Blog

  • ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจเยี่ยมองค์การสวนพฤกษศาสตร์ จ.เชียงใหม่ มอบนโยบายเน้นวิจัยพืชหายาก บูรณาการฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพระดับชาติ พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสร้างรายได้ชุมชน และเตรียมจัดทำของที่ระลึกงานพระราชพิธีสำคัญให้สมพระเกียรติ

    ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    วันนี้ (2 มีนาคม 2569) เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

    ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บริเวณอาคารบลูแวนด้า จากนั้นได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน โดยมีผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ พร้อมรายงานความก้าวหน้าด้านการวิจัย การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืชไทย ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและข้อจำกัด เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขเชิงรุก

    ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้มอบนโยบายให้ยกระดับงานวิจัยเป็นภารกิจหลักขององค์กร โดยเน้นการศึกษาวิจัยเชิงลึก ด้านพันธุศาสตร์ และการขยายพันธุ์พืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งผลักดันการบูรณาการความร่วมมือด้านการวิจัยกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อร่วมกันสำรวจ รวบรวม อนุรักษ์ และฟื้นฟูพันธุกรรมพืชในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ตลอดจนเชื่อมโยงฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพของประเทศให้เป็นระบบเดียวกัน

    ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    นอกจากนี้ ยังได้เน้นการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจชีวภาพ โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ในการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าผลิตภัณฑ์จากพืชท้องถิ่นและพืชศักยภาพ สร้างรายได้แก่ชุมชนบนฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ จะช่วยสนับสนุนข้อมูลวิชาการสำหรับการกำหนดเขตคุ้มครอง การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

    พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวง ฯ ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนมิติการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล อาทิ การอนุรักษ์และขยายพันธุ์ชาโบราณซึ่งมีคุณค่าทั้งในเชิงนิเวศ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ รวมถึงการเตรียมการจัดทำของที่ระลึกในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้มีความเหมาะสม สมพระเกียรติ และสะท้อนคุณค่าทางพฤกษศาสตร์ของประเทศ

    ปลัด ทส. ยกระดับวิจัยสวนพฤกษศาสตร์ ต่อยอดเศรษฐกิจชีวภาพยั่งยืน

    จากนั้น คณะได้เยี่ยมชมอาคารวิจัยและปฏิบัติการ รับฟังการนำเสนอผลงานวิจัยสำคัญของนักวิชาการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากพืชซึ่งมีสรรพคุณเป็นประโยชน์ ตลอดจนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชหายาก การพัฒนาโรงเรือนอนุบาลพืช และการจัดแสดงพรรณไม้เฉพาะถิ่น พร้อมเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในสวนพฤกษศาสตร์ อาทิ แปลงกุหลาบ โรงเรือนกล้วยไม้ และกิจกรรมการเรียนรู้เชิงนิเวศ “ECO PRINT” ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติบนฐานองค์ความรู้ทางวิชาการ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/738784&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AmPxdWOAsukNRe5LGa1BX

  • รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่สงขลา ติดตามความสำเร็จเศรษฐกิจฐานราก ชูเสน่ห์ภูมิปัญญาผ้าทอและอัตลักษณ์ “กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย” มุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงสู่ชุมชน

    รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่สงขลา ติดตามความสำเร็จเศรษฐกิจฐานราก ชูเสน่ห์ภูมิปัญญาผ้าทอและอัตลักษณ์ “กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย” มุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงสู่ชุมชน

    รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่สงขลา ติดตามความสำเร็จเศรษฐกิจฐานราก ชูเสน่ห์ภูมิปัญญาผ้าทอและอัตลักษณ์ “กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย” มุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงสู่ชุมชน


    2/03/2569 | 23 | |

    รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่สงขลา ติดตามความสำเร็จเศรษฐกิจฐานราก ชูเสน่ห์ภูมิปัญญาผ้าทอและอัตลักษณ์ “กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย” มุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงสู่ชุมชน

    วันที่ 2 มีนาคม 2569 ณ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาชุมชน เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและให้กำลังใจกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยมี นายวัชระ ธรรมปัญญาสกุล ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา พร้อมด้วย พัฒนาการจังหวัดสงขลา นายอำเภอสะบ้าย้อย และภาคีเครือข่ายการพัฒนาในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนข้อมูล

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนและคณะ ได้เยี่ยมชมและรับฟังผลการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็งในพื้นที่ ประกอบด้วย

    – พลังภูมิปัญญาผ้าทอและงานฝีมือ: เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้ายายย่า กลุ่มทอผ้านาม่วง และกลุ่มมูติงบาติก ณ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านวังเอาะ ตำบลคูหา ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการรวมกลุ่มเพื่อพึ่งพาตนเอง โดยการนำทักษะฝีมือดั้งเดิมมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างงานและรายได้เสริมให้แก่สมาชิกในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง

    – อัตลักษณ์กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย: เดินทางไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟสะบ้าย้อย ตำบลบ้านโหนด เพื่อเยี่ยมชมโรงคั่วกาแฟโรบัสต้าที่เป็นของดีขึ้นชื่อของอำเภอสะบ้าย้อย โดยปัจจุบันกลุ่มมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจรและหลากหลาย (Value Added) อาทิ สารกาแฟ กาแฟคั่วบด กาแฟดริป ชาดอกกาแฟ และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อย่าง “ผ้ามัดย้อมจากใบกาแฟ” ซึ่งถือเป็นการนำทรัพยากรท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวชื่นชมความเข้มแข็งของกลุ่มองค์กรเครือข่ายในอำเภอสะบ้าย้อย ที่สามารถรักษาต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านนวัตกรรมการผลิตและการขยายช่องทางการตลาด เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสงขลามีความเข้มแข็งและพี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามนโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ของกระทรวงมหาดไทย

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/331051&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38ek6t-7W0ShxOExqI_IeX

  • “สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน”ฉุดดัชนีหุ้นไทยร่วงหนัก 61.75 จุด ปิดที่ 1,466.51 จุด หลุด 1,500 ราคาพลังงานพุ่งกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

    “สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน”ฉุดดัชนีหุ้นไทยร่วงหนัก 61.75 จุด ปิดที่ 1,466.51 จุด หลุด 1,500 ราคาพลังงานพุ่งกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/132397&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EfU2sD6bYE-eHM3O-9IkH

  • ผู้ว่าฯ น่าน เปิดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 68 | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯ น่าน เปิดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 68 | TOPNEWS

    สำนักงานลูกเสือจังหวัดน่าน จัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 ดึงแกนนำระดับชาติและระดับจังหวัดติวเข้มข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 120 นาย ด้าน “ผู้ว่าฯ กำชับให้นำความรู้ไปขยายผล สร้างเยาวชนเมืองน่านให้มีระเบียบวินัยและมีจิตสาธารณะ

    วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ สำนักงานลูกเสือจังหวัดน่าน จัดอบรมผู้บังคับบัญชาหน่วยงานลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปี 2568 โดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้บังคับบัญชาลูกเสือจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด

    ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยผู้บังคับบัญชาลูกเสือจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน, สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดน่าน, เทศบาลเมืองน่าน และ สมาคมลูกเสือจังหวัดน่าน รวมจำนวนทั้งสิ้น 120 คน

    ในการนี้ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และผู้อำนวยการลูกเสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยการอบรมครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรแกนนำลูกเสือจิตอาสาพระราชทานจาก สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และวิทยากรแกนนำระดับจังหวัดน่าน ร่วมถ่ายทอดความรู้ตลอดหลักสูตรการอบรม

    โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้กำชับให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนากิจการลูกเสือของจังหวัดน่านให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น พร้อมยึดมั่นในคำปฏิญาณและอุดมการณ์ของลูกเสืออย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างเยาวชนที่มีระเบียบวินัย มีจิตอาสา และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1504154&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xZQLnVunBrxx1JwSpQLes

  • พืชใกล้สูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังปลูกใกล้ ‘แผงโซลาร์เซลล์’ 

    พืชใกล้สูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังปลูกใกล้ ‘แผงโซลาร์เซลล์’ 

    พืชใกล้สูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังปลูกใกล้ ‘แผงโซลาร์เซลล์’ 

    พืชใกล้สูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังปลูกใกล้ ‘แผงโซลาร์เซลล์’ 

    พลังงานแสงอาทิตย์” เป็นพลังงานสะอาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โครงการฟาร์มโซลาร์เซลล์จึงเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลทรายที่รับแสงอาทิตย์ได้ปริมาณมาก แต่การสร้างโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ทะเลทราย อาจสร้างผลกระทบต่อพืชและสัตว์ท้องถิ่น นักวิจัยพยายามค้นหาวิธีการที่จะพัฒนาพลังงานสะอาดไปพร้อมกับการรักษาภูมิประเทศเดิมเอาไว้

    อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดในรัฐเนวาดา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยการสร้างฟาร์มโซลาร์ที่ผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบ สามารถทำให้พืชทะเลทรายหายากสามารถเจริญเติบโตได้ดีท่ามกลางแผงโซลาร์เซลล์ และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    การศึกษาที่นำทีมนักนิเวศวิทยาจากสถาบันวิจัยทะเลทราย (DRI) นำโดย ทิฟฟานี่ เปเรย์รา ซึ่งได้เฝ้าติดตามพืชหายากที่ชื่อว่า “ธรีคอร์เนอร์ มิลค์เวตช์” (Threecorner milkvetch) ที่ขึ้นอยู่แถวแผงโซลาร์เซลล์ ของโครงการ Gemini Solar Project ในรัฐเนวาดา พบว่า ในปี 2024 มีพืชชนิดนี้ถึง 93 ต้นในพื้นที่โครงการ เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนก่อสร้างโครงการในปี 2018 ที่พบเพียง 12 ต้นเท่านั้น

    ธรีคอร์เนอร์ มิลค์เวตช์ เป็นพืชในตระกูลถั่วที่เติบโตต่ำติดดิน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Astragalus geyeri var. triquetrus ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพืชใกล้สูญพันธุ์ โดยรัฐเนวาดาจัดให้เป็นพืชที่ตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤติและได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากวงจรชีวิตของมันขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่หาได้ยากในทะเลทรายโมฮาวี

    พืชใกล้สูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังปลูกใกล้ ‘แผงโซลาร์เซลล์’ 

    “ธรีคอร์เนอร์ มิลค์เวตช์” (Threecorner milkvetch) พืชใกล้สูญพันธุ์
    เครดิตภาพ: Tiffany Pereira

    โครงการโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ มักจะใช้วิธีถางต้นไม้และปรับหน้าดินให้เรียบก่อนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งไม่เพียงแต่ ทำลายต้นไม้บนดินเท่านั้น แต่ยังทำลายเมล็ดพันธุ์ที่เก็บสะสมอยู่ในดินชั้นบน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ

    แต่สำหรับโครงการ Gemini Solar Project ใช้วิธีที่การปรับหน้าดินและพยายามหลีกเลี่ยงการทำลายพืชพรรณเดิม ซึ่งช่วยให้ต้นพืชรอดตาย และเมล็ดพันธุ์เติบโตงอกขึ้นใหม่ได้อีกด้วย

    พืชที่พบในโครงการมีขนาดใหญ่กว่าพืชที่เติบโตในธรรมชาติในเกือบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความสูง รวมถึงจำนวนดอกและผล จากข้อมูลระบุว่า พืชในโครงการเริ่มออกผลเร็วกว่าปกติเกือบ 3 สัปดาห์ และผลิตดอกได้มากกว่าถึง 8 เท่า และให้ผลมากกว่าถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับต้นที่อยู่นอกโครงการ

    ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตนี้คือ “ไมโครไคลเมต” (microclimate) หรือสภาพภูมิอากาศย่อยที่เกิดขึ้นภายใต้แผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงร่มเงาจากแผงโซลาร์เซลล์ช่วยลดอุณหภูมิที่หน้าดินและชะลอการระเหยของน้ำหลังจากฝนตก ทำให้ดินมีความชื้นยาวนานขึ้น

    เปเรย์รากล่าวว่า “หลังฝนตก ความชื้นในดินที่โครงการ Gemini สูงกว่าภายนอกและใช้เวลานานกว่าที่ดินจะแห้งสนิท พืชจึงสามารถดูดซับน้ำส่วนเกินนั้นไว้ได้ นอกจากนี้ ร่มเงาที่เคลื่อนที่ตามการหมุนของแผงโซลาร์เซลล์ยังช่วยลดความเครียดจากแสงแดดที่รุนแรงให้กับต้นไม้”

    นักวิจัยพบว่าพืชส่วนใหญ่ 94% เลือกที่จะเติบโตในช่องว่างระหว่างแถวของแผงโซลาร์เซลล์ มากกว่าที่จะเติบโตใต้แผงโดยตรงที่มีร่มเงาทึบเกินไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแสงแดดที่เหมาะสมยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการงอกและการเจริญเติบโต

    พืชใกล้สูญพันธุ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังปลูกใกล้ ‘แผงโซลาร์เซลล์’  พืชที่ขึ้นตามแนวแผงโซลาร์เซลล์
    เครดิตภาพ: Tiffany Pereira

    แนวคิดการสร้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม เรียกว่า “อีโคโวลต์เทอิกส์” (Ecovoltaics) ซึ่งเป็นการออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงพืชพรรณท้องถิ่นและสัตว์ป่าให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ โดยลี วอลสตัน นักนิเวศวิทยาจาก Argonne National Laboratory กล่าวว่า การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์พื้นเมืองสามารถดึงดูดแมลงผสมเกสรและนกให้กลับคืนสู่พื้นที่ได้

    วอลสตันกล่าวเสริมว่า จากการศึกษาในพื้นที่อื่น เช่น มินนิโซตา พบว่าโครงการโซลาร์เซลล์ที่จัดการอย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มความหลากหลายของพืชดอกถึง 7 เท่า และเพิ่มจำนวนผึ้งพื้นเมืองถึง 20 เท่าภายในระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ นกและค้างคาวยังสามารถเข้ามาใช้พื้นที่เป็นแหล่งอาหารและหลบภัยจากผู้ล่าได้

    ทางด้าน โยฮันนา นอยมันน์ จากองค์กร Environment America ให้ความเห็นว่า ทุ่งหญ้าแพรรีและระบบนิเวศที่คล้ายคลึงกันมีวิวัฒนาการมา เพื่อให้ทนทานต่อการรบกวนเป็นครั้งคราว ดังนั้นโครงการโซลาร์เซลล์ที่มีการจัดการที่ดีอาจเป็นแหล่งกบดานที่ยอดเยี่ยมสำหรับความหลากหลายทางชีวภาพ

    แม้ว่าผลลัพธ์เบื้องต้นจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่เปเรย์รา ย้ำว่านี่เป็นเพียงข้อมูลจากการสำรวจเพียงปีเดียวหลังการก่อสร้าง จำเป็นต้องติดตามผลระยะยาวเพื่อดูว่ารูปแบบการเติบโตนี้จะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงปีที่แห้งแล้งจัด

    ประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปคือ ความสูงของแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีผลต่อการเติบโตของพืช หากแผงตั้งอยู่สูงขึ้น จะช่วยให้พืชชนิดที่ใหญ่กว่าสามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นสำหรับบริษัทผู้พัฒนา

    การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายใต้แผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พืชพื้นเมือง แต่ยังรวมไปถึง “อะกริวอลเทอิกส์” (Agrivoltaics) แนวคิดการพัฒนาพื้นที่เพื่อการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ร่วมกับการใช้งานเชิงเกษตรกรรม งานวิจัยพบว่าพืชบางชนิด เช่น แตงกวา สามารถเติบโตได้ดีในสภาวะที่มีแผงโซลาร์เซลล์ช่วยควบคุมอุณหภูมิและประหยัดน้ำได้ถึง 2 ใน 3 อีกด้วย

    ที่มา: DRIEarthGrist

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1223353&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TiVKX8ivyTnDiyzluJ8JT

  • ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ประธานมอบทุนมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ 33 ทุน ประจำปี 69

    ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ประธานมอบทุนมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ 33 ทุน ประจำปี 69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132409&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03Ajn7xZxEcRUDyaiHuZcH

  • ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ | TOPNEWS

    ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ | TOPNEWS

    พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ ให้กับผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร ณ แหล่งสมาคมนายทหาร หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับเครื่องหมาย“นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์นี้ เป็นเกียรติยศที่มอบแก่บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ทหารรบพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และกองทัพบก โดยจะมีการพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมในแต่ละปี เพื่อรับมอบในห้วง “วันรบพิเศษ” ซึ่งเป็นวันสำคัญของกำลังพลสายส่งทางอากาศและทหารรบพิเศษ

    ความหมายของเครื่องหมาย “นักโดดร่มกองทัพบก” มีดังนี้
    “ร่มชูชีพและปีกทอง” สื่อถึงผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรส่งทางอากาศ มีขีดความสามารถในการกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ปฏิบัติการ เปรียบประดุจนกที่สามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้อย่างอิสระ ภายใต้การควบคุมที่แม่นยำ กล้าหาญ และมีวินัยสูงสุด ปีกทองจึงหมายถึงเกียรติยศ ความสามารถ และความไว้วางใจที่กองทัพมอบให้แก่ผู้ปฏิบัติภารกิจทางอากาศ

    “ช้างเอราวัณ” (ไอยราพต) เป็นสัญลักษณ์สำคัญในงานสายรบพิเศษ สื่อถึงพาหนะของพระอินทร์ผู้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แสดงถึงอำนาจ ความเข้มแข็ง และศักยภาพในการปฏิบัติการเหนือพื้นดิน ทั้งยังสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของหน่วยรบพิเศษไทยที่ยึดมั่นในความกล้าหาญและความเสียสละ

    “อุณาโลม” เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้า และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกองทัพบก สื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความมั่นคง และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องขององค์กร

    ดังนั้น “เครื่องหมายชั้นกิตติมศักดิ์” จะมิใช่การรับรองว่าผู้ได้รับมอบได้ผ่านหลักสูตรกระโดดร่มทางทหารโดยตรง แต่เป็นการยกย่องคุณูปการที่มีต่อภารกิจของหน่วยรบพิเศษ การที่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 32 (พสบ.) ได้รับมอบเครื่องหมายในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงแนวคิด “การสร้างเครือข่ายเพื่อความมั่นคง” ที่เชื่อมโยงกำลังพลทางทหารกับผู้นำภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ อันเป็นพลังสนับสนุนสำคัญต่อภารกิจของกองทัพบก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1503620&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18susegvbrNPjcTCOj7s_h

  • ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ทันทีที่ “สหรัฐฯ และอิสราเอล” เปิดฉากโจมตี “อิหร่าน” ทางอากาศ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 และอิหร่านตอบโต้ทันทีไปยังฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งที่กระจายในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ล่าสุดวันที่ 1 มี.ค.2569 มีรายงานข่าวว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว

    สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความเปราะบางสูง “บล.ทิสโก้” แนะนำติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และท่าทีการตอบสนองหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะจากจีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับอิหร่าน แต่อย่างไรก็ดี โอกาสที่จะเกิดสงครามระดับภูมิภาค ณ ขณะนี้ยังเป็นไปอย่างจำกัด

    ภาพรวมราคาสินทรัพย์เสี่ยงคาดจะตอบสนองทางลบ แต่ “น้ำมันและทองคำ” มีโอกาสปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดจากความเสี่ยงการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

    จากการศึกษาเหตุการณ์สงคราม-ความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย -8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันแตะจุดต่ำสุดหรือประมาณ 3 สัปดาห์ ขณะที่ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน

    ลุ้นสงครามคลี่คลายเร็ว-ไม่ลุกลาม

    บล.ทิสโก้ ขอสังเกตการตอบสนองเชิงลบต่อเหตุการณ์ในระยะหลังๆ หรือ 5 ครั้งล่าสุดจะปรับตัวลงเฉลี่ยเพียง -3.3% และใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์แตะจุดต่ำสุด นอกจากนี้ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความไม่สงบในระยะหลังจะเป็นเหตุการณ์ที่จำกัดวง-ไม่ลุกลามบานปลายเป็นสงครามในวงกว้าง

    มุมมองของ บล.ทิสโก้ ต่อแนวโน้ม “ราคาน้ำมัน” ในระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจุบันราว 5-10 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล

    ขณะที่ “ราคาทองคำ” บล.ทิสโก้ มองมีโอกาสแกว่งซิกแซกขึ้น เป้าหมายทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์

    กลุ่มหลักคาดได้ประโยชน์-เสียประโยชน์

    🟢กลุ่มพลังงานต้นน้ำ คาดได้ประโยชน์เชิงบวก จากการวิเคราะห์ของเรา ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จะมีผลต่อ NAV ของ PTTEP ประมาณ 3 บาท/หุ้น หุ้นเด่น PTTEP, PTT

    🟢กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, IRPC, PTTGC) มีแนวโน้มได้รับผลบวกเช่นกัน แต่อาจถูกหักล้างบางส่วนหรือทั้งหมดหากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น โดยเฉพาะเกรดจากตะวันออกกลาง รวมทั้งค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น

    🔴กลุ่มเคมีภัณฑ์ (PTTGC, SCC) หากไม่รวมศักยภาพในการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาสูงขึ้น จะสร้างแรงกดดันต่อกำไร SCC ลดลง ขณะที่ PTTGC จะได้รับการชดเชยบางส่วนจากการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบ

    🔴กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR, PTG) อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความเสี่ยงที่อาจถูกแทรกแซงจากรัฐบาล เช่น การกำหนดเพดานราคา กลไกการอุดหนุนหรือควบคุมส่วนต่างกำไร

    🔴กลุ่มสาธารณูปโภค (GULF, GPSC, BGRIM) อาจได้ผลเสีย จากราคาก๊าซ LNG อาจสูงขึ้นหากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าจะสูงขึ้น และมีความเสี่ยงของการแทรกแซงอัตราค่าไฟฟ้า

    🔴กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง (สายการบิน) คาดได้รับผลกระทบเชิงลบ จากการกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทาง การเปลี่ยนเส้นทางบิน ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และการระมัดระวังการใช้จ่าย อาจกระทบต่อการฟื้นตัวการท่องเที่ยวไทยโดยโฉพาะในช่วงต้นปีนี้

    🔴MINT เผชิญความอ่อนไหวสูงสุดด้วยความเสี่ยงประมาณ 5-6% จากฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ในทางตรงข้าม CENTEL และ AWC มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยมีระดับความเสี่ยงต่ำกว่า 3% เนื่องจากพึ่งพาตลาดในประเทศและเอเชียตะวันออกเป็นหลัก

    เช่นเดียวกับ ERW ที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นกัน เนื่องจากฐานรายได้ส่วนใหญ่มาจากโรงแรมในประเทศ.

    สหรัฐ-อิสราเอลบุกโจมตีอิหร่านแบบเหนือความคาดหมาย

    บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านทางอากาศ โดยกำหนดเป้าหมายบนพื้นที่ของกองทัพ, จรวดมิสไซล์ และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์

    ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในรอบหลายปี มีรายงานว่าในการโจมตีดังกล่าวได้สังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายราย รวมถึงนาย Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของประเทศด้วย 

    ขณะเดียวกันอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงจรวจมิสไซล์และใช้โดรนใส่อิสราเอลและฐานทหารของสหรัฐในพื้นที่อ่าวทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าสถานการณ์จะลุกลามออกไปเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาค และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุด

    จากข้อมูลล่าสุดของ Energy Information Administration (EIA) ของสหรัฐ ผลผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านในเดือนมกราคมอยู่ที่ 3.34 MBD คิดเป็นประมาณ 4% ของอุปทานน้ำมันดิบทั้งโลก 

    นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ออกมาเตือนว่าอาจจะไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกสำคัญซึ่งถูกใช้ลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันที่ไหลเวียนอยู่ทั่วโลก สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้คนทั้งโลก

    อัพกำไร PTTEP พุ่ง 23%

    บล.เคจีไอ ประเมินภาพ “บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP” ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นอีก 23% เป็น 6.94 หมื่นล้านบาท และปี 2570 ขึ้นอีก 18% เป็น 6.60 หมื่นล้านบาท เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์ปรับใช้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นภายใต้ฉากทัศน์ว่ายังไม่มีปิดช่องแคบ Hormuz ถาวร ทำให้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปีนี้จาก 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปีหน้าเป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

    ขณะที่ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาระยะยาวจาก 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นในตะวันออกกลาง ทั้งนี้เมื่อเทียบกับในอดีต ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565

    ราคาน้ำมันดิบดูไบ เพิ่มขึ้นจาก 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เป็น 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่บุก และวิ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปถึงจุดสูงสุดที่ 127 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 หรือประมาณสองสัปดาห์ต่อมา ก่อนที่จะทยอยขยับลดลงในช่วงหกเดือนหลังจากนั้น

    เชียร์ซื้อ เคาะเป้า 150 บาท

    ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น PTTEP จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F จาก 120 บาท เป็น 150 บาท ใช้ WACC ที่ 9% และ terminal growth ที่เพิ่มขึ้นเป็น 1% จาก 0.5%

    โดยการปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไร รวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่สถานการณ์จะลุกลามขยายตัวออกไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุด

    ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสมมติฐานปี 2569 ของฝ่ายวิเคราะห์จะทำให้ประมาณการกำไรของฝ่ายวิเคราะห์เพิ่มขึ้นประมาณ 5.4 พันล้านบาท คิดเป็น upside ประมาณ 8% จากประมาณการกำไรปี 2569.

    ภาพ SETTRADE

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/738768&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1alHTxrFszQ833IooYiaoV

  • อว. ชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ เรียนต่อ-ทุน-หลักสูตร-อาชีพ

    อว. ชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ เรียนต่อ-ทุน-หลักสูตร-อาชีพ

    วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.01 น.

    กระทรวง อว. เชิญชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ พื้นที่แห่งโอกาสให้เยาวชนไทยได้ค้นหาเส้นทางการศึกษาและอาชีพอย่างครบวงจร โดยรวบรวมบูธจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว จัดเต็มกว่า 70 บูท พบกันในวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 เข้าร่วมงานฟรี! เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 1–2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ในงานแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1: Open Mind นำเสนอทิศทางและนโยบายของกระทรวง อว. ในการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 พร้อมด้วยกิจกรรมทดสอบและประเมินศักยภาพ (Skill & Workforce Assessment) เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานค้นพบความถนัดและจุดแข็งของตนเอง โซนที่ 2: Open House เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศนำเสนอหลักสูตร โอกาสทางการศึกษา และแนวทางการพัฒนาทักษะ (Upskill / Reskill) ควบคู่ไปกับการแนะแนวเส้นทางอาชีพและทุนการศึกษาในหลากหลายสาขาวิชา โซนที่ 3: Open Opportunities ส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาและอาชีพ ผ่านการนำเสนอเส้นทางอนาคต เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งกิจกรรมทดลองสอบ TCAS เพื่อเสริมความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

     นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ตลอดทั้ง 3 วัน เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบครบมิติ ทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และการแนะแนวอาชีพอย่างเข้มข้น รวมทั้งทุนการศึกษาและโอกาสสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษอย่าง “มวยไทย” ทั้งการแสดงพิธีไหว้ครู ร่ายรำมวยไทยโบราณ คีตะมวยไทย การสาธิตแม่ไม้ และเวทีเสวนา “มวยไทยกับเส้นทางการศึกษาและอาชีพ”  เป็นต้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/950206&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3josieIph62jFFFLEmTLxo

  • “จิณห์นิภา” ต้านไม่ไหวพ่ายดีกรีแชมป์ ตกรอบแรก ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส ทัวร์ เจ300” | เดลินิวส์

    “จิณห์นิภา” ต้านไม่ไหวพ่ายดีกรีแชมป์ ตกรอบแรก ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส ทัวร์ เจ300” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 ในรอบเมนดรอว์ ประเภทหญิงเดี่ยว จิณห์นิภา ตราชูวณิช มือ 1744 เยาวชนโลก ซึ่งได้ไวลด์การ์ดหรือสิทธิพิเศษลงแข่งขัน ต้องยุติเส้นทางแค่รอบแรกเท่านั้น หลังพ่ายให้กับ เล่ย ไมลัวตี้ นักหวดสาวลูกครึ่งจีน-แคนาดา มือ 131 เยาวชนโลก และแชมป์หญิงเดี่ยวศึกไอทีเอฟ จูเนียร์ส เจ200 ที่ไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน 0-2 เซต 3-6, 3-6 เล่ย ไมลัวตี้ เข้ารอบ 2 ไปพบกับ เฟลิซาตา โดโรฟีวา-ไรบาส มือ 54 เยาวชนโลกจากรัสเซีย ต่อไป

    ผลคู่อื่น ๆ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก โชติรินทร์ แก้วก่า แพ้ เอลเลน เฮิร์สชี (ออสเตรเลีย) 4-6, 0-6, ธฤตา หงษ์หยก แพ้ อัลบินา คาเคโนวา (คาซัคสถาน) 6-7 (5-7), 3-6, ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ แพ้ เคอิซิยา เบอร์ซินา (ลัตเวีย) 1-6, 1-6, พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ อู๋ หรู ซี (จีน) 0-6, 1-6 ปารมี ทัดแก้ว แพ้ ดาริอา คุซเนตโซวา 4-6, 2-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5650661/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GJ7ydQ-CKM_1GLw2D8KFo