Blog

  • จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือวิชาการและวิจัยการแพทย์

    จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือวิชาการและวิจัยการแพทย์

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์

              ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วย รศ.ดร.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดี ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา นำโดย Prof. Michael G. Stewart, MD, MPH, Senior Associate Dean for International Affairs and Affiliations at Weill Cornell Medicine และ Prof. Thanakorn Jirasevijinda, MD, ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ เพื่อหารือความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 7 อาคารจามจุรี 4

              ในการนี้ มีผู้แทนจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้าร่วมหารือความร่วมมือครั้งนี้ด้วย ได้แก่ ศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ ที่ปรึกษาผู้บริหารอาวุโส ด้านวิรัชกิจ ศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน รองคณบดีด้านวิรัชกิจ ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ รองคณบดีด้านการบริการวิชาการและการศึกษานานาชาติ และ รศ.นพ.ภาฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้ช่วยคณบดีด้านวิรัชกิจ

              การหารือความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ในครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือที่มีอยู่เดิมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ด้านวิชาการและการวิจัย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงการ Cornell–Chula Power Grant พร้อมทั้งหารือแนวทางริเริ่มความร่วมมือในอนาคต อาทิ การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ การวิจัยร่วม และการพัฒนาการศึกษาทางการแพทย์ เป็นต้น

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/287689/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03BVwwpXcFoSJISnTIhBMi

  • เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

    เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

    เจออีก! ไทยพบหลักฐานชัด  “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ “ซาบีดา” ยันเขมรชงยูเนสโกเรื่องสงกรานต์ไม่กระทบไทย

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.2569 พล.ร.ต.ปารัช  รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยว่า  หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมืองฯ จังหวัดตราด ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนและเคลียร์พื้นที่ตามแผนตราดพิฆาตไพรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2569

    พล.ร.ต.ปารัชกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่า เป็นทุ่นระเบิดที่ถูกนำมาวางใหม่โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ทุ่นตกค้างเดิม อีกทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบทุ่น PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และ POMZ จำนวน 1 ทุ่น ระหว่างการพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน ซึ่ง ทร.ยืนยันว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27  ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมนุษยธรรม  ไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี การใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 สภาพใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดอย่างร้ายแรง ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

    ขณะเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า เป็นข้อมูลจริง แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่กระทบต่อสถานะสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นการขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น โดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ

    น.ส.ซาบีดาเสริมว่า ไทยยังมีรายการที่เตรียมเสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดยชุดไทยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกในปีปลาย 2569 นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสบายใจได้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นชองชาติไทยอย่างแข็งขัน

    “ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป” น.ส.ซาบีดายืนยัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/948239/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R6xL-Ami9HeY42xAfpJvd

  • กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    thansettakij
    กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครทหารกองหนุน ทหารกองเกิน ทหารหญิงพ้นราชการ หรือบุคคลทั่วไป เข้าเป็นกำลังพลสำรองของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 12 อัตรา ดังนี้

    • กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) …กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต, น.ต. จำนวน 4 ตำแหน่ง (4 อัตรา)

    1.1 ประจำแผนกติดตามและวิเคราะห์เทคโนโลยี กองนโยบายวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาอักษรศาสตร์, ภาษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

    1.2 ประจำแผนกกำหนดมาตรฐาน 1 กองกำหนดมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์    ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.3 ประจำแผนกตรวจสอบมาตรฐาน กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์   ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.4 ประจำแผนกทดสอบมาตรฐาน 1 กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์  ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    2.กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และ อัตรา ร.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ และประกอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนด ได้แก่

    2.1 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • ประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

    2.2 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา ร.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    3.กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (พท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.อ., น.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุในเรื่องเกี่ยวกับสำรวจ วิเคราะห์ ด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการทหาร ได้แก่

    3.1 นายทหารประจำกรม กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.อ., น.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ หรือทางเทคโนโลยีและการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน, ทางการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีพลังงาน, ทางเทคโนโลยีวิศวกรรมพลังงาน, ทางวิศวกรรมการจัดการพลังงาน, ทางวิศวกรรมพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมพลังงาน,ทางฟิสิกส์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์-พลังงาน, ทางนิวเคลียร์เทคโนโลยี, ทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์,ทางวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์, ทางพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมไฟฟ้า, ทางวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง และทางฟิสิกส์นิวเคลียร์
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    4.สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สลก.สป.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ท., น.ท. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา), อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และอัตรา ร.อ. จำนวน 3 ตำแหน่ง (3 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการด้านแผนงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงการจัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานในสายงานการประชาสัมพันธ์ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่

    4.1 หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ท., น.ท.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    • มีประสบการณ์การทำงานกับส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย หรือเหล่าทัพ

    4.2 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, ทางวารสารศาสตร์, สื่อสารมวลชน, นวัตกรรมการสื่อสาร, วิจัยสื่อสารมวลชน, เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, การโฆษณาและประชาสัมพันธ์, การประชาสัมพันธ์, การโฆษณา, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ, เทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, วารสารศาสตร์และการประชาสัมพันธ์, การออกแบบ, การออกแบบสื่อสารออนไลน์, เทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สาขาวิชา วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปะบัณฑิต, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ, การบริหารการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน

    4.3 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา ร.อ.) จำนวน 3 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพ และภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์.

    ที่มา:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/651630&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cNdNLUscZG9-tUYjrsY8C

  • สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    ภาพการรวมตัวของนักการเมืองจากพรรคขนาดเล็กที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังการเลือกตั้งปี 2569 สะท้อนแรงกระเพื่อมทางอารมณ์และการเมืองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในหมู่มวลชนเสื้อแดงที่ต้องเห็นพรรคซึ่งสืบทอดจากไทยรักไทย กลายเป็นเพียง “พรรคร่วมอันดับสอง”

    ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนให้ภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น หากยังถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความฝัน “แลนด์สไลด์” ที่เคยเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์การเมืองฝ่ายนี้ และในอีกด้านหนึ่ง คือสัญญาณการกลับมาของการเมืองแบบเครือข่ายอุปถัมภ์ในรูปแบบที่เข้มแข็งและเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม

    เกม “บ้านใหญ่” และยุทธศาสตร์ “กันซีน”

    เบื้องหลัง 193 ที่นั่งของภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการวางแผนแบบมีเป้าหมาย ในทางการเมือง ภูมิใจไทยเลิกขายแค่นโยบายเฉพาะทาง แต่ยกระดับเป็น “ป้อมปราการอนุรักษ์นิยม” ที่จับต้องได้จริง ในวันที่พรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติอ่อนแรงลง กระแส ไม่เลือกเราเขามาแน่ จึงเทมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะมองว่าเป็น “กำแพง” ที่สูงพอจะกั้นกระแสการเปลี่ยนแปลงสุดโต่งได้

    เพื่อไทยในวันที่ “มนต์ขลัง” เสื่อมสลาย

    การที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไทย ออกมายอมรับความพ่ายแพ้และขอเป็นพรรคร่วม คือการถอยที่เจ็บปวดที่สุดในรอบ 20 ปีของตระกูลชินวัตร การ “ข้ามขั้ว” ในอดีตกลายเป็นชนักติดหลังที่ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ไปจนหมดสิ้น วันนี้เพื่อไทยจึงเหลือเพียงไพ่ใบเดียวคือ “ฝีมือการบริหารเศรษฐกิจ” หวังจะใช้กระทรวงเศรษฐกิจเป็นห้องแล็บกู้ศรัทธา โดยยอมเป็น “นิ้วก้อย” ให้ภูมิใจไทยที่เป็น “นิ้วหัวแม่มือ”

    โครงสร้างที่ซ่อนอยู่: เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อนกับความรอด

    โครงสร้างรัฐบาล 281 เสียงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความมีเสถียรภาพ มากกว่าการปฏิรูป ภูมิใจไทยคุม “พื้นที่” (สส.เขต) เพื่อฐานอำนาจ ส่วนเพื่อไทยคุม “ภาพรวม” (นโยบาย) เพื่อสร้างหน้าตา ทั้งคู่มีศัตรูร่วมกันคือ “กระแสความเปลี่ยนแปลง”  ดังนั้น นโยบายที่จะออกมาจึงเป็นการ “แจกและกระตุ้น” มากกว่าการ “รื้อและสร้าง” เพื่อซื้อเวลาให้ระบบอุปถัมภ์ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

    บทสรุปและคำถามถึงอนาคต

    เมื่อ “บ้านใหญ่” กลับมาครองเมืองภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงิน และ “อดีตพรรคเบอร์หนึ่ง” ยอมสยบยอมเพื่อความอยู่รอด ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุค “เสถียรภาพแบบย้อนยุค” ที่เน้นผลงานปากท้องแต่แช่แข็งโครงสร้างทางสังคม

    คำถามสำคัญคือ ในวันที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ “การเปลี่ยนผ่าน” แต่รัฐบาลใหม่เน้น “การรักษาเดิม” รอยร้าวระหว่างอำนาจในสภาและอารมณ์คนนอกสภาจะขยายกว้างจนถึงจุดแตกหักเมื่อใด?

    เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
    แหล่งที่มา : ยศชนันเปิดใจร่วมรัฐบาล,7พรรคแสดงเจตจำนงโหวตอนุทินนั่งนายกฯ,คะแนนภูมิใจไทยมาจากไหนทำไมชนะเลือกตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/738043&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0U7qfUNP7cn4bkU6YZ6y0v

  • เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เข้าสู่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ บรรยากาศสายมูยังคึกคัก หลายคนหันมาเช็กแนวโน้มดวงชะตาตามวันเกิด เพื่อใช้เป็นแนวทางวางแผนชีวิต ทีมข่าวรวบรวมคำทำนายตามศาสตร์โหราศาสตร์ไทยและความเชื่อทั่วไป ประเมินภาพรวมทั้งการงาน การเงิน และความรัก ของคนเกิดทั้ง 7 วัน ดังนี้

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    🔮 คนเกิดวันจันทร์

    • การงานมีจังหวะก้าวหน้า ผู้ใหญ่สนับสนุน มีโอกาสรับผิดชอบงานสำคัญ การเงินหมุนได้ดีแต่มีรายจ่ายจุกจิก ความรักต้องระวังคำพูด
    • เคล็ดมู: ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง หรือไหว้พระปางห้ามญาติ เสริมความสงบ

    🔮 คนเกิดวันอังคาร

    • ภาระงานมากขึ้น ต้องใช้ความเด็ดขาด การเงินมีเกณฑ์ได้ลาภเล็ก ๆ จากความพยายาม ความรักมีโอกาสเจอคนถูกใจ
    • เคล็ดมู: ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์สายพลังหรือถวายของสีแดง

    🔮 คนเกิดวันพุธ

    • มีจังหวะเจรจา ติดต่อสำเร็จ ได้ข่าวดีด้านงาน การเงินเริ่มคล่องตัว ความรักคนโสดมีคนเข้ามาทัก
    • เคล็ดมู: ทำบุญการศึกษา หรือสวดมนต์เสริมสติปัญญา

    🔮 คนเกิดวันพฤหัสบดี

    • งานมีความมั่นคง ผู้ใหญ่ให้โอกาส การเงินดีขึ้น มีโชคลาภเล็กน้อย ความรักอบอุ่น
    • เคล็ดมู: ไหว้ครูบาอาจารย์ หรือถวายหนังสือธรรมะ

    🔮 คนเกิดวันศุกร์

    • มีเกณฑ์เปลี่ยนแปลงงานหรือบทบาทใหม่ การเงินควรวางแผนรอบคอบ ความรักต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
    • เคล็ดมู: ทำบุญน้ำดื่มหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

    🔮 คนเกิดวันเสาร์

    • ระวังความเครียดจากงาน การเงินอย่าตัดสินใจเสี่ยง ความรักต้องเปิดใจคุยกัน
    • เคล็ดมู: ไหว้พระเสริมดวงชะตา หรือทำบุญโลงศพตามความเชื่อ

    🔮 คนเกิดวันอาทิตย์

    • มีโอกาสโดดเด่นด้านงาน ได้แสดงศักยภาพ การเงินมีแนวโน้มดีขึ้น ความรักสดใส
    • เคล็ดมู: ไหว้พระเสริมบารมี หรือสวมใส่สีมงคลเพิ่มความมั่นใจ

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/fortune/613494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DTmaFTBvH0zJ4hw5z_Gxf

  • “อนุทิน” เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ลั่นทุกคะแนนต้องเปลี่ยนเป็นผลงานเพื่อประชาชน

    “อนุทิน” เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ลั่นทุกคะแนนต้องเปลี่ยนเป็นผลงานเพื่อประชาชน

    “อนุทิน” เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ลั่นทุกคะแนนต้องเปลี่ยนเป็นผลงานเพื่อประชาชน

    นายอนุทิน ชาญวีระกูล โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต. ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้

    ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ 

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง  ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    #การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิกMOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย 

    ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป 

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ 

    ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา 

    ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน 
    สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ

    ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

    ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
    อนุทิน ชาญวีรกูล
    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/738070&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aU47PCU-GzqZ4YfWfQB7c

  • “ตรุษจีน” ใช้จ่ายคึกคัก! หมวดร้านอาหารจีนพุ่ง 100%

    “ตรุษจีน” ใช้จ่ายคึกคัก! หมวดร้านอาหารจีนพุ่ง 100%

    นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี เปิดเผยว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรในช่วงที่บรรยากาศเศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร สมาชิกบัตรระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น มีการวางแผนใช้จ่ายโดยมองหาความคุ้มค่าเป็นหลัก จากข้อมูลพบว่าสมาชิกบัตรนำคะแนนสะสมมาแลกเพื่อเป็นส่วนลดเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในหมวดร้านอาหาร และท่องเที่ยว และมีการใช้จ่ายในรูปแบบการผ่อนชำระในหมวดที่เป็นยอดใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่จำเป็น เช่น หมวดประกันชีวิต หมวดโรงพยาบาลและหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

    ภาพจาก : เคทีซี
    นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี

    ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนโครงสร้างการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและการใช้ชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่ผ่านมา พบว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีช่วงเทศกาลตรุษจีน หมวดซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโตสูงกว่า 35% เมื่อเทียบกับวันปกติ ขณะที่ หมวดร้านอาหารเติบโต 15% และหากเจาะจงร้านอาหารจีนสำหรับครอบครัวเติบโตถึง 100% ส่วนหมวดทองคำและเครื่องประดับเติบโตประมาณ 25%

    จากแนวโน้มดังกล่าว เคทีซีจึงร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อออกแบบสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์การใช้จ่ายและเพิ่มความคุ้มค่าในช่วงเทศกาล ตั้งแต่มื้ออาหารสำหรับครอบครัว การจับจ่ายของไหว้ ไปจนถึงการเดินทางระยะสั้นช่วงวันหยุด โดยมีไฮไลต์ อาทิ

    • ร้านอาหาร: สิทธิพิเศษจากห้องอาหารจีนกว่า 50 แห่ง ทั้งในโรงแรมและร้านอาหารชื่อดัง มอบส่วนลดสูงสุด 30%
    • Food Delivery: สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่าทุกประเภท รับส่วนลดสูงสุด 120 บาท ผ่าน GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood, Robinhood หรือรับส่วนลดสูงสุด 80 บาท ที่ LINE MAN MART หรือ GrabMart ระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 – วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569
    • หมวดซูเปอร์มาร์เก็ต: รับเครดิตเงินคืน 150 บาท เมื่อสแกนจ่ายด้วย VISA QR CREDIT ผ่านแอป KTC Mobile
    • ห้างสรรพสินค้า: รับคะแนนสะสมสูงสุด X7 สำหรับบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี และแลกรับส่วนลดเพิ่มหรือเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% สำหรับบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท
    • ทองคำ: เลือกผ่อนชำระ 0% หรือแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 20% กับร้านทองชั้นนำที่ร่วมรายการ
    • ท่องเที่ยว: รับส่วนลดตั๋วเครื่องบินเส้นทางจีน ฮ่องกง และไต้หวัน สูงสุด 1,000 บาท หรือส่วนลด 5–10% ตามเงื่อนไขของสายการบินพันธมิตร

    ทั้งนี้ เคทีซียังสนับสนุนให้สมาชิกใช้คะแนน KTC FOREVER เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย เช่น การแลกรับส่วนลดร้านอาหาร หรือสิทธิพิเศษด้านการเดินทาง เพื่อช่วยบริหารค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลให้คุ้มค่ามากที่สุด

    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/268564&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28ZkSyDAE9YeGAi_GzLRpr

  • งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    นางภัทรพร วรทรัพย์ กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “BAAC Charity Run 4th 2025” เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนา ธ.ก.ส. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาออกกำลังกายและสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่รักสุขภาพและนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทุกเพศ ทุกวัย เข้าร่วมสมัครกว่า 4,000 ราย แบ่งเป็นการวิ่ง Fun Run ระยะ 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon ระยะ 10.5 กิโลเมตร เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท โดยปล่อยตัวและเข้าเส้นชัยที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันได้รับกำลังใจจากพนักงาน ธ.ก.ส. ที่มาร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศที่คึกคัก สนุกสนานบนแสตนด์เชียร์ภายใน ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้ รายได้จากการสมัครโดยไม่หักค่าใช้จ่าย รวมถึงเงินบริจาคเพิ่มเติมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 2,219,400 บาท ธ.ก.ส. จะนำไปสมทบทุนให้มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานเกษตรกรต่อไป โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คณะผู้บริหาร พนักงาน ธ.ก.ส. และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้เปิดเผยว่า ผลการแข่งขัน Mini Marathon ระยะ 10.5 กม. รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 Overall ทั้งประเภทชายและหญิง รับเงินรางวัล มูลค่าสูงถึง 100,000 บาท พร้อมตุ๊กตาด้วงน้อย รุ่น Limited Edition ซึ่งผู้ได้รับรางวัลฝ่ายชายคือ คุณ Krzysztof Hadas จากประเทศโปแลนด์ เวลา 32.19 นาที และฝ่ายหญิง คุณ Misa Yimer Mohammed จากประเทศเอธิโอเปีย เวลา 36.20 นาที และยังมีการมอบรางวัลให้กับนักวิ่งระยะ 10.5 กม. ประเภทบุคคลทั่วไป ในแต่ละรุ่นอายุที่เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 1 – 3

    นอกจากนี้ ยังได้จัดรางวัลพิเศษสำหรับพนักงาน ธ.ก.ส. ที่เข้าแข่งขันในระยะ Mini Marathon ได้แก่ รางวัล Overall ชนะเลิศอันดับ 1 ชายและหญิง มูลค่า 30,000 บาท พร้อมเงินสนับสนุนการเข้าร่วมงานวิ่งในรายการ Tokyo Marathon 2026 มูลค่า 30,000 บาท และตุ๊กตาด้วงน้อย ซึ่งผู้ทำเวลาได้ดีที่สุด ฝ่ายชายคือ คุณกิตติบดี เทพทอง เวลา 39.19 นาที และฝ่ายหญิงคือ คุณธิติมา วิเทศ เวลา 49.20 นาที และยังมีการมอบรางวัลให้แก่พนักงาน ธ.ก.ส. ที่เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 – 16 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและเสริมสร้างสุขภาพแก่พนักงานอีกด้วย 

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    ในส่วนของสีสันในงานวิ่ง ยังมีรางวัลวิ่งแฟนซีภายใต้ธีม “สีสันกลางทุ่ง” จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท ซึ่งมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งกายในธีมดังกล่าวกว่า 30 ราย ทั้งนี้ ติดตามผลการแข่งขันของระยะ 10.5 กม. ประเภทบุคคลทั่วไปในแต่ละรุ่นอายุ รวมถึงภาพบรรยากาศการจัดงานได้ที่ Facebook : ธกส BAAC Thailand และ BAAC Charity Run   

    งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท งานวิ่งการกุศล ธ.ก.ส. สมทบทุนการศึกษาบุตรหลานเกษตรกร 2.2 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/pr-news/378973595&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0v3D2R6duG0bVDhR7WDIP-

  • เกมเปลี่ยนห้องเรียน สร้างพื้นฐานเว็บดีไซน์ให้นักเรียนไทย | เดลินิวส์

    เกมเปลี่ยนห้องเรียน สร้างพื้นฐานเว็บดีไซน์ให้นักเรียนไทย | เดลินิวส์

    มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม – เมื่อการเรียนการสอนเขียนโค้ดไม่จำเป็นต้องน่าเบื่ออีกต่อไป “นายพงศวุฒิ นาคนวล” นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หลักสูตรนานาชาติ แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล โปรแกรมเมอร์เลือดไทยรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพคิดและพัฒนาแพลตฟอร์มเกมมิฟิเคชัน “CODE CLASH” เกมการแข่งขันเพื่อการเรียนรู้ HTML DOM จุดประกายความสนุกควบคู่สาระให้กับนักเรียนไทย

    จุดเริ่มต้นจากคำถามในห้องเรียน
    จากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยที่พบว่า เด็กจำนวนไม่น้อยอาจไม่อินกับรูปแบบการเรียนแบบดั้งเดิม จึงตั้งคำถามสำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้เด็กสนุกและอยากเรียนรู้จริง ๆ”

    คำตอบคือการนำ “เกม” และ “การแข่งขัน” ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ มาผสานกับเนื้อหาพื้นฐานสำคัญอย่าง HTML DOM ซึ่งถือเป็นหัวใจของการพัฒนาเว็บไซต์ยุคใหม่

    ผลลัพธ์คือ “CODE CLASH” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้ทั้งเล่น แข่งขัน และเรียนรู้ไปพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    ศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ วัดผลได้จริง
    การดำเนินงานวิจัยมีขั้นตอนชัดเจน เริ่มจากการแนะนำโครงการแก่ผู้เข้าร่วม พร้อมทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จากนั้น นักเรียนได้ทดลองใช้งานแพลตฟอร์มเกม “CODE CLASH” เพื่อเรียนรู้เนื้อหา HTML DOM ผ่านรูปแบบการแข่งขันที่ท้าทาย เมื่อจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) และตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจ

    งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ Gamification ในการส่งเสริมความเข้าใจและทักษะการเขียนโค้ด หากผลการวิจัยเป็นไปในทิศทางที่ดี จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสื่อการสอนรูปแบบใหม่ ๆ ที่ทำให้เนื้อหาคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

    เสียงจากพื้นที่จริง โรงเรียนวัดไร่ขิง จ.นครปฐม
    บรรยากาศภายในห้องเรียนระดับชั้น ม.4–ม.6 เต็มไปด้วยความคึกคัก นักเรียนต่างตื่นเต้นและสนุกกับกิจกรรมการแข่งขันผ่านแพลตฟอร์มเกม เสียงสะท้อนจากนักเรียนโรงเรียนไร่ขิงวิทยา จ.นครปฐม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเรียนรูปแบบนี้ทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และอยากเรียนรู้ต่อยอดมากขึ้น ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของคณะครูและโรงเรียน ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้เข้ามาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนอย่างแท้จริง

    เบื้องหลังความสำเร็จ นักวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศ
    Machine Vision and Information Transfer (MVIT) Research Lab ความสำเร็จของงานวิจัยครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การดูแลและผลักดันของ รศ.ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ อาจารย์ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิแห่งคณะ ICT มหาวิทยาลัยมหิดล

    ท่านเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัย MVIT และได้รับการยกย่องในระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่
    *นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2568 (National Outstanding Researcher Award 2025)
    *ได้รับการจัดอันดับเป็น 7 ปีติดต่อกันในกลุ่ม World’s Top 2% Scientists ด้าน AI และ Image Processing (2019–2025)
    *Mahidol University’s Top 1% Researchers (ปี 2023 และ 2025)
    การผลักดันและวิสัยทัศน์ของท่าน ไม่เพียงสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ แต่ยังยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ

    ต่อยอดสู่อนาคตการศึกษาไทย
    “CODE CLASH” ไม่ใช่เพียงแค่เกม แต่คือภาพสะท้อนแนวคิด Active Learning ที่ขับเคลื่อนการศึกษาไทยในยุคดิจิทัล จากห้องเรียนในจังหวัดนครปฐม สู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการสอนคอมพิวเตอร์ในอนาคต งานวิจัยชิ้นนี้คืออีกหนึ่งพลังเล็ก ๆ ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

    นี่คือเรื่องราวดี ๆ ของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีต่อยอดสังคมไทย พร้อมแรงสนับสนุนจากนักวิจัยชั้นนำของประเทศ และนี่คือก้าวสำคัญของการศึกษาไทย ที่กำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5605166/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JH7UMI5c8ujhlGm4fUdFf

  • อธิบดีสกร. ติดตามสอบ N-NET ทั่วประเทศ หลายจังหวัดเข้าสอบครบ 100% | เดลินิวส์

    อธิบดีสกร. ติดตามสอบ N-NET ทั่วประเทศ หลายจังหวัดเข้าสอบครบ 100% | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ดร. เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการจัดการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ณ สนามสอบเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามความพร้อมในการจัดสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และได้มาตรฐาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เรียนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

    ในการนี้ อธิบดี สกร. ได้มอบหมายให้ นายสมยิ้ม คงอนันต์ นักวิชาการพัสดุชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน พร้อมคณะ ร่วมตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน โดยมี นายปราโมทย์ ทองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง พร้อมด้วย นายภัทร ภัทรกุลบดินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนนทบุรี และ นางอินทิรา มนัส ครูชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองนนทบุรี รวมถึงผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมกิจกรรมและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    สำหรับการจัดสอบในครั้งนี้ สนามสอบเรือนจำกลางบางขวางมีคณะกรรมการสนามสอบที่รับผิดชอบหลัก ได้แก่ นายศราวุธ รักษ์ยศ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ส่วนที่ 2 เรือนจำกลางบางขวาง และ นายปิติ พันธุ์ศักดิ์ นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางบางขวางทำหน้าที่กรรมการคุมสอบ รวมจำนวน 4 ห้องสอบ

    สนามสอบดังกล่าวจัดสอบในรูปแบบกระดาษ (Paper Pencil) โดยในวันนี้จัดสอบให้แก่นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งนี้ N-NET เป็นการทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสำเร็จการศึกษา โดยการสอบครอบคลุม 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ สาระทักษะการเรียนรู้ สาระความรู้พื้นฐาน สาระการประกอบอาชีพ สาระทักษะการดำเนินชีวิต และสาระการพัฒนาสังคม ใช้ระยะเวลาในการสอบ 3 ชั่วโมง จำนวน 100 ข้อ 100 คะแนน เพื่อประเมินความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของผู้เรียนอย่างรอบด้าน ซึ่งผลการสอบจะถูกนำไปใช้ประกอบการจบหลักสูตร และเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต

    จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ในภาคเรียนนี้ (2/2568) เรือนจำกลางบางขวางมีนักศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา รวมจำนวน 224 คน ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา 37 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 65 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 122 คน ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้เรียนในการใช้โอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง

    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบจากส่วนกลาง พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานในสนามสอบ เพื่อเสริมสร้างความเรียบร้อย โปร่งใส และให้การจัดสอบเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตลอดจนให้กำลังใจแก่ผู้เรียนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

    โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้มอบแนวทางและข้อเสนอแนะสำคัญ เพื่อยกระดับการจัดการเรียนรู้ในเรือนจำให้มีคุณภาพและตอบโจทย์อนาคตของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการติดตามการเข้าสอบของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ที่ยังไม่จบการศึกษา เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการเรียนรู้ พร้อมเสนอให้มีการพัฒนารูปแบบการประเมินทดแทนในกรณีผู้เรียนขาดสอบให้มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และสะท้อนคุณภาพการเรียนรู้จริง สามารถนำผลไปใช้ประโยชน์ต่ออนาคตของผู้ต้องขังได้อย่างแท้จริง ซึ่งได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญ สกร. ทีมงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการให้เกิดผลอย่างชัดเจน

    อธิบดี สกร. ยังได้สนับสนุนให้มีการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางและระดับสูง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนในเรือนจำ อาทิ การวาดภาพ งานช่างสิบหมู่ และหลักสูตรพัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนนทบุรี และ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต

    รวมทั้งส่งเสริมการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพหลังพ้นโทษอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการสนับสนุนด้านเครือข่าย และการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพตามความเหมาะสม เช่น อุปกรณ์สำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านการวาดภาพ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นอาชีพได้จริงภายหลังพ้นโทษ รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ต้องขังที่มีทักษะ ความรู้ หรือความสามารถ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ พร้อมพิจารณามอบประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อยอดในอนาคต

    นอกจากนี้ คณะจาก สกร. ได้มอบขนมซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบุรี ให้แก่เรือนจำกลางบางขวาง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่อบอุ่น

    ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจเยี่ยมสนามสอบ อธิบดี สกร. และคณะได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ภายในเรือนจำกลางบางขวาง โดยได้ชื่นชมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของผู้ต้องขังที่เรือนจำได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมการวาดภาพฝาผนัง ซึ่งมีความสวยงามโดดเด่น สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ และการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะได้อย่างน่าประทับใจ

    รวมถึงได้เยี่ยมชมห้องวาดภาพจิตรกรรม ซึ่งจัดแสดงผลงานศิลปะที่มีความประณีตและงดงามเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงทักษะ ความสามารถ และศักยภาพของผู้ต้องขังอย่างชัดเจน โดยผลงานบางส่วนได้มีการเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อหรือสนับสนุนผลงานได้ รวมถึงสามารถนำภาพหรือแบบที่ต้องการมาให้ผู้ต้องขังวาดตามความประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการฝึกทักษะและต่อยอดสู่การประกอบอาชีพอย่างสร้างสรรค์

    จากการติดตามผลการเข้าสอบทั่วประเทศในวันนี้ พบว่าในหลายพื้นที่ผู้สมัครให้ความสำคัญกับการสอบอย่างมาก ส่งผลให้อัตราการเข้าสอบสูงถึง 100% ประกอบกับการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลสนามสอบที่ชัดเจน ทำให้ผู้เข้าสอบสามารถเตรียมตัวได้อย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของหน่วยงานในพื้นที่และความตั้งใจของผู้เรียนในการเข้ารับการประเมินตามระบบ โดย จังหวัดลพบุรี มีผู้เข้าสอบครบ 100% ทั้งเรือนจำอำเภอชัยบาดาล และเรือนจำกลางอำเภอลพบุรี ขณะที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีผู้เข้าสอบครบ 100% ในหลายหน่วยสอบ ได้แก่ สกร.ระดับอำเภอกมลาไสย สกร.ระดับอำเภอท่าคันโท สกร.ระดับอำเภอเขาวง สกร.ระดับอำเภอนาคู สกร.ระดับอำเภอห้วยเม็ก รวมถึงเรือนจำกลาง ส่วน จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำกลาง กรุงเทพมหานคร มีกลุ่มเรือนจำเข้าสอบครบ 100% จังหวัดนนทบุรี มีผู้เข้าสอบครบ 100% ในสนามสอบเรือนจำกลางบางขวาง สนามสอบมูลนิธิคนพิการ และสนามสอบสถานคุ้มครองและฝึกอาชีพบ้านเกร็ดตระการ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่ สกร.ระดับอำเภอทองแสนขัน จังหวัดสมุทรสาคร มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำสมุทรสาคร จังหวัดนครพนม มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำนครพนม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้เข้าสอบครบ 100% ทั้งเรือนจำแม่สะเรียง และเรือนจำอำเภอเมือง และ จังหวัดระนอง มีผู้เข้าสอบครบ 100% ที่เรือนจำระนอง

    สำหรับผู้เรียนที่พลาดการสอบ N-NET ในรอบนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เตรียมแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีการสอบชดเชยผ่านระบบ E-Exam ซึ่งเป็นระบบที่ สกร. พัฒนาขึ้นเอง โดยจัดสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์และบริหารการจัดสอบโดย สกร. ในขณะที่ยังคงใช้ข้อสอบของ สทศ. เพื่อให้การประเมินมีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีศูนย์ทดสอบ E-Exam จำนวน 197 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จะเริ่มดำเนินการสอบในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่ขาดสอบสามารถเข้ารับการประเมินได้อย่างเท่าเทียม ส่งผลให้ผู้เรียนที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในภาคเรียนนี้สามารถจบการศึกษาได้ตามเงื่อนไขหลักสูตรอย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ สกร. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เรียนที่ไม่ได้เข้าสอบด้วยเหตุจำเป็น เช่น พ้นโทษ หรือย้ายเรือนจำ โดยจะมีการประสานข้อมูลและกำหนดแนวทางช่วยเหลือเป็นรายกรณี เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เท่าเทียมและไม่หลุดจากระบบเช่นเดียวกัน

    การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างเท่าเทียม รวมถึงผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อให้ “การเรียนรู้” เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ และเตรียมความพร้อมสู่การกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่าในอนาคต.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5605600/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lEb2m3MBaC0L5oiD4kAG1