Blog

  • OPINION : “เรียนซ้ำชั้น” กลับมาแล้ว! โรงเรียนระยองประกาศชัด — นี่คือสัญญาณที่การศึกษาไทยรอมานานหรือเปล่า?

    OPINION : “เรียนซ้ำชั้น” กลับมาแล้ว! โรงเรียนระยองประกาศชัด — นี่คือสัญญาณที่การศึกษาไทยรอมานานหรือเปล่า?

    ท่ามกลางดรามาการเมืองที่ยังไม่มีข้อสรุป มีโพสต์หนึ่งแทรกขึ้นมาในฟีดแล้วทำให้หลายคนหยุดคิด

    โพสต์นั้นมาจาก โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม อ.ปลวกแดง จ.ระยอง และข้อความในนั้นเรียบง่ายแต่ตรงไปตรงมา

    “โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่มีระบบการเรียนซ้ำชั้น หากนักเรียนไม่ประสงค์จะตั้งใจเรียนจริง ไม่ควรสมัครเข้ามาเรียน แต่หากมีความตั้งใจเรียนจริง โรงเรียนแห่งนี้พร้อมจะให้ความรู้และดูแลนักเรียนอย่างดีที่สุด”

    บางคนอาจมองว่า “แรงไป” แต่คอมเมนต์ในโพสต์นั้นส่วนใหญ่กลับเห็นด้วย และมีหนึ่งความเห็นที่สะท้อนใจได้ชัดมากที่สุด

    “โรงเรียนไม่ได้อยากคัดคนออก แต่โรงเรียนคือสถานที่ของคนอยากเรียน อยากมีการศึกษา อยากมีวุฒิเพื่อต่อยอดชีวิต แต่ถ้าเข้ามาเพราะการเรียนภาคบังคับ ก็ควรทำเต็มที่ ให้สมกับเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ”

    แล้ว “เรียนซ้ำชั้น” มันหายไปจากระบบการศึกษาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่?

    🔵 [เมื่อ “ผ่านไปก่อน” กลายเป็นบรรทัดฐาน]
    สำหรับใครที่เติบโตมาในยุคที่การ “ซ้ำชั้น” คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ คงพอจำได้ว่ามันหมายถึงอะไร — เพื่อนขึ้น ป.2 ไปแล้ว แต่เราต้องเรียน ป.1 ซ้ำอีกปี เพราะผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์

    แต่หลังจากที่มีการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในปี 2548 และนโยบายของภาครัฐในขณะนั้น ระบบการเรียนซ้ำชั้นก็ถูกละทิ้งไป เด็กสามารถขึ้นชั้นเรียนได้พร้อมเพื่อน ไม่ว่าผลการเรียนจะเป็นอย่างไรก็ตาม

    ผลที่ตามมาคือ ข่าว “เด็กไทยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” เริ่มโผล่ให้เห็นเป็นระยะ และทุกครั้งที่ข่าวนี้ขึ้น ก็มักจะมีดรามาตามมา

    ที่เจ็บปวดที่สุดคือกรณีที่ครูออกมาโพสต์ระบายเมื่อปี 2567 เล่าว่าเจอนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ใฝ่รู้ ไม่รับผิดชอบ บางคนถึงกับพูดต่อหน้าตรงๆ ว่า “ไม่ทำ ไม่ส่ง เพราะยังไงก็ผ่านอยู่แล้ว” ประโยคสั้นๆ แต่บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับระบบที่เราสร้างขึ้นมา

    แล้วปัญหานี้ ใครต้องเป็นคนแก้?

    🔵 [โทษครู? โทษระบบ? หรือโทษทั้งคู่?]
    เวลามีข่าวการศึกษาพัง เสียงส่วนใหญ่มักจะพุ่งไปที่ครูก่อนเสมอ ว่าต้องปรับวิธีสอน ต้องเปลี่ยนวิธีประเมินผล ซึ่งไม่ใช่ว่าผิด แต่ลองนึกถึงภาระที่ครูไทยต้องแบกในแต่ละวันดูบ้าง ทั้งงานสอน งานเอกสาร กิจกรรมโรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย

    คำถามคือ ยังมีแรงเหลือพอที่จะดูแลนักเรียนรายคนได้จริงหรือไม่?

    ที่น่าคิดกว่านั้นคือ กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณสูงที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ในบรรดากระทรวงทั้งหมด ทุกปี แต่ผลลัพธ์ที่เห็นกลับดูไม่สมดุลกับเม็ดเงินที่ทุ่มลงไป

    แต่ก็ต้องพูดให้ครบด้วยว่า ปัญหาการศึกษาไม่ได้จบแค่ที่โรงเรียนหรือครู ครอบครัว และตัวเด็กเองก็เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในสมการนี้

    🔵 [เรียนซ้ำชั้น ไม่ใช่การลงโทษ แต่คือหลักเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว]
    หลายคนอาจไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว สพฐ. มีแนวปฏิบัติเรื่องการเรียนซ้ำชั้นมาตั้งแต่ปี 2559 และมีขั้นตอนที่ชัดเจน ไม่ใช่การตัดสินใจตามอารมณ์ของใครคนเดียว

    ก่อนจะถึงขั้นซ้ำชั้น ระบบกำหนดให้มีการสอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัวก่อน และหากยังไม่ผ่าน ก็จะพิจารณาให้เรียนซ้ำรายวิชา หรือเปลี่ยนรายวิชาในส่วนของวิชาเพิ่มเติม จนกว่าจะถึงขั้นต้องซ้ำชั้นจริงๆ ซึ่งมีเกณฑ์กำกับไว้ด้วย

    ระดับประถมศึกษา เรียนซ้ำชั้นเมื่อ
    ไม่ผ่านรายวิชาเกินครึ่งหนึ่งตามโครงสร้างเวลาเรียน หรือนักเรียน ป.1–ป.2 ที่ผ่านการประเมินแล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ และคิดเลขไม่ได้

    ระดับมัธยมศึกษา เรียนซ้ำชั้นเมื่อ
    เกรดเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และมีแนวโน้มเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น หรือมีผลการเรียน 0, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนในปีนั้น

    ทั้งหมดนี้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการของโรงเรียนแต่ละแห่ง และต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนรับทราบด้วย

    กล่าวคือ หลักเกณฑ์มีมานานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาหลายโรงเรียนอาจไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจัง

    🔵 [ประกาศนี้คือการ “ไล่เด็ก” หรือคือ “คำมั่นสัญญา”?]
    มุมหนึ่งอาจมองว่านโยบายแบบนี้ดูเหมือนการประกาศคัดกรองตั้งแต่ต้น แต่อีกมุมหนึ่ง การที่โรงเรียนกล้าประกาศชัดเจนแบบนี้ มันคือการบอกว่า “เราพร้อมพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้ถึงจุดหมาย เพียงแค่ขอให้นักเรียนพร้อม และผู้ปกครองก็ต้องพร้อมด้วย”

    เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้ดีแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับครูหรือโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าทุกฝ่ายในชีวิตของเด็ก ทั้งโรงเรียน ครอบครัว และตัวเด็กเอง พร้อมจะเดินไปด้วยกันหรือไม่

    การศึกษาคือจุดเริ่มต้น และจุดเริ่มต้นนั้นสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปแบบไม่มีความหมาย

    ในยุคที่ประเทศเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนที่สุดอย่างหนึ่งที่เราทำได้คือ ลงทุนกับการศึกษาของเด็กอย่างจริงจัง

    ไม่ใช่แค่ในเชิงงบประมาณ แต่ในเชิงของการ “ใส่ใจ” ว่าเด็กคนนั้นพร้อมจะก้าวต่อไปจริงๆ หรือยัง?

    คุณคิดว่าการกลับมาของ “ระบบเรียนซ้ำชั้น” จะช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทยได้จริงไหม? หรือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือเรื่องอื่นที่ใหญ่กว่านั้น?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/nation-story/special-story/378973725&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m24ocEYoinbR7dXOH_f-m

  • กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” มียศทหาร ไม่ต้องลาออกงานประจำ

    กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” มียศทหาร ไม่ต้องลาออกงานประจำ

    กลาโหม เปิดรับสมัคร “กำลังพลสำรอง” ไม่ต้องลาออกจากงานประจำ เอกชน-อาชีพอิสระ อยากมียศทหาร อยากช่วยชาติ เช็กคุณสมบัติ-ขั้นตอนการสมัครได้เลย

    วันที่ 18 ก.พ. 69 มีรายงานว่า แฟนเพจ สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความว่า “ทำงานเอกชน ทำอาชีพอิสระ แต่อยากมียศทหาร อยากช่วยชาติ อยากช่วยเหลือประชาชน ทำอย่างไร”

    โดยระบุว่า สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครทหารกองหนุน ทหารกองเกิน ทหารหญิงพ้นราชการ หรือบุคคลทั่วไป เข้าเป็นกำลังพลสำรองของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 12 อัตรา ดังนี้

    1. กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 4 ตำแหน่ง (4 อัตรา)

    2. กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อท.ศอพท.) …กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และ อัตรา ร.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา)

    3. กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (พท.ศอพท.) …กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.อ., น.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา)

    4. สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สลก.สป.) …กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ท., น.ท. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา), อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และอัตรา ร.อ. จำนวน 3 ตำแหน่ง (3 อัตรา)

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพ และภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

    ห้วงการรับสมัคร

    • รับสมัครระหว่างวันที่ 11 ก.พ. – 13 มี.ค. 69 
    • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ วันที่ 19 มี.ค. 69 ตั้งแต่ 09.00 น.

    สถานที่รับสมัคร

    หน่วยรับการบรรจุทั้ง 4 หน่วย หรือ กรมการสรรพกำลังกลาโหม ถนนศรีสมาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในวันและเวลาราชการ หรือสมัครทางออนไลน์ 24 ชั่วโมง 

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองกำลังสำรอง สำนักกิจการกำลังพลสำรองและการสัสดี กรมการสรรพกำลังกลาโหม โทร 0-2560-5384, 06-5828-0932 หรือสอบถามผ่าน Line Open Chat : RESERVESDMD / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ กรมการสรรพกำลังกลาโหม (คลิก) 

    สวัสดิการเมื่อรับการคัดเลือกและถูกบรรจุแล้ว

    สำหรับการรับสมัครดังกล่าว ผู้ที่สนใจไม่ต้องลาออก ยังคงทำงานเดิมตามปกติ กำลังพลสำรองนี้ คือ ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ มีสถานะเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้าง ไม่ได้มีสถานะเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำของกระทรวงกลาโหม เป็นการบรรจุบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์เฉพาะด้านให้เข้ามาอยู่ในระบบกำลังพลสำรองของประเทศ เพื่อให้กองทัพและภาครัฐสามารถเรียกใช้ศักยภาพได้อย่างเหมาะสมเมื่อมีภารกิจจำเป็น เช่น งานด้านความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน หรือการบรรเทาสาธารณภัย และงานด้านอื่นๆ ตามภารกิจของกองทัพและภาครัฐ

    เมื่อได้รับการคัดเลือกและถูกบรรจุแล้ว จะมีชื่ออยู่ในบัญชีบรรจุกำลังของหน่วยที่สังกัดเป็นระยะเวลา 6 ปี และจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมีคำสั่งเรียก ตามห้วงเวลาที่กำหนดในแต่ละปี เช่น การฝึก การอบรม หรือการเตรียมความพร้อม

    อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วนของประเทศ เช่น ภาวะสงคราม การระดมพล หรือภัยพิบัติที่ต้องใช้กำลังสนับสนุนเพิ่มเติม หน่วยงานสามารถมีคำสั่งเรียกกำลังพลสำรองให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีตามความจำเป็น

    ในช่วงเวลาที่ได้รับการเรียกตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่นั้น กำลังพลสำรองจะได้รับสิทธิประโยชน์เฉพาะตน เช่น

    • ค่าตอบแทน หรือเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง
    • การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทหาร (ทั้งนี้ สิทธิการรักษาพยาบาลจะครอบคลุมเฉพาะตัวผู้ปฏิบัติ ไม่รวมถึงครอบครัว)

    หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ก็จะกลับไปทำงานตามเดิมที่ตนเองทำอยู่ กล่าวโดยสรุป คือ ยังคงประกอบอาชีพตามปกติ แต่มีสถานะเป็นกำลังสนับสนุนให้กับกองทัพ และภาครัฐเมื่อได้รับการประสานขอความร่วมมือ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2914919&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fHUuZ2Ic8cAwaU7PAPA0M

  • หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สร้างความตะลึง บนเวทีกาล่าตรุษจีน “ชุนหว่าน” 2026 (คลิป) | เดลินิวส์

    หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สร้างความตะลึง บนเวทีกาล่าตรุษจีน “ชุนหว่าน” 2026 (คลิป) | เดลินิวส์

    งานกาล่าตรุษจีน “ชุนหว่าน” 2026 จัดโดย China Media Group มีการนำเสนอความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตลอดการถ่ายทอดสด หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ปรากฏตัวในหลายบทบาท ตั้งแต่การแสดงศิลปะการต่อสู้ เล่นละครสั้น โชว์รูปแบบต่างๆ ที่ผสมผสานศิลปะการแสดงกับเทคโนโลยีอย่างกลมกลืน

    หนึ่งในช่วงที่ผู้ชมประทับใจมากที่สุด คือ การแสดงของหุ่นยนต์กับนักกังฟูเยาวชน นำเสนอการแสดงศิลปะการต่อสู้ที่ออกแบบท่วงท่าอย่างประณีต แสดงฉากผาดโผน และเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงกัน

    นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังสาธิตทักษะต่างๆ เช่น การพับเสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย การกลิ้งลูกวอลนัตบนฝ่ามือ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายมือแบบดั้งเดิมของจีน

    เทศกาลตรุษจีน หรือ ปีใหม่จีน ถือเป็นเทศกาลดั้งเดิมที่สำคัญที่สุดของชาวจีน และการรับชมมหกรรมตรุษจีน หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ “ชุนหว่าน” กลายเป็นธรรมเนียมประจำปีของครอบครัวหลายร้อยล้านครอบครัว

    นับตั้งแต่ออกอากาศครั้งแรกในปี ค.ศ. 1983 รายการนี้ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็นรายการโทรทัศน์ประจำปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก

    เทศกาลตรุษจีนยังได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนธันวาคม 2024

    สำหรับปี 2026 เทศกาลตรุษจีนตรงกับวันอังคาร เป็นการเปิดศักราชปีมะเมีย สัญลักษณ์แห่งพลัง ความมุ่งมั่น และทะยานไปข้างหน้า ซึ่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้สะท้อนจิตวิญญาณดังกล่าวอย่างชัดเจน ผ่านภาพของเทคโนโลยีจีนที่กำลังพุ่งทะยานอย่างไม่หยุดยั้งบนเวทีโลก

    เครดิต China Media Group (CMG)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5612577/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FRwWX3vBX-ZdnqvlxeRAC

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 102.63 จุด คาดตลาดพักฐานต่อเนื่องหลังขาดปัจจัยใหม่หนุน

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดบวก 102.63 จุด คาดตลาดพักฐานต่อเนื่องหลังขาดปัจจัยใหม่หนุน

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดตลาดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (18 ก.พ.) ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นในเซสชันก่อนหน้าซึ่งได้แรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มไอที หลังจาก Infosys ประกาศความร่วมมือกับ Anthropic

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 83,553.59 จุด เพิ่มขึ้น 102.63 จุด หรือ +0.12%

    หุ้น 15 จาก 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางต่างปรับตัวขึ้นกลุ่มละประมาณ 0.2%

    เมื่อวันอังคาร (17 ก.พ.) ดัชนี Sensex ปิดบวก 0.21% โดยดัชนีหุ้นกลุ่มไอทีพุ่งขึ้น 1% รับแรงหนุนจากกระแสดีลธุรกิจด้าน AI หลัง Infosys ประกาศความร่วมมือกับ Anthropic

    นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ช่วงพักฐานต่อเนื่อง เนื่องจากยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ที่มีนัยสำคัญ

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRDH0IQAWW2GJ12OZSJVBFW3QKX50KEE&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vOZQVTv0WKdNrHH1I8wsA

  • มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา เปิดรับสมัครนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์  เพื่อรับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569

    มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา เปิดรับสมัครนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อรับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569

    วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.44 น.

    มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา มอบโอกาสทางการศึกษา เปิดรับสมัครนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, มัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 1 มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อรับทุนการศึกษาประจำปี 2569 โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดโครงการและใบสมัครเพื่อขอรับทุนการศึกษาได้ที่ https://vichaisrivaddhanaprabha.com/scholarship-th/

    ส่งเอกสารใบสมัครทางไปรษณีย์ถึง มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา เลขที่ 8 ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-677-8888 ต่อ 1221, 1222

    คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน

    • เป็นนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
    • เป็นนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 1
    • ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดบุพการี หรืออยู่ในอุปการะของบุคคลอื่น ที่มีรายได้รวมต่ำกว่า 150,000 บาทต่อปี  อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร การคมนาคมยากลำบาก
    • มีความประพฤติดี มีความมุ่งมั่น ขยัน หมั่นเพียรที่จะศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาตรี
    • มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50
    • ไม่รับทุนการศึกษาต่อเนื่องจากหน่วยงานใด ๆ เช่น กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือกองทุนกู้ยืมเงิน เพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)         

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/947799&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eAxyAVGkh3fHx3ezOX2J5

  • ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    วันนี้ (วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569) การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้น ภายใต้แกนนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจ มีโครงการ เมกะโปรเจกต์ ด้านคมนาคมทางอากาศ ที่เกี่ยวกับการขยายสนามบิน ทั้งการลงทุนของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. รวมถึงโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และการสร้างจุดขายใหม่ ที่จะเป็นแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยว อย่าง Disneyland และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 8 แสนล้านบาท ที่จะรอให้รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    ทอท.กางแผนพัฒนาสนามบิน 4 แสนล้าน

    ทั้งนี้แผนการพัฒนาสนามบินของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ทอท.ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 4 แสนล้านบาท ในการขยายศักยภาพการรองรับ 6 สนามบินของทอท. ทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาสร้าง 2 สนามบินใหม่ คือ ท่าอากาศยานล้านนา และท่าอากาศยานอันดามัน โดยมีโครงการต่างๆที่สำคัญ ดังนี้ 

    1.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ซึ่งเดิมในอดีตขออนุมัติ ครม. ไว้ที่ 36,000 ล้านบาท มีการออกแบบมานานกว่า 8 ปีแล้ว ทำให้จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนบางส่วน เพื่อให้เป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารใกล้เมืองอย่างแท้จริง เป็นจุดต่อการเดินทางทางอากาศกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดง

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    โดยจะนำเสนอ ครม. เพื่อขอเปลี่ยนแปลงเนื้องานและวงเงินลงทุนใหม่ เป็น 6.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ขยายการรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเป็น 40- 50 ล้านคนต่อปี และเพิ่มศักยภาพเป็นฮับการบิเนทั้งภายในประเทศเต็มรูปแบบ และฮับสายการบินต้นทุนต่ำระหว่างประเทศ 

    2. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) วงเงินลงทุน 13,520 ล้านบาท และการลงทุนพัฒนาสนามบินระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 245,369  ล้านบาท เพิ่มการรองรับผู้โดยสาร เพิ่มจาก 60 ล้านคน เป็น 120 ล้านคน ตามแผนแม่บท (Master Plan) การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยตัดโครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่2 (SAT-2) ออก  เนื่องจากรวมพื้นที่เป็นอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ทั้งหมด

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    รวมถึงการขออนุมัติการลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) พื้นที่ 4 แสนตรม. แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ พร้อมหลุมจอดประชิดอาคาร และการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ที่ 4  เพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินจาก 94 เที่ยวบินต่อชม.เป็น 120 เที่ยวบินต่อชม.

    ผ่าเมกะโปรเจกต์ ขยายสนามบิน-จุดขายใหม่ท่องเที่ยว 8 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน

    โดยตัดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่2 (SAT-2) ออก  เนื่องจากรวมพื้นที่เป็นอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ และยังใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับ APM เชื่อมอาคารผู้โดยสารหลังปัจจุบัน อาคาร SAT-1 เป็นต้น  

    ในขณะเดียวกัน AOT ยังมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานอื่น ๆ อาทิ โครงการพัฒนาการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 16,000 ล้านบาท, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 24,000 ล้านบาท , ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะที่ 1 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 และจะสามารถขออนุมัติโครงการได้ภายในปี 2570 ในส่วนของท่าอากาศยานหาดใหญ่  ปัจจุบัน อยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570

    ขณะที่แผนการสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง ได้แก่  สนามบินอันดามัน ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และท่าอากาศยานล้านนา  อ.บ้านธิ จ.ลำพูน  พื้นที่ 5-6 พันไร่  ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ และความคุ้มค่าการลงทุนเสร็จแล้ว งบประมาณก่อสร้างแห่งละประมาณ 8 หมื่นล้านบาท  เพื่อแบ่งเบาผู้โดยสารท่าอากาศยานภูเก็ต และเชียงใหม่ ในปีนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจะกำหนดแผนงานก่อสร้างและเปิดบริการต่อไป

    คิ๊กออฟพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เฟส 1

    นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก บนพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ จ.ระยอง มูลค่า 100,000 ล้านบาท โดยเริ่มสร้าง เฟส 1 ก่อน

    ดึงเงินลงทุน 3 แสนล้าน ผลักดัน Disneyland สปอร์ต คอมเพล็กซ์ 

    ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แผนการพัฒนาจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยวของไทย เพื่อยกระดับนักท่องเที่ยวสู่ 50–60 ล้านคนต่อปี และผลักดันให้เกิดแม่เหล็กในการดึงการเดินทางเข้าพื้นที่ พื้นที่ EEC รองรับทราฟฟิกในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้มีแค่การผลักดันให้เกิดการลงทุน Disneyland เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็น Mixed-Use ที่มีความหลากหลาย

    Disneyland

    ไม่ว่าจะเป็น Disneyland คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 3 แสนล้านบาท บนที่ดิน 5,000 ไร่ ใน จังหวัดชลบุรี โดยตามแผนจะแบ่งเป็น Disneyland พื้นที่ 3,000 ไร่ มูลค่าลงทุนเกือบ 200,000 ล้านบาท รูปแบบการลงทุนจะเป็น PPP (Public-Private Partnership) โดยภาครัฐทำหน้าที่จัดหาที่ดิน ประสานการเจรจา Licensing กับ Disney และสนับสนุนด้านการอำนวยความสะดวก ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการ เพื่อลดภาระงบประมาณรัฐและเปิดทางให้มืออาชีพเข้ามาบริหารโครงการ

    โดยมีการประเมินว่า หากโครงการเกิดขึ้นจริง จะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวได้เกือบ 20 ล้านคนต่อปี เกิดการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจราว 150,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมกระจายรายได้สู่พื้นที่รอบข้าง ทั้งทะเลภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ

    อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และการเจรจา Licensing กับ Disney โดยการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องเชิงนโยบาย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในเสถียรภาพการพัฒนาในระยะยาว

    รวมถึงโครงการสปอร์ต คอมเพล็กซ์ พื้นที่รวมกัน 2,000 ไร่ ประกอบไปด้วย สนามกีฬาความจุ 80,000 ที่นั่ง ที่มีเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนเป็น Concert Hall ขนาดใหญ่, ศูนย์กีฬาทางน้ำ, อินดอร์ สเตเดียม มูลค่าลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/651787&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iVOIP-Sa3_h9O_ci52mDL

  • เปิดข้อดีของคน “ห้องรก” นักจิตวิทยาเผย 3 ทักษะโดดเด่น แม้ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

    เปิดข้อดีของคน “ห้องรก” นักจิตวิทยาเผย 3 ทักษะโดดเด่น แม้ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

    แม่อย่าเพิ่งด่า! เปิดข้อดีของคน “ห้องรก” นักจิตวิทยาเผย 3 ทักษะโดดเด่น แม้ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

    พ่อแม่หลายคนมักจะดุลูกเมื่อเห็นสภาพห้องที่เต็มไปด้วยข้าวของวางระจัดกระจาย ในสายตาของผู้ใหญ่ ห้องที่ดีควรจะสะอาดเรียบร้อย เสื้อผ้าแขวนเป็นระเบียบ และดูสะอาดตา แต่ในมุมมองของเด็กหรือคนบางกลุ่ม ความเป็นระเบียบอาจไม่ได้วัดกันที่สิ่งของวางตรงที่ทางของมันเสมอไป

    จากการศึกษาของนักจิตวิทยาพบว่า การที่ใครคนหนึ่งไม่ชอบเก็บห้องให้เรียบร้อยนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป ข้อมูลระบุว่าคนที่ปล่อยให้ห้องรก (ในระดับที่หาของเจอ) มักจะมี 3 ทักษะที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไป ดังนี้

    1. มีความสามารถในการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม

    วารสารทางวิชาการ Psychological Science เคยเผยแพร่งานวิจัยที่ระบุว่า สภาพแวดล้อมที่ยุ่งเหยิงหรือไม่มีระเบียบสามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้ การที่คนๆ หนึ่งกล้าที่จะแหกกฎความเป๊ะ แสดงว่าเขามีจินตนาการที่พุ่งพล่านและไม่ยอมถูกจำกัดอยู่ในกรอบ

    ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ ให้ความเห็นว่า เด็กที่โตมาในกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปอาจถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ แต่เด็กที่กล้าปฏิเสธการจัดวางสิ่งของตามที่ผู้ใหญ่บอก และเลือกจัดวางตามตรรกะของตัวเอง มักจะเป็นคนที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเองสูง และกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เข้าใจเพื่อพิสูจน์ว่าความคิดของตนถูกต้อง

    2. เป็นคน “ไม่จุกจิก” และโฟกัสที่เป้าหมายใหญ่

    คำกล่าวโบราณที่ว่า “ผู้ที่จะทำการใหญ่ ย่อมไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย” ดูจะใช้ได้ดีกับกรณีนี้ ในสายตาของเจ้าของห้อง สภาพที่ดูเหมือน “รก” อาจเป็นสภาวะที่พวกเขารู้สึกสบายใจที่สุด พวกเขาไม่ต้องการเสียพลังงานสมองไปกับเรื่องจุกจิกอย่างการจัดวางปากกาให้ตรงแถว แต่เลือกที่จะทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับสิ่งที่พวกเขาคิดว่าสำคัญกว่า

    นักจิตวิทยา วิเคราะห์ว่าคนกลุ่มนี้มักจะมีความสามารถในการจดจ่อ (Concentration) กับงานชิ้นใหญ่ได้ดีเยี่ยม ตราบใดที่พวกเขายังสามารถหาของที่ต้องการเจอได้ทันทีท่ามกลางความรก นั่นแสดงว่าสมองของพวกเขามีระบบการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ตาเห็น

    3. มีกระบวนการคิดที่ว่องไวและยืดหยุ่น

    ห้องที่รกมักเกิดจากการที่เจ้าของห้องมีความคิดที่หลั่งไหลออกมาตลอดเวลา เมื่อนึกอะไรใหม่ๆ ออก พวกเขาจะรีบลงมือทำทันทีจนลืมเรื่องการเก็บกวาด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโต๊ะทำงานของ เฉียน เสวียเซิน (Tsien Hsue-shen) นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ที่มักจะยุ่งเหยิงอยู่เสมอแต่เขาสามารถหยิบจับเอกสารที่ต้องการได้ในพริบตา

    เช่นเดียวกับศิลปินระดับโลกหลายคนที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดูไร้ระเบียบ เพราะในช่วงเวลาที่สมองกำลังทำงานอย่างเต็มที่ ความเป็นระเบียบทางกายภาพจะถูกลดความสำคัญลง คนที่มีห้องรกจึงมักมีทักษะการคิดที่ว่องไวและยืดหยุ่นกว่าคนในวัยเดียวกัน

    ข้อควรระวัง: เมื่อความ “รก” เริ่มส่งผลเสีย

    แม้ความรกจะมีข้อดี แต่ก็มีขอบเขตที่ควรระวัง ข้อมูลจากนิตยสาร Behaviour Research and Therapy ระบุว่าหากบุคคลอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้ระเบียบ “เกินไป” เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมตัวเอง (Self-discipline) ลดลงได้

    ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ระบุว่ามนุษย์มีความต้องการ “ความปลอดภัยและระเบียบวินัย” เป็นพื้นฐานรองจากความต้องการทางกายภาพ หากห้องรกจนถึงขั้นสกปรกหรือขาดสุขลักษณะ อาจนำไปสู่การเป็นคนไร้ระเบียบวินัยในชีวิตและการทำงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอนาคตได้

    บทสรุปสำหรับผู้ปกครอง

    หากห้องของลูกคุณรก แต่เขาสามารถหาของเจอได้ทันทีเมื่อต้องการ นั่นคือสัญญาณของทักษะการจัดการสมองที่ดี พ่อแม่ควรให้คำแนะนำและฝึกนิสัยรักความสะอาดเบื้องต้นโดยไม่จำเป็นต้องดุด่ารุนแรง เพื่อให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการมีสุขนิสัยที่ดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874150/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1G58gDP0oZMWPXd5EbSz4j

  • ศธ. สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ประกาศปิดด่วน 20 โรงเรียนในปทุมธานี

    ศธ. สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ประกาศปิดด่วน 20 โรงเรียนในปทุมธานี

    วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยถึงมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีที่มีคนร้ายพกพาอาวุธปืนหลบหนีเข้ามาในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานศึกษาหลายแห่งต้องประกาศปิดเรียนฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย

    ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของนักเรียนและคณะครูในพื้นที่เสี่ยง จึงได้มอบหมายสั่งการให้ สพฐ. โดยศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดปทุมธานี เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากรและนักเรียนเป็นสำคัญสูงสุด

    จากการติดตามการดำเนินงาน พบว่าผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่ได้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ดังนี้:

    1. สั่งปิดสถานศึกษา: ประกาศหยุดเรียนเป็นกรณีพิเศษ 1 วัน (18 กุมภาพันธ์)

    2. การประชาสัมพันธ์: จัดครูเวรประจำจุดหน้าประตูโรงเรียน เพื่อแจ้งข่าวการหยุดเรียนแก่นักเรียนและผู้ปกครองที่ไม่ทราบข่าว

    3. ความปลอดภัยพื้นที่: ปิดประตูเข้า-ออกโรงเรียนทุกจุด และมอบหมายครูที่พักอาศัยในบ้านพักครูช่วยตรวจตราความเรียบร้อย

    4. มาตรการโรงเรียนพักนอน: สำหรับโรงเรียนประจำ ผู้อำนวยการโรงเรียนและหน่วยรักษาความปลอดภัยได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน ตรวจตราบุคคลเข้า-ออกอย่างเข้มงวด โดยกำชับให้นักเรียนอยู่ภายในหอพักตลอดช่วงเวลากลางคืน และจะอนุญาตให้ออกมาทำกิจกรรมได้เมื่อได้รับการยืนยันความปลอดภัยแล้วเท่านั้น

    นอกจากนี้ สพฐ. ได้กำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประสานงานกับโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์และสร้างขวัญกำลังใจ

    ทั้งนี้ สพฐ. เตรียมนำเหตุการณ์ครั้งนี้ และกรณีศึกษาจากโรงเรียนวัดพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา มาถอดบทเรียนเพื่อยกระดับมาตรการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและแผนเผชิญเหตุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

    สำหรับรายชื่อสถานศึกษาที่ประกาศปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มีรวมทั้งสิ้น 20 แห่ง

    สังกัด สพป.ปทุมธานี (16 โรงเรียน):

    1. โรงเรียนวัดบ่อทอง

    2. โรงเรียนวัดลำมหาเมฆ

    3. โรงเรียนสามวาวิทยา

    4. โรงเรียนวัดบัวขวัญ

    5. โรงเรียนคลองลากค้อน

    6. โรงเรียนวัดสุทธาวาส

    7. โรงเรียนวัดเนกขัมมาราม

    8. โรงเรียนวัดบ่อเงิน

    9. โรงเรียนวัดจันทาราม

    10. โรงเรียนคลองลาดช้าง

    11. โรงเรียนบ้านคลองขวางบน

    12. โรงเรียนสังฆรักษบำรุง

    13. โรงเรียนชุมชนวัดบัวแก้วเกษร

    14. โรงเรียนบ้านคลองเจ้าเมือง

    15. โรงเรียนสี่แยกบางเตย

    16. โรงเรียนวัดสหราษฎร์บำรุง (วงษ์กล้าแข็ง)

    สังกัด สพม.ปทุมธานี (4 โรงเรียน):

    1. โรงเรียนบัวแก้วเกษร

    2. โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา

    3. โรงเรียนสุนทโรเมตตาประชาสรรค์

    4. โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pathum-thani-schools-close-narumon/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10PrbbSDU6CTzfYr5SYRBt

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D576648&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2E1Nax2MfUq1Cye8m14TH3

  • เช็กด่วน กกต.สั่งก๊อกสอง เลือกตั้ง-นับคะแนนใหม่ | เดลินิวส์

    เช็กด่วน กกต.สั่งก๊อกสอง เลือกตั้ง-นับคะแนนใหม่ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารระบุว่า ที่ประชุม กกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนี้ ข้อ 1.กรณีการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ จำนวน 1 แห่ง คือหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 เขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ สถานที่ออกเสียงเดิม

    ข้อ 2.การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ 2.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด 3.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลนายม 4.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอหนองไผ่ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลหนองไผ่ 5.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล 6.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร​​ และ 7.จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสกลนคร หน่วยเลือกตั้งที่ 32 ตำบลธาตุเชิงชุม

    3.ให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของจังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลท่าวังทอง
    ​​

    ทั้งนี้ สำหรับ ข้อ 2 และ ข้อ 3 วัน เวลา และสถานที่ ในการนับคะแนนและการออกเสียงลงคะแนนใหม่ จะแจ้งให้ทราบต่อไป ​​สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5611389/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31YFsGrrpFgpu7uyEAqc7p