Blog

  • กมธ.วุฒิสภาบุกอียิปต์ชูโมเดลอียิปต์ใช้ “ท่องเที่ยว-บริการ” สร้างสมดุลเศรษฐกิจ

    กมธ.วุฒิสภาบุกอียิปต์ชูโมเดลอียิปต์ใช้ “ท่องเที่ยว-บริการ” สร้างสมดุลเศรษฐกิจ

    การเมือง

    กมธ.วุฒิสภาบุกอียิปต์ชูโมเดลอียิปต์ใช้ “ท่องเที่ยว-บริการ” สร้างสมดุลเศรษฐกิจ

    วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    กมธ.ต่างประเทศวุฒิสภารุกถกอียิปต์ ถอดสูตรสำเร็จ FTA ยุโรป ชูโมเดลอียิปต์ใช้ “ท่องเที่ยว-บริการ” สร้างสมดุลเศรษฐกิจภาพรวมกัน

    สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์  – นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะฯได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะและประชุมทวิภาคีร่วมกับ นายวาเอล ฮาเหม็ด (Wael Hamed) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศฝ่ายกิจการยุโรป ณ กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความร่วมมือกับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU)

    ในการหารือ นายวาเอล ฮาเหม็ด ได้ถ่ายทอดประสบการณ์สำคัญในการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป โดยระบุว่าความท้าทายใหญ่คือมาตรฐานที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ การเจรจาจึงต้องยึดหลัก “ได้ประโยชน์ร่วมกัน” (Win-Win) และต้องอาศัยหลักการให้และรับ (Give and Take) มากกว่าการจ้องเอาชนะในเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว

    นอกจากนี้ ฝ่ายอียิปต์ยังได้เสนอแนวคิดการประเมินผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภาพรวม โดยชี้ว่าแม้ในภาคการค้าสินค้าอาจมีการขาดดุลบ้าง แต่หากพิจารณารายได้จากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากชาวยุโรป จะช่วยสร้างสมดุลและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้มากกว่า ซึ่งถือเป็นมุมมองใหม่ที่คณะกรรมาธิการฯ จะนำไปศึกษาเพื่อปรับใช้กับการเจรจาการค้าของไทย

    ด้านนายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวภายหลังการประชุมว่า การมาเยือนอียิปต์ครั้งนี้ช่วยให้เราเห็นมิติการเจรจาการค้าที่ลึกซึ้งขึ้น โดยเฉพาะการที่อียิปต์ไม่ได้มองแค่ตัวเลขดุลการค้าสินค้าในกระดาษ แต่เน้นการสร้างรายได้รวมจากภาคบริการมาเสริมทัพ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ กมธ.จะนำไปศึกษาและประกอบการพิจารณา เพื่อเสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลไทยใช้ในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศในอนาคต ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “สันติภาพและเสถียรภาพ” (Peace and Stability) ในภูมิภาค ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/466769&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BlsUxrzVZNvkXOxYR_RmI

  • เกาหลีเหนือเปิดประชุมพรรคแรงงาน โชว์ผลงานเศรษฐกิจ-เล็งกำหนดทิศทาง 5 ปี : อินโฟเควสท์

    เกาหลีเหนือเปิดประชุมพรรคแรงงาน โชว์ผลงานเศรษฐกิจ-เล็งกำหนดทิศทาง 5 ปี : อินโฟเควสท์

    เกาหลีเหนือเปิดม่านการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปี โดยคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เน้นย้ำความสำเร็จด้านเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนความสำเร็จ “ในทุกด้าน” ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการป้องกันประเทศ การทูต และการเมือง

    สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือรายงานว่า การประชุมพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) และมีผู้แทนเข้าร่วมประชุม 5,000 คน คาดว่าจะกินเวลาหลายวัน ขณะที่คิมระบุว่า เกาหลีเหนือได้บรรลุความสำเร็จตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติระยะ 5 ปี ที่กำหนดไว้ในการประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือนม.ค. 2564

    อย่างไรก็ตาม ในสุนทรพจน์เปิดการประชุม คิมไม่ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ หรือโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธแต่อย่างใด

    ทั้งนี้ เหล่าผู้สังเกตการณ์ต่างเฝ้าจับตาการตัดสินใจด้านนโยบายการต่างประเทศและกลาโหมของเกาหลีเหนือในอีก 5 ปีต่อจากนี้ ตลอดจนคำถามที่ว่า คิม จูแอ บุตรสาววัยรุ่นของคิม จองอึน จะได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการหรือไม่

    เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ระบุว่า บุตรสาวผู้นี้ได้เข้าสู่ “ขั้นตอนการแต่งตั้งภายใน” เพื่อเป็นทายาทผู้สืบทอดอำนาจของคิมแล้ว โดยอ้างอิงจากการปรากฏตัวต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม KCNA มิได้รายงานว่าเธอเข้าร่วมการประชุมพรรคเมื่อวันพฤหัสบดีด้วยหรือไม่

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/570668&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15F2-rz5SeN23hBV8La4L7

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 – InterGold

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.24 น.

    กลยุทธ์ : รอย่อซื้อ
    แนวรับ : $4,900 หรือ 72,900
    แนวต้าน : $5,090 หรือ 74,500

    ข่าว :

    .

    ภาพรวมข่าวฝั่งภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวเร่งความผันผวน โดยประเด็นนิวเคลียร์สหรัฐฯ–อิหร่านตึงขึ้นจากสัญญาณเจรจาไม่คืบและเส้นตายที่ถูกกดดัน ทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำกลับมาเด่นอีกครั้ง ขณะเดียวกันฝั่งยุโรปมีความไม่แน่นอนเพิ่มจากกระแสข่าวเรื่องผู้นำ ECB อาจเปลี่ยนแปลง รวมถึงราคาน้ำมันที่เร่งตัวจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ยิ่งเพิ่มโทน “ความเสี่ยงสูง” ในระบบตลาด แต่ฝั่งสหรัฐฯ ตัวเลขเศรษฐกิจยังแข็ง ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและการผลิต รวมถึงหุ้นใหญ่บางตัวพยุงบรรยากาศการลงทุน ทำให้เงินบางส่วนไหลกลับไปสินทรัพย์เสี่ยงและลดแรงไล่ซื้อทองในระยะสั้น

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :

    .

    ทองคำถูกดันขึ้นจากธีม Safe Haven แต่ถูกจำกัดทางขึ้นด้วยสัญญาณเฟดที่ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ซึ่งหนุนดอลลาร์แข็งและกดเพดานการขึ้นของทองในเชิงจิตวิทยา เมื่อรวมกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยัง “อึด” ภาพจึงออกมาเป็นตลาดที่มีแรงหนุน-แรงกดทับสู้กันชัด ทำให้ราคามีแนวโน้มแกว่งออกข้างเพื่อสร้างฐานมากกว่าจะเร่งขึ้นแบบทางเดียวในทันที เชิงเทคนิคสื่อว่าความผันผวนเริ่มลดลงและกำลังเข้าสู่โหมดสะสมแรงในกรอบ

    กลยุทธ์ :

    .

    กลยุทธ์หลักคือ “รอย่อซื้อ” โดยมองกรอบการแกว่งเพื่อสร้างฐานในช่วง 2–3 เดือน เน้นสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวมากกว่าการไล่ราคา ระดับที่จับตาคือแนวต้านแถว $5,090 (ประมาณ 74,500 บาท) และแนวรับหลักแถว $4,900 (ประมาณ 72,000 บาท) พร้อมเผื่อโซนทดสอบลึกลงได้ถึงบริเวณ $4,800 (ประมาณ 72,000 บาท) ในกรณีที่กระบวนการสร้างฐานยังไม่จบ และให้ใช้การทยอยแบ่งไม้เพื่อคุมความเสี่ยงระหว่างทาง

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-20-feb-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eCHKVl0Nhc9_eUsDK5Ygl

  • SFLEX ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา-ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้เทคโนโลยี โรงเรียนบ้านโป่งยอ จ.ลพบุรี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SFLEX ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา-ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้เทคโนโลยี โรงเรียนบ้านโป่งยอ จ.ลพบุรี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – คุณสมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่5จากซ้าย) บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX พร้อมด้วย คุณอภิชาติ การุณกรสกุล (ที่4จากซ้าย) ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ร่วมกับ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ผ่านโครงการสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนบ้านโป่งยอ จังหวัดลพบุรี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ การศึกษา ทั้งในด้านดิจิทัล สื่อออนไลน์ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/20/618854/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13dLSXuSX2X_Nyia3Dm3h7

  • IND ผนึก วปอ.รุ่น 47 มอบทุนการศึกษา นักเรียน รร.วัดสมบูรณ์สามัคคี จ.นครนายก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    IND ผนึก วปอ.รุ่น 47 มอบทุนการศึกษา นักเรียน รร.วัดสมบูรณ์สามัคคี จ.นครนายก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND) โดย ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน (แถวหลังที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกับวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. รุ่น 2547  จัดกิจกรรมจิตอาสาบริจาคทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดสมบูรณ์สามัคคี (ปากช่องประชานุกูล) จังหวัดนครนายก จำนวน 15 ทุน และบุตรพนักงาน 5 ทุน ทุนละ 2,000 บาท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงพลังความร่วมมือและการคืนประโยชน์สู่สังคม โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือ และส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการส่งมอบทุน อุปกรณ์การเรียน สะท้อนบทบาทของผู้นำความมั่นคงในการสนับสนุนสังคมอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ คุ้มหลวงลำพูนรีสอร์ท จังหวัดนครนายก เมื่อเร็วๆ นี้

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/20/618855/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vuIyv-UXxeh4NzipdqcmG

  • เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

    เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

    ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัวสูงถึง 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เติบโตได้ 2.4% ถือเป็นตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ จากก่อนหน้านั้นที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)คาดการณ์ว่า ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.8%

    เนื่องจากประเมินว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ของรัฐบาลที่มากระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จะสร้างผลทวีคูณในระบบเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 0.3-0.4% เท่านั้น

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า ตัวเลขที่ออกมานั้น ถือเป็นกำลังใจให้กับทีมทำงานด้านเศรษฐกิจทุกคน ที่สามารถงัดเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากหล่มได้ 

    นอกจากผลของมาตรการรัฐ ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส, โครงการเที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วยังมาจากการลงทุนรวม ที่ขยายตัวถึง 8.1% สูงสุดในรอบที่ผ่านมา

    ดร.เอกนิติกล่าวว่า หลักๆ เป็นผลมาจากการเร่งผลักดันการลงทุนทั้งในส่วนของรัฐบาล ผ่านการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ที่คนอาจจะไปโฟกัสที่งบประมาณที่ล่าช้า กระทบการลงทุน แต่ตัวเลขการลงทุนของรัฐวิสาหกิจมีถึงครึ่งหนึ่งของรัฐบาล ดังนั้นเมื่อไปเร่งรัดการเบิกจ่ายส่วนนี้ทำให้การลงทุนภาครัฐขยายตัวได้ถึง 13.3%  

    เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

    ขณะเดียวกัน ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนเอง ทีมงานได้ลงไปจี้รายบริษัทที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้วยังไม่เริ่มลงทุนว่า ติดขัดตรงไหน แล้วแก้ปัญหาให้ตรงจุด ส่วนหนึ่งเพราะได้ดึงบุคลากรจากภาคเอกชนมาร่วมทีม เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและสามารถเห็นผลได้เร็วขึ้น

    ดร.เอกนิติกล่าวถึงสไตล์การทำงานจะใช้ “ที่ปรึกษาจากภาคเอกชน” ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยอุดช่องว่างของระบบราชการ เนื่องจากข้าราชการมักจะรู้ทางและบางครั้งอาจมีการ “ยัดไส้” หรือตั้งเป้าหมายต่ำ ๆ ไว้ก่อน  ทำให้รัฐมนตรีที่มาจากสายการเมืองมักจะถูกข้าราชการหลอกได้ง่าย เนื่องจากไม่รู้ระบบภายใน

    ดังนั้น การทำงานในรอบนี้เน้นการผสมผสานระหว่าง “กลไกระบบราชการ” ที่ดร.เอกนิติมีความเชี่ยวชาญ เข้ากับ “ความรวดเร็วของภาคเอกชน” เข้ามาเสริมทีมงานในกระทรวงการคลัง เพื่ออุดช่องว่างของระบบราชการและช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาของประเทศโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยใช้โจทย์ประเทศเป็นที่ตั้ง

    โครงสร้างทีมงานภายใต้การนำทีมของดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาสประกอบด้วย  

    • “พี่บิ๊ก” หรือ นายธนฑิตย์ รักตะบุตร ทำหน้าที่ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ดูแลงานฝั่งทำเนียบรัฐบาล งานด้านสังคม และงาน นอกเหนือจากมิติเศรษฐศาสตร์

    นายธนฑิตย์ รักตะบุตร กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

    นายธนฑิตย์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ จาก ม.อัมสัมชชัญ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประกอบธุรกิจด้านจัดหางาน และเหมาจ้างแรงงาน (Recruitment & Outsourcing Services) นอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง อาทิ นารา ไทย คูซีน, อั้งม้อ, Inka, มาดามแม่ และโคลิมิเต็ด

    นายธนฑิตย์ยังเป็น เลขาธิการ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ภายใต้การเชิญชวนของ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาทเควันโดแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2560  ซึ่ง “พี่บิ๊ก” มีบทบาทกับเทควันโดมากมาย ในฐานะ “ผู้จัดการทีม” ทั้งศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์, ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม, ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา รวมทั้งเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่อินโดนีเซีย ซึ่งทุกครั้ง “จอมเตะไทย” ไม่ทำให้ผิดหวัง คว้าเหรียญทอง ได้ตามเป้าหมาย

    ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือร่วมสร้างเหรียญทองประวัติศาสตร์ โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากผลงานของ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในรุ่น 49 กก.หญิง

    • ขณะที่งานที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ จะอยู่ภายใต้การดูแลของ “ดร.นะโม” หรือ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

    ดร.นะโม เคยร่วมงานกันสมัยที่ ดร.เอกนิติ เป็นประธานกรรมการ ธนาคาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ก่อนจะย้ายมาทำงานที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแก่งประเทศไทย(EXIM BANK) ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ

    ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

    ดร. นะโม คือผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน จบปริญญาเอกและปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก

    มีความเชี่ยวชาญด้าน เศรษฐศาสตร์มหภาค, นโยบายการคลัง, ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนทางการเงินให้กับธุรกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการส่งออกและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) 

    • สำหรับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือ “พี่โอม” หรือนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ จะเป็นศูนย์กลางประสานงานกับสื่อมวลชน

    “พี่โอม” เคยช่วยดร.เอกนิติในการทรานส์ฟอร์มที่กรมสรรพากร ด้วยการนำระบบ Digital และ Data Analysis มาใช้ในการจัดเก็บและอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษา และยังร่วมจัดทำโครงการ Quick Win เพื่อปรับเปลี่ยนกรมสรรพสามิตจากกรมจัดเก็บภาษี มาเป็นกรม ESG

    นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีทราน (ไทยแลนด์) จำกัด “สตาร์ทอัพ” ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ETRAN Power Station พร้อมเป้าหมายก้าวจากสตาร์ทอัพสู่องค์กรธุรกิจเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

    • ส่วนงานที่ปรึกษาและนโยบายเศรษฐกิจ จะมีนักวิชาการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ ดร.ปอ หรือ ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ

    ดร.อธิภัทร ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี (Tax Economist) ที่เก่งที่สุด เคยเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยงาน ดร.เอกนิติ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยปฏิบัติหน้าที่ที่กรมสรรพากรต่อเนื่องมาจนถึงกรมสรรพสามิต เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) โครงการคนละครึ่ง และ โครงการบัญชีการออมการลงทุน ส่วนบุคคลหรือ Thailand Individual Saving Account หรือ TISA

    ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

    ทั้งนี้ ดร.เอกนิติให้ อิสระในการทำงานแก่ ดร.ปอ อย่างเต็มที่ เพื่อให้คงความเป็นนักวิชาการและรักษาความเป็นกลางไว้ แม้ว่า บางนโยบายที่เน้นมุมมองวิชาการอาจจะมีจุดอ่อนที่ไม่ถูกใจคนจำนวนมากบ้างก็ตาม

     ดร.อธิภัทร เป็นนักเศรษฐศาสตร์ด้านนโยบายการคลังและการพัฒนา เคยเป็น Tax Economist ที่ Congressional Budget Office ประเทศสหรัฐฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Rice University สหรัฐอเมริกา

    นอกจากนี้ ดร.อธิภัทร ได้รับรางวัล Richard Musgrave Prize สำหรับงานวิจัยยอดเยี่ยมที่ตีพิมพ์ใน National Tax Journal ในปี 2558 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัยที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยในปี 2560

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/651958&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zggdnVtimJYdY29iveFby

  • ดูดวงรายวันประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    ดูดวงรายวันประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    ดูดวงรายวันประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    • การงาน : พบการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย
    • การเงิน : เพื่อนจะนำโชคมาให้
    • ความรัก : พบเรื่องรักซ้อน

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญบริจาคอุปกรณ์การศึกษา
    • อัญมณีมงคล: ทับทิม
    • สีมงคล: สีแดง
    • เลขนำโชค: 1, 4, 5, 8

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ 2569 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 06:11 – 12:29: ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    • 09:19 – 12:00: ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่
    • 09:01 – 12:09: ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่างๆ
    • 09:09 – 11:09: ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่
    • 05:29 – 14:09: ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/322478/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15Hev9xcNvV0Ux0k9lEkk2

  • คลิปไวรัล 120 ล้านวิว! พ่อระเบิดอารมณ์ใส่ลูกเรื่อง “ทิชชู่” สู่ฝันร้ายที่ต้องเยียวยาทั้งชีวิต

    คลิปไวรัล 120 ล้านวิว! พ่อระเบิดอารมณ์ใส่ลูกเรื่อง “ทิชชู่” สู่ฝันร้ายที่ต้องเยียวยาทั้งชีวิต

    ทำไมเรื่องเล็กในครัวถึงกลายเป็นดราม่า 120 ล้านวิว? เจาะลึกปมจิตวิทยา “พ่อแม่จอมบงการ” ที่ชอบส่งต่อความรุนแรง

    จากกรณีคลิปวิดีโอคุณพ่อชาวจีนในมณฑลกวางตุ้งระเบิดอารมณ์ใส่ลูกสาวเพียงเพราะเข้าใจผิดเรื่องการใช้ “กระดาษทิชชู่เช็ดผม” จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการดุด่าทั่วไป แต่สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบของความรุนแรงในครอบครัวที่ทำร้ายเด็กอย่างแสนสาหัส

    ชนวนเหตุคือ พ่อพบเศษขาวๆ ในผมลูกสาว จึงปักใจเชื่อว่าลูกใช้กระดาษทิชชู่เช็ดผมแทนผ้าขนหนูตามที่เคยเตือนไว้ แม้ลูกสาวจะปฏิเสธ แต่ผู้พ่อกลับขาดสติ ดิ่งเข้าทำลายข้าวของ เริ่มจากฟาดเครื่องเป่าผมจนพังยับเยิน เมื่อเด็กหญิงหนีเข้าห้องและล็อกประตู พ่อยังตามไปบิดลูกบิดอย่างแรง ใช้เก้าอี้พลาสติกฟาด และเตะประตูซ้ำๆ เพื่อจะบุกเข้าไปให้ได้ สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็ก

    คลิปนี้มียอดชมสูงถึง 110-120 ล้านครั้ง กระแสสังคมต่างตั้งคำถามว่า “แค่ทิชชู่แผ่นเดียว ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?”

    ทำไมเรื่องเล็กถึงกลายเป็นความรุนแรง?

    ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ขาดการควบคุมอารมณ์อย่างสิ้นเชิง” และมักมีปัจจัยแฝงดังนี้

    1. การใช้ความรุนแรงแทนการศึกษา: พ่อแม่บางส่วนยังติดค่านิยมผิดๆ ที่ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือในการ “สั่งสอน”

    2. แรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจ: ความเครียดจากค่าครองชีพอาจทำให้คนเราสูญเสียความอดทนได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะใช้ความรุนแรงกับเด็กที่ไม่มีทางสู้

    3. ความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยน: เมื่อความรุนแรงถูกใช้ในนามของ “ความหวังดี” เด็กจะเกิดความสับสนระหว่างความรักและความหวาดกลัว ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางอารมณ์ในอนาคต

    บาดแผลที่มองไม่เห็น…แต่ฝังรากลึก

    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ประตูที่พัง แต่คือ “ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในบ้านตัวเอง”:

    1. ทำลายความเชื่อใจ: เด็กจะเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างหวาดระแวง ไม่กล้าสื่อสารกับคนในครอบครัว

    2. ผลกระทบระยะยาว: บาดแผลทางใจจะแฝงตัวอยู่ในพฤติกรรม และอาจส่งผลต่อการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเมื่อเติบโตขึ้น

    ทางออกเพื่อครอบครัวที่ยั่งยืน

    1. ฝึกทักษะจัดการอารมณ์: พ่อแม่ควรเรียนรู้วิธีรับมือกับความเครียดก่อนจะระเบิดใส่คนรอบข้าง

    2. สร้างพื้นที่ปลอดภัย: บ้านต้องเป็นที่ที่ลูกรู้สึกอุ่นใจที่สุด ไม่ใช่สถานที่ที่น่ากลัวที่สุด

    3. การแทรกแซงจากชุมชน: เมื่อพบเห็นสัญญาณความรุนแรง สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรนิ่งเฉย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่มากกว่าเดิม

    “วัยเด็กที่มีความสุขจะช่วยเยียวยาเราไปตลอดชีวิต แต่หากวัยเด็กมีแต่ความทุกข์ เราอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเยียวยาบาดแผลนั้น”

    การเปลี่ยนพฤติกรรมในวันนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อความสงบสุขในบ้าน แต่คือการหยุดส่งต่อ “มรดกความเจ็บปวด” ไม่ให้ไปถึงรุ่นหลาน เพื่อให้ลูกของเราได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและรู้จักมอบความรักให้กับผู้อื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874426/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw320XJzRmfG9AwipMJ6BWAM

  • ตัวเลขว่างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด 206K ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน

    ตัวเลขว่างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด 206K ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน

    By

    กุมภาพันธ์ 19, 2026

    ตัวเลขว่างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด 206K ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน

    สรุปข่าว
    • ตัวเลขคำขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (Initial Jobless Claims) ประจำสัปดาห์ออกมาที่ 206K ต่ำกว่าคาด 223K และต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน 229K
    • ตลาดแรงงานแข็งแกร่งเกินคาดส่งสัญญาณว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum
    • BTC ซื้อขายที่ $65,905 ลดลง 1.85% ขณะที่ ETH อยู่ที่ $1,916.44 ลดลง 2.54% ในรอบ 24 ชั่วโมง

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

    ตัวเลขว่างงานที่ต่ำกว่าคาดการณ์สะท้อนตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินไป ทำให้ Federal Reserve มีพื้นที่รักษาอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนเคลื่อนย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum เข้าสู่ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงแทน

    กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยข้อมูลคำขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) ประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ออกมาที่ 206,000 ราย ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 223,000 ราย และลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 229,000 ราย

    ตัวเลข Initial Jobless Claims คือจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพตลาดแรงงาน ตัวเลขที่ต่ำหมายถึงคนว่างงานน้อย แสดงว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ในขณะที่ตัวเลขสูงสะท้อนถึงการเลิกจ้างงานเพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจอาจชะลอตัว

    ตลาดคริปโตตอบสนองในเชิงลบต่อข้อมูลนี้ โดย Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ระดับ $65,905 ลดลง 1.85% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum อยู่ที่ $1,916.44 ลดลง 2.54% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อนโยบายการเงินที่อาจตึงตัวต่อเนื่อง

    ทำไมตลาดแรงงานแข็งแกร่งถึงเป็นข่าวร้ายสำหรับคริปโต

    แม้ตัวเลขว่างงานที่ลดลงจะฟังดูเป็นข่าวดี แต่สำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum กลับเป็นสัญญาณเชิงลบ เพราะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินไปทำให้ Federal Reserve มีเหตุผลที่จะรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อเนื่อง หรืออาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยที่ตลาดคาดหวังไว้

    เมื่อดอกเบี้ยยังคงสูง นักลงทุนสามารถได้ผลตอบแทนที่ดีจากพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังดอกเบี้ยสูงยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาคริปโตที่ถูกตีราคาเป็นดอลลาร์

    เทรนด์ตลาดแรงงานและผลกระทบต่อนโยบาย Fed

    การที่ตัวเลขว่างงานลดลงติดต่อกันจาก 229,000 ราย เป็น 206,000 ราย แสดงให้เห็นเทรนด์ที่ชัดเจนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แม้ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นี่เป็นสัญญาณที่เจ้าหน้าที่ Fed จะใช้ประกอบการตัดสินใจนโยบายการเงินในการประชุมครั้งถัดไป

    นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ข้อมูลชุดนี้จะทำให้ Fed ยืนยันจุดยืน “Higher for Longer” คือรักษาดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่านักลงทุนคริปโตต้องเตรียมพร้อมกับสภาพแวดล้อมสภาพคล่องที่ตึงตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง

    จุดสังเกตสำหรับนักลงทุนคริปโต

    แม้ข้อมูลรอบนี้จะสร้างแรงกดดันในระยะสั้น แต่นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PCE ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า หากเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดแรงงานจะแข็งแกร่ง Fed ก็อาจมีพื้นที่พิจารณาปรับลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปีนี้

    สำหรับระยะสั้น Bitcoin อาจเผชิญแรงกดดันที่แนวรับ $65,000 หากแนวนี้ไม่อยู่ อาจเห็นแรงขายเพิ่มลงมาทดสอบโซน $62,000-63,000 ในขณะที่ Ethereum มีแนวรับสำคัญที่ $1,900 ซึ่งหากหลุดลงไปอาจมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


    ความเห็นผู้เขียน

    ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขรอบนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่าการลงทุนคริปโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ปัจจัยภายในตลาดเท่านั้น แต่ยังถูกครอบงำด้วยปัจจัยมหภาคโดยเฉพาะนโยบายการเงินของ Fed อย่างหนัก ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอาจฟังดูเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจโดยรวม แต่สำหรับพอร์ตคริปโตของเรากลับหมายถึงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องและเงินทุนที่ไหลออกไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า

    ที่น่าสนใจคือตัวเลขว่างงานต่ำกว่าคาดถึง 17,000 ราย ซึ่งถือว่าเป็นส่วนต่างที่มากพอสมควร แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังไกลจากการชะลอตัว ผมคาดว่าในระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ตลาดคริปโตจะยังคงมีความผันผวนและเคลื่อนไหวในกรอบแคบ รอลุ้นข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไป โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเป็นตัวชี้ขาดจริง ๆ ว่า Fed จะมีท่าทีอย่างไรในการประชุมเดือนหน้า สำหรับคนที่ถือสายแนะนำให้จับตาแนวรับสำคัญที่กล่าวไว้ และเตรียมเงินสดไว้รับมือถ้าราคาปรับฐานลงมาเพิ่มก็ถือเป็นโอกาสสะสมในราคาที่ดีขึ้นครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/02/19/us-jobless-claims-206k-below-forecast-crypto-pressure/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l2lgvgbqLku_YWpYwedRW

  • ทิศทางหุ้นวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้า

    ทิศทางหุ้นวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้า

    บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ตลาดหุ้นไทย จะได้อานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น แต่สถานการณ์สงคราม (สหรัฐฯ-อิหร่าน) ที่อาจเกิดขึ้น มีผลต่อตลาดต่างประเทศวันที่ผ่านมา

    โดยปัจจัยสำคัญในประเทศ มีดังนี้

    การเมืองไทย เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยอีกครั้ง ช่วงนี้อยู่ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม และรอ กกต. รับรองผล สส. อย่างเป็นทางการ

    FB DAOL
    บล.ดาโอ คาดการณ์ทิศทางหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ตลาดหุ้นไทย จะได้อานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น

    และเปิดประชุมสภาในลำดับถัดไป การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีเสถียรภาพ เป็นผลดีในการปฏิบัติงาน และดำเนินนโยบาย Fund Flow มีแนวโน้มไหลเข้าต่อ

    ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นไทย  บริษัทในตลาดหุ้นทยอยส่งงบ ไตรมาส 4 อย่างต่อเนื่องและประกาศจ่ายเงินปันผลของปี มีหลายบริษัท(ขนาดใหญ่) ที่จ่ายเงินปันผลสูงกว่าปีก่อนและมีเงินปันผลพิเศษ ซึ่งเป็นข่าวดีของผู้ถือหุ้น

    คอนเทนต์แนะนำ

    โดยประเมินประเมินกำไร ไตรมาส 4/2025 ไว้ที่ 2.2 แสนล้านบาท +34% yoy -15% qoq หากกำไรออกมาตามนี้ กำไรตลาดปีนี้ จะจบที่ 1.1 ล้านล้านบาท ด้วยกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 88 บาท

    Fund Flow ไหลเข้า วานนี้ (19 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 4,866 ล้านบาท, และในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 3,951 ล้านบาท

    ค่าเงินบาท  ปิดตลาดเย็นที่ระดับ 31.18 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัว แข็งค่า จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.25 บาท/ดอลลาร์ โดยเป็นการแข็งค่าสุดในภูมิภาค ปัจจัยหนุนมาจากเงินทุนไหลเข้าและราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ นักบริหารเงินคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.05 – 31.30 บาท/ดอลลาร์

    ปัจจัยต่างประเทศ

    ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตายให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ภายใน 10-15 วัน (นับจากวันพฤหัสบดี) มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับ “ผลลัพธ์ที่เลวร้าย”  ความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านส่งผลให้หุ้นร่วงลงและขยายการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก พุ่งสูงกว่า 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี

    คดีภาษีทรัมป์  วันนี้(20) ศาลฎีกาสหรัฐฯ กำหนดประกาศคําตัดสินเกี่ยวกับภาษีของทรัมป์หลังยืดเยื้อมานาน ติดตามคำตัดสินของศาลฯ จะชี้ว่าผิดหรือไม่ หากตัดสินผิดตามศาลอุทธรณ์ จะต้องดูต่อว่าจะกำหนดให้ชดเชยความเสียหายอย่างไร อย่างไรก็ตาม ทรัมป์สามารถหลบเลี่ยงไปใช้กฎหมายทางเลือกอื่น เพื่อเรียกเก็บภาษีรายอุตสาหกรรมหรือรายประเทศได้

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้มีการรายงานตัวเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ ตัวเลข GDP และ PCE  ตลาดให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจ ตลอดจนเงินเฟ้อ และนำไปสู่แนวทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed  ซึ่งแม้รายงานวันก่อนจะมีการส่งสัญญาณความกังวลด้านเงินเฟ้อ แต่ตลาดยังคงคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ (ปัจจุบันอยู่ที่ 3.50-3.75%)

    กลยุทธ์การลงทุน

    ตลาดวันนี้ อาจลดความร้อนแรงลงชั่วคราว เนื่องจาก อาจเกิด event สำคัญ ในช่วงวันหยุด คือ มีข่าวตามสื่อว่า สหรัฐฯอาจโจมตีอิหร่านในช่วงวันหยุดนี้ และยังมีเรื่องที่ศาลฎีกาฯของสหรัฐฯ อาจพิจารณาคดีที่ผู้นำสหรัฐฯใช้มาตรการภาษีไปเมื่อ 2 เม.ย.68

    กลยุทธ์ลงทุนวันนี้ จะแนะให้ขายทำกำไรหุ้นออกไปบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น

    หุ้นในพอร์ตแนะนำ : นำ ITC ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BDMS*(10%), KTB(10%), COM7*(10%), SIRI(10%), TRUE*(10%), CPALL(10%), ADVANC*(20%)

    Technical : EGCO, PLUS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/269005&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DmKG0YQPuliEHjoSYpdHu