Blog

  • SSUP Group สานต่อโครงการกตัญญู ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการศึกษาสู่ 455 โรงเรียนทั่วประเทศ : อินโฟเควสท์

    SSUP Group สานต่อโครงการกตัญญู ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการศึกษาสู่ 455 โรงเรียนทั่วประเทศ : อินโฟเควสท์

    เครือ SSUP Group ผู้ขับเคลื่อน “โครงการกตัญญู” ประกาศความสำเร็จภารกิจเพื่อการศึกษา หลังเดินหน้าส่งมอบครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนการสอนมูลค่ารวมกว่า 15 ล้านบาท ให้แก่โรงเรียนรัฐบาลทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษาครบ 455 แห่งทั่วประเทศ ตอกย้ำพลังแห่งการให้จากลูกค้าสู่เยาวชนไทย  ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากพลังการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่านที่ร่วมกันอุดหนุนสินค้าและบอกต่อโครงการดีๆ นี้ ซึ่งความพิเศษคือการเปิดโอกาสให้ “ผู้ซื้อ” เป็นผู้เลือกโรงเรียนที่ต้องการสนับสนุนด้วยตนเองในทุกตำบลทั่วประเทศ

    “โครงการกตัญญู” นำ 30% ของยอดซื้อสินค้า ส่งมอบเป็นครุภัณฑ์การเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาของรัฐทุกตำบลทั่วประเทศ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกโรงเรียนที่ต้องการสนับสนุนได้ด้วยตนเอง ซึ่งครุภัณฑ์ที่ส่งมอบ ครอบคลุมความต้องการด้านการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ (Printer) ครุภัณฑ์การเรียนการสอนด้านกีฬา ด้านดนตรี และด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงทุนการศึกษาสำหรับครูและนักเรียน อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้น้องๆ ได้เข้าถึงแหล่งข้อมูล ค้นคว้าหาความรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด

    เครือ SSUP Group มีความเชื่อมั่นเสมอมาว่า “การศึกษา” คือความมั่นคงของชาติ และครอบครัว เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศชาติ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนแผ่นดินเกิดและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคม จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง “โครงการกตัญญู” เพื่อส่งมอบโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทย

    ผู้บริหารเครือ SSUP Group ระบุว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบริจาค แต่คือการปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็น “ผู้ให้” และการเกื้อกูลกันในสังคมไทย โดยเชื่อมั่นว่าครอบครัวและการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ ภาพความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงมาจากพลังสนับสนุนของลูกค้าทุกคนที่ร่วมกันอุดหนุนสินค้าและบอกต่อโครงการ

    ทั้งนี้ เครือ SSUP Group ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอนาคตเด็กไทย ผ่านการซื้อสินค้าคุณภาพมาตรฐานสากลภายใต้ โครงการกตัญญู ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้รับ โดยเฉพาะการซื้อเพื่อทำบุญที่จะได้รับอานิสงส์ถึง 2 ต่อ คือการมอบสิ่งของที่มีประโยชน์และได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาไปพร้อมกัน

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนับสนุนสินค้าได้ที่ร้านค้าในเครือ SSUP Group ทุกสาขา (แบรนด์ Oriental Princess, Cute Press, Lalil และ Cos marché) หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.katanyu.com

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/573156&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bKQb0b8fe8E2ianIMaTLl

  • ก้าวแห่งความภูมิใจ “โครงการกตัญญู” ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการศึกษา มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท สู่ 455 โรงเรียนทั่วประเทศ

    ก้าวแห่งความภูมิใจ “โครงการกตัญญู” ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการศึกษา มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท สู่ 455 โรงเรียนทั่วประเทศ

    เครือ SSUP Group เดินหน้าสานต่อ โครงการกตัญญู ลงพื้นที่ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการศึกษาให้กับโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาของรัฐครบ 455 โรงเรียนทั่วประเทศ รวมมูลค่าการสนับสนุนทั้งสิ้นกว่า 15 ล้านบาท ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้เกิดขึ้นได้จากพลังการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่านที่ร่วมกันอุดหนุนสินค้าและบอกต่อโครงการดีๆ นี้

    โครงการกตัญญู นำ 30% ของยอดซื้อสินค้า ส่งมอบเป็นครุภัณฑ์การเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาของรัฐทุกตำบลทั่วประเทศ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกโรงเรียนที่ต้องการสนับสนุนได้ด้วยตนเอง ซึ่งครุภัณฑ์ที่ส่งมอบ ครอบคลุมความต้องการด้านการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ (Printer) ครุภัณฑ์การเรียนการสอนด้านกีฬา ด้านดนตรี และด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงทุนการศึกษาสำหรับครูและนักเรียน อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้น้องๆ ได้เข้าถึงแหล่งข้อมูล ค้นคว้าหาความรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด

    เครือ SSUP Group มีความเชื่อมั่นเสมอมาว่า “การศึกษา” คือความมั่นคงของชาติ และครอบครัว เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศชาติ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนแผ่นดินเกิดและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคม จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง “โครงการกตัญญู” เพื่อส่งมอบโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทย

    “โครงการกตัญญู” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบโอกาสทางการศึกษา แต่คือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้ ภาพรอยยิ้มของน้องๆ นักเรียนและคณะครูที่ได้รับมอบอุปกรณ์ คือสิ่งยืนยันว่า ความมุ่งมั่นของพวกเราในการเป็น “ผู้ให้” ได้ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับเยาวชนไทยได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำว่าสังคมไทยยังเต็มไปด้วยความเกื้อกูลกัน พลังเล็กๆ ของทุกคน เมื่อรวมกันสามารถสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ

    ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมภาคภูมิใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ และเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์โครงการดีๆ นี้ต่อไป มาร่วมกันส่งต่อความหวัง สร้างรอยยิ้ม และเป็นลมใต้ปีกที่ช่วยสนับสนุนให้เด็กไทยได้ก้าวเดินตามความฝัน ด้วยสินค้าภายใต้ โครงการกตัญญูที่พร้อมตอบโจทย์ในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะซื้อไปใช้เอง ก็ได้รับสินค้าคุณภาพมาตรฐานสากลในราคาสุดคุ้ม ซื้อเป็นของฝากให้ญาติพี่น้อง ก็เป็นของขวัญที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย หรือซื้อไปจำหน่ายต่อ ก็คุ้มค่าต่อยอดรายได้ และที่สำคัญหากท่านเลือกซื้อไปทำบุญ ท่านจะได้รับอานิสงส์แห่งบุญถึง 2 ต่อ คือได้ทำบุญด้วยสิ่งของเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ และยังได้ร่วมสมทบทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กไทยอีกด้วย

    ทุกท่านที่สนใจสินค้าโครงการกตัญญู สามารถหาซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าในเครือ SSUP Group ทุกสาขาทั่วประเทศ (แบรนด์ Oriental Princess, Cute Press, Lalil และ Cos marche) หรือสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.katanyu.com

    ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสารกิจกรรมต่างๆ และร่วมสนับสนุนโครงการกตัญญู สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

    • Website : www.katanyu.com
    • Facebook : katanyu
    • YouTube : katanyu
    • TikTok : katanyu
    • LINE OA : @katanyu

    มาร่วมสร้างสรรค์สังคมแห่งความกตัญญูไปด้วยกัน!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRE10PR5MDM0KUG9LWAHGXX9ODP6WI3F&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zTLW2y4Q3TPWNAsiCT8wx

  • ปลัดท่องเที่ยวฯ “นัทรียา” เปิดเวที “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” กลาง MotoGP 2026 ชู

    ปลัดท่องเที่ยวฯ “นัทรียา” เปิดเวที “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” กลาง MotoGP 2026 ชู

    ปลัดท่องเที่ยวฯ “นัทรียา” เปิดเวที “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” กลาง MotoGP 2026 ชู “เสน่ห์กีฬาไทย” สู่สายตาโลก


    2/03/2569 | 49 |

    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะกีฬามวยไทย ภายใต้ชื่องาน “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” ณ ลานกิจกรรมสนามช้างอารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ ภายในงานการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP รายการ PT Grand Prix of Thailand 2026 ซึ่งจัดโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้บริหาร กกท. นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกระดับ “มวยไทย” ศิลปะการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับโลก ควบคู่กับมหกรรมกีฬาความเร็วที่ได้รับความนิยมสูงสุดรายการหนึ่งของโลก โดยภายในงานมีการจัดการแข่งขันมวยไทยรวม 8 คู่ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจและสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ศิลปะมวยไทยเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้เลือดนักสู้ และนักมวยทุกคนล้วนมีเลือดนักสู้อย่างแท้จริง” พร้อมเน้นย้ำว่า การบูรณาการกีฬาไทยเข้ากับกิจกรรมระดับนานาชาติ เป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาของภูมิภาค

    โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ยังได้พบปะและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำความพร้อมด้านการดูแลความปลอดภัยและการบริการอย่างมืออาชีพ

    การจัดกิจกรรม “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการผสาน “กีฬา–วัฒนธรรม–การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ผู้ชมจากทั่วโลก พร้อมผลักดันมวยไทยให้ก้าวไกลบนเวทีสากลอย่างน่าภาคภูมิ

    ข้อมูบจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161976


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/481348&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3i5WCrkD2YictKcWAMXso9

  • ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม”

    ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม”

    ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” ส่งต่อของดี 5 ภูมิภาค สร้างบ้านที่เติบโตไปพร้อมสังคม

    เพราะบ้านที่ดี ไม่ได้เกิดจากการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสมดุลระหว่างคุณภาพของบ้านและความเข้มแข็งของชุมชนโดยรอบ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) จึงเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ พร้อมผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” คัดสรรของดีฝีมือท้องถิ่นจาก 5 จังหวัด 5 ภูมิภาค ส่งต่อเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าที่เยี่ยมชมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมศุภาลัยทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม–31 พฤษภาคม 2569

    ภายใต้ความเชื่อว่า “บ้าน” คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและสังคม ศุภาลัยจึงตั้งใจทำให้ทุกการเยี่ยมชมโครงการมีความหมายมากกว่าการเลือกที่อยู่อาศัย แต่เป็นโอกาสในการร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสร้างพลังให้เศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง

    “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาจากแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าจักสานกระจูดจากบ้านห้วยลึก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่สานด้วยมือทีละเส้นจากวัสดุธรรมชาติ
    ชาสมุนไพร หอมป่า ฮ่อมดอย จากชุมชนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต่อยอดองค์ความรู้พื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพร่วมสมัย ดอกเกลือบ้านย่า จังหวัดสมุทรสาคร ที่สืบทอดวิถีนาเกลือดั้งเดิม กล่องทิชชูจักสานกกจากเสื่อจันทบูร จังหวัดจันทบุรี ที่ผสานงานหัตถกรรมกับดีไซน์เรียบง่ายใช้งานได้จริง และข้าวระยะเม่า
    จากตำบลสีสุก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งต้องเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่พอดี อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์

    ทุกชิ้นผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพียงของขวัญเล็กๆ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ เปิดโอกาส และเติมความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชน สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางสังคมควบคู่กับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศุภาลัยเชื่อว่าความยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จบลงที่การส่งมอบบ้านคุณภาพ แต่ต้องรวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่แข็งแรงด้วย “บ้านที่ดี” ควรทำให้ชุมชนรอบข้างเติบโตไปด้วยกัน แคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่เราเชื่อมโยงลูกบ้านกับผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้ทุกการเยี่ยมชมมีความหมายมากกว่าการดูบ้าน แต่คือการร่วมกันสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับสังคมไทย”

    แคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” จึงเป็นภาพสะท้อนของแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนที่ศุภาลัยยึดมั่นเสมอมา ด้วยการส่งต่อคุณค่าของภูมิปัญญาไทย สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้แข็งแรงจากรากฐานไปพร้อมกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ

    เพราะทุกการเยี่ยมชม ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกบ้าน แต่คืออีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนชุมชนรอบข้างให้แข็งแรงอย่างมั่นคงไปพร้อมกัน ผู้สนใจสามารถแวะเยี่ยมชมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมศุภาลัยทั่วประเทศ เพื่อร่วมส่งต่อคุณค่าของดีฝีมือท้องถิ่น เพียงเยี่ยมชมโครงการ รับทันทีของขวัญแทนคำขอบคุณจากชุมชนของเราและศุภาลัย ส่งตรงจาก 5 จังหวัด 5 ภูมิภาค ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569
    ดูรายละเอียดและเลือกโครงการที่สนใจได้ที่
    https://supalai.ly/4kHgNWJ ทั้งนี้ สินค้ามีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1720 หรือ Facebook: Supalai

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3891776/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DUn27qdAn5js7XQNKGhR7

  • ความท้าทายและโอกาสในการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยด้วยพลังท้องถิ่น ครั้งที่ 2

    ความท้าทายและโอกาสในการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยด้วยพลังท้องถิ่น ครั้งที่ 2

    'นิด้า' ชวนถกทางออกน้ำท่วมไทย! เปิดเวทีเสวนา “ปลดล็อกพลังท้องถิ่น-กระจายอำนาจ” สู้ภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

    ‘นิด้า’ ชวนถกทางออกน้ำท่วมไทย! เปิดเวทีเสวนา “ปลดล็อกพลังท้องถิ่น-กระจายอำนาจ” สู้ภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

    ขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนาวิชาการ “ความท้าทายและโอกาสในการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยด้วยพลังท้องถิ่น” ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569

    ปัญหาน้ำท่วมมิใช่เพียงภัยธรรมชาติ หากเป็นภาพสะท้อนศักยภาพเชิงโครงสร้างของระบบบริหารจัดการประเทศ การกระจายอำนาจจึงมิใช่เพียงทางเลือกเชิงนโยบาย แต่เป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างพลังและความคล่องตัวของท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ถึงเวลาทบทวนและจัดวางบทบาทระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ให้เกื้อหนุนและเชื่อมประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนแนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน

    การบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ความท้าทายและโอกาสในการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยด้วยพลังท้องถิ่น” โดย คุณอภิวิชญ์ ธิริทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานสนับสนุนช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    การเสวนาในหัวข้อ “การกระจายอำนาจ : ทางออกการจัดการน้ำท่วมไทยด้วยพลังท้องถิ่น”

    ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม
    คุณอภัย เจริญมิตร ผู้อำนวยการส่วนกระจายอำนาจด้านการเงินการคลัง สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    คุณอภิวิชญ์ ธิริทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานสนับสนุนช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    ผู้ดำเนินรายการ รองศาสตราจารย์ ดร.พัทรียา หลักเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักวิจัย

    วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569
    เวลา 09.30 – 12.00 น.
    ณ ห้อง 202 ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี และ ผ่านระบบออนไลน์ Zoom
    Zoom: https://us06web.zoom.us/j/85780030208?pwd=dAakRYn16tIBQqdqVNyCTBDL5DDchs.1 Meeting ID: 857 8003 0208| Passcode: 423614

    ลงทะเบียนฟรี ลงทะเบียนได้ที่ Scan QR Code ในภาพ หรือ

    https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdkhVS5iDTiVNUwvVdYAtkznaDVJBHw-71TvyhI0kmbdkTOdg

    #เสวนาน้ำท่วมไทย2569 #พลังท้องถิ่นจัดการน้ำ #กระจายอำนาจสู้ภัยพิบัติ #บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน #LocalPowerThailand #นโยบายน้ำเพื่ออนาคต #เวทีวิชาการสาธารณะ #FloodManagementThailand

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/nida-flood-management-local-power-decentralization/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XUNzUAoWbiqFcDnfUyZUP

  • สงครามอิหร่าน เหตุสู้รบตะวันออกกลาง กระทบไทย 6 ด้าน คลังสั่งตั้งวอร์รูมรับมือ

    สงครามอิหร่าน เหตุสู้รบตะวันออกกลาง กระทบไทย 6 ด้าน คลังสั่งตั้งวอร์รูมรับมือ

    สงครามอิหร่าน เหตุสู้รบตะวันออกกลาง กระทบไทย 6 ด้าน รมว.คลังสั่งตั้งวอร์รูมรับมือความตึงเครียด

    วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 18.01 น. นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Economic War Room) เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงการคลังสรุปผลเบื้องต้นได้ดังนี้

    1) ผลกระทบด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต (Energy & Cost Channel)

    กระทรวงการคลังคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจผันผวนและปรับเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ ยังรวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ไทยนำเข้าเพื่อผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก โดยราคา LNG มักเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน และอาจส่งผลต่อค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจได้

    อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งในปัจจุบัน ซึ่งสามารถช่วยรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันภายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง

    2) ผลกระทบด้านการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน (Trade & Supply Chain Channel)

    หากความเสี่ยงในเส้นทางเดินเรือบริเวณภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น อาจทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยการเดินเรือ (Risk Premium) และค่าระวางเรือปรับสูงขึ้น และหากมีการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ อาจทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น ผลกระทบดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนการนำเข้า–ส่งออก และสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการที่พึ่งพาการส่งออกและวัตถุดิบนำเข้า

    กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการดำเนินมาตรการดูแลและสนับสนุนสภาพคล่องของผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

    3) ผลกระทบด้านภาคการท่องเที่ยว (Tourism Channel)

    ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการปิดน่านฟ้าบางประเทศ ส่งผลให้สายการบินยกเลิกหรือปรับเส้นทางการบิน ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างบางส่วน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกล จากต้นทุนตั๋วโดยสารที่สูงขึ้นและระยะเวลาเดินทางที่ยาวขึ้น

    AFP

    4) ผลกระทบด้านอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Channel)

    ราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอาจกดดันต้นทุนการนำเข้า-ส่งออก อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ ผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศคาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด

    สำหรับอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับต่ำ โดย ณ เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ -0.7 (YoY) และกระทรวงการคลังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.3

    5) ผลกระทบด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และอัตราแลกเปลี่ยน (Financial Market Channel)

    ความไม่แน่นอนของสถานการณ์อาจทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ส่งผลให้มีการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เช่น ดอลลาร์สหรัฐและทองคำ ซึ่งอาจกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Economies)

    ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลต่อค่าเงินในภูมิภาค รวมถึงค่าเงินบาทที่อาจผันผวนและอ่อนค่าลงในระยะสั้น กระทรวงการคลังได้ประสานให้ ก.ล.ต. และ ตลท. ใช้เครื่องมือและมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดอย่างเหมาะสม และสามารถปรับใช้ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเสถียรภาพของตลาดการเงินไทย

    6) ผลกระทบด้านแรงงาน (Labour Channel)

    สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยในตะวันออกกลางประมาณ 110,000 คน ทั้งด้านความปลอดภัยและการจ้างงาน อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมความพร้อมด้านการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ และประสานงานกับแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด

    ย้ำพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง พร้อมรับความผันผวน

    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่งเพียงพอ ขณะเดียวกันภาคการคลังยังมีความยืดหยุ่นและมีขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนภายนอก

    ทั้งนี้ ไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในเกณฑ์บริหารได้ สัดส่วนหนี้สาธารณะยังต่ำกว่ากรอบวินัยการคลัง และระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคง โดยมีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองรองรับความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่เข้มแข็ง

    ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาใช้เครื่องมือเชิงนโยบายในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9876118/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HJshKk7hmD9BQiDMZiZLM

  • ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม”ส่งต่อของดี 5 ภูมิภาค

    ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม”ส่งต่อของดี 5 ภูมิภาค

    อสังหา

    ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม”ส่งต่อของดี 5 ภูมิภาค

    วันจันทร์ ที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ศุภาลัย เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจชุมชน ผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม”ส่งต่อของดี 5 ภูมิภาค

    เพราะบ้านที่ดี ไม่ได้เกิดจากการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสมดุลระหว่างคุณภาพของบ้านและความเข้มแข็งของชุมชนโดยรอบ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) จึงเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนทั่วประเทศ พร้อมผลักดันแคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” คัดสรรของดีฝีมือท้องถิ่นจาก 5 จังหวัด 5 ภูมิภาค ส่งต่อเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าที่เยี่ยมชมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมศุภาลัยทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม–31 พฤษภาคม 2569

    ภายใต้ความเชื่อว่า “บ้าน” คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและสังคม ศุภาลัยจึงตั้งใจทำให้ทุกการเยี่ยมชมโครงการมีความหมายมากกว่าการเลือกที่อยู่อาศัย แต่เป็นโอกาสในการร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสร้างพลังให้เศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง

     “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาจากแต่ละพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าจักสานกระจูดจากบ้านห้วยลึก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่สานด้วยมือทีละเส้นจากวัสดุธรรมชาติ ชาสมุนไพร หอมป่า ฮ่อมดอย จากชุมชนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต่อยอดองค์ความรู้พื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพร่วมสมัย ดอกเกลือบ้านย่า จังหวัดสมุทรสาคร ที่สืบทอดวิถีนาเกลือดั้งเดิม กล่องทิชชูจักสานกกจากเสื่อจันทบูร จังหวัดจันทบุรี ที่ผสานงานหัตถกรรมกับดีไซน์เรียบง่ายใช้งานได้จริง และข้าวระยะเม่า จากตำบลสีสุก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งต้องเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่พอดี อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์

    ทุกชิ้นผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพียงของขวัญเล็กๆ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ เปิดโอกาส และเติมความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชน สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางสังคมควบคู่กับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศุภาลัยเชื่อว่าความยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จบลงที่การส่งมอบบ้านคุณภาพ แต่ต้องรวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่แข็งแรงด้วย “บ้านที่ดี” ควรทำให้ชุมชนรอบข้างเติบโตไปด้วยกัน แคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่เราเชื่อมโยงลูกบ้านกับผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้ทุกการเยี่ยมชมมีความหมายมากกว่าการดูบ้าน แต่คือการร่วมกันสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับสังคมไทย”

     แคมเปญ “ศุภาลัย ไทยเยี่ยม” จึงเป็นภาพสะท้อนของแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนที่ศุภาลัยยึดมั่นเสมอมา ด้วยการส่งต่อคุณค่าของภูมิปัญญาไทย สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้แข็งแรงจากรากฐานไปพร้อมกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ 

    เพราะทุกการเยี่ยมชม ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกบ้าน แต่คืออีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนชุมชนรอบข้างให้แข็งแรงอย่างมั่นคงไปพร้อมกัน ผู้สนใจสามารถแวะเยี่ยมชมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมศุภาลัยทั่วประเทศ เพื่อร่วมส่งต่อคุณค่าของดีฝีมือท้องถิ่น เพียงเยี่ยมชมโครงการ รับทันทีของขวัญแทนคำขอบคุณจากชุมชนของเราและศุภาลัย ส่งตรงจาก 5 จังหวัด 5 ภูมิภาค ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/property/467794&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34EXFP1e6m2jAI-OAVwcD2

  • ครูเดวิด เตือนสงครามยืดเยื้อ-เศรษฐกิจพัง คนตายมหาศาล ลั่น ขอเป็นคนไทยเถอะ

    ครูเดวิด เตือนสงครามยืดเยื้อ-เศรษฐกิจพัง คนตายมหาศาล ลั่น ขอเป็นคนไทยเถอะ

    ครูเดวิดวิเคราะห์หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

    ครูเดวิดวิเคราะห์สงคราม หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ชี้ทรัมป์ทำผิดกฎหมายไม่ผ่านสภาฯ หวั่นสงครามยืดเยื้อ-เศรษฐกิจพัง เผยความรู้สึกอายจนอยากเลิกเป็นคนอเมริกัน

    เกิดอะไรขึ้น? ครูเดวิด ครูสอนภาษา ที่ออกมาเตือนเรื่องการเกิดสงครามโลกก่อนหน้านี้ ล่าสุด หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่โจมตีอิหร่าน ระบุว่า “ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกจบชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว สื่อของอิหร่านออกมายืนยันว่าเป็นข่าวจริง ซึ่งข่าวจากโซเชียลบางที่บอกว่ามันจบแล้ว แต่ตนมองว่ายังไม่จบ เพราะล่าสุดมีการโจมตีดูไบ คือเขาไม่ยอมจบง่าย ๆ อยู่แล้ว เราสามารถดูตัวอย่างจากสงครามอื่นของอเมริกาได้ว่าจะยาวหรือสั้น เช่นสงครามอิรักมีการบุกปะทะกัน ซึ่งสงครามยืดเยื้อนานถึง 8 ปี ฉะนั้นคนที่บอกว่าสงครามจบแล้ว มันไม่จบนะครับ

    ผมในมุมของคนอเมริกัน มองว่าสิ่งที่เป็นปัญหาการบุกอิหร่านคือ ไม่ได้ผ่าน UN หรือ องค์การสหประชาชาติ และ ต้องเข้าใจกฏหมายอเมริกาก่อน ถ้าจะมีสงครามเกิดขึ้นได้ ประธานาธิบดีต้องขอการอนุมัติจากสภาคองเกรส หรือ สภานิติบัญญัติสูงสุดในรัฐบาลกลางสหรัฐ แต่ในรอบนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ขอก่อน

    ตอนนี้คนส่วนใหญ่มองว่าอเมริกาเป็นประเทศที่ไร้กฏหมาย ก่อนที่จะบุกประเทศอื่นต้องขออนุญาต UN ก่อน เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลแค่ข้ามคืนแต่จะส่งผลต่อ us dollar และประเทศอเมริกาในภาพกว้างอย่างแน่นอน

    ผมรู้สึกอายในการเป็นคนอเมริกัน การที่เราในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ทำไมต้องมาเห็นว่ารัฐบาลของตัวเองทำอะไรแบบนี้ ถ้ามีเหตุผลจริง ๆ ต้องผ่านถูกช่องทางหรือเปล่า ไป UN ก่อน ให้เขาโหวตก่อนถ้ามันมีเหตุผลถ้ามันมีสาระจริง ๆ แต่คุณไม่ทำเพราะบ้าอำนาจ รับสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้ไม่ได้จริง ๆ ไม่รวมจำนวนเด็กหรือผู้หญิงที่เสียชีวิตในการบุกครั้งนี้นะครับ ไม่ได้ระวังกันเลย คุณลองดูข่าวว่าเขาโจมตีโดนตึกอะไรบ้าง คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามเสียชีวิตไปเยอะมาก คุณไม่รู้สึกผิดหรืออายกันบ้างหรอ ไม่รู้สึกหรอว่านี่ไร้จรรยาบรรณและศีลธรรมที่สุด

    คุณไม่สิทธิตามกฏหมายนานาชาติเข้าไปบุกคนอื่นแบบนี้ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือคนทั่วประเทศจะเริ่มกลัว ไม่กล้าถือทรัพย์สินของอเมริกันแล้ว สิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ทำกับอเมริกานั้นจะทำให้ประเทศพังพินาศอย่างแน่นอน จริง ๆ อยากขอเป็นคนไทย ไม่อยากขอเป็นคนอเมริกันแล้ว”

    พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า “ผมบอกได้เลยครับว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้จะส่งผลต่อความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกาแน่นอนครับ ทุกคนอย่าลืมศึกษาประวัติศาสตร์นะครับว่า เมื่อประเทศมหาอำนาจก้าวร้าวขึ้นไปเรื่อย ๆ และทำอะไรโดยไร้เหตุผลและไม่ตามกฎหมาย มันมักจะเป็นสัญญาณแจ้งเตือนไปถึงช่วงสุดท้ายของมหาอำนาจนั้น

    วันนี้ขอย้ำว่าผมไม่เข้าข้างใครทั้งสิ้น สิ่งที่ผมเข้าข้างคือกฎหมาย สิ่งที่ผมเข้าข้างคือศีลธรรม ซึ่งผู้มีอำนาจมากมายทั่วโลกไร้สิ่งนี้เป็นอย่างมาก สงสารเด็ก สงสารคนแก่ สงสารน้องหมาน้องแมว สงสารประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง สงสารจริง

    น่าอายจริงครับ ไม่อยากเป็นคน American ไม่อยากเป็นแล้วจริง ขอเป็นคนไทยเถอะ”

    ครูเดวิดพูดถึงสงคราม
    ภาพจาก : David William
    ครูเดวิดพูดถึงสงครามโลก
    ภาพจาก : David William

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1538248/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3i99IThj0cYJWA3fXbq0O_

  • เปิดความสำคัญ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ถูกปิดกระทบน้ำมันโลก – เรือบรรทุกน้ำมัน Skylight ถูกโจมตี

    เปิดความสำคัญ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ถูกปิดกระทบน้ำมันโลก – เรือบรรทุกน้ำมัน Skylight ถูกโจมตี

    ดูทีวีกด 33 ดูออนไลน์ที่ 3Plus - ช่อง3

    ออกจากระบบ

    เสียใจจังจะหยุดพักความสนุกไว้แค่นี้…

    ยกเลิกตกลง

    ล้างการแจ้งเตือนทั้งหมด

    คุณต้องการล้างการแจ้งเตือนทั้งหมด?

    ยกเลิกล้างทั้งหมด

    ลบบัญชี

    หากคุณลบบัญชี 3Plus คุณจะไม่สามารถที่จะเข้าสู่ระบบได้อีกต่อไป

    คุณเเน่ใจหรือไม่ว่าต้องการดำเนินการต่อ

    ยกเลิกตกลง

    ต่างประเทศ

    5 ชั่วโมงที่แล้ว

    128 views

    เปิดความสำคัญ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ถูกปิดกระทบน้ำมันโลก – เรือบรรทุกน้ำมัน Skylight ถูกโจมตี

    https://youtu.be/mOSn3vQLg4Q

    คุณอาจสนใจ

    Related News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/international/morning/458184&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xznvY83qtNAyxOo9f8bHh

  • ภาพวินาทีตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน บุกรวบ 2 สาวอูกันด้า ลอบค้าประเวณี กำลังเข้าได้เข้าเข็ม รายได้เดือนละครึ่งล้าน

    ภาพวินาทีตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน บุกรวบ 2 สาวอูกันด้า ลอบค้าประเวณี กำลังเข้าได้เข้าเข็ม รายได้เดือนละครึ่งล้าน

    เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว โดยล่าสุด พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังชุดสืบสวน บูรณาการร่วมหลายฝ่าย เข้าจับกุมหญิงชาวต่างชาติ 2 ราย ข้อหาลักลอบค้าประเวณีในพื้นที่เกาะพะงัน

    เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวชุดจับกุมได้เข้าตรวจสอบบ้านพักไม่มีเลขที่ในพื้นที่ ม.2 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลว่าถูกหญิงชาวอูกันด้าลักลอบค้าประเวณี และสงสัยว่ามีการสูญหายของทรัพย์สินหลังใช้บริการ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อผ่านแอปพลิเคชัน WhatsAppผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย​นางเจเน็ท นากาลีมา (Mrs. Janat Nakalema) อายุ 32 ปี สัญชาติอูกันด้านางมาเรียม นามาโทวู (Mrs. Mariam Namatovu) อายุ 29 ปี สัญชาติอูกันด้า

    จากการวางแผนล่อซื้อในราคา 5,000 บาท ต่อการให้บริการ 2 ครั้ง เมื่อสายลับส่งสัญญาณตามที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวตรวจค้น พบผู้ต้องหาทั้ง 2 รายอยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว พร้อมด้วยนักท่องเที่ยวชายอีกรายที่มาใช้บริการก่อนหน้า

    ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าลักลอบค้าประเวณีบนเกาะพะงันมานานกว่า 2 เดือนมีลูกค้าชาวต่างชาติเฉลี่ยวันละ 3-4 คน รวมแล้วกว่า 180 รายในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาสร้างรายได้เฉลี่ยสูงถึง 500,000 บาทต่อเดือน โดยเงินทั้งหมดจะถูกรวบรวมส่งกลับไปให้ครอบครัวที่ประเทศอูกันด้า

    เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “มั่วสุมในสถานค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น และโฆษณาชักชวนหรือแนะนำด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการค้าประเวณี”

    ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/281045&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZWNSGu7UpCZMrWM5xIWDv