Blog

  • ‘เด็จพี่’ เชื่อมั่นเพื่อไทย ส่งมืออาชีพ-มีวิสัยทัศน์ ร่วมครม.อนุทิน

    ‘เด็จพี่’ เชื่อมั่นเพื่อไทย ส่งมืออาชีพ-มีวิสัยทัศน์ ร่วมครม.อนุทิน

    28 กุมภาพันธ์ 2569 – นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศ หลังจากได้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ ของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล คือ การเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว รวมทั้งการวางแผนล่วงหน้าที่คาดว่าในปีนี้ ประเทศไทยจะพบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการเกษตร ที่ต้องวางแผนรับมือแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ก่อนหน้าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงจาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อหวังให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่า สภาพเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจัยภายใน อยู่ในภาวะไม่สู้ดีนักที่เป็นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปีนี้ และมีแนวโน้มจะซึมยาวไปถึงปีหน้า เป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่ต้องเข้ามาสะสาง แก้ไข

    นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ยังไม่แล้วเสร็จ ตนติดตามข่าวจากสื่อมวลชน คาดการณ์รายชื่อรัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและที่มาจากคนนอก หลายคนคุ้นเคยในแวดวงการเมือง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จับต้องได้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ทราบว่า คณะกรรมการบริหารของพรรคพิจารณา ส่งรายชื่อบุคคลใดไปเป็นรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ อยู่ในกระทรวงใดบ้างนั้น ไม่ทราบ

    “แต่มั่นใจได้เลยว่า พรรคเพื่อไทยที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมายาวนานเคยเป็นทั้งพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน นักการเมืองพรรคเพื่อไทย นักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ ผู้มีประสบการณ์การเมือง เป็นสส.หลายสมัย ล้วนมีความรู้ ความสามารถ มืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ พร้อมลุยงานหนัก มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะได้รับมอบหมายในอนาคตได้อย่างแน่นอนและพร้อมทำงานอย่างบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/955264/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10nJ5CJfEAly7niuZwLkwV

  • ฮั่วเซ่งเฮง ประกาศงดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว ให้บริการอีกครั้ง 2 มี.ค.

    ฮั่วเซ่งเฮง ประกาศงดซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราว ให้บริการอีกครั้ง 2 มี.ค.

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/132032&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JMazleisJG-qOEGxGNJQ7

  • “ราคาทอง” วันนี้พุ่งแรง 1,450 บาท “ทองรูปพรรณ” ขายออกแตะ 78,400 บาท

    “ราคาทอง” วันนี้พุ่งแรง 1,450 บาท “ทองรูปพรรณ” ขายออกแตะ 78,400 บาท

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/131971&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YjM3ZQYNAkVetDhbkzRQE

  • ‘มจร’ จับมือ ‘สถาบันพระปกเกล้า’ ยกระดับ ‘หลักสูตร 4ส’ ปั้น ‘ผู้นำเชิงสันติวิธี’ | เดลินิวส์

    ‘มจร’ จับมือ ‘สถาบันพระปกเกล้า’ ยกระดับ ‘หลักสูตร 4ส’ ปั้น ‘ผู้นำเชิงสันติวิธี’ | เดลินิวส์

    สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดพิธีลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยมีพระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมจร และรศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยผู้บริหารทั้งสองสถาบัน โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และรองประธานสถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น ร่วมพิธี เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่สถาบันพระปกเกล้า

    รศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า การลงนามแผนปฏิบัติการความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การลงนาม MOU เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2556 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย การฝึกอบรม และกิจกรรมทางวิชาการด้านสันติศึกษาและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือครั้งนี้มิใช่เพียงเชิงพิธีการ แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมการจัดการศึกษา การวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการในมิติต่างๆ เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทย

    ด้านพระพรหมวัชรธีราจารย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความรู้ทางพระพุทธศาสนา พุทธสันติวิธี และสันติศึกษาของมจร เข้ากับศาสตร์ด้านนโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ และการบริหารเชิงกลยุทธ์ของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้นำที่มีทั้งปัญญา คุณธรรม และความสามารถในการจัดการความขัดแย้งอย่างสันติ เป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงศักยภาพทางวิชาการของทั้งสองสถาบัน ก่อให้เกิดองค์ความรู้เชิงบูรณาการที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของสังคมได้อย่างยั่งยืน ยกระดับหลักสูตร “4ส” นวัตกรรมการศึกษา เรียน 1 ได้ถึง 2 โดยหนึ่งในสาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การยกระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4ส) ซึ่งเป็นหลักสูตรสำคัญในการพัฒนาผู้นำระดับสูงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีแนวคิด “เรียน 1 ได้ถึง 2” คือ เรียนหนึ่งหลักสูตร แต่สามารถต่อยอดสู่การได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท และขยายผลสู่ระดับปริญญาเอกในอนาคต ทั้งนี้ นักศึกษา 4ส รุ่นที่ 16 จะได้รับการคัดเลือกผ่านช่องทางพิเศษร่วมกันของทั้งสองสถาบัน และมีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิชาการบริหารเชิงกลยุทธ์และสันติศึกษา (Strategic Management and Peace Studies) โดยเน้นการทำวิทยานิพนธ์และการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและสังคมได้จริง เชื่อมองค์ความรู้ เครือข่ายผู้นำ สู่สังคมสมานฉันท์

    “ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนการผสานจุดแข็งของทั้งสองสถาบันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ความเชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะ นิติบัญญัติ และการพัฒนาผู้นำของสถาบันพระปกเกล้า กับองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา พุทธสันติวิธี และสันติศึกษาของ มจร ทั้งจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักศึกษาและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ให้ได้รับองค์ความรู้เชิงบูรณาการ นำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความขัดแย้ง การกำหนดนโยบาย และการสร้างสังคมสันติสุขได้อย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเครือข่ายวิชาการเพื่อสันติภาพในอนาคต รวมทั้งการพัฒนา “ผู้นำเชิงสันติวิธี” และการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความสมานฉันท์ ประชาธิปไตยเชิงคุณธรรม และสันติสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว” อธิการบดีมจร กล่าว  

    สำหรับผู้ที่สนใจ ขณะนี้กำลังเปิดรับสมัคร ทั้งหลักสูตรทั้งปริญญาโท และปริญญาเอก สามารถสมัครออนไลน์ ได้ที่ https://forms.gle/9SWN87i9MeponwSG7 ดาวน์โหลดแนบเอกสารการสมัครเรียน ได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/15kw1pwS09NBjH03GCVTegQXij9ELiYvn?usp=sharing สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร.066-049-5588, 092-564-4591 หรือศึกษาข้อมูลได้ที่ www.peace.mcu.ac.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5643465/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RAt3neyNTtE2RfXUN8uC4

  • ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด คัดเลือกนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม

    ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด คัดเลือกนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม

    ปลัดมหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ดำเนินการคัดเลือก คัดสรร นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 18 ปีการศึกษา 2569 ด้วยความรอบคอบ รอบด้าน โปร่งใส เป็นธรรม และกระจายโอกาสอย่างทั่วถึง

    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2569 ภายใต้ “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” ซึ่งในขณะนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทำแนวปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    “กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดรับทราบแนวทางและดำเนินการขับเคลื่อนงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2569 อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม โดยให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานและศึกษาธิการจังหวัดเป็นเลขานุการ เริ่มกระบวนการคัดเลือก คัดสรร นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 18 ปีการศึกษา 2569 ตามแนวทางฯ อย่างเคร่งครัด โดยกระจายโอกาสการเสนอชื่อนักเรียนผู้มีคุณสมบัติให้ครอบคลุมทั่วถึงโรงเรียนในทุกสังกัด รวมทั้งลงเยี่ยมบ้าน สอบทานข้อมูลเชิงประจักษ์ พื้นฐานทัศนคติที่ถูกต้องดีงามต่อสถาบันหลักของชาติ และความสมัครใจ การรับรู้ข้อมูลโครงการฯ อย่างรอบคอบ รอบด้าน โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ และจัดส่งข้อมูลไปยังศึกษาธิการภาคเพื่อดำเนินการในระดับต่อไป นอกจากนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ระดับจังหวัด ต้องร่วมทำหน้าที่ติดตามดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน ทั้งในด้านการเรียน ความประพฤติ และการใช้จ่ายเงินทุนพระราชทานตลอดจนการช่วยเหลือในกรณีนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. และครอบครัว เมื่อเผชิญปัญหาต่าง ๆ ตามระเบียบมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ว่าด้วยการดูแลนักเรียนทุนในโครงการพระราชทาน ม.ท.ศ. พ.ศ. 2561”

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยมีกำหนดประชุมซักซ้อมความเข้าใจและแนวทางการดำเนินงานให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด และศึกษาธิการภาค ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference System : VCS) ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนและแนวทางที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2917022&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aU3bjqemptAxJuEErJWqF

  • เปิดประวัติ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร คดีมหากาพย์ยึดทอง 1,500 ล้าน

    เปิดประวัติ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร คดีมหากาพย์ยึดทอง 1,500 ล้าน

    เส้นทางชีวิตของ นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความสำเร็จทางการศึกษา ไปจนถึงมหากาพย์คดีทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งนำไปสู่การยึดทรัพย์สินเป็น “ทองคำแท่ง” ครั้งใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งของเมืองไทย

    จุดเริ่มต้น: จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่เส้นทางสายเศรษฐศาสตร์

    นายสาธิต รังคสิริ ได้ปูรากฐานทางวิชาการอย่างแข็งแกร่งด้วยการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Arts (Economics) จาก Atlanta University ประเทศสหรัฐอเมริกา

    การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากต่างประเทศในยุคนั้น ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในกระทรวงการคลัง โดยเขามีความเชี่ยวชาญโดดเด่นด้านนโยบายภาษี จนได้รับฉายาในเวลาต่อมาว่าเป็น “ลูกหม้อ” มือดีของกรมสรรพากร ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ อธิบดีกรมสรรพากร ในปี พ.ศ. 2553

    ⚖️ ไทม์ไลน์มหากาพย์คดีทุจริตคืนภาษี และการยึดทองคำ

    เส้นทางเกียรติยศต้องจบลงเมื่อเกิดการตรวจสอบพบกระบวนการฉ้อโกงภาษีครั้งมโหฬาร โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

    1. จุดเริ่มความผิดปกติ (พ.ศ. 2555 – 2556)

    ในขณะที่นายสาธิตดำรงตำแหน่งอธิบดี มีกลุ่มบริษัทกลุ่มหนึ่งอ้างว่าทำการส่งออกแร่โลหะไปต่างประเทศ และยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากรัฐบาล โดยใช้เอกสารเท็จและบริษัทเครือข่ายที่ไม่มีการประกอบการจริงจำนวนมาก

    2. การตรวจสอบและสั่งฟ้อง (พ.ศ. 2558 – 2562)

    • ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบ: คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบหลักฐานว่ามีการอนุมัติคืนภาษีโดยมิชอบให้กับบริษัทกว่า 30 แห่ง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,300 ล้านบาท

    • การชี้มูลความผิด: ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงและทางอาญาต่อนายสาธิตและพวก ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และทุจริต

    3. ที่มาของ “ทองคำแท่ง” และทรัพย์สินที่ถูกอายัด

    จากการขยายผลเส้นทางการเงิน พบว่าเงินที่ได้จากการทุจริตส่วนหนึ่งถูกนำไปแปรสภาพเป็นทรัพย์สินหลายรายการ แต่ที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือ ทองคำแท่ง

    • การยึดทรัพย์: ป.ป.ช. และศาลมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งรวมถึงทองคำแท่งน้ำหนักรวมกว่าร้อยบาท และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ที่ดิน และเงินฝาก รวมมูลค่านับพันล้านบาท

    4. คำพิพากษาประวัติศาสตร์ (พ.ศ. 2564 – 2565)

    • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง: มีคำพิพากษาให้ จำคุกตลอดชีวิต นายสาธิต รังคสิริ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

    • การริบทรัพย์: ศาลมีคำสั่งให้ ริบทองคำแท่ง ของกลางจำนวนมหาศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริตคืนภาษีดังกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2916952&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06BagGiCkyuWMD4nr39r0A

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D581435&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BEoG6_I6eEj5y2OwoPVSX

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D581417&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_hdYLTU83va3OHhWaJDtD

  • ดร.กัลยาณี  ประธานทอดผ้าป่าสามัคคี หาทุนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนอนุบาลวัดพระโต  ดีใจยอดผ้าป่าสูงเกือบหนึ่งล้านบาท

    ดร.กัลยาณี ประธานทอดผ้าป่าสามัคคี หาทุนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนอนุบาลวัดพระโต ดีใจยอดผ้าป่าสูงเกือบหนึ่งล้านบาท

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132028&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18-gUYILGhgm94nDhKs4NQ

  • ปัจฉิมนิเทศ​ นิด้า 2569 – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ปัจฉิมนิเทศ​ นิด้า 2569 – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ปัจฉิมนิเทศ​ นิด้า 2569

    ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับดุษฎีบัณฑิตและมหาบัณฑิตทุกท่าน ที่สำเร็จการศึกษาจากนิด้าด้วยความมานะบากบั่น ทุกท่านเป็นความภาคภูมิใจของสถาบัน และรุ่นนี้จบในปีที่นิด้าครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาพอดี

    ค่านิยมหลักของนิด้าคือ WISE ซึ่งย่อมาจากคำว่า Wisdom (ปัญญา) Integrity (ความซื่อตรง) Sustainable Impacts (ผลกระทบที่ยั่งยืน) และ Empathy (ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น)

    สำหรับการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งสถานการณ์ทั่วโลกมีการพลิกผันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว UNESCO จึงได้เสนอเสาหลักการเรียนรู้เพิ่มเป็น 5 เสา (5 Pillars of Education) เพื่อความยั่งยืน ดังนั้นเมื่อนำเสาหลักการเรียนรู้และค่านิยมหลักของนิด้ามาผสมผสานกัน จะทำให้เสาหลักการเรียนรู้มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

    1. Learning to Know เป็นการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ (knowledge) ซึ่งได้จากครูบาอาจารย์ สถานศึกษาหรือการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น เรื่องแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ความรู้ ทฤษฎี และมุมมองต่าง ๆ ในแต่ละสาขาวิชาที่เรียน

    การเรียนรู้เช่นนี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างปัญญา (Wisdom) ด้วยการคิดวิพากษ์ความรู้เพื่อให้รู้ลึก รู้แจ้ง และควรต้องทำอย่างต่อเนื่อง เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) เพราะปัญญาจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่เราคิดว่าใช่หรือถูกต้องในอดีต​ อาจไม่ใช่ในวันนี้หรือพรุ่งนี้

    2. Learning to Do การเรียนรู้ทักษะ (skills) และการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการทำงานและเพื่อแก้ปัญหา เป็นการประยุกต์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติ เครื่องมือทำงานทำให้การคิดวิเคราะห์ และการบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ทักษะการใช้ AI ทักษะการใช้เครื่องมือการจัดการต่าง ๆ (Management Tools) เช่น การจัดการความรู้ Design Thinking, และ OKR

    การนำปัญญา (Wisdom) มาใช้ในการวิเคราะห์ว่า เครื่องมือที่ใช้เหมาะสมกับบริบทของเราหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์แบบใด และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว (Sustainable Impacts) เป็นอย่างไร

    3. Learning to Live Together การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับคนอื่น โดยเข้าใจความหลากหลาย การเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ด้อยค่าคนอื่น แก้ไขปัญหาอย่างสันติ เปิดใจกว้างกับวัฒนธรรมที่ต่างกัน การ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” เป็นเรื่องที่นำมาใช้ได้ เพื่อให้เป้าหมายโดยรวมเป็นไปได้

    นอกจากนี้ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจผู้อื่น (Empathy) ด้วย การใช้มาตรฐานที่ตนเองคิดว่าถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวและใช้ตัดสินคนอื่นที่แตกต่างจะทำให้การอยู่ร่วมกันทำได้ยากขึ้น และเกิดปัญหาความขัดแย้งไม่มีที่สิ้นสุด

    4. Learning to Be การเรียนรู้ในการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาสูง สามารถสร้างและถ่ายทอดวัฒนธรรม ภาษา และเทคโนโลยี มีความละเอียดอ่อน การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้อีกด้านหนึ่งของความเป็นมนุษย์นอกเหนือจากเรียนรู้ด้านวิชาการ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ สุนทรียภาพ ความงดงามในศิลปะ ดนตรี และบทกวี

    การนำเรื่องความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกคนอื่น (Empathy) มาใช้ในการเรียนรู้ในการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ยังเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่จะช่วยเสริมลักษณะของผู้นำแบบ Empathetic Leadership อันจะช่วยให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับผู้คน และเป็น “ผู้นำที่ผู้คนอยากจะเดินตาม”

    5. Learning to Transform Oneself and Society เรียนรู้ในการพลิกโฉมตนเองและสังคม จากการประเมินผลระดับโลกเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พบว่าปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และความหิวโหยที่ยังมีความคืบหน้าค่อนข้างล่าช้า มีเพียง 17% ของเป้าหมายเท่านั้นที่บรรลุหรือมีแนวโน้มจะบรรลุผลทันในปี 2030

    การพลิกโฉมตนเองหรือสังคมนี้ควรจะต้องคำนึงถึงผลระยะยาว (Sustainable Impacts) และต้องใช้ปัญญามากขึ้นกว่าเดิม ทบทวนว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้ดำเนินการไปควรต้องปรับอะไรบ้าง และทำด้วยความซื่อตรง (Integrity) มีจริยธรรม ไม่มีวาระซ่อนเร้น (hidden agenda) หรือผลประโยชน์อื่นแอบแฝง

    สุดท้ายจึงหวังที่จะเห็นดุษฎีบัณฑิตและมหาบัณฑิตนิด้าทุกท่านมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ค่านิยมหลักของนิด้าเป็นเข็มทิศเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) ที่จะช่วยทำให้ชุมชนและสังคมน่าอยู่ขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/nida-orientation-2026-president-speech/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_3U0ADvNsn_WyuuDUBgoH