โดยทุกภาคส่วนของการศึกษาระดับปริญญาตรีต่างมียอดลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

    แมทธิว โฮลแซปเปิล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยของศูนย์ฯ ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการศึกษาที่เปลี่ยนไป ขณะที่ทั้งสถาบันและนักศึกษากำลังปรับตัวรับโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ พร้อมชี้ว่า นักศึกษามีแนวโน้มเลือกเรียนในสาขาที่เน้นทักษะปฏิบัติ ค่าใช้จ่ายไม่สูง และตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

    อย่างไรก็ดี การลงทะเบียนเรียนระดับบัณฑิตศึกษาแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ขณะที่หลักสูตรปริญญาโท ซึ่งคิดเป็นเกือบสองในสามของนักศึกษาบัณฑิตทั้งหมด ลดลง 0.6% โดยเฉพาะสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มียอดนักศึกษาลดลงมาก โดยระดับปริญญาโทลดลงถึง 15% และระดับปริญญาตรีที่ลดลงเกือบ 6%

    ข้อมูลเบื้องต้นยังไม่นับรวมจำนวนนักศึกษาต่างชาติ อย่างไรก็ตาม สำนักงานการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ รายงานว่า จำนวนวีซ่านักศึกษาลดลง 19% ในเดือนส.ค. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้และจำนวนนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

    โฮลแซปเปิลกล่าวเพิ่มเติมว่า นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่นิยมเลือกเรียนในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และระดับบัณฑิตศึกษา โดยศูนย์ฯ จะเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนภาคฤดูใบไม้ร่วงปี 2568 ในเดือนม.ค. ซึ่งจะรวมข้อมูลนักศึกษาต่างชาติด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/544684&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FZmIPeygaXEWZWTf-Xx0u

  • สร้างคน สร้างโอกาส พลิกเศรษฐกิจไทย ด้วยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

    สร้างคน สร้างโอกาส พลิกเศรษฐกิจไทย ด้วยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

    ×

    1. Business News
    2. ชมคลิป: สร้างคน สร้างโอกาส พลิกเศรษฐกิจไทย ด้วยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ | THE STANDARD WEALTH

    11.11.2025

    • LOADING…

    เจาะลึกแผนกระทรวง อว. มุ่งเป้าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เน้นนโยบายลงทุนในคน ผ่านกลยุทธ์ด้านการศึกษา เล็งสร้างกำลังคน 80,000 คน ภายใน 5 ปี 

    • LOADING…


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    READ MORE

    EDITOR’S PICK

    MOST POPULAR




    MOST POPULAR



    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/mhes-semiconductor-plan-80000-workforce-5-years/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kEMfqfHyuInMtBFXBJ39W

  • นายก อบจ.พิษณุโลก เปิดการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนตำบลท่าโพธิ์ – ท่าทอง ครั้งที่ 21 | TOPNEWS

    นายก อบจ.พิษณุโลก เปิดการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนตำบลท่าโพธิ์ – ท่าทอง ครั้งที่ 21 | TOPNEWS

    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เปิดการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนตำบลท่าโพธิ์ – ท่าทอง ครั้งที่ 21 ณ สนามกีฬาโรงเรียนชุมชน 1 วัดสะกัดน้ำมันตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก

    วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กวัยเรียนร่วมกันระหว่างตำบลท่าโพธิ์ – ท่าทอง และตำบลใกล้เคียง เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข

    เพื่อเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างโรงเรียนและท้องถิ่น ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันพัฒนาคณภาพการศึกษาในท้องถิ่นและเพื่อเสริมสร้างให้เด็กนักเรียนได้มีความรู้ทางด้านทักษะ กีฬา กฎกติกา มารยาททางด้านกีฬาเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียน มีน้ำใจเป็นนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”

    โดยการจัดแข่งขันในครั้งนี้ มีโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 15 โรงเรียน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนในเขตเทศบาลตำบลท่าทอง โรงเรียนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก โรงเรียนในเขต อบตวัดจันทน์ โรงเรียนในเขต อบต.วัดพริก โรงเรียนในเขต อบต.วังน้ำคู้ โรงเรียนในเขต อบต.งิ้วงาม โดยจัดการแข่งขันกีฬาประเภท ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ เปตอง เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน แชร์บอล และกรีฑา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1386620&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GAZjwmYRv2M6-vwnlaDZC

  • เหตุใด Gen Z เมียนมาย้ายประเทศ  เลือกตั้งเมียนมาเป็นความหวังหรือไม่

    เหตุใด Gen Z เมียนมาย้ายประเทศ เลือกตั้งเมียนมาเป็นความหวังหรือไม่

    เคลื่อนย้าย-ชะงักงัน-ความกังวล : ความท้าทาย Gen Z เมียนมา

    ช่วงเดือนสิงหาคม ถึง ตุลาคม 2568 โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP เผยแพร่รายงานต่อเนื่องกัน 3 ฉบับ เนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่เป็นความท้าทายและปัญหาที่กลุ่มคนหนุ่มสาวชาวเมียนมา ช่วงอายุ 18-35 ปี (Gen Z) ต้องเผชิญหลังเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมา พ.ศ.2564

    “A Generation on the Move” “A Generation on Hold” และ “A Generation on Edge” คือ รายงาน 3 ฉบับที่ UNDP เผยแพร่ช่วงเดือนสิงหาคม ถึง ตุลาคม 2568

    รายงาน 3 ฉบับ เผยแพร่โดย UNDP เกี่ยวกับปัจจัยความท้าทายและปัญหาที่กลุ่มคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาเผชิญ

    รายงาน 3 ฉบับ เผยแพร่โดย UNDP เกี่ยวกับปัจจัยความท้าทายและปัญหาที่กลุ่มคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาเผชิญ

    รายงาน 3 ฉบับ เผยแพร่โดย UNDP เกี่ยวกับปัจจัยความท้าทายและปัญหาที่กลุ่มคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาเผชิญ

    กลุ่มตัวอย่างหนุ่มสาวชาวเมียนมากว่า 7,000 คน ในปี 2567 สะท้อนสภาพที่กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ ประเทศเมียนมาตกอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้ง ความไร้หวังจากวิกฤตการศึกษาที่ส่งผลต่อการจ้างงาน

    หนุ่มสาวหลายล้านคนเผชิญกับภาวะการชะงักงัน ไม่สามารถเรียนรู้ ไม่มีงานทำ หรือสร้างอนาคตของตนเองได้ บางส่วนตัดสินใจหลบหนีไปมีชีวิตใหม่ในประเทศที่ 3 เพราะไม่ต้องการเผชิญกับการถูกบังคับเกณฑ์ทหาร

    ตั้งแต่พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา หนุ่มสาวชาวเมียนมา อายุระหว่าง 18-35 ปี ประมาณ 300,000 – 500,000 คน อพยพไปต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย

    ผลการวิจัยของ UNDP เผยให้เห็นว่า 4 ใน 10 คน จะย้ายถิ่นฐานหากได้รับโอกาส เช่นเดียวกับผู้ที่มีการศึกษาสูงที่มีแนวโน้มตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมากที่สุด

    ในพ.ศ. 2567 เพียงปีเดียว มีชาวเมียนมาประมาณ 1,300,000 คน เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ในจำนวนนี้ เกือบ 1 ใน 3 แสดงเจตนาที่จะพำนักอยู่ประเทศไทยในระยะยาว ด้วยความใฝ่ฝันที่อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม แม้ว่าการลักลอบเข้ามาในประเทศไทยจะต้องใช้เส้นทางที่ผิดกฎหมายและอันตรายก็ตาม

    Gen Z เมียนมา กับการเลือกตั้งในรอบ 4 ปี

    รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ความไม่สงบในเมียนมา เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการอพยพของหนุ่มสาวเมียนมาอย่างต่อเนื่อง

    เขาต้องการชีวิตทำมาหากินที่ดีขึ้น เมียนมาเต็มไปด้วยสงครามกลางเมือง ดังนั้น ก็ไปใช้ชีวิตในประเทศอื่นซึ่งอาจจะมีค่าแรงที่ดีกว่า หรืออย่างน้อยปลอดภัยกว่า ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่มีสงครามไฟลุกโชนแบบพม่า หนีมาหาชีวิตใหม่ แสงตะวันใหม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายสิบปีมาแล้วที่คนเมียนมาอพยพเข้ามาในค่ายผู้ลี้ภัยเป็นระลอก คิดว่าคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ไปตามเครือข่ายของผู้อพยพกลุ่มเดิมๆ ก็มีการส่งข่าวกัน เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของการใช้ชีวิต

    แต่ความท้อแท้ เหนื่อยใจว่าเมียนมาอาจไม่มีทางเจริญ ถ้าทหารไม่ออกจากการเมือง ถ้าเขายังล้มทหารไม่ได้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่น ไปบ่มเพาะกำลัง สะสมในพื้นที่ที่ปลอดภัยก่อน พร้อมก็อาจจะค่อยเข้าไปต่อสู้กับทหารเมียนมาอีกที ถ้ามีความหวัง มีช่องทางสู้ นี่เป็นอีกมุมมองจากนักวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์

    สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปเมียนมาเฟสแรกที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ รศ.ดุลยภาคมองว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาไม่ว่าจะเป็นช่วงชั้นไหน จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก จะมีลักษณะยอมโอนอ่อนกับการเลือกตั้ง ถ้ามีช่องในการเจรจาในเรื่องกรอบสันติภาพ ก็อาจจะตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการ และ อีกกลุ่มคือกลุ่มหัวรุนแรง คือไม่เจรจา ยึดมั่นว่าทหารเมียนมาต้องถูกกำจัดออกไป

    ผมก็เชื่อว่า เยาวชนหนุ่มสาว เขาน่าจะแบ่งออกเป็นสองส่วน

    รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มธ.

    รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มธ.

    รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มธ.

    อีกเรื่องที่น่าจับตามอง คือ การใช้ชีวิตของเยาวชนหนุ่มสาว Gen Z จะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ เขาเป็นผู้หนีภัยสงครามภายในประเทศ หรือ เขาอาจจะอยู่เมืองหนึ่ง แล้วอาจจะตีกับทหารเมียนมา แล้วไปสร้างเครือข่ายกำลังรบกับแนวร่วมกับกองทัพประชาชน ในบริเวณอื่นๆ อพยพไปมาขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ทางการทหาร นี่คือกลุ่มผู้ที่ต้องอพยพภายในประเทศ

    อีกกลุ่มคือผู้ที่เข้าไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย ตามตะเข็บชายแดนเมียนมา ไทย อินเดีย หรือเข้าไปอยู่ในประเทศไทย ไปทำมาหากินถูกกฎหมาย-ผิดกฎหมาย นี่คือ Gen z อีกกลุ่มหนึ่งของเมียนมา ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นพื้นที่ที่เขาจะใช้เป็นแหล่งเคลื่อนไหว

    เมื่อถาม รศ.ดุลยภาค ว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะส่งผลอย่างไรต่อหนุ่มสาวเมียนมา อาจารย์มองว่า เป็นไปได้หลายทาง เช่น ทางหนึ่ง การเลือกตั้งอาจช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของสงครามกลางเมือง แต่หากต้องการให้จบจริงๆ ต้องเป็นการเจรจาสันติภาพทั่วประเทศ แล้วก็คุยกันว่า เมียนมาจะปกครองแบบประชาธิปไตยหรือไม่

    คำถามก็คือ การเลือกตั้ง มันเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด แต่อีกด้านหนึ่งมันเป็นการเปลี่ยนการสร้างความชอบธรรม ให้กับเผด็จการในการแปลงรูปการเลือกตั้งแล้วครองอำนาจได้อีก

    สำหรับการเลือกตั้งในประเทศเมียนมาเฟสแรก จะจัดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2568 โดยจะจัดเฉพาะเขตพื้นที่ที่รัฐบาลทหารพม่าควบคุมได้เบ็ดเสร็จ ซึ่งมีรายงานว่า จะเกิดขึ้นใน 102 อำเภอ จากทั้งหมด 330 เขตทั่วประเทศ เพราะบางพื้นที่ยังคงเผชิญกับสงครามกลางเมือง

    สำหรับเขตพื้นที่ที่ยังไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ อาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเมินว่า อาจเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ยังส่งผลให้มีการอพยพของหนุ่มสาวชาวเมียนมาเข้าสู่ประเทศที่ 3 อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358330&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18lZx9eR8e4aX7zKQprQle

  • ฉะเชิงเทรา TSB ส่งมอบรถสานฝัน EV Bus สานฝันให้ ‘หมอนทองวิทยา’ | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา TSB ส่งมอบรถสานฝัน EV Bus สานฝันให้ ‘หมอนทองวิทยา’ | TOPNEWS

    11 พฤศจิกายน 2568 – นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เดินทางไปยังโรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งมอบ รถบัสพลังงานไฟฟ้า EV 100% ให้แก่โรงเรียน โดยมี นายใย ยศยิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครู โค้ช และนักเตะทีมฟุตบอลโรงเรียน เป็นตัวแทนรับมอบ

    โดยซีอีโอ TSB เปิดเผยว่า เรื่องราวของ ‘รถขนฝันโรงเรียนหมอนทองวิทยา’ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมาก เราเองก็ได้เห็นถึงพลัง ความตั้งใจ และความอบอุ่นระหว่างครูกับนักเรียน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เดินตามความฝัน จึงขอเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ช่วยสานต่อโอกาส ด้วยการส่งมอบรถบัสพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์ในต่อไป และเดินทางสู่สนามของความฝันอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับที่ผ่านมา TSB ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนบัตรโดยสาร HOP Card ให้แก่นักเรียน นักศึกษา เปิดโอกาสให้เด็ก-เยาวชนได้เข้าถึงขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด เชื่อมโยง การเดินทางเข้ากับการเรียนรู้ และการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

    “ไทย สมายล์ บัส ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า แต่คือองค์กรที่ขับเคลื่อนพันธกิจด้าน ESG ควบคู่กับ IDG ที่เราเชื่อว่า ‘การสนับสนุนเยาวชน’ คือจุดเริ่มต้นของเมืองที่ยั่งยืน การสร้างโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเติบโตอย่างมีคุณภาพคือการลงทุนระยะยาวที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย” — นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าว

    ด้านนายใย ยศยิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้กล่าวขอบคุณ TSB ที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนและการศึกษา โดยรถบัสไฟฟ้าคันนี้จะเป็น “ห้องเรียนเคลื่อนที่” ที่ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ให้กับนักเรียนทั้งในกิจกรรมแข่งขัน กีฬา และการเรียนรู้นอกห้องเรียน พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนรุ่นต่อๆ ไปมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่ ‘เต’ วรากร ช่างเขียนดี นักเตะของทีมหมอนทองฯ บอกว่า ตนเองดีใจมาก ที่โรงเรียนได้รับรถคันใหม่ แอร์เย็นมากด้วย ซึ่งรถคันนี้พวกเราจะใช้ในการเดินทางไปแข่งขัน ถือเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ สำหรับนักกีฬา ขอบคุณไทยสมายล์บัสที่ได้สานฝันให้พวกเรา

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1386489&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VvCjm16xxJ1rXj1CRcaY0

  • เทคโนโลยี “สาหร่ายไก” สู่ห่วงโซ่มูลค่าชุมชนต้นแบบลุ่มน้ำโขง ผลงานการร่วมพัฒนาโดย วว. MRCS และมหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ สปป.ลาว

    เทคโนโลยี “สาหร่ายไก” สู่ห่วงโซ่มูลค่าชุมชนต้นแบบลุ่มน้ำโขง ผลงานการร่วมพัฒนาโดย วว. MRCS และมหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ สปป.ลาว

    ชุมชนต้นแบบลุ่มน้ำโขง” ไม่ได้หมายถึงชุมชนใดชุมชนหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นแนวคิดในการพัฒนาชุมชน ที่เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืน รวมถึงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างมีคุณค่า รวมทั้งการสะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างชุมชนที่ เกื้อกูลกัน ทั้งในมิติของ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการรักษา มรดกทางประวัติศาสตร์ ที่มีคุณค่าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

    ความสำคัญของชุมชนต้นแบบลุ่มน้ำโขง จึงประกอบด้วย  1) เป็นแนวทางในการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 2) ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง และ 3) ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในภูมิภาค

    สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission Secretariat : MRCS)  เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจาและความร่วมมือระดับภูมิภาคในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 ตามข้อตกลงแม่น้ำโขงระหว่างกัมพูชา สปป. ลาว ไทย และเวียดนาม องค์กรนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับภูมิภาคสำหรับการทูตด้านน้ำ และเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค

    กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มีความร่วมมือกับ สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนในชุมชนลุ่มน้ำโขงทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ผ่านการนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนการแปรรูปผลผลิตเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะพืชและสัตว์น้ำ อัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น สาหร่ายไก ปลา ส้มโอ และหอมขาว เพื่อสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    ต้นแบบห่วงโซ่มูลค่าชุมชนลุ่มน้ำโขงจากทรัพยากรพื้นถิ่น

    โครงการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในลุ่มน้ำโขง เป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของ วว. และสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในการขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และเครื่องจักรต้นแบบครบวงจร เพิ่มรายได้และความมั่นคงให้ชุมชนริมน้ำ  โดยนำ สาหร่ายน้ำจืดพื้นถิ่น “ไก” (Cladophora glomerata) หรือ “ไค” ซึ่งเป็นคำที่นิยมใช้ในหลวงพระบาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและอาหารพื้นบ้าน ของ สปป.ลาว มาเป็นต้นแบบการสร้าง “ห่วงโซ่มูลค่าชุมชน” (Community Value Chain) ที่สามารถต่อยอดสู่พื้นที่อื่นในภูมิภาคได้

    โครงการดังกล่าวได้ผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม “ไกกรอบ” รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คงคุณภาพของสินค้าและช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า ที่นอกจากคุ้มครองสินค้าจากการขนส่งแล้ว ยังช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคในการซื้อสินค้าสำหรับเป็นอาหารว่างและเป็นของฝากสำหรับกัลยาณมิตรในแดนไกล

    สาหร่ายน้ำจืดพื้นถิ่น…ก้าวสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมแห่งลุ่มน้ำโขง

    “ไก” เป็นสาหร่ายน้ำจืดที่มีสารคาโรทีนอยด์สำคัญ ได้แก่ แอสตาแซนธิน ลูทีน และเบต้าแคโรทีน ซึ่งเหมาะต่อการแปรรูปเป็นอาหาร วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีมาตรฐานการผลิต “ไกกรอบ” ที่ชุมชนสามารถดำเนินการได้เอง พร้อมผ่านการทดสอบคุณค่าทางโภชนาการและประเมินคุณภาพรสสัมผัส เพื่อความพร้อมในการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ วว. โดย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ยังได้วิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ซึ่งมีคุณสมบัติในการยืดอายุสินค้าได้กว่า 270 วัน (ประมาณ  9  เดือน) พร้อมออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น งานฝีมือของชุมชน และมีภาพลักษณ์พรีเมี่ยมเหมาะกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ

    วิจัยพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบครบกระบวนการผลิตแปรรูป

    เพื่อนำไปสู่การต่อยอดการผลิตเชิงพาณิชย์ วว. ได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบครบวงจรสำหรับกระบวนการผลิต “ไกกรอบ” ตั้งแต่ขั้นตอนการล้าง ฉีดน้ำปรุงรส ตัด ทอด อบไล่น้ำมัน จนถึงการบรรจุถุงพร้อมเติมก๊าซไนโตรเจน เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ โดยเครื่องจักรแต่ละชนิดได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของชุมชนโดยนักวิจัย วว. เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปใช้จริง ช่วยลดต้นทุนแรงงาน และยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับหลักสุขาภิบาลอาหาร (GMP)  ดังนี้

    1) เครื่องล้างสาหร่ายไก ขนาดบรรจุน้ำ 300 ลิตร ล้างได้ 100 กก. ต่อน้ำ 200 ลิตร ใช้งานง่าย ควบคุมด้วยสวิตช์อัตโนมัติ

    2) เครื่องฉีดน้ำปรุงรส   ควบคุมด้วยระบบเท้าเหยียบ เพิ่มความสม่ำเสมอของรสชาติ

    3) เครื่องตัดสาหร่ายไก  ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ตัดได้ 70 แผ่นต่อนาที

    4) หม้อทอดสาหร่ายไก  ตั้งอุณหภูมิ 180°C ใช้เวลาเพียง 5 วินาทีต่อแผ่น

    5) เครื่องอบไล่น้ำมันและเครื่องซีลถุงไนโตรเจน  ควบคุมอุณหภูมิและความเร็วสายพานอัตโนมัติ ยืดอายุสินค้าได้กว่า 270 วัน

    ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนระดับภูมิภาค

    นอกจากการวิจัยและพัฒนา เครื่องจักรต้นแบบครบกระบวนการผลิตแปรรูป แล้ว โครงการยังได้จัด การฝึกอบรมระดับภูมิภาคด้านการผลิตและบรรจุภัณฑ์ไกนวัตกรรม (Regional Training Workshop on Innovative Kai Production and Packaging) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ และ MRCS ณ เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร การใช้บรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ผ่านกิจกรรมสาธิตภาคปฏิบัติ พร้อมกับการทดสอบประสาทสัมผัสรส (Sensory Taste) ในเครือข่ายผู้ผลิต นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ในโอกาสนี้  H.E. รองศาสตราจารย์ ดร. ลิ่นคำ ดวงสะหวัน (H.E. Assoc. Prof. Dr. Linkham Douangsavanh) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ได้แสดงความชื่นชมอย่างยิ่งต่อ วว. ที่ได้นำเทคโนโลยีการแปรรูป “สาหร่ายไก” ซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นถิ่นอันมีคุณค่าของ สปป.ลาว สู่การยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่างยั่งยืนและพร้อมต่อยอดในเชิงพาณิชย์ที่หลากหลายต่อไป

    “…การดำเนินโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชนริมน้ำโขงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของ สปป.ลาว ให้คงอยู่ต่อไปอย่างภาคภูมิ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ วว. ในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยวางรากฐานให้ “ไก” ก้าวสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้กับชุมชนลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน…” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว กล่าวสรุป

    ศูนย์ Shared-Production Service

    นอกจากการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น ณ สปป. ลาว  แล้ว วว. ยังได้จัดตั้ง ศูนย์ Shared-Production Service “การผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์ไก (สาหร่ายน้ำจืด) อย่างสร้างสรรค์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ณ วิถีชุมชนหมู่บ้านม่วงคำ หลวงพระบาง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  โดยการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์สาหร่ายไกพื้นถิ่นเป็นหลักและมีการเปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Assoc. Prof. Dr. Linkham Douangsavanh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ผู้แทนจากสถานฑูตออสเตรเลีย เวียดนาม กัมพูชา คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง มหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ ผู้แทนชุมชนท้องถิ่นหลวงพระบาง สปป.ลาว เข้าร่วมงาน

    ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. มอบหมายให้ ดร.บุณณนิดา โสดา ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ วว. ดร.ราเชนทร์ วิสุทธิแพทย์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ นายวีรยุทธ พรหมจันทร์ นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ นางสาวสุภาวดี บัวบาน และนายปิยะพงษ์ นีรนาทวรุตม์กุล นักทดลองวิทยาศาสตร์วิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

    การจัดตั้ง ศูนย์ Shared-Production Service เป็นผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ของ วว. ในการเป็นผู้เชี่ยวชาญการถ่ายทอด Appropriate Technology ด้านกระบวนการผลิต มาตรฐาน และคุณภาพ ให้เหมาะสมกับบริบทและทักษะของชุมชน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีของ วว. ผนวกกับการมีส่วนร่วมของชุมชน สามารถนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังได้ชื่นชมรูปแบบการขยายผลเทคโนโลยีการผลิตสุรากลั่นของ วว. สู่ชุมชน โดยได้หารือความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการ สปป.ลาว ในอนาคตด้วย

    วว. พร้อมให้บริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ  ผ่านบริบทดำเนินการของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน SMEs และภาคอุตสาหกรรม ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยบุคลากรที่เชี่ยวชาญ องค์ความรู้และโครงสร้างพื้นฐาน ที่พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/970645&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hwyGfyl_VH8tHtLq2tH_c

  • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมครบรอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568

    กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมครบรอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568


    ภาพประกอบเนื้อหา 0 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมครบรอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568

    วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมงานครบรอบ 10 ปี พิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จในการเปิดโรงไฟฟ้าจะนะอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งมีกิจกรรมทางศาสนา พิธีสักการะพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย พิธีทางศาสนาทั้งไทย – พุทธ และไทย – มุสลิม ณ อาคารประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าจะนะ นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 โดยมี นายประภาส หมีดเส็น นายอำเภอจะนะ เป็นประธานในพิธี และนายชนาธิป ชิตพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ กล่าวต้อนรับ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานท้องที่ ผู้นำชุมชน และผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าจะนะเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งทุนการศึกษานี้มอบให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าจะนะ จำนวน 55 โรงเรียน รวม 291 ทุน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ เพื่อเป็นการสร้างโอกาส และสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอจะนะ ให้สามารถศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น และนำความรู้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป โดยก่อนการเริ่มกิจกรรมในวันนี้ ทาง กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ได้จัดพิธีถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    ภาพประกอบเนื้อหา 1 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมครบรอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568

    ภาพประกอบเนื้อหา 2 กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ จัดกิจกรรมครบรอบพิธีเปิดโรงไฟฟ้าจะนะและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมจัดกิจกรรมโครงการเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมจัดกิจกรรมโครงการเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568
    • กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมจัดกิจกรรม “ดำนา โยนกล้า หว่านข้าว ปีที่ 4“ ณ ทุ่งนาโรงเรียนบ้านป่าชิง ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา

      กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมจัดกิจกรรม “ดำนา โยนกล้า หว่านข้าว ปีที่ 4“ ณ ทุ่งนาโรงเรียนบ้านป่าชิง ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
    • กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะร่วมพิธีเปิดอาคารสำนักงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาจะนะ  ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา

      กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะร่วมพิธีเปิดอาคารสำนักงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาจะนะ ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
    • กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะร่วมกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2568  ณ วัดขุนทอง  ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา

      กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะร่วมกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2568 ณ วัดขุนทอง ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
    • กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2568  ณ วัดทุ่งแนะ  ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา

      กฟผ.โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2568 ณ วัดทุ่งแนะ ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
    • อบจ.สงขลา ขานรับนโยบายมหาดไทย เดินเครื่องทดสอบระบบโรงไฟฟ้าขยะฯ หลังก่อสร้างคืบ 95.47%

      อบจ.สงขลา ขานรับนโยบายมหาดไทย เดินเครื่องทดสอบระบบโรงไฟฟ้าขยะฯ หลังก่อสร้างคืบ 95.47%
    • กฟผ. จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะสู่รั้วมหาวิทยาลัยปีที่ 4

      กฟผ. จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะสู่รั้วมหาวิทยาลัยปีที่ 4
    • รองฯ ปรินดา ร่วม “ดำนา โยนกล้า หว่านข้าว ปีที่ 4” บ้านป่าชิง ส่งเสริมการเรียนรู้วิถีชีวิตและการพึ่งพาตนเอง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร

      รองฯ ปรินดา ร่วม “ดำนา โยนกล้า หว่านข้าว ปีที่ 4” บ้านป่าชิง ส่งเสริมการเรียนรู้วิถีชีวิตและการพึ่งพาตนเอง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร
    • อบจ.สงขลา จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

      อบจ.สงขลา จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
    • 🌟 เปิดรับข้อเสนอ “โครงการปี 2” แล้ววันนี้! 🌟  ภายใต้โครงการร่วมสมทบทุนเพื่อการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 💚

      🌟 เปิดรับข้อเสนอ “โครงการปี 2” แล้ววันนี้! 🌟 ภายใต้โครงการร่วมสมทบทุนเพื่อการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 💚

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/4fb2651abb&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hAvleaVUghTRKsdO-8TdS