Category: วัฒนธรรม

  • 4 ผลไม้แห่งความสุข เพิ่มอารมณ์ดี ลดความเศร้า หลายคนคุ้นตาดี แต่อาจมองข้าม

    4 ผลไม้แห่งความสุข เพิ่มอารมณ์ดี ลดความเศร้า หลายคนคุ้นตาดี แต่อาจมองข้าม

                 เปิดผลไม้ 4 ชนิด ที่ผู้เชี่ยวชาญยกให้เป็นผลไม้แห่งความสุข จากงานวิจัยใหม่ เผยช่วยเพิ่มอารมณ์ดี ลดความเศร้า หลายคนคุ้นตาดี แต่อาจจะมองข้ามไป มีอะไรบ้าง 

    4 ผลไม้แห่งความสุข

                 เมื่อนึกถึงกิจกรรมที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ บางคนจะนึกถึงการออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือการฝึกสติ อย่างไรก็ดี การกินก็มีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพจิตของเราได้เช่นกัน อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นด้วย โดยงานวิจัยใหม่ของผู้เชี่ยวชาญเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า มีอาหารบางชนิดที่ช่วยให้เกิดความสุขและส่งเสริมสุขภาพจิตในระยะยาว  

                 วันที่ 31 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ Soha เผยว่า มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Nutrition เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เผยว่า อาหารที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รีและส้ม มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว ช่วยให้มองโลกในแง่ดี และป้องกันสัญญาณของภาวะซึมเศร้า 

                 ตามรายงานของเว็บไซต์ Eating Well เผยว่า นักวิจัยได้ทำการศึกษาขนาดใหญ่เพื่อหาผลลัพธ์ว่าการบริโภคฟลาโวนอยด์มีความเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตหรือไม่ จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพยาบาลหญิงมากกว่า 120,000 คน ทั้งติดตามสุขภาพ วิถีชีวิต และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เป็นเวลานานกว่า 10 ปี โดยสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิเคราะห์ด้านความสุข มีผู้เข้าร่วมกว่า 44,000 คน และกลุ่มวิเคราะห์ด้านการมองโลกในแง่ดี มีผู้เข้าร่วมราว 37,000 คน 

                 ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ มีแนวโน้มที่จะรักษาระดับความสุขสูงได้มากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มที่จะมองโลกในแง่ดีได้มากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคน้อยกว่า ทั้งนี้ ผู้ที่บริโภคผลไม้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี แอปเปิล ส้ม และเกรปฟรุต สามารถรักษาระดับความสุขหรือการมองโลกในแง่ดีได้มากกว่า 8-16 เปอร์เซ็นต์ 

                 ดังนั้นจึงมีผลไม้ที่เรียกว่าเป็น “ผลไม้แห่งความสุข” สามารถช่วยปรับอารมณ์ ทำให้อารมณ์ดี ลดความเศร้า และยังส่งผลต่อสุขภาพจิตที่ดี 

    4 ผลไม้แห่งความสุข

    1. สตรอว์เบอร์รี

                 ในบรรดาผลไม้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ สตรอว์เบอร์รีโดดเด่นมาเป็นอันดับแรก การวิจัยแสดงให้เห็นว่า สตรอว์เบอร์รีช่วยเพิ่มความรู้สึกมีความสุขได้ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยส่งเสริมการมองโลกในแง่ดีอย่างต่อเนื่องได้ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญคือมีแอนโทไซยานินปริมาณมาก ส่งผลต่อสมองและลำไส้ ควบคุมสารสื่อประสาท เช่น โดปามีน ช่วยบำรุงสมองและลดความเครียด  

    2. แอปเปิล 

                 แอปเปิลอุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์กลุ่มที่ช่วยเกี่ยวกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ การกินแอปเปิลเป็นประจำสามารถเพิ่มความสุขได้ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ และการมองโลกในแง่ดีเพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ สารประกอบจากพืชในแอปเปิลยังช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินในสมอง ส่งผลให้มีทัศนคติที่ดีต่อชีวิตและอนาคตมากขึ้น

    3. บลูเบอร์รี

                 มีความสามารถในการรักษาทัศนคติเชิงบวก ช่วยปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้น และเพิ่มการมองโลกในแง่ดีได้ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ คล้ายกับสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รีมีสารแอนโทไซยานินในปริมาณสูง จึงช่วยปกป้องเซลล์สมองและลดความเครียด ทั้งนี้ การกินบลูเบอร์รีเป็นประจำจะช่วยบำรุงจุลินทรีย์ในลำไส้ให้แข็งแรง ส่งผลดีต่อสมอง ช่วยให้คุณรู้สึกสงบและมีความสุขมากขึ้น 

    4. ผลไม้ตระกูลส้ม

                 ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม และเกรปฟรุต มีปริมาณฟลาโวนอยด์ที่อุดมสมบูรณ์ ช่วยเพิ่มระดับความสุขได้ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ และมองโลกในแง่ดีเพิ่มขึ้นได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ สามารถลดความเครียดทางประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากกินเป็นประจำจะช่วยรักษาสมดุลของจิตใจได้ นอกจากนี้ผลไม้ชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย   

    ขอบคุณข้อมูลจาก Soha, Eating Well
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://health.kapook.com/view299974.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09mzYE0jdD22lu3G0H-_0n

  • นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน

    นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน

    นายกฯ ตั้ง

    เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย

    พร้อมด้วยคณะกรรมการที่มาจากคนนอก ประกอบด้วย นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และพลังงานระดับประเทศ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายกฯ ตั้ง

    นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารระดับสูงด้านพลังงาน มีชื่อเสียงจากการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)(2548-2555) และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) น.ส.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

    คตร. จะทำหน้าที่ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิง และเสนอผลการศึกษา ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา รวมถึงศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ในการคำนวณราคา และกำหนดราคา สำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นและราคาที่ขายให้กับผู้ค่าน้ำมันมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาด้วยเช่นกัน

    พร้อมทั้ง ในการปฎิบัติหน้าที่ของ คตร. มีอำนาจในการเข้าไปในสถานที่ใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลใด ให้ข้อเท็จจริง หรือส่งเอกสารใดใด เพื่อประกอบการพิจารณาได้


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12803585&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0z2gzmNtNlV7la2yPwNcFY

  • วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122220/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S1SfioymKMZZT29HJT40s

  • ‘ยศชนัน’ เปิดวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา นักเรียน วปอ. ชูยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ-สังคม-คมนาคม กับการศึกษา คือเรื่องเดียวกัน

    ‘ยศชนัน’ เปิดวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา นักเรียน วปอ. ชูยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ-สังคม-คมนาคม กับการศึกษา คือเรื่องเดียวกัน

    ‘ยศชนัน’ เปิดวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา นักเรียน วปอ. ชูยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ-สังคม-คมนาคม กับการศึกษา คือเรื่องเดียวกัน เร่งทลายคอขวดความเหลื่อมล้ำ-ปั้น R&D และสร้าง New Growth Engine ดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง

    วันนี้ (1 เม.ย.) ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ถนนวิภาวดี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาการศึกษาในยุคพลวัตเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอย่างยั่งยืน” แก่นักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568-2569 โดยเน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศผ่านกลไกการศึกษาและนวัตกรรม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาบรรยายกว่า 1 ชั่วโมงอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง ท่ามกลางผู้เข้าร่วมฟังนับร้อยคน

    🔴 การศึกษาคือมิติทางเศรษฐกิจและสังคม : ไม่ใช่แค่เรื่องของโรงเรียน

    ศ.ดร.ยศชนัน เริ่มต้นการบรรยายด้วยการชี้ให้เห็นว่า ในโลกยุคพลวัตที่นโยบายและสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงรายวัน มิติของการศึกษาไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การที่เด็กเดินเข้าโรงเรียนหรือการพัฒนาหลักสูตรเท่านั้น แต่ต้องมองลึกลงไปถึงสภาพแวดล้อมและแรงจูงใจในการเรียนรู้ 

    “หากบรรยากาศการเรียนแบบ วปอ. ที่ทำให้พวกเราอยากมาเรียน รู้สึกสนุกและอยากได้อะไรบางอย่างกลับไป เกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็ก มันจะดีกว่าไหม? การแก้ปัญหาการศึกษาไม่ใช่การโยนความผิดให้ครู หรือไปโฟกัสแค่โรงเรียน แต่ต้องมองเรื่องความเหลื่อมล้ำในครอบครัวและสังคมด้วย”

    รมว.อว. ระบุว่ากระทรวง อว.ในวันนี้ ไม่ได้มีบทบาทแค่เรื่องมหาวิทยาลัยหรือการวิจัย แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทำให้สังคมน่าอยู่ โดยมองว่าการศึกษาเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสังคมที่แยกกันไม่ได้

    🔴 ยุทธศาสตร์ “คมนาคมคือการศึกษา” และการทลายความยากจนข้ามรุ่น

    ประเด็นที่น่าสนใจในการบรรยาย คือการเชื่อมโยงระบบโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับการพัฒนาทุนมนุษย์ โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ยกตัวอย่างโมเดลการพัฒนา “Feeder” หรือระบบขนส่งรองของรถไฟ เพื่อชี้ให้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน

    “พี่สังเกตไหมว่าทำไมรถไฟถึงไปไม่ถึงบางพื้นที่? และนั่นคือภาพเดียวกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ถ้าเมื่อไหร่ที่รถไฟเข้าถึงพื้นที่เหล่านั้น ความเหลื่อมล้ำในการเดินทางลดลง คะแนน PISA จะขึ้นตามมาเองโดยที่พี่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะ ‘คมนาคมคือการศึกษา’ มันคือการเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงทรัพยากร”

    นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวคิดเรื่อง “Safety Net” หรือฟูกรองรับทางสังคม สำหรับครอบครัวที่เผชิญกับภาวะวิกฤต (Disrupt) ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพหรือเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้พวกเขาล้มลงทั้งตระกูล โดยรัฐต้องมี Buffer และระบบการ Upskill เพื่อให้คนเหล่านี้กลับมายืนได้ใหม่ อันจะเป็นกลไกสำคัญในการ “ทำลายความยากจนข้ามรุ่น”

    🔴 ยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูงด้วย “New Growth Engine”

    ศ.ดร.ยศชนัน ได้ลงรายละเอียดถึงแผนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ประเทศรายได้สูง” โดยเน้นการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ควบคู่กับการอัปเกรดเครื่องยนต์เดิม ผ่านกลยุทธ์หลัก ดังนี้

    Frontier Research & AI Hub – ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และการเป็น AI Hub ของภูมิภาค High-Value Agriculture – เปลี่ยนเกษตรกรรมแบบเดิมสู่ “เกษตรล้ำ” โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพิ่มมูลค่า เช่น การทำวิจัยเชิงลึกเพื่อยกระดับสมุนไพรไทยอย่าง “กระชายหรือหอมแดง” ให้มีมูลค่าเท่ากับโสมเกาหลี 

    Sustainable Development & Synthetic Biology – มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น การผลิตปูนซีเมนต์ Low Carbon หรือการใช้จุลินทรีย์ช่วยซ่อมแซมรอยร้าวของวัสดุก่อสร้าง Wellness & Medical Hub – ยกระดับภาคบริการสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก ผ่านการทำ Clinical Trial Hub และนวัตกรรมการรักษาโรคเฉพาะทาง

    🔴 ความมั่นคงในโลกใหม่ – จาก Physical สู่ Cyber และ Digital Government

    ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะเกิดขึ้นได้ ประเทศต้องมีความมั่นคงทั้งทางกายภาพและไซเบอร์ รวมถึงหลักนิติธรรม (Rule of Law) ที่เข้มแข็ง โดยได้นำเสนอ Framework เรื่อง Digital Government เพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน

    “การลดคอร์รัปชัน บางทีพี่ไม่ต้องรอแก้กฎหมาย 2-3 ปีด้วยซ้ำ แต่พี่ใช้ระบบดิจิทัลเชื่อมข้อมูลข้ามกระทรวงให้จบในระบบ เมื่อข้อมูลโปร่งใส การตรวจสอบจะเกิดขึ้นทันที นี่คือสิ่งที่ต้องทำก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจให้อากาศที่สวิงอยู่กลับมานิ่งพอที่ใคร ๆ ก็อยากมาลงทุน”

    🔴 Innovation & R&D – เปลี่ยน “หอมแดง-กระชาย” ให้มีค่าเท่า “โสมเกาหลี”

    ในมิติด้านนวัตกรรม รมว.อว. อธิบายว่า Innovation ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องล้ำสมัยจนจับต้องไม่ได้เสมอไป แต่อยู่ที่ “คนใช้” โดยเปรียบเทียบระหว่างเข็มฉีดยาที่มีคนใช้ทั้งโลก กับรถเทสล่าหรือเฟซบุ๊ก ซึ่งหัวใจสำคัญคือการนำ Science & Technology มายกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

    “เราต้องใช้ R&D ทำงานวิจัยให้ลึก ทำอย่างไรให้กระชายหรือหอมแดงของเรามีมูลค่าและได้รับการยอมรับเท่ากับโสมเกาหลี? นี่คือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนไทยจากประเทศรายได้ปานกลาง สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน”

    🔴 ปักหมุดปฏิรูปโครงสร้างด้วย “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ” 

    เพื่อให้แผนเศรษฐกิจมูลค่าสูงเกิดขึ้นได้จริง ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอสาระสำคัญของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปฏิรูป ที่จะเข้ามาเป็นรากฐานใหม่ของประเทศ โดยมีหัวใจสำคัญคือ:

    การเชื่อมโยงระบบการศึกษาสู่ตลาดงาน – มุ่งเน้นการผลิตคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม New Growth Engine 

    ยกระดับทุนมนุษย์ทุกมิติ – ไม่ได้ดูแลแค่เด็กนักเรียน แต่รวมถึงการ Upskill แรงงานและพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ 

    การจัดตั้ง Productivity Superboard – บอร์ดบริหารที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งฝั่งการศึกษาและตลาดแรงงานมาดูแลหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามพลวัตโลก และดูแลสวัสดิภาพครูไปพร้อมกัน โดย ศ.ดร.ย้ำว่า “การศึกษาลูกหลานเราไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงศึกษาฯ หรือกระทรวง อว. แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน”Digital Government ในการศึกษา – ใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยลดภาระงานเอกสารของครู และจัดการงบประมาณให้ทั่วถึงและโปร่งใส เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กอย่างเต็มที่

    🔴 “แยกแห่งความหวัง” และบทบาทผู้นำในการคาดเดาอนาคต แม้โดนด่าก็ต้องยอม

    ศ.ดร.ยศชนัน ทิ้งท้ายด้วยการเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันว่าประเทศไทยกำลังอยู่ตรง “แยกแห่งความหวัง” ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โลกร้อน และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีพร้อมกัน เราจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างในทุกมิติ โดยเริ่มจากการศึกษาเป็นอันดับแรก

    “ผู้นำต้องคาดเดาให้ได้ว่าในอนาคต ประเทศต้องไปยืนรออยู่ที่ไหนก่อน แม้จะโดนด่า ไม่เป็นไรเลย ก็ต้องอธิบายให้ประชาชนรับรู้ว่าคืออะไร เพราะในวันที่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง 6G หรือ Digital Twin ของทรัพยากรน้ำมาถึง หากเราเตรียมตัวไว้พร้อม เราจะเป็นที่หนึ่งในเวทีโลก” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/VMKWjqb07&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39fmLTjqKi04BOsAJwPwZG

  • สส.สฤษดิ์” แนะนำผลศึกษาแก้ปัญหาช้างป่า ที่ กมธ.ทำไว้เดิม มาต่อยอดแก้ปัญหา – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    สส.สฤษดิ์” แนะนำผลศึกษาแก้ปัญหาช้างป่า ที่ กมธ.ทำไว้เดิม มาต่อยอดแก้ปัญหา – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/114386&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Jmg6tFheOf6XbpqlwSgXG

  • “ศุภจี” บอกไร้สาระมาก ถูกขุดเรื่องวุฒิการศึกษา | เดลินิวส์

    “ศุภจี” บอกไร้สาระมาก ถูกขุดเรื่องวุฒิการศึกษา | เดลินิวส์

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่เพจ CSI LA ตั้งข้อสังเกตมหาวิทยาลัยที่จบการศึกษา (Northrop University) เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวและปิดไปแล้ว

    รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า “ไม่ฟ้องหรอกค่ะ ไม่ซีเรียส เพราะมีเรื่องใหญ่กว่านี้ให้โฟกัส อย่างความเดือดร้อนของประชาชน” 

    ผู้สื่อข่าวถามว่า เพจดังกล่าวเคยตีแผ่เรื่องวุฒิการศึกษาของ สว.รายหนึ่งมาแล้ว นางศุภจี กล่าวว่า “มันคนละเรื่องกัน และดิฉันไม่ได้ยื่นวุฒิการศึกษาในการเข้ามาทำงานการเมือง นี่คือเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่ไม่ซีเรียส ปล่อยไปเถอะ เรามาเดินหน้าทำเรื่องที่เป็นเรื่องดีกว่า เพื่อช่วยประโยชน์กับสังคมดีกว่า

    หากจะขอร้องให้ช่วยกันคือ ช่วยกันโปรโมตโครงการไทยช่วยไทยดีกว่า คนที่เขามีความเดือดร้อนได้รับผลกระทบสินค้าแพง และเป็นบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็เดินหน้าหาสินค้าที่ลดราคาและควบคุมได้มาจำหน่าย ช่วยกันตรงนี้ดีกว่าค่ะ”

    นางศุภจีกล่าวว่า “เรียนจริงๆไม่ได้มีปัญหาอะไร” ก่อนย้อนถามสื่อมวลชนว่า “ทำไมหรือ มีปัญหาอะไรหรือ” และว่า “คนที่มีความสามารถก็จบจากที่นี่มากมาย ในประเทศไทยก็มี และมหาวิทยาลัยนี้ผลิตบุคลากรเยอะแยะมากมาย เรียนมาแล้วมหาวิทยาลัยจะปิดหรือไม่ปิดไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ว่าช่วงที่เรียนยืนยันว่ามีอยู่จริงๆ ดิฉันทำงานมาขนาดนี้ รวมถึงบริษัทต่างๆมากมาย จึงไม่คิดว่าเป็นประเด็นอะไรเลย ไร้สาระมาก”

    อนึ่ง วุฒิการศึกษาปริญญาตรีของนางศุภจี จบคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5741132/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R1iXMd_nwL5Z3i7bcEb7Z

  • ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

    ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

    องค์การยูเนสโก (UNESCO) เปิดเผยว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน ได้สร้างความเสียหายต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไปแล้วอย่างน้อย 132 แห่ง หวั่นความเสียหายขยายวง

    ฮัสซัน ฟาร์ตูซี เลขาธิการคณะกรรมาธิการแห่งชาติยูเนสโกของอิหร่าน ระบุว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง จนอิหร่านต้องยื่นคำร้องขอเพิ่มรายชื่อแหล่งมรดกที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

    ยูเนสโก (UNESCO) ยืนยันความเสียหายในหลายสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระราชวังโกเลสถาน พระราชวังหรูสมัยราชวงศ์กอญัรในกรุงเตหะราน ซึ่งพบความเสียหายต่อเพดานกระจก ผนังโมเสก และโครงสร้างบางส่วน

    รวมถึงพระราชวังเชเฮลโซตูน พระราชวังในศตวรรษที่ 17 และมัสยิดจาเมห์แห่งอิสฟาฮาน มัสยิดโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

    นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายในพื้นที่ใกล้ หุบเขาคอร์รามะบาด ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ย้อนหลังไปถึงราว 63,000 ปีก่อนคริสตกาล

    เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ความเสียหายเหล่านี้ประเมินค่าไม่ได้ และไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้ พร้อมกล่าวหาว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการจงใจ เนื่องจากทั้งสหรัฐและอิสราเอลมีเทคโนโลยีที่สามารถระบุเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

    ด้านยูเนสโกชี้แจงว่า ได้ส่งข้อมูลพิกัดของแหล่งมรดกให้ทุกฝ่ายล่วงหน้า เพื่อให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติการทางทหารแล้ว

    ทั้งนี้ ผลกระทบต่อแหล่งมรดกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอิหร่าน แต่ยังกระจายไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง โดยยูเนสโกกำลังติดตามความเสียหายในหลายพื้นที่.

    ที่มา : AP

    คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2923901&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Hy24qEN7JnZdzmhpxq_tE

  • “อนุทิน” งัดคำสั่งนายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” คุมเกมน้ำมัน ศึกษาค่าการกลั่น-ตลาด แก้ปัญหาราคาสูง

    “อนุทิน” งัดคำสั่งนายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” คุมเกมน้ำมัน ศึกษาค่าการกลั่น-ตลาด แก้ปัญหาราคาสูง

    รัฐบาลเดินหน้ารับมือวิกฤตพลังงาน ล่าสุดนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งที่ 5/2569 (ฉบับที่ 3) ตั้งคณะกรรมการศึกษาต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เร่งหามาตรการลดภาระประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบทั้งค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจ พร้อมกำหนดกรอบเวลาเสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 15 วัน 

    ช่างภาพพีพีทีวี
    นายกฯ ออกคำสั่งด่วน ตั้ง “คตร.” ศึกษาต้นทุนน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ราคาพุ่งกระทบประชาชน

    โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569

    โดยที่สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูงมากอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน และที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง 

    ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและต้นทุนการประกอบธุรกิจ อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีก 

    สมควรให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิงให้สะท้อนราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อลดภาระประชาชน

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

    ข้อ 2 ให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ประกอบด้วย

    (1) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ
    (2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการ
    (3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ
    (4) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นกรรมการ
    (5) ดร. พรายพล คุ้มทรัพย์ เป็นกรรมการ
    (6) ดร. อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล เป็นกรรมการ
    (7) ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ เป็นกรรมการ
    (8) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ
    (9) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ
    (10) ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ
    (11) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
    (12) อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

    ข้อ 3 ให้ คตร. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (1) ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงและเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

    (2) ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

    (3) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้ คตร. เสนอผลการศึกษาตาม (1) และ (2) ต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
    ข้อ 4 ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ คตร. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลใดให้ข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้ สั่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี 

    ราชกิจจานุเบกษา
    นายกฯ ออกคำสั่งด่วน ตั้ง “คตร.” ศึกษาต้นทุนน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ราคาพุ่งกระทบประชาชน
    ราชกิจจานุเบกษา
    นายกฯ ออกคำสั่งด่วน ตั้ง “คตร.” ศึกษาต้นทุนน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ราคาพุ่งกระทบประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272274&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p5ecECUc3kHtIGsyiHXdR

  • หุ้นน้องใหม่ UNIX บรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจร เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 12.17% – กรุงเทพธุรกิจ

    หุ้นน้องใหม่ UNIX บรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจร เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 12.17% – กรุงเทพธุรกิจ

    หุ้นน้องใหม่ UNIX เปิดซื้อขายวันแรกที่ราคา 2.12 บาท เพิ่มขึ้น 12.17% จากราคา IPO ที่ 1.89 บาทบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1227727&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03NSeAQoe-KgNQRpAqsI-S

  • UNIX เปิดเทรดวันแรก 2.14 บาท เหนือจอง 13.23% – Infoquest

    UNIX เปิดเทรดวันแรก 2.14 บาท เหนือจอง 13.23% – Infoquest

    ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจรครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและการจัดจำหน่าย โดยมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 60,000 ตันต่อปีและมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์หลากหลายประเภท.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/581738&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IrC0l42p_xBy9JrXZt1c5