Category: วัฒนธรรม

  • 11 กุมภาพันธ์ 2569: อินชอนติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก

    11 กุมภาพันธ์ 2569: อินชอนติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก

    คุณภาพอากาศในอินชอนดีหรือไม่?

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4:00 น. ตามเวลาแปซิฟิก คุณภาพอากาศใน อินชอนเกาหลีใต้คือ ไม่ดีต่อสุขภาพโดยมีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 164

    ระดับมลพิษที่สูงขึ้นเกิดจากการไหลเข้าของฝุ่นละอองขนาดเล็กจากนอกประเทศเกาหลี ประกอบกับสภาพอากาศนิ่งในฤดูหนาวที่ทำให้มลพิษสะสมในพื้นที่ (1)

    คุณภาพอากาศในระดับนี้อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปอด ขอแนะนำให้ลดกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน พิจารณาสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กลางแจ้ง และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคาร

    คุณภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเช่นเดียวกับสภาพอากาศ คุณภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้บ่อยครั้ง เมืองอินชอนอยู่ในอันดับที่ 6 จากทั้งหมด เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก เช้าวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น)

    พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ส่งผลกระทบต่อเมืองใกล้เคียง เช่น โซล, ซูวอน, เซจง, กุนซัน, เซโอซาน, ชองจู, แดจอน, กวางจู และ ชอนัน.

    คลิกที่นี่เพื่อดูแผนที่คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ของเมืองอินชอน

    แม้ว่าคุณภาพอากาศในวันนี้จะไม่ดี แต่ก็ควรทราบว่า ความเข้มข้นเฉลี่ยของ PM2.5 ในปี 2024 สำหรับเมืองอินชอนอยู่ที่ 19.1 µg/m³ซึ่งสอดคล้องกับค่า AQI ที่ 65 (“ปานกลาง”) และสูงกว่าแนวทางปฏิบัติประจำปีขององค์การอนามัยโลกที่ 5 µg/m³ ถึง 3.8 เท่า

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4:00 น. ตามเวลาแปซิฟิก เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 แหล่งที่มา: IQAir.

    คุณภาพอากาศในอินชอนจะดีขึ้นเมื่อไหร่?

    พยากรณ์อากาศระบุว่าสภาพอากาศจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในเย็นวันพรุ่งนี้ ลมคาดว่าจะแรงขึ้นและเปลี่ยนทิศทาง ช่วยกระจายฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สะสมอยู่และทำให้ทัศนวิสัยดีขึ้น

    พยากรณ์คุณภาพอากาศรายชั่วโมงสำหรับเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แหล่งที่มา: IQAir.

    ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา คุณภาพอากาศในอินชอนส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง โดยสภาพอากาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นชั่วคราวสู่ระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งสะท้อนถึงการสะสมของมลพิษในระยะสั้นมากกว่าการเสื่อมสภาพอย่างต่อเนื่อง

    แนวโน้มคุณภาพอากาศรายวันใน อินชอนเกาหลีใต้ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แหล่งที่มา: IQAir.

    แผนที่คุณภาพอากาศของเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แหล่งที่มา: IQAir.

    อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณภาพอากาศในอินชอนแย่ลง?

    การศึกษาระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่ามลพิษข้ามพรมแดนจากจีนมีบทบาทสำคัญในการส่งผลต่อระดับฝุ่นละอองขนาดเล็กในเกาหลีใต้ งานวิจัยระบุว่าประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ของฝุ่นละอองในเกาหลีถูกขนส่งมาจากนอกพรมแดน และในบางเดือน ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากถึง 55 เปอร์เซ็นต์สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังการปล่อยมลพิษที่มีต้นกำเนิดในจีนได้ (2)

    ผลกระทบนี้เกิดจากลมตะวันตกที่พัดพาสารมลพิษจากเขตอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกของจีน ช่วงฤดูกาลที่มีสภาพบรรยากาศนิ่งทำให้อนุภาคเหล่านี้คงอยู่เหนือคาบสมุทรเกาหลี และแหล่งกำเนิดภายในประเทศ เช่น การดำเนินงานทางอุตสาหกรรมและการปล่อยมลพิษจากการจราจรในอินชอนยังทำให้ระดับมลพิษในท้องถิ่นรุนแรงขึ้นอีกด้วย (3)

    กิจกรรมทางอุตสาหกรรมภายในเมืองอินชอนยังส่งผลต่อองค์ประกอบทางเคมีของ PM2.5 ด้วย การศึกษาล่าสุดพบว่ามีความเข้มข้นของโครเมียม (VI) แมงกานีส และสารหนูในอนุภาคของภูมิภาคสูงขึ้น สารเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและทำให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศโดยรวมสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลร่วมกันของมลพิษข้ามพรมแดนและมลพิษในท้องถิ่นที่มีต่อคุณภาพอากาศของพื้นที่ (4)

    ฉันจะปกป้องตัวเองจากคุณภาพอากาศที่ไม่ดีได้อย่างไร?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.iqair.com/th/newsroom/incheon-among-top-10-most-polluted-cities-in-the-world-2-11-2026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29lUKpvzbsAOfFP_BeIscF

  • DPU เปิดวิสัยทัศน์

    DPU เปิดวิสัยทัศน์

    วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.48 น.

    มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดตัวแนวคิดและทิศทางแบรนด์ใหม่ภายใต้กรอบ “The Future of Human Potential” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ตอกย้ำบทบาทสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทุกมิติของสังคมและเศรษฐกิจ

    ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(DPU) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างของทักษะ แรงงาน และความคาดหวังขององค์กรอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลจากสถาบันระดับนานาชาติสะท้อนตรงกันว่า องค์กรจำนวนมาก เริ่มหลีกเลี่ยงการจ้างบัณฑิตจบใหม่ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้เชิงวิชาการ แต่เพราะยังขาด “ศักยภาพที่พร้อมใช้งานจริง” ในโลกการทำงาน

    “วันนี้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรกำลังมองหาคนที่เข้าใจตนเอง สื่อสารเป็น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ปรับตัวเร็ว และมีแรงขับภายในในการเติบโต ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องของการพัฒนา ‘ศักยภาพมนุษย์’ จึงเป็นภารกิจของทุกฝ่าย เพื่อประเทศชาติ” ดร.ดาริกา กล่าว

    อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า แนวคิด Human Potential จึงไม่ใช่คำเชิงนามธรรม แต่เป็นโจทย์เชิงระบบที่ต้องทำให้ “จับต้องได้” ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงจิตวิทยา สมรรถนะการทำงาน และประสบการณ์จริงเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในบริบทที่ AI กำลังเข้ามาเป็น “เครื่องมือ” ของคนที่มีศักยภาพ

    “เราเชื่อว่าอนาคตไม่ใช่การแข่งขันระหว่างคนกับ AI แต่คือการแข่งขันระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น กับคนที่ยังไม่รู้จักศักยภาพของตัวเอง มหาวิทยาลัยจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าสอนวิชา แต่ต้องช่วยให้นักศึกษาค้นพบ ปลดปล่อย และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว

    ภายใต้แนวคิดดังกล่าว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้พัฒนา Potentialigence Center ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้าน Human Potential ตลอดเส้นทางการศึกษา โดยเน้นการผสานศาสตร์ด้านจิตวิทยาการพัฒนาศักยภาพ เข้ากับ การพัฒนาสมรรถนะ   ที่จำเป็นต่อการเติบโตในสายอาชีพจริง

    โดยโครงสร้างการพัฒนาศักยภาพของ DPU ถูกออกแบบเป็นเส้นทางต่อเนื่องตลอด 3 ปีการศึกษา ตั้งแต่การค้นพบตัวเอง (Discover) การปลดปล่อยศักยภาพ (Unleash) ไปจนถึงการเร่งศักยภาพสู่การเติบโตในอาชีพ (Accelerate) เพื่อให้นักศึกษาไม่เพียง “เรียนจบ” แต่ “เติบโตพร้อมใช้งานจริง” พัฒนาศักยภาพตัวเองได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ ระบบ DPU Passport ซึ่งเป็นระบบพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Individualized Learning) ผ่านแนวคิด Gamification โดยนักศึกษาจะเริ่มจากการประเมินสมรรถนะ (Competency Assessment) เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพของตนเอง จากนั้นเลือกกิจกรรมหรือ “Quest” ที่สอดคล้องกับความสนใจและเป้าหมาย เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง สะสมประสบการณ์ คะแนน และสร้างโปรไฟล์ศักยภาพที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในการสมัครงานได้เมื่อสำเร็จการศึกษา

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังออกแบบรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น รองรับผู้เรียนที่มีสไตล์แตกต่างกัน ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเอง เวิร์กชอปเชิงปฏิบัติ กิจกรรมแบบ On-site ที่ใช้เครื่องมือเชิงเกมและประสบการณ์เชิงโต้ตอบ รวมถึงบทเรียนออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพในแบบที่เหมาะสมกับตนเอง

    “การเปิดตัวแนวคิด “The Future of Human Potential” ไม่ได้เป็นเพียงการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ แต่เป็นการประกาศจุดยืนเชิงนโยบายของมหาวิทยาลัย ในการทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ปลุกศักยภาพมนุษย์” ให้พร้อมรับมือกับโลกอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเราอยากเห็นบัณฑิตที่ไม่เพียงเก่ง แต่รู้คุณค่าของตนเอง เข้าใจผู้อื่น และสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรและสังคมได้อย่างมีความหมาย นี่คืออนาคตของการศึกษาที่ DPU ตั้งใจสร้าง” ดร.ดาริกา กล่าว

    นอกจากนี้ ภายในงานเปิดวิสัยทัศน์ “The Future of Human Potential” มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยังได้จัดพิธีมอบ Human Potential Development Award ให้แก่ 58 องค์กรพันธมิตร จากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย บริษัท Sea (Thailand) , Thailand Blockchain Association , Yell Bangkok YM.STUDIO COMPANY LIMITED ,  Korean Cultural Center , LigentComm Co., Ltd. , บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) , บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเค ดอท คอม จำกัด , บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) , เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน , International Air Transportation Association (IATA) , บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด , บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด , สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพม. กท. 1) , สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) , สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) , บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด , บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) , โรงพยาบาลสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท , ธนาคารออมสิน, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) , บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , DALI FOODS (THAILAND) CO., LTD. , Hainan Airlines Holding Co., Ltd. , HHA (Thailand) Co., Ltd. , บริษัท รีโว่เมด กรุ๊ป จํากัด , บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) , สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

    บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด , บริษัท สยามมิชลิน จำกัด , บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) , วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า, WACOM Singapore Private Limited , บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) , บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) , InterContinental Hotels Group (IHG) , Marriott International , One Asia Corporation , สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , Synergy University, Russia , The Thaiger Pte. Ltd. , ThinkX Global, Singapore , กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม , บริษัท ที.ไอ.ไอ. จำกัด (สถาบันประกันภัยไทย) , บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด , บริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เลอ นีซ จำกัด , ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) , ศูนย์ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ , บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) , องค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ , ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี , บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เพื่อเชิดชูองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของมหาวิทยาลัย และร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากโลกการทำงานจริงให้แก่นักศึกษา

    อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยตั้งใจมอบรางวัล Human Potential Development Award  เพื่อยกย่องและแสดงความยินดีกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณค่าของมนุษย์ และพร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพของนักศึกษาได้รับการค้นพบ พัฒนา ภายใต้การสนับสนุนของพันธมิตรที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน โดยมุ่งหวังให้บัณฑิตได้นำเอาศักยภาพของตัวเองไปพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/946637&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zv2KqBJox4BqOMMrZQlI6

  • รับสมัครนักวิเทศสัมพันธ์ สังกัดส่วนวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานยุทธศาสตร์

    รับสมัครนักวิเทศสัมพันธ์ สังกัดส่วนวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานยุทธศาสตร์

    รับสมัครนักวิเทศสัมพันธ์ สังกัดส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ สำนักงานยุทธศาสตร์

    รับสมัครนักวิเทศสัมพันธ์ สังกัดส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ สำนักงานยุทธศาสตร์

    กองบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

    รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายสนับสนุนวิชาการ ตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ ระดับปฏิบัติการ สังกัดส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ สำนักงานยุทธศาสตร์ 

    จำนวน 1 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    วุฒิปริญญาตรี 19,500 บาท หรือ วุฒิปริญญาโท เงินเดือน 22,750 บาท

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    1. มีคุณสมบัติตามความในข้อ 18 ของข้อบังคับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของพนักงานสถาบัน พ.ศ.2563 ลงวันที่ 23 กันยายน 2563 (แนบท้ายประกาศ)
    2. ได้รับวุฒิปริญญาโท ทางศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ วารสารศาสตร์นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง
    3. มีผลคะแนนสอบ TOEIC ไม่ต่ำกว่า 750 คะแนน ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันสุดท้ายของการรับสมัคร หรือผลสอบจากข้อสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานอื่น เช่น TOEFL iBT, TOEFL ITP หรือ IELTS เป็นต้น มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับระดับ B2 ของ CEFR
    4. มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การสืบค้นข้อมูลทางเว็บไซต์ได้อย่างเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่

    ลักษณะงานที่จะปฏิบัติ

    1. ศึกษาวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูล ตลอดจนการติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา/องค์การระหว่างประเทศ
    2. ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลหลักสูตรการศึกษานานาชาติของสถาบัน ไปยังมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพันธมิตร และมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก องค์การระหว่างประเทศ สถานทูตไทยในต่างประเทศสถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศ
    3. ติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยเครือข่ายและมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่สอดคล้องกับสถาบันและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะผู้บริหารของสถาบันในการเดินทางไปเยือนมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
    4. ประสานงานในการจัดโครงการกิจกรรมนันทนาการให้แก่นักศึกษานานาชาติ
    5. อำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับอาคันตุกะต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนสถาบันในโอกาสต่าง ๆ
    6. ดำเนินการจัดประชุมทั้ง Online และ Onsite ให้แก่ผู้แทนของมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่แจ้งความประสงค์จะร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการกับคณะผู้บริหารของสถาบัน และผู้บริหารของคณะต่าง ๆ
    7. ร่างจดหมายและตอบอีเมลภาษอังกฤษ และแปลเอกสารของหน่วยงาน
    8. ติดต่อประสานงานในการหาแหล่งฝึกงานในต่างประเทศให้แก่นักศึกษานานาชาติ
    9. ติดต่อประสานงานในการจัดหาแหล่งทุนให้แก่นักศึกษานานาชาติ
    10. งานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

    เอกสารประกาศรับสมัคร

    อ่านที่นี่ >>> ประกาศรับสมัครสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายสนับสนุนวิชาการ ตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ ระดับปฏิบัติการ สังกัดส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ สำนักงานยุทธศาสตร์ <<<

    ระเบียบการรับสมัคร

    ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครผ่านระบบสมัครงานออนไลน์เท่านั้น

    รับสมัคร ระหว่างวันที่ 13 – 27 กุมภาพันธ์ 2569

    ติดต่อสอบถามได้ที่

    โทรศัพท์ 02 – 727 3403 ในวันเวลาราชการ
    Email : job@nida.ac.th
    Line : @jobnida

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/job0125-2569/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KtfERHLvvU0zQ33K8S_En

  • รับสมัครพนักงานสถาบัน สังกัดคณะการจัดการการท่องเที่ยว 2 ตำแหน่ง

    รับสมัครพนักงานสถาบัน สังกัดคณะการจัดการการท่องเที่ยว 2 ตำแหน่ง

    รับสมัครพนักงานสถาบัน สังกัดคณะการจัดการการท่องเที่ยว 2 ตำแหน่ง

    กองบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

    ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายสนับสนุนวิชาการ สังกัดคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครและอัตราเงินเดือน

    • ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับปฏิบัติการ วุฒิปริญญาตรี ตำแหน่งเลขที่ 60424106 จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 19,5000 บาท สังกัดส่วนบริหารงานทั่วไป คณะการจัดการการท่องเที่ยว
    • ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับปฏิบัติการ วุฒิปริญญาตรี ตำแหน่งเลขที่ 60424613 จำนวน 1 อัตรา เงินเดือน 19,500 บาท สังกัดส่วนแผนและพัฒนา คณะการจัดการการท่องเที่ยว

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • คุณสมบัติผู้สมัครเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละตำแหน่ง ตามที่ ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้       
    • คุณสมบัติของผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสถาบันตามความในข้อ 18 ของข้อบังคับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของพนักงานสถาบัน พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 23 กันยายน 2568 ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

    เอกสารประกาศรับสมัคร

    อ่านประกาศที่นี่ >>> ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายสนับสนุนวิชาการ สังกัดคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ <<<

    ระเบียบการรับสมัคร

    ผู้ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกสามารถสมัครผ่านระบบสมัครงานออนไลน์เท่านั้น
    ตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569

    ติดต่อสอบถามได้ที่

    Email: job@nida.ac.th หรือ Line : @jobnida


    คุณสมบัติของผู้สมัคร ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับปฏิบัติการ

    1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ทางสาขาการตลาด การสื่อสารการตลาด นิเทศศาสตร์ บริหารธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องจากสถาบัน   การศึกษาที่ ก.พ.รับรอง
    2. เป็นผู้มีทักษะดังต่อไปนี้
      • มีความรู้และความสามารถด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เช่น
        • มีความรู้พื้นฐานด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารองค์กร
        • สามารถวางแผนและดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้
        • มีความเข้าใจพฤติกรรมผู้รับสารและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์
      • ความรู้ด้านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ เช่น
        • มีความรู้ในการจัดการหรือปรับปรุงข้อมูลบนเว็บไซต์องค์กร เช่น CMS, WordPress หรือระบบที่เกี่ยวข้อง
        • สามารถจัดทำและเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, LINE, Instagram, YouTube หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ
        • มีความเข้าใจพื้นฐานด้าน SEO, การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าชม เช่น Google Analytics
      • มีทักษะด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร เช่น
        • สามารถใช้โปรแกรมสำนักงานพื้นฐาน Microsoft Office หรือเทียบเท่า ได้ดี
        • มีทักษะการเขียน การเรียบเรียงเนื้อหา และการสื่อสารทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
        • สามารถใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิกหรือสื่อดิจิทัลเบื้องต้น เช่น Canva,  Adobe Photoshop
      • มีความรับผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ และสามารถทำงานหลายด้านได้พร้อมกัน
      • มีมนุษยสัมพันธ์ดี สามารถทำงานเป็นทีมและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้
      • มีความคิดสร้างสรรค์ เปิดรับการเรียนรู้เทคโนโลยีและสื่อใหม่ ๆ
    3. ผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสถาบัน ต้องมีคุณสมบัติตามความในข้อ 18 ของข้อบังคับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของพนักงานสถาบัน พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 23 กันยายน 2563 (แนบท้ายประกาศ)

    ลักษณะงานที่จะปฏิบัติ

    1. งานด้านสื่อสารองค์กร ประชาสัมพันธ์คณะ วางแผนการประชาสัมพันธ์และรับสมัครนักศึกษา และงานส่งเสริมหลักสูตร
    2. งานดูแลและปรับปรุงช่องทางการสื่อสารและสารสนเทศของคณะ เช่น เว็บไซต์ (Website) สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคณะ สถาบัน
    3. ปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไปของคณะ เช่น งานสารบรรณ งานธุรการ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับแผนของคณะ สถาบัน งานการประชุม และงานสนับสนุนกิจกรรมของคณะ
    4. งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

    คุณสมบัติของผู้สมัคร ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับปฏิบัติการ

    1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ทางสาขาบริหาร นโยบาย การจัดการการท่องเที่ยว เศรษฐศาสตร์ สถิติ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.รับรอง
    2. เป็นผู้มีทักษะดังต่อไปนี้
      • มีความรู้พื้นฐานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดทำรายงาน
      • มีความรู้หรือพร้อมเรียนรู้ด้านประกันคุณภาพการศึกษา (SAR, EdPEx, TedQual, THE-ICE)
      • มีทักษะ (Skills & Competencies) เช่น
        • สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานได้เป็นระบบ
        • สามารถใช้โปรแกรม Microsoft Office ระดับดี ในกรณีที่สามารถใช้ Lookup, Pivot, Table, Chart และโปรแกรมออกแบบสื่อและนำเสนออื่น ๆ เช่น Canva, Adobe Illustrator, Adobe Photoshop จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
        • สามารถประสานงาน และสื่อสารอย่างมืออาชีพ
        • จัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างละเอียดรอบคอบ
        • สามารถวางแผนงานและจัดลำดับความสำคัญได้ดี
      • มีคุณลักษณะด้านพฤติกรรม (Behavioral Attributes) เช่น
        • มีความละเอียด รอบคอบ และรับผิดชอบงาน
        • มีวุฒิภาวะและสื่อสารได้อย่างมืออาชีพ
        • สามารถทำงานเป็นระบบ (Systematic) ไม่ทำงานแบบเฉพาะหน้า
        • มีความซื่อสัตย์และยึดหลักฐานเป็นสำคัญ (Evidence-based work)
        • เต็มใจเรียนรู้และพัฒนาตนเองต่อเนื่อง
        • มีความทุ่มเทให้กับการทำงาน
        • มี Mindset เชิงบวก และมีความฉลาดทางอารมณ์
      • มีความสามารถด้านศักยภาพ (Growth Potential) เช่น
        • มีทักษะวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์
        • สามารถเติบโตในสายงาน วางแผน/คุณภาพ/การบริหารองค์กร
      • มีความสามารถในการรับผิดชอบต่อระบบงานของสถาบัน เช่น
        • ทำงานแบบตรวจสอบย้อนกลับได้ (traceable documentation)
        • รักษาความถูกต้องของข้อมูล (data accuracy)
        • เข้าใจความสำคัญของงานเชิงยุทธศาสตร์ต่อองค์กร ๆ
    3. ผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสถาบัน ต้องมีคุณสมบัติตามความในข้อ 18 ของข้อบังคับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของพนักงานสถาบัน พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 23 กันยายน 2563 (แนบท้ายประกาศ)

    ลักษณะงานที่จะปฏิบัติ

    งานจัดทำแผน งานจัดทำงบประมาณ งานประกันคุณภาพการศึกษา งานติดตามและประเมินผล งานแผนปฏิบัติราชการ งานจัดทำยุทธศาสตร์ งานบริหารความเสี่ยง งานควบคุมภายใน งานพัฒนาองค์การงานคลังข้อมูล งานบริการงานวิจัย งานส่งเสริมเอกสารวิชาการ งานประสานการประชุมวิชาการ งานจัดการความรู้ภายในองค์กร (KM) รวบรวมข้อมูลเอกสารประกอบการยื่นขอรับรองมาตรฐานสากล TedQual, THE-ICE, EdPEx งานบันทึกข้อมูลลงในระบบ SMS ,RMS ,CHE QA ONLINE รายงานผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงิน งานเกี่ยวกับการจัดทำความร่วมมือ MoU ของคณะ งานภาระงานและการประเมินผู้บริหาร อาจารย์ภายในคณะ งานหน่วยอบรมและหน่วยประเมินด้านการท่องเที่ยวของกรมการท่องเที่ยว การเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนาที่เกี่ยวข้องกับงานที่รับผิดชอบ และงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/job0124-2569/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CFwpQjpF048z3CjxNZoJr

  • กทพ.เดินหน้าเวทีสรุปผลศึกษา ทางพิเศษเชื่อมสมุย | TOPNEWS

    กทพ.เดินหน้าเวทีสรุปผลศึกษา ทางพิเศษเชื่อมสมุย | TOPNEWS

    กทพ.เดินหน้าเวทีสรุปผลศึกษา ทางพิเศษเชื่อมสมุย

    • เผยแพร่ : 11/02/2026 20:30

    วันที่ 11 ก.พ. 2569 ที่ห้องประชุม Fortune 3 โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) จากการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยมีนายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน พร้อมด้วยนางสาวณัฐฐา กาสี รองผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ,นายสมพร พัฒนรัฐ ผู้จัดการโครงการฯ และคณะผู้บริหาร กทพ.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมทั้งผู้แทนภาครัฐ เอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมรับฟังความคิดเห็นประมาณ 200 คน

    น.ส.ณัฐฐา กาสี รองผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง สนับสนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยรูปแบบโครงการเป็นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทางรวมประมาณ 37.4 กิโลเมตร มีสะพานข้ามทะเลระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ความกว้างเขตทางประมาณ 40 เมตร ในส่วนของสะพานข้ามทะเล ออกแบบเป็นสะพานแขวน (Cable-stayed Bridge) มีความสูงใต้สะพานไม่น้อยกว่า 50 เมตร เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย และออกแบบตามมาตรฐานสากลเพื่อรองรับแรงลมและคลื่นในทะเล โดยโครงการไม่มีแนวเส้นทางตัดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 และหลีกเลี่ยงพื้นที่สำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มีพื้นที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบ รวมจำนวนประมาณ 277 แปลง และมีสิ่งปลูกสร้าง 45 หลัง ซึ่งจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 โดยยึดหลักความเป็นธรรมและราคาตลาด

    ภายหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) กทพ. จะดำเนินการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการประมาณปี พ.ศ. 2576

    กิตตินันท์ จินดำ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครศรีธรรมราช

    11

    ascwxw

    เศรษฐีแดนกิมจิ เจ้าของ คลินิกเสริมความงาม สนามกอล์ฟ ปลิดชีพคาบ้านพักหรู

    สมุทรสงคราม///ขบวนรถ “มะพร้าวน้ำหอม” มุ่งสู่ 8 จังหวัด แก้ปัญหาราคาตกต่ำ

    วัยรุ่นแย่งปืนตำรวจ ก่อเหตุสะเทือนขวัญ

    โดนแล้ว 2 ด้อมส้ม “ผอ.เลือกตั้ง” เขต 1ชลบุรี แจ้งเอาผิด “เจ๊ตอง-เฟิร์น” บุกรุก ขัดขวางจนท. ชิงเอกสารราชการ

    เทศกาลโคมไฟภูเก็ต 2569 ยิ่งใหญ่ ดันเมืองเก่าสู่เวทีนานาชาติ

    แรงสุด “อดีตหนุ่ม 3 นิ้ว” เคยลุยไล่ “ลุงตู่” ทนไม่ไหวแกนนำส้มมามุกเดิม ลั่นมึงหลอกน้อง ๆ ไปติดคุกอีกแล้ว อึ้งหนักด้อมสาวชลฯ โดนเทเป็นสลิ่มไส้ศึก!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1484290&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XRyfav3012TRSmmJ3IPeg

  • รมว.ศธ. กำชับ สพฐ. เยียวยาจิตใจและความปลอดภัยหลังคนร้ายบุกจับตัวครู-นร.เป็นตัวประกัน สั่งยกระดับมาตรการคัดกรอง

    รมว.ศธ. กำชับ สพฐ. เยียวยาจิตใจและความปลอดภัยหลังคนร้ายบุกจับตัวครู-นร.เป็นตัวประกัน สั่งยกระดับมาตรการคัดกรอง

    วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยจากกรณีเหตุคนร้ายคลุ้มคลั่งบุกเข้าไปภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนใช้อาวุธก่อเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และจับนักเรียนกับครูเป็นตัวประกัน ว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

    โดยเบื้องต้นจากรายงานพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งก่อเหตุจับนักเรียนและครูเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดรอบด้านอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือนักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความปลอดภัยและการเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อให้ทุกคนกลับมามีขวัญและกำลังใจโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เท่าที่ได้รับรายงาน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์มีแผนเผชิญเหตุและมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยคณะผู้บริหารและครูได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรัดกุมในระหว่างเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

    “มาตรการที่เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม ได้แก่ การเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกสถานศึกษา การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสร้างกลไกสนับสนุนด้านจิตวิทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ครู นักเรียน และผู้ปกครองว่า โรงเรียนยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการทุกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต” ศ.ดร.นฤมลกล่าว

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/school-hostage-safety-measures/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HJxeJ2JiDZbDNvn51iUvD

  • ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา

    ข่าวดี! สิงคโปร์แอร์ไลน์รับสมัครสาวไทย 100 อัตรา

    โอกาสมาถึงแล้ว เปิดรับสมัครหญิงไทย ทำงานพนักงานต้อนรับสายการบิน Singapore Airlines Limited จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 3.8 หมื่น เริ่มสมัคร 16 ก.พ.

    11 ก.พ.2569 –  นางสาวอัยรินทร์ พันธ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เร่งจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายกว่า 50,000 คน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสร้างโอกาสการทำงานในต่างประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านนโยบายส่งเสริมการทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตตนเองและครอบครัว

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาล โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานได้เปิดรับสมัครคนไทยไปทำงานในประเทศสิงคโปร์ กับนายจ้างบริษัท Singapore Airlines Limited ซึ่งประกอบกิจการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ตำแหน่ง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 1,550 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 38,099 บาท ระยะเวลาจ้างงาน 5 ปี โดยนายจ้างจัดหาที่พักให้ใน 7 วันแรก มีเงินสนับสนุนค่าอาหาร ค่าโดยสารเครื่องบินเที่ยวไป (กรุงเทพฯ – สิงคโปร์) เมื่อลงนามในสัญญาจ้าง และบัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวกลับ (สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ) เมื่อทำงานครบสัญญา นอกจากนี้ยังมีวันลาพักผ่อน 21 วันต่อปี ค่าประกัน และฝึกอบรมระหว่างการทำงานตามกฎหมายสิงคโปร์กำหนด ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและยื่นใบสมัครทางเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรงที่เว็บไซต์ singaporeair.com.sg/en_UK/sg/careers ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 6 มีนาคม 2569 ไม่เว้นวันหยุดราชการ และตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ เว็บไซต์ doe.go.th/overseas หัวข้อ “ข่าวประกาศรับสมัคร”

    สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้น รับหญิงไทยส่วนสูง 158 เซนติเมตรขึ้นไป สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาตรี มีใจรักงานบริการ และสมัครใจปฏิบัติงานที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งการรับสมัครในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่เสียค่าสมัครหรือค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะมีเพียงค่าใช้จ่ายสำหรับการเตรียมตัวเดินทางไปทำงาน ได้แก่ ค่าถ่ายรูป ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) และค่าสมัครสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,600 บาท ทั้งนี้ กรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ทราบโดยทั่วกัน ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas หัวข้อ “ข่าวประกาศรับสมัคร” ภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2245 1034 ในวันและเวลาราชการ หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/945778/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tRThy3w9K5GMu2IWfITnU

  • สกร. ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา เดินหน้า “เติมรัก เติมรู้ สู่น้องตชด.” | เดลินิวส์

    สกร. ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา เดินหน้า “เติมรัก เติมรู้ สู่น้องตชด.” | เดลินิวส์

    กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นำโดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านโครงการ “เติมรัก เติมรู้ สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย” โดยจัดกิจกรรม “เติมรัก เติมรู้ สู่น้อง…ตชด.” เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน ได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมเสริมสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

    ทั้งนี้ สกร. ได้เริ่มต้นขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวผ่านกิจกรรม Kick Off อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ก่อนหน้านี้ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายแดน พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศให้ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบ

    ปัจจุบันกิจกรรม “เติมรัก เติมรู้ สู่น้อง…ตชด.” ได้เริ่มดำเนินการแล้วอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่นำร่อง อาทิ การนำนักเรียน ตชด. เข้าร่วมเรียนรู้และรับชมการแสดงท้องฟ้าจำลอง ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ การจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เชิงทดลอง ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ รวมถึงการดำเนินกิจกรรมผ่านศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาในภูมิภาค เช่น จังหวัดนครราชสีมา พิษณุโลก ขอนแก่น และอุบลราชธานี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียนและครูผู้ควบคุมดูแลเป็นอย่างมาก สะท้อนถึงความสำเร็จของการสร้างพื้นที่แห่งโอกาสทางการเรียนรู้ให้เข้าถึงได้จริง

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก โดยมุ่งผสานการ “เติมความรู้” ควบคู่กับการ “เติมกำลังใจ” ให้กับเยาวชน ตชด. ผ่านการเข้าชมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ การทำกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และการชมการแสดงท้องฟ้าจำลอง ซึ่งแต่ละศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาได้ออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    สำหรับปีนี้ มีโรงเรียนในความดูแลของ กก.ตชด. จำนวน 11 แห่ง เข้าร่วมกับ 10 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 934 คน และครูผู้ควบคุมดูแล 130 คน โดยจัดกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง นครราชสีมา พิษณุโลก นครพนม ขอนแก่น อุบลราชธานี และสระแก้ว

    โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) และเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ รวม 20 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการกระจายโอกาสทางการเรียนรู้สู่เยาวชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นกลุ่มเป้าหมายแรก และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 10,000 คน

    กรมส่งเสริมการเรียนรู้เชื่อมั่นว่า โครงการ “เติมรัก เติมรู้ สู่น้อง…ตชด.” จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในอนาคตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5592842/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ccWMpAb-um3c_DcX3OPvQ

  • “นฤมล” สั่งด่วน ให้ ศธ. เกาะติดเหตุบุกจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกันที่หาดใหญ่

    “นฤมล” สั่งด่วน ให้ ศธ. เกาะติดเหตุบุกจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกันที่หาดใหญ่

    “รมว.นฤมล” สั่ง สพฐ.เกาะติดสถานการณ์ คลั่งบุก รร.กลางหาดใหญ่ จับนักเรียน-ครูเป็นตัวประกัน ยัน ศธ.พร้อมช่วยเหลือเต็มที่ เร่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มทั่วประเทศ

    วันที่ 11 ก.พ. 2569 เวลา 16.45 น.จากกรณีเหตุคนร้ายคลุ้มคลั่งบุกเข้าไปภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนใช้อาวุธก่อเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และจับนักเรียนกับครูเป็นตัวประกัน สร้างความตื่นตระหนกให้กับครู นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่เป็นอย่างมากนั้น

    ล่าสุด ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

    โดยเบื้องต้นจากรายงานพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งก่อเหตุจับนักเรียนและครูเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดรอบด้านอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือนักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความปลอดภัยและการเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อให้ทุกคนกลับมามีขวัญและกำลังใจโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เท่าที่ได้รับรายงาน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์มีแผนเผชิญเหตุและมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยคณะผู้บริหารและครูได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรัดกุมในระหว่างเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

    “มาตรการที่เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม ได้แก่ การเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเข้า-ออกสถานศึกษา การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสร้างกลไกสนับสนุนด้านจิตวิทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ครู นักเรียน และผู้ปกครองว่า โรงเรียนยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการทุกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2913662&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1U5jxnSdEfscbvIRy8oZPG

  • ปฏิวัติวงการ! ส.บอลไทยฯ จับมือ กสศ. ปั้นบิ๊กโปรเจกต์ฟุตบอลโมเดลระดับชาติ

    ปฏิวัติวงการ! ส.บอลไทยฯ จับมือ กสศ. ปั้นบิ๊กโปรเจกต์ฟุตบอลโมเดลระดับชาติ

    ปฏิวัติวงการ! ส.บอลไทยฯ จับมือ กสศ. ปั้นบิ๊กโปรเจกต์ฟุตบอลโมเดลระดับชาติ

    สมาคมลูกหนังไทยฯ ร่วมกับ กสศ. เตรียมบูรณาการการศึกษาแบบยืดหยุ่น สร้างอาชีพครบวงจรจากสนามสู่ระดับชาติ หวังขยายโอกาสเด็กไทยทั่วประเทศ ต่อยอดระบบนิเวศฟุตบอลอาชีพ!!

    เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อเตรียมจัดทำหลักสูตรบูรณาการฟุตบอล การศึกษาแบบยืดหยุ่น

    การประชุมในครั้งนี้นำโดย ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมฯ ในฐานะประธานจัดทำหลักสูตรบูรณาการฟุตบอล การศึกษาแบบยืดหยุ่น พร้อมด้วย คุณผลิพร ธัญอนันต์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสาธารณะ และคณะทำงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค สมาคมฯ

    การจัดทำหลักสูตรบูรณาการฟุตบอล โดยมีเนื้อหาหลักครอบคลุม 4 ด้าน ประกอบไปด้วย สนาม, สโมสร, สปอนเซอร์ และ การสื่อสาร โดยมีเป้าหมายคือการพัฒนา และควบคุมฟุตบอลภายในประเทศทั้งระบบทางด้านการศึกษา ในการใส่คอร์สอบรม ส่งเสริมพัฒนาสโมสร สมาชิก รวมถึง อคาเดมี และต่อยอดมาถึงระดับชาติ ที่ไม่ใช่แค่นักกีฬา แต่รวมถึงการจัดการแข่งขัน  

    สำหรับ หลักสูตรฟุตบอลดังกล่าว กสศ.จะนำไปเผยแพร่หลักสูตร ให้กับการศึกษาและหน่วยงานที่จับคู่เป็นเครื่อข่าย เพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงหลักสูตร ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของหลักสูตรนี้คือการพัฒนาเยาวชนที่สนใจกีฬาฟุตบอลให้ได้รับการศึกษา และมีมาตรฐานในการเรียนอย่างถูกต้องและเข้าถึงประสบการณ์ จนสามารถนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ของฟุตบอล

    โดยหลังจากนี้ ทาง กสศ. จะประสานงานกับ ผู้เชี่ยวชาญ และ ผู้ชำนาญการ เพื่อจัดหมวดหมู่เนื้อหา และวางแผนชั่วโมงการสอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อสรุปเนื้อหาอีกครั้ง ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/football-thailand/thai-national/99729/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OKj16yZAAjSTCYQlrlaP5