Category: วัฒนธรรม

  • อาร็อคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน กรณีการโจมตีโรงเรียน “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิเบะฮ์” ที่เมืองมีนาบว่า

    อาร็อคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน กรณีการโจมตีโรงเรียน “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิเบะฮ์” ที่เมืองมีนาบว่า

    อาร็อคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน กรณีการโจมตีโรงเรียน “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิเบะฮ์” ที่เมืองมีนาบว่า :
    อิหร่านในวันนี้กำลังอยู่ท่ามกลางสงครามที่ผิดกฎหมายซึ่งถูกยัดเยียดโดยสองระบอบที่มีอาวุธนิวเคลียร์และใช้อำนาจบีบบังคับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
    🔹สงครามเชิงรุกรานนี้ ขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง และโหดร้ายอย่างยิ่ง
    🔹พวกเขาเริ่มการรุกรานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (9 อิสฟันด์ 1404 ตามปฏิทินอิหร่าน)
    ในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ในกระบวนการทางการทูตเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่สหรัฐฯ กล่าวอ้างเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน นี่เป็นครั้งที่สองในรอบ 9 เดือน ที่พวกเขาทำลายโต๊ะเจรจา และทรยศต่อการทูต
    🔹หนึ่งในภาพที่น่าสยดสยองที่สุดของการรุกรานครั้งนี้คือการโจมตีอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอนต่อโรงเรียนประถม “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิบะฮ์” ในเมืองมีนาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน
    ซึ่งมีนักเรียนและครูกว่า 175 คน ถูกสังหารอย่างจงใจและโหดเหี้ยม
    🔹การโจมตีอันป่าเถื่อนนี้ เป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนหายนะร้ายแรงยิ่งกว่าไว้เบื้องล่างรวมถึงการทำให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดกลายเป็นเรื่องปกติและการก่ออาชญากรรมในบรรยากาศของ “การลอยนวลพ้นผิด” อย่างสมบูรณ์
    ท่านประธาน
    🔹ในยุคที่ผู้รุกรานอย่างสหรัฐฯ และอิสราเอล อ้างว่ามีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบข้อมูลที่แม่นยำที่สุดไม่มีใครสามารถเชื่อได้ว่า การโจมตีโรงเรียนแห่งนี้เป็นเพียงความผิดพลาด มันคือการกระทำที่ตั้งใจและวางแผนล่วงหน้า การโจมตีโรงเรียนนี้ถือเป็น “อาชญากรรมสงคราม” และ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ซึ่งต้องได้รับการประณามอย่างชัดเจน และผู้กระทำต้องถูกนำมารับผิดโดยไม่มีข้อคลุมเครือ
    🔹โศกนาฏกรรมนี้ ไม่อาจอธิบาย ไม่อาจปกปิด และไม่ควรถูกตอบด้วยความเงียบหรือความเฉยเมยมันไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่ความผิดพลาดในการคำนวณ คำกล่าวที่ขัดแย้งกันของสหรัฐฯ ไม่สามารถลบล้างความรับผิดชอบนี้ได้
    🔹การประณามการโจมตีสถานที่พลเรือนเช่นโรงเรียนไม่ใช่เพียงหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่เป็นความจำเป็นทางศีลธรรมของมนุษยชาติ เพราะ “มโนธรรม” ของเราจะตัดสินเรา ลึกยิ่งกว่าศาลใด ๆ
    ท่านผู้แทนที่เคารพ
    🔹โรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่เหยื่อรายเดียวในช่วง 27 วันที่ผ่านมา มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและรุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน
    🔹โรงเรียนมากกว่า 600 แห่งทั่วอิหร่าน ถูกทำลายหรือเสียหาย นักเรียนและครูกว่า 1,000 คน เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ
    🔹ผู้รุกรานที่ประกาศอย่างหยิ่งผยองว่า “จะไม่มีความเมตตา”ยังโจมตีโรงพยาบาล รถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย โรงกลั่นน้ำมัน แหล่งน้ำ และพื้นที่อยู่อาศัย
    🔹คำว่า “อาชญากรรมสงคราม” หรือ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”อาจยังไม่เพียงพอจะอธิบายความรุนแรงของสิ่งที่เกิดขึ้นรูปแบบการโจมตีและคำพูดของพวกเขา ชี้ให้เห็นถึง “เจตนาในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” อย่างชัดเจน
    เพื่อนร่วมงานที่เคารพ
    🔹สงครามที่ไม่ยุติธรรมนี้เป็นผลโดยตรงจากความเงียบต่อความอยุติธรรมในอดีตทั้งในปาเลสไตน์ เลบานอน และที่อื่น ๆความเฉยเมยต่อความอยุติธรรมไม่เคยนำมาซึ่งสันติภาพ
    มีแต่จะนำไปสู่ความไม่มั่นคงที่ลึกขึ้น
    🔹องค์การสหประชาชาติ และหลักการพื้นฐานของมันกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งทุกท่านต้องประณามผู้รุกรานอย่างชัดเจนและแสดงให้เห็นว่า “มโนธรรมของมนุษยชาติ” จะไม่ปล่อยให้พวกเขาลอยนวล
    🔹อิหร่านไม่เคยต้องการสงครามประชาชนอิหร่านเป็นชนชาติที่รักสันติ และเป็นทายาทของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่แต่พวกเขามีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะปกป้องตนเองจากผู้รุกรานและการป้องกันนี้จะดำเนินต่อไป ตราบเท่าที่จำเป็น
    ขอบคุณสำหรับความสนใจของท่าน

  • กปภ. ส่งมอบปฏิทินเก่า ผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อผู้พิการทางการเห็น

    กปภ. ส่งมอบปฏิทินเก่า ผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อผู้พิการทางการเห็น

    กปภ. ส่งมอบปฏิทินเก่า ผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อผู้พิการทางการเห็น

    วันนี้, 15:47น.

          การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งมอบปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าจากโครงการ “ปฏิทินเก่าให้เรานะ” ให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำไปผลิตหนังสืออักษรเบรลล์ พร้อมชวนบริจาคขวด PET และบริจาคสมทบทุน เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางการเห็นอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

          นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า กปภ. ได้ดำเนินโครงการ “ปฏิทินเก่าให้เรานะ” ซึ่งเป็นกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เป็นประจำทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของ กปภ. ทั่วประเทศ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงลูกค้าประชาชน ร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังคงอยู่ในสภาพดี เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่างคุ้มค่า โดยส่งมอบให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นำไปจัดทำหนังสืออักษรเบรลล์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางการเห็นอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่าย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการกำจัดขยะ

          ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการขอรับบริจาคปฏิทินเก่า กปภ. ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคขวดพลาสติก PET ที่ทำความสะอาดแล้ว เพื่อนำไปผลิตสื่อการเรียนรู้ 3 มิติ อาทิ รูปสัตว์และสิ่งของต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการสัมผัส รวมถึงสมทบทุนจัดพิมพ์หนังสือนิทานสำหรับเด็กผู้พิการทางการเห็น ซึ่งจะส่งมอบให้โรงเรียนสอนคนตาบอด 16 แห่งทั่วประเทศ ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับนักเรียนมากถึง 2,000 คน โดยโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาปากเกร็ด ชื่อบัญชี “ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด” เลขที่บัญชี 123-1-42148-7 และสามารถนำยอดเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ทั้งนี้ กปภ. จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพและขยายการให้บริการน้ำประปาให้ทั่วถึง พร้อมสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเท่าเทียมในทุกมิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160327&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hlEfghmoehahT0I7fFdBv

  • ‘รอง ผอ.สพม.บุรีรัมย์’ ไล่ตะเพิดนักข่าว ฉุนเขียนข่าวไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องครูหื่น | เดลินิวส์

    ‘รอง ผอ.สพม.บุรีรัมย์’ ไล่ตะเพิดนักข่าว ฉุนเขียนข่าวไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องครูหื่น | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 มี.ค. จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร้องสื่อว่าลูกสาวถูกครูพละ อายุ 54 ปี ลวนลามหลายครั้งแบบไม่เลือกสถานที่ แม้แต่นั่งอยู่กับเพื่อนข้างโรงอาหาร เผยถ้าไม่ยอมทำตามเจอขู่ไม่ให้แก้ ร. แจก 0 เรียนไม่จบ แต่ทางผู้บริหารไม่ได้สนใจ ทั้งที่ครูที่ปรึกษาเอาคลิปและหลักฐานการแชตไปมอบให้ เชื่อมีเหยื่อโดนกระทำอีกเพียบ ต่อมาตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับครูดังกล่าว “อนาจารต่อหน้าธารกำนัล มีอัตราโทษระบุว่าผู้ใดกระทำอนาจารบุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยใช้กำลัง ขู่เข็ญ ทำให้อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลอื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ล่าสุดมีรายงานว่า พ่อและแม่นักเรียนที่ถูกอนาจาร เข้าไปยื่นหนังสือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อให้เขตพื้นที่การศึกษาทำโทษทางวินัยร้ายแรง หลังจากก่อนหน้านี้ให้เพียงพักราชการ

    ขณะที่พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหาย เล่าว่า ถึงตอนนี้สบายใจขึ้น ที่มีหลายหน่วยงานให้ความสนใจ แต่เกรงว่าการทำโทษอาจจะเอื้อประโยชน์ให้กันจากพักราชการได้ไม่นาน แล้วเข้ามารับราชการคืนเหมือนที่เคยทำกัน ฝากถึงหน่วยงานช่วยเอาใจใส่เรื่องนี้

    ชาวบ้านบุรีรัมย์รุมแฉครูพละหื่น ลวนลามนร.หญิงทุกคนรู้หมดยกเว้นเขตการศึกษา

    ด้านโลกโซเชียลต่างออกมาให้กำลังใจครูที่ปรึกษาและน้องนักเรียนหญิงที่ถูกอนาจาร หลังจากมีครูกลุ่มหนึ่งออกมาต่อต้านพาเด็กไปแจ้งความ โดยเฉพาะข้อมูลต่างที่หลุดออกไป เนื่องจากก่อนหน้านี้มีครูชายในโรงเรียนกระทำกับเด็กหลายคนแต่ไม่เป็นข่าว

    แต่จากการสอบถามแหล่งข่าว ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีคุณครูที่กระทำอนาจารกับเด็กแล้วถูกออกราชการไปแล้ว 1 คน และวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็มีครูวิชาศิลปะพาเด็กนักเรียนไปล่วงละเมิดที่สันอ่างเก็บน้ำในตัว อ.ลำปลายมาศ แต่ทั้งหมดไม่เป็นข่าว นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุอีกว่ายังมีครูชายอีก 4 คนในโรงเรียน ที่กระทำในลักษณะเดียวกัน แต่ยังลอยนวลอยู่

    ทั้งนี้ระหว่างที่พ่อและแม่เด็กหญิงผู้เสียหาย เข้าไปยื่นหนังสื่อต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวได้ถูกรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ไม่ให้ถ่ายภาพ พร้อมกับไล่ออกจากห้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่พอใจที่สื่อกล่าวหาว่าไม่ให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เกิดเรื่อง

    และล่าสุดได้มีคลิปหลุดการทำโทษของครูท่านหนึ่งโรงเรียนเดียวกัน ทำโทษเด็กนักเรียนด้วยการหักนิ้วทั้งห้องเรียน ผู้ปกครองส่วนหนึ่งไม่พอใจจึงนำภาพมาร้องเรียนต่อสื่ออีก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5725904/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bifl7bC2w6WvRvn6zUc3x

  • จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

    จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

    กระทรวงศึกษาธิการจีนประกาศนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ สั่งห้ามโรงเรียนสั่งการบ้านเกินพอดีและห้ามเบียดบังเวลาพักของนักเรียน ลดค่านิยมการเรียนหนัก มุ่งฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพจิตเยาวชน

    กระทรวงศึกษาธิการของจีนประกาศกรอบนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญ ในวันนี้ (27 มี.ค.) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน โดยสั่งห้ามโรงเรียนมอบหมายการบ้านในปริมาณที่มากเกินพอดี และห้ามนำเวลาพักของนักเรียนไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างเด็ดขาด 

    ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นความพยายามในการปรับเปลี่ยนทัศนคติครั้งยิ่งใหญ่ของสังคมจีนที่จากเดิมเคยมุ่งเน้นให้เด็กต้องเรียนหนักและทำคะแนนให้ดีเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการเพียงอย่างเดียว

    นโยบายใหม่นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดแรงกดดันทางการเรียนและแก้ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาระการบ้านที่หนักอึ้งเป็นปัญหาเรื้อรังที่พบได้ทั่วประเทศ ส่งผลให้นักเรียนพักผ่อนไม่เพียงพอ จนนำไปสู่ภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทางการจึงสั่งให้โรงเรียนควบคุมปริมาณการบ้านอย่างเข้มงวด 

    พร้อมกำหนดให้นักเรียนระดับประถมและมัธยมต้องได้มีเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมงในทุกวันที่มีการเรียนการสอน นอกจากนี้ ยังสั่งห้ามโรงเรียนอนุบาลนำเนื้อหาหรือวิธีการสอนของชั้นประถมมาใช้สอนล่วงหน้าโดยเด็ดขาด รวมถึงสั่งห้ามโรงเรียนจัดการสอบบ่อยเกินความจำเป็นเพื่อลดภาระที่หนักเกินไปสำหรับเด็ก

    ในส่วนของโรงเรียนประถมและมัธยมถูกยังถูกสั่งห้ามจัดสอบทุกประเภทที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน และห้ามโรงเรียนให้รางวัลหรือลงโทษครูผู้สอนโดยใช้คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนมาเป็นตัวชี้วัด ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังเน้นย้ำว่าโรงเรียนจะต้องไม่ริดรอนเวลาพักของเด็กไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยสั่งห้ามกักตัวเด็กไม่ให้ออกจากห้องเรียนในช่วงเวลาพักอย่างเด็ดขาด

    นโยบายดังกล่าวนี้สอดคล้องกับการผลักดันของรัฐบาลจีน ที่เริ่มแนะนำให้โรงเรียนเพิ่มวันหยุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มเติมจากการปิดเทอมภาคฤดูร้อนและภาคฤดูหนาวตามปกติ 

    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาการบินเสฉวนตะวันตกเฉียงใต้เพิ่งประกาศผ่านทาง WeChat ถึงการจัดวันหยุดภาคฤดูใบไม้ผลิ 6 วัน ระหว่างวันที่ 1-6 เมษายนนี้  ภายใต้ธีม “จงออกไปชมดอกไม้และดื่มด่ำกับความรัก” ซึ่งถือเป็นวิธีการเชิงสร้างสรรค์ของภาครัฐที่ทำไปเพื่อหวังจะส่งเสริมการแต่งงานให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศไปพร้อมกัน.

    ที่มา: Reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2922957&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xWZaLbom8lv22QBYlEzFn

  • นักวิทย์เฉลยแล้ว! ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่า “สุขภาพดี” เช็กด่วนอยู่ในเกณฑ์ไหม?

    นักวิทย์เฉลยแล้ว! ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่า “สุขภาพดี” เช็กด่วนอยู่ในเกณฑ์ไหม?

    นักวิทยาศาสตร์เผยความถี่ที่เหมาะสม “การขับถ่าย” ของคนสุขภาพดีควรเป็นอย่างไร

    ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เหมาะสมในการขับถ่ายอุจจาระในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนสภาวะสุขภาพโดยรวมของร่างกายและระบบการทำงานภายในที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก

    ข้อมูลจาก UNILAD รายงานผลการศึกษาในปี 2567 ซึ่งทำการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,425 ราย โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมการใช้ห้องน้ำในแต่ละวันของกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี (ไม่มีประวัติโรคระบบทางเดินอาหารหรือโรคไต) เพื่อหาค่าเฉลี่ยที่เรียกว่า “โซนทองคำ” หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับถ่าย

    ฌอน กิบบอนส์ นักจุลชีววิทยาจากสถาบัน ISB หนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ระบุว่าความถี่ในการขับถ่ายส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายทั้งหมด และความถี่ที่ผิดปกติอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการพัฒนาไปสู่โรคเรื้อรังได้ ดังนั้นการเข้าใจและจัดการความถี่ให้เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีแม้ในกลุ่มประชากรที่ดูเหมือนจะแข็งแรงดีอยู่แล้วก็ตาม

    iStockphoto

    จากการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีสุขภาพดีที่สุดและไม่มีปัญหาเรื่องลำไส้ มีสถิติการขับถ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ถึง 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม หากใครที่ไม่ได้ถ่ายทุกวันแต่ยังอยู่ในช่วง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไปจนถึง 3 ครั้งต่อวัน ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ปกติ” ที่ยอมรับได้

    นักวิจัยได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบออกเป็น 4 ระดับตามความถี่ในการขับถ่าย ดังนี้:

    • กลุ่มท้องผูก: ขับถ่ายเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
    • กลุ่มปกติระดับต่ำ: ขับถ่าย 3-6 ครั้งต่อสัปดาห์
    • กลุ่มปกติระดับสูง: ขับถ่าย 1-3 ครั้งต่อวัน
    • กลุ่มท้องเสีย: ขับถ่ายตั้งแต่ 4 ครั้งต่อวันขึ้นไป และมักมีลักษณะอุจจาระเหลวเป็นน้ำ

    ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนที่มีความถี่ในการขับถ่ายน้อยกว่าปกตินั้นมักพบในกลุ่มผู้หญิง คนที่มีอายุน้อย และผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ อย่างไรก็ตาม หากความถี่ในการขับถ่ายหลุดออกจากช่วงปกติที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเกินไป อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีภาวะผิดปกติบางอย่างที่ควรได้รับการดูแลหรือปรึกษาแพทย์

    แหล่งอ้างอิง

    1. UNILAD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9880462/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UWcfCACo02trioLsCYuDn

  • ย้อนรอย ตึกสตง.ถล่ม 1 ปีกับความอัปยศ การสืบสวนข้อเท็จจริงยังไร้คำตอบ จึงเกิดสูญเสียซ้ำซาก

    ย้อนรอย ตึกสตง.ถล่ม 1 ปีกับความอัปยศ การสืบสวนข้อเท็จจริงยังไร้คำตอบ จึงเกิดสูญเสียซ้ำซาก

    27 มี.ค.2569 – ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม” มีเนื้อหาดังนี้

    สำหรับผม ในฐานะ “วิศวกรไทย” กรณีตึกสตง.ถล่ม คือ “ความอับอาย” ทางวิศวกรรมครั้งใหญ่ที่ใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย
    .
    แต่ สำหรับประชาชนคนไทย มันยิ่งกว่านั้น มันคือ “ความอัปยศ” ที่สะท้อนความเน่าเฟะ ของ “ระบบราชการ” และ “การคอร์รัปชัน” ที่ฝังลึก เข้าแกน “สันหลัง” ของชาติ จน “ล้มตึก 30 ชั้น” ลงสู่ซากปรักหักพัง คร่าชีวิตร่วมเกือบร้อยศพ จากการสั่นไหวของแผ่นดินไหว ที่ห่างไปมากกว่า 1,000 กิโลเมตร
    .
    ใช่ครับ! ตึกสตง. ครองสถิติอัปยศของโลก ทั้งเป็น “ตึกสูงที่สุด” ที่พังจากแผ่นดินไหว และ “ไกลที่สุด” จากศูนย์กลางแผ่นดินไหว
    .
    ตามหลักการ แทบเป็นไปไม่ได้ แต่ “เป็นไปแล้ว” ที่นี่กรุงเทพมหานคร ที่นี่ประเทศไทย
    .
    หนึ่งปีหายไป กับการ “รอคำตอบ” ชัดๆ แต่กลับ “เงียบ”
    .
    ดูเหมือนว่า สตง. จะแจ้งแก่สังคมว่า “ตึกถล่ม เพราะแผ่นดินไหว” สร้างความ “งุนงง” เหมือนจะส่งสัญญาณบอกว่า มีตึกเดียวมั้ง? ที่โดนแผ่นดินจงใจสั่นไหว ทั้งที่ตึกอื่นก็โดนเหมือนกัน แต่ทำไมเขาไม่ถล่ม!
    .
    หากจำได้ ผมน่าจะเป็น “คนแรกๆ” ที่เสียงดัง กล้าบอกแก่สังคมว่า “ตึกไม่ปกติ” ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ตึกถล่ม แบบไม่ลังเล ไม่กลัวเสียคน
    .
    แต่วันนี้ ที่ไม่ปกติ ยิ่งกว่าตึกสตง. คือ “การสืบสวน” หาข้อเท็จจริง ว่าเกิดอะไรขึ้น? และ ใคร? เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิด “ความสูญเสีย” และ “ความอัปยศ” เกิดขึ้นในประเทศไทย แบบไม่สามารถลบจากประวัติศาสตร์ยุคใหม่ได้
    .
    สั่งจับ สั่งขัง วิศวกร เจ้าของบริษัทก่อสร้าง และบริษัทออกแบบ ดูเหมือนว่าจะเอาจริง แต่สุดท้ายสาวไปไม่ถึง “ตัวบงการ” ต้นตอของ “จุดตาย” ว่าใคร คือ “ไอ้โม่ง” สั่งแก้แบบ ว่าใครจงใจลดสเปกของ ว่าใครยอมให้ “ผู้รับเหมาด้อยคุณภาพ” แฝงตัวมาร่วมรับงานกับบริษัทใหญ่
    .
    เงียบ…ไม่มีคำตอบ ให้คนไทย
    .
    ยิ่งเจ็บใจ เมื่อหลักฐาน “หายไป” ตั้งแต่การรื้อถอน ที่ไม่มี “เจ้าภาพ” มาเก็บหลักฐานอย่างมี “มาตรฐาน” การเข้าไปเก็บ “ตัวอย่างเหล็ก” แบบดุ่มๆ ทั้งที่ผมก็เตือนอย่างสุภาพไปแล้ว สุดท้ายนอกจาก พิสูจน์อะไรไม่ได้ ยังถูกบริษัทเหล็กฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายนับพันล้าน เศร้า…
    .
    ขณะที่การตรวจสอบ “อาคารเสี่ยง” ในกรุงเทพมหานคร ก็ตื่นเต้นทำกันไม่กี่วัน แล้วเลิก สุดท้ายไม่รู้เลยว่า ตึกไหนปลอดภัย ตึกไหนไม่ปลอดภัย หรือต้องปรับปรุง เพราะแผ่นดินไหว “มาอีกแน่” และมาแบบไม่รู้ตัวอีก คราวหน้าอาจหนักยิ่งกว่า แรงกว่า สูญเสียมากกว่า!
    .
    กฏกทม. และพรบ.ควบคุมอาคาร ยังไม่ได้รับการปรับปรุง บังคับใช้ ให้ทันสมัย เพื่อพร้อมรับมือ “ภัยแผ่นดินไหว” ที่จะหนักกว่าเดิม
    .
    เพราะรอยเลื่อน “ด่านเจดีย์สามองค์” และ “ศรีสวัสดิ์” แถวกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ใกล้กรุงเทพนิดเดียว นอนเงียบสงบมานาน เงียบแบบน่าสงสัย รอวันตื่น จะสะท้าน สะเทือนถึงเมืองหลวง เป็นภัยใหญ่หลวง ที่ไม่มีการเตรียมตัว เสียวสันหลัง ไม่กล้าคิด
    .
    ผมเครียดแทนคนกรุง ไม่รู้เสียดีกว่า…
    .
    หนึ่งปีตึกสตง.ถล่ม จึงเป็น “ความล้มเหลว” ที่ไม่อาจยอมรับได้ ทั้งเรื่อง “การหาความจริง” และ “การถอดบทเรียน”
    .
    สุดท้าย ความสูญเสีย “ซ้ำซาก” อย่างที่คุณเห็น “เครนถล่มที่สีคิ้ว” และ “เครนถล่มที่ถนนพระราม 2” และคงได้เห็นอีก หากสังคมไทย ทำเป็น “ลืม” เหตุการณ์ตึกสตง.ถล่ม เพราะ “คนผิดยังลอยนวล” และ “คนไทยยังตายฟรี”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/970421/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Atmf0WQeOUzaLOReAlTY2

  • ‘สุดาวรรณ’ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่าน ‘นิกร โสมกลาง’ นั่งแทน | เดลินิวส์

    ‘สุดาวรรณ’ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่าน ‘นิกร โสมกลาง’ นั่งแทน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ภายหลังการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อนั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วไม่ผ่าน โดยตำแหน่งดังกล่าวยังเป็นโควตาของ น.ส.สุดาวรรณ 

    ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครั้งนี้จะมีการส่งนายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา ในฐานะคนใกล้ชิด เข้ารับตำแหน่งแทน โดยจะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาลในวันเดียวกันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5725442/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Qu8j2UGjmwxXSSKXX834E

  • ตอกย้ำความเป็นเลิศ! จุฬาฯ คว้าอันดับ1ของไทย 46สาขาวิชา Top100 ของโลก 8สาขาวิชา

    ตอกย้ำความเป็นเลิศ! จุฬาฯ คว้าอันดับ1ของไทย 46สาขาวิชา Top100 ของโลก 8สาขาวิชา

    วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.26 น.

    จุฬาฯ ตอกย้ำความเป็นเลิศระดับโลก คว้าอันดับ 1 ของไทย 46 สาขาวิชา Top 100 ของโลก 8 สาขาวิชา และทะยานสู่ Top 200 ของโลกถึง 37 สาขาวิชา จาก QS World University Rankings by Subject 2026

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศและระดับสากลอีกครั้ง กับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกตามสาขาวิชา “QS World University Rankings by Subject ประจำปี 2026” ซึ่งในปีนี้ จุฬาฯ ได้รับการประเมินและจัดอันดับรวมทั้งสิ้น ถึง 60 สาขาวิชา ผลลัพธ์ในปี 2026  สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยที่แข็งแกร่ง โดยมีสถิติที่น่าภาคภูมิใจ ดังนี้

    – ครองอันดับ 1 ของประเทศไทย มากถึง 46 สาขาวิชา
    – ติดอันดับชั้นนำระดับโลก (Top 200 ของโลก) ถึง 37 สาขาวิชา
    – สาขาวิชาที่โดดเด่นระดับโลก (Top 100 ของโลก)

    ในปีนี้ จุฬาฯ มีสาขาวิชาที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวเข้าสู่ 100 อันดับแรกของโลกหลายสาขา ได้แก่

    • Dentistry (อันดับ 32 ของโลก)
    • Engineering – Petroleum (อันดับ 65 ของโลก)
    • Engineering – Mineral & Mining (อันดับ 71 ของโลก)
    • Veterinary Science (อันดับ 71 ของโลก)
    • Performing Arts (อันดับ 75 ของโลก)
    • Development Studies (อันดับ 89 ของโลก)
    • Hospitality & Leisure Management (อันดับ 91 ของโลก)
    • English Language & Literature (อันดับ 98 ของโลก)

     ความเป็นเลิศในระดับกลุ่มสาขาวิชา (Broad Subject)  ไม่เพียงแต่สาขาวิชาเฉพาะทางเท่านั้น แต่ในระดับกลุ่มสาขาวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 200 ของโลก ถึง 4 กลุ่มสาขาหลัก ได้แก่

    • Arts & Humanities (อันดับ 118 ของโลก)
    • Social Sciences & Management (อันดับ 141 ของโลก)
    • Life Sciences & Medicine (อันดับ 157 ของโลก)
    • Engineering & Technology (อันดับ 194 ของโลก)

    ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างสรรค์งานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงระดับสากล ตลอดจนการได้รับการยอมรับจากทั้งแวดวงวิชาการระดับโลก และจากผู้จ้างงานอย่างต่อเนื่อง

    ติดตามผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS World University Rankings by Subject 2026 เพิ่มเติมได้ที่ https://www.topuniversities.com/world-university-rankings

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/955053&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q0TsrKyyaehGmnIK72tAV

  • เปิดค่าเทอม ม.รังสิต 2569 ตลอดหลักสูตร เรียนแต่ละคณะ ต้องจ่ายเท่าไร

    เปิดค่าเทอม ม.รังสิต 2569 ตลอดหลักสูตร เรียนแต่ละคณะ ต้องจ่ายเท่าไร

    เปิดค่าเทอม “มหาวิทยาลัยรังสิต” ปีการศึกษา 2569 นักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ต้องเตรียมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรเท่าไร

    ใครที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้องๆ Dek69 ที่ตั้งเป้าเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปดูค่าเทอมของ “มหาวิทยาลัยรังสิต” อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีคนดังมากความสามารถเป็นศิษย์เก่าจำนวนมาก เพื่อมาดูกันว่า “นักศึกษาใหม่” ระดับปริญญาตรี แต่ละคณะจะต้องเตรียมค่าเล่าเรียนแบบประมาณการตลอดหลักสูตรเท่าไรบ้าง

    ค่าเทอม “มหาวิทยาลัยรังสิต” ปีการศึกษา 2569

    วิทยาลัยแพทยศาสตร์

    • แพทยศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 4,800,000 บาท 

    วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ (Bilingual)

    • ทันตแพทยศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 5,400,000 บาท
      (วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ มีค่าอุปกรณ์การศึกษา อีกประมาณ 650,000 บาท)

    วิทยาลัยเภสัชศาสตร์

    • สาขาวิชาบริบาลทางเภสัชกรรม ประมาณการตลอดหลักสูตร 1,863,700 บาท
    • สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 1,839,700 บาท

    คณะพยาบาลศาสตร์

    • สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 791,000 บาท
    • สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (2.5 ปี) ประมาณการตลอดหลักสูตร 663,100 บาท

    คณะรังสีเทคนิค

    • สาขาวิชารังสีเทคนิค ประมาณการตลอดหลักสูตร 622,000 บาท

    คณะเทคนิคการแพทย์

    • สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 629,800 บาท

    วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก

    • สาขาวิชาการแพทย์แผนตะวันออก ประมาณการตลอดหลักสูตร 553,900 บาท
    • สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย ประมาณการตลอดหลักสูตร 616,300 บาท
    • สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน ประมาณการตลอดหลักสูตร 968,200 บาท

    คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา

    • สาขาวิชากายภาพบำบัด ประมาณการตลอดหลักสูตร 557,900 บาท
    • สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและสมรรถภาพทางการกีฬา ประมาณการตลอดหลักสูตร 424,100 บาท
    • สาขาวิชาชรัณสุขศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 402,300 บาท

    คณะวิทยาศาสตร์

    • สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 424,900 บาท

    วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์

    • สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 498,000 บาท

    คณะทัศนมาตรศาสตร์

    • สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 818,500 บาท

    คณะเทคโนโลยีอาหาร

    • สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 380,500 บาท
    • สาขาวิชาธุรกิจอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 304,800 บาท

    คณะนวัตกรรมเกษตร

    • สาขาวิชานวัตกรรมเกษตร ประมาณการตลอดหลักสูตร 352,600 บาท

    วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี

    • สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 328,900 บาท
    • สาขาวิชานวัตกรรมดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 328,400 บาท
    • สาขาวิชาสารสนเทศการลงทุน ประมาณการตลอดหลักสูตร 310,700 บาท
    • สาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและอีสปอร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 334,300 บาท
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสังคม ประมาณการตลอดหลักสูตร 324,000 บาท

    วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์

    • สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 411,700 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี ประมาณการตลอดหลักสูตร 384,800 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ประมาณการตลอดหลักสูตร 394,000 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ประมาณการตลอดหลักสูตร 415,600 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่และมอเตอร์สปอร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 394,000 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ประมาณการตลอดหลักสูตร 414,800 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 386,300 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง ประมาณการตลอดหลักสูตร 361,400 บาท
    • สาขาวิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน ประมาณการตลอดหลักสูตร 757,600 บาท

    สถาบันการบิน

    • สาขาวิชานักบินพาณิชย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 2,816,800 บาท 

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

    • สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร457,400 บาท

    วิทยาลัยการออกแบบ

    • สาขาวิชาศิลปะภาพถ่ายและมีเดียอาร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 381,400 บาท
    • สาขาวิชาการออกเเบบภายใน ประมาณการตลอดหลักสูตร 377,200 บาท
    • สาขาวิชาการออกเเบบนิเทศศิลป์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 347,700 บาท
    • สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 420,900 บาท
    • สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 393,500 บาท

    คณะดิจิทัลอาร์ต

    • สาขาวิชาคอมพิวเตอร์อาร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 410,400 บาท

    วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ

    • สาขาวิชานวัตกรรมบริการธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมและไมซ์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 316,500 บาท
    • สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบินและการขนส่ง ประมาณการตลอดหลักสูตร 296,600 บาท
    • สาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 427,400 บาท
    • Tourism, Hospitality and Sport ประมาณการตลอดหลักสูตร 431,000 บาท

    วิทยาลัยกีฬา

    • สาขาวิชากีฬากอล์ฟ ประมาณการตลอดหลักสูตร 530,000 บาท

    วิทยาลัยบริหารธุรกิจ

    • สาขาวิชาการตลาดดิจิทัลและนวัตกรรมการค้าปลีก ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการจัดการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการเงินและการลงทุน ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการบริหารธุรกิจเกษตรและอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท

    คณะบัญชี

    • สาขาวิชาการบัญชี ประมาณการตลอดหลักสูตร 284,300 บาท

    คณะเศรษฐศาสตร์

    • สาขาวิชาเศรษฐกิจดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 282,300 บาท

    วิทยาลัยศิลปศาสตร์

    • สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ประมาณการตลอดหลักสูตร 291,100 บาท
    • สาขาวิชาภาษาจีน ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,200 บาท
    • สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 285,100 บาท
    • สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,400 บาท
    • สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส ประมาณการตลอดหลักสูตร 279,100 บาท
    • สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี ประมาณการตลอดหลักสูตร 290,100 บาท

    วิทยาลัยนิเทศศาสตร์

    • สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์มัลติเเพลตฟอร์ม ประมาณการตลอดหลักสูตร 317,900 บาท
    • สาขาวิชาการสร้างสรรค์อีเว้นท์และประชาสัมพันธ์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 299,400 บาท
    • สาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 308,900 บาท
    • สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 311,200 บาท
    • สาขาวิชาสื่อสารการแสดง ประมาณการตลอดหลักสูตร 307,600 บาท
    • สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดดิจิทัลและแบรนด์ดิ้ง ประมาณการตลอดหลักสูตร 306,900 บาท
    • สาขาวิชามัลติมีเดีย ประมาณการตลอดหลักสูตร 317,400 บาท
    • สาขาวิชานิเทศศาสตร์การกีฬา ประมาณการตลอดหลักสูตร 307,900 บาท
    • สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และซีรีส์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 325,400 บาท
    • สาขาวิชาการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 298,900 บาท
    • Communications Arts ประมาณการตลอดหลักสูตร 440,000 บาท

    คณะนิติศาสตร์

    • สาขาวิชานิติศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,700 บาท
    • สาขาวิชานิติศาสตร์ (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต ปริญญาที่ 2) ประมาณการตลอดหลักสูตร 126,000 บาท
    • สาขาวิชานิติศาสตร์ (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต 4 ปี) ประมาณการตลอดหลักสูตร 180,000 บาท

    วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม

    • สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ประมาณการตลอดหลักสูตร 278,300 บาท
    • สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต) ประมาณการตลอดหลักสูตร 180,000 บาท

    คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม

    • สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 352,200 บาท
    • สาขาวิชาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม ประมาณการตลอดหลักสูตร 288,400 บาท

    คณะรัฐศาสตร์

    • สาขาวิชารัฐศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 289,200 บาท

    วิทยาลัยดนตรี

    • สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 504,600  บาท

    ปริญาตรีหลักสูตรนานาชาติ

    International College

    • International Business ประมาณการตลอดหลักสูตร 456,400 บาท
    • Information and Communication Technology ประมาณการตลอดหลักสูตร 531,000 บาท

    School of Diplomacy and International Studies

    • International Relations and Development ประมาณการตลอดหลักสูตร 438,400 บาท

    International Chinese College

    • International Business Management ประมาณการตลอดหลักสูตร 780,000 บาท

    รายละเอียดและประมาณค่าใช้จ่าย แรกเข้าและตลอดหลักสูตร คลิก

    (ติดตาม ข่าวการศึกษา ทั้งหมดที่นี่)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2922494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LzmvAoHG2KfKVWJ0D2qHm

  • “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.

    “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.

    “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.

    “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี

    สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจงรายละเอียดการศึกษาดูงานต่างประเทศโดยระบุว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด โดยได้ดำเนินการจัดหลักสูตรการศึกษาอบรมให้แก่บุคลากรภายใน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการบริหารและขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหลักสูตรการศึกษาอบรมให้แก่บุคลากรภายนอก 

    FB/สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
    สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ

    เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักนิติธรรม หลักประชาธิปไตยหลักสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหลักการเสริมสร้างกระบวนทัศน์สำหรับผู้นำในสังคมประชาธิปไตย ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามหลักสูตรดังกล่าว จึงกำหนดให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมได้ศึกษาดูงาน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

    ต่อมามีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ให้ทุกส่วนราชการงดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของทุกหลักสูตร นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐในสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงมีแนวโน้มสูงมากขึ้น และสามารถนำงบประมาณที่เหลือไปใช้ในแผนงาน/โครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปได้

     อีกทั้งกระทรวงการคลังได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 แจ้งการอนุมัติให้หน่วยงานราชการสามารถเบิกค่าใช้จ่าย กรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศได้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จึงได้ยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานตามหลักสูตรข้างต้น ณ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2569 และประเทศจอร์เจียและสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 14-24 พฤษภาคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/271796&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xyMWEMB-4ogf957FFX7Mj