Category: วัฒนธรรม

  • จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการ “1 ปี แผ่นดินไหว 2568”

    จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการ “1 ปี แผ่นดินไหว 2568”

    ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จัดงานประชุมวิชาการในหัวข้อ “หนึ่งปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568: บทเรียนและอนาคตความปลอดภัยสำหรับประเทศไทย” เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตึก 3) จุฬาฯ เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทั้งในระดับโครงสร้างอาคาร และระบบโครงสร้างพื้นฐาน วิเคราะห์สาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่ความเสียหายของอาคาร จากกรณีศึกษาอาคาร สตง.ถล่ม เพื่อกำหนดทิศทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอนาคต

    การประชุมวิชาการในครั้งนี้มี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับ จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษ โดย ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ นำเสนอภาพรวมความเสี่ยงแผ่นดินไหวของประเทศไทย และบทเรียนจากเหตุการณ์ปี 2568 การกล่าวถ้อยแถลงพิเศษโดย Mr.Kajiwara Toru อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และการนำเสนอประเด็นสำคัญด้านการประเมินความเสียหายและความต้องการภายหลังภัยพิบัติ โดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

    นอกจากนี้การประชุมยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมีพลังที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อิทธิพลของสภาพชั้นดินต่อพฤติกรรมคลื่นแผ่นดินไหว การสำรวจและประเมินความเสียหายภาคสนามจากอาคารจำนวนมาก การวิเคราะห์พฤติกรรมโครงสร้างและแนวทางการออกแบบให้ต้านทานแรงแผ่นดินไหว ตลอดจนการพัฒนาระบบติดตามตรวจวัดและระบบเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในระดับประเทศ การนำเสนอกรณีศึกษาเชิงลึก ทั้งการตรวจสอบอาคารกว่า 6,000 แห่งในกรุงเทพมหานคร การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจจับความเสียหายของอาคาร การวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมของโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้า และระบบติดตามสุขภาพโครงสร้าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติอย่างทันท่วงที

    รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มีการดำเนินงานด้านแผ่นดินไหวอย่างรอบด้าน โดยมีภาควิชาวิศวกรรมโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างอาคาร ระบบสัญญาณ และพฤติกรรมของคลื่นแผ่นดินไหว เพื่อพัฒนาแนวทางป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หนึ่งในผลงานสำคัญคือการพัฒนา นวัตกรรมตรวจสอบอาคารและรอยร้าว ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถประเมินความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง ลดความตื่นตระหนกหลังเกิดเหตุการณ์ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงและความปลอดภัยของอาคาร ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาระบบเซนเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวล่วงหน้า ซึ่งได้มีการนำไปติดตั้งในอาคารสูงร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยระบบดังกล่าวสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 3 นาที ช่วยให้หน่วยงานและประชาชนมีเวลาเตรียมความพร้อม วางแผนรับมือ และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

    นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยังดำเนินงานด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาควิชาการ โดยมีการศึกษาวิจัยแนวทางการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับเมือง เพื่อสร้างกลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในส่วนของการพัฒนาองค์ความรู้เชิงนโยบาย จุฬาฯ ได้จัดการประชุมวิชาการครั้งนี้ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศและนานาชาติ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานใหม่ในการตรวจสอบและปรับปรุงอาคารให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับบริบทของความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

    รศ.ดร.วิทยา กล่าวถึงบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งสำคัญเมื่อปีที่ผ่านมา แม้จุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ในต่างประเทศ แต่ส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพมหานคร นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยตระหนักถึงความเปราะบางของเมือง และนำไปสู่การศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของคลื่นแผ่นดินไหวและผลกระทบต่ออาคารประเภทต่าง ๆ องค์ความรู้ที่ได้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนามาตรการป้องกัน การปรับปรุงอาคาร และการสร้างแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับประชาชน หน่วยงาน และสถาบันการศึกษา เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    “แผ่นดินไหวเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความตระหนักรู้ของสังคม จุฬาฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถอยู่ร่วมกับความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาฯ กล่าวในที่สุด

     ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ เผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในรอบ 1 ปีที่ผ่านมากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดและพฤติกรรมของคลื่นแผ่นดินไหวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่ออาคารสูงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงจากแหล่งกำเนิดอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม ซึ่งฐานข้อมูลการสั่นสะเทือนในพื้นที่กรุงเทพฯ กำลังถูกนำไปใช้พัฒนาเป็นแบบจำลองใหม่เพื่อประเมินความรุนแรงของแผ่นดินไหวในอนาคตได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มจะนำไปสู่การออกแบบมาตรฐานอาคารรูปแบบใหม่ที่รองรับความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม

    ศ.ดร.เป็นหนึ่งกล่าวว่าในด้านการสื่อสารองค์ความรู้สู่ประชาชน เวทีวิชาการในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดข้อมูลความรู้ไปยังหลายภาคส่วน ทั้งวิศวกร ผู้บริหารเมือง และภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้คือการลดความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวในระยะยาว โดยมุ่งสร้างความเข้าใจตั้งแต่ต้นทางของปัญหา รวมถึงแนวทางการออกแบบอาคารและการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/296305/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw106Bxw3PDX-A6RGu3OeLNg

  • เปิดประวัติ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา เจ้าของวลีเด็ด “ถ้าเราพร้อม เขาจะไม่พร้อม” หลังโดนย้ายฟ้าผ่า

    เปิดประวัติ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา เจ้าของวลีเด็ด “ถ้าเราพร้อม เขาจะไม่พร้อม” หลังโดนย้ายฟ้าผ่า

    เปิดประวัติ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด หลังโดนคำสั่งย้ายไป นปท.ทร. นั่งหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด วีรกรรมสร้างชื่อ ทวงคืนบ้านสามหลัง พบเป็นคนตรง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในชายแดน และเป็นเจ้าของวลีเด็ด “ถ้าเราพร้อม เขาจะไม่พร้อม แต่ถ้าเราไม่พร้อม เขาจะพร้อมรบกับเราเสมอ”

    เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงความมั่นคง เมื่อมีคำสั่งสายฟ้าแลบ สั่งย้าย นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พ้นจากตำแหน่งในพื้นที่ชายแดน ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

    โดยก่อนมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ฉก.นย.ตราด นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา ดำรงตำแหน่ง “หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด” และเคยเป็นหัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 บ้านเขาล้าน ที่ควบคุมพื้นที่บ้านท่าเส้น และบ้านชำรากด้วย ซึ่งเป็นคนตรง และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในชายแดน

    ทั้งนี้ นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา จบจากโรงเรียนจ่าทหารเรือ ก่อนไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ เนื่องจากมีผลงานในการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนที่ดี และผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ กระทั่งช่วงการสู้รบในพื้นที่ จ.ตราด ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจย้ายให้มาดำรงตำแหน่ง “ผู้บังคับหน่วยนาวิกโยธินตราด” เนื่องจากรู้พื้นที่ดี และเป็นผู้รับรู้สถานการณ์การสู้รบดี เนื่องจากเป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด รวมดำรงตำแหน่งได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น

    เส้นทางการรับราชการและผลงานเด่น

    สำหรับ นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 34 (ตท.34) และเป็นนักเรียนนายเรือรุ่นที่ 91 (นนร.91)

    สำหรับรุ่น ตท.34/นนร.91 ถือเป็นรุ่นที่มีบทบาทสำคัญในกองทัพเรือปัจจุบัน โดยเฉพาะในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งมักได้รับมอบหมายให้ดูแลภารกิจสำคัญตามแนวชายแดนและพื้นที่ยุทธศาสตร์

    • ประสบการณ์สมรภูมิ: น.อ.ธรรมนูญ มีความผูกพันกับพื้นที่ชายแดนตราดมาอย่างยาวนาน เคยผ่านการปฏิบัติภารกิจในแผน “ตราดพิฆาตไพรี 1” ในช่วงเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในอดีต ทำให้มีความเชี่ยวชาญด้านภูมิประเทศและยุทธวิธีในพื้นที่เป็นอย่างดี
    • การดำรงตำแหน่ง ผบ.ฉก.นย.ตราด: เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยชูนโยบาย “ปัญหาเก่าต้องแก้ไข ปัญหาใหม่ต้องไม่เกิด” เน้นการทำงานเชิงรุกและการปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง พร้อมวลีเด็ด “ถ้าเราพร้อม เขาจะไม่พร้อม แต่ถ้าเราไม่พร้อม เขาจะพร้อมรบกับเราเสมอ”
    • วีรกรรมทวงคืนบ้านสามหลัง: ผลงานที่สร้างชื่อที่สุดคือ การนำกำลังพลเข้ากดดันและปฏิบัติภารกิจจนสามารถ “ทวงคืนพื้นที่อธิปไตยบริเวณบ้านสามหลัง” จ.ตราด กลับคืนมาได้สำเร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ตึงเครียดกับฝ่ายกัมพูชา
    • การเผชิญหน้าบ้านทมอดา: ล่าสุดในช่วงเดือนมีนาคม 2569 น.อ.ธรรมนูญ ได้ลงพื้นที่ตรวจแนวรบและเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณจุดผ่านแดนบ้านท่าเส้น-ทมอดา เพื่อยับยั้งการรุกล้ำและตอบโต้การยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม
    • และในสมัยที่ น.อ.ธรรมนูญ ปฏิบัติการ อยู่ทางภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาส ได้สร้างตำนานไว้ใน “ยุทธการบาเจาะ” ซ้อนแผนจากผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่า เด็ดหัวโจรใต้ได้ถึง 16 ศพ

      ซึ่งในวันพรุ่งนี้ เวลา 15.00 น. คาดว่าจะมีประชาชนไปร่วมส่งกำลังใจให้ น.อ.ธรรมนูญ กันอย่างล้นหลาม เพราะท่านสร้างผลงานที่ประทับใจคนตราดไว้อย่างมากมาย
      เปิดประวัติโดยละเอียด นาวาเอก ธรรมนูญ วรรณา

      ประวัติโดยละเอียด นาวาเอก ธรรมนูญ  วรรณา

      ตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำ กพ.ทร. ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด

      การศึกษา

      จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จาก รร.สามัคคีวิทยาคม จ.เชียงราย

      – นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34
      – นักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 91
      – หลักสูตรชั้นนายเรือ รุ่นที่ 32
      – หลักสูตรชั้นนายนาวา รุ่นที่ 23
      – หลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบกชุดที่ 87
      – หลักสูตรวิทยาลัยการกองทัพเรือ รุ่นที่ 54
      – หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 35
      – หลักสูตรการรบพิเศษฯ (รีคอน) รุ่นที่ 33

      ประวัติรับราชการ

      – ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 2 กองร้อยปืนเล็กที่ 4 กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่ 2 กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – นายทหารยุทธการกองพันทหารราบที่ 8 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – ผู้บังคับกองร้อยกองบังคับการและบริการกองพันทหารราบที่ 8 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – นายทหารการข่าวกองบังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – เสนาธิการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน
      – ผู้บังคับกองนายทหารนักเรียน กองการปกครองโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
      – รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน
      – หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน
      – หัวหน้ากองการปกครองโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
      – รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี
      – รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย – กัมพูชา
      – รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน
      – หัวหน้ากองยุทธการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด
      – ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด

      ราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

      – ผู้ช่วยนายทหารยุทธการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส
      – ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 33
      – รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ 37
      – ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 26
      – นายทหารการข่าวหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
      – ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
      – เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ/เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้

      ราชการในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออก

      – ผู้บังคับหมวด กองร้อยปืนเล็ก กองพันทหารราบหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี
      – ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กกองพันทหารราบหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี
      – ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182
      – ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182
      – ผู้บังคับกองพันทหารราบหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด
      – หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน
      – รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี
      – รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย – กัมพูชา
      – รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน
      -หัวหน้ากองยุทธการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด
      -ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2923773&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Xa4SigNiB4qieXYbh878q

  • เปิดประวัติ “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” จาก สส. 2 สมัย สู่ รมช.ศึกษาธิการ

    เปิดประวัติ “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” จาก สส. 2 สมัย สู่ รมช.ศึกษาธิการ

    จาก สส.กาญจนบุรี 2 สมัย สู่เก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ “อัครนันท์” ถูกจับตาบทบาทใหม่ในเวทีบริหาร หลังสร้างฐานเสียงแน่นในพื้นที่

    ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยหนึ่งในรายชื่อที่น่าจับตา คือ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    สำหรับ นายอัครนันท์ หรือ “สส.กอล์ฟ” เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี เขต 1 สังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็น สส.มาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน

    FB / สส.กอล์ฟ – อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
    เปิดประวัติ “อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์” จาก สส. 2 สมัย สู่ รมช.ศึกษาธิการ

    ในการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2566 นายอัครนันท์คว้าชัยเป็นครั้งแรก ด้วยคะแนน 33,183 คะแนน เอาชนะนายวรรษภณ แสงเป่า ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล ซึ่งได้ 25,720 คะแนน

    ต่อมาในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569 ยังสามารถรักษาเก้าอี้ สส.ไว้ได้อีกสมัย ด้วยคะแนน 39,158 คะแนน จากฐานเสียงในเขตตัวเมืองและผลงานการทำงานในพื้นที่ เอาชนะผู้สมัครจากพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย

    ตลอดการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร นายอัครนันท์มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน อาทิ โฆษกคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการส่งเสริมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) รวมถึงดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการหลายชุด

    โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ตลอดจนการผลักดันประเด็นแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อน และการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้เชิงพาณิชย์

    การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญทางการเมืองของนายอัครนันท์ จากนักการเมืองระดับพื้นที่ สู่บทบาทในฝ่ายบริหารระดับประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/272148&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vLrFQdNQZ1Yqpf5cvxEfp

  • SET News :ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เริ่มซื้อขาย 1 เม.ย. นี้

    SET News :ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เริ่มซื้อขาย 1 เม.ย. นี้

    ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี โดยมีสินค้าหลัก ได้แก่ 1) ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน บรรจุภัณฑ์ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails%3Fid%3D103003801%26symbol%3DSET&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Kv-egbR–krjl953yfdF2

  • โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มีธุรกิจที่ไม่เคยรู้มาก่อน

    โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มีธุรกิจที่ไม่เคยรู้มาก่อน

    ส่องธุรกิจ โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง มีธุรกิจที่ไม่เคยรู้มาก่อน

    หากเอ่ยถึง โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา เชื่อว่าหลายคนจะรู้จักเธอกันเป็นกันดีอยู่แล้วในฐานะที่เธอเคยเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดัง ซึ่

    ประวัติ โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา

    • จบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตปทุมวัน
    • จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
    • ปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ด้านการงาน

    • เริ่มทำงานอยู่ในองค์กรทำงานฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายสื่อมวลชน ฝ่ายสื่อสารองค์กร
    • เคยเป็นพิธีกรให้กับช่องวอยซ์ทีวี อย่างรายการ ดีว่าส์ คาเฟ่ และโคซี่ ลิฟวิ่ง
    • เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และวิทยากรเกี่ยวกับงานฝึกอบรมด้านบุคลิกภาพ ด้านการตลาด

    บทบาททางการเมือง

    โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา เริ่มออกมาทำกิจกรรมต่างๆ เรียกร้องสิทธิให้ ไผ่ ดาวดิน จนตำรวจยกให้เป็น แกนนำ MBK39 ชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้ง จนได้ฉายาว่า “โบว์ คนอยากเลือกตั้ง”

    ซึ่งนอกจาก โบว์ ณัฏฐา จะสวมหมวกด้านการเมืองแล้ว แต่อีกหมวกใบหนึ่งเธอเคยทำธุรกิจส่วนตัวด้วย

    เปิดรายได้ธุรกิจ โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา

    Sanook Money ตรวจสอบข้อมูลจาก creden data จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทครบวงจร พบว่า โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา มีรายชื่อปรากฎเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท 1 แห่ง และถือหุ้นจำนวน 2 รายการ มูลค่าหุ้นทั้งหมด 883,303 บาท

    บริษัท บีที เวนเจอร์ส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2554 และถือหุ้นจำนวน 23,200 หุ้น (58.00%) มูลค่าหุ้น 0 บาท ดำเนินธุรกิจสนามเด็กเล่นและจัดกิจกรรมสันทนาการ ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 4,000,000 บาท ปัจจุบันสถานภาพกิจการเป็น ร้าง ณ วันที่ 2 ต.ค. 2563 โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    • ปี 2556 รายได้ 4,810,943.61 บาท ขาดทุน 1,923,220.19 บาท
    • ปี 2557 รายได้ 3,022,769.46 บาท ขาดทุน 1,228,261.11 บาท
    • ปี 2558 รายได้ 1,034,005.54 บาท ขาดทุน 1,717,915.29 บาท

    ปี 2558 รวมสินทรัพย์ 1,701,437.78 บาท รวมหนี้สิน 6,518,717.00 บาท


    นอกจากนี้ ยังพบว่า โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ถือหุ้น บริษัท ซิมบิส จำกัด ดำเนินธุรกิจประกอบกิจการนำเข้า-ส่งออก สินค้าอุปโภค-บริโภค ถือจำนวนหุ้น 14,695 หุ้น (48.98%) มูลค่าหุ้น : 883,303 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949020/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw133Bm71Oo4wF2Tbr6Ck-lV

  • “กนก” ด่ายับ”ณัฐชา”ไร้จิตสำนึกโพสต์”ค.”หลังมีมติส่งฟ้อง ม. 44 สส.สะท้อนระดับการศึกษา | TOPNEWS

    “กนก” ด่ายับ”ณัฐชา”ไร้จิตสำนึกโพสต์”ค.”หลังมีมติส่งฟ้อง ม. 44 สส.สะท้อนระดับการศึกษา | TOPNEWS

    “กนก” ด่ายับ “ณัฐชา” ไร้จิตสำนึกโพสต์ “ค.” หลังมีมติส่งฟ้อง ม. 44 สส.สะท้อนถึงระดับการศึกษา

    #topnewstv #ยกเลิก112 #พรรคประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1533731&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MG_HUNhXmToAUeDHrsLAM

  • ฤดูร้อน (เงิน) มาแล้ว! เม.ย.-พ.ค.ค่าใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งเร่งขอสินเชื่อ รับเปิดเทอม

    ฤดูร้อน (เงิน) มาแล้ว! เม.ย.-พ.ค.ค่าใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งเร่งขอสินเชื่อ รับเปิดเทอม

    ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ไม่ได้ร้อนแค่สภาพอากาศ แต่กำลังกลายเป็น “ฤดูร้อนทางการเงิน” ของครัวเรือนไทยอย่างชัดเจน สะท้อนผ่านความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลที่เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ต้นปี

    ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านแอป KKP Better พบว่า สัญญาณการใช้วงเงินและการเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเปิดภาคการศึกษา ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านสภาพคล่องของครัวเรือน

    “พายุค่าใช้จ่าย” 4 ระลอก กดดันสภาพคล่อง

    KKP ระบุว่า ภาระทางการเงินในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดจากการบรรจบกันของปัจจัยหลัก 4 ด้าน ได้แก่

    1. ภาระภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น

    ข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ชี้ว่า รายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 อยู่ที่ 432,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากช่วง 4 ปีก่อนหน้า ส่งผลให้ผู้มีรายได้ประจำต้องเตรียมเงินสดเฉลี่ย 5,000 – 10,000 บาทในช่วงยื่นภาษี

    2. ค่าไฟฟ้าพุ่งตามอุณหภูมิ

    อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นราว 3% ส่งผลให้ค่าไฟช่วงเมษายน – พฤษภาคมสูงกว่าปกติ 10 – 30%

    3. ค่าใช้จ่ายเทศกาลเร่งตัว

    มูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 อยู่ที่ 1.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.8 หมื่นล้านบาทในปีก่อน สะท้อนภาระด้านการเดินทางและการบริโภคที่ขยายตัว แม้เศรษฐกิจยังเปราะบาง

    4. ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา (Fixed Cost สำคัญ)

    ต้นทุนการศึกษา โดยเฉพาะในระบบเอกชนและนานาชาติ ยังคงเป็นภาระหลักที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อปีในช่วงเปิดเทอม

    พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ใช้เงินล่วงหน้ามากขึ้น

    ข้อมูลจาก KKP Better ยังสะท้อนว่า ผู้ปกครองเริ่ม “ดึงสภาพคล่องในอนาคต” มาใช้มากขึ้น

    โดยยอดใช้จ่ายด้านการศึกษาผ่านแอปในช่วงปี 2563–2568 รวม 88 ล้านบาท และเฉพาะปี 2568 อยู่ที่ 46 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 25,000 บาทต่อคน

    นอกจากนี้ การใช้วงเงินสินเชื่อเริ่มขยับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเร็วกว่าไทม์ไลน์การจ่ายค่าเทอมปกติ สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าแรกเข้า และค่าเรียนพิเศษเพื่อสอบเข้าโรงเรียนชั้นนำ

    “การศึกษา” ยังเป็นลำดับความสำคัญ แม้การเงินตึงตัว

    ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ครัวเรือนไทยจะเผชิญแรงกดดันด้านการเงินสูงสุดช่วงหนึ่งของปี แต่การลงทุนด้านการศึกษายังคงเป็น “ค่าใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์” ที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญสูงสุด

    KKP แนะว่าการบริหารหนี้รูปแบบใหม่ โดยเน้นลดต้นทุนดอกเบี้ยและจัดโครงสร้างหนี้อย่างมีระบบ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1567239&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XCe735CL-e2B9LMSMGsaA

  • อว. จับมือ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำสหราชอาณาจักร เปิด 7 หลักสูตรนานาชาติในไทย

    อว. จับมือ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำสหราชอาณาจักร เปิด 7 หลักสูตรนานาชาติในไทย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/quality-of-life/education/138457&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YPSaIxJUftXnwkfmySQ8u

  • พิธีกตเวทิตาผู้มีอุปการคุณด้านทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาฯ

    พิธีกตเวทิตาผู้มีอุปการคุณด้านทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาฯ

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    จุฬาฯ จัดพิธีกตเวทิตาผู้มีอุปการคุณด้านทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาฯ ปีการศึกษา 2568

    สำนักบริหารกิจการนิสิต จุฬาฯ จัดพิธีกตเวทิตาผู้มีอุปการคุณด้านทุนการศึกษาแก่นิสิตจุฬาฯ ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมจุฬาฯ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานในพิธี และกล่าวรายงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดี และให้โอวาทนิสิตโดย อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) และ ดร.นันทกา ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ มูลนิธิทางสู่ฝัน ปั้นคนเก่ง

    พิธีกตเวทิตาผู้มีอุปการคุณด้านทุนการศึกษา เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ผู้ให้ทุนและผู้รับทุนการศึกษาได้พบเจอเพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีงาม ทั้งสร้างการตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญในโอกาสทางการศึกษาที่นิสิตได้รับ

    ความเป็นมาของทุนการศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น สืบย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดระเบียบการอุปการะนักเรียนไว้สองประเภท คือ นักเรียนหลวง และ นักเรียนราชูปถัมภ์ ซึ่งเมื่อสถาปนาขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ก็ยังคงใช้ระเบียบการเช่นนี้ต่อมาในระยะแรก พร้อมกับการได้รับแรงสนับสนุนอย่างไม่ขาดสายจากพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเล่าเรียนให้แก่นิสิต รวมถึงความร่วมมือจากหน่วยงานระดับสากล จนนำไปสู่การพัฒนาเป็นทุนเล่าเรียนบริบูรณ์ในเวลาต่อมา

    รากฐานแห่งการให้ที่มั่นคงนี้ยังคงหยั่งลึกและแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างกว้างขวาง โดยมีท่านผู้มีอุปการะคุณด้านทุนการศึกษาเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสืบสานพระบรมราชปณิธานแห่งการสร้าง ‘คน’ เพื่อสร้าง ‘ชาติ’ ให้คงอยู่คู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสืบไป

    สำหรับผู้ทีประสงค์บริจาคทุนทรัพย์เพื่อสมทบเป็นทุนการศึกษาแก่นิสิต สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2218 7339 ในวันและเวลาทำการ

    จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

    รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/296380/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BUf8YmR996EEa26vdSsVO

  • ม.บูรพา เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเอกสารหลอกโอนเงินค่าทุนการศึกษา

    ม.บูรพา เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเอกสารหลอกโอนเงินค่าทุนการศึกษา

    ม.บูรพา เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเอกสารสวมรอยอาจารย์ หลอกโอนเงินค่ามัดจำทุนการศึกษา ย้ำมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายโอนเข้าบัญชีบุคคล เช็กด่วนก่อนตกเป็นเหยื่อ

    กลายเป็นประเด็นร้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อ มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha University) ออกประกาศเตือนภัยด่วน! หลังพบกลุ่มมิจฉาชีพใช้มุกใหม่ ทำเอกสารปลอมที่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย และสวมรอยเป็นอาจารย์หรือบุคลากร เพื่อหลอกลวงนิสิตและผู้ปกครองให้โอนเงิน โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา

    ม.บูรพา เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเอกสารหลอกโอนเงินค่าทุนการศึกษา

    เปิดกลโกงมิจฉาชีพ : มุกไหนที่ต้องระวัง?

    มิจฉาชีพมักจะใช้จิตวิทยาความกลัวและการตัดสิทธิ์มาขู่ โดยมีรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย ดังนี้:

    • หลอกค่ามัดจำทุนการศึกษา : อ้างว่านิสิตได้รับทุน แต่ต้องโอนเงินมัดจำก่อน มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์
    • ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปต่างประเทศ : หลอกว่าเป็นค่าดำเนินการล่วงหน้าสำหรับนิสิตที่ได้รับทุนไปศึกษาหรือดูงานต่างประเทศ
    • กิจกรรมไม่มีอยู่จริง : แอบอ้างการจัดกิจกรรมพิเศษและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม
    • ค่าประกันการเข้าเรียน : หลอกเรียกเก็บเงินเพื่อยืนยันสิทธิ์หรือรับประกันการเข้าศึกษาต่อ

    3 จุดเช็กชัวร์! ก่อนตกเป็นเหยื่อ

    มหาวิทยาลัยบูรพาขอยืนยันข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้ปกครองและนิสิตใช้ตรวจสอบดังนี้:

    • ไม่มีนโยบายเก็บเงินมัดจำ : มหาวิทยาลัยไม่มีการเรียกเก็บเงินมัดจำเพื่อรับทุนการศึกษา หรือเงินประกันการเข้าเรียนทุกกรณี
    • ชื่อบัญชีต้องเป็นนิติบุคคล : การชำระเงินทุกอย่างของมหาวิทยาลัย ต้องโอนเข้าบัญชีชื่อ “มหาวิทยาลัยบูรพา” เท่านั้น
    • ไม่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว : มหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้นิสิตหรือผู้ปกครองโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “บุคคล” หรือ “อาจารย์” โดยตรง

    “โปรดระลึกเสมอว่า หากมีการเร่งรัดให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ”

    ช่องทางการติดต่อและตรวจสอบข้อมูล

    หากท่านได้รับการติดต่อที่น่าสงสัย หรือได้รับเอกสารเรียกเก็บเงินที่มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย โปรดอย่าเพิ่งโอนเงินเด็ดขาด และตรวจสอบความถูกต้องได้ที่:

    • โทรศัพท์ : ติดต่อเบอร์กลางของมหาวิทยาลัยบูรพา หรือหน่วยงานต้นสังกัดของคณะที่นิสิตสังกัดโดยตรง
    • เว็บไซต์หลัก : www.buu.ac.th
    • Facebook Fanpage : มหาวิทยาลัยบูรพา Burapha University

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1227609&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16ZfkpBR752vF4rl2Q0Lty