Category: วัฒนธรรม

  • รร.ช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง ต้อนรับคณะสัมมนาการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทย ครั้งที่ 5

    รร.ช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง ต้อนรับคณะสัมมนาการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทย ครั้งที่ 5

    โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง ให้การต้อนรับคณะสัมมนาการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทย ครั้งที่ 5 จากโรงเรียนจีนทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินงานของสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมโรงเรียนและร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการศึกษาภาษาจีน เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ หอประชุมอาคารฉงซิน

    ภายในกิจกรรมครั้งนี้ คณะผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เยี่ยมชมบรรยากาศการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนของโรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง พร้อมรับฟังการนำเสนอแนวทางการพัฒนาและผลงานด้านภาษาจีนของโรงเรียน รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับผู้แทนจากโรงเรียนจีนทั่วประเทศและหน่วยงานด้านการศึกษาภาษาจีน

    การสัมมนาจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทยอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือ และยกระดับคุณภาพการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3833523/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MDMEdOCtfLRIo0loWz4LK

  • “นฤมล” ลุยใต้ “ฟื้นเมือง คืนชีวิต” สั่ง ศธ. ฟื้นฟูเต็มกำลัง เปิดเรียนให้เร็วที่สุด

    “นฤมล” ลุยใต้ “ฟื้นเมือง คืนชีวิต” สั่ง ศธ. ฟื้นฟูเต็มกำลัง เปิดเรียนให้เร็วที่สุด

    “นฤมล” ลุยใต้ “ฟื้นเมือง คืนชีวิต” สั่ง ศธ. ฟื้นฟูเต็มกำลัง เปิดเรียนให้เร็วที่สุด

    “นฤมล” สั่ง ศธ. ลุยฟื้นฟูภาคใต้เต็มกำลัง ตั้ง “Fix It Center” 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 พฤจิกายน 2568  นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงแผนการฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมบอกว่าตนจะเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดจัดเตรียมกำลังคน เครื่องมือ และชุดปฏิบัติการให้พร้อมเต็มที่เพื่อมุ่งเป้า “ฟื้นเมือง คืนชีวิต” ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกต่อว่า สหนักงานคณะการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดตั้ง ศูนย์ Fix It Center จำนวน 50 ศูนย์ ทั่วพื้นที่ภาคใต้เพื่อให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนฟรี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้ประชาชนกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น ส่วนกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้ระดมกำลังพร้อมชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ชุมชน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับผิดชอบล้างและฟื้นฟูโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อเร่งให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ทันตามกำหนด และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน

    นางนฤมลย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทำงานจริงเพื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยครู บุคลากร นักศึกษาอาชีวะ และเครือข่ายจิตอาสาของ ศธ. จะเป็นกำลังสำคัญของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2898857&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Jo7-C-9ALf9XSJDqU9vsz

  • “อัครา” นำทีมติดตามบูรณาการกับท้องถิ่น ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย จ.แพร่

    “อัครา” นำทีมติดตามบูรณาการกับท้องถิ่น ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย จ.แพร่

    “อัครา” นำทีมติดตามบูรณาการกับท้องถิ่น ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย จ.แพร่

    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อตรวจติดตามการบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย จากนั้นมอบถุงยังชีพ “ถุงฮีล(Heal)ใจ พม.ใกล้คุณ” เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กลุ่มเปราะบางจำนวน 400 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งมอบงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 6 โครงการ เป็นเงิน 4,799,674 บาท โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) คณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)  , กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โดมสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

    นายอัครา กล่าวว่า วันนี้ ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และกระทรวง กษ. , ศธ. และ กก. ได้มาร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อตรวจติดตามการบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย หลังจากวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ระหว่าง 4 กระทรวง กับ 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย , สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนมาตรการและแนวทางการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัยในท้องถิ่นทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ด้านคนเปราะบาง ด้านการศึกษา และด้านอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น การลดรายจ่ายครัวเรือนเปราะบาง , การช่วยเหลือดูแลครัวเรือนเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม , การส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร , การส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาที่เหมาะสมให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงคนทุกช่วงวัย และการนำสินค้า บริการจากคนทุกช่วงวัยมาใช้ยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างอาชีพ และรายได้

    นายอัครา กล่าวว่า สำหรับกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต ที่มุ่งยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของปัญหาทางสังคม และต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิดและทันสถานการณ์ โดยกระทรวง พม. ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและทำงานแบบมุ่งเป้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม อาทิ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด , เบี้ยความพิการ , เบี้ยผู้สูงอายุ , เงินสงเคราะห์สำหรับกลุ่มเปราะบาง , งบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส , โครงการบ้านมั่นคง , โครงการบ้านพอเพียง , โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย, เงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ , กายอุปกรณ์สำหรับคนพิการ และการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการลดรายจ่ายที่จำเป็นของครัวเรือน สร้างรายได้ใกล้บ้าน และจัดการภาระหนี้อย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนาคนทำงานเพื่อสังคม โดยประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน องค์กรประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/62204&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Tyk1RYi_MRHsQtdfB_Yqw

  • ไปต่อไม่ไหว ‘ทางหลวงชนบท’ พับแผนสร้าง ‘สะพานสนามบินน้ำ’ 5 พันล้าน

    ไปต่อไม่ไหว ‘ทางหลวงชนบท’ พับแผนสร้าง ‘สะพานสนามบินน้ำ’ 5 พันล้าน

    ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ‘กรมทางหลวงชนบท’ เดินหน้าก่อสร้างสะพานหลายแห่ง เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ แต่ปัจจุบันพบว่า ‘โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนสนามบินน้ำ’ กลับถูกคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่อย่างหนัก แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา บริเวณถนนสนามบินน้ำ งบประมาณรวม 5,000 ล้านบาท

    ที่ผ่านมากรมฯได้ศึกษาสำรวจออกแบบรายละเอียดความเหมาะสมของโครงการฯควบคู่กับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เสร็จแล้ว

    ทั้งนี้ในปัจจุบันกรมฯได้ยกเลิกโครงการดังกล่าวแล้ว เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีการคัดค้านและไม่เห็นด้วยในการก่อสร้างโครงการฯ เพราะการก่อสร้างกระทบต่อวิถีชีวิต ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง

    “เรามีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่มา 2 ครั้งแล้ว ซึ่งมองแล้วไม่น่าไหว เพราะมีการคัดค้านสูงมาก” แหล่งข่าวจากทช.กล่าว

    แหล่งข่าวจากทช.กล่าวต่อว่า หากโครงการดังกล่าวไม่เกิดอาจจะส่งผลกระทบต่อการจราจรติดขัดในพื้นที่ได้ เนื่องจากในขณะนี้กรมฯมีสะพานที่เปิดให้บริการ จำนวน 13 แห่งทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ไม่สามารถรองรับปริมาณจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนได้

    อีกทั้งในปัจจุบันการหาทำเลที่ดินในการก่อสร้างสะพานค่อนข้างยาก โดยเฉพาะพื้นที่ธุรกิจ ซึ่งเต็มพื้นที่หมดแล้ว

    ที่ผ่านมามีกลุ่มชาวบ้านสนามบินนํ้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการฯนั้น ทาง กรมฯได้รับทราบเรื่องแล้ว โดยกรมฯได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงกับชาวบ้านมาโดยตลอด ซึ่งไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็นประชาชนที่คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ

    สำหรับรายละเอียดในหนังสือเรียกร้องดังกล่าว ระบุว่า กรมทางหลวงชนบทมีโครงการจะสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนสนามบินนํ้า จากฝั่งชุมชนสนามบินนํ้า อำเภอเมือง นนทบุรี

    ข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา ไปยังฝั่งตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด ผ่านตำบลท่าอิฐไปสิ้นสุดที่ถนนราชพฤกษ์ ซึ่งจะทำให้คนในชุมชนสนามบินนํ้าเดือดร้อนไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมากซึ่งไม่เห็นด้วยในการก่อสร้างสะพานสนามบินนํ้า ด้วยเหตุผลการสร้างสะพานไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างแท้จริง

    ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯแต่กลับสร้างปัญหาจราจรติดขัดบริเวณแยกสนามบินนํ้าเพิ่มขึ้นปัจจุบันระบบขนส่งมวลชน ระบบรางคือรถไฟฟ้ามีถึง 2 สาย คือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เปิดดำเนินการแล้วกับสายสีชมพูที่กำลังก่อสร้างและเปิดให้บริการในปัจจุบันแล้ว

    ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐท้องถิ่นแก้ปัญหาไม่ตรงจุด สภาพการจราจรภายในเขต อำเภอเมืองนนทบุรีแออัดอยู่แล้วและมีสะพานหลักคือ สะพานพระนั่งเกล้า 2 สะพาน เท่ากับเป็นสะพานสนามบินนํ้าได้

    ส่วนแนวเส้นทางพื้นที่ที่ถูกเวนคืนของโครงการฯ มีพื้นที่เวนคืนที่ดิน 146 ไร่ 337 แปลง 250 หลังคาเรือน ตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณกรมพลาธิการทหารบก

    ช่วงเชิงสะพานฝั่งถนนสนามบินนํ้าตลอดจนพื้นที่บริเวณถนนระดับดินบริเวณตำบลท่าอิฐเชื่อมต่อถนนราชพฤกษ์ ระยะทาง 7 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งกรมฯไม่ได้มีการเวนคืนที่ดินบริเวณสะพานข้ามถนนสนามบินนํ้า แต่จะดำเนินการขยายช่องจราจรบริเวณเขตทางเดิม

    ขณะเดียวกันจากการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจการดำเนินโครงการฯ พบว่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 1,152.23 ล้านบาท

    อัตราผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 16.60% อัตราผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C Ratio) อยู่ที่ 1.45 ซึ่งถือว่าโครงการฯ มีความเหมาะสม

    อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ปริมาณการจราจรในอนาคตบริเวณถนนในโครงการ- สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ทั้ง 5 แห่ง พบว่า เมื่อเปิดให้บริการในปีแรก ทำให้ปริมาณการจราจรบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ ลดลงอยู่ที่ 124,363 คันต่อวัน

    ถนนนครอินทร์ ลดลงอยู่ที่ 126,725 คันต่อวัน ถนนราชพฤกษ์ ลดลงอยู่ที่ 113,275 คันต่อวัน ถนนกาญจนาภิเษก ลดลงอยู่ที่ 192,213 คันต่อวัน และสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 78,575 คันต่อวัน

    เมกะโปรเจ็กต์ หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,153 วันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/645233&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3oxkB9xQnIt4b6uxMHVzcN

  • น้ำตาล-ฟิล์ม คู่จิ้นสายมุ้งมิ้ง มาพร้อมความสดใส น่ารักโดนใจชาวด้อมลูน่า – ไทยรัฐ

    น้ำตาล-ฟิล์ม คู่จิ้นสายมุ้งมิ้ง มาพร้อมความสดใส น่ารักโดนใจชาวด้อมลูน่า – ไทยรัฐ

    อีกหนึ่งคู่จิ้นหญิงที่มาแรงก็ต้องมีชื่อของ น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม และ ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์ ที่เคมีเคใจเข้ากันสุดๆ หลังมาร่วมงานในซีรีส์ “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” ทางช่อง GMM25 …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2898861&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lZuqi-9bhwu3rd3Tsk_Gc

  • “จิ๋วแต่แจ๋ว! โรงเรียนบ้านแม่เงา” อ. สบเมย กวาดเหรียญทองคู่ สวนถาดเรียนรวม (เด็กพิเศษ) ในงานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 73 | TOPNEWS

    “จิ๋วแต่แจ๋ว! โรงเรียนบ้านแม่เงา” อ. สบเมย กวาดเหรียญทองคู่ สวนถาดเรียนรวม (เด็กพิเศษ) ในงานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 73 | TOPNEWS

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ความสามารถที่โดดเด่นและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ได้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของ โรงเรียนบ้านแม่เงา ตำบลแม่สวด อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เด็กนักเรียน สร้างความสุดยอด ด้วยการคว้า รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง มาครองได้ถึง 2 รายการ ในการแข่งขัน การจัดสวนถาดเรียนรวม (เด็กพิเศษ) ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลงานของสามนักเรียนคนเก่ง เด็กชายภากร ชิดชัยเลิศ, เด็กชายศิลาดล แก้วศรีมาลา และ เด็กหญิงสกีดี ไม่มีสกุล ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมอย่างยอดเยี่ยม เหรียญทองแรก: ชนะเลิศเหรียญทอง การจัด สวนถาดแห้ง (เรียนรวม) ระดับชั้น ป.1-6 เหรียญทองที่สอง: ชนะเลิศเหรียญทอง การจัด สวนถาดชื้น (เรียนรวม) ระดับชั้น ป.1-6

    รางวัลสองเหรียญทองตอกย้ำถึงความสำเร็จของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ของโรงเรียนบ้านแม่เงา ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดทางร่างกายหรือการเรียนรู้ใด ๆ ก็ตาม ภายใต้การนำของ นางวรรณภา กุนนา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่เงา และ คุณครูผู้กำกับการฝึกสอน นายภาณุวัฒน์ ชื่นดวง นายธีรพงษ์ ปัญญา ส่งผลทำให้ เด็กนักเรียน ได้แสดงออกถึงพรสวรรค์และสมาธิในการจัดองค์ประกอบของสวนถาดขนาดเล็กได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งการเลือกสรรวัสดุ การจัดวางที่ลงตัว และการสื่อสารเรื่องราวผ่านผลงาน ซึ่งคุณครูผู้กำกับฝึกสอน เป็นผู้จุดประกายการเรียนรู้สร้างจิตนาการ ให้คำแนะนำ จนสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของลูกศิษย์ออกมาได้

    ความสำเร็จ ในครั้งนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “ความแตกต่างไม่ใช่ข้อจำกัด หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความพิเศษ” และเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการสนับสนุนที่เหมาะสมสามารถช่วยให้เด็กทุกคนประสบความสำเร็จได้ในทุกเวทีการแข่งขัน

    ทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ได้จัดงาน “เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา ศิลปหัตถกรรมและนวัตกรรมการศึกษาบนพื้นที่สูง” ประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อเป็นเวทีให้นักเรียนและครู ได้แสดงออกซึ่งความสามารถของตนเองอย่างอิสระและสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งการใช้กิจกรรมเป็นสื่อ เพื่อการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรให้กับนักเรียนใน

    โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 172 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และโรงเรียนในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน จำนวน 2,499 คน ผู้บริหาร ครูผู้ควบคุมทีม คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน จำนวน 1,823 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1408019&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lGdTzBHHyoI6ueh4WNvTB

  • 4 ผลข้างเคียงร้ายแรง หากดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นประจำ ไม่มีน้ำตาลแต่อันตราย

    4 ผลข้างเคียงร้ายแรง หากดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นประจำ ไม่มีน้ำตาลแต่อันตราย

    เปิดความจริง “น้ำอัดลมไดเอต” ความเสี่ยงสุขภาพที่แฝงอยู่

    น้ำอัดลมไดเอต มักถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำอัดลมปกติ เพราะไม่มีน้ำตาลและไม่มีแคลอรี การเลือกเครื่องดื่มนี้จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ในการลดปริมาณน้ำตาลและแคลอรีที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้

    ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มาพร้อมกับน้ำอัดลมไดเอต

    แม้ว่าน้ำอัดลมไดเอตจะช่วยลดการบริโภคน้ำตาล แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายด้านที่คุณควรทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดื่มเป็นประจำทุกวัน

    1. อาจทำให้ฟันผุและกร่อน

    การเปลี่ยนจากน้ำอัดลมปกติมาเป็นน้ำอัดลมไดเอตอาจลดการบริโภคน้ำตาลที่ทำให้ฟันผุได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพช่องปากจะปลอดภัย น้ำอัดลมไดเอตยังคงมีฤทธิ์เป็นกรด และการดื่มเป็นประจำอาจนำไปสู่ภาวะ ฟันกร่อน เมื่อเวลาผ่านไป การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไดเอตมีแนวโน้มที่จะมีอัตราฟันกร่อนสูงกว่าผู้ที่ดื่มน้ำเป็นหลัก การดื่มเครื่องดื่มอัดลมเป็นประจำ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักของภาวะฟันกร่อน

    2. อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน

    การบริโภคน้ำตาลที่เติมเพิ่มมากเกินไปมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคเบาหวานที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลอย่างน้ำอัดลมไดเอต อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า น้ำอัดลมไดเอตอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน

    นักวิจัยเสนอว่า สารให้ความหวานเทียม เช่น แอสปาร์แตม อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงโรคเบาหวานโดยการเพิ่ม ภาวะดื้อต่ออินซูลิน นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) รบกวนแบคทีเรียในลำไส้ และก่อให้เกิดภาวะเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำให้การจัดการโรคเบาหวานทำได้ยากขึ้น

    3. อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต

    น้ำอัดลมไดเอตอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้ การศึกษาหนึ่งพบว่ายิ่งดื่มน้ำอัดลมไดเอตมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นักวิจัยคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณฟอสฟอรัสในน้ำอัดลมไดเอต (และน้ำอัดลมปกติ) ซึ่งใช้ในการเพิ่มสีและรสชาติ

    แม้ว่าฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง แต่การบริโภคมากเกินไปมีความสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่บกพร่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ผู้ที่มีการทำงานของไตบกพร่อง เช่น ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง จึงจำเป็นต้องระมัดระวังปริมาณฟอสฟอรัสที่บริโภคเข้าไป

    4. อาจเพิ่มความดันโลหิต

    มีการศึกษาหลายชิ้นที่เชื่อมโยงการบริโภคน้ำอัดลมไดเอตกับภาวะ ความดันโลหิตสูง แม้ว่าเหตุผลจะยังไม่ชัดเจน การศึกษาหนึ่งพบว่าความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูงของผู้เข้าร่วมการทดลองเพิ่มขึ้น 9% สำหรับน้ำอัดลมไดเอตทุก ๆ หนึ่งหน่วยบริโภคที่ดื่มต่อวัน

    ในอีกการศึกษาหนึ่ง ความเสี่ยงความดันโลหิตสูงสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไดเอตเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมปกติ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำอัดลมไดเอตเป็นสาเหตุโดยตรงของความดันโลหิตสูงหรือไม่ เนื่องจากผู้ที่เลือกดื่มอาจมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคหัวใจหรือโรคอ้วน

    ถึงแม้จะไม่มีแคลอรีและไม่มีน้ำตาล แต่น้ำอัดลมไดเอตก็ไม่ได้ดีต่อสุขภาพของคุณมากกว่าน้ำอัดลมปกติเสมอไป งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่คล้ายคลึงกัน เช่น โรคเบาหวานและปัญหาทางทันตกรรม อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบอย่างเต็มที่ หากคุณดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นครั้งคราวก็ไม่ต้องกังวล แต่หากคุณดื่มแทบทุกวัน การเปลี่ยนไปดื่มน้ำเปล่า น้ำอัดลมปรุงรส หรือพรีไบโอติกโซดา อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณมากกว่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9859414/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3n7WzqvklIwvWDxEmT6vNY

  •  “นฤมล”สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต  ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบเด็ก

     “นฤมล”สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต  ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบเด็ก

    การศึกษา

     “นฤมล”สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต  ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบเด็ก

    วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568  เวลา 18.00 น.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ยังคงต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน โดย ศธ.จะร่วมกับของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาในหลายพื้นที่

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้(30 พ.ย.)ตนจะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดจัดเตรียมกำลังคน เครื่องมือ และชุดปฏิบัติการให้พร้อมเต็มที่ และให้ทุกส่วนปฏิบัติการสอดคล้องและประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยมุ่งเป้า ฟื้นเมือง คืนชีวิตให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วที่สุด โดยเฉพาะการฟื้นฟูบ้านเรือน โรงเรียน และสาธารณูปโภคที่เสียหาย ซึ่งต้องการทั้งเครื่องมือ เครือข่ายช่าง และกำลังคนจิตอาสาในพื้นที่จำนวนมาก

    โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ได้ตั้งศูนย์ Fix It Center 50 ศูนย์ทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น

    ด้านกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)ได้รวบรวมกำลังจากหน่วยงานในเครือ สกร.จำนวนมากพร้อมชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด ข้าวสารอาหารแห้ง และของจำเป็น เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ชุมชนให้ปลอดภัยและกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว

    ในส่วนของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับผิดชอบล้างและฟื้นฟูโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อเร่งให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ทันตามกำหนด และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยจะเน้นการทำความสะอาดห้องเรียน ระบบไฟฟ้า สนาม และอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบ

    “ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการทำงานจริงเพื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ครู บุคลากร นักศึกษาอาชีวะ และเครือข่ายจิตอาสาของ ศธ. จะเป็นกำลังสำคัญของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ทั้งในด้านแรงงาน อุปกรณ์ และพลังใจ ทุกหน่วยต้องทำงานเชิงรุก ช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุดในช่วงเวลาอันสั้น เพราะการฟื้นฟูที่เร็ว คือการลดความเดือดร้อน รวมถึงใหัภาคการศึกษา ทั้ง โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย สามารถกลับมาขับเคลื่อนต่อได้อย่างทันที”ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/456628&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQ0e6qauLi9vGmIifpVcb

  • ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดนิยาม ผู้สมัคร อบต. ต้องนับตั้งแต่ ‘เสนอตัว’ ไม่ใช่วันได้สมัครต่อ กกต.

    ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดนิยาม ผู้สมัคร อบต. ต้องนับตั้งแต่ ‘เสนอตัว’ ไม่ใช่วันได้สมัครต่อ กกต.

    “ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม” ผ่าปมกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น หลังนักการเมือง อบต.ฮือฮาแจกของช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ ระบุชัด สถานะ ผู้สมัคร เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ประกาศตัวลงสนาม ไม่ใช่วันที่ยื่นใบสมัครต่อ กกต. พร้อมเตือนผิดกฎเหล็กหาเสียงล่วงหน้า โทษหนักถึงจำคุก 1–10 ปี และตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

    29 พฤศจิกายน 2568 – สืบเนื่องข้อถกเถียงความเห็นต่าง ระหว่างนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปมท้องถิ่น อบต.แจกของน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นั้น ทำให้นักการเมืองท้องถิ่น ผู้เสนอตัวเป็นว่าที่ ผู้สมัคร นายก อบต.และสมาชิก อบต.ที่จะหมดวาระ สับสนว่า จะเชื่อความเห็นของบุคคลใดกันแน่

    ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ปมแจกของน้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้เกิดข้อโต้แย้ง ระหว่าง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. บอกว่า ท้องถิ่น อบต.แจกของน้ำท่วม เป็นความผิด ส่วน ผศ.ดร.ปริญญาฯ บอกว่า ท้องถิ่น อบต.สามารถทำได้ เพราะยังไม่ได้เป็นผู้สมัคร เพราะสถานะผู้สมัคร นับแต่วันยื่นใบสมัคร ทำให้นักการเมืองท้องถิ่น ผู้เสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร นายก อบต.หรือ ว่าที่ ส.อบต. สับสนว่า คำว่า ผู้สมัคร นับแต่เมื่อใด ถึงจะไม่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะมีอัตราโทษรุนแรง

    พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ได้กำหนดกฎเกณฑ์ในการหาเสียงล่วงหน้าและข้อห้ามไว้ใน มาตรา 64(1) (2) ,65 โดย กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ไว้ในข้อ 6

    เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการกำหนดเวลาหาเสียงล่วงหน้าก่อนครบกำหนดวาระ เพื่อป้องกันเอารัดเอาเปรียบระหว่างผู้บริหารชุดปัจจุบันและผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครในการลงสมัครแข่งขัน

    ภาษาชาวบ้าน คือ ให้ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครหาเสียงล่วงหน้าได้เสมอภาค แต่ห้ามแจกเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ก่อนสมัครและหลังสมัคร ไม่สามารถกระทำได้ เพราะมีบทลงโทษและนำค่าใช้จ่ายของผู้สมัครไปนับรวมกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงทั้งหมด

    แต่ปัญหาข้อถกเถียง อาจทำให้ประชาชนสับสนว่า คำว่า “ผู้สมัคร” จะนับแต่สมาชิกภาพความเป็นผู้สมัครนับแต่เมื่อใด หากยึดบทนิยาม มาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 เขียนไว้ว่า “ผู้สมัครรับเลือกตั้ง”เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น    

    สถานะของคำว่า “ผู้สมัครรับเลือกตั้ง” ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า นับแต่วันที่สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่

    หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์ตามมาตรา 64(1) เปิดโอกาสให้ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครในการหาเสียงและต้องนำค่าใช้จ่ายในการหาเสียงมานับรวม

    ย่อมแสดงว่า เจตนารมณ์กฎหมายท้องถิ่นให้นับแต่วันที่เสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง มิใช่วันที่สมัครรับเลือกตั้ง

    การอธิบายของ ผศ.ดร.ปริญญา ฯที่ให้ถือผู้สมัครนับแต่วันที่ได้สมัคร

    ภาษาชาวบ้าน คือ ยังไม่เป็นผู้สมัคร ยังไม่ผิด หากแจกของน้ำท่วม จึงเป็นการอธิบายที่เด็ก ป.1 ก็ตอบได้

    ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่าหากอธิบาย แบบนายแสวง เลขาธิการ กกต. ตอบแบบสั้น ไม่ขยายความ ประชาชนย่อมสับสน เพราะมีทั้งหลักและข้อยกเว้น หากเป็นแจกเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อันเกิดจากภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติสาธารณะอย่างร้ายแรง มิใช่แจกทรัพย์สินเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง เป็นข้อยกเว้น มาตรา 65 วรรคสอง สามารถกระทำได้เช่นกัน  

    กฎเหล็กในการหาเสียงล่วงหน้าสำหรับผู้สมัครนักการเมืองท้องถิ่น จ้องสร้างคะแนนนิยมในภาวะพี่น้องประชาชนตกทุกข์ยาก เอารัดเอาเปรียบ เป็นนาทีชีวิต เป็นการช่วยเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ย่อมมีบทลงโทษ ตามมาตรา 126 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนดยี่สิบปี.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/905613/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZBBLxBWvdrVrgAYcbjBHP

  • “นฤมล” สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต เผชิญอุทกภัยถล่มหนัก | TOPNEWS

    “นฤมล” สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต เผชิญอุทกภัยถล่มหนัก | TOPNEWS

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้(30 พ.ย.)ตนจะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดจัดเตรียมกำลังคน เครื่องมือ และชุดปฏิบัติการให้พร้อมเต็มที่ และให้ทุกส่วนปฏิบัติการสอดคล้องและประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยมุ่งเป้า ฟื้นเมือง คืนชีวิตให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วที่สุด โดยเฉพาะการฟื้นฟูบ้านเรือน โรงเรียน และสาธารณูปโภคที่เสียหาย ซึ่งต้องการทั้งเครื่องมือ เครือข่ายช่าง และกำลังคนจิตอาสาในพื้นที่จำนวนมาก

    โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ได้ตั้งศูนย์ Fix It Center 50 ศูนย์ทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น

    ด้านกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)ได้รวบรวมกำลังจากหน่วยงานในเครือ สกร.จำนวนมากพร้อมชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด ข้าวสารอาหารแห้ง และของจำเป็น เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ชุมชนให้ปลอดภัยและกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว

    ในส่วนของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับผิดชอบล้างและฟื้นฟูโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อเร่งให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ทันตามกำหนด และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยจะเน้นการทำความสะอาดห้องเรียน ระบบไฟฟ้า สนาม และอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1407776&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BAJCPVB8r5plrnB1bB0xP