Category: วัฒนธรรม

  • “อภิสิทธิ์” เปิดกรอบนโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ชู 4 เสาหลัก 27 ประการ  แขวะพูดแล้วทำต้องคิดก่อน

    “อภิสิทธิ์” เปิดกรอบนโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ชู 4 เสาหลัก 27 ประการ  แขวะพูดแล้วทำต้องคิดก่อน


    หน.ปชป. เปิดกรอบนโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”  ชู 4 เสาหลัก 27 นโยบาย แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ปลดล็อกความจน–เหลื่อมล้ำ ตั้งเป้าดันศก.ไทยฟื้น เพิ่ม GDP เฉลี่ย 5% ใน 4 ปี ยกระดับรายได้ ลดค่าครองชีพ

    เวลา 10.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 พร้อมด้วย นาย กรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่2 และ3 ตามลำดับ เปิดตัวกรอบนโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ชูนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ภายใต้ 4 เสาหลัก 27 นโยบาย มุ่งปลดล็อกความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาปากท้องที่ประชาชนต้อง “ทน” สะสมมานาน ตั้งเป้าขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เฉลี่ย 5% ภายใน 4 ปี

    นโยบายเสาที่ 1 “หายจนรายได้” เน้นยกระดับรายได้เกษตรกรและแรงงาน ด้วยการประกันรายได้พืชผลสำคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กลไก “รัฐช่วยจ่ายส่วนต่าง” ให้แรงงานตามค่าครองชีพรายจังหวัด ลดค่าไฟโดยไม่ใช้งบภาษี สนับสนุนพลังงานสะอาด ผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน เพิ่มรายได้รัฐจากค่าผ่านทางสายส่งไฟฟ้า รวมถึงมาตรการลดภาษีเงินได้ 40,000 บาทแรก และกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า–รถเมล์สูงสุด 30 บาทต่อเที่ยว

    เสาที่ 2 “หายจนใจ” มุ่งเสริมหลักประกันชีวิตทุกช่วงวัย ตั้งแต่เงินอุดหนุนแม่และเด็กเดือนละ 5,000 บาทในปีแรก การออมให้เด็กไทยตั้งแต่แรกเกิด เบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1,000 บาทต่อเดือน โครงการปรับปรุงบ้านผู้สูงวัย บ้านละ 50,000 บาท การแปลงบ้านเป็นเงินเลี้ยงชีพอยู่ได้ตลอดชีวิต การเร่งรัดบริการทำฟันผู้สูงอายุ และการเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็นสองเท่า

    เสาที่ 3 “หายจนปัญญา” ปรับระบบการศึกษาเป็นแบบยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบการเรียนรู้เอง ผ่านธนาคารหน่วยกิตและแพลตฟอร์มดิจิทัล สนับสนุนคูปองการศึกษา 3,000 บาทต่อปี แก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงในโรงเรียนขนาดเล็ก จัดหางานเพื่อชำระหนี้ กยศ. และยกระดับทักษะภาษา–ดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์ม Learn to Earn และ National Digital Learning Platform

    เสาที่ 4 “หายจนตรอก” เน้นปฏิรูประบบรัฐด้วยดิจิทัล One-ID และ Citizen Wallet เปิดข้อมูลรัฐ (Open Data) ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย AI ให้โอกาสสินค้าไทยและ SMEs ตัดกฎหมายล้าสมัยด้วย Super Act ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ ระบบเตือนภัยเดียวถึงหลายหน่วย เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 ปราบยาเสพติดครบวงจร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มอเตอร์เวย์สี่ทิศ รถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยสู่ภูมิภาค

    สำหรับนโยบาย 27 ข้อที่จะนำไปสู้การทำให้ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ประกอบด้วย

    1. ประกันรายได้จ่ายทันที

    2. ประกันรายได้ แรงงาน

    3. ลดค่าไฟ ไม่ใช้เงินภาษี

    4. ประเทศไทย ศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย

    5. พัฒนาตำรา ปลูกป่าได้เงินเดือน

    6. เงินได้ 40,000 บาทแรกไม่เสียภาษี

    7. รถไฟฟ้า+รถเมล์ จ่ายสูงสุด 30 บาท

    8. สลากออมทรัพย์รายจังหวัด “โชคดี ทั่วกัน”

    9. โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย

    10.เบี้ยคนชราถ้วนหน้า 1000

    11. 50,000 บาท บ้านผู้สูงวัยปลอดภัย

    12. แปลงบ้านผู้สูงวัย เป็นเงินเลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต

    13. ทำฟันผู้วัย Fasttrack

    14. เบี้ยคนพิการ x2

    15. บุพเฟต์การศึกษา เรียนสิ่งที่อยากเรียน

    16. เรียนฟรี ต้องฟรีจริง

    17. หางานให้ ใช้หนี้ กยศ.

    18. English for All / แพลตฟอร์ม Learn to Earn NDLP

    19. ราชการในมือถือ digital government

    20. Open Data ข้อมูลภาครัฐ

    21. จัดซื้อจัดจ้างให้โอกาส SMEs ไทย Made in Thailand First

    22. ตัดตอนทุนผูกขาด สลายด้วย Super Act

    23. บทเรียนชาติใหม่ ประเทศไทยพร้อมเผชิญกับพิบัติ

    24. แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งกฎหมาย 3 ฉบับ เฝ้าระวังเข้มงวด ใช้มาตรการจูงใจ และลงโทษ

    25. บำบัด ปราบ ป้องกัน ยาเสพติด/แสกมเมอร์

    26. ทหารอาสา 4 ปี เรียนฟรีอนุปริญญาขึ้นไป ปลดประจำการมีงานให้

    27. มอเตอร์เวย์ ลิฟต์ / รถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยเชื่อมโลก

    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรอบนโยบายดังกล่าวจะขับเคลื่อนโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ โดยย้ำแนวคิด “พูดแล้วต้องทำได้จริง” เพื่อพาประเทศไทยหลุดพ้นจากภาวะ “ทนหายใจ” สู่ “ไทยหายจน” อย่างยั่งยืน

    “วันนี้มีคนพูดนโยบายเยอะแยะ บางคนสัมผัสว่าไม่ใช่แค่พูดนะพูดแต่พูดแล้วทำมันไม่พอหรอกครับเพราะต้องคิดก่อนพูด และพูดแล้วต้องทำเป็นน่ะ พวกเราทำเป็นครับ” นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39002&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j4IRiCz5tOwoBIVi3ZrVe

  • Robinhood เปิดให้บริการซื้อขายคริปโทในสหภาพยุโรป | BT

    Robinhood เปิดให้บริการซื้อขายคริปโทในสหภาพยุโรป | BT

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.beartai.com/life/money/1339812/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3W7bnS1yg_SR4Oao1WrDaG

  • ศูนย์คุณธรรมผนึกภาคี ปั้น MDC สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งชาติ

    ศูนย์คุณธรรมผนึกภาคี ปั้น MDC สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งชาติ

    ผนึกกำลังภาคีทั่วไทยพัฒนา “MDC” ระบบข้อมูลคุณธรรมดิจิทัล หวังใช้กำหนดนโยบายและเชื่อมโยงดัชนีชาติ พร้อมยกระดับสู่โมเดลต้นแบบในเวทีโลก

    ศูนย์คุณธรรมเดินหน้าพัฒนา “ระบบศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศด้านคุณธรรม” (Moral Data Center: MDC) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั่วประเทศระดมความเห็น วางรากฐานสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลคุณธรรมของชาติ พร้อมเชื่อมโยงดัชนีชี้วัดระดับประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

    ศูนย์คุณธรรมผนึกภาคี ปั้น MDC สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งชาติ

    ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรภาคีเครือข่ายครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ศาสนา การศึกษา ชุมชนประชาสังคม และสื่อมวลชน 

    ภายใต้แนวคิด “MDC TO GOAL : ปักหมุดหมาย ส่งพลังข้อมูลคุณธรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย” โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบ Moral Data Center (MDC) ให้ก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลคุณธรรมของประเทศอย่างสมบูรณ์

    รองศาสตราจารย์ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของศูนย์ฯ คือการส่งเสริมสังคมไทยให้เข้มแข็งด้วยคุณธรรมผ่านองค์ความรู้และระบบข้อมูลที่เป็นระบบ 

    ศูนย์คุณธรรมผนึกภาคี ปั้น MDC สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งชาติ

    ปีนี้จึงเน้นการยกระดับ MDC จากเดิมที่เป็นเพียงคลังข้อมูล ให้กลายเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้งานได้จริง โดยระบบถูกออกแบบให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน (User-Friendly) รองรับการใช้งาน 3 ระดับ ได้แก่ 

    1. ระดับประชาชนทั่วไป 

    2. ระดับผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารจังหวัด 

     3. ระดับผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ ติดตาม และกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศได้อย่างแม่นยำ
     

    ศูนย์คุณธรรมผนึกภาคี ปั้น MDC สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งชาติ

    หัวใจสำคัญของการพัฒนา MDC ไม่ใช่เพียงการจัดเก็บข้อมูล แต่คือการสร้างระบบที่สามารถ “คืนข้อมูล” กลับสู่พื้นที่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และต่อยอด โดยโครงสร้างข้อมูลประกอบด้วย 

    คลังข้อมูลบุคลากร, คลังข้อมูลระดับจังหวัด, คลังข้อมูลชุมชน และคลังข้อมูลองค์กร 

    ซึ่งจะถูกบูรณาการเข้าด้วยกันจนเกิดเป็น “เครือข่ายของเครือข่าย” (Network of Networks) ทำให้สามารถมองเห็นสถานการณ์คุณธรรมในทุกมิติ

    นอกจากนี้ การพัฒนาระบบดังกล่าวยังมุ่งหวังให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสู่ “ดัชนีคุณธรรม” (Moral Index) ที่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดศักยภาพของประเทศควบคู่ไปกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ (GDP) ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพรวมการพัฒนาประเทศในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

    การขับเคลื่อนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับศูนย์คุณธรรมสู่การเป็น Smart Organization และผลักดันให้ระบบ MDC เป็นโมเดลต้นแบบการจัดการข้อมูลคุณธรรมดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับและสามารถขยายผลในระดับนานาชาติได้ในอนาคต

    สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข้อมูลข่าวสาร สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.moralcenter.or.th หรือ Facebook: ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand และเข้าถึงฐานข้อมูล Moral Data Center ได้ที่ http://mdc.moralcenter.or.th ศูนย์คุณธรรมผนึกภาคี ปั้น MDC สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/735647&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S0I4ohAwMrMZ1I0EwRahx

  • เปิดประวัติ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” แคนดิเดตนายกฯ อันดับ 2 “รวมไทยสร้างชาติ”

    เปิดประวัติ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” แคนดิเดตนายกฯ อันดับ 2 “รวมไทยสร้างชาติ”

    ศึกเลือกตั้งปี 2569 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกาศความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ภายใต้สโลแกน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” พร้อมเปิดตัว 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยหนึ่งในนั้นคือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 2

    นายอรรถวิชช์ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ จบการศึกษาด้านนิติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางการเมือง โดยส่วนร่วมในการเสนอและจัดทำร่างกฎหมายหลายฉบับ

    เปิดประวัติ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี”

    นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ชื่อเล่น เอ๋ เกิดวันที่ 26 มีนาคม 2521 ปัจจุบันอายุ 47 ปี (ปี 2568) เป็นบุตรของนายสมพงศ์ สุวรรณภักดี และนางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย

    ด้านการศึกษา สำเร็จระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล, ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปริญญาโท LL.M. สาขากฎหมายการธนาคารและการเงิน จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐฯ และปริญญาเอกรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (ศิษย์เก่าดีเด่น)

    เส้นทางการเมือง นายอรรถวิชช์ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย ในปี 2550 ได้เริ่มเข้าสู่การเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร-หลักสี่ ในวัยเพียง 29 ปี ต่อมาในปี 2563 ได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช เพื่อก่อตั้ง “พรรคกล้า” โดยดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรค

    ต่อมาพรรคกล้าได้รวมตัวกับพรรคชาติพัฒนา เปลี่ยนชื่อเป็น “พรรคชาติพัฒนากล้า” และได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อนายกรณ์ จาติกวณิช ลาออกจากพรรคชาติพัฒนากล้า จึงได้มาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติและได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

    ล่าสุด นายอรรถวิชช์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ รับผิดชอบนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรค

    นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ ยังเคยเป็นอดีตกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า, อดีตประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร, อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ, อดีตประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (พ.ศ.2567-2568), อดีตประธานกรรมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรม (พ.ศ.2567-2568), อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (พ.ศ.2568) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (2 พ.ย.2568 – ปัจจุบัน)

    ส่วนผลงานที่ผ่านมา นายอรรถวิชช์ ยังส่วนร่วมในการเสนอและจัดทำร่างกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ร่างกฎหมาย “พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2)” (สุรารวมไทย), ผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย “ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต” (ปฏิรูปเครดิตบูโร) ภาคประชาชน , ผู้ร่างกฎหมาย “ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” (เสรีโซลาร์) ยกเลิกการขออนุญาตเพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และร่วมพัฒนาอุปกรณ์โซลาร์ฝีมือคนไทยในราคาถูก

    ชิง 33 สส.กรุงเทพฯ ไร้ “ของตาย” ไม่ง่ายดังเดิม

    เปิดประวัติ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคภูมิใจไทย

    จับตา! ฟิลิปปินส์ก้าวสู่ ปธ.อาเซียน 2026 ท่ามกลางวิกฤตไทย-กัมพูชาและเมียนมา

    ทส.แจกของขวัญปีใหม่ เข้าฟรีอุทยานฯ ทั่วไทย ช่วงหยุดยาว 5 วัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/500473&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DTWk707g2nqiEKMIrNSA9

  • เช็กดวงประจำวันที่ 26 ธ.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ธนู” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “ธนู” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 26 ธ.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ธนู” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “ธนู” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.39 น. เที่ยงจริง เวลา 12.19 น. อาทิตย์ตก เวลา 17.58 น. จันทร์ตก เวลา 00.17 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-04.42 น. ดาวจันทร์เสวยปุรพภัทรบทนักษัตรฤกษ์ที่ 25 ประกอบด้วยเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่า ผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ ข่มขวัญ น่ายำเกรง มีความขลังและมีความศักดิ์สิทธิ์ เวลา 04.43-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยอุตรภัทรบทนักษัตรฤกษ์ที่ 26 ประกอบด้วยราชาแห่งฤกษ์ ราชา แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-อุดร (เหนือ) ทิศอัปมงคล-ทักษิณ (ใต้) สีประจำวัน-ดำ สีสิริมงคล-ฟ้า น้ำเงิน สีอัปมงคล-เขียวสด ราศีที่ดาวศรีสถิต-ธนู ราศีที่ดาวกาลีสถิต-ธนู

    เกิดวันนี้ เด็กชาย มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เคร่งขรึม มีมานะบากบั่นในการทำงานและหน้าที่ พูดจากินใจคน มีลางสังหรณ์ ความจำดี คาดการณ์ได้แม่นยำ เฉลียวฉลาด รอบคอบ มีความรู้ ชอบต่อสู้ มักจากถิ่นที่อยู่เติบโตขึ้นจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน ฐานะการเงินดี เด็กหญิง จะสงบเสงี่ยมมีจิตใจหนักแน่น รักชีวิตสันโดษ เคร่งครัดในระเบียบ จิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ ชอบการศึกษาเล่าเรียน เรียนดี มีคุณธรรม จริงใจ จะมีผู้อุปถัมภ์ จะมีเหตุผล ละเอียดลออ มัธยัสถ์ มีความรับผิดชอบสูง ชอบอยู่เบื้องหลังและเก็บเนื้อเก็บตัว

    เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน อยากเด่นอยากดังในการงาน มีความคิดริเริ่มแปลกใหม่ มีงานเข้ามาให้ทำถึงบ้าน จะทำการใดต้องรอบคอบ หากประมาทจะมีอันตราย มีปัญหาต้องปรับปรุงแก้ไข สุขภาพไม่ดีระวังจะเจ็บป่วย มีลาภจากของเก่า มีมิตรสหายเก่า ๆ แวะเวียนไปมาหาสู่ ได้เดินทาง มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ ความรักยังรักษาท่าที

    เกิดวันจันทร์ มีความพึงพอใจในผลงานของตน ทุ่มเททำงานจนสุดกำลัง ด้วยความภาคภูมิใจไม่เหน็ดเหนื่อย กาลเวลาทำให้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ คลี่คลายลงไป การเงินยังติดขัดทำให้ไม่สบายใจ ได้ข่าวทางไกล มีการพลัดพราก ได้ศึกษาอบรมเพิ่มเติม มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย ควรขอคุณพระคุ้มครองรักษา

    เกิดวันอังคาร มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถมากขึ้น มีความเพียรพยายามต่อสู้ทุกรูปแบบ ควรปรับตัวให้เป็นคนใจเย็นลง อย่าโมโหโทโสง่าย ความรักที่มีปัญหาสามารถตกลงกันได้ ระวังของแหลมคม เข็มฉีดยา มีอุบัติเหตุ ศัตรูจะเบียดเบียนแต่มีผู้ช่วยเหลือ การงานควรมีสติตั้งมั่นโดยมีเป้าหมาย ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น หากมีการต่อสู้ก็จะประสบชัยชนะ

    เกิดวันพุธ การงานที่ทำอยู่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ทำงานได้หลายอย่าง โดยใช้ความคิดวางแผนและมโนภาพ มีความเฉลียวฉลาด มีกำลังใจมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้ สิ่งของหายจะได้คืน มีโชคลาภ กิจการใด ๆ ที่กระทำจะสำเร็จสมความประสงค์ ศัตรูจะแพ้ภัยไปเอง มีโอกาสได้ศึกษาอบรมในระดับที่สูงขึ้น จะได้ของฝากของขวัญ

    เกิดวันพฤหัสบดี จะมีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ ค้นพบหนทางในการสร้างอนาคต มีกำลังใจในการทำงานเพื่อสร้างตนเอง ลูกน้องและบริวารยังเข้าแถวอย่างมีระเบียบ ทำให้การงานก้าวหน้า มีความสำเร็จ เกิดโชคลาภได้ทรัพย์สินเงินทอง ศัตรูจะพ่ายแพ้ สิ่งของและทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สูญหายหรือหาไม่พบจะได้คืน มีโชคด้านอาหารการกิน แต่ควรดูแลสุขภาพตนเองให้ดี ได้ฟังหลักธรรมคำสอนที่ดี

    เกิดวันศุกร์ มีการลงทุนเข้าหุ้นเพื่อเก็งกำไรเพื่อหาผลประโยชน์ ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะกลายเป็นคนมีเสน่ห์ชนิดหาตัวจับได้ยาก ควรสำรวมกายวาจาใจให้เรียบร้อย สุขภาพจะอ่อนแอ จะเจ็บป่วยไม่สบาย เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกับคนรัก ระวังทรัพย์สินจะสูญหาย มีคนพยายามจะสร้างความเดือดร้อนให้ มีการปรับปรุงตกแต่งประดับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น

    เกิดวันเสาร์ การติดต่อทางธุรกิจประสบความสำเร็จ เป็นนักต่อสู้ในทุกรูปแบบ ทรหดอดทน ล้มลุกคลุกคลาน มีรายได้เพิ่มขึ้น จิตใจเข้มแข็งขึ้น ได้ศึกษาวิชาเพิ่มเติม ได้ของเก่า ๆ สิ่งที่ทำไว้แต่ก่อนจะเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิด หากได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงทีร้ายกลายเป็นดี เพื่อนฝูงให้เกียรติยกย่องให้เป็นหัวหน้า.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5443148/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tpYDUm3bv5Pohe5umHgFa

  • สจด. กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/119065/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Fg8MNntAmkr4b6Mf_AwO3

  • พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “ศึกษาเท่าเทียม พลัส ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา

    พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “ศึกษาเท่าเทียม พลัส ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา

    “ซาบีดา” แถลงนโยบายภูมิใจไทย ชู “ศึกษาเท่าเทียม พลัส” เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ หนุน “สูงวัยพลัส” มีรายได้ มีเงินออม ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา 

    วันที่ 24 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในงานแถลงนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2569 ของพรรคภูมิใจไทย

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า เคยได้ยินคำว่าประเทศไทยจะเป็นเสือตัวที่ 5 มาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ผ่านไปแล้วกว่า 30 ปี เสือตัวที่ 5 ของเอเชียก็ยังไม่เกิดขึ้น ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักนี้ คือการเพิ่มทักษะความสามารถให้กับแรงงานควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ซึ่งทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คือทรัพยากรมนุษย์ เพราะฉะนั้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่ประเทศจะไปต่อได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

    แต่การเข้าถึงการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้น้อย นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานที่ต้องการทักษะใหม่ๆ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม หากมีปัญหาการศึกษาทางโครงสร้างประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พรรคภูมิใจไทยจึงเสนอแนวคิดการศึกษาเท่าเทียม พลัส เพื่อทำให้เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา

    การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 1 คือ การเปิดประตูไปสู่ความรู้ พรรคภูมิใจไทยเสนอที่จะสร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ฟรี หรือ 1 แพลตฟอร์ม 1,000,000 ความรู้ ที่จะรวมความรู้ทันสมัย ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ และทุกคนสามารถเรียนได้ฟรี ไม่มีการคิดค่าอินเทอร์เน็ต

    การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 2 คือ Skill Bridge หรือสะพานที่จะพาคนไทยข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ทักษะที่เรียนในอดีตไม่สามารถใช้ได้กับโลกปัจจุบัน ระบบการเรียนที่ผ่านมาเป็นการยัดเยียด ผู้เรียนไม่สามารถพูดได้ว่าจะเรียนอะไร หรือต้องการทักษะอะไร เป็นการเรียนตามดีมานด์ ไม่ได้เรียนตามซัพพลาย เด็กจึงขาดทักษะตามตลาดแรงงานต้องการ

    พรรคภูมิใจไทยมีทางออกคือนโยบาย Skill Bridge ที่จะเป็นสะพานข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า โดยที่เราจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Up Skill แห่งชาติ โดยเป็นแพลตฟอร์มแห่งรัฐที่จะยกระดับทักษะของคนในประเทศ หัวใจของนโยบายนี้จะเน้นไปที่ 3 แกนหลัก คือ 1.ทักษะ 2.เน้นงาน 3.มีรายได้

    โดยสิ่งสำคัญคือ หลักสูตร และทักษะทั้งหมดในแพลตฟอร์มนี้ จะมีบริษัทชั้นนำทางภาคเอกชน ร่วมออกแบบกับสถาบันการศึกษา เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเปลี่ยนงาน และยกระดับรายได้ได้จริง เปลี่ยนจากเรียนจบแต่ตกงาน เป็นเรียนจบมีงานทำ

    พลัสที่ 3 คือ ธนาคารหน่วยกิต เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยได้เรียนรู้ในหลากหลายสาขาโดยที่ไม่ถูกตีกรอบ จะใส่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อคุณสอบผ่านสามารถที่จะสะสมหน่วยกิตไว้ในธนาคารหน่วยกิตนี้ เมื่อเก็บหน่วยกิตครบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนด จะได้มีการออกวุฒิการศึกษา ดังนั้น เรียนฟรีมีจริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา จะเกิดขึ้นจริง ถ้าคุณเลือกพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทย เราให้คุณค่ากับทุกคน การที่เราจะให้คุณค่า เราต้องมีเครื่องมือที่ถูกต้องก่อน และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้คนเหล่านี้ลุกขึ้นยืนและเป็นกำลังของชาติได้ต่อไป

    นโยบายถัดมา คือนโยบาย “สูงวัยพลัส” ที่เราให้ความสำคัญกับการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ที่ผ่านมาเราอาจจะมีมุมมองต่อผู้สูงอายุ ที่มีความแตกต่างกันออกไป พรรคภูมิใจไทยของเรามองว่า ผู้ที่สูงอายุนั้นเป็นผู้ที่มีคุณูปการมหาศาล เรามีนโยบายที่จะดูแล บริหารจัดการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุได้อย่างเป็นระบบ ผู้สูงอายุจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้อย่างแน่นอน นโยบายสูงวัยพลัส ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่

    1. จ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สองเท่า สูงสุด 30,000 บาท ตามอัตราที่จ้างจริง ซึ่งนอกจากบริษัทจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว จะได้การจ้างงานผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

    2. สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50% ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุหลายแสนคน เนื่องจากข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ผู้สูงอายุ 2 ใน 3 ของประเทศ ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม การลดหย่อนภาษีนี้จะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้สูงอายุมีเงินออมมากขึ้น สามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในด้านอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น

    3. มาตรการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เงินเดือน 15,000 บาท 100,000 อัตรา อัตราจ้างขั้นต่ำ 4 ปี เป็นมาตรการที่จัดจ้างผู้ที่จบการศึกษา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือทางด้านพยาบาล หรืออื่นๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ พยาบาลอาสาจะเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ โดยทำงานเชิงรุก แบบเคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

    4. การสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับและดูแลผู้สูงอายุที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดึงศักยภาพของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมามีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศในการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยจะนำที่ดินของรัฐที่ถือครองทุกประเภท มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจมาลงทุนสร้างศูนย์ฯ ในระยะยาว มาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนให้ภาคเอกชนแล้วยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลงอีกด้วย ส่งเสริมการลงทุนและเกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น “60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำเป็นกำลังสำคัญของประเทศ” ซึ่งทั้ง 4 มาตรการนี้ จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำงานได้เพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสมากขึ้นอย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด เราจะไม่เรียกเขาว่า ผู้เสพ แต่เราจะเรียกเขาว่า “ผู้ป่วย” เพราะการบำบัดยาเสพติดไม่ควรอยู่ไกลบ้าน เพราะปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องไกลตัว หลายครอบครัวต้องเจ็บ ต้องทน ต้องแก้ไขกันมานาน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องสู้เพียงลำพัง นโยบายนี้เพื่อนำการรักษาไปไว้ใกล้บ้าน ให้คนที่พลาดกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่สังคม ทำให้เขามีความรักและมีความหวังอีกครั้ง

    นางสาวซาบีดา ย้ำว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นโยบายหาเสียง แต่เป็นนโยบายที่ “พูดแล้วทำพลัส” เป็นนโยบายที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส และมีความยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2903937&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AQb9UX6gxBPfWUhbDW-lU

  • ‘ซาบีดา’ชูนโยบาย‘การศึกษาเท่าเทียม พลัส’ ลั่นเรียนฟรีมีจริง-มีงานทำ

    ‘ซาบีดา’ชูนโยบาย‘การศึกษาเท่าเทียม พลัส’ ลั่นเรียนฟรีมีจริง-มีงานทำ

    ‘ซาบีดา’ชูนโยบาย‘การศึกษาเท่าเทียม พลัส’ ลั่นเรียนฟรีมีจริง-มีงานทำ

    วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

    ‘ซาบีดา’ ชูนโยบาย ‘การศึกษาเท่าเทียม พลัส’ ลั่นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา เปิดแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ – Skill  Bridge  ชู มาตรการหนุน ‘สูงวัยพลัส’ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ มีเงินออม ดัน1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เล็งสร้าง 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด เพราะการบำบัดยาเสพติดไม่ควรอยู่ไกลบ้าน

    เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม. ในการประชุมพรรคภูมิใจไทย และแถลงนโยบายในการเลือกตั้ง2569 ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นกล่าวเปิดนโยบายของพรรคในแต่ละด้าน จากนั้นได้ให้ดรีมทีมของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายสีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะว่าที่ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงนโยบายลงรายละเอียดในแต่ละด้าน ที่ครอบคลุมจาก4ปัญหาหลักของประเทศ คือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และภัยพิบัติ

    โดยเมื่อเวลา12.00น. น.ส.ซาบีดา ขึ้นเวทีแถลงนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2569 ของพรรคภูมิใจไทยตอนหนึ่งว่าเคยได้ยินคำว่าประเทศไทยจะเป็นเสือตัวที่ 5 มาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ผ่านไปแล้วกว่า 30 ปี เสือตัวที่ 5 ของเอเชียก็ยังไม่เกิดขึ้น ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักนี้ คือการเพิ่มทักษะความสามารถให้กับแรงงานควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ซึ่งทรัพยากรมีค่าที่ที่สุด คือทรัพยากรมนุษย์เพราะฉะนั้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่ประเทศจะไปต่อได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม แต่การเข้าถึงการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้น้อย นักเรียน นักศึกษาหรือคนทำงานที่ต้องการทักษะใหม่ๆ ต้องแบกรับ ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม หากมีปัญหาการศึกษาทางโครงสร้างประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงพรรคภูมิใจไทยจึงเสนอแนวคิดการศึกษาเท่าเทียม พลัส  เพื่อทำให้เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา

    น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 1 คือ การเปิดประตูไปสู่ความรู้ พรรคภูมิใจไทยเสนอที่จะสร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ฟรี หรือ 1 แพลตฟอร์ม 1,000,000 ความรู้ ที่จะรวมความรู้ทันสมัย ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ และทุกคนสามารถเรียนได้ฟรี ไม่มีการคิดค่าอินเตอร์เน็ต  การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่  2 คือ Skill  Bridge หรือ สะพานที่จะพาคนไทยข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ทักษะที่เรียนในอดีตไม่สามารถใช้ได้กับโลกปัจจุบัน ระบบการเรียนที่ผ่านมาเป็นการยัดเยียดผู้เรียนไม่สามารถพูดได้ว่าจะเรียนอะไร หรือต้องการเรียกว่าต้องการทักษะอะไร เป็นการเรียนตามดีมานด์ ไม่ได้เรียนตามซัพพลาย เด็กจึงขาดทักษะตามตลาดแรงงานต้องการ พรรคภูมิใจไทยมีทางออกคือ นโยบาย Skill  Bridge ที่จะเป็นสะพานข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า โดยที่เราจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Up Skill แห่งชาติ โดยเป็นแพลตฟอร์มแห่งรัฐที่จะยกระดับทักษะของคนในประเทศ หัวใจของนโยบายนี้จะเน้นไปที่ 3 แกนหลัก คือ 1.ทักษะ 2.เน้นงาน 3. มีรายได้ 

    น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ หลักสูตร และทักษะทั้งหมดในแพลตฟอร์มนี้ จะมีบริษัทชั้นนำทางภาคเอกชน ร่วมออกแบบกับสถาบันการศึกษา เหมือนกับประเศทสิงคโปร์ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเปลี่ยนงาน และยกระดับรายได้ได้จริง เปลี่ยนจากเรียนจบแต่ตกงาน เป็นเรียนจบมีงานทำ พลัสที่ 3 คือ ธนาคารหน่วยกิต  เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยได้เรียนรู้ในหลากหลายสาขาโดยที่ไม่ถูกตีกรอบ จะใส่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อคุณสอบผ่านสามารถที่จะสะสมหน่วยกิตไว้ในธนาคารหน่วยกิตนี้ เมื่อเก็บหน่วยกิตครบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนด จะได้มีการออกวุฒิการศึกษา ดังนั้น เรียนฟรีมีจริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา จะเกิดขึ้นจริง  ถ้าคุณเลือกพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยเราให้คุณค่ากับทุกคน การที่เราจะให้คุณค่า เราต้องมีเครื่องมือที่ถูกต้องก่อน และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้คนเหล่านี้ลุกขึ้นยืนและเป็นกำลังของชาติได้ต่อไป  

    น.ส.ซาบีดา กล่าวอีกว่า นโยบายถัดมา คือนโยบายสูงวัยพลัส  ที่เราให้ความสำคัญกับการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์  ที่ผ่านมาเราอาจจะมุมมองต่อผู้สูงอายุ ที่มีความแตกต่างกันออกไป พรรคภูมิใจไทยของเรามองว่า ผู้ที่สูงอายุนั้นเป็นผู้ที่มีคุณูปการมหาศาลเรามีนโยบายที่จะดูแล บริหารจัดการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุได้อย่างเป็นระบบ ผู้สูงอายุจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้อย่างแน่นอน นโยบายสูงวันพลัส ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญได้แก่ 1. จ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สองเท่าสูงสุด 30,000 บาท ตามอัตราที่จ้างจริง ซึ่งนอกจากบริษัทจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว จะได้การจ้างงานผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย  , 2. สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50 % ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุหลายแสนคน   เนื่องจากว่าข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ว่า ผู้สูงอายุ 2 ใน 3 ของประเทศ ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม การลดหย่อนภาษีนี้จะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้สูงอายุมีเงินออกมากขึ้น  สามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในด้านอื่นๆที่มีความจำเป็น  

    น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า 3.มาตรการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เงินเดือน 15,000 บาท 100,000 อัตรา อัตราจ้างขั้นต่ำ4 ปี  เป็นมาตรการที่จัดจ้างผู้ที่จบการศึกษา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือทางด้านพยาบาล หรืออื่นๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ พยาบาลอาสาจะเป็นการในการดูแล ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน รวมทั้ง หญิงตั้งครรภ์ โดยทำงานเชิงรุก แบบเคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ 

    4. การสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับและดูแลผู้สูงอายุที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดึงศักยภาพของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมามีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศในการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยจะนำที่ดินของรัฐที่ถือครองทุกประเภท มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจมาลงทุนสร้างศูนย์ฯ ในระยะยาวมาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนให้ภาคเอกชนแล้วยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลงอีกด้วย ส่งเสริมการลงทุนและเกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น “ 60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ” ซึ่ง ทั้ง 4 มาตรการนี้ จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ได้ที่เพิ่มขึ้น  ทำงานได้เพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสมากขึ้นอย่างแน่นอน 

    น.ส.ซาบีดา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้  ยังมีนโยบาย  1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติดเราจะไม่เรียกเขาว่า ผู้เสพ แต่เราจะเรียกเขาว่า ผู้ป่วย  เพราะการบำบัดยาเสพติดไม่ควรอยู่ไกลบ้าน เพราะปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว  หลายครอบครัวต้องเจ็บ ต้องทน ต้องแก้ไขกันมานาน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องสู้เพียงลำพัง นโยบายนี้เพื่อนำการรักษาไปไว้ใกล้บ้าน ให้คนที่พลาดกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่สังคม ทำให้เขามีความรักและมีความหวัง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นโยบายหาเสียงแต่เป็นนโยบายที่ พูดแล้วทำพลัส เป็นนโยบายที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส และมีความยั่งยืนต่อไป 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/936891&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ozq1abeOHaqP7ANCmPaaB

  • สิ้น “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ

    สิ้น “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ

    สิ้น “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ

    ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติสนิท และผู้ที่เคารพนับถือ “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ บ.ม.” มารดาคุณอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยความสงบ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568

    นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

    สำหรับกำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม จะมีขึ้น ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

    สิ้น

    นอกเหนือจากบทบาทในฐานะมารดาผู้ปลูกฝังคุณค่า ความมุ่งมั่น และวินัยในการดำเนินชีวิตแก่บุตรแล้ว “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ยังเป็นที่รู้จักในฐานะทายาทรุ่นที่สองของแบรนด์ผ้าพิมพ์ลายทำมือระดับตำนานของไทย “โขมพัสตร์” ผู้ผสานศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์เข้ากับศิลปะอย่างกลมกลืน

    ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมีจากประเทศเยอรมนี โดยมุ่งเน้นการศึกษาเรื่องสีโดยตรง “ม.ร.ว.อัจฉริยา” ได้นำองค์ความรู้เชิงลึกมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตผ้า ดูแลโรงงาน และพัฒนาเทคนิคการผสมสีและการพิมพ์ผ้าด้วยมืออย่างประณีต

    ควบคู่กับการอนุรักษ์ลวดลายโบราณอันทรงคุณค่า อาทิ ผ้าเกี้ยว ลายดอกจิก ลายเทพนม และลายหัวโขน ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ในสังคมร่วมสมัย

    ตลอดเส้นทางการทำงาน “ม.ร.ว.อัจฉริยา” ได้ร่วมกับพี่น้อง “ม.ร.ว.ภรณี รอสส์” และ “ม.ร.ว.วิภาสิริ วุฑฒินันท์” สานต่อธุรกิจสิ่งทอของครอบครัว ซึ่งก่อตั้งโดยรุ่นคุณยาย “หม่อมเจ้าหญิงผจงจิตร กฤดากร” พร้อมต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ Khom เพื่อให้ผ้าไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการออกแบบเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัย โดยยังคงแก่นแท้ของงานทำมือและอัตลักษณ์ไทยไว้อย่างมั่นคง

    คุณูปการของ “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ไม่เพียงทำให้ “โขมพัสตร์” เป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์ผ้าไทยที่มีคุณภาพและมีเรื่องราว หากยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของการทำธุรกิจด้วยความตั้งใจ ความรู้ และความเคารพในรากเหง้าทางวัฒนธรรม

    การจากไปอย่างสงบของท่าน จึงไม่เพียงเป็นความสูญเสียของครอบครัว หากยังเป็นการอำลาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฝากผลงานและคุณค่าอันงดงามไว้ในผืนผ้าไทย และในความทรงจำของผู้คนตราบนานเท่านาน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/735476&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R9uOcBStuPgmykYjCWxDZ

  • ประชุมคณะกรรมการประสานงานอาจารย์ที่ปรึกษากัลยาณมิตร ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการประสานงานอาจารย์ที่ปรึกษากัลยาณมิตร ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/118887/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SZEX6e87Uea3Qum5o1WJx