อาร็อคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน กรณีการโจมตีโรงเรียน “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิเบะฮ์” ที่เมืองมีนาบว่า :
อิหร่านในวันนี้กำลังอยู่ท่ามกลางสงครามที่ผิดกฎหมายซึ่งถูกยัดเยียดโดยสองระบอบที่มีอาวุธนิวเคลียร์และใช้อำนาจบีบบังคับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
🔹สงครามเชิงรุกรานนี้ ขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง และโหดร้ายอย่างยิ่ง
🔹พวกเขาเริ่มการรุกรานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (9 อิสฟันด์ 1404 ตามปฏิทินอิหร่าน)
ในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ในกระบวนการทางการทูตเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่สหรัฐฯ กล่าวอ้างเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน นี่เป็นครั้งที่สองในรอบ 9 เดือน ที่พวกเขาทำลายโต๊ะเจรจา และทรยศต่อการทูต
🔹หนึ่งในภาพที่น่าสยดสยองที่สุดของการรุกรานครั้งนี้คือการโจมตีอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอนต่อโรงเรียนประถม “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิบะฮ์” ในเมืองมีนาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน
ซึ่งมีนักเรียนและครูกว่า 175 คน ถูกสังหารอย่างจงใจและโหดเหี้ยม
🔹การโจมตีอันป่าเถื่อนนี้ เป็นเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนหายนะร้ายแรงยิ่งกว่าไว้เบื้องล่างรวมถึงการทำให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดกลายเป็นเรื่องปกติและการก่ออาชญากรรมในบรรยากาศของ “การลอยนวลพ้นผิด” อย่างสมบูรณ์
ท่านประธาน
🔹ในยุคที่ผู้รุกรานอย่างสหรัฐฯ และอิสราเอล อ้างว่ามีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบข้อมูลที่แม่นยำที่สุดไม่มีใครสามารถเชื่อได้ว่า การโจมตีโรงเรียนแห่งนี้เป็นเพียงความผิดพลาด มันคือการกระทำที่ตั้งใจและวางแผนล่วงหน้า การโจมตีโรงเรียนนี้ถือเป็น “อาชญากรรมสงคราม” และ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ซึ่งต้องได้รับการประณามอย่างชัดเจน และผู้กระทำต้องถูกนำมารับผิดโดยไม่มีข้อคลุมเครือ
🔹โศกนาฏกรรมนี้ ไม่อาจอธิบาย ไม่อาจปกปิด และไม่ควรถูกตอบด้วยความเงียบหรือความเฉยเมยมันไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่ความผิดพลาดในการคำนวณ คำกล่าวที่ขัดแย้งกันของสหรัฐฯ ไม่สามารถลบล้างความรับผิดชอบนี้ได้
🔹การประณามการโจมตีสถานที่พลเรือนเช่นโรงเรียนไม่ใช่เพียงหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่เป็นความจำเป็นทางศีลธรรมของมนุษยชาติ เพราะ “มโนธรรม” ของเราจะตัดสินเรา ลึกยิ่งกว่าศาลใด ๆ
ท่านผู้แทนที่เคารพ
🔹โรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่เหยื่อรายเดียวในช่วง 27 วันที่ผ่านมา มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและรุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน
🔹โรงเรียนมากกว่า 600 แห่งทั่วอิหร่าน ถูกทำลายหรือเสียหาย นักเรียนและครูกว่า 1,000 คน เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ
🔹ผู้รุกรานที่ประกาศอย่างหยิ่งผยองว่า “จะไม่มีความเมตตา”ยังโจมตีโรงพยาบาล รถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย โรงกลั่นน้ำมัน แหล่งน้ำ และพื้นที่อยู่อาศัย
🔹คำว่า “อาชญากรรมสงคราม” หรือ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”อาจยังไม่เพียงพอจะอธิบายความรุนแรงของสิ่งที่เกิดขึ้นรูปแบบการโจมตีและคำพูดของพวกเขา ชี้ให้เห็นถึง “เจตนาในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” อย่างชัดเจน
เพื่อนร่วมงานที่เคารพ
🔹สงครามที่ไม่ยุติธรรมนี้เป็นผลโดยตรงจากความเงียบต่อความอยุติธรรมในอดีตทั้งในปาเลสไตน์ เลบานอน และที่อื่น ๆความเฉยเมยต่อความอยุติธรรมไม่เคยนำมาซึ่งสันติภาพ
มีแต่จะนำไปสู่ความไม่มั่นคงที่ลึกขึ้น
🔹องค์การสหประชาชาติ และหลักการพื้นฐานของมันกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งทุกท่านต้องประณามผู้รุกรานอย่างชัดเจนและแสดงให้เห็นว่า “มโนธรรมของมนุษยชาติ” จะไม่ปล่อยให้พวกเขาลอยนวล
🔹อิหร่านไม่เคยต้องการสงครามประชาชนอิหร่านเป็นชนชาติที่รักสันติ และเป็นทายาทของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่แต่พวกเขามีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะปกป้องตนเองจากผู้รุกรานและการป้องกันนี้จะดำเนินต่อไป ตราบเท่าที่จำเป็น
ขอบคุณสำหรับความสนใจของท่าน
Category: วัฒนธรรม
-

อาร็อคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน กรณีการโจมตีโรงเรียน “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิเบะฮ์” ที่เมืองมีนาบว่า
-

กปภ. ส่งมอบปฏิทินเก่า ผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อผู้พิการทางการเห็น
กปภ. ส่งมอบปฏิทินเก่า ผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อผู้พิการทางการเห็น
วันนี้, 15:47น.

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งมอบปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าจากโครงการ “ปฏิทินเก่าให้เรานะ” ให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำไปผลิตหนังสืออักษรเบรลล์ พร้อมชวนบริจาคขวด PET และบริจาคสมทบทุน เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางการเห็นอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า กปภ. ได้ดำเนินโครงการ “ปฏิทินเก่าให้เรานะ” ซึ่งเป็นกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เป็นประจำทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของ กปภ. ทั่วประเทศ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงลูกค้าประชาชน ร่วมบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังคงอยู่ในสภาพดี เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่างคุ้มค่า โดยส่งมอบให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นำไปจัดทำหนังสืออักษรเบรลล์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางการเห็นอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่าย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการกำจัดขยะ
ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการขอรับบริจาคปฏิทินเก่า กปภ. ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคขวดพลาสติก PET ที่ทำความสะอาดแล้ว เพื่อนำไปผลิตสื่อการเรียนรู้ 3 มิติ อาทิ รูปสัตว์และสิ่งของต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการสัมผัส รวมถึงสมทบทุนจัดพิมพ์หนังสือนิทานสำหรับเด็กผู้พิการทางการเห็น ซึ่งจะส่งมอบให้โรงเรียนสอนคนตาบอด 16 แห่งทั่วประเทศ ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับนักเรียนมากถึง 2,000 คน โดยโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาปากเกร็ด ชื่อบัญชี “ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด” เลขที่บัญชี 123-1-42148-7 และสามารถนำยอดเงินบริจาคไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ทั้งนี้ กปภ. จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพและขยายการให้บริการน้ำประปาให้ทั่วถึง พร้อมสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเท่าเทียมในทุกมิติ
_copy.jpg)
_copy.jpg)
_copy.jpg)
_copy.jpg)
_copy.jpg)
_copy.jpg)
_copy.jpg)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160327&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hlEfghmoehahT0I7fFdBv -

‘รอง ผอ.สพม.บุรีรัมย์’ ไล่ตะเพิดนักข่าว ฉุนเขียนข่าวไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องครูหื่น | เดลินิวส์
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร้องสื่อว่าลูกสาวถูกครูพละ อายุ 54 ปี ลวนลามหลายครั้งแบบไม่เลือกสถานที่ แม้แต่นั่งอยู่กับเพื่อนข้างโรงอาหาร เผยถ้าไม่ยอมทำตามเจอขู่ไม่ให้แก้ ร. แจก 0 เรียนไม่จบ แต่ทางผู้บริหารไม่ได้สนใจ ทั้งที่ครูที่ปรึกษาเอาคลิปและหลักฐานการแชตไปมอบให้ เชื่อมีเหยื่อโดนกระทำอีกเพียบ ต่อมาตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับครูดังกล่าว “อนาจารต่อหน้าธารกำนัล มีอัตราโทษระบุว่าผู้ใดกระทำอนาจารบุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยใช้กำลัง ขู่เข็ญ ทำให้อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลอื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดมีรายงานว่า พ่อและแม่นักเรียนที่ถูกอนาจาร เข้าไปยื่นหนังสือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อให้เขตพื้นที่การศึกษาทำโทษทางวินัยร้ายแรง หลังจากก่อนหน้านี้ให้เพียงพักราชการ
ขณะที่พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหาย เล่าว่า ถึงตอนนี้สบายใจขึ้น ที่มีหลายหน่วยงานให้ความสนใจ แต่เกรงว่าการทำโทษอาจจะเอื้อประโยชน์ให้กันจากพักราชการได้ไม่นาน แล้วเข้ามารับราชการคืนเหมือนที่เคยทำกัน ฝากถึงหน่วยงานช่วยเอาใจใส่เรื่องนี้
ชาวบ้านบุรีรัมย์รุมแฉครูพละหื่น ลวนลามนร.หญิงทุกคนรู้หมดยกเว้นเขตการศึกษา
ด้านโลกโซเชียลต่างออกมาให้กำลังใจครูที่ปรึกษาและน้องนักเรียนหญิงที่ถูกอนาจาร หลังจากมีครูกลุ่มหนึ่งออกมาต่อต้านพาเด็กไปแจ้งความ โดยเฉพาะข้อมูลต่างที่หลุดออกไป เนื่องจากก่อนหน้านี้มีครูชายในโรงเรียนกระทำกับเด็กหลายคนแต่ไม่เป็นข่าว
แต่จากการสอบถามแหล่งข่าว ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีคุณครูที่กระทำอนาจารกับเด็กแล้วถูกออกราชการไปแล้ว 1 คน และวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็มีครูวิชาศิลปะพาเด็กนักเรียนไปล่วงละเมิดที่สันอ่างเก็บน้ำในตัว อ.ลำปลายมาศ แต่ทั้งหมดไม่เป็นข่าว นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุอีกว่ายังมีครูชายอีก 4 คนในโรงเรียน ที่กระทำในลักษณะเดียวกัน แต่ยังลอยนวลอยู่
ทั้งนี้ระหว่างที่พ่อและแม่เด็กหญิงผู้เสียหาย เข้าไปยื่นหนังสื่อต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวได้ถูกรอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ไม่ให้ถ่ายภาพ พร้อมกับไล่ออกจากห้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่พอใจที่สื่อกล่าวหาว่าไม่ให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เกิดเรื่อง
และล่าสุดได้มีคลิปหลุดการทำโทษของครูท่านหนึ่งโรงเรียนเดียวกัน ทำโทษเด็กนักเรียนด้วยการหักนิ้วทั้งห้องเรียน ผู้ปกครองส่วนหนึ่งไม่พอใจจึงนำภาพมาร้องเรียนต่อสื่ออีก.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5725904/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bifl7bC2w6WvRvn6zUc3x -

จีนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ออกนโยบายลดการบ้าน-ห้ามกักตัวเด็กช่วงพัก มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน
กระทรวงศึกษาธิการจีนประกาศนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ สั่งห้ามโรงเรียนสั่งการบ้านเกินพอดีและห้ามเบียดบังเวลาพักของนักเรียน ลดค่านิยมการเรียนหนัก มุ่งฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพจิตเยาวชน
กระทรวงศึกษาธิการของจีนประกาศกรอบนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญ ในวันนี้ (27 มี.ค.) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน โดยสั่งห้ามโรงเรียนมอบหมายการบ้านในปริมาณที่มากเกินพอดี และห้ามนำเวลาพักของนักเรียนไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างเด็ดขาด
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นความพยายามในการปรับเปลี่ยนทัศนคติครั้งยิ่งใหญ่ของสังคมจีนที่จากเดิมเคยมุ่งเน้นให้เด็กต้องเรียนหนักและทำคะแนนให้ดีเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการเพียงอย่างเดียว
นโยบายใหม่นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดแรงกดดันทางการเรียนและแก้ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาระการบ้านที่หนักอึ้งเป็นปัญหาเรื้อรังที่พบได้ทั่วประเทศ ส่งผลให้นักเรียนพักผ่อนไม่เพียงพอ จนนำไปสู่ภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทางการจึงสั่งให้โรงเรียนควบคุมปริมาณการบ้านอย่างเข้มงวด
พร้อมกำหนดให้นักเรียนระดับประถมและมัธยมต้องได้มีเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมงในทุกวันที่มีการเรียนการสอน นอกจากนี้ ยังสั่งห้ามโรงเรียนอนุบาลนำเนื้อหาหรือวิธีการสอนของชั้นประถมมาใช้สอนล่วงหน้าโดยเด็ดขาด รวมถึงสั่งห้ามโรงเรียนจัดการสอบบ่อยเกินความจำเป็นเพื่อลดภาระที่หนักเกินไปสำหรับเด็ก
ในส่วนของโรงเรียนประถมและมัธยมถูกยังถูกสั่งห้ามจัดสอบทุกประเภทที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน และห้ามโรงเรียนให้รางวัลหรือลงโทษครูผู้สอนโดยใช้คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนมาเป็นตัวชี้วัด ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังเน้นย้ำว่าโรงเรียนจะต้องไม่ริดรอนเวลาพักของเด็กไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยสั่งห้ามกักตัวเด็กไม่ให้ออกจากห้องเรียนในช่วงเวลาพักอย่างเด็ดขาด
นโยบายดังกล่าวนี้สอดคล้องกับการผลักดันของรัฐบาลจีน ที่เริ่มแนะนำให้โรงเรียนเพิ่มวันหยุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มเติมจากการปิดเทอมภาคฤดูร้อนและภาคฤดูหนาวตามปกติ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาการบินเสฉวนตะวันตกเฉียงใต้เพิ่งประกาศผ่านทาง WeChat ถึงการจัดวันหยุดภาคฤดูใบไม้ผลิ 6 วัน ระหว่างวันที่ 1-6 เมษายนนี้ ภายใต้ธีม “จงออกไปชมดอกไม้และดื่มด่ำกับความรัก” ซึ่งถือเป็นวิธีการเชิงสร้างสรรค์ของภาครัฐที่ทำไปเพื่อหวังจะส่งเสริมการแต่งงานให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศไปพร้อมกัน.
ที่มา: Reuters
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2922957&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xWZaLbom8lv22QBYlEzFn -

นักวิทย์เฉลยแล้ว! ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่า “สุขภาพดี” เช็กด่วนอยู่ในเกณฑ์ไหม?
นักวิทยาศาสตร์เผยความถี่ที่เหมาะสม “การขับถ่าย” ของคนสุขภาพดีควรเป็นอย่างไร
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เหมาะสมในการขับถ่ายอุจจาระในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนสภาวะสุขภาพโดยรวมของร่างกายและระบบการทำงานภายในที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก
ข้อมูลจาก UNILAD รายงานผลการศึกษาในปี 2567 ซึ่งทำการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,425 ราย โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมการใช้ห้องน้ำในแต่ละวันของกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี (ไม่มีประวัติโรคระบบทางเดินอาหารหรือโรคไต) เพื่อหาค่าเฉลี่ยที่เรียกว่า “โซนทองคำ” หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับถ่าย
ฌอน กิบบอนส์ นักจุลชีววิทยาจากสถาบัน ISB หนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ระบุว่าความถี่ในการขับถ่ายส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายทั้งหมด และความถี่ที่ผิดปกติอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการพัฒนาไปสู่โรคเรื้อรังได้ ดังนั้นการเข้าใจและจัดการความถี่ให้เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีแม้ในกลุ่มประชากรที่ดูเหมือนจะแข็งแรงดีอยู่แล้วก็ตาม
iStockphotoจากการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีสุขภาพดีที่สุดและไม่มีปัญหาเรื่องลำไส้ มีสถิติการขับถ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ถึง 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม หากใครที่ไม่ได้ถ่ายทุกวันแต่ยังอยู่ในช่วง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไปจนถึง 3 ครั้งต่อวัน ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ “ปกติ” ที่ยอมรับได้
นักวิจัยได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบออกเป็น 4 ระดับตามความถี่ในการขับถ่าย ดังนี้:
- กลุ่มท้องผูก: ขับถ่ายเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
- กลุ่มปกติระดับต่ำ: ขับถ่าย 3-6 ครั้งต่อสัปดาห์
- กลุ่มปกติระดับสูง: ขับถ่าย 1-3 ครั้งต่อวัน
- กลุ่มท้องเสีย: ขับถ่ายตั้งแต่ 4 ครั้งต่อวันขึ้นไป และมักมีลักษณะอุจจาระเหลวเป็นน้ำ
ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนที่มีความถี่ในการขับถ่ายน้อยกว่าปกตินั้นมักพบในกลุ่มผู้หญิง คนที่มีอายุน้อย และผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ อย่างไรก็ตาม หากความถี่ในการขับถ่ายหลุดออกจากช่วงปกติที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเกินไป อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีภาวะผิดปกติบางอย่างที่ควรได้รับการดูแลหรือปรึกษาแพทย์
แหล่งอ้างอิง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9880462/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UWcfCACo02trioLsCYuDn -

ย้อนรอย ตึกสตง.ถล่ม 1 ปีกับความอัปยศ การสืบสวนข้อเท็จจริงยังไร้คำตอบ จึงเกิดสูญเสียซ้ำซาก

27 มี.ค.2569 – ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม” มีเนื้อหาดังนี้
สำหรับผม ในฐานะ “วิศวกรไทย” กรณีตึกสตง.ถล่ม คือ “ความอับอาย” ทางวิศวกรรมครั้งใหญ่ที่ใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย
.
แต่ สำหรับประชาชนคนไทย มันยิ่งกว่านั้น มันคือ “ความอัปยศ” ที่สะท้อนความเน่าเฟะ ของ “ระบบราชการ” และ “การคอร์รัปชัน” ที่ฝังลึก เข้าแกน “สันหลัง” ของชาติ จน “ล้มตึก 30 ชั้น” ลงสู่ซากปรักหักพัง คร่าชีวิตร่วมเกือบร้อยศพ จากการสั่นไหวของแผ่นดินไหว ที่ห่างไปมากกว่า 1,000 กิโลเมตร
.
ใช่ครับ! ตึกสตง. ครองสถิติอัปยศของโลก ทั้งเป็น “ตึกสูงที่สุด” ที่พังจากแผ่นดินไหว และ “ไกลที่สุด” จากศูนย์กลางแผ่นดินไหว
.
ตามหลักการ แทบเป็นไปไม่ได้ แต่ “เป็นไปแล้ว” ที่นี่กรุงเทพมหานคร ที่นี่ประเทศไทย
.
หนึ่งปีหายไป กับการ “รอคำตอบ” ชัดๆ แต่กลับ “เงียบ”
.
ดูเหมือนว่า สตง. จะแจ้งแก่สังคมว่า “ตึกถล่ม เพราะแผ่นดินไหว” สร้างความ “งุนงง” เหมือนจะส่งสัญญาณบอกว่า มีตึกเดียวมั้ง? ที่โดนแผ่นดินจงใจสั่นไหว ทั้งที่ตึกอื่นก็โดนเหมือนกัน แต่ทำไมเขาไม่ถล่ม!
.
หากจำได้ ผมน่าจะเป็น “คนแรกๆ” ที่เสียงดัง กล้าบอกแก่สังคมว่า “ตึกไม่ปกติ” ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ตึกถล่ม แบบไม่ลังเล ไม่กลัวเสียคน
.
แต่วันนี้ ที่ไม่ปกติ ยิ่งกว่าตึกสตง. คือ “การสืบสวน” หาข้อเท็จจริง ว่าเกิดอะไรขึ้น? และ ใคร? เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิด “ความสูญเสีย” และ “ความอัปยศ” เกิดขึ้นในประเทศไทย แบบไม่สามารถลบจากประวัติศาสตร์ยุคใหม่ได้
.
สั่งจับ สั่งขัง วิศวกร เจ้าของบริษัทก่อสร้าง และบริษัทออกแบบ ดูเหมือนว่าจะเอาจริง แต่สุดท้ายสาวไปไม่ถึง “ตัวบงการ” ต้นตอของ “จุดตาย” ว่าใคร คือ “ไอ้โม่ง” สั่งแก้แบบ ว่าใครจงใจลดสเปกของ ว่าใครยอมให้ “ผู้รับเหมาด้อยคุณภาพ” แฝงตัวมาร่วมรับงานกับบริษัทใหญ่
.
เงียบ…ไม่มีคำตอบ ให้คนไทย
.
ยิ่งเจ็บใจ เมื่อหลักฐาน “หายไป” ตั้งแต่การรื้อถอน ที่ไม่มี “เจ้าภาพ” มาเก็บหลักฐานอย่างมี “มาตรฐาน” การเข้าไปเก็บ “ตัวอย่างเหล็ก” แบบดุ่มๆ ทั้งที่ผมก็เตือนอย่างสุภาพไปแล้ว สุดท้ายนอกจาก พิสูจน์อะไรไม่ได้ ยังถูกบริษัทเหล็กฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายนับพันล้าน เศร้า…
.
ขณะที่การตรวจสอบ “อาคารเสี่ยง” ในกรุงเทพมหานคร ก็ตื่นเต้นทำกันไม่กี่วัน แล้วเลิก สุดท้ายไม่รู้เลยว่า ตึกไหนปลอดภัย ตึกไหนไม่ปลอดภัย หรือต้องปรับปรุง เพราะแผ่นดินไหว “มาอีกแน่” และมาแบบไม่รู้ตัวอีก คราวหน้าอาจหนักยิ่งกว่า แรงกว่า สูญเสียมากกว่า!
.
กฏกทม. และพรบ.ควบคุมอาคาร ยังไม่ได้รับการปรับปรุง บังคับใช้ ให้ทันสมัย เพื่อพร้อมรับมือ “ภัยแผ่นดินไหว” ที่จะหนักกว่าเดิม
.
เพราะรอยเลื่อน “ด่านเจดีย์สามองค์” และ “ศรีสวัสดิ์” แถวกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ใกล้กรุงเทพนิดเดียว นอนเงียบสงบมานาน เงียบแบบน่าสงสัย รอวันตื่น จะสะท้าน สะเทือนถึงเมืองหลวง เป็นภัยใหญ่หลวง ที่ไม่มีการเตรียมตัว เสียวสันหลัง ไม่กล้าคิด
.
ผมเครียดแทนคนกรุง ไม่รู้เสียดีกว่า…
.
หนึ่งปีตึกสตง.ถล่ม จึงเป็น “ความล้มเหลว” ที่ไม่อาจยอมรับได้ ทั้งเรื่อง “การหาความจริง” และ “การถอดบทเรียน”
.
สุดท้าย ความสูญเสีย “ซ้ำซาก” อย่างที่คุณเห็น “เครนถล่มที่สีคิ้ว” และ “เครนถล่มที่ถนนพระราม 2” และคงได้เห็นอีก หากสังคมไทย ทำเป็น “ลืม” เหตุการณ์ตึกสตง.ถล่ม เพราะ “คนผิดยังลอยนวล” และ “คนไทยยังตายฟรี”———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/970421/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Atmf0WQeOUzaLOReAlTY2 -

‘สุดาวรรณ’ ตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีไม่ผ่าน ‘นิกร โสมกลาง’ นั่งแทน | เดลินิวส์
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ภายหลังการยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ปรากฏว่า น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อนั่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วไม่ผ่าน โดยตำแหน่งดังกล่าวยังเป็นโควตาของ น.ส.สุดาวรรณ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครั้งนี้จะมีการส่งนายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา ในฐานะคนใกล้ชิด เข้ารับตำแหน่งแทน โดยจะมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาลในวันเดียวกันนี้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5725442/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Qu8j2UGjmwxXSSKXX834E -

ตอกย้ำความเป็นเลิศ! จุฬาฯ คว้าอันดับ1ของไทย 46สาขาวิชา Top100 ของโลก 8สาขาวิชา
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.26 น.
จุฬาฯ ตอกย้ำความเป็นเลิศระดับโลก คว้าอันดับ 1 ของไทย 46 สาขาวิชา Top 100 ของโลก 8 สาขาวิชา และทะยานสู่ Top 200 ของโลกถึง 37 สาขาวิชา จาก QS World University Rankings by Subject 2026
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศและระดับสากลอีกครั้ง กับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกตามสาขาวิชา “QS World University Rankings by Subject ประจำปี 2026” ซึ่งในปีนี้ จุฬาฯ ได้รับการประเมินและจัดอันดับรวมทั้งสิ้น ถึง 60 สาขาวิชา ผลลัพธ์ในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยที่แข็งแกร่ง โดยมีสถิติที่น่าภาคภูมิใจ ดังนี้
– ครองอันดับ 1 ของประเทศไทย มากถึง 46 สาขาวิชา
– ติดอันดับชั้นนำระดับโลก (Top 200 ของโลก) ถึง 37 สาขาวิชา
– สาขาวิชาที่โดดเด่นระดับโลก (Top 100 ของโลก)ในปีนี้ จุฬาฯ มีสาขาวิชาที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวเข้าสู่ 100 อันดับแรกของโลกหลายสาขา ได้แก่
• Dentistry (อันดับ 32 ของโลก)
• Engineering – Petroleum (อันดับ 65 ของโลก)
• Engineering – Mineral & Mining (อันดับ 71 ของโลก)
• Veterinary Science (อันดับ 71 ของโลก)
• Performing Arts (อันดับ 75 ของโลก)
• Development Studies (อันดับ 89 ของโลก)
• Hospitality & Leisure Management (อันดับ 91 ของโลก)
• English Language & Literature (อันดับ 98 ของโลก)ความเป็นเลิศในระดับกลุ่มสาขาวิชา (Broad Subject) ไม่เพียงแต่สาขาวิชาเฉพาะทางเท่านั้น แต่ในระดับกลุ่มสาขาวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 200 ของโลก ถึง 4 กลุ่มสาขาหลัก ได้แก่
• Arts & Humanities (อันดับ 118 ของโลก)
• Social Sciences & Management (อันดับ 141 ของโลก)
• Life Sciences & Medicine (อันดับ 157 ของโลก)
• Engineering & Technology (อันดับ 194 ของโลก)ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างสรรค์งานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงระดับสากล ตลอดจนการได้รับการยอมรับจากทั้งแวดวงวิชาการระดับโลก และจากผู้จ้างงานอย่างต่อเนื่อง
ติดตามผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS World University Rankings by Subject 2026 เพิ่มเติมได้ที่ https://www.topuniversities.com/world-university-rankings


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/955053&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q0TsrKyyaehGmnIK72tAV -

เปิดค่าเทอม ม.รังสิต 2569 ตลอดหลักสูตร เรียนแต่ละคณะ ต้องจ่ายเท่าไร
เปิดค่าเทอม “มหาวิทยาลัยรังสิต” ปีการศึกษา 2569 นักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ต้องเตรียมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรเท่าไร
ใครที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้องๆ Dek69 ที่ตั้งเป้าเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปดูค่าเทอมของ “มหาวิทยาลัยรังสิต” อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีคนดังมากความสามารถเป็นศิษย์เก่าจำนวนมาก เพื่อมาดูกันว่า “นักศึกษาใหม่” ระดับปริญญาตรี แต่ละคณะจะต้องเตรียมค่าเล่าเรียนแบบประมาณการตลอดหลักสูตรเท่าไรบ้าง
ค่าเทอม “มหาวิทยาลัยรังสิต” ปีการศึกษา 2569
วิทยาลัยแพทยศาสตร์
- แพทยศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 4,800,000 บาท
วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ (Bilingual)
- ทันตแพทยศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 5,400,000 บาท
(วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ มีค่าอุปกรณ์การศึกษา อีกประมาณ 650,000 บาท)
วิทยาลัยเภสัชศาสตร์
- สาขาวิชาบริบาลทางเภสัชกรรม ประมาณการตลอดหลักสูตร 1,863,700 บาท
- สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 1,839,700 บาท
คณะพยาบาลศาสตร์
- สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 791,000 บาท
- สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (2.5 ปี) ประมาณการตลอดหลักสูตร 663,100 บาท
คณะรังสีเทคนิค
- สาขาวิชารังสีเทคนิค ประมาณการตลอดหลักสูตร 622,000 บาท
คณะเทคนิคการแพทย์
- สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 629,800 บาท
วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก
- สาขาวิชาการแพทย์แผนตะวันออก ประมาณการตลอดหลักสูตร 553,900 บาท
- สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย ประมาณการตลอดหลักสูตร 616,300 บาท
- สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน ประมาณการตลอดหลักสูตร 968,200 บาท
คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา
- สาขาวิชากายภาพบำบัด ประมาณการตลอดหลักสูตร 557,900 บาท
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและสมรรถภาพทางการกีฬา ประมาณการตลอดหลักสูตร 424,100 บาท
- สาขาวิชาชรัณสุขศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 402,300 บาท
คณะวิทยาศาสตร์
- สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 424,900 บาท
วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์
- สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 498,000 บาท
คณะทัศนมาตรศาสตร์
- สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 818,500 บาท
คณะเทคโนโลยีอาหาร
- สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 380,500 บาท
- สาขาวิชาธุรกิจอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 304,800 บาท
คณะนวัตกรรมเกษตร
- สาขาวิชานวัตกรรมเกษตร ประมาณการตลอดหลักสูตร 352,600 บาท
วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี
- สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 328,900 บาท
- สาขาวิชานวัตกรรมดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 328,400 บาท
- สาขาวิชาสารสนเทศการลงทุน ประมาณการตลอดหลักสูตร 310,700 บาท
- สาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและอีสปอร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 334,300 บาท
- สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสังคม ประมาณการตลอดหลักสูตร 324,000 บาท
วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์
- สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 411,700 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี ประมาณการตลอดหลักสูตร 384,800 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ประมาณการตลอดหลักสูตร 394,000 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ประมาณการตลอดหลักสูตร 415,600 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่และมอเตอร์สปอร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 394,000 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ประมาณการตลอดหลักสูตร 414,800 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 386,300 บาท
- สาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง ประมาณการตลอดหลักสูตร 361,400 บาท
- สาขาวิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน ประมาณการตลอดหลักสูตร 757,600 บาท
สถาบันการบิน
- สาขาวิชานักบินพาณิชย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 2,816,800 บาท
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
- สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร457,400 บาท
วิทยาลัยการออกแบบ
- สาขาวิชาศิลปะภาพถ่ายและมีเดียอาร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 381,400 บาท
- สาขาวิชาการออกเเบบภายใน ประมาณการตลอดหลักสูตร 377,200 บาท
- สาขาวิชาการออกเเบบนิเทศศิลป์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 347,700 บาท
- สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 420,900 บาท
- สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 393,500 บาท
คณะดิจิทัลอาร์ต
- สาขาวิชาคอมพิวเตอร์อาร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 410,400 บาท
วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ
- สาขาวิชานวัตกรรมบริการธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมและไมซ์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 316,500 บาท
- สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบินและการขนส่ง ประมาณการตลอดหลักสูตร 296,600 บาท
- สาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 427,400 บาท
- Tourism, Hospitality and Sport ประมาณการตลอดหลักสูตร 431,000 บาท
วิทยาลัยกีฬา
- สาขาวิชากีฬากอล์ฟ ประมาณการตลอดหลักสูตร 530,000 บาท
วิทยาลัยบริหารธุรกิจ
- สาขาวิชาการตลาดดิจิทัลและนวัตกรรมการค้าปลีก ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาวิชาการจัดการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาวิชาการเงินและการลงทุน ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
- สาขาวิชาการบริหารธุรกิจเกษตรและอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
คณะบัญชี
- สาขาวิชาการบัญชี ประมาณการตลอดหลักสูตร 284,300 บาท
คณะเศรษฐศาสตร์
- สาขาวิชาเศรษฐกิจดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 282,300 บาท
วิทยาลัยศิลปศาสตร์
- สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ประมาณการตลอดหลักสูตร 291,100 บาท
- สาขาวิชาภาษาจีน ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,200 บาท
- สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 285,100 บาท
- สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,400 บาท
- สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส ประมาณการตลอดหลักสูตร 279,100 บาท
- สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี ประมาณการตลอดหลักสูตร 290,100 บาท
วิทยาลัยนิเทศศาสตร์
- สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์มัลติเเพลตฟอร์ม ประมาณการตลอดหลักสูตร 317,900 บาท
- สาขาวิชาการสร้างสรรค์อีเว้นท์และประชาสัมพันธ์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 299,400 บาท
- สาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 308,900 บาท
- สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 311,200 บาท
- สาขาวิชาสื่อสารการแสดง ประมาณการตลอดหลักสูตร 307,600 บาท
- สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดดิจิทัลและแบรนด์ดิ้ง ประมาณการตลอดหลักสูตร 306,900 บาท
- สาขาวิชามัลติมีเดีย ประมาณการตลอดหลักสูตร 317,400 บาท
- สาขาวิชานิเทศศาสตร์การกีฬา ประมาณการตลอดหลักสูตร 307,900 บาท
- สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และซีรีส์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 325,400 บาท
- สาขาวิชาการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 298,900 บาท
- Communications Arts ประมาณการตลอดหลักสูตร 440,000 บาท
คณะนิติศาสตร์
- สาขาวิชานิติศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,700 บาท
- สาขาวิชานิติศาสตร์ (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต ปริญญาที่ 2) ประมาณการตลอดหลักสูตร 126,000 บาท
- สาขาวิชานิติศาสตร์ (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต 4 ปี) ประมาณการตลอดหลักสูตร 180,000 บาท
วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม
- สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ประมาณการตลอดหลักสูตร 278,300 บาท
- สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต) ประมาณการตลอดหลักสูตร 180,000 บาท
คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม
- สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 352,200 บาท
- สาขาวิชาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม ประมาณการตลอดหลักสูตร 288,400 บาท
คณะรัฐศาสตร์
- สาขาวิชารัฐศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 289,200 บาท
วิทยาลัยดนตรี
- สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 504,600 บาท
ปริญาตรีหลักสูตรนานาชาติ
International College
- International Business ประมาณการตลอดหลักสูตร 456,400 บาท
- Information and Communication Technology ประมาณการตลอดหลักสูตร 531,000 บาท
School of Diplomacy and International Studies
- International Relations and Development ประมาณการตลอดหลักสูตร 438,400 บาท
International Chinese College
- International Business Management ประมาณการตลอดหลักสูตร 780,000 บาท
รายละเอียดและประมาณค่าใช้จ่าย แรกเข้าและตลอดหลักสูตร คลิก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2922494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LzmvAoHG2KfKVWJ0D2qHm -

“สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.
“สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.
“สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจงรายละเอียดการศึกษาดูงานต่างประเทศโดยระบุว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด โดยได้ดำเนินการจัดหลักสูตรการศึกษาอบรมให้แก่บุคลากรภายใน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการบริหารและขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหลักสูตรการศึกษาอบรมให้แก่บุคลากรภายนอก
FB/สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักนิติธรรม หลักประชาธิปไตยหลักสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหลักการเสริมสร้างกระบวนทัศน์สำหรับผู้นำในสังคมประชาธิปไตย ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามหลักสูตรดังกล่าว จึงกำหนดให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมได้ศึกษาดูงาน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
ต่อมามีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ให้ทุกส่วนราชการงดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของทุกหลักสูตร นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐในสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงมีแนวโน้มสูงมากขึ้น และสามารถนำงบประมาณที่เหลือไปใช้ในแผนงาน/โครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปได้
อีกทั้งกระทรวงการคลังได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 แจ้งการอนุมัติให้หน่วยงานราชการสามารถเบิกค่าใช้จ่าย กรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศได้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จึงได้ยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานตามหลักสูตรข้างต้น ณ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2569 และประเทศจอร์เจียและสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 14-24 พฤษภาคม 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/271796&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xyMWEMB-4ogf957FFX7Mj
