Category: วัฒนธรรม

  • ปชน.แฉยับหนังสือ สกร. “ห่วย-แพง-ตกยุค” จี้ รมต. สางปมก่อนเก้าอี้กระเด็น

    ปชน.แฉยับหนังสือ สกร. “ห่วย-แพง-ตกยุค” จี้ รมต. สางปมก่อนเก้าอี้กระเด็น

    “พรรคประชาชน” ชำแหละการศึกษาไทยหอบหลักฐานหนังสือเรียน สกร. แฉยับเนื้อหาล้าสมัยแต่แพงหูฉี่ จี้รัฐมนตรีเร่งสอบทุจริตก่อนเก้าอี้หาย

    วันที่ 30 เมษายน 2569 สส. พรรคประชาชน นำโดย นายธีรศักดิ์ จิระตราชู, นางสาวปวิตรา จิตตกิจ, นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ร่วมแถลงข่าวกรณีความผิดปกติในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดย สส.ปวิตรา ได้นำหนังสือแบบเรียนที่จัดซื้อโดยกรม สกร. มาแสดงพร้อมระบุว่า หนังสือเหล่านี้มีคุณภาพต่ำอย่างน่าตกใจ ทั้งรูปแบบ หน้าปก และสันหนังสือดูเก่าล้าสมัย ภาพประกอบไม่ชัดเจน ที่น่าสังเกตคือปกพิมพ์ 4 สีสวยงาม แต่เนื้อหาข้างในกลับเป็นขาวดำ และที่สำคัญคือ “ราคาแพงเกินจริง” “บางเล่มมีเนื้อหาเพียง 90 หน้า แต่ตั้งราคาขายสูงถึง 300 กว่าบาท หรือบางวิชามีราคาพุ่งไปถึง 800 บาท ทั้งที่เป็นหลักสูตรเก่าปี 2551 ซึ่งใช้มานานกว่า 10 ปี ไม่สอดคล้องกับโลกยุค AI ในปัจจุบันเลย” สส.ปวิตรา กล่าว

    เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือของ สพฐ. ที่มีการควบคุมราคาและใช้กระดาษปอนด์พิมพ์ 4 สีคุณภาพดีกว่ามาก ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดหนังสือ สกร. ที่คุณภาพด้อยกว่ากลับมีราคาสูงลิ่ว เป็นการบังคับให้ผู้เรียนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ขาดโอกาส ต้องมาแบกรับภาระกับตำราที่ไร้ประสิทธิภาพ

    สส.ปวิตรา ยังกล่าวไปยังรัฐมนตรีที่กำกับดูแลว่า ปัญหานี้ส่อแววไม่ชอบมาพากลและอาจมีการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขอให้เข้ามาตรวจสอบอย่างโปร่งใส อย่าปล่อยให้งบประมาณแผ่นดินถูกใช้อย่างละเลยจนทำร้ายอนาคตของเด็กไทย ถ้ากระบวนการจัดซื้อไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ นอกจากความศรัทธาต่อการศึกษาไทยจะเสื่อมถอยแล้ว ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะเสียเก้าอี้ของท่านด้วย อย่าให้ใครมองว่าท่านเกรงกลัวอิทธิพลบางอย่างในกระทรวงจนต้องปิดตาข้างเดียว

    ด้านนายธีรศักดิ์ย้ำว่า พรรคประชาชนจะเกาะติดเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งกระทู้ถามในสภา และการติดตามผ่านราชกิจจานุเบกษา โดยจะบีบให้รัฐบาลทำแผนแก้ไขให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 เพื่อให้ทันการใช้งานในปี 2570 พร้อมทิ้งท้ายถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของ สกร. ในหลายพื้นที่ เช่น ฝั่งธนบุรี ที่ยังต้องเช่าที่เอกชนหรืออาศัยวัดเรียน สะท้อนถึงการจัดการที่ล้มเหลวทั้งระบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2929857&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Lo2xUt4yovUZIGlTfIpyF

  • “เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

    “เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

    ภูมิภาค

    “เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 ติดตามการจัดการศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ซึ่งมุ่งพัฒนาเด็กพิเศษอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และการอยู่ร่วมในสังคม พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมการเรียนการสอน และให้กำลังใจครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน
    โดยเน้นย้ำให้ผู้เรียนกลุ่มนี้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

    ต่อมาเวลา 09.30 น. ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานทางการศึกษาจากสถานศึกษา 11 แห่ง พร้อมรับชมการแสดง “สรวงสักการ์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา

    จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตรวจราชการและติดตามภาพรวมการจัดการศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยมีผู้บริหารด้านการศึกษาในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล

    ในการมอบนโยบาย ได้เน้นย้ำการยกระดับผู้เรียนให้มีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาทักษะอาชีพควบคู่การเรียนในระบบ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน

    นอกจากนี้ ยังเน้นให้สถานศึกษายึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง พร้อมพัฒนาครูและบุคลากรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

    ช่วงเวลา 12.40 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ พร้อมบรรยายพิเศษด้านนโยบายการศึกษา และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีผลงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474555&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QjEoFKEz0bg3uOMKYxtYK

  • การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ (7E) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดรัษฎาราม : กรีฑาวุฒิ ไมตรีจิตร

    การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ (7E) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดรัษฎาราม : กรีฑาวุฒิ ไมตรีจิตร

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93312&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nnLALh3D5tgExUyqPqGvg

  • ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ | เดลินิวส์

    ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 69 (ในช่วงค่ำ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากที่ประทับแรม แกรนด์ โฮเทล (Grand Hotel) กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ไปยังพระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม เพื่อทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำและพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างไม่เป็นทางการแก่พระประมุข ประมุขและพระราชวงศ์ต่างประเทศที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงในงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ทรงเป็นเจ้าภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5824231/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DpqWKDss4PqFafi7ZoQfk

  • ปชน.ฟาดหนังสือ ‘สกร.’ ล้าหลัง-แพงเกินจริง จี้รัฐมนตรีเร่งสะสาง

    ปชน.ฟาดหนังสือ ‘สกร.’ ล้าหลัง-แพงเกินจริง จี้รัฐมนตรีเร่งสะสาง

    สส.ปชน ฟาดหนังสือ ‘สกร.’ หลักสูตรไร้มาตราฐาน-ด้อยคุณภาพ ใช้มาเกือบ 20 ปี ซัดไม่ชอบมาพากล ส่อจัดซื้อไม่โปร่งใส จี้รัฐมนตรีเร่งเคลียร์ด่วน หวั่นลดความศรัทธาการศึกษาไทย รัฐมนตรีอาจเสียเก้าอี้ด้วย

    30 เมษายน 2569 – ที่อาคารรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน โดยนายธีรศักดิ์ จิระตราชู ,นางสาวปวิตรา จิตตกิจ , นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีการทำงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

    นางสาวปวิตรา ยังนำหนังสือแบบเรียน สกร.ที่รัฐจัดซื้อโดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้มา โชว์ว่าเป็นหนังสือที่ด้อยคุณภาพ ตกยุค ราคาแพงเกินกว่าเหตุ ทั้งเนื้อหา รูปแบบ หน้าปก และสันหนังสือค่อนข้างที่จะล้าสมัย ภาพประกอบไม่ชัดเจน หลายเล่มจัดพิมพ์หน้าปก 4 สี แต่เนื้อหาข้างในเป็นขาวดำ และถูกตั้งราคาค่อนข้างสูงเกินความเหมาะสม เช่นบางวิชาตั้งราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 ไปจนถึง 800 บาท

    ขณะที่บางเล่มมีเพียง 130 หน้า กลับถูกตั้งราคาที่ 200 กว่าบาทและบางวิชาที่มีเพียง 90 หน้า ราคาขายที่ 300 กว่าบาท ต่างจากหนังสือเรียนของ สพฐ.ที่มีการควบคุมราคาและพิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ 4 สี จึงทำให้ผู้เรียน สกร.ถูกบังคับให้เรียนด้วยหนังสือที่ไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน

    นอกจากนี้หนังสือแบบเรียนของ สกร.ยังเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาทางวิชาการน้อย แบบฝึกหัดไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงเพราะเป็นหนังสือหลักสูตรเก่าของปี 2551 ที่ถูกนำกลับมาตีพิมพ์ใหม่

    นางสาวปวิตรา ยังมองว่าสิ่งที่น่ากังวลคือความไม่สอดคล้องระหว่างหลักสูตรใหม่กับหนังสือเรียนที่ใช้จริงที่ได้รับใบอนุญาตมานานกว่า 10 ปี และยังถูกใช้งานมาถึงปัจจุบัน พร้อมกับมองว่า สกร.คือพื้นที่ความหวัง พื้นที่ของอนาคตของคนไทยที่หลายชีวิตต้องหลุดจากระบบ ตกหล่น ขาดโอกาสจากการศึกษาแบบปกติ ขณะที่ยุคปัจจุบันก้าวไปถึงยุค AI ที่กำลังจะเปลี่ยนตลาดแรงงาน เราจึงไม่สามารถปล่อยให้ สกร.ถูกลดความสำคัญหรือถอยหลังลงคลองได้แล้ว เราควรจะช่วยกันสนับสนุนผลักดันให้ไปอยู่แนวหน้า

    “ขอฝากถึงรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สกร.ให้ช่วยมาดูปัญหานี้ ต้องทำเรื่องให้กระจ่าง โปร่งใสและตรวจสอบได้ อย่าปล่อยให้เกิดการทำร้ายอนาคตของประเทศ อย่าปล่อยให้รัฐใช้งบประมาณไปกับการศึกษาที่ตกยุค ล้าหลัง ไม่สามารถยกระดับชีวิตของประชากรได้อย่างจริง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถ้าหนังสือไม่มีคุณภาพผู้เรียนก็จะเสียโอกาส และถ้าหนังสือราคาแพงประเทศชาติก็จะสูญเสียงบประมาณ ถ้ากระบวนการจัดซื้อไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ นอกจากความศรัทธาต่อการศึกษาของประเทศไทยจะลดลง รัฐมนตรีก็อาจจะเสียเก้าอี้ของท่านด้วย ” นางสาวปวิตรา กล่าว

    นางสาวปวิตรา ยังอยากให้ สกร.ออกมายอมรับว่าหน่วยการศึกษาของ สกร.ยังมีปัญหา เช่น พื้นที่ฝั่งธนบุรีหลายพื้นที่ต้องไปเช่าที่เอกชน หรือไปสถานที่วัด เพื่อเป็นหน่วยการศึกษา แต่อะไรชำรุดก็ต้องไปหาทุนมาซ่อมแซมกันเอง ซึ่งแม้ว่าจะเห็นด้วยที่การศึกษาไม่ได้จำกัดด้วยสถานที่ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานที่ในการเรียนมีผลต่อการเรียนและประสิทธิภาพการศึกษา

    พร้อมกับตั้งคำถามไปยังรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สกร.ว่ามีความกล้าหาญที่จะแก้ปัญหานี้ อย่างจริงจังหรือไม่ หรือว่าเกรงกลัวอะไรอยู่ในกระทรวง หรือเกรงกลัวต่ออิทธิพลอะไรหรือไม่จนต้องปิดตาข้างหนึ่งแล้วปล่อยให้ปัญหานี้ทิ้งค้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/988676/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16tH6zyMpO2_v63bDcq0Qr

  • วิศวกร / วิศวกรอาวุโส 1 อัตรา – ไทยพีบีเอส

    วิศวกร / วิศวกรอาวุโส 1 อัตรา – ไทยพีบีเอส

    ลงประกาศวันที่ 30 เม.ย. 69

    ระยะเวลารับสมัคร

    30 เมษายน – 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    วุฒิการศึกษา

    • จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมสารสนเทศ วิศวกรรมโทรคมนาคม วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมไฟฟ้า หรือสาขาอื่นที่ ส.ส.ท. พิจารณาว่าเกี่ยวข้อง

    ประสบการณ์ทำงาน

    • มีประสบการณ์ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้มาตรฐาน สะดวก ด้านการบริหารโครงการวิจัยและพัฒนา การติดตาม การประเมินผล และการรายงานความก้าวหน้าของโครงการ ด้านงานทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

    คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

    1. มีความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการสำหรับ Server
    2. มีความรู้และทักษะในการพัฒนา Web Application หรือ Native Application
    3. มีความรู้ในการการเขียนโค้ดด้วยภาษาต่างๆ
    4. มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ framework หรือ library
    5. มีความรู้ในการออกแบบฐานข้อมูล
    6. มีความรู้เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์และวิธีป้องกัน
    7. มีทักษะการใช้โปรแกรม ดังนี้
    • OS : Windows, Linux, MacOS, Android, iOS ฯลฯ
    • Web : PHP, HTML, CSS, JavaScript ฯลฯ
    • Framework : Vue, ReactJS, ASP.NET ฯลฯ
    • Coding : C, C++, Python, Java, Ruby ฯลฯ
    • Database : Oracle, MySQL, Microsoft SQL Server ฯลฯ
    • Backend : Microservice

    หน้าที่ความรับผิดชอบ

    1.ศึกษา วิจัย และพัฒนา ผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้มาตรฐาน สำหรับสนับสนุนการบริหารงานของสำนักวิศวกรรม การให้บริการโครงข่าย และการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก

    • ศึกษาเทคโนโลยีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • ศึกษา มาตรฐานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

    2.พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ตามระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี

    • ศึกษา วิเคราะห์ ประเมิน และให้คำแนะนำ ในการวิจัยและพัฒนาให้สอดคล้องกับระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี

    3.ติดตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าของโครงการ

    • ติดตามและรายงานความก้าวหน้า
    • ประเมินความคุ้มค่า

    4.ประสานงานการยื่นขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และลิขสิทธิ์

    • ศึกษาขั้นตอนและเงื่อนไขการขอจดทรัพย์สินทางปัญญา
    • จัดเตรียมเอกสารและยื่นขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
    • ประสานงานติดตามผลการพิจารณาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา

    5.สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม กับหน่วยงานภายในและภายนอกองค์การ

    • ประสานงานเพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก

    6.ปฏิบัติงานวิเคราะห์ข้อมูลการวัดสัญญาณ เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงการให้บริการโครงข่ายของ ส.ส.ท.

    • รวบรวม วิเคราะห์ และเปรียบเทียบข้อมูลการวัดสัญญาณ กับเกณฑ์มาตรฐานของ กสทช.

    7.จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ ส.ส.ท. กำหนด

    • ศึกษามาตรฐานการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

    สมัครทางออนไลน์

    ผู้ที่สนใจสามารถนำส่งประวัติส่วนตัว พร้อมหลักฐานการสมัครงาน ได้ที่ : www.thaipbs.or.th/Career 

    ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก

    www.thaipbs.or.th/JOB

    ………………………………………………………………..
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    ฝ่ายความเชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ สำนักทรัพยากรมนุษย์
    โทรศัพท์ : 0-2790-2219
    ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. เว้นวันหยุดราชการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/careers/opening/50152/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CPr8MMOOmfmLDbIiundMR

  • ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 8 ราย (22 เมษายน 2569)

    ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 8 ราย (22 เมษายน 2569)

    เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยว่า ในการประชุม อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับวิทยฐานะข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชียวชาญ จำนวน 8 ราย ได้แก่

    • วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ จำนวน 1 ราย
    • วิทยฐานะ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ จำนวน 2 ราย
    • วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ จำนวน 3 ราย
    • วิทยฐานะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ จำนวน 2 ราย

    ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านครับ

    ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

    ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93310&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lk_OqbRsP1iWdz1WVeZJr

  • สพฐ.แต่งตั้งผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ และประกาศการกำหนดที่ตั้งศูนย์ประสานงานประจำเขตตรวจราชการ

    สพฐ.แต่งตั้งผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ และประกาศการกำหนดที่ตั้งศูนย์ประสานงานประจำเขตตรวจราชการ

    คำสั่ง สพฐ.แต่งตั้งผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ และประกาศการกำหนดที่ตั้งศูนย์ประสานงานประจำเขตตรวจราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ดาวน์โหลดไฟล์แนบ

    ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93311&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw211_eLIGitQ94NNcKWmmcZ

  • พลิกโฉมการศึกษาอีสานใต้! รมว.ศธ. ชู “STEM – Zero Dropout-ODOS” ปั้นเด็กไทยเป็นพลเมืองโลก

    พลิกโฉมการศึกษาอีสานใต้! รมว.ศธ. ชู “STEM – Zero Dropout-ODOS” ปั้นเด็กไทยเป็นพลเมืองโลก

    การศึกษา

    พลิกโฉมการศึกษาอีสานใต้! รมว.ศธ. ชู “STEM – Zero Dropout-ODOS” ปั้นเด็กไทยเป็นพลเมืองโลก

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.02 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายด้านการศึกษา แก่หน่วยงานและผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนครูและบุคลากร สังกัดเขตตรวจราชการที่ 14 กระทรวงศึกษาธิการ (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ) ณ หอประชุมโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี 

    รมว.ศธ. กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบปะทุกคน ถือเป็นการประเดิมลงพื้นที่ครั้งแรก เพื่อมาติดตามนโยบายการศึกษาหลัก 5 ด้าน ที่ได้ให้ไว้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ ทรัพยากร ตลอดจนวิกฤตพลังงาน ซึ่งเมื่อโลกเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยนตาม และหวังว่าชาวการศึกษาในพื้นที่อีสานใต้ จะปรับตัวเปลี่ยนแปลงก้าวให้ทันโลกด้วยเช่นกัน 

    โดยขอฝากในเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้ตอบโจทย์ความเป็นพลเมืองโลก เท่าทันโลกในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมทั้งการศึกษาต้องตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจใหม่ (S Curve) สอดรับกันตั้งแต่ระดับปฐมวัย อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาไปจนถึงอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นระบบที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่เป็นหลัก จึงต้องเน้นการเรียน ‘สะเต็มศึกษา’ STEM เพื่อเตรียมคนของเราเข้าไปสู่ระบบใหม่ให้ได้

    “จากการรับฟังรายงานผลการจัดการศึกษาของทั้ง 6 หน่วยงาน ก็ต้องขอบคุณที่ทุกท่านดำเนินงานอย่างเข้มแข็ง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างสนับสนุนทุกคน ให้ได้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยขอสัญญาว่าจะดำเนินนโยบาย 3 เรื่อง ให้เกิดขึ้นจริงที่นี่ ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาเอกชน และการศึกษาพิเศษทุกกลุ่ม โดยในเรื่องแรกจะเดินหน้าโครงการ Zero Drop Out เป็นหมุดหมายที่จะช่วยให้เด็กได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามความถนัด ต่อมาคือการขยายโครงการ ODOS จะมีการทบทวนให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่อีสานใต้ เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม การศึกษาจะไม่สะดุดเพราะความยากจน และเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน คือ การคืนเวลาและลดภาระครู ตามโครงการ Work Smart โดยจะรีเซ็ตระบบใหม่ มีการปรับตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อน ให้ครูได้มีเวลาโฟกัสชั้นเรียน ไม่ต้องทำจัดซื้อจัดจ้าง หรือโครงการต่างๆ เว้นแต่เป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน” รมว.ศธ.กล่าว

    รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า เราจะเปรียบเราเองเป็นช่างตัดเสื้อที่พยายามตัดเสื้อให้พอดีกับพวกท่าน ทั้งในเชิงบริบทของเขตตรวจราชการที่ 14 ในหลายมิติ ทั้งภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม งบประมาณรายหัว และทรัพยากรต่าง ๆ จะต้องไปให้ถึงทุกคน โดยเฉพาะเด็กพิการและโรงเรียนที่ขาดแคลนมากที่สุด เพื่อไปสู่เป้าหมาย เรียนฟรีมีจริง และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้เพียงคนเดียว

      พร้อมกันนี้นายประเสริฐ  ลงพื้นตรวจเยี่ยมศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีบทบาทในลักษณะศูนย์บริการช่วยเหลือระยะเเรกเริ่ม และเตรียมความพร้อมของคนพิการ 7 ประเภท เพื่อเข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนเรียบร่วม โรงเรียนเฉพาะความพิการ ศูนย์เรียนเฉพาะความพิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีนักเรียน 1,088 คน แบบไป-กลับ และแบบอยู่ประจำ 7 ครอบครัว มีครู บุคลากร และพี่เลี้ยง รวม 204 คน ทั้งยังดูแลเด็กในหน่วยบริการนอกศูนย์ฯ ในเขต 1-5 รวม 27 หน่วย และเด็กที่รับบริการที่บ้าน ซึ่งมีความพิการรุนแรง ไม่สามารถเดินทางมารับบริการที่ศูนย์ฯ ได้อีกด้วย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/474580&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mm8ZftM7P-Qwf9ZMmrYBW

  • แลนด์บริดจ์กับวลี‘ห้ามเจริญ’ | เดลินิวส์

    แลนด์บริดจ์กับวลี‘ห้ามเจริญ’ | เดลินิวส์

    คนพูดพูดด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายหรืออารมณ์จิกกัดหรืออะไรก็ตาม แต่คือความไม่ได้ดังใจทางการเมืองที่ขั้วที่ตัวเองเชียร์ไม่ได้อำนาจ ซึ่งต้องระวังแขวะกันมากๆ จะเกิดภาวะหมดไฟทางการเมือง หรือภาวะมองโลกในแง่ร้ายจนไม่มีความสุขสักอย่าง คนที่เราไม่ชอบทำอะไรก็ต้องจับผิด เชื่ออะไรร้ายๆ

    ภาวะ“ประเทศห้ามเจริญ” อีกมุมหนึ่ง คงเป็นเรื่องที่ถ้ามีโครงการขนาดใหญ่อะไรขึ้นมาก็ค้านไว้ก่อน ค้านจนไม่ต้องทำอะไร กลัวนายทุนไปหมด บางครั้งพูดตามกันไปโดยไม่ดูข้อมูลให้รอบด้าน  ที่เถียงกันหนักคือ การยกเลิก MOU44 พูดกันไม่จบว่าไทยเสียหรือได้ประโยชน์ วันนี้ไม่ได้คำตอบหรอกมีแต่ความเห็น แผนปฏิบัติยังไม่ออก

    และมีเรื่องแลนด์บริดจ์ การสร้างท่าเรือที่ฝั่งระนองและชุมพรใช้ขนส่งระบบรางเชื่อม ซึ่งพูดกันนานมาแล้วคือการขุดคอคอดกระ พูดกันร่วม 50-60 ปีแล้ว โครงการนี้ก็เพื่อร่นระยะการที่เรือต้องผ่านช่องแคบมะละกา รัฐบาลอนุทิน 2 ประกาศจะเดินหน้าให้ได้ “โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม จะให้เปิดประมูลให้ได้ในไตรมาส 3 ของปี โครงการจะให้ต่างประเทศหรือเอกชนไทยเข้ามาดำเนินการลงทุน ซึ่งจะเกิดการจ้างงานคนไทย   

    นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ประธาน กมธ.การมีส่วนร่วมของประชาชนฯ จะยื่นหนังสือให้วุฒิสภาอภิปราย เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีต้นทุนสูงมาก โครงการนี้ยังอยู่ในกระบวนการศึกษาผลกระทบ ท่าเรือทั้งฝั่งชุมพรและระนอง  การทำรถไฟทางคู่และมอเตอร์เวย์ก็ยังอยู่ในโครงการศึกษา EHIA ( ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม )   หากดำเนินการไป เท่ากับว่าการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นพิธีการหรือไม่

    “และยังมีปัญหาเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระบวนการที่เราจะต้องมาจอดท่าเรือฝั่งหนึ่งแล้วขนถ่าย ด้วยรถไฟเพื่อไปขึ้นท่าเรืออีกฝั่งหนึ่งนั้น ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเรือหลายท่านมองว่ากระบวนการลักษณะนี้ไม่น่าจะมีใครประสงค์มาใช้บริการ แต่โฆษกรัฐบาลกลับบอกว่าผู้ที่ผู้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้มีข้อมูลไม่มากพอ ทั้งที่ประชาชนมาวิพากษ์วิจารณ์เกิดจากการที่รัฐบาลไม่ให้มีกระบวนการเรียนรู้หรือการมีส่วนร่วม ไม่เปิดเผยข้อมูลผลการศึกษา”

    สว.นรเศรษฐ์ชี้ว่า  การเร่งรัดดำเนินโครงการนี้เกี่ยวข้องกับคำสั่งคสช.ที่ 9/2559 หรือไม่ ที่เปิดโอกาสให้โครงการขนส่ง สามารถเปิดโอกาสให้เปิดประมูลล่วงหน้าได้แม้ รายงาน EIA หรือ EHIA ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ จะเป็นโอกาสเปิดให้กลุ่มทุนเข้ามาประมูลได้ก่อนหรือไม่ และการตั้งคณะกรรมการมา จะให้อำนาจยกเว้นข้อกฎหมายหลายฉบับหรือไม่ 

    ด้าน “ดร.กานต์”รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ตอบโต้ข้อกล่าวหาไม่คุ้มทุน ว่า  แลนด์บริดจ์นี่ผลักดันมาหลายปีแล้ว และโครงการใหญ่ๆ จะต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนเข้า ครม.เพื่ออนุมัติ “ไม่สามารถอยู่ๆ จะซุกแล้วทำเลย โดยที่ไม่ให้ประชาชนรู้  ทุกความกังวลเราต้องรับฟัง และเราต้องสื่อสารเรื่อยๆ นายกฯ เน้นย้ำอยู่แล้วว่า จะทำอะไรต้องเข้าใจหัวอกประชาชน และสื่อสารให้เข้าใจว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร

     ขออย่าด้อยค่าศักยภาพของประเทศไทยว่าคนโน้นก็ไม่สนใจคนนี้ก็ไม่สนใจ ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง เรามีความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินการคลัง ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาไทยกลับมาอยู่ในอันดับประเทศที่นักลงทุนสนใจอยากลงทุน อย่าคิดว่าพวกคุณพูดกันเองเพื่อที่จะสร้างประเด็นทางการเมืองแค่ในประเทศ ทุกคำพูดที่คุณด้อยค่าประเทศไทยต่างชาติก็ฟังอยู่  

    ถ้าผู้มีตำแหน่งทางการเมืองออกมาพูดในลักษณะดูว่าประเทศไทยไม่น่าเชื่อถือแบบนี้ไม่มีใครได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นขอให้โฟกัสการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ความเหมาะสม ความกังวล ขอให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์”

    คิดเรื่องการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ คิดถึงเหตุผลที่คัดค้าน ก็ขอให้ไปคิดกันดูว่ามันควรจะทำให้ลงตัวอย่างไร ที่จะไม่ให้ไทยเป็นประเทศห้ามพัฒนา หรือห้ามเจริญ.  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5820697/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pt6luKzqvESnGdod-aEVB