Blog

  • ภาวะตลาดอนุพันธ์: พักตัวแรงขายหุ้นใหญ่-กลุ่มท่องเที่ยว

    ภาวะตลาดอนุพันธ์: พักตัวแรงขายหุ้นใหญ่-กลุ่มท่องเที่ยว

    ภาวะตลาดอนุพันธ์: พักตัวแรงขายหุ้นใหญ่-กลุ่มท่องเที่ยว ลดเสี่ยงความไม่แน่นอนผลการเลือกตั้ง

    นายจรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายตราสารทุน บล.พาย กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้พักตัว หลังจากปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยที่มีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมา หลังจากที่มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาใน ช่วงก่อนหน้า ประกอบกับแรงขายหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวหลังจากที่ใกล้ผ่านเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว ประกอบกับขายลด ความเสี่ยงหากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่ยังรอความชัดเจน แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าแกว่งไซด์เวย์ในกรอบแต่อาจจะมีการรีบาวด์ได้ในระยะสั้น โดยที่ยังคงรอติดตาม ปัจจัยการเมืองในประเทศต่อ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยให้แนวต้าน 995-1,000 จุด แนวรับ 955-960 จุด ด้านราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้น จากปัจจัยหนุนของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่สถาการณ์ระหว่างสหรัฐและ อิหร่านยังมีความตึงเครียด หลังจากสหรัฐได้ประกาศขีดเส้นตาย 15 วัน และมีการเตรียมวางกำลังทหาร ทำให้เป็นปัจจัย หนุต่อทองคำ และเป็นประเด็นที่ยังคงติองติดตาม หากยังมีความตึงเครียดมากขึ้น อาจหนุนต่อราคาทองคำได้ โดยให้ แนวต้าน 5,080-5,130 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แนวรับ 4,800-4,850 เหรียญสหรีฐ/ออนซ์

    ภาวะตลาดอนุพันธ์: พักตัวแรงขายหุ้นใหญ่-กลุ่มท่องเที่ยว ลดเสี่ยงความไม่แน่นอนผลการเลือกตั้ง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq42/12791630&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CaiLlcvoHYLGSajSOlyqm

  • ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569 เที่ยวไหนดี จัดทริปรับหน้าร้อนแบบชิล ๆ

    ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569 เที่ยวไหนดี จัดทริปรับหน้าร้อนแบบชิล ๆ

              ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569 อากาศเริ่มสดใส เหมาะกับการออกไปเปิดโหมดเที่ยวเติมพลัง แพ็กกระเป๋าออกเดินทาง เลือกจุดหมายที่ใช่ แล้วให้ทริปนี้เป็นช่วงเวลาดี ๆ รับหน้าร้อนกันเลย

              เดือนมีนาคม 2569 อากาศเริ่มสดใส บรรยากาศเหมาะกับการออกไปเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นทริปพักผ่อนสบาย ๆ ใกล้เมือง หรือการเดินทางไกลเพื่อเติมพลังให้ตัวเอง ช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะกับการวางแผนเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ได้ใช้เวลากับธรรมชาติ คนรู้ใจ หรือแม้แต่ให้รางวัลตัวเองหลังจากทำงานหนักมาตลอด ใครกำลังมองหาแรงบันดาลใจ เรามีที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569 มาแนะนำ เผื่อจุดเริ่มต้นของทริปดี ๆ อีกครั้ง

    ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    1. ถ้ำเขาบิน จังหวัดราชบุรี

              หนีอากาศร้อนระอุของเดือนมีนาคมไปสัมผัสความเย็นฉ่ำใต้พิภพที่ถ้ำเขาบิน ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 8 ห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยประติมากรรมหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตา ทั้ง “อาวุธหนุมาน” หรือ “วิมานลอย” ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่การจัดแสดงไฟหลากสีสันส่องสว่างโชว์ความระยิบระยับของเกล็ดหินปูนท่ามกลางอุณหภูมิที่เย็นสบายตลอดปี ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีใต้ภูเขา เป็นจุดเช็กอินดับร้อนที่ถ่ายรูปสวยและทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของราชบุรี

    ถ้ำเขาบิน ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : ตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

    2. ลานหินสีชมพู จังหวัดจันทบุรี

              ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์คุ้งกระเบน พิกัดอันซีนที่จะทำให้คุณทึ่งกับปรากฏการณ์ธรรมชาติของหินทรายอาร์โคสที่มีส่วนผสมของแร่เหล็ก จนกลายเป็นสีชมพูอมม่วงสวยสะดุดตาตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใส ช่วงเดือนมีนาคมถือเป็นจังหวะที่ดีที่สุดเพราะน้ำทะเลจะลดระดับลง เผยให้เห็นแนวโขดหินสีหวานทอดยาวเลาะริมชายหาดให้เดินเล่นถ่ายรูปได้ง่ายและปลอดภัย แสงแดดจัดจ้านของซัมเมอร์ปี 2569 จะยิ่งขับเน้นสีชมพูให้เปล่งประกายโดดเด่นท่ามกลางวิวพาโนรามาของอ่าวไทย เป็นจุดเช็คอินใกล้กรุงเทพฯ ที่เดินทางสะดวกแต่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

    ลานหินสีชมพู ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

    3. เกาะเปริด จังหวัดจันทบุรี

              หนีความวุ่นวายมาปล่อยใจรับลมทะเลเดือนมีนาคม พิกัดสุดชิลที่ให้กลิ่นอายหน้าผาริมทะเล ไฮไลต์อยู่ที่จุดชมวิว “ผาสุขนิรันดร์” ซึ่งเป็นทางเดินเลียบหน้าผาสูงชันตัดกับน้ำทะเลสีครามเข้ม ยิ่งในช่วงหน้าร้อนที่ฟ้าเปิดกว้าง แสงแดดจะตกกระทบโขดหินและผิวน้ำจนดูระยิบระยับ เหมาะมากสำหรับการมานั่งรับลมทะเลเย็น ๆ ดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หรือแวะคาเฟ่เก๋ ๆ ที่ตั้งอยู่ตามไหล่เขาเพื่อจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ถ่ายรูปเช็คอินในบรรยากาศกึ่งหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่ยังคงเสน่ห์ความเงียบสงบแห่งนี้

    เกาะเปริด ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    ภาพจาก : aoya / shutterstock.com

    • ที่อยู่ : อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

    4. วัดพระธาตุผาเงา จังหวัดเชียงราย

              พิกัดที่ผสมผสานความศรัทธาเก่าแก่เข้ากับแลนด์มาร์กน่าสนใจ ในเดือนมีนาคม 2569 ที่ท้องฟ้าเปิดโล่ง คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการเดินบนพื้นกระจกใสแจ๋วเหนือยอดไม้ มองเห็นวิวพาโนรามาของแม่น้ำโขงที่คดเคี้ยวหล่อเลี้ยงพื้นที่รอยต่อ 3 ประเทศ ทั้งไทย ลาว และเมียนมา ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้มีลมพัดเย็นสบายช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี เหมาะมากสำหรับการมาไหว้พระขอพรพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนโบราณและถ่ายรูปเช็กอินบนจุดชมวิว เดินทางสะดวกด้วยถนนลาดยางถึงที่ และมีรถรับส่งขึ้นสู่จุดชมวิวอย่างปลอดภัย เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดในทริปแอ่วเหนือซัมเมอร์นี้

    วัดพระธาตุผาเงา ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    ภาพจาก : Nipol Plobmuang / shutterstock.com

    5. น้ำตกวังควาย จังหวัดเชียงใหม่

              หนีไอร้อนเดือนมีนาคมไปแช่น้ำใสใจกลางอุทยานฯ ดอยอินทนนท์ที่น้ำตกวังควาย พิกัดลับที่คนมักมองข้ามแต่เดินทางสะดวก เพราะตั้งอยู่ติดถนนใหญ่กิโลเมตรที่ 26 เป็นแก่งหินลาดกว้างที่สายน้ำไหลผ่านไม่เชี่ยวแรงจนเกินไป กลายเป็นสระว่ายน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ท่ามกลางร่มเงาไม้ใหญ่ที่ช่วยสยบความร้อนได้เป็นอย่างดี เหมาะมากสำหรับการหิ้วเสื่อไปปูริมน้ำ นั่งจุ่มขาอ่านหนังสือ หรือล้อมวงปิกนิกกับครอบครัวในบรรยากาศเย็นสบายแบบไม่ต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวบนยอดดอย

    น้ำตกวังควาย ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    6. อ่างเก็บน้ำแม่มาน จังหวัดแพร่

              ที่เที่ยวที่นิยามของความสงบ ด้วยทัศนียภาพของผืนน้ำกว้างใหญ่โอบล้อมด้วยทิวเขาเขียวขจี ช่วงหน้าแล้งแบบนี้ระดับน้ำจะลดลงเผยให้เห็นทุ่งหญ้าสีทองริมตลิ่งที่กว้างขวาง เหมาะมากสำหรับการขับรถไปจอดทำ Camp Picnic นั่งจิบกาแฟชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะเดินเล่นถ่ายรูปบนสันเขื่อนที่ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน เป็นพิกัดที่เดินทางสะดวกแต่ไร้ความวุ่นวาย เหมาะกับการมาปล่อยจอยรับพลังจากธรรมชาติในทริปเดือนนี้

    อ่างเก็บน้ำแม่มาน ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

    7. น้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

               พิกัดดับร้อนชั้นยอดสำหรับเดือนมีนาคม 2569 แม้จะเป็นช่วงกลางหน้าร้อน แต่น้ำตกแห่งนี้ยังคงโชว์ความยิ่งใหญ่ด้วยสายน้ำที่ทิ้งตัวลงจากหน้าผาสูงชัน แตกตัวเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจายช่วยลดอุณหภูมิรอบข้างให้เย็นฉ่ำสบายผิว ไฮไลต์อยู่ที่ทางเดินที่แสนสะดวกสบายจากจุดจอดรถเพียงไม่กี่ก้าว ภาพม่านน้ำสีขาวตัดกับโขดหินและพรรณไม้เขียวขจีอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับมานั่งเล่นผ่อนคลาย ปิกนิกริมลำธาร หรือจะลงแช่น้ำใสในแอ่งด้านล่างก็ฟินสุด ๆ เป็นจุดเช็คอินที่เดินทางง่ายแต่ให้ความรู้สึกสดชื่นและทรงพลังเหมือนได้รีชาร์จพลังจากธรรมชาติอย่างเต็มที่

    น้ำตกคลองลาน ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    8. วนอุทยานภูบ่อบิด จังหวัดเลย

              ที่เที่ยวรับลมร้อนเดือนมีนาคม 2569 ที่จะทำให้คุณเห็นเมืองเลยในมุมมองพาโนรามา 360 องศา ไฮไลต์อยู่ที่ทางเดินบันไดเหล็กที่ลัดเลาะไปตามหน้าผา เดินออกกำลังกายเบา ๆ เพียงไม่นานก็ถึงยอดภูเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดินสีทองอร่ามที่สะท้อนรับกับทิวเขาสลับซับซ้อน หรือจะมาตอนเช้ามืดเพื่อลุ้นทะเลหมอกในหุบเขาก็ฟินไม่แพ้กัน ยิ่งในช่วงหน้าร้อนอากาศด้านบนจะโปร่งโล่ง ลมพัดตึงช่วยคลายร้อนได้ดีเยี่ยม ถือเป็นพิกัดอันซีนใกล้ตัวเมืองที่เดินทางสะดวกและถ่ายรูปออกมาสวยสุด ๆ

    วนอุทยานภูบ่อบิด ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : ถนนเจริญรัฐ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

    9. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี

              หนีไอร้อนเดือนมีนาคมไปพบความสงบเย็นทางใจที่วัดป่าภูก้อน พบกับความวิจิตรของพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระนอนหินอ่อนขาวบริสุทธิ์ความยาวกว่า 20 เมตร ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในวิหารยอดโดมสีฟ้าครามโดดเด่นตัดกับผืนป่าสีเขียวขจี ช่วงหน้าแล้งแบบนี้ท้องฟ้าจะเปิดเผยให้เห็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมรับลมเย็นที่พัดผ่านยอดเขาตลอดวัน เป็นพิกัดที่คุ้มค่ากับการเดินทางมาสัมผัสความศรัทธาและความงามที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึก

    วัดป่าภูก้อน ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี

    10. เกาะพระทอง จังหวัดพังงา

              ที่เที่ยวสุดอันซีนฉายา “ซาวันน่าเมืองไทย” ที่จะสะกดสายตาคุณในเดือนมีนาคม 2569 นี้ ไฮไลต์อยู่ที่ทุ่งหญ้าสีทองกว้างสุดลูกหูลูกตาและต้นเสม็ดขาวรูปทรงแปลกตา ซึ่งในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตัดกับท้องฟ้าใสได้อย่างงดงามที่สุด เหมาะกับการนั่งรถอีแต๊กเที่ยวชมธรรมชาติรอบเกาะ หรือจะหลบไปเดินเล่นบนชายหาดที่เงียบสงบราวกับเป็นเกาะส่วนตัวก็ได้ฟีลสุด ๆ ถือเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์คนรักความสงบและอยากสัมผัสธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ เดินทางง่ายแต่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว

    เกาะพระทอง ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

    11. ล่องแก่งหนามมดแดง จังหวัดพัทลุง

              ที่เที่ยวคลายร้อนแบบชุ่มฉ่ำ ด้วยลักษณะของลำห้วยน้ำใสที่ไหลผ่านโขดหินและสวนผลไม้เขียวขจี ทำให้การพายเรือคายักที่นี่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะกระแสน้ำมีระดับความแรงที่พอเหมาะสำหรับมือใหม่และครอบครัวให้ได้ลุ้นเป็นระยะพอตื่นเต้น ไฮไลต์อยู่ที่การได้ลัดเลาะไปตามโค้งน้ำท่ามกลางธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์และลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านผิวน้ำ เดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นการพักผ่อนแบบผจุญภัยเล็ก ๆ ที่จะช่วยเติมความสดชื่นให้ซัมเมอร์นี้มีสีสันกว่าที่เคย

    ล่องแก่งหนามมดแดง ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    ภาพจาก : Anucha Cheechang / shutterstock.com

    12. ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก จังหวัดกระบี่

              สัมผัสเสน่ห์ทะเลอันดามันในมุมที่เงียบสงบ ไฮไลต์อยู่ที่การนั่งเรือหัวโทงล่องไปตามเวิ้งอ่าวที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาคล้าย “กุ้ยหลินเมืองไทย” ชมภาพเขียนสีโบราณและแปลงสาหร่ายพวงองุ่นของชาวบ้าน ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ท้องฟ้าจะใสตัดกับสีน้ำทะเลสีมรกตที่นิ่งสงบ ไร้คลื่นลมรบกวน เหมาะกับการหนีความวุ่นวายจากหาดแมส ๆ มานอนพักในโฮมสเตย์ดีไซน์เก๋ และลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นตำรับ “บาบ๋า-ย่าหยา” ท่ามกลางบรรยากาศหมู่บ้านประมงที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างน่าประทับใจ

    ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก ที่เที่ยวเดือนมีนาคม 2569

    • ที่อยู่ : ถนนอ่าวลึก-แหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

              ไม่ว่าจะเลือกเที่ยวแบบไหนในเดือนมีนาคม 2569 ก็เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่เหมาะกับการออกไปเติมพลัง บางทีทริปสั้น ๆ ก็ช่วยรีเฟรชใจได้มากกว่าที่คิด ^ ^

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ท่องเที่ยวไทย ที่เที่ยวหน้าร้อน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view298938.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qjlxVZujpvi2XcCIBw6fc

  • ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2568 กว่า 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่ม โอกาสของสินค้าไทย

    ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2568 กว่า 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่ม โอกาสของสินค้าไทย

    สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าฮ่องกงในปี 2568 รวม 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 มี        
    นักท่องเที่ยว 4.65 ล้านขึ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

              นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศจีนคิดเป็นร้อยละ 76 รวมกว่า 37.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น
    ร้อยละ 11 จากปีก่อนหน้า ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 โดยมีอัตราการขยายตัวที่ชัดแจนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ซึ่งในกลุ่มนี้มีอัตราการขยายตัวกว่าร้อยละ 25

              สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกงเปิดเผยเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวจากพื้นที่ใกล้ๆ (Short-Haul) อย่างไทย ฟิลิปปินส์ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด – 19 แล้ว นอกจากนี้เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กแต่มีกิจกรรมนำเสนอต่อนักท่องเที่ยวหลากหลายอย่าง ทำให้ค่าเฉลี่ยการเข้าพักของนักท่องเที่ยวในฮ่องกงคือ 3.1 คืน และจากการสำรวจผลประเมินความประทับใจพบว่ามีระดับความพึงพอใจระดับ 8.9 จากระดับ 10

    ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

              ฮ่องกงเป็นเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงคือภาคบริการ การนำเข้าส่งออก และภาคการท่องเที่ยว การเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะจีนส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อภายในฮ่องกง มีธุรกิจจำนวนมากที่ให้รับผลประโยชน์ เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง งานจัดแสดงสินค้า ธุรกิจบริการขนส่ง เป็นต้น

              การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจะส่งผลดีต่อธุรกิจของคนไทยรวมทั้งสินค้าไทยเป็นอย่างดี เช่น ร้านอาหารไทยในฮ่องกงที่ปัจจุบันมีมากกว่า 300 แห่ง โดยมีร้านที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 42 แห่ง รวมทั้งสินค้าไทย เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงรส ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดสินค้าสู่ฮ่องกงควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค รักษามาตรฐานตามกฎระเบียบข้อบังของสินค้าแต่ละประเภท เนื่องจากรัฐบาลฮ่องกงมีระบบการสุ่มตรวจสินค้าอย่างต่อเนื่อง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง ได้ที่ thaitchongkong@ditp.go.th

    แหล่งข้อมูล

    https://www.thestandard.com.hk/hong-kong-news/article/322003/Hong-Kong-visitor-arrivals-climbed-12pc-to-499mn-in-2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ilsca076mft3z0gss7veejl2&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Irh5iytX2tRKjplIis8Ry

  • โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 20/02/2026 20:13

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว พร้อมมอบรางวัลรวมกว่า 3 แสนบาท

    วันที่ 20 ก.พ. 2569 จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ จัดนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมสร้างสรรค์ “โคราช ฟิน ศิลป์” ด้วยสีอะคริลิก ภายใต้นโยบาย “โคราชเมืองศิลปะ” ระหว่างวันที่ 18–22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

    การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนและประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 100 ผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา อายุ 13–18 ปี และระดับอุดมศึกษาหรือประชาชนทั่วไป อายุ 19 ปีขึ้นไป สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนโคราชอย่างคึกคัก

    ผลการประกวด ระดับมัธยมศึกษา ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวพรไพลิน เจ้าฉาย จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา กับผลงาน “ณ นครราชสีมา” ขณะที่ระดับอุดมศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวชนิกานต์ หลวงกลาง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กับผลงาน “อุ๊ปุ๊ อุ้ยปุ้ย”

    นอกจากเงินรางวัลรวมกว่า 36,000 บาท ผู้ชนะการประกวดยังได้รับรางวัลพิเศษ Exclusive Trip เดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะ ณ จังหวัดภูเก็ต ในงาน Thailand Biennale Phuket เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน รวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 300,000 บาท เปิดประสบการณ์เวทีศิลปะระดับประเทศให้กับศิลปินรุ่นใหม่

    การจัดนิทรรศการครั้งนี้มีเป้าหมายผลักดันนโยบาย “โคราชเมืองศิลปะ” ผ่านมิติศิลปะสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม พร้อมสร้างพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และศิลปินท้องถิ่น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงศักยภาพ และต่อยอดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม

    ภาพ/ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    511

    19

    บุกทลายโกดังบุหรี่หนีภาษี

    SCG ลำปาง ผนึกกำลังชุมชนบ้านหาดปู่ด้าย คิกออฟสร้างฝาย-ทำแนวกันไฟ มุ่งลดฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

    “คีรี กาญจนพาสน์” เผยยอดจองสิทธิ “บ้านชาวไทย” ศรีนครินทร์ ทะลุเป้า ปิดลงทะเบียน D:CODE SRI NAKARIN เป็นทางการ ย้ำ “บีทีเอส กรุ๊ปฯ” มุ่งมั่นสานฝันคนอยากมีบ้านด้วยโอกาสสุดพิเศษ

    บุกรวบหนุ่มคลั่งอาละวาด ยึดยาเสพติดพร้อมอาวุธ คอตกส่งตัวเข้าซังเต

    อุตรดิตถ์จัดพิธีเปลี่ยนศาลพระภูมิชัยมงคล ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์เสริมสิริมงคล

    สมุทรสาคร///ปิดโครงการฝึกอบรมทักษะพลแม่นปืน(Marksman) ขั้นพื้นฐาน และการปฏิบัติการภายในอาคาร(CQB)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1494121&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQJTbjJZbLmuiqScbeabg

  • ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ยื่นศาลปกครอง ระงับผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    สภาผู้บริโภคยื่นศาลปกครอง เพิกถอนกระบวนการรับฟังความเห็น ผังเมืองกรุงเทพฯ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ชี้ขั้นตอนจัดทำขัดกฎหมาย กระทบสิทธิประชาชน

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยเห็นว่าขั้นตอนการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขัดต่อมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 และกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค

    ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย : ปัณณฑัต สุนทรอารมณ์

    ปัณณฑัต สุนทรอารมณ์ ทนายความสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการผังเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ กทม. และกรมโยธาธิการและผังเมือง ต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนการจัดทำร่างผังเมืองรวม และให้กลับไปดำเนินการใหม่ให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะมาตรา 9 ซึ่งกำหนดให้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

    ปัณณฑัต กล่าวอีกว่า แม้หน่วยงานจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แต่ข้อเท็จจริงสะท้อนว่าเป็นการชี้แจงข้อมูลมากกว่าการรับฟังความเห็น และกระบวนการจัดทำผังเมืองยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

    สภาผู้บริโภคจึงขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ไว้เป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลมีคำสั่งรับฟ้องและพิจารณาคำร้องขอทุเลา ทั้งนี้ การยื่นฟ้องมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของผังเมือง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกรรมสิทธิ์ที่ดิน การอยู่อาศัย และการดำรงชีพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร

    ปัณณฑัต  ยืนยันว่า การระงับการดำเนินการเรื่องผังเมืองจะไม่กระทบต่อการบริหารงานของรัฐ เนื่องจากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

    ยื่นศาลปกครอง ระงับ ผังเมืองกรุงเทพฯ เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย : ก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี

    ก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค กล่าวถึงปัญหาของกระบวนการจัดทำ ผังเมืองกรุงเทพฯ ว่า การจัดทำผังเมืองดังกล่าว เริ่มต้นจากการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่รับรู้ข้อมูล ทั้งที่ผังเมืองมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในที่ดิน การเวนคืน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และคุณภาพชีวิต

    แม้จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครบ 50 เขต แต่รูปแบบการจัดประชุมยังถูกตั้งคำถามว่าใช้เวลาชี้แจงจากหน่วยงานเป็นหลัก ขณะที่ประชาชนมีเวลาจำกัดในการแสดงความคิดเห็น และบางพื้นที่มีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 10 คน

    นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงเนื้อหาร่างผังเมืองที่เพิ่มความหนาแน่นในพื้นที่สีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) และสีแดง (พื้นที่พาณิชยกรรม) ขยายโอกาสก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ขณะที่พื้นที่สีเขียวลดลง พร้อมระบุว่าผังเมืองต้องพูดถึงผลกระทบอย่างรอบด้านตามกฎหมาย ไม่ใช่นำเสนอแต่ด้านที่ดีเท่านั้น

    ทั้งนี้ ในรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มีคำวินิจฉัยว่ากระบวนการจัดทำร่างผังเมืองดังกล่าวละเมิดสิทธิมนุษยชน ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนคำฟ้อง ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่ากระบวนการจัดทำร่างผังเมืองในครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    “การสื่อสารส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในช่องทางออนไลน์และการติดประกาศในหน่วยงานราชการ ส่งผลให้ตลอดกระบวนการมีผู้เข้าร่วมเพียงราว 30,000 คน คือ ไม่ถึง 1% ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่ากระบวนการประชาสัมพันธ์ล้มเหลว” ก้องศักดิ์กล่าว

    ปฐมพงศ์ เจียมอุดมศิลป์

    ทางด้าน ปฐมพงศ์ เจียมอุดมศิลป์ ประธานสภาผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงที่มาของการคัดค้านการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครว่า ผังเมืองฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อปี 2556 และกำหนดให้มีการทบทวนทุก 5 ปี ต่อมาในช่วงปี 2559–2560 หน่วยงานได้เริ่มจัดทำร่างผังเมืองตามพระราชบัญญัติการผังเมืองฉบับเดิม

    อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีรัฐธรรมนูญปี 2560 และพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดชัดว่าการออกกฎหมายหรือมาตรการที่กระทบสิทธิประชาชนต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียก่อน แต่กระบวนการที่ดำเนินการกลับเป็นการจัดเวทีนำเสนอร่างที่จัดทำเสร็จแล้ว โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในการชี้แจง และเปิดให้ซักถามเพียงช่วงสั้น ๆ โดยเป็นการเล่าให้ฟังมากกว่าการรับฟังความคิดเห็นอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ร่างผังเมืองที่จัดทำในช่วงปี 2560–2562 มีเพียง 4 ผัง ขณะที่กฎหมายใหม่กำหนดให้ต้องมี 6 ผัง จึงต้องมีการจัดทำเพิ่มเติมอีก 2 ผัง และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในปี 2565 – 2566 แต่รูปแบบยังคงเน้นการนำเสนอข้อมูลจากหน่วยงานเป็นหลัก

    “หลักการตามกฎหมายกำหนดให้ต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนนำไปยกร่าง ไม่ใช่จัดทำเสร็จแล้วจึงนำมาเสนอให้ประชาชนรับทราบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีบริบทแตกต่างกัน การจัดทำผังเมืองจึงควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาเมืองสอดคล้องกับสภาพจริงและไม่กระทบสิทธิของประชาชนโดยไม่จำเป็น” ปฐมพงศ์กล่าวย้ำ


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ยกมติ กสม. รับฟังความเห็นประชาชนก่อนทำ ร่างผังเมืองรวม กทม.

    เสนอรัฐ ยกเลิกวางผังเมืองกระทบชุมชน ปฏิรูปกฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/200269_bkk-plan-sue_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gwk0ralWqee73FgOQHYes

  • เอกชน ชี้  ‘ไทย’ ต้องรีเซตโครงสร้าง ‘การเมือง สังคม เศรษฐกิจ’ รับมือโลกใหม่

    เอกชน ชี้  ‘ไทย’ ต้องรีเซตโครงสร้าง ‘การเมือง สังคม เศรษฐกิจ’ รับมือโลกใหม่

    เวทีสัมมนาบัญชีจุฬาฯ ถกปม 88 ปี “รีเซตเศรษฐกิจไทย” ภาคเอกชน ชี้ไทยไม่ได้เพียงแค่เผชิญภาวะถดถอยชั่วคราว แต่กำลังติดหล่มปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง แนะทางรอดต้องรีฟอร์มโครงสร้างทั้งการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ  จี้ รัฐบาลใหม่เลิกโควตาการเมือง-ดึงมืออาชีพกู้วิกฤติ

    คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จัดงานเสวนาวิชาการในโอกาสครบรอบ 88 ปี ในหัวข้อ “RESET THAILAND’S ECONOMY: รีเซตเศรษฐกิจไทย โอกาสสุดท้าย หรือแค่รอบใหม่ของวงจรเดิม?”โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เข้าร่วมเป็นวิทยากร

    ดร.พจน์  กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอยรุนแรง แต่อยู่ในอาการซึมตัวเล็กน้อย และมีสัญญาณชะลอต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่ต้อง “รีเซต” ครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงการปรับระยะสั้น แต่ต้องเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง มิฉะนั้นปัญหาจะยิ่งฝังลึก โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานาน ทั้งโครงสร้างทางการเมือง และการปกครอง ซึ่งในอดีตการเมืองถูกมองว่าเป็นตัวกำหนดเศรษฐกิจ และสังคม แต่ในบริบทโลกปัจจุบัน เศรษฐกิจ และสังคมกลับเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมือง หากเศรษฐกิจอ่อนแอ สังคมย่อมเผชิญความเปราะบาง และความขัดแย้ง ดังนั้น การเมืองต้องหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพสังคม มากกว่ามุ่งแข่งขันทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

    ประเด็นที่สองคือ โครงสร้างทางสังคม ที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย กระทบต่อกำลังแรงงาน และศักยภาพการพัฒนาในระยะยาว จำเป็นต้องเร่งพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถยกระดับทักษะ และขีดความสามารถในการแข่งขัน และสุดท้ายโครงสร้างเศรษฐกิจ ไทยเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน แต่ปัจจุบันการเติบโตชะลอลงต่อเนื่อง หากไม่เร่งปรับโครงสร้างให้ทันต่อเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีใหม่ และห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนไป ไทยอาจเผชิญความยากลำบากในการแข่งขันระยะยาว 

    เอกชน ชี้  'ไทย' ต้องรีเซตโครงสร้าง 'การเมือง สังคม เศรษฐกิจ' รับมือโลกใหม่

    ดร.พจน์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาไทยจะมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการลงทุนในพื้นที่ EEC ที่ขยายตัวสูง สะท้อนว่าไทยยังเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนที่มีศักยภาพ ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ได้เปรียบ มีทางออกทะเลสองฝั่ง ทรัพยากรพื้นฐานพร้อม และแรงงานรองรับ  อย่างไรก็ตามการดึงดูดการลงทุนต้องคำนึงถึง “สิ่งที่ประเทศไทยได้รับ” ไม่ใช่เพียงตัวเลขเงินลงทุน จึงเสนอให้รัฐทบทวนเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน กำหนดเงื่อนไขให้เกิดการใช้วัตถุดิบและซัพพลายเออร์ในประเทศ (Local Content) มากขึ้น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในบริบทที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับกฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) มากขึ้นจากแรงกดดันทางการค้า

    นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน ที่สำคัญคือ การพัฒนาทุนมนุษย์ ขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล จึงจำเป็นต้องเร่ง “อัปสกิล–รีสกิล” แรงงานที่มีอยู่ และปรับโครงสร้างการศึกษาให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่

    ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับภารกิจของแต่ละกระทรวง ไม่ควรยึดเพียงโควตาทางการเมือง แต่ต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถ และเข้าใจงานอย่างแท้จริง เพราะหากขาดความเชี่ยวชาญ อาจไม่สามารถขับเคลื่อนประเทศให้หลุดพ้นจากปัญหาได้ และต้องกำหนด “วาระแห่งชาติ” (National Agenda) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศ หากสามารถจัดการปัญหานี้ได้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ” ดร.พจน์ กล่าว

    เอกชน ชี้  'ไทย' ต้องรีเซตโครงสร้าง 'การเมือง สังคม เศรษฐกิจ' รับมือโลกใหม่

    ด้านนายเกรียงไกร กล่าวว่า  ประเทศไทยเปรียบเสมือนเรือที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทร ท่ามกลางคลื่นลมแรงจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ภายในเรือเองกลับมี “รอยรั่ว” ากความเปราะบางเชิงโครงสร้าง รวมถึงปัญหาคอร์รัปชัน  

    ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เพียง “รีเซต” แต่ต้อง “รีฟอร์ม” และ “ทรานส์ฟอร์ม” ควบคู่กันไป คือ การซ่อมแซมจุดอ่อนภายใน ปรับโครงสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้แข็งแรงขึ้น และติดตั้งระบบรับมือความเสี่ยงใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนของโลกให้เป็นโอกาส แม้เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่กำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หากไม่เร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โอกาสในการกลับมาเติบโตอย่างเข้มแข็งอาจยิ่งเลือนหาย ท่ามกลาง “พายุสมบูรณ์แบบ” ที่ถาโถมจากทั้งภายใน และภายนอกประเทศ

    นายเกรียงไกร กล่าวว่า  ท่ามกลางความตึงเครียดของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงสงครามการทหาร แต่ยังรวมถึงสงครามด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) ที่ดำเนินควบคู่กัน นักวิชาการด้านเศรษฐกิจเตือนว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “FR War” หรือสงครามในมิติความขัดแย้งที่ซับซ้อนมากขึ้น

    ในบริบทปัจจุบัน มหาอำนาจที่เป็น “คู่ชกตัวจริง” คือ จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเศรษฐกิจอันดับ 1 และ 2 ของโลก ขณะเดียวกันก็เป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ทำให้ไทยตกอยู่ในสถานะ “อยู่ระหว่างเขาควาย” ต้องบริหารสมดุลความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง

    โลกวันนี้ไม่เหมือนอดีตที่หลายประเทศสามารถประกาศความเป็นกลางได้อย่างชัดเจน กระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) กำลังถดถอย กลายเป็นภาวะ “De-globalization” และลึกไปกว่านั้นคือ “Decoupling” หรือการแยกขั้วห่วงโซ่อุปทาน ประเทศต่างๆ ถูกกดดันให้เลือกว่าจะอยู่ในซัพพลายเชนที่นำโดยฝั่งตะวันตก หรือฝั่งตะวันออก

    สำหรับประเทศไทย แม้จะมีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างหลายด้าน แต่จุดแข็งสำคัญคือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักวิชาการเสนอว่า ไทยควรวางบทบาทคล้าย สวิตเซอร์แลนด์ ในฐานะประเทศที่เป็นกลางทางการลงทุน เปิดรับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าความขัดแย้งระดับโลกจะดำเนินไปในทิศทางใด

    อย่างไรก็ตาม การจะก้าวสู่จุดนั้นได้ รัฐบาลต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง พร้อมทั้งเร่งแก้ไขกฎหมายล้าสมัย และขั้นตอนอนุญาตที่ซ้ำซ้อน ปัจจุบันมีกฎหมาย และระเบียบจำนวนมากที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ อีกประเด็นสำคัญคือ การลดปัญหาคอร์รัปชัน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับปรุงคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ประเทศ

    หากไทยสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ปฏิรูปกฎหมาย ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างจริงจัง ก็มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของระเบียบโลกใหม่

    ส่วนสิ่งที่อยากเห็นจากรัฐบาลใหม่ในช่วง 100 คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ​ และมองว่าทีมภูมิใจไทยมีทีมเศรษฐกิจที่ทำนโยบายได้ต่อเนื่องได้ ฉุดเศรษฐกิจ​ที่ติดหล่มได้ ท่ามกลางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(lMF) และธนาคารโลก (เวิลด์​แบงก์) ที่ปรับประมาณการ​เศรษฐกิจไทยโต 1.6 % จึงถือว่าปีที่ท้าทายมาก ดังนั้นการจัดคนให้ตรง หน้าที่ และการทำงาน จะสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้

    เอกชน ชี้  'ไทย' ต้องรีเซตโครงสร้าง 'การเมือง สังคม เศรษฐกิจ' รับมือโลกใหม่

    ด้าน นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยต้องเริ่มจากการทบทวนโครงสร้างประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับภาวะผู้นำ และความเข้มแข็งของรัฐบาล หากรัฐบาลไม่จริงจังกับการปรับปรุงโครงสร้าง ประเทศจะเผชิญความยากลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากประสบการณ์ทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศในกว่า 30–35 ประเทศ  ทุกประเทศให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อสร้างการเติบโต โดยเฉพาะประเทศไทยที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศในสัดส่วนสูงถึงประมาณ 65% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สะท้อนว่าภาคการค้าเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย

    ดังนั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการส่งออก การยกระดับความสามารถการแข่งขัน และการสร้างระบบบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงการลดปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการ “ทรานส์ฟอร์ม” ประเทศ โดยในช่วง 3–4 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลชุดใหม่มีทิศทางการจัดวางทีมงานที่เหมาะสม หากเดินหน้าต่อด้วยการเปิดพื้นที่ให้มืออาชีพที่มีความสามารถเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพฟื้นตัว และเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

    ส่วนสิ่งที่ฝากรัฐบาลใหม่ คือ ควรตั้งทีมงานได้ดีให้มืออาชีพทำงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เชื่อว่าประเทศจะขับเคลื่อนต่อไปได้ ต้องเลิกให้ไทยเป็นเพียงฐานการผลิต เช่น จีน มุ่งใช้นวัตกรรมตลอด และก้าวหน้าอย่างมาก จึงต้องผลิตดันอย่างจริงจัง เพราะการใช้ AI ต้องซีเรียสอย่างมาก  เพราะสิงคโปร์ผลัดกันการใช้ AI อย่างจริงจัง ให้คนทั้งประเทศใช้ AI ทุกหน่วยงาน ทุกขั้นตอน ไทยจึงต้องให้ AI เข้าอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่เช่นนั้นส่วนราชการไทยจะล้าหลังมาก

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1222099&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw360_7-CJTphaKpvVegjX9n

  • “คิม จองอึน” โว เกาหลีเหนือเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    “คิม จองอึน” โว เกาหลีเหนือเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    “คิม จองอึน” โว เกาหลีเหนือเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    ผู้นำเกาหลีเหนือ “คิม จองอึน” เผย สามารถเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอยและบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ด้านเกาหลีใต้ประเมินเศรษฐกิจเกาหลีเหนือโต 3.7%

    วันที่ 20 ก.พ. สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า ในงานประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งที่ 9 ผู้นำสูงสุด คิม จองอึน ได้กล่าวสุนทรพจน์ชื่นชมความสำเร็จของประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

    การประชุมใหญ่พรรคแรงงานเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ จัดขึ้นทุก 5 ปีเพื่อทบทวนผลงาน กำหนดเป้าหมายนโยบายใหม่ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยการประชุมครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะดำเนินต่อไปหลายวัน

    Reuters/KCNA
    คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ

    คิม จองอึน กล่าวว่า เกาหลีเหนือซึ่งปิดตัวจากโลกภายนอก สามารถเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอยและบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

    ในสุนทรพจน์เปิดการประชุม คิมกล่าวว่า เกาหลีเหนือได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ วัฒนธรรม และการทูต ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

    สำหรับโลกภายนอก เขากล่าวว่า เกาหลีเหนือได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ และภูมิทัศน์ทางการเมืองระหว่างประเทศ

    คิมไม่ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ในสุนทรพจน์ของเขา และไม่ได้อ้างถึงความพยายามของประเทศในการพัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์

    สำนักข่าว KCNA รายงานว่า ในการประชุมซึ่งมีสมาชิกพรรคแรงงานผู้ปกครองเข้าร่วม 5,000 คน ได้มีการเสนอเป้าหมายและแผนงานใหม่ในภาคส่วนต่าง ๆ สำหรับอีก 5 ปีข้างหน้า

    คาดว่าเกาหลีเหนือจะแสดงแสนยานุภาพทางทหารในการสวนสนาม และเป้าหมายการพัฒนาอาวุธในการประชุมครั้งนี้

    นักวิเคราะห์กำลังจับตาดูว่า คิม จองอึน จะเสนอให้มีตำแหน่ง “ประธานาธิบดี” หรือไม่ และ คิม จูแอ บุตรสาวของเขาจะปรากฏตัวหรือได้รับตำแหน่งทางการใด ๆ หรือไม่

    มีการคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นในหมู่นักวิเคราะห์และจากหน่วยงานข่าวกรองของเกาหลีใต้ว่า คิม จองอึน กำลังเตรียมจูแอ ให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

    คิม จองอึน กล่าวว่า ในการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 8 สถานการณ์รอบ ๆ เกาหลีเหนือมีความท้าทายอย่างยิ่ง โดยอ้างถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติและการระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศดำเนินไปตามแบบแผนเดิม ๆ

    ธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือหดตัวมากที่สุดในรอบ 23 ปีในปี 2020 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ มาตรการล็อกดาวน์จากโควิด-19 และสภาพอากาศเลวร้าย

    แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีสัญญาณของการฟื้นตัว และเศรษฐกิจเติบโต 3.7% ในปี 2024 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตรายปีที่สูงที่สุดในรอบ 8 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวกับรัสเซีย ตามการประมาณการของธนาคารกลางเกาหลี

    คิม จองอึน กล่าวว่า “ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา” และกระตุ้นให้พรรคแรงงานพยายามเปลี่ยนแปลงประเทศในทุกภาคส่วนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเร็วที่สุด

    ยังไม่แน่ชัดว่าการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งนี้จะกินเวลานานเท่าใด แต่การประชุมครั้งที่ 7 กินเวลา 4 วัน ส่วนการประชุมใหญ่ครั้งที่ 8 ใช้เวลา 8 วัน

    เรียบเรียงจาก Reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/269058&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aqtzpo6vO4fU1IM-ijLn5

  • ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2568 กว่า 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่ม โอกาสของสินค้าไทย

    ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2568 กว่า 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่ม โอกาสของสินค้าไทย

    สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าฮ่องกงในปี 2568 รวม 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 มี        
    นักท่องเที่ยว 4.65 ล้านขึ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

              นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศจีนคิดเป็นร้อยละ 76 รวมกว่า 37.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น
    ร้อยละ 11 จากปีก่อนหน้า ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 โดยมีอัตราการขยายตัวที่ชัดแจนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ซึ่งในกลุ่มนี้มีอัตราการขยายตัวกว่าร้อยละ 25

              สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกงเปิดเผยเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวจากพื้นที่ใกล้ๆ (Short-Haul) อย่างไทย ฟิลิปปินส์ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด – 19 แล้ว นอกจากนี้เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กแต่มีกิจกรรมนำเสนอต่อนักท่องเที่ยวหลากหลายอย่าง ทำให้ค่าเฉลี่ยการเข้าพักของนักท่องเที่ยวในฮ่องกงคือ 3.1 คืน และจากการสำรวจผลประเมินความประทับใจพบว่ามีระดับความพึงพอใจระดับ 8.9 จากระดับ 10

    ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

              ฮ่องกงเป็นเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงคือภาคบริการ การนำเข้าส่งออก และภาคการท่องเที่ยว การเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะจีนส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อภายในฮ่องกง มีธุรกิจจำนวนมากที่ให้รับผลประโยชน์ เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง งานจัดแสดงสินค้า ธุรกิจบริการขนส่ง เป็นต้น

              การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจะส่งผลดีต่อธุรกิจของคนไทยรวมทั้งสินค้าไทยเป็นอย่างดี เช่น ร้านอาหารไทยในฮ่องกงที่ปัจจุบันมีมากกว่า 300 แห่ง โดยมีร้านที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 42 แห่ง รวมทั้งสินค้าไทย เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงรส ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดสินค้าสู่ฮ่องกงควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค รักษามาตรฐานตามกฎระเบียบข้อบังของสินค้าแต่ละประเภท เนื่องจากรัฐบาลฮ่องกงมีระบบการสุ่มตรวจสินค้าอย่างต่อเนื่อง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง ได้ที่ thaitchongkong@ditp.go.th

    แหล่งข้อมูล

    https://www.thestandard.com.hk/hong-kong-news/article/322003/Hong-Kong-visitor-arrivals-climbed-12pc-to-499mn-in-2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ilsca076mft3z0gss7veejl2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Irh5iytX2tRKjplIis8Ry

  • หัวไทรคุม “ปลาหมอคางดำ” ได้ผล ใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน

    หัวไทรคุม “ปลาหมอคางดำ” ได้ผล ใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/130459&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XbLNfF0uHTfEFaLVpXxa3

  • ปลุกพลังเด็กไทยรักการอ่าน! สพฐ. แถลงผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 | เดลินิวส์

    ปลุกพลังเด็กไทยรักการอ่าน! สพฐ. แถลงผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 20 ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แถลงข่าวผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 โดยนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการอ่าน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้เรียน “อ่านออก เขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิดเป็น” เพราะการอ่านเป็นทักษะพื้นฐานและเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาความคิด เสริมสร้างจินตนาการ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หนังสือจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่าน ดังนั้น สพฐ.ได้จัดประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประพันธ์ ผู้วาดภาพประกอบ ผู้จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์ และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนร่วมในการผลิตหนังสือที่มีคุณภาพและสารประโยชน์เผยแพร่สู่สาธารณชนเพิ่มมากขึ้น

    การประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นการประกวดหนังสือที่พิมพ์โฆษณาเป็นเล่มบริบูรณ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2568 ในปีนี้มีผู้ประพันธ์ ผู้จัดพิมพ์ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมส่งหนังสือประกวดรวมจำนวนทั้งสิ้น 403 เรื่อง แยกเป็นกลุ่มหนังสือต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือสารคดี หนังสือนวนิยาย หนังสือกวีนิพนธ์ หนังสือรวมเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-6 ปี หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 7-12 ปี หนังสือสำหรับวัยรุ่น อายุ 13-18 ปี หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ และหนังสือสวยงาม ทั้งนี้ สพฐ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตัดสินประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานกรรมการ นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. นายวินัย รอดจ่าย และนางสุกัญญา งามบรรจง เป็นรองประธานกรรมการ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นกรรมการ และ ผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ

    ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 จะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลในพิธีเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และพระราชทานพระราชวโรกาสให้นำผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่นเข้าเฝ้ารับพระราชทานรางวัล ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 ภายในงานจะมีนิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2569 ของ สพฐ. จัดแสดงให้สาธารณชนได้เข้าชมและร่วมกิจกรรมตลอดงาน

    สำหรับผลการพิจารณาตัดสินหนังสือให้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประจำปี 2569 มีหนังสือได้รับรางวัล 54 เรื่อง แยกเป็น รางวัลดีเด่น 14 เรื่อง รางวัลชมเชย 40 เรื่อง ดังรายชื่อต่อไปนี้ หนังสือสารคดี มี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รางวัลดีเด่น เรื่อง The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ ประพันธ์โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รางวัลชมเชย จำนวน 1 เรื่อง เรื่อง ส่องโพรง สืบไพร ประพันธ์โดย ทีมนักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ด้านประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม รางวัลดีเด่น เรื่อง ชายแดนใต้ : สยามส่วนพิเศษ ประพันธ์โดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) 1. เรื่อง พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี ประพันธ์โดย ธนโชติ เกียรติณภัทร 2. เรื่อง ราชินิกุล บุนนาค ประพันธ์โดย นายภัทรพล เปี้ยวนิ่ม และนายปิติรัชต์ จูช่วย 3. เรื่อง สยามไซไฟ ประพันธ์โดย ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์ ด้านการท่องเที่ยว อาหาร ชีวประวัติ และอื่น ๆ รางวัลดีเด่น เรื่อง สุดยอดศาสนสถานแดนมังกร พุทธ เต๋า ขงจื่อ ประพันธ์โดย ปริวัฒน์ จันทร รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง ความทุกข์ครั้งสุดท้าย ประพันธ์โดย นิ้วกลม 2. เรื่อง Amidst the Global Sea Power ไทยในสมรภูมิมหาสมุทรโลก ประพันธ์โดย ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ 3.เรื่อง POPS ก้าวต่อไปแม้ไม่สมบูรณ์แบบ ประพันธ์โดย กิตติศักดิ์ คงคา หนังสือนวนิยาย รางวัลดีเด่น เรื่อง เมื่อดอกไม้ไหว ประพันธ์โดย ดวงตะวัน รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) 1.เรื่อง ชายได้โชคอย่างลึกลับ เพราะเป็นแฟนคลับนิยายผี ประพันธ์โดย วันชนะ 2. เรื่อง เวียงวนาลัย ประพันธ์โดย เนียรปาตี 3.เรื่อง LIVE หลอน ศาลาซ่อนผี ประพันธ์โดย นทธี ศศิวิมล หนังสือกวีนิพนธ์

    รางวัลดีเด่น เรื่อง คลื่นมหานคร ประพันธ์โดย เมธาวี ก้านแก้ว รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) 1.เรื่อง ช่วงยามที่ดอกไม้บาน ประพันธ์โดย วรภ วรภา 2. เรื่อง โลกที่เราท่านอ่านก่อนโต THE WORLD WE READ BEFORE GROWING UP ประพันธ์โดย รังสิมันต์ จุลหริก

    เรื่อง สะพานฝันบันไดดาว ประพันธ์โดย ปรัชญา พวงเพ็ชร หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ มี 3 ประเภท ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพสำหรับเด็ก (อายุ 7 – 12 ปี) ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพทั่วไป (อายุ 13 ปีขึ้นไป) รางวัลดีเด่น เรื่อง ท้องฟ้าอันอบอุ่นของชิเอลแมวมึน ประพันธ์โดย ปัทมพร อักษรณรงค์ รางวัลชมเชย จำนวน 1 เรื่อง เรื่อง เตร่ ประพันธ์โดย เทพฤทธิ์ ไชยจันทร์ ประเภทการ์ตูนปกิณกะเชิงสร้างสรรค์ รางวัลดีเด่น เรื่อง cat’s eye view ประพันธ์โดย JIEW รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง ศึกมหาภารตะ เล่ม 1 – 4 ผู้เขียนการ์ตูน หรือผู้จัดทำภาพประกอบ อารีเฟน ฮะซานี (เฟน สตูดิโอ) เรื่อง สารานุแก๊กการ์ตูนความรู้ เล่ม 1 : ผีไทย ประพันธ์โดย ทีม Character House studio เรื่อง สารานุแก๊กการ์ตูนความรู้ เล่ม 4 : ผีอาเซียน ประพันธ์โดย ทีม Character House studio หนังสือสวยงาม มี 2 ประเภท ประเภทสวยงามสำหรับเด็ก (อายุ 3 – 12 ปี)

    รางวัลดีเด่น เรื่อง นกในสวนบ้านฉัน ประพันธ์โดย กานต์แก้ว ตรีพุทธรัตน์ รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง จะไปกับฉันไหม ประพันธ์โดย สุดใจ พรหมเกิด เรื่อง ลูกปลาเดินเล่น ประพันธ์โดย ปูจ๋า และ พี่หมี แห่งทะเลใหญ่ เรื่อง อาหารหลากสีของพี่หมีใจดี ประพันธ์โดย เกื้อกมล นิยม ประเภทสวยงามทั่วไป (อายุ 13 ปีขึ้นไป) รางวัลดีเด่น เรื่อง เอกอุเครื่องถ้วยจีนอย่างสยาม ประพันธ์โดย ภุชชงค์ จันทวิช และ สมภพ ถาวรวัฒนะ รางวัลชมเชย จำนวน 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) เรื่อง นิทานหมู่บ้านแห่งแสง The Tale of the Village of Light ประพันธ์โดย สโรชา กิตติสิริพันธุ์ เรื่อง วัดมหาพฤฒาราม ประพันธ์โดย รองศาสตราจารย์ พงศกร ยิ้มสวัสดิ์ และ วีรยา บัวประดิษฐ เรื่อง หัวใจแห่งพงไพร : มรดกไทย มรดกโลก ประพันธ์โดย ณรงค์ สุวรรณรงค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5620112/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RHA8zfUXChIXlBr7ySGtc